นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[Reborn] Once upon a time กาลครั้งหนึ่ง...กับเธอผู้เป็นนิรันดร์

ความรักเกิดในความฝัน...เราสมรสโดยไม่รู้จักกัน มีแค่จูบร่ำลาความสัมพันธ์ กลายเป็นเพียงกาลครั้งหนึ่งของฝันดี

ยอดวิวรวม

1,209

ยอดวิวเดือนนี้

17

ยอดวิวรวม


1,209

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


70
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 ต.ค. 62 / 20:18 น.
นิยาย [Reborn] Once upon a time Ť˹...Ѻͼ繹ѹ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



        เด็กสาวคนหนึ่งที่ทั้งชีวิตไม่เคยสนใจเรื่องความรัก ปราศจากความคิดแสนโรแมนติก ไร้ซึ่งความเพ้อฝัน ไม่เคยเชื่อมั่นว่าโลกนี้จะมีรักแท้เพียงแรกเจอ ทว่าวันหนึ่ง ในขณะที่กำลังหลับใหล เธอกลับฝันว่าตัวเองอยู่ในชุดสีขาวเบาพลิ้ว ถูกจูงมือเข้าประตูโบสถ์โดยมีชายหนุ่มแปลกหน้ายืนรออยู่สุดปลายพรม พิธีวิวาห์ในห้วงฝันดำเนินท่ามกลางความรู้สึกแปลกประหลาด หัวใจที่เคยเฉยชาเต้นกระหน่ำ ใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่มีวันลืม หนึ่งจุมพิตหวานร้อนกลายเป็นความตราตรึงชั่วนิรันดร์


 

       ฟิคสั้นเรื่องนี้มีแรงบันดานใจจากเพลง “ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ” ซึ่งพล็อตดันเด้งเข้ามาในหัวกะทันหันตอนฟังเพลงอยู่ พล็อตค่อนข้างไร้ความสมเหตุสมผล เอาเป็นว่าแต่งเพื่อสนองนี้ด(ความคลั่งปู่) ของตัวเองล้วนๆ และอยากจะแชร์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยกันค่ะ (ปลดปล่อยจินตนาการ)




[ขออนุญาตเจ้าของภาพและข้อมูลที่นำมาใช้ในนิยายเรื่องนี้]

ขอบคุณธีมสวยๆ จาก

https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1155379


?theora

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 ต.ค. 62 / 20:18




         แสงยามสนทยาอาบไล้ไปทั่วผืนฟ้า ทั้งยังเผื่อแผ่มาถึงอาคารบ้านเรือนและผู้คนด้านล่าง เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมบาโรก ตัวอาคารจัดวางไว้อย่างมีแบบแผน พื้นถนนและทางเท้าถูกปูด้วยอิฐเรียบเสมอกัน

 

        เด็กสาวร่างเล็กในชุดสีขาวบริสุทธิ์ยืนอยู่หน้าโบสถ์บาโรก ข้างหลังของเธอคือแม่น้ำที่ทอดยาวไปไกลเหมือนเป็นเส้นเลือดใหญ่ของที่นี่ มีเรือหลายลำสัญจรไปมาในทางน้ำ แต่ไม่ได้ทำให้มันดูแออัด

 

        บรรยากาศรอบข้างเบาหวิวเหมือนตัวจะลอยให้ได้ แม้แต่ชุดที่อยู่บนร่างยังไม่รู้สึกว่าหนัก ราวกับชายผ้าคือขนนกนุ่มลื่นที่ปัดผ่านผิว การเป็นเจ้าสาวดูสบายต่างจากที่เคยจินตนาการเอาไว้มาก

 

       กำลังฝันสินะ...

 

       เธออายุเพียงแค่สิบหกเท่านั้น บางทีเจ้าบ่าวของวันนี้คงต้องโดนข้อหาพรากผู้เยาว์เสียแล้ว

 

      มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอ ผ้าคลุมเจ้าสาวบดบังสายตาจนใบหน้าเขาเลือนราง แต่รู้ได้ว่าไม่ใช่คนรู้จัก ทั้งอย่างนั้นก็พอจะมองเห็นรอยยิ้มยินดีของอีกฝ่าย

 

        เด็กสาวเดาว่าเขาคงทำหน้าที่แทนพ่อของเธอ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม...พ่อเธอยังไม่ตายสักหน่อย

 

        ทั้งๆ ที่คิดว่ามันไร้เหตุผล แต่เธอก็จับมือหนาทันทีที่เขายื่นมาให้ราวกับร่างกายนี้ขยับไปเอง เด็กสาวถูกจูงเข้าไปในโบสถ์ที่มีแขกเหรื่อหนาตา พวกเขานั่งนิ่งๆ มีรอยยิ้มยินดีบนใบหน้าเลือนรางนั่น ทว่าไร้ชีวิตชีวาเหมือนเป็นแค่บุคคลภายในภาพวาดภาพหนึ่ง

 

        ภายในโบสถ์หรูหรากว้างขวาง แสงเทียนส่องมาจากแชนเดอเลียร์หลายอัน ส่งเสริมให้ทุกพื้นที่ดูสว่างไสวและงดงามจับตายิ่งขึ้น กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้โชยแตะจมูก มันเหมือนจริงแต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนฝัน เพราะกลิ่นนั้นช่างบางเบาชวนให้รู้สึกว่าจับต้องไม่ได้ สุดปลายพรมสีแดงที่เธอเดินคือแท่นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์

 

        มีชายสองคนกำลังยืนอยู่ที่นั่น หนึ่งในนั้นคือศาสนาจารย์ที่แม้จะมองเห็นหน้าไม่ชัด แต่ก็รับรู้ได้ถึงความสุขุมเอื้ออารี ส่วนอีกคนจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าบ่าวของเธอเอง

 

       เขาเป็นชายร่างสูงท่าทางสง่างามน่าเกรงขาม แผ่นหลังกว้างดูภูมิฐานและมีความเป็นผู้นำ บรรยากาศรอบตัวแม้จะมองจากตรงนี้ก็ยังรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยน เรือนผมสีทองซอยละต้นคอ มันยุ่งฟูแต่ไม่ได้ดูรกตา กลับกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่ดูมีเสน่ห์

 

          เด็กสาวรู้ว่านี่มันเป็นแค่ความฝัน คนที่แม้แต่แฟนยังไม่คิดมีอย่างเธอดันมาฝันว่ากำลังจะแต่งงานกับใครก็ไม่รู้แบบนี้ หากเล่าให้พวกลิงทโมนฟังพวกมันต้องหัวเราะจนสำลักน้ำลายแน่

 

           เธอเป็นเด็กสาววัยสิบหกที่ไม่ใช่คนช่างฝัน วันๆ มีแต่เที่ยวกับเพื่อนและทำอะไรตามใจโดยปราศจากเรื่องโรแมนติกในหัว ทว่าตอนนี้ใจที่เคยเฉยชากลับสั่นระรัวอย่างตื่นเต้น ในแต่ละก้าวที่ย่างเดินทำให้เข้าใกล้เขาไปทุกขณะ ชายหนุ่มคนนั้นหันมาทางนี้ช้าๆ แต่เธอเห็นไม่ชัดว่าเขาทำสีหน้าแบบไหนอยู่

 

         ในที่สุดก็ถึงแท่นพิธี เจ้าบ่าวของวันนี้เดินมารับตัวเธอ ฝ่ามือหนาที่กุมอยู่นั้นอุ่นจนร้อน อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ให้รู้สึกได้ว่าเขาคือมนุษย์จริงๆ แต่เด็กสาวกลับไม่สามารถบังคับตัวเองให้มองเขาได้ สิ่งที่เธอทำได้คือการมองศาสนาจารย์ผ่านผ้าคลุมสีขาว ทั้งๆ ที่ใจอยากจะเลิกมันออกแล้วมองหน้าเจ้าบ่าวตัวเองให้สมกับความข้องใจนี้

 

         เขาเป็นใครกันนะ...

 

        ชายหนุ่มเองก็รู้สึกสงสัย ความประหลาดใจและความอยากรู้อยากเห็นเข้าทักทายไม่หยุดหย่อน

 

         ชื่อของเขาคือจีอ๊อตโต้ หรือที่ถูกเรียกโดยคนทั่วไปว่าวองโกเล่พรีโม่ เขาเป็นบอสของแก๊งมาเฟียอันดับต้นๆ ของอิตาลี่ แต่ทว่าตอนนี้กลับไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหน และมาเข้าพิธีแต่งงานกับสาวแปลกหน้าคนนี้ได้ยังไง

 

         ความฝันงั้นหรือ...

 

         สายตาของบุรุษแห่งนภาจ้องมองผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าสาวของตน เธอตัวเล็กมาก ส่วนสูงมีเพียงแค่อกเขา มองแล้วก็รู้สึกว่าตัวนุ่มนิ่มชวนให้หมั่นเขี้ยว ใบหน้าของเธอเชิดขึ้น ไหล่มนที่โผล่พ้นการปกปิดตั้งตรงเช่นเดียวกับแผ่นหลัง...เยาว์วัยแต่งดงาม คือคำจำกัดความที่แวบเข้ามาในหัวของจีอ๊อตโต้

 

         กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์โชยมาจากแม่ตัวเล็ก น่าแปลกที่แต่เดิมสิ่งรอบข้างล้วนบางเบาเหมือนฝัน กลิ่นดอกไม้ก็อ่อนเสียจนเหมือนว่ามันอยู่ไกลแสนไกล ทว่ากลิ่นและเนื้อตัวอุ่นๆ ของเจ้าหล่อนกลับชัดเจนเหมือนมีตัวตนอยู่จริง

 

       หัวใจแกร่งคันยุบยิบราวกับมีมดหลายร้อยตัวมาไต่ ปลายนิ้วที่สัมผัสมือเนียนนุ่มเหมือนผิวเด็กเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวาบปลาบ

 

         จีอ๊อตโต้ไม่สามารถละสายตาไปจากเจ้าสาวนิรนามของตนได้เลย เขาคอยจับจ้องเธอผ่านผ้าคลุมสีขาวบางๆ แต่กลับสามารถบดบังใบหน้าเธอให้เลือนรางแทบมองไม่เห็น

 

         ยังเด็กมาก...จีอ๊อตโต้รับรู้ได้ในทันที เครื่องหน้าที่เห็นเลือนรางดูอ่อนเยาว์ ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดดูเด่นชัดกว่าส่วนอื่นเผยอขึ้น บางครั้งก็เม้มมันเหมือนสาวเจ้ากำลังตื่นเต้น ดวงตาที่ถูกบดบังเกือบมิดขยุกขยิก เธอกรอกซ้ายกรอกขวาทั้งดูอยากรู้อยากเห็นและข้องใจกับสิ่งที่เกิดไม่ต่างจากเขา

 

         ช่างน่าเอ็นดู

 

         เด็กสาวได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะขลุกขลัก เขาทั้งดูขบขันและเอ็นดูในเวลาเดียวกัน ซึ่งเธอก็กระแอมเตือน เพราะไม่ชอบนักกับการที่ถูกคนแก่กว่ามาหัวเราะใส่แบบนี้

 

         มันเหมือนกับว่าเธอเป็นเด็กไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่ชอบเอาเสียเลย

 

        จีอ๊อตโต้ยกยิ้มบางเบา แม้จะเป็นแค่เสียงกระแอม แต่กลับรับรู้ได้ถึงความหวานใส ใบหน้าหล่อเหลาที่ปกติมักเป็นเสือยิ้มยากดูอ่อนโยนเหนือสิ่งอื่นใด เขาหันกลับไปมองการทำพิธีของศาสนาจารย์ได้สักพักแล้ว แต่สตินึกคิดกลับวนเวียนอยู่ที่คนข้างกายไม่เปลี่ยน 


         มือบางยังอยู่ใต้การเกาะกุมของเขา ชายหนุ่มถือวิสาสะไล้หัวแม่มือสำรวจผิวเธออย่างใคร่รู้ แม้ว่าแม่ตัวเล็กจะพยายามดึงมือออกก็ตาม

 

         เธอแรงเยอะกว่าผู้หญิงด้วยกัน  แต่มันก็ยังพ่ายแพ้แก่บอสมาเฟียอย่างเขาอยู่ดี

 

        เด็กสาวนิ่วคิ้วเล็กๆ แต่ไม่ได้รู้สึกรังเกียจสัมผัสเขา ความอ่อนโยนที่ส่งผ่านมาทางปลายนิ้วชวนให้รู้สึกมั่นคง แต่ในขณะเดียวกันความร้อนที่ส่งมาด้วยก็ทำให้รู้สึกวูบวาบราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่าน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงโชยมาจากตัวเขา มันชัดเจนและรับรู้ถึงตัวตนได้มากกว่าสิ่งรอบกายทั้งหมด

 

       ราวกับว่าเธอและเขาคือคนที่มีตัวตนอยู่จริงในโลกแห่งความฝัน

 

         และจนป่านนี้เธอก็ยังหันไปมองเขาไม่ได้ ใบหน้าเหมือนถูกบังคับให้มองตรงอย่างเดียว แต่หูก็ยังได้ยินเสียงศาสนาจารย์ มันดูเบาหวิวแต่ก็ฟังได้ศัพท์มากกว่าเสียงผู้คนในโบสถ์หรือแม้แต่ข้างนอก ก่อนเธอจะได้ยินเสียงที่ชัดเจนยิ่งกว่าเสียงใดทั้งหมดออกมาจากเขาเมื่อศาสนาจารย์บอกให้กล่าวคำสาบาน


       ทั้งสองหันหน้ามาเผชิญกัน เด็กสาวรู้สึกราวกับว่าร่างกายถูกบังคับให้ขยับ เธอควบคุมตัวเองไม่ได้เลยสักนิด

 

       “ ข้าจะขอรับเจ้าเป็นภรรยา และขอสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเจ้าทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยและสบาย เพื่อรักและยกย่องให้เกียรติเจ้าจนกว่าชีวิตจะหาไม่” เสียงทุ้มน่าฟังกล่าวอย่างไร้ซึ่งความลังเล ทั้งๆ ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นใคร


       จีอ๊อตโต้รับแหวนมาจากเด็กผู้มีหน้าที่ถือ เขาประคองมือที่ไม่เคยปล่อยตั้งแต่แรกขึ้นมา แล้วบรรจงสวมพันธการนี้ให้เด็กสาว...รัดรึงเธอไว้ด้วยเครื่องหมายอันชอบธรรม

 

         คราวนี้ศาสนาจารย์บอกให้ฝ่ายเจ้าสาวกล่าวคำสาบานบ้าง ทว่าเธอกลับนิ่งเงียบ

 

         จะให้พูดได้ยังไง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร และถึงจะให้คิดว่าเป็นแค่ความฝัน พูดไปให้มันจบๆ ก็ยังมีปัญหาอยู่ดี

 

          เธอพูดประโยคสาบานยาวๆ นั่นไม่ได้หรอกนะ...ทวนให้ฟังใหม่หรือส่งโพยให้อ่านได้ไหมล่ะ?

 

        แขกเหรื่อในงานที่เหมือนเป็นส่วนประกอบในภาพวาดไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร แม้แต่ศาสนาจารย์ผู้ที่เป็นคนดำเนินพิธียังไม่กล่าวเร่งเด็กสาว จะมีก็เพียงแต่ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าบ่าวที่ร้อนรน

 

       แม้รู้ว่ามันไร้เหตุผล แต่ตอนนี้จีอ๊อตโต้อยากแต่งงานกับเธอที่เขาไม่รู้จัก และปรารถนาที่จะให้พิธีนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่น เพราะฉะนั้นการที่เธอนิ่งเงียบจึงนำพาความร้อนใจมาให้เขาอย่างมหาศาล

 

         “เด็กน้อย” จีอ๊อตโต้เอ่ยเรียกเธอเป็นครั้งแรก ดวงตาทอดมองใบหน้าที่ไม่ยอมเงยขึ้นมองเขาสักที เธอเอาแต่จดจ้องแผงอกของเขาที่อยู่ระดับสายตาพอดีราวกับมันน่าสนใจนักหนา...อนิจจา ชายหนุ่มคงไม่รู้ว่าเธออยากมองหน้าเขาใจจะขาดแต่ทำไม่ได้

 

         “......” เด็กสาวนิ่งเงียบเพราะไม่รู้ว่าควรจะตอบดีหรือไม่ เมื่อบุคคลในฝันกำลังสื่อสารกับเธอ

 

        “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใคร มีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ แต่ข้าอยากให้เจ้ารับรู้ ว่าฝันครั้งนี้เป็นฝันที่ดีของข้า เพราะฉะนั้นได้โปรดทำให้ข้าสมหวัง...กล่าวคำสาบานของเจ้า” เสียงเขาไม่ได้ดูเว้าวอนแต่กลับรู้สึกว่าถูกโน้มน้าว มันชักจูงให้คล้อยตามได้ง่าย และช่างอ่อนโยนจนเด็กสาวทำตัวไม่ถูก...เธอค่อนข้างแพ้คนอ่อนโยน ไม่ใช่ในเชิงหวั่นไหว แต่เป็นเชิงทำตัวไม่ถูกมากกว่า

 

         “.....”

 

         “คนดี” จีอ๊อตโต้ทอดเสียงเรียกเธออีกครั้ง

 

        “ฉัน...” เสียงใสถูกเปล่งออกมาเป็นคำครั้งแรก ภาษาที่ทั้งคู่ใช้นั้นแตกต่างกัน บ่งบอกว่าเป็นคนที่อยู่ต่างช่วงเวลา แต่ตอนนี้มันกลับไม่ได้รับความใส่ใจ

 

         “ลังเลอะไรหรือ” เขาจับกระแสความไม่แน่ใจของเธอได้จากน้ำเสียง

 

          เด็กสาวกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง รู้สึกเสียหน้าเล็กๆ แต่ก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ “คำสาบานมันพูดยังไง...ไม่เคยแต่งงาน”

 

          “หึๆ” ชายหนุ่มหัวเราะขลุกขลัก เขาทั้งขบขันและเอ็นดูเธอ คราวนี้เด็กสาวสามารถขยับตามใจนึกได้ แม้จะเป็นเพียงแค่การกรอกดวงตาเขียวปั๊ดมองเขาก็เถอะ

 

         “พูดตามข้าสิ....” จีอ๊อตโต้ใช้เสียงนุ่มละมุนปัดเป่าความขุ่นเคืองของเธอออกไป ก่อนจะชักนำเด็กสาวให้กล่าวคำสาบานว่าจะเป็นภรรยาของเขาจนเสร็จสิ้น พิธีทุกอย่างใกล้จะจบ หัวใจแกร่งที่แต่เดิมเต้นในจังหวะปกติเริ่มสั่นระรัวอย่างตื่นเต้น

 

           เขาเฝ้ารอทุกการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ศาสนาจารย์บอกให้จูบสาบาน หรือตอนที่เขาเลิกผ้าคลุมเธอออก...อยากเห็นหน้าเหลือเกิน

 

          คนทั้งคู่ราวกับต้องมนต์สะกด มือหนาเชยคางมนให้เงยขึ้น ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักกว่าที่จีอ๊อตโต้จินตนาการไว้ ผิวขาวนวลเนียนแต้มเลือดฝาดและแก้มใสป่องออกมาเหมือนเด็กน้อย เขาใช้นิ้วเกลี่ยดูพบว่ามันนุ่มมาก


          บางทีอาจจะต้องเปลี่ยนมาเรียกว่าแม่ตัวนุ่มนิ่มแทน


          เธอมีเค้าความสวยของวัยสาว แต่โดยรวมยังถือว่าเป็นเด็กกำลังโต แพขนตาล้อมกรอบนัยน์เนตรสีนิลล้ำค่า มันฉายแววแสบสันแต่ก็ซื่อตรง จมูกเชิดรั้นบ่งบอกถึงความดื้อดึง และจีอ๊อตโต้พบว่าเจ้าสาวของเขาเป็นชาวเอเชีย


         เด็กสาวทำตัวไม่ถูกเมื่อคนตรงหน้ายิ้มอ่อนโยน เธอสบสายตาสีฟ้าสดที่ทอประกายอบอุ่น อีกทั้งมันยังมีประกายบางอย่างถ่ายทอดมาให้...เอ็นดูและหลงใหล เธอคิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น


         จีอ๊อตโต้รวบร่างแน่งน้อยขึ้นมาแนบอก แขนแกร่งเพียงข้างเดียวเกี่ยวประคองเอวคอดกิ่ว อาจเพราะภรรยาเขาตัวเล็กมาก เท้าบางเลยลอยห่างจากพื้นหลายเซนฯ ภาพที่เห็นจึงเหมือนกับว่าเขาอุ้มเธอขึ้นมาจูบ


         ยังไม่ทันที่คนตกใจจะได้โวยวาย มือหนาก็ประคองแก้มนุ่มเอียงรับจูบ ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้าหา ทำให้ร่างเด็กสาวเหมือนถูกตรึงนิ่งอยู่กับที่

 

           สัมผัสอุ่นวาบนาบแน่น ความร้อนส่งผ่านมาทางลมหายใจให้หวั่นไหวเล่น กลีบปากหนาคลอเคลียเบาๆ ก่อนจะทวีความแรงยิ่งขึ้น เด็กสาวลมหายใจสะดุดเมื่อลิ้นชื้นสอดเข้ามา ความไม่ประสาของเธอเรียกเสียงหัวเราะเอ็นดูจากเขา 

 

           จีอ๊อตโต้ดูดกลืนความหวานจากเธออย่างนุ่มนวล ทว่าทุกสัมผัสแฝงไปด้วยความร้อนแรง รสหวานบริสุทธิ์และกลิ่นหอมสะอาดทำให้เขาหลงใหล เขาใช้ประสบการณ์ล่อลวงให้เธอคล้อยตาม ชักจูงให้ตอบรับสัมผัสแล้วค่อยๆ สอนให้เธอเรียนรู้ในรสจูบนี้

 

           ก่อนที่แสงสว่างจะกลืนกิน

.
.
.
.
.
.
.

        วามเงียบสงัดของห้องทำให้เพลงดังชัดขึ้น ร่างสูงของพรีโม่นั่งพิงพนักเก้าอี้ขนาดใหญ่ เขาเท้าศอกกับที่พักแขนและหลับตานิ่งสนิทอยู่อย่างนั้นหลายสิบนาที ลมหายใจที่ผ่านเข้าออกเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ และแม้ว่าจะเป็นยามหลับใหล...วองโกเล่พรีโม่ก็ยังคงสง่างาม

 

         ในที่สุดเปลือกตาเขาก็เปิดขึ้น เผยให้เห็นอความารีนน้ำงามที่นิ่งสนิทจนดูไม่ออกว่ามีสิ่งใดซ่อนอยู่ในนั้น

 

         จีอ๊อตโต้ปรายตามองนาฬิกาที่แขวนอยู่ มันบอกเวลาสี่ทุ่มตรง และท้องฟ้าข้างนอกก็กลายเป็นสีดำสนิทเหมือนกำมะหยี่ผืนใหญ่ประดับด้วยหมู่ดาวนับล้าน พระจันทร์สีเหลืองนวลทอแสงสว่างยิ่งกว่าสิ่งใด ชวนให้เขานึกถึงแม่ตัวนุ่มนิ่มในความฝัน...เธอเองก็ดูโดดเด่นไม่แพ้พระจันทร์ในคืนนี้


         ดวงตาใสกระจ่างยังคงติดตรึงไม่จางหาย นั่นเป็นเหตุให้จีอ๊อตโต้รู้สึกทรมานใจ เพราะสมองส่วนหนึ่งสำนึกได้ว่าเธอมีตัวตนแค่ในฝัน

 

          มือหนายกขึ้นแตะริมฝีปากที่ยังหลงเหลือไออุ่นอยู่ รสหวานติดปลายลิ้นชวนให้อุ่นซ่านถึงหัวใจ กลิ่นหอมเด่นชัดราวกับมันคือความจริง และภาพความไร้เดียงสายังชัดเจนไม่รู้ลืม

 

           หัวใจแกร่งสั่นคลอนอย่างหนัก มันคงจะเป็นเรื่องไร้เหตุผลมาก หากเขาจะบอกใครต่อใครว่าหลงรักคนในความฝันที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนอยู่จริงรึเปล่า แต่ทว่ามันก็เป็นเรื่องหอมหวานสำหรับบอสหนุ่ม เปลือกตาหนาปิดลงอีกครั้งโดยหวังว่าจะยังฝันถึงเรื่องเดิม

 

          อยากพบมากจริงๆ...แม่ตัวนุ่มนิ่มของเขา

 

 

 

 

         !!! ร่างบางเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและไม่เข้าใจ เกือบห้านาทีที่นั่งค้างอยู่ท่าเดิม สติสัมปชัญญะเริ่มเข้าที่เข้าทาง ทำให้สามารถวิเคราะห์ความฝันเมื่อครู่ได้

 

         เธอฝันว่าตัวเองได้แต่งงาน

 

         มันทั้งเหมือนจริงแต่ก็ยังมีส่วนที่เหมือนฝัน...ช่างชวนให้รู้สึกสับสน


         รสชาติแปลกใหม่ยังติดอยู่ปลายลิ้น ความอุ่นร้อนยังตรึงแน่นบนริมฝีปาก ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงซ่านอย่างกระดากอายกับเรื่องในฝัน


          จูบ...เธอจูบกับเขา


          ให้ตายเถอะ!

 

         ในตอนที่เธอฝัน สมองของเธอมันแทบจะว่างเปล่า แม้จะสามารถคิดวิเคราะห์ในหลายๆ เรื่องได้ แต่บางเรื่องกลับหลงลืมไปเหมือนมีอะไรบางอย่างมาปิดกั้น ตอนแรกเธอมั่นใจว่าไม่รู้จักเขา แต่ทว่าตอนนี้กลับคับคล้ายคับคลาว่ารู้จัก

 

          ผมสีทองชี้ฟูเหมือนสิงโต ท่าทางสุขุมอ่อนโยน ดวงตาสีฟ้าในยามปกติ...นั่นมันปู่พรีโม่ชัดๆ

 

          ทำไมเธอถึงฝันว่าได้แต่งงานกับตัวละครในอนิเมะยอดนิยมของสาววายกัน แถมยังเป็นคนที่เธอรู้สึกไม่ถูกโรคอีก ก็ไม่ใช่ว่ารังเกียจหรืออะไร เพียงแต่ว่าเธอมันเป็นประเภทเด็กขี้ดื้อ แต่ไหนแต่ไรก็รู้สึกว่าพวกที่มีท่าทางอ่อนโยนมันดูเป็นคนดีจนไม่กล้าเข้าใกล้ แถมถ้าใครมาทำตัวอ่อนโยนใส่ก็ดันรู้สึกทำตัวไม่ถูกอีก

 

           เด็กสาวถอนหายใจหนักหน่วง เธอพยายามปัดเรื่องความฝันที่กวนใจทิ้ง ก่อนเหล่ตามองหนังสือกวีในมือ นั่นทำให้นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เธออ่านมันอยู่...น่าจะเผลอหลับไป

 

           ข้างนอกมืดสนิทและมีดวงจันทร์ขึ้นเด่นหรา แสงสีนวลของมันสว่างกว่าดาวที่รายล้อม ทั้งดูอ่อนโยนและสูงส่ง...เหมือนเขาชะมัด

 

          ยังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรต่อ เสียงเตือนก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์ เธอหยิบมันขึ้นมาดูพบว่าเป็นข้อความที่เพื่อนๆ ในแก๊งคุยกัน และเธอเลือกที่จะไม่สนใจมันตอนนี้ เวลาในนาฬิกาขึ้นว่าสี่ทุ่มตรง ตอนแรกเธอคิดว่าจะไปอาบน้ำให้สดชื่นสักหน่อย แต่ความหนักอึ้งของร่างกายก็ทำให้ตัดสินใจทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง

 

         ซักแห้งสักวันคงไม่เป็นไร

.
.
.
.
.
.
.

        วงตาสีนิลลืมขึ้นมองข้างหน้า บรรยากาศเบาหวิวหน้าแท่นพิธีศักดิ์สิทธิ์พร้อมด้วยไออุ่นที่คอยกุมมือทำให้รู้ทันทีว่ากลับมาอยู่ที่เดิม แต่คราวนี้ที่ต่างออกไปคือสตินึกคิดที่ครบถ้วน และเด็กสาวรู้สึกว่าเธอขยับร่างกายได้อย่างอิสระแล้ว

 

         “อะไรอีกวะเนี่ย” มือบางยกขึ้นนวดขมับ...หลับตาลงแล้วฝันเรื่องเดิมแบบนี้มันน่ากลัวนะ

 

        จีอ๊อตโต้มองคนที่กำลังพึมพำเมื่อสักครู่ อันที่จริงเขามองเธออยู่แล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้เธอดูเหมือนไม่มีสติจนเขาหวั่นใจ ร่างเล็กยืนนิ่งๆ เหมือนตุ๊กตาไร้วิญญาณ พยายามเรียกหรือบีบมือเท่าไหร่ก็ไม่ตอบสนอง จวบจนเมื่อครู่ที่เธอกลับมาเป็นปกติ เขาจึงอดยิ้มอย่างโล่งใจไม่ได้ ดวงตาสีท้องนภาสดใสฉายแววยินดีในหลายๆ ความหมาย


     “เด็กน้อย...เจ้าชื่ออะไร”


--- Fin ---


      ฟิคนี้มีภาคต่อนะคะ ชื่อ [Reborn] Once upon a time กาลครั้งหนึ่ง...กับเธอผู้อยู่ในฝัน

      ลิงก์ : https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=2085803



By เงาลดา

ผลงานอื่นๆ ของ เงาลดา

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 _ปลาวาฬโต้คลื่น🐳_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 06:28
    โหยยยย น่าเรื่องดีมากค่ะอยากให้ไรท์เเต่งเป็นเรื่องยาวจังอ่ะงื้อออ._.
    #3
    1
    • #3-1 เงาลดา(จากตอนที่ 1)
      4 พฤศจิกายน 2562 / 20:08
      งื้อ อันที่จริงคิดจะแต่งเรื่องยาวของปู่อยู่ค่ะ แต่ว่าคงอีกนานมาก^^;;;; ปีหน้าก็คงไม่ได้เปิด เพราะรอคิวอยู่ มีเรื่องอื่นที่ต้องแต่งเยอะ
      #3-1
  2. #2 Light_Star (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 14:24

    ไม่สนอะ ไรท์มาต่อเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!!!สนุกเว่อร์อยากอ่านต่อแล้วว
    #2
    1
    • #2-1 เงาลดา(จากตอนที่ 1)
      4 พฤศจิกายน 2562 / 20:05
      แง้งงงง อย่าบังคับเค้าาาา
      #2-1
  3. #1 yokiyoky (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 20:58

    น่ารักกกก คนหรือไมโครเวฟคะปู่
    #1
    1
    • #1-1 เงาลดา(จากตอนที่ 1)
      4 พฤศจิกายน 2562 / 20:05
      อบอุ่นและรุ่มร้อนดั่งไมโครเวฟสินะคะ555
      #1-1