คัดลอกลิงก์เเล้ว

Red Riding Hood #ป๋อจ้าน

โดย little.whale

หมาป่าอสูรอย่าง'เซียวจ้าน'ถูกสอนให้เป็นนักล่า แล้วเจ้าหนุ่มน้อยหมวกแดงที่มาเก็บดอกไม้นั้นก็เป็นเหยื่อของเขาด้วย เหอะ เขาจะกินเจ้านั่นให้ได้

ยอดวิวรวม

821

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


821

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


37
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 ต.ค. 62 / 03:10 น.
นิยาย Red Riding Hood #ͨҹ Red Riding Hood #ป๋อจ้าน | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




หมาป่าอสูรอย่าง'เซียวจ้าน'ถูกสอนให้เป็นนักล่า 

แล้วเจ้าหนุ่มน้อยหมวกแดงที่มาเก็บดอกไม้นั้นก็เป็นเหยื่อของเขาด้วย 

เหอะ เขาจะกินเจ้านั่นให้ได้ 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 ต.ค. 62 / 03:10



               ค่ำคืนหนึ่งในฤดูหนาวที่หิมะกำลังโปรยปรายลงมาปกคลุมหลังคาเรือนไม้หลังหนึ่งไว้จนขาวโพลนไปหมด เสียงลมพัดหวีดหวิวดังลอดเข้ามาถึงด้านในห้องนอนของเด็กชายตัวน้อยที่อยู่บนเตียงให้ต้องขดตัวลงไปในผ้าห่มมากขึ้น

“ลูกควรนอนได้แล้วนะ”

ร่างโปร่งบางในชุดสีดำเดินมาทรุดตัวลงบนเตียงนอนของเด็กน้อย พร้อมทั้งมือบางที่ยกขึ้นลูบหัวกลมมนนั่น แต่เจ้าก้อนผ้าห่มน้อยนั้นกลับยังคงส่งสายตาใสแจ๋วตอบกลับมาพร้อมเอ่ยตอบ

“ลูกยังไม่ง่วง”

“แต่นี่ดึกแล้ว พรุ่งนี้เจ้าต้องออกไปฝึกกับท่านพ่อแต่เช้าไม่ใช่รึ”คนเป็นแม่บอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ปากเล็กๆก็ยังคงว่าต่อ

“แต่ว่าข้ายังไม่ง่วงนี่... ท่านแม่ๆ ท่านแม่ช่วยเล่าเรื่องนั้นให้ข้าฟังอีกได้ไหม”เสียงเล็กๆเอ่ยอ้อนพร้อมทั้งหัวทุยที่ซุกเข้าที่มือบาง จนคนเป็นแม่ได้แต่ส่ายหัวแล้วยิ้มบาง

“เด็กน้อย เจ้าฟังเรื่องนั้นหลายรอบแล้ว ไม่เบื่อรึ”เจ้าของใบหน้างามถามพลางเลิกคิ้ว เด็กน้อยส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธก่อนตอบ

“ไม่ ข้าชอบฟัง นะท่านแม่ ข้าสัญญาว่าจะรีบนอน”คนตัวเล็กยังคงออดอ้อนจนคนเป็นแม่หลุดหัวเราะเบาๆ

“ก็ได้ๆ แต่ถ้าเล่าเรื่องนี้จบเจ้าต้องนอนจริงๆนะ เดี๋ยวท่านพ่อจะมาเอ็ดเอา”

คนตัวเล็กพยักหน้าแรงๆ ก่อนจะรีบขยับตัวเปิดทางให้คนเป็นแม่ได้คนมานอนบนเตียงเดียวกัน พร้อมนอนรอฟังนิทานอย่างสงบเสงี่ยม

“เอาล่ะนะ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าลึกแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากหมู่บ้านของเรา...”

 

มีเรื่องเล่าว่า ในป่าแห่งนั้นเต็มไปด้วยเรื่องหน้าพิศวงทั้งต้นไม้หลากชนิดที่ทำหน้าที่ลวงตาผู้คนให้หลงทางอยู่ในป่า หรือสัตว์ร้ายน้อยใหญ่นานานับชนิดที่พร้อมออกมาโจมตีผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาอยู่เสมอ โดยเฉพาะฝูงหมาป่าขนาดใหญ่ที่เป็นเจ้าถิ่นในแถบนี้ จนเป็นที่รู้กันดีในหมู่ชาวบ้านว่าถ้าไม่อยากอายุสั้นก่อนวัยอันควร ก็จงพาตัวเองให้ไกลจากป่าแห่งนี้เสีย จะมีก็เพียงแค่เซียนเท่านั้นกระมังที่จะมีชีวิตอยู่ในป่าแห่งนี้ได้

ซวบ ซาบ!

เสียงเคลื่อนไหวด้วยความเร็วของสิ่งมีชีวิตดังเสียดสีเป็นกับใบไม้ในยามค่ำคืน คืนนี้ก็เหมือนกับทุกวันที่ฝูงหมาป่าเริ่มออกล่าเหยื่อ แต่หมาป่าวัยแรกรุ่นตัวหนึ่งกำลังแตกฝูงเริ่มเสาะแสวงหาเหยื่อด้วยตัวเอง แม้จะยังโตไม่เต็มวัยนักแต่ตัวของมันก็สูงใหญ่จนเกือบเทียบเท่ามนุษย์ ขนสีดำทมิฬช่วยพลางตัวมันไปกับความมืดยามค่ำคืนได้ คงจะมีเพียงดวงตาวาวสีทองที่เป็นสัญญาลักษณ์ว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่ตรงนี้

วันนี้เจ้าหมาป่าเลือกทำเลแถวธารน้ำ ห่างไกลจากที่ฝูงเคยหากินเช่นทุกครั้ง เพราะส่วนมากมักจะมีเหยื่อที่เผลอตัวมาดื่มน้ำที่ลำธารแห่งนี้และมันคิดว่าคงจัดการได้ไม่ยากนัก ร่างปราดเปรียวของมันค่อยๆย่ำเท้าไปในความมืดเฝ้ารอเหยื่อของตัวเองอย่างเงียบเชียบ ระหว่างนั้นเองมันก็ดมจมูกฟุดฟิดเมื่อได้กลิ่นหอมหวานพัดลอยมาจากทางธารน้ำ มันหลับตาลงพิจารณากลิ่นนั้นอย่างถี่ถ้วน ก่อนที่ดวงตาสีทองจะเบิกโพลงอย่างตื่นเต้นแล้วรีบตบเท้าตามกลิ่นนั้นไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ เมื่อความหอมหวานประหลาดที่มันได้กลิ่นนั้น

คือกลิ่นเนื้อมนุษย์

 

เสียงธารน้ำไหลเอื่อยจากน้ำตก ดังก้องไปทั่วบริเวณเพราะความเงียบในยามค่ำคืน ไม่ใกล้ไม่ไกลกันนั้นปรากฏเป็นเงาสีดำที่ข้างธารน้ำใส เมื่อกลุ่มเมฆาคล้อยผ่านพระจันทร์ดวงใหญ่ แสงจันทร์ก็สาดส่องให้เห็นร่างโปร่งของเด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดคลุมสีแดงชาด มือหนากำลังวักน้ำล้างหน้าล้างตาพร้อมกับดื่มน้ำในลำธารอย่างกระหาย

เขาเดินทางมานานโชคดีเหลือเกินที่เพราะเลือกเดินทางในตอนกลางวันทำให้ระหว่างทางจนมาถึงตรงนี้ เขาไม่พบเจอสัตว์ร้ายมากเท่าที่ควร หรือถ้าพบเจอเขาก็มักจะจุดดวงไฟไล่พวกมันไป ทำให้มาถึงกลางป่าได้อย่างไม่ลำบากเท่าไรนัก

แต่ในค่ำคืนเช่นนี้ก็ไม่แน่...

เขารับรู้ว่ากลิ่นสมุนไพรที่ทาตัวไว้กำลังจะหมดลง และกลิ่นตัวของเขาคงกำลังขจรขจายเรียกพวกสัตว์ร้ายให้เข้ามาหา เอาล่ะ เขาต้องรีบหาที่หมายใหม่

เด็กหนุ่มคิด แต่เสียงใบไม้ไหวในป่านั้นทำให้เขานิ่งงันอยู่กับที่

มีบางอย่างกำลังมาทางนี้...

แม้เสียงของมันจะเบาแสนเบาแต่ก็ไม่สามารถเล็ดรอดประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของเขาไปได้ เด็กหนุ่มค่อยๆจับมีดที่ถูกเหน็บไว้ที่เอวก่อนจะเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วไปยังต้นเสียงเมื่อครู่อย่างหมายจะปลิดชีวิตเจ้าสิ่งนั้นทันที มือหนาจับคว้าเข้าที่หางสั้นๆได้อย่างพอดิบพอดี

คลุกคลักๆ!

เสียงถีบเท้าดิ้นรนออกจากการจับกุมดังขึ้น เด็กหนุ่มขมวดคิ้วจ้องตาตอบกับดวงตากลมโตที่มองกลับมา เจ้าสิ่งมีชีวิตนี้...

กระต่าย

เด็กหนุ่มถึงกับระบายลมหายใจออกมา จ้องมองเจ้าตัวน้อยสีขาวสะอาดในมือกำลังดิ้นรนจะออกจากการเกาะกุมเขา

เอาเถอะ... วันนี้เขาถูกไว้ชีวิตจากสัตว์เหล่านี้มาก็มาก ฉะนั้นเขาจะปล่อยมันไปก็แล้วกัน เด็กหนุ่มคิดก่อนจะทำการปล่อยเจ้าตัวน้อยลงสู่พื้นดิน เจ้ากระต่ายน้อยเมื่อลงพื้นได้ก็รีบกระโดดให้ลับเข้าพงหญ้าไป เด็กหนุ่มมองตามก็ที่เขาจะเตรียมตัวไปหาที่พักแรมในค่ำคืนนี้ และในจังหวะนั้นเอง

ผลัก!!!

“อึ่ก!!

ด้วยความที่ไม่ทันตั้งตัวจู่เขาก็โดนเหวี่ยงลงไปกับพื้นด้วยแรงมหาศาลของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ เมื่อลืมตาขึ้นมามองก็ประสานเข้ากับในตาวาวสีทองที่จ้องเขาในระยะประชิด คมเขี้ยวยาวเต็มปากพร้อมน้ำลายเหนียวหยดใส่ลงบนหน้าเขา

มันคือหมาป่าดำ!!

สัตว์เจ้าถิ่นที่อยู่ในแถบนี้ ขึ้นชื่อเรื่องพละกำลังที่มหาศาลมากแม้จากที่กะด้วยสายตาเจ้าตัวนี้น่าจะยังไม่ใช่ตัวเต็มวัยก็ตามแต่ก็มีขนาดตัวไม่น้อย บวกกับฝ่าเท้าหนาทั้งสองข้างที่กำลังกดอกเขาอยู่ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกนัก

ไม่ดีแน่ ต้องรีบทำอะไรสักอย่าง

เขาคิดอย่างร้อนรน เพราะจากลมหายใจถี่รัวและดวงตาที่ดูกระหายบอกเขาว่าเจ้าหมาป่าดำตัวนี้กำลังหิวโซ ระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้นเองมันก็เริ่มชิงลงมือก่อนด้วยกันกัดเข้าไปที่หัวไหล่เขาเสียจมเขี้ยว

“อ๊าก”

เลือดสีแดงสีไหลทะลักออกจากบาดแผลที่ค่อนข้างลึก มันแพร่กระจายจนย้อมชุดสีขาวที่อยู่ด้านในให้กลายเป็นสีเดียวกันกับเสื้อคลุม ระหว่างที่มันกำลังสนใจกับการโจมตีจุดหนึ่งของเขา เด็กหนุ่มก็เอื้อมมือไปคว้ามือที่กระเด็นหลุดจากมือไปตอนแรกแล้วปักเข้าที่ข้างลำตัวของเจ้าหมาป่าดำเต็มแรง

“เอ๋ง!!!

มันส่งเสียงร้องดังอย่างเจ็บปวดก่อนจะผละออกจากตัวของคนด้านล่าง เขาเลยอาศัยจังหวะนี้กลิ้งตัวออกมาให้พ้นรัศมีของเจ้าหมาป่าตัวโต แล้วปักมีดซ้ำเข้าไปทางกลางหลังของเจ้าหมาป่าอีกครั้งจนมันร้องด้วยความเจ็บปวด ขนสีดำชุ่มไปด้วยเลือดสดๆ จนมันค่อยๆหยดมานองพื้น

เด็กหนุ่มล้วงมือเข้าไปในเสื้อคลุมตัวในของตัวเองก่อนจะหยิบเอามัดเชือกสีแดงสดม้วนหนึ่งออกมา ก่อนที่อีกมือจะขีดเป็นอักขระโบราณทอประกายแสงสีแดงในอากาศแล้วบังคับให้เชือกในมือรั้งเข้าไปที่คอของเจ้าหมาป่าตัวใหญ่แล้วกระชากอย่างแรงจนมันล้มลงไปนอนหงายที่พื้นและขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้

ร่างในชุดคลุมสีแดงรีบสาวเท้าเข้าไปพร้อมเงื้อมีดขึ้นสูงหมายจะกดลงเข้าที่หัวใจเจ้าหมาป่า เพราะหัวใจของเผ่าหมาป่าดำมีสรรพคุณมากเหลือเกินจนเป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่นักล่า แต่ก่อนที่จะได้ลงมือทำนั้นเองกลับมีเสียงหนึ่งก้องขึ้นมาในหัวเขา

ได้โปรดอย่าฆ่าข้า

“เจ้า... เป็นอสูรหมาป่าทมิฬงั้นรึ”

ดวงตาของเด็กหนุ่มวาวขึ้นราวกับเจอของล้ำค่า หากหัวใจของหมาป่าทมิฬนั้นเป็นที่ต้องการแล้ว หัวใจของหมาป่าอสูรนั้นกลับประเมิณค่าไม่ได้ ดี ในเมื่อวันนี้เขาออกมาตามหาดอกไม้แสงจันทร์เพื่อเพิ่มพลังเวทย์ของการได้หัวใจของหมาป่าอสูรก็ถือเป็นกำไรของเขา

“เป็นถึงหมาป่าที่เลื่อนขั้นเป็นอสูร แต่เจ้าไม่สังเกตเสื้อคลุมแดงและสัญลักษณ์ตระกูลนักล่าเลยรึไง”

เด็กหนุ่มในชุดเสื้อคลุมแดงกล่าว เพราะชุดคลุมแดงที่มีตราพระจันทร์เสียวสีทองประทับไว้ที่กลางหลังเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเครื่องแบบของนักล่าตระกูลหวัง แล้วเจ้าอสูรที่ต้องบำเพ็ญเพียรมาได้อย่างน้อย 500 ปีจะไม่รู้จักเชียวรึ

หึ เจ้ามนุษย์ เจ้าคิดว่าตัวเองสูงส่งมาจากไหนถึงคิดว่าอสูรที่บำเพ็ญตนมาเป็นพันปีเช่นข้าจะต้องรู้จักเจ้า

“หึ แต่อสูรเช่นเจ้าก็กำลังจะโดนข้าปลิดชีวิต ดี งั้นเจ้าจงรู้จักนามของข้าเสีย ‘หวังอี้ป๋อ’ คนที่จะมาเอาหัวใจของเจ้าไป”

หวังอี้ป๋อกล่าว พลางยกมีดสั้นประจำตระกูลขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่ากำลังต่อความกับสัตว์อสูรตนนี้นานเกินไป แต่เจ้าหมาป่ากลับยังคงใช้จิตสื่อสาร

เดี๋ยวก่อน ได้โปรดไว้ชีวิตข้าเถิด ข้าเพียงแต่ออกมาหากินนอกฝูงครั้งแรก ข้ายังอยากบำเพ็ญตนให้กลายเป็นมนุษย์อยู่

“ทำไมข้าจะต้องไว้ชีวิตอสูรที่กำลังจะปลิดชีพข้าก่อนด้วย เจ้ามันสับปลับ”

หากท่านไว้ชีวิตข้า ข้าสัญญาว่าจะขอเป็นอสูรรับใช้ท่านจวบจนท่านหรือข้าจะตายจาก

อสูรหมาป่าขอร้องอย่างยอมจำนน อี้ป๋อนิ่งคิดไปเล็กน้อย ได้เจ้านี่เป็นอสูรรับใช้งั้นรึหลักของการทำพันธะของอสูรรับใช้จำต้องเป็นความยินยอมทั้งสองฝ่าย การที่เจ้าตัวนี้ใช้จิตสื่อสารกับเขาได้แสดงว่ามันคงมีพลังวิญญาณแก่กล้าอย่างที่มันว่าถ้าไม่เพราะไม่ระวังตัวและบ่วงดักมารของตระกูลหวังมันคงไม่เสียท่าให้เขาง่ายดายเช่นนี้ การที่มีอสูรระดับสูงยินยอมจะทำพันธะสัญญาด้วยความเต็มใจนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้ขอเสนอของมันช่างน่าสนใจสำหรับเขา

“ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่า หากข้าปล่อยตัวเจ้าแล้วเจ้าจะไม่มาโจมตีข้าอีก”เขาหรี่ตาถามเจ้าหมาที่นอนอยู่บนพื้น มันคำรามอย่างไม่สบอารมณ์

สิ่งที่พวกเราสัตว์อสูรแตกต่างจากพวกมนุษย์คือสัจจะ หากข้าให้คำมั่นแล้วข้าจะไม่คืนคำ

มันว่า ทำให้เด็กหนุ่มยกยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ ก่อนจะยกนิ้วเขียนอักขระขึ้นกลางอากาศแล้วเรียกบ่วงดักมารของตนเองกลับคืนมา ส่วนเจ้าหมาป่าตัวใหญ่ก็ค่อยๆลุกขึ้นอย่างยากลำบากแล้วเดินตรงมาหาเขา เมื่อยืนเทียบกันแบบนี้อี้ป๋อพบว่ามันสูงเกือบจะเท่าอกเขาเลยทีเดียว

เจ้าร่ายบทพันธะสัญญาเป็นใช่ไหม

มันส่งกระแสจิตถาม เขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะยืนมือไปด้านหน้าระหว่างเขาและเจ้าหมาป่า หยาดเลือดทั้งของเขาและมันค่อยๆลอยตัวขึ้นจากบาดแผลของทั้งคู่มาอยู่กลางฝ่ามือเขา

“ด้วยสัจจะแห่งบรรพชน ข้า หวังอี้ป๋อ ขอทำพันธะสัญญาเลือดเป็นนายแก่เจ้าของโลหิตนี้”เสียงทุ้มเอ่ยกังวาลออกมา สายลมรอบด้านค่อยๆหมุนวนราวกับตอบรับเด็กหนุ่ม

เจ้าหมาป่าหลับตาส่ง พลางส่งกระแสจิตเป็นพันธะสัญญาเดียวกัน

ด้วยสัจจะแห่งบรรพชน ข้า เซียวจ้าน ขอทำพันธะสัญญาเลือดเป็นผู้รับใช้แก่เจ้าของโลหิตนี้

 

หยาดเลือดทั้งสองค่อยๆหมุนวนเป็นเกลียวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว

“ตราบจนชีวีมลาย/ตราบจนชีวีมลาย”

               พลันหยาดเลือดที่หมุนวนค่อยๆรวมตัวกันแล้วแยกเป็นสองสาย เส้นหนึ่งวิ่งเข้าไปที่แผ่นอกของหวังอี้ป๋อปรากฏเป็นวงอักขระสีแดงชาติ ส่วนอีกสายนั้นวิ่งไปพันรอบคอของเจ้าหมาป่าอสูรก่อนจะกลายเป็นเส้นอักขระคล้ายๆกัน

               มันทุกอย่างเสร็จสิ้นลงสายลมก็หยุดหมุน

               “ทำไมเจ้าถึงมีชื่อและแซ่”

               เขาถามอย่างค้างคาใจ เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีชื่อเหมือนกันกับมนุษย์

               ‘ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วข้าเคยถูกเลี้ยงด้วยเซียนตนหนึ่ง ท่านผู้นั้นให้ชื่อแก่ข้า เรียกข้าว่าเซียวจ้าน

               เซียวจ้านตอบด้วยอาการสงบจนอี้ป๋อประหลาดใจ ดวงตาสีทองเหลือบมองเขาก่อนจะส่งกระแสจิตถาม

               ‘เรียบร้อยแล้ว ข้าไปได้รึยัง?’

               มันถามด้วยน้ำเสียงสงบ อี้ป๋อขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่ามันจะต้องติดตามเขาหลังจากนี้เหรอ

               “ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องติดตามข้าหลังจากนี้เหรอ”

               ‘เจ้าเป็นเด็กที่ต้องให้ข้าตามทุกฝีก้าวรึยังไงล่ะ...อีกอย่างหนึ่ง

               บรู๊ววววว

               เสียงหอนของหมาป่าตัวอื่นดังก้องมาจากที่ไกลๆ ดวงตาสีทองเหลือบไปทางทิศของเสียงนั้นก่อนจะแหงนหน้ามองแสงจันทร์ที่กำลังเต็มดวงเข้าทุกที

               ‘การที่ข้าอยู่กับเจ้าตอนนี้อาจจะทำให้เจ้าไม่ปลอดภัย

               “ทำไมกันล่ะ”เขาถามอย่างไม่เข้าใจ จนแอบเห็นว่าเซียวจ้านถึงกับกรอกตา

               ‘ช่วงพระจันทร์เต็มดวงเป็นช่วงเวลาที่หมาป่าดำจะหาคู่ กลิ่นกลายของข้าจะเรียกพวกนั้นมาหาเจ้า

               “อ๋อ เจ้าเลยอยากไปหาหมาป่าตัวอื่นผสมพันธ์ด้วยสินะ”เขาว่าและพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจ แต่เจ้าหมาป่ารีบสะบัดหน้ามาตอบ

               ‘ไม่ใช่หากต้องการเช่นนั้นข้าคงไม่ออกล่าคนเดียวจนถูกเจ้าจับได้แบบนี้ แต่ข้าไม่ต้องการผูกมัดก็เท่านั้น

               มันถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะเตรียมเดินกลับเข้าป่า

               “เดี๋ยวก่อน!!

               ‘อะไรของเจ้าอีก!!’เซียวจ้านว่าอย่างรำคาญ แค่นี้มันก็หงุดหงิดจะแย่ที่จู่ๆโดนนักล่าที่อายุอ่อนกว่าเป็นพันปีจับทำพันธะสัญญาแบบนี้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะกลับไปเจอหน้าฝูงตัวเองได้ยังไง

               “ก่อนเจ้าจะไป เจ้าช่วยข้าหาดอกไม้แสงจันทร์หน่อยได้ไหมข้าต้องการมัน”อี้ป๋อว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง ตามตำราเล่าว่า ดอกไม้แสงจันทร์ที่มีสรรพคุณเพิ่มความสมบูรณ์แก่พลังวิญญาณ จะเบ่งบานในยามค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น เป็นเหตุว่าทำไมเขาถึงต้องอยู่ยาวจนถึงกลางดึกในป่าแห่งนี้ เขาทราบเพียงว่ามันจะขึ้นอยู่บริเวณน้ำตกแต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน เจ้าหมาป่าตรงหน้าที่อยู่ก่อนหน้าเขามาเป็นพันๆปีต้องรู้แน่นอน

               ‘เหอะ เจ้ามนุษย์เรื่องมากตามข้ามา รีบๆไปเอามันแล้วข้าจะได้ไปซักที’ เซียวจ้านว่าก่อนจะเปลี่ยนทิศมุ่งไปทางธารน้ำตกนำคนที่พึ่งเป็นนายมันสดๆร้อนๆไปหาของที่ต้องการ

               ระหว่างทางที่เดินตามเซียวจ้านมา อี้ป๋อพบว่าเซียวจ้านดูเดินเซๆแต่เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงเจ็บแผลจากที่ต่อสู้กันมาเมื่อกี้ จึงตั้งใจว่าถ้าเก็บดอกแสงจันทร์ได้อย่างที่ต้องการจะลงมือใส่ยาให้อีกฝ่าย จนมาถึงตรงหน้าปากถ้ำที่อยู่หลังน้ำตก เพราะโดนธารน้ำไหลปิดไว้รวมกับที่เป็นเวลากลางคืน ทำให้เขาไม่สังเกตเห็นมันมาก่อน ตอนที่เขากำลังจะเดินเข้าไปก็เห็นเซียวจ้านหยุดยืนอยู่กับที่ไม่ยอมก้าวขาตามเขาไปด้านใน

               ‘หลังจากนี้เจ้าเดินเข้าไปด้านในเรื่อยๆ จะเจอทะเลสาบแห่งหนึ่ง กลางทะเลสาบจะมีเนินหินที่มีแสงส่องจากด้านบน ตรงนั้นจะเป็นที่ของดอกแสงจันทร์ขึ้นอยู่

               “แล้วด้านในไม่มีตัวอะไรเฝ้าอยู่งั้นเหรอ”

               ‘ไม่มี เพราะพลังของดอกแสงจันทร์ทำให้สัตว์ในละแวกนี้ไม่เข้ามาใกล้

               “แล้วเจ้าจะไม่เข้าไปด้วยกันงั้นรึ”เขาหันกลับมาถามเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะไม่ยอมเข้าไปด้วย

               ‘อะไรของเจ้าข้าก็พาเจ้ามาถึงที่หมายแล้วยังไง

               “ข้าจะบรรลุเป้าหมายได้ต่อเมื่อเจอดอกแสงจันทร์แล้วเท่านั้น ข้าจะรู้ได้ไงว่าเจ้าจะไม่หลอกให้ข้าไปตาย เพื่อจะได้เป็นอิสระจากพันธะสัญญา”อี้ป๋อยียวนว่าจนเซียวจ้านถึงกับหงุดหงิดหายใจฟึดฟัดแล้วเดินนำเข้าไปในถ้ำ เขายิ้มมุมปากอย่างพอใจก่อนจะเดินตามเข้าไปข้างใน

 

               ภายในถ้ำเย็นเหยียบจากความเย็นของพื้นหินใต้น้ำตก เมื่อเดินมาได้ชั่วครู่อี้ป๋อก็พบทะเลสาบใสกลางถ้ำอย่างที่เซียวจ้านบอกจริงๆ แสงจันทร์ที่สอดส่องมาจากช่องผาด้านบนทำให้เห็นภายในถ้ำอย่างชัดเจน กลางทะเลสาปปรากฏเป็นเนินหินที่มีพื้นที่ให้พอยืนได้และบนเนินหินนั้นก็เป็นดอกไม้สีขาวกลีบบางที่กำลังส่องแสงเปล่งประกายอยู่กลางถ้ำ

               อี้ป๋อมองภาพดอกแสงจันทร์ด้วยความตื่นเต้น โดยไม่ทันสังเกตุเลยว่าคนที่พาเขามากำลังโดนเข้ามาด้วยท่าทางซวนเซเจียนจะล้ม ทั้งสองก้าวฝ่าทะเลสาปที่สูงแค่หัวเข่าอี้ป๋อเพื่อไปที่เนินหินตรงกลาง เมื่อก้าวเท้าลงไปเรื่อยๆอี้ป๋อพบว่าบาดแผลตามเนื้อตัวของตัวเองค่อยๆสมานกันจนแทบจะหายสนิท

               ฟึบจ๋อม!

               เสียงของบางอย่างตกน้ำทำให้อี้ป๋อหยุดเท้าที่กำลังเดินไปที่ทะเลสาบ ก่อนจะหันหลังไปหาทิศทางของเสียงแล้วเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างสุนัขสีดำตัวใหญ่ของเซียวจ้านทรุดตัวลง

               “เซียวจ้าน!!

               เขาส่งเสียงเรียกดัง ก่อนจะรีบวิ่งไปแล้วพยายามดึงอีกฝ่ายเข้าไปพักที่เนินหินกลางทะเลสาบ ถึงแม้จะได้พบดอกแสงจันทร์ที่แสนสำคัญแล้วแต่เขาก็เป็นห่วงคนที่พาเขาเข้ามาเช่นกัน เซียวจ้านปรือตามองเขาพร้อมหายใจแรง พยายามเอาหัวดันมือเขาแห่งพ้นจากตัว

               ‘ออกไป ไปให้พ้นข้า

               “ไม่ เจ้าเป็นอะไรทำใจดีๆไว้นะ”อี้ป๋อว่าเสียงเครียดอย่างทำตัวไม่ถูก เขาพึ่งได้สัตว์อสูรคู่พันธะสัญญามาและยังไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็นอะไรไปตอนนี้ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นดอกแสงจันทร์ที่กำลังเบ่งบานอยู่ เมื่อเหลือบมามองอาการของสุนัขตัวโตแล้วจะตัดสินใจเอื้อมมือไปเด็ดกลีบหนึ่งมาก่อนจะเอาบี้ให้เป็นชิ้นเล็กๆแล้วยัดเข้าไปในปากของอีกฝ่าย

               ช่างเถอะ ถ้าเขาจะแบ่งให้อีกฝ่ายซักกลีบคงไม่เป็นอะไรหรอกตอนนี้ขอแค่ทำให้อีกคนดีขึ้นได้ก็พอ

               อี้ป๋อเฝ้าดูอาการของอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง พลันก็เกิดแสงสีอ่อนราวกับแสงจันทร์เปล่งประกายออกมาจากตัวเซียวจ้านก่อนที่ ร่างหนาใหญ่ของหมาป่าดำจะค่อยๆหดเล็กลง แขนขาและลำตัวปรับเปลี่ยนจนเพรียวลงเหลือแค่ร่างบางขาวนวลของมนุษย์ ขนยาวหนานุ่มสีดำค่อยๆหายไปจนเหลือเพียงเส้นผมยาวสลวยที่แผ่ปกคลุมร่างของอีกฝ่ายไว้

               อี้ป๋อตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนไม่แน่ใจว่าร่างตรงหน้าใช่อสูรคู่พันธะสัญญาของเขาไหม มีเพียงหูเรียวและหางฟูสีดำเท่านั้น ที่บอกให้รู้ว่าร่างตรงหน้าเขายังคงเป็นเซียวจ้านจริงๆ

               “เจ้า... ทำอะไร”

               เสียงหวานที่เอ่ยออกมาจากอีกฝ่ายทำให้อกซ้ายของอี้ป๋อเต้นแรงขึ้น เด็กหนุ่มมองภาพงดงามตรงหน้าอย่างเผลอไผลก่อนจะลอยกลืนน้ำลาย

               ผิวเนียนขาวของอีกฝ่ายที่กำลังแปลเปลี่ยนเป็นสีชมพูจัดจากความร้อนที่อยู่ในตัว แผ่นอกเนียนหอบขึ้นลงเบาๆตามแรงอารมณ์ที่พุงสูงขึ้นบวกกับขาเรียวที่พยายามถูเข้าหากัน...

               อี้ป๋อยิ้มเครียดเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้เซียวจ้านบอกว่าช่วงนี้เป็นฤดูผสมพันธ์และจากที่อีกฝ่ายเหลือบมองพระจันทร์บ่อยๆก็ทำให้เขาก็เริ่มพอจะเดาได้ว่ามันคงมีผลกับเจ้าตัวอย่างแน่นอน

               ช่วงติดสัตว์สินะ...

               เขาคิดขณะมองดวงตาปรือสีทองสว่างที่ช้อนมองเขาอย่างหลงใหล ปากแดงที่กำลังหอบหายใจอยู่นั้นก็ชวนให้เข้าไปใกล้เสียเหลือเกิน อี้ป๋อไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังขยับร่างเข้าไปใกล้กับอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น ผมสีดำยาวที่ปิดบังร่างนั้นแทบไม่ช่วยอะไรเลยซ้ำยังทำให้ร่างบางดูเย้ายวนขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เขารู้อยู่ว่าเซียวจ้านเป็นตัวผู้ เห็นได้จากส่วนน่ารักสีชมพูที่โผล่ออกมาให้เขาเห็นวับๆแวมๆนั่น แต่อี้ป๋อก็รู้สึกมันช่างน่ารักเสียเหลือเกินจนอยากเข้าไปสัมผัส

               ตัวเขาเองก็เริ่มร้อนขึ้นทีละนิด... ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะกลิ่นกายของอีกฝ่ายที่เคยบอกว่าเรียกให้หมาป่าตัวอื่นเขามาผสมพันธ์แต่พอกลายร่างเป็นคนจึงมีผลกับเขา หรือเพราะตัวอีกฝ่ายก็ดูน่าจับกินกันแน่ รู้ตัวอีกทีมือหนาก็ยื่นออกไปสัมผัสที่เอวบางของอีกฝ่ายแล้ว

               “เจ้า...กำลังจะทำอะไรอี้ป๋อ ข้าร้อน เจ้าถอยออกไป”

               เสียงหวานบอกอย่างกระท่อนกระแท่น แต่ไม่อาจหยุดมือที่กำลังลูบไล้อย่างหลงใหลได้ วินาทีนั้นเองทีอี้ป๋อเอ่ยปากตอบอย่างเผลอไผล

               “ข้า จะช่วยเจ้าเอง”

           CUT

               เมื่อพายุอารมณ์พัดผ่านไปก็พอดีกับที่แสงแรกของวันสาดเข้ามาจากปล่องถ้ำด้านบน เผยให้เห็นสองร่างที่ตระกองกอดก่อนอยู่บนเนินบริเวณดอกแสงจันทร์ หวังอีัป๋อเป็นฝ่ายที่ขยับตัวลืมตาก่อน ตาคมกระพริบถี่ๆเพื่อปรับให้ชินกับแสงก่อนจะก้มหน้าลงมองคนในอ้อมกอดของตัวเอง ซับชั้นในสีขาวของเขาถูกสวมให้กับคนตัวบาง ดวงหน้าหวานฉายแววเหนื่อยอ่อนจากการเอาแต่ใจของเขาเมื่อคืน อันที่จริงฤทธิ์กำหนัดของอีกฝ่ายดูจะอ่อนลงตั้งแต่เมื่อตอนรุ่งสาง แต่หลังจากนั้นเหมือนจะเป็นเขาที่ยังตักตวงจากอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมอิ่ม

               อี้ป๋อแกล้งงับเขาที่ใบหูอีกฝ่ายเบาๆอย่างหยอกเย้า เพื่อปลุกให้คนในอ้อมแขนตื่นจากนิทรา ใบหูที่ปรกคลุมด้วยขนสีดำกระดิกไปมาเล็กน้อย พร้อมกับที่คนตัวบางขมวดคิ้วพร้อมกับขยับตัวอย่างรำคาญ ทำเอาคนขี้แกล้งระบายยิ้มเต็มใบหน้าอย่างเอ็นดูแบบที่ไม่เคยทำมาก่อนยามที่อยู่ในตระกูลที่มีกฏข้อบังคับมากมาย คนขี้แกล้งยังไม่ยอมหยุดมือ ยื่นนิ้วชี้ไปกดเข้าที่ปมคิ้วเบาๆลากลงไปตามสันจมูกโด่ง ก่อนที่คนที่เขาคิดว่าหลับอยู่จะยื่นหน้ามางับเข้าที่นิ้วเขาเร็วๆ

               "โอ๊ย! เจ็บนะ เป็นหมารึไงเนี่ย"

               "ก็เป็นหมาน่ะสิ ใครใช้ให้เจ้ามากวนเวลาข้านอน"เซียวจ้านว่า แต่หัวทุยก็ซุกซบเข้าหาอีกฝ่ายอย่างต้องการหาไออุ่น อากาศตอนเช้าในป่านั้นเย็นมาก เมื่อก่อนที่เขายังอยู่ในร่างหมาป่ามีขนหนาๆปกคลุมจึงอยู่ได้อย่างสบาย แต่ตอนนี้เนื้อหนังของมนุษย์ทำให้การรับมือกับอุณหภูมิภายนอกของเขาน้อยลง

               ส่วนเจ้าของอกอุ่นนั้นก็ไม่ว่าอะไรซ้ำยังกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ก่อนจะพูดเสียงเบา

               "เพราะว่าข้าจะต้องนำดอกแสงจันทร์กลับไปที่หมู่บ้านแล้ว..."

               เจ้าหมาน้อยที่ได้ยินก็นิ่งเงียบไปครู่นึง ก่อนจะขืนตัวจากอีกฝ่ายแล้วลุกขึ้นนั่ง เพราะอาการเสียดที่ด้านหลังทำให้ขยับตัวยากไปสักหน่อย หวังอี้ป๋อเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างเป็นคำถาม หมาน้อยเซียวจ้านไม่ตอบอะไรนอกจากค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นช้าๆอย่างระมัดระวังจนเขารีบรั้งร่างอีกฝ่ายลงมาอีกครั้ง

               "เจ้าคิดจะไปไหน"

               "กลับบ้าน"

               "บ้านที่ไหนกัน"

               "ในป่าทางใต้ ข้าต้องกลับฝูงของข้า ป่านนี้พวกนั้นคงออกตามหาข้ากันวุ่น"

               "แล้วเจ้าไม่กลัวโดนพวกนั้นจับทำอะไรแล้วรึไง"

               "ไม่ หมดคืนเต็มดวงแล้ว กว่าช่วงนี้จนวนมาอีกครั้งก็ปีหน้านู่น"เซียวจ้านตอบไป แม้ในใจจะอยากบอกว่าเขายังจะต้องกลัวอะไรเลย ในเมื่อคนที่น่ากลัวที่สุดของคนตรงหน้าเขานั่นแหละที่หลอกกินเต้าหู้เขาเสียจนหมดตัว ตัวก็เงียบไว้เพราะกลัวคำพูดจะย้อนกลับเข้ามาหาตัวเอง

               "แล้วเจ้าจะกลับไปที่ฝูงสภาพนี้น่ะเหรอ?"หวังอี้ป๋อถามพลางใช้สายตากวาดไปทั่วร่างของอีกฝ่าย เพื่อบอกให้รู้สถานะของเขาตอนนี้ เซียวจ้านก้มหน้าดูสภาพร่างตัวเองก่อนจะถอนหายใจ ใช่ การกลืนดอกแสงจันทร์ลงไปแม้เพียงส่วนหนึ่งก็ผันร่างเขาให้กลายเป็นมนุษย์ไปเสียแล้ว แม้จะสามารถแปลงกายเป็นอสูรหมาป่าเช่นเดิมก็คงสภาพได้เพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เขาคงกลับไปสภาพนี้ไม่ได้อสูรที่มีรูปลักษณ์แตกต่างจากพวกย่อมโดนกีดกันออกจากฝูงได้โดยง่าย

               “แล้วเจ้าจะให้ข้าทำยังไง เจ้าก็ต้องกลับไปหมู่บ้านของเจ้า”เซียวจ้านว่า นัยน์ตาฉายแววเหงาหงอยลงชั่วครู่

               “ก็ไปกับข้า”

               “ไปอยู่กับเจ้า!? แต่ข้าเป็นอสูรจะไปอยู่กับเจ้าได้ยังไง”คนตัวบางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่คิดว่าอีกฝ่ายคงเสียสติไปแล้วแน่ๆ แต่อี้ป๋อทำเพียงระบายยิ้มออกมา

               “แต่เจ้าเป็นอสูรคู่พันธะสัญญาของข้า การที่จะติดตามผู้เป็นนายอย่างข้าย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกไม่ใช่รึ”

               “แต่ว่า... คนในตระกูลเจ้าจะไม่แปลกใจรึไงที่เห็นอสูรเดินไปมาในบ้าน”

               “เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อไรก็ตามที่ข้าใช้ดอกแสงจันทร์เพิ่มพลังจนสามารถกลายเป็นเซียนขั้นสูง เมื่อนั้นข้าจะย้ายออกไปอยู่ด้านนอกคนเดียว และไม่ต้องสนใจสายตาผู้ใดอีก”

               “ตะ แต่ว่า...”คนหน้าหวานแม้จะคล้อยตามแต่ก็ยังคิดไม่ตก ในเมื่อการที่จู่ๆต้องกลายเป็นมนุษย์ก็เป็นเรื่องที่ต้องกังวลอยู่แล้ว และยังต้องไปใช้ชีวิตกับมนุษย์กลุ่มใหญ่อีก หวังอี้ป๋อถอนหายใจแรงก่อนจะเรียกเสียงดัง

               “เซียวจ้าน!!!”

               “ห้ะ ห๊า”เจ้าหมาน้อยทำหน้าตาเหรอหราอย่างตกใจที่จู่ๆอีกฝ่ายก็เปลี่ยนท่าทีเป็นขึงขัง

               “เจ้าเป็นอะไรกับข้า?”อี้ป๋อถามด้วยสีหน้าจริงจัง จนเซียวจ้านรีบตอบ

               “อะ อสูรคู่พันธะ”

               “แล้วอสูรคู่พันธะมีหน้าที่ต้องทำอะไร”

               “รับใช้นายคู่พันธะสัญญา...”

               “ดี งั้นข้าขอสั่งให้เจ้า ติดตามข้าหลังจากนี้ไป”ร่างสูงยกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะสั่งประโยคต่อไปด้วยสีหน้าเหนือกว่า

               “ตะ แต่ว่า...”

               “ไม่มีแต่ หรือเจ้าคิดจะหนีไปที่ไหนอีก?”

               “มะ ไม่ใช่ แบบนั้น เจ้าก็รู้ว่าต่อให้ไปที่ไหน เจ้าก็สามารถเรียกข้าให้กลับมาได้ทั้งนั้น ข้าเพียงแค่กังวลเท่านั้นว่าอาจจะกลายเป็นภาระให้เจ้า”เจ้าหมาน้อยรีบปฏิเสธเป็นพัลวันเพราะกลัวอีกฝ่ายเข้าใจผิด การที่จู่ๆมีใครสักคนมาอยู่ด้วยทำไมจะไม่ใช่เรื่องดีกันล่ะ แต่ที่มันกังวลก็เพราะกลัวว่าการติดตามไปด้วยจะทำให้นายใหม่ของมันคนนี้ลำบากต่างหาก หวังอี้ป๋อยิ้มบางพร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้เจ้าคนน่ารักแล้วว่าต่อ

               “ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องเก็บมาคิด หลังจากนี้ แค่คิดถึงเพียงข้า แค่นั้นพอ”

 

               หลังจากนั้นไม่นาน อสูรหมาป่าทมิฬเซียวจ้าน ถูกพาตัวกลับไปที่ตระกูลหวัง พร้อมแปลงกายหลบซ่อนหูและหางจากสายตาผู้คน แม้ในตอนแรกจะถูกตั้งคำถามจากผู้คนมากมาย แต่เมื่อหวังอี้ป๋อที่ได้รับพลังปราณจากดอกแสงจันทร์จนเข้ารับตำแหน่งผู้นำตระกูลคนต่อไป เป็นคนเอ่ยปากรับเซียวจ้านเข้ามาในฐานะคูณหนูคนใหม่ของตระกูลก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องเจ้าหมาป่าอีกเลย

               หลายปีต่อมา หวังอี้ป๋อก็เข้ารับตำแหน่งผู้นำตระกูลหวัง ตระกูลนักล่าอสูรที่มีชื่อเสียงที่สุดแต่ใครเลยจะรู้ว่า ตำแหน่งคนรักของนายท่านใหญ่กลับเป็นอสูรหมาป่าทมิฬ อสูรชั้นสูงที่บำเพ็ญตนมาเป็นหมื่นปีจำแลงกายมา หลังจากนั้นมาทั้งคู่ก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

               “อาเยวี่ยน... อาเยวี่ยน”

               คนเป็นแม่ส่งเสียงเรียกคนในอ้อมกอดเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอเป็นสัญญาณว่าคนตัวเล็กกำลังหลับสนิท เจ้าตัวก็ค่อยๆผละออกจากเตียงนอนนุ่ม ไม่ลืมดับเทียนและเดินออกมาจากห้องอย่างเงียบเชียบ

               เมื่ออกมาด้านนอกระหว่างที่กำลังจะเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง ก็ถูกอ้อมกอดของใครบางอ้อมมาจากด้านหลังและรั้งตัวเขาไว้ เขายิ้มบางเมื่อรู้ว่าเจ้าของอ้อมกอดเป็นใคร

               นับวันวิชาของอีกฝ่ายยิ่งเก่งกล้าจนเขาแทบจะจับสัมผัสไม่ได้ว่าอีกฝ่ายเข้ามาตอนไหน เขาหมุนตัวกลับมาหาเจ้าของอ้อมกอดเขย่งตัวกดจูบเข้าที่ปลายคางเขียวครึ้ม มองคนตรงหน้าที่ร่างกายสูงใหญ่กว่าเมื่อแรกพบกันมากนัก

               “กลับมาแล้วเหรอ”

               “กลับมาแล้ว”

               “รอบนี้เป็นยังไงบ้าง”

               “ข้าเจอชาวบ้านลอบเข้าไปฝึกวิชาในเขตป่า เกรงว่าจะรบกวนพวกสัตว์ในนั้นจึงนำตัวกลับมาที่หมู่บ้าน” คนตัวสูงว่าพลางโอบเอวบางของอีกฝ่ายไปทางห้องพักของทั้งสอง

               “หึ ใครกันนะที่ลอบเข้าป่าไปขโมยดอกแสงจันทร์อย่างไม่เกรงกลัวว่าสัตว์ในป่าจะแตกตื่น”คนตัวบางเอ่ยเย้าก่อนจะเดินนำเข้าไปในห้องนอน

               “โถ่ เสี่ยวจ้าน ตอนนี้ข้าถึงชดใช้โดยการไม่ให้ใครไปรุกรานป่าผืนนั้นอย่างไรล่ะ”นายท่านตระกูลหวังว่าเสียงอ้อน อย่างที่ไม่เคยมีทำกับผู้ใด เห็นจะมีเพียงคนรักของนายท่านหวังและครอบครัวเท่านั้น ที่จะได้สัมผัสความอบอุ่นนี้

               “ข้าแค่หยอกเจ้าเล่น มาเถอะเจ้าเหนื่อยมาทั้งวัน ข้าต้มน้ำอุ่นไว้ให้เจ้าแล้ว”คนตัวบางว่าพลางช่วยอีกฝ่ายปลดเสื้อคลุมสีแดงตัวนอก สัญลักษณ์ของตระกูลหวังออก แต่ถูกอีกฝ่ายรั้งเอวเข้าหาตัว

               “วันนี้ข้าเหนื่อยเหลือเกิน ถ้าอยากให้เจ้าช่วยอาบน้ำให้ข้าได้หรือไม่”หนุ่มใหญ่ว่าด้วยสายตาแพรวพราวจนอีกฝ่ายส่ายหัว แต่ก็รีบหลังอีกฝ่ายเข้าไปในห้องน้ำอย่างไม่ได้ปฏิเสธอะไร

               “อ่อ เดี๋ยวเซียวจ้าน”ร่างสูงฝืนตัวไว้ก่อนจะหันกลับมาหาคนด้านหลัง แล้วยิ้มพราย จนคนด้านหลังเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

               “ข้า... อยากเห็นร่างนั้นของเจ้า”ตาพราวระยับมองมาอย่างคาดหวัง ก่อนจะโดนถลึงตาใส่

               “เจ้าลูกเต่า จะขอมากเกินไปแล้ว”

               “เถอะนะจ้านๆ อีกไม่นานข้าก็ต้องไปต่างเมือง และคงคิดถึงเจ้ามากๆ...”คนตัวสูงมองแบบเว้าวอน จนเขาได้แต่ถอนหายใจ อสูรหมาป่าทมิฬที่หลังจากมีลูกชายให้เขาหนึ่งคนแล้ว กลับยิ่งงดงามกว่าตอนที่พบเจอกันเป็นทั่วตัว หลับตาลงชั่วครู่ ก่อนที่หูสีดำที่มีขนนุ่มปกคลุมจากปรากฏขึ้น พร้อมพวงหางสีดำนุ่มฟูก็กวัดไกว่มาจากด้านหลังแล้วไล้เข้าที่ปลายจมูกของคนตัวโตอย่างหยอกเย้า

                “แค่นี้พอใจจะรึยัง”คนงามว่าพลางยกยิ้ม คนตัวสูงรีบปราดเข้าไปหาพลางช่วยปลดเสื้อผ้าออกจากกายบาง ปาก็พร่ำบอกอย่างหลงใหล

               “งดงามเหลือเกิน จ้านๆของข้า”ก่อนจะกระหวัดช้อนตัวอีกฝ่ายเข้ามาไว้ในอ้อมกอด แขนเรียวยกโอบรอบคออีกฝ่ายไว้ เช่นเดียวกับหางสีดำที่ไล้พันรอบเอวหนาอย่างเย้ายวน ร่างหนาไม่รอช้ารีบพาร่างอีกฝ่าย มุ่งเข้าไปในม่านไอน้ำที่ลอยคลุ้งออกมา ก่อนจะเริ่มพร่ำบอกรักอีกฝ่าย อย่างที่เคยทำมาตลอด 20 ปี

 

                 


---------------------------------


จบบบ จริงจัง ฉากคัทก็... เอาชื่อเรื่องไปเสิร์ชใน รีดอะไรท์แล้วกันเนอะ -..- 
ขอบคุณที่ติดตามเรื่องสั้นเรื่องน้อยๆนี้มาตลอดนะคะ 
ไว้โอกาสหน้า มีพล็อตสนุกๆใหม่ๆมา ฝากติดตามผลงานครั้งถัดไปด้วยค่า :D

ผลงานอื่นๆ ของ little.whale

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 -Atitaya- (@-Atitaya-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 19:44
    เขินนนน
    #2
    0
  2. #1 LOCKET HEARTLOVE (@kano-2) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 12:40

    (灬♥ω♥灬)
    #1
    0