† • The Eternal Destiny • †

ตอนที่ 12 : บทที่7 : พิธีแห่งราโคเลีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 พ.ค. 53


               บทที่ 7 : พีธีแห่งราโคเลีย




               "นี่ค่ะ"เด็กสาวผมดำขลับยิ้มบางๆ พร้อมกับส่งของในมือไปให้เด็กสาวผมทองตรงหน้า  เด็กสาวผมทองรับของสิ่งนั้นมาช้าๆด้วยสีหน้าปุเลี่ยนๆน้ำลายฝืดคอไปหมดเมื่อมองของในมือ....


              
เมื่อวันที่ผ่านมา ซาซึโยะมาหาฮินาโกะที่บ้านแล้วถามไถ่ถึงเรื่องการทดสอบความกล้าของรุ่นพี่ แน่นอนว่าเธอไม่เล่าถึงตอนที่ไปร้องไห้ต่อหน้าคาซึเนะแน่นอน  แต่ดันเผลอไปเล่าเรื่องราโคเเลียหมดเปลือกแทน....ทั้งๆที่มันเป็นความลับ!!!


               แต่จะว่าไป...ทำไมฮิโรกิคุงถึงรู้เรื่องล่ะเนี่ย!!?


               ฮินาโกะคิดอย่างไม่เข้าใจ และเมื่อหันกลับไปมองเพื่อสาวผมดำขลับ คุณเธอก็ส่งรอยยิ้มเทพธิดาน้อยๆมาให้....อย่างดงามว่า 'เปลี่ยนชุดสิคะ ตุ๊กตาของฉัน' ทำเอาฮินาโกะต้องรีบเผ่นเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนชุดในทันใด


               "น่ารักมากค่ะ!ฮินะจัง"ซาซึโยะร้องหลังจากที่มองตุ๊กตาเดินได้สวมผลงานชิ้นโบว์แดงออกมาอย่าทะลักทุเล


               เสื้อเชิ้ตคอปกสีขาวขลิบดำแขนตุ๊กตาแขนยาวสวมทับด้วยชุดกระโปรงบานสีครีมประดับด้วยดาวดวงเล็กๆ ตั้งแต่เอวถึงเหนือหัวเข่าผู้ผ่าแบ่งครึ่งเป็นสองส่วน เผยให้เห็นระบายสีขาวนับสิบชั้นที่ซ้อนอยู่ข้างในอย่างลงตัว พร้อมด้วยถุงเท้าสีชมอ่อนและบูทสีขาวล้วนพ่วงไปด้วยทำให้เด็กสาวที่สวมใส่อยู่ในขณะนี้ดูมีรัศมีขึ้นมาถนัดตา..(จากปกติใส่แต่ชุดชิวๆ อย่างเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น)


                "ทำไมต้องชุดนี้ล่ะ?ซัตจัง"ฮินาโกะพูดด้วยความอาย ทั้งแขนตุ๊กตา ทั้งระบาย ทั้งรองเท้าบูทที่ไม่ใช่คู่ที่เธอใส่ประจำ มันทำให้รู้สึกประหลาดชอบกล...


               "หรือจะออกไปทั้งชุดนอนล่ะคะ?"


                ...สะอึกไปในทันใด


               ซาซึโยะมองผลงานชิ้นเอกด้วยความประทับใจ แล้วจึงหยิบโบว์สีแดงสดมาผูกเป็นโบว์คาดผมให้เพื่อนสาวที่นั่งรอยู่บนเตยีง ราวกับเป็นตุ๊กตาตัวโปรดที่ไม่ว่าใครก็ห้ามแตะต้องโดยไม่ได้รับอนุญาติ


               ถ้าเจอหมอนั่นจะทำหน้าไงดีนะ...ไปร้องไห้ต่อหน้าเขาอย่างนั้นต้องแย่แน่ๆ อย่างน้อยก็คงถูกแกล้งหนักขึ้น..


               ในระหว่างที่ฮินาโกะคิดไร้สาระอยู่นั้น เสียงเคาะหน้าต่างเบาๆก็ดังขึ้น...หากแต่คนที่นั่งอยู่บนเตียงไม่ขยับแม้แต่นิด!  เสียงเคาะหน้าต่างตค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆราวกับเป็นจังหวะเพลง แต่กระนั้น...เด็กสาวก็ไร้ซึ่งปฏิกริยา   รังสีบางอย่างจึงค่อยๆพวยพุ่งจากคนเคาะตามจำนวนครั้งที่เคาะจนทนไม่ไหว!


               ปัง!


               หน้าต่างถูกกระแทกเปิดด้วยแรงผลักอันมหาศาลจนคนที่นั่งอยู่ตกใจจนหัวใจแทบวายถอยกรูดไปตามๆกันจนชิดประตูห้อง ยิ่งคนที่เพิ่งแผ่รังสีตอนนี้อาการยิ่งหนัก ด้วยความที่รังสีมันออกจะมากไปหน่อย(ล่ะมั้งนะ)


               "จะ-ไป-ไม่-ไป..."เด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลเอ่ยขึ้นชัดถ้อยชัดคำทุกตัวอักษร ทุกพยางค์ ทุกคำ นัยน์ตาสีนิลของเขาเริ่มมีประกายรำคาญ ถึงน้ำเสียงจะดูราบเรียบแต่ก็แฝงไปด้วยความโกรธาอย่างมากถึงมากที่สุด!


               "ปะ...ไปค่า!"ฮินาโกะตอบเสียงหลง ก่อนจะไปยืนใกล้ๆต่างเพื่อเตรียมกระโดดลงไป (ทำไงได้ ไอ้บ้าตรงหน้ามันดันลงไปข้างล่างแล้วนี่) แต่ไม่ทันที่เด็กสาวจะออกแรงส่งตัวเอง เสียงหนึ่งก็โพล่งขึ้นมาทำเอาฮินาโกะเกือบตกหน้าต่างหัวทิ่มดิ่งพสุธา


               "นั่น...ชุดอะไร?"คาซึเนะมองด้วยสายตาค้นหาเต็มที่ ทำใหฮินาโกะอดคิดไม่ได้ว่าบางทีหมอนี่ท่าจะหลอกง่ายในบางครั้ง แต่ก็ไม่ร้ายเท่าคนที่โพล่งตอบออกมาจนหัวทองๆจะทิ่มอีกรอบ


               "ฉันเองค่ะ!"ได้ยินดังนั้นคาซึเนะจึงใช้เวทย์วายุลอยขึ้นมาอีกรอบ และพิจารณาฮินาโกะตั้งแต่หัวจนจรดเท้า  ซึ่งมันทำให้อารมณ์ภายในกายของเด็กสาวเริ่มเดือดปุดๆ


               "ชุดมันก็ดีหรอกนะ... แต่คนใส่เนี่ยสิ"


               ปึ่ด!


               เส้นขันติขาดทันใด หมัดอัปเปอร์คัตถูกปล่อยออกไปในเวลาอันรวดเร็วในเพียงเสี้ยววินาที แต่คนจะโดนกลับรับได้อย่างคล่องแคล่วและจับเด็กสาวผมทองทุ่มไปกองลงบนเตียง


               "โทษฐานลองดี"


               ปึ่ด! ปึ่ด! ปึ่ด! ปึ่ด! ปึ่ด!


               อยากตายนักใช่มั้ย ไอ้รัชทายาทบ้า!!!


               "ของโมริโตะคุงอยู่ทางนี้ค่ะ!"ซาซึโยะเดินตรงเข้าไปยัดเสื้อผ้าในมือคาซึเนะและผลักเข้าประตูห้องน้ำในเวลาอันแสนรวดเร็ว(จนใครต่อใครมองไม่ทัน) คนโดนขังจึงทำอะไรไม่ถูก...จำต้องยอมเปลี่ยนเสื้อโดยดุษฎี


               เสื้อผ้าของคาซึเนะนั้นเป็นเสื้อกล้ามสีขาว กับกางเกงสีดำแล้วสวมทับด้วยเสื้อนอกคอปกแขนสั้นสีดำขลิบขาวยาวถึงเข่า และมีจันทร์เสี้ยวประดับอยู่เช่นเดียวกับฮินาโกะที่เป็นดวงดาว  โดยรวมๆทั้งหมดแล้ว....คาซึเนะเปลี่ยนแค่เสื้อนอกเท่านั้นเอง....


               "ยอดไปเลยค่ะ! ทั้งสองคนเข้าคู่กันเลยค่ะ!"ได้ยินดังนั้นทั้งสองจึงหรี่ตามองคนที่ถูกหาว่า'เข้าคู่กัน'ตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วก็จึงโพล่งออกมาอย่างหงุดหงิดพร้อมกันว่า


               "ตรงไหนกัน!!"


               "อะ ฮุๆๆๆ ไปแล้วค่ะ เดี๋ยวจะสายเอานะคะ"คาซึเนะพยักหน้าเบาๆอย่างหัวเสียเพราะต้องมาใส่ชุดบ้าๆบอๆแถมยังถูกหาว่าเข้าคู่กันคนอื่นอีก...วันนี้มันช่างเป็นวันที่แย่ที่สุดจริงๆ!


    คาซึเนะถีบหน้าต่างออกไปอีกครั้งก่อนจะกระโดดออกไปนอกหน้าต่างอย่างว่องไว ผิดกับฮินาโกะที่กล้าๆกลัวไม่กล้าโดดลงไปเท่าไรนัก คาซึเนะจึงส่งสายตาไปให้ซาซึโยะว่า'พลักลงมาซะ!' เธอจึงทำตาม พลักเพื่อนสาวร่วงลงสู่พื้นพสุธาอย่างไม่ใยดี


               "ย้ากกกกกกกกกกก0กกก"ฮินาโกะร้องเสียงหลงบั้นท้ายกระแทกพื้นไปเต็มๆพอเงยหน้าขึ้นก็เจอหน้าโหดๆที่ส่งสายตาฆาตโทษมาให้เต็มแค้น ทำให้เธอสงสัยว่า...ร้องเสียงดังไปหรือเปล่า? (ดังไปเห็นๆ)


               "จับแน่นๆ ถ้าไม่อยากปลิว"มือบางคว้าหมับที่ชายเสื้อของคนร่างสูงในทันใด


               เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเริ่มวาดมือบนอากาศอย่างช้าๆเป็นรูปจันทร์เสี้ยว  พลันทันใดรูปจันทร์เสี้ยวนั้นก็เรืองแสงสีเหลืองนวลสวยงามแล้วเปลี่ยนรูปร่างมาเป็นวงเวทดาวหกแฉกที่มีอักษรโบราณมากมายล้อมรอบอยู่ ก่อนวงเวทนั้นจะฝังลงบนพื้นหญ้า คาซึเนะเดินไปตรงกลางวงเวทพร้อมกับฮินาโกะที่เกาะชายเสื้อตามมาติดๆ  เด็กหนุ่มเรียกดาบของตนออกมาแล้วปักมนลงกลางวงเวทนั้น!


               "ด้วยอำนาจแห่งจันทรา และดาราผู้ไม่ราแสง..ราโคเลียแห่งความหวังแอเรียล และ ราโคเลียแสงสว่างสเตลล่า  ขอเปิดประตูสู่กาลเวลาที่เชื่อมโยง  ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์....โฮลี่ไลท์!! "


               แสงสีทองสว่างไสว...


               กลืนทุกสิ่งที่อยู่วงเวทย์มลายหายไป...


               สู่ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์


               วาบ!



               -----------------------------------------



               หอคอยสูงตระหง่านทั้งหมดสี่หอคอย... หอคอยตรงกลางนั้นสูงจนไม่เห็นยอด... อีกสามหอคอยนั้น หนึ่งนั้นคือสุริยา อีกหนึ่งนั้นคือจันทรา และสุดท้ายคือดารา ล้อมรอบหอคอยที่สูงตะหง่านจนไม่เห็นยอดนั้นแม้ความสูงจะไม่สูงเท่า หากแต่ความสูงนั้นคือครึ่งหนึ่งของหอคอยตรงกลางนั้นโดยประมาณ!  พาหนะที่ไม่คุ้นเคยอีกนับสิบที่บินว่อนไปทั่ว! แถมอีกหนึ่งนั้นคือ ณ ที่นี้นั้นคือเกาะกลางอากาศ! อยู่สูงจนมิอาจเห็นพื้นดิน!!


               "ทะ...ที่ไหนอ่ะ!?"ฮินาโกะร้องเสียงหลงเมื่อภาพตรงหน้าประจักษ์แก่สายตา ดวงตาสีมรกตเบิกค้างอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ตนเห็น ผิดกับใบหน้าคมคายของเด็กหนุ่มที่ยังคงเรียบเฉยเหมือนเป็นเรื่องปกติก่อนที่เด็กหนุ่มจะตอบออกมาเบาๆว่า


               "โฮลี่ไลท์...ดินอันอักศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงกาลเวลาของโรเวเลียทั้งมวล"เขาตอบเสียงเรียบก่อนจะเดินนำหน้าไปที่หอคอยสูงตระหว่านตรงกลางนั้นโดยไม่มีท่าทีจะสนใจคนที่มาด้วยเลยแม้แต่น้อย


               "นี่ๆหอคอยที่มีสัญลักษณ์ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ แล้วก็ดวงดาวนั่นมันอะไรอ่ะ แล้วหอคอยสูงตระหง่านนั่นล่ะ??"เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลหันกลับมาหาเด็กสาวผมทองอย่างรำคาญเล็กๆก่อนจะร่ายเวทเรียกหนังสือปกสีทองเล่มหนึ่งออกมาส่งให้


               หนังสือที่ว่านั้นมีวงเวทประหลาดที่ปกหนังสือ และชื่อเรื่องนั้นคือ  ราโคเลีย 'เนโกโร่แห่งรัตติกาล' 


               "ของเธอไม่เคยอ่านหรือไง!?"ฮินาโกะพยักหน้าตอบอย่างรวดเร็ว เพราะตั้งแต่ซารอสออกมาจากหนังสือปกสีทองของเธอ...เธอก็ไม่เคยคิดจะแตะมันแม้แต่น้อย   


               ฮินาโกะเดินตามคาซึเนะเข้ามาในหอคอยตรงกลาง  ภายในนั้นดูแล้วเปรียบเสมือนห้องสมุดขนาดมหึมาชั้นเยี่ยมนั่นเอง ชั้นหนังสือมากมายเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบพอๆกับหนังสือนับมหาศาลที่เรียงรายอย่างลงตัว ถูกแบ่งอย่างเป็นหมดวดหมู่โดยระดับชั้นในอาคารนับพัน จากในหนังสือที่คาซึเนะ(บังคับ)ให้ฮินาโกะอ่านแล้ว หอคอยนี้มีชื่อว่า'หอสมุดแห่งกาลเวลา' ส่วนชั้นสูงสุดนั้นจะถูกแประสภาพเป็นสถาณที่ในการประกอบพิธีต่างๆและที่นั่นคือที่ที่พวกเธอต้องไปนั่นเอง


               "แล้วจะไปยังไงล่ะ!? ไม่ใช่ว่าให้ไต่บันไดขึ้นไปนะ!"คาซึเนะหันขวับมาจ้องหน้าฮินาโกะในทันที


               "ติงต๊อง"


               .....ว่าไงนะ!!! นายมีสิทธิมาว่าฉันเหรอ! คนไม่รู้ย่อมไม่ผิดเฟ้ย!


               "ถึงไม่รู้ ก็ควรจะทำความเข้าใจไว้ซะ"คาซึเนะพูดอย่างรู้ทันแล้วเดินไปทางหลอดอะไรสักอย่างทางขวามือของเขา ทำเอาคนหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองรูดซิบปิดปากสนิทไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว เขาใช้นิ้วชี้เขียนคำว่า'Upper'กลางอากาศ พลันทันใดแรงลมพายุก็พุ่งขึ้นมาจากใต้เท้าก่อนที่พื้นที่ทั้งสองยืนอยู่จะพุ่งขึ้นสู่จุดสูงของหอคอย!


               "อึก..."ฮินาโกะครางเสียงต่ำพลางหาที่ยึดเกาะเพื่อกันไม่ให้ตัวเอองปลิวไปตามแรงลม แต่วินาทีถัดมาแรงลมก็ลดลงจนเห็นได้ชัดจากที่ลมแรงจนเสื้อคลุมของคาซึเนะพลิ้วสบัดกลายเป็นไม่แม้แต่กระดิก  เวลาผ่านไปปชั่วอึดใจแรงกระแทกมหาศาลก็ทำให้ฮินาโกะเกือบล้มหน้าคะมำหากร่างสูงตรงหน้าไม่คว้าแล้วจับลากพรืดๆออกมาเสียก่อน


               "แต่งตัวให้เรียบร้อย"คาซึเนะเตือนเสียงเรียบเช่นเคย เพราะสภาพของเด็กสาวตอนนี้ดูไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ผมเผ้ายุ่งเหยิง ริบบิ้นสีแดงหลุดลุ่ย กระโปรงยับยู่ยี่ไม่เป็นทรง เป็นอะไรที่เจ้าของร่างอยากจะร้องออกมาดังๆว่า'ไอ้ลมบ้า!พัดประสาอะไร'ก่อนจะจัดแจงตนเองให้เรียบร้อยภายในหนึ่งนาที


               "ระ เรียบร้อยแล้วค่า"ฮินาโกะตอบเสียงอ่อย เมื่อเห็นหน้ารัชทายาทแห่งดาโรเซียเริ่มปล่อยจิตแห่งความรำคาญออกมา


               "..."คาซึเนะไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเดินตรงไปทางประตูบานใหญ่ตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดแล้วออกแรงพลักเบาๆเท่านั้น... ประตูบานนั้นได้ถูกเปิดออกพร้อมกับภาพผู้คนหลากหลายนับร้อยที่ปรากฏแก่สายตา ทั้งชายชรา หญิงวัยกลางคน ชายหนุ่ม ต่างได้มารวมกันอยู่ ณ ที่นี้และกำลังจ้องมองผู้มาเยือนทั้งสองเป็นสายตาเดียว!!!


               "ยินดีต้อนรับ...เหล่าราโคเลียรุ่นล่าสุด ข้าคือผู้ครองตำแหน่งผู้บรรชาการโฮลี่ไลท์แห่งนี้ 'เซเมย์'ในปัจจุบัน "ชายชราผู้มีตำแหน่ง'เซเมย์'ในปัจจุบันกล่าวอย่างนุ่มนวล จากหินลอยฟ้าที่เขากำลังนั่งอยู่ หากแต่คนที่ฮินาโกะเห็นนั้นมีเพียง'โมริโตะ คาซึเนะ'ที่ยืนอยู่ด้านขวาเท่านั้น ไม่เห็นวี่แววตำแหน่งราโคเลียอีกคนแม้แต่น้อย  เธอจึงหันซ้ายหันขวามองหาราโคเลียอีกคนและการกระทำนั้นเรียกเสียงหัวเราะเล็กน้อยจากทั่วสารทิศได้เป็นอย่างดี


               คาซึเนะยังคงไม่พูดอะไรทั้งสิ้นโดยมีสีหน้าระอาและเบื่อหน่ายประทับอยู่เต็มหน้า  เขาใช้หางตามองไปทางซ้ายทำให้ฮินาโกะหันตามไปอย่างอัตโนมัติ


               "ว้าย!!"ฮินาโกะร้องลั่นเมื่อพบเด็กหนุ่มผมสีม่วงเข้มยืนอยู่ทางซ้ายของเธอ ดวงตาสีดำรัตติกาลฉายแววมุ่งมั่นเล็กน้อย  ความสูงโดยประมาณพอๆกับคาซึเนะ ใบหน้าคมเข้มได้รูปอยู่ในชุดทะมัดทะแมงเหมาะสมกับรูปร่างสูงโปร่งของเขา ดูๆไปแล้วเขานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าคาซึเนะแม้แต่น้อย...... 'อุริโนะ โยชิ' ระชทายาทแห่งเฟรมิเร่


               "ยัยบื้อ!"หากแต่ปากของเขานั้นทำให้ภาพพจน์สุดจะยอดเยี่ยมแทบมลายหายไปในพริบตา! รอยยิ้มปรากฏที่มุมปากของเพื่อนราโคเลียทั้งสอง ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งสองจะถูกใจกับคำด่านี่ไม่น้อยเลยทีเดียว  ทำให้ฮินาโกะกัดฟันกรอดอย่างแค้นเคือง ถ้าไม่ติดที่ว่า ณ ที่นี้คือโฮลี่ไลท์และกำลังจะเริ่มพิธีศักดิ์สิทธิ์ล่ะก็... ที่นี่ราบเป็นหน้ากลองแน่ๆ!!


               "เอาล่ะ...เรามาเริ่มพิธีกันเถอะ"เซเมย์เอ่ย ก่อนจะค่อยๆยืนขึ้นอย่างช้าๆ เขาเรียกคทาของตนออกมาแล้วปักลงกลางหินลอยฟ้าที่เขาอยู่นั้น วงเวทสีทองอร่ามขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วอักขระเวทลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศอย่างเป็นระเบียบก่อนที่เซเมย์จะออกคำสั่งด้วยน้ำเสียอันทรงพลัง"ราโคเลียเอ๋ย จงประจำหน้าที่!!"


               เหล่าผู้คนที่เคยนั่งอยู่บนหินลอยต่างกระโดดลงมายืนตามจุดต่างๆของวงเวทย์อย่างพร้อมเพรียง ความรู้สึกของฮินาโกะบอกเธอว่าเธอจะต้องไปยืนกลางวงเวทพร้อมกับคาซึเนะและโยชิ  ทั้งสามต่างเดินมายืนกลางวงเวทกันคนละมุมเป็นสามเหลี่ยมแล้วเอ่ยร่ายเวทอย่างพร้อมเพรียงโดยมิได้นัดหมาย!


               "ด้วยนามแห่งอัคคีและอัสนี... จงปลดปล่อยพลังแห่งข้า  เปลวอัคคีจงลุกไหม้ อัสนีจงสถิต ณ ตัวข้า... ความกล้าเอ๋ยจงถูกปลดปล่อย  สุริยาจงสาดส่อง!!"


               "ด้วยพันธสัญญาแห่งรัตติกาลและวาโย... จงมอบพลังแด่ข้า รัตติกาลจงปกคลุม วาโยจงหมุนเวียน... จงปลอดปล่อยความหวังสู่มือคู่นี้  จันทราจงทอแสง!!"


               "ข้าแต่ผู้พิทักษ์แห่งแสงและวารี... ขอจงมอบพลังที่แท้จริงแด่ข้า แสงสว่างจงสาดส่อง วารีจงไหลเวียน... จงปลดปล่อยแสงสว่างสู่ข้า ดาราจงส่องประกาย!!"


               แสงสีทองเปล่งประกายเจิดจ้า ก่อนที่อาวุธของแต่ละคนจะปรากฏออกมาหากแต่ไม่ได้ปรากฏตรงหน้าเจ้าของคนปัจจุบันแต่อย่างใด แต่มันกลับไปปรากฏในมือของชายหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเซเมย์ ราโคเลียทั้งสามเองก็หาได้ตกใจกับปรากฏการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งสามมองไปที่ผู้ถืออาวุธของตนอยู่อย่างมุ่งมั่นราวกับผู้ที่ถืออยู่นั้นคือผู้ที่กำลังทดสอบพวกเขาอยู่ ทำให้ชายหญิงวัยกลางคนต่างค่อยๆลอยลงมาตรงหน้าพวกเขาอย่างช้าๆ และแล้วรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าของเซเมย์


               "สุริยา.."เซเมย์เรียกโยชิเบาๆหากแต่เสียงนั้นกลับดังกึกก้องอย่างหน้าประหลาด โยชิไม่ขานรับใดๆทั้งสิ้น เขาเดินตรงไปหาชายวัยกลางคนผู้ถือแหวนสุริยาของเขาอย่างมุ่งมั่นก่อนจะนั่งชันเข่าและก้มหัวให้อย่างนอบน้อม


               "ด้วยนามของราโคเลียรุ่นที่ 196 แห่งสุริยะบัดนี้...ได้เวลาที่หน้าที่ของข้าได้หมดลง ข้าขอมอบแสงแห่งสุริยาแก่ผู้ถูกเลือก ...อุริโนะ  โยชิ...เจ้าของสุริยาคนใหม่"สิ้นเสียงชายวัยกลางคนนั้นก็นำแหวนที่มีทับทิมประดับอยู่ไปสวมที่นิ้วกลางของเขา ทับทิมเรืองแสงสีเพลิงอยู่ชั่วครู่ก่อนที่สีของทับทิมนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นสีเพลิงที่ลุกไหม้ยิ่งกว่า"แหวนแห่งความกล้า...สัญลักษณ์แห่งราโคเลีย สุริยะอันแท้จริงอยู่ในมือท่านแล้ว"


               "ข้าราโคเลียแห่งสุริยะขอน้อมรับแสงสุริยัน..."โยชิลุกขึ้นยืนโค้งให้อย่างนอบน้อมแล้วเดินมาประจำที่วงเวทเหมือนเดิม ตอนนั้นเองที่เซเมย์ขานเรียกคาซึเนะ


               "จันทรา..."คาซึเนะเดินตรงไปหาผูที่ถือดาบจันทราของเขาโดยไร้ซึ่งสียงขานรับเช่น แล้วจึงนั่งชันเข่าด้วยความนอบน้อม หากแต่คราวนี้คาซึเนะหาได้ก้มหน้าไม่!กลับจ้องหน้าหญิงวัยกลางคนตรงหน้าเขาอย่างไม่วางตาเป็นเหตุให้หญิงวัยกลางคนผู้นั้นเผยรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย


               "ด้วยนามแห่งราโคเลียจันทรา... บัดนี้เวลาแห่งแสงจันทร์ของข้าได้หมดลงแล้ว ข้าขอมอบแสงจันทร์นี้แก่ โมริโตะ  คาซึเนะ เจ้าของแสงจันทร์คนใหม่..."หญิงสาววัยกลางคนส่งดาบในมือของเธอให้แก่คาซึเนะ เขานั้นรับไว้อย่างไม่ลังเล สีของลูกแก้วสีดำสนิทที่ร้อยอยู่นั้นเข้มขึ้นเปรียบเสมือนจะกลืนกินทุกสิ่งให้มลายหายไป"ดาบจันทราแห่งความหวัง...สัญลักษณ์แห่งราโคเลีย จันทราอันแข็งแกร่งอยู่ในมือท่านแล้ว"


               "ข้าราโคเลียแห่งจันทราขอน้อมรับแสงจันทร์..."คาซึเนะนำดาบคาดไว้ที่เอวแล้วลุกขึ้นยืนโค้งให้อย่างนอบน้อม เดินกลับมาประจำที่วงเวทเหมือนเดิมโดยที่สีหน้าของเขานั้นกลับไม่เรียบเฉยเช่นเดิมเพียงแต่คราวนี้แววตาของเขาฉายประกายมุ่งมั่นอย่างน่าประหลาด


               "ดารา..."เซเมย์ขานเรียกต่ออย่างรวดเร็ว ฮินาโกะย่อกายให้อย่างงดงามโดยไร้ซึ่งเสียงตอบรับเช่นเดียวกับทั้งสองที่ผ่านไปแล้ว เธอเดินอย่างช้าๆแต่แฝงท่วงท่าที่แสนมุ่งมั่นไว้ทุกฝีเก้าไปหาชายวัยกลางคนผู้ที่ถือคทาดวงดาวของเธอไว้อยู่ แต่เธอนั้นไม่มีท่าทีที่จะนั่งชันเข่าแม้แต่อย่างใดกลับเปลี่ยนสีหน้ามุ่งมั่นกลายเป็นสีหน้าที่นอบน้อมแทนส่งผลให้ชายวัยกลางคนนั้นหัวเราะเบาๆอย่างสนุกสนาน


               "ด้วยนามแห่งราโคเลียดวงดารา บัดนี้ดวงดาราของข้านั้นไร้ซึ่งพลังแห่งแสง ข้าขอมอบดาราดวงใหม่แก่เจ้า... ซากุระ ฮินาโกะ เจ้าของดาราดวงใหม่..."ชายวัยกลางคนยิ้มให้เด็กสาวก่อนจะยื่นดทาดวงดาราสีชมพูอ่อนมาให้อย่างนุ่มนวล ทันทีที่เด็กสาวรับมันมาผลึกที่คทาก็เรืองแสงยิ่งขึ้นกว่าเดิม"คทาดวงดาราแห่งแสงสว่าง...สัญลักษณ์แห่งราโคเลีย ดวงดาราอันอบอุ่น..อยู่ในมือท่านแล้ว"


               "ข้าราโคเลียแห่งดวงดารา น้อมรับแสงดาว..."เด็กสาวย่อกายอย่างงดงามอีกครั้งหนึ่งก่อนจะเดินกลับไปประจำตำแหน่งงวงเวทอย่างรวดเร็ว  เมื่อเด็กสาวกลับเข้าประจำวงเวทเช่นเดียวกับอีก2เพื่อนราโคเลียเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามก็ชูอาวุธประจำตัวขึ้นไว้เหนือหัว พร้อมกันนั้นราโคเลียรุ่นพี่ทั้งสามก็กลับไปประจำตำแหน่งที่เดิมของตนเช่นกัน ต่อมาวงเวทยักษ์ที่เซย์เมย์ร่ายไว้ก็ส่องแสงเรืองรองเป็นสีทองอร่าม เวลานั้นเองที่เสียงก้องกังวาลของเหล่าราโคเลียรุ่นปัจจุบันได้ดังขึ้น


    
               ดารา...ส่องประกาย..เจิดจ้า
               จันทรา...ทอแสง...อบอุ่น
               สุริยา...นำพา...รุ่งอรุณ
               ผสานหนึ่ง...ภัสสร...งดงาม

               หนึ่งความกล้า...หนึ่งความหวัง...หนึ่งแสงสว่าง
               ร่วมผสาน...ปกปักษ์ดินแดน...ที่รักยิ่ง
               ตัวข้า...อัศวินนี้...ยอมพลีกาย ..
               แม้นชีวา...จะดับสิ้น...มลายสูญ...

               ด้วยนามแห่งราโคเลียนี้...ข้าพร้อมยินดีขอสาบาน



               แสงสีทองจากวงเวทค่อยๆสลายหายไปพร้อมกับวงเวทที่ย่อตัวลงมาจนเหลือเพียงบริเวณใต้เท้าทั้งสามแล้วสลักลึกลงไปเป็นร่องรอยเหลือทิ้งไว้ที่พื้นห้องพิธี  ณ เวลานี้ สีหน้าของเด็กสาวผู้ได้รับตำแหน่ง'สเตลล่าร์'นั้นบ่งบอกได้ชัดว่าเธอนั้นรู้สึถึงหน้าที่ที่ต้องแบกรับนับจากนี้เป็นต้นไป ถึงแม้เธอจะเป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาที่ได้รับเลือก..แต่เธอก็จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตาม...


               "พิธีกรรมได้เสร็จสิ้นแล้วขอเชิญทุกท่านไปพักผ่อนเถิด"เซเมย์กล่าวอย่างนุ่มนวลทำให้ราโคเลียที่อยู่ ณ ที่นั้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่าหรือรุ่นล่าสุดก็ต่างพากันแยกย้ายกลับไปพักผ่อนอย่างรวดเร็วรวมถึงเซเมย์ด้วย เหลือเพียงราโคเลียรุ่นล่าสุดทั้งสามที่ยังคงไม่ยอมขยับไปไหนทั้งสิ้น


               "...."ไมมีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมาากทั้งสาม มีเพียงแววตามุ่งมั่นซึ่งยังคงฉายประกฏบนใบหน้าก่อนที่ใบหน้าหนึ่งในนั้นจะกลับกลายเป็นใบหน้าปิศาจ!


               "หึๆๆๆดูเหมือนว่าจะมีคนล้มฟุบคนแรกแล้วนะ"โยชิกลั้วหัวเราะดังสนั่นเรียกสายตาเขียวปั้ดมาจากอีกสองได้เต็มที่


               "ฉะ ฉัน...ไม่เป็นไรสักหน่อย!!"ฮินาโกะปฏิเสธเสียงแข็งทั้งๆที่จริงๆแล้วตอนนี้เธอแทบจะล้มไปกองกับพื้นได้ในทันที ถ้าไม่มีศักดิ์ศรีอันแสนจะหวงแหนค้ำคออยู่!


               "เธอมันคนธรรมดานะจะรับพลังเวทมหาศาลของราโคเลียไหวเรอะ?"ไม่ทันที่จะขาดคำของโยชิ สติของเด็กสาวก็เริ่มพร่าเลือน ร่างบางเริ่มออกอาการโงนเงนอย่างน่าหวาดเสียวก่อนที่จะล้มฟุบไปกองกับพื้นภายในเสี้ยววินาทีโดยที่ไม่มีใครคิดจะรับเลยแม้แต่คนเดียว


               "สลบเร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย"เด็กหนุ่มทั้งสองจ้องมองเด็กสาวที่สลบเหมือลงไปด้วยใบหน้าซีดเผือดแล้วถอนหายใจออกมาพร้อมกัน ทั้งสองหันมามองหน้าซึ่งกันและกันแล้วเริ่มส่งสายตาแปล๊บๆไปให้อีกฝ่ายโดยไม่มีใครลดละความรุนแรงนั้นลง พลันทันใด...มือขอทั้งสองก็ถูกชักออกมาอย่ารวดเร็วพร้อมกับ...


               "ยังยิงยังปักเป้ายิ้งฉุบ!!"


               ...เป่ายิ่งฉุบนั่นเอง! ท่านผู้อ่านกรุณาอย่าลืมสิว่าพวกเขายังเป็นเด็กที่อายุเพียงแค่ 13 !!! แม้จะเป็นรัชทายาทที่สูงส่งแค่ไหน ก็คงต้องเคยเล่นเกมสุดฮิตอย่าง'เป่ายิงฉุบ'เป็นแน่


               โดยครั้งแรกนั้นคาซึเนะออกกรรไกร  โยชิออกกระดาษ


               "สามเป้าสิเฟ้ย!"โยชิไม่ยอมแพ้ต่อรองการเป่ายิงฉุบเป็นสามเป้า"เป่ายิ้งฉุบ!"


               คราวนี้คาซึเนะออกค้อน โยชิกระดาษ  ทำให้ขันติภายในกายรัชทยาทแห่งดาโรเซียเริ่มขาดทีละเส้น ลาวาเริ่มปะทุเพราะลางสังหรณ์ที่กำลังเกิดขึ้นว่าความซวยกำลังจะมาเยือน


               "ไฟนอลฉุบ!"


               ครั้งสุดท้ายนี้ โยชิออกกรรไกร... คาซึเนะออกกระดาษ!!!


               "ก๊ากกก ฮ่าๆๆๆๆไปเลยๆ"โยชิหัวเราะร่วน คาซึเนะปล่อยรังสีแห่งความเคียดแค้น ฮินาโกะสลบไสลไม่รู้เรื่อง (เอากันเข้าไป)


               และแล้วคาซึเนะก็ต้องจำใจพาฮินาโกะไปส่ง... เขาจับข้อมือของเด็กสาวผมทองที่หน้าซีดเป็นไก้ต้มล้มไปกองกับพื้นแล้วจับลากไถไปกับพื้นอย่างไม่ใยดี! ไม่สนแม้แต่น้อยว่าเด็กสาวที่เขาจับลากมานั้นจะชนกับอะไร เจ็บขนาดไหน ! จนเมื่อลากไปได้กลางทางราโคเลียรุ่นพี่คนหนึ่งเดินมาเห็นพอดี จึงจัดการดุคาซึเนะเข้าให้แถมด้วยเสียงแปดหลอดของแม่คุณ


               'ไม่มีใครเขาลากผู้หญิงแบบนี้หรอกนะ!'


               มีแล้วไงหนึ่ง....


               'เวลาอุ้มผู้หญิงต้องถนุถนอมด้วย!'


               ไม่เห็นจะน่าถะนุถนอมตรงไหน....


               'เป็นสุภาพบุรุษหน่อยสิ!'


               จะเป็นเมื่ออยากเป็น...


               สุดท้ายคาซึเนะก็ยอมไม่ลากฮินาโกะไถกับพื้น เขายกตัวเด็กสาวขึ้นแล้วจึง ..จับมาพาดไว้ที่บ่า.. เป็นการกระทำดั่งแบกวัสดุชิ้นโตที่จำเป็นต้องขน!และมีน้ำหนักมากถึงขั้นถือสองมือไม่ไหว!! ทำเอารุ่นพี่คนนั้นแทบลมจับจะเป็นลมตามฮินาโกะไปซะเดี๋ยวนั้น   คาซึเนะไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เขาก้าวฉับๆไปทางวงเวทจันทราแล้วเอ่ยร่ายเวทอย่างรวดเร็วโดยไม่ปล่อยให้ใครต่อใครตามมาเฉ่ง(เรื่องวิธีอุ้มผู้หญิง)แม้แต่วินาทีเดียว!


               "ด้วยอำนาจแห่งจันทรา และดาราผู้ไม่ราแสง..ราโคเลียแห่งความหวังแอเรียล และ ราโคเลียแสงสว่างสเตลล่า  ขอปิดประตู ณ กาลเวลาที่เชื่อมโยงดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์.... โรเวเลีย!"
    แสงสีทองสว่างไสวอีกครั้ง


               กลืนทุกสิ่งให้มลายหายไป


               กลับคืนสู่สถาณที่ที่จากมา....



               -----------------------------------------



               "ว้าย!โมริโตะคุง!!"ซาซึโยะร้องเสียงหลงเมื่อพบเด็กหนุ่มผมน้ำตาลแบกเพื่อนสาวของเธอมาเหมือนแบกของ แถมชุดที่เธอตัดยังมีรอยเปื้อน(จากการไถพื้น)เล็กน้อย แถมอีกหน่อยคือรอยแดง(ที่มาจากการไถพื้นอีกเช่นกัน)บนใบหน้าตุ๊กตาตัวโปรดของเธอ


               "..."คาซึเนะส่งฮินาโกะให้ซาซึโยะโดยไร้ซึ่งเสียงตอบรับ ในแววตาสีนิลยังคงฉายประกายหงุดหงิดเป็นที่สุดและแน่นอนว่าถ้าเป็นคนปกติคงจะตีตัวออกห่างและไม่ถามไถ้ใดๆทั้งสิ้น(เพื่อรักษาชีวาของตนให้อยู่รอด) แต่กระนั้น!เด็กสาวผมดำขลับกลับถามออกไปโดยไร้ซึ่งความกล้วเกรงใดๆทั้งสิ้น!จะมีเพียงความรู้สึกที่ว่า'ตุ๊กตาของฉันมีรอยแผล้เพราะอะไร!?'ก็เท่านั้น


               "โมริโตะคุงแบกตุ๊กตาของฉันมาแบนี้ได้ยังไงคะ! แล้วก่อนหน้านั้นพาฮินาโกะจังมายังไง??"


               "ไถพื้น"คำตอบที่ได้รับมาทันทีทำให้ซาซึโยะแทบเป็นลมทั้งยืน"สลบ เพราะผลจากการรับพลัง เหมือนเป็นหวัด"


               "อะ เอ๋!?"คาซึเนะไม่ตอบเสียงที่แฝงไปด้วยความสงสัยของซาซึโยะ แต่กลับผละออกจากหน้าต่างแล้วหายวับไปทันที... ปล่อยให้ซาซึโยะงงเป็นไก่ตาแตกวิ่งวุ่นดูแลเพื่อนสาวอย่างช่วยไม่ได้ มีเพียงข้อมูลง่ายๆสั้นๆที่ว่า... 'เหมือนเป็นหวัด'


               แค่นั้น... แค่นั้นจริงๆ!!


               "พี่ฮิโรโตะคะมาดูฮินะจังหน่อยค่ะ!!"ซาซึโยะร้องเสียงหลงทำเอาฮิโรโตะที่นอนกรนคร่อกๆอยู่ในห้องถึงกับตกเตียงแล้ววิ่งมาห้องน้องสาวก็พบเด็กสาวผมทองนอนอยู่บนเตียงแถมหน้าตายังค่อนข้างซีดเซียวอีกต่างหาก!


               "ฮินาโกะเป็นอะไร!!?"พอถูกฮิโรโตะถามซาซึโยะก็สะดุ้งเธอเพิ่งนึกได้ว่าราโคเลียนั้นเป็นความลับที่ไม่สามารถบอกใครได้ เธอจึงอึกอักคิดหาเหตุผลอยู่จนกระทั่งฮิโรโตะเร่ง"บอกมาเร็วๆสิ!"


               "เอ่อคือ...ฉันให้ฮินะจังลองเสื้อผ้าน่ะค่ะ แล้ว..แล้ว..จู่ๆฮินะจังก็ล้มลงไป ฉะ ฉันเองก็ไม่ทราบค่ะ!!"ซาซึโยะหลับตาปี๋พูดไปแบบติดๆขัดๆแต่การกระทำนั้นก็ไม่ได้ทำให้ฮิโรดตะสงสัยแต่อย่างใดกลับทำให้เขาคิดว่าซาซึโยะคิดว่าเป็นความผิดของเธอแทน(ไหงเป็นงั้น...)


               "ไปตามพ่อมาให้หน่อยนะซัต"ฮิโรโตะสั่งแกมขอร้อง ซาซึโยะพยักหน้าเบาๆแล้วตรงไปเคาะห้องของฮายาโตะทันที


               คืนนี้เองที่บ้านซากุระอลหม่านในยามรัตติกาล กับเด็กสาวผมทองที่สลบไสลไม่รู้เรื่อง เด็กสาวผมดำที่อยากจะร้องไห้เป็นสายธาร ผู้เป็นพ่อและพี่ที่ตกใจสะละวนกันสุดขีด....


               (อย่าเพิ่งปิดสิ!ยังไม่จบนะขอรับ...=[]=!!)



               -------------------------------------------------------------------



               แสงแดดอ่อนๆสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ร่างบางของเด็กสาวผมทองขลุกอยู่บนผ้าห่มบนเตียง ดวงตาสีมรกตค่อยๆปรือขึ้นอย่างช้าๆ... มือบางค่อยๆยันกายขึ้นแล้วขยี้ตาอย่างงัวเงีย พร้อมกับหาวอีกวอดใหญ่ตามมา


               "...กี่โมงแล้วเนี่ย"


               "บ่ายโมงแล้ว จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนไม่ทราบ"มังกรน้อยดุเบาๆ แต่เด็กสาวก็ยังคงหาวต่ออีกวอด


               "เมื่อวานไปไหนมาเหรอ...?"ฮินาโกะถามเสียงงัวเงียเล็กน้อย เพราะเมื่อวานนี้เธอนั้นไม่เห็นวี่แววของสัตว์เลี้ยงประจำบ้านนาม'ซารอส'เลยแม้แต่น้อย


               "กลับไปอยู่ในคทาน่ะ เมื่อวานนี้มีพิธีนี่เลยเตรียมตัวรับพลังเวทมาเต็มเปี่ยม!"ซารอสกระโดดเหยงๆไปมาบนโต๊ะทำงานฮินาโกะพลางทำท่าจระเข้ฟาดหางใส่โคมไฟบนโต๊ะ จนโคมไฟนั่นแทบจะล้มโครมกระแทกพื้นพสุธา


               "เหวอๆ! ซาโร่จัง!!!"ฮินาโกะดุดังลั่น มังกรน้อยนามซารอสจึงตัวลีบยอมนั่งสงบเสงี่ยมแต่โดยดี"แล้วพลังเวทพอที่จะกลับร่างจริงหรือยังล่ะ?"ฮินาโกะเปิดประเด็นถามอีกครั้งก่อนจะเดินไปวางโคมไฟให้เข้าที่


               "ยัง... ยังไม่พอเลย"คำตอบนั้นทำให้ฮินาโกะสะดุ้งเล็กน้อย"ไม่ใช่อะไรหรอกนะ.. ที่จริงมันก็ควรจะพอแหละ แต่ว่าเธอน่ะเหมือนถูกสะกดพลังเวทเอาไว้เลย"


               "สะกดพลังเวท??"


               "ใช่... พลังที่ได้รับมาหลังจากที่เข้าพิธีแล้วน่ะมันปริมาณมหาศาลพอที่ฉันจะกลับร่างเดิมได้ แต่ว่าเมื่อวันนั้นตอนที่เธอสลบไปน่ะ เหมือนมีใครมาสะกดพลังเวทปริมาณมหาศาลนั้นไว้เกือบครึ่ง"


               "ถ้างั้นคนที่ทำได้ก็ต้องมีพลังเวทมากกว่านั้นน่ะสิ"ฮินาโกะขมวดคิ้วแล้วอุ้มซารอสขึ้น ซารอสเองก็ยิ้มแผล่ออกมาหลังจากฟังคำคาดการณ์ของฮินาโกะ


               "ถูกต้อง แต่ว่าถ้ามากกว่านั้นก็เป็นระดับเชื้อพระวงศ์หรือกษัตริย์แล้วแหละ"ซารอสแกะมือฮินาโกะออกแล้วบินขึ้นไปนั่งบนหัวฮินาโกะอย่างคล่องแคล่ว ดึงผมหน้าม้ามาสักสองกระจุกเพื่อเป็นที่ยึดเกาะแล้วออกแรงดึงสุดฤทธิ์


               "โอ๊ย! เจ็บๆๆๆ!! หยุดนะซาโร่จังงงงงง"


               ปัง!


               "ฮินะจัง!!"


               ชั่ววินาทีที่เสียงร้องเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเด็กสาวผมสีดำ ร่างของเจ้าของเสียงร้องนั้นก็ได้พุ่งตรงมาหาเจ้าของนามผู้ถูกเรียก ก่อนจะ..ล้มโครมกระแทกพื้นไปในเวลาอันรวดเร็ว!!!


               โครมๆๆๆๆ!


               "อูย... เจ็บบั้นท้าย...อ่า"


               "ดีใจจังเลยค่ะฟื้นเสียที รู้มั้ยคะฮินะจังน่ะหลับไปหนึ่งวันเต็มๆเลยนะคะ"ซาซึโยะเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่นเครือของเหลวใสเริ่มไหลออกมาจากใบหน้าแสนน่ารักของเธอ ฮินาโกะเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก ส่วนมังกรน้อยก็นอนแผ่หลาบาดเจ็บปางตายอยู่บนพื่น


               "อะ เอ่อหนึ่งวันเลยเหรอ?"


               "ใช่ค่ะ! แถมตอนที่โมริโตะคุงพาฮินะจังกลับมาน่ะค่ะ แบกฮินะจังเหมือนแบกของ! แถมก่อนหน้านั้นยังจับไถกับพื้นด้วย ฉันล่ะอยากจะร้องไห้เป็นสายธารเลยค่ะ"ซาซึโยะร้องไห้โฮสารภาพฮินาโกะเรื่องเมื่อคืนหมดเปลือกทำให้ฮินาโกะยิ่งงงเป็นไก่ตาแตกยิ่งกว่าเดิม


               "เดี่ยวนะ.. ตอนนั้นฉันเป็นอะไรไปหรือเปล่า?"ฮินาโกะถามเพราะเธอเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ เหตุการณ์ที่เพื่อนสาวเล่าเท่าไรนัก


               "ฮินะจังเป็นลมไปน่ะค่ะ แล้วโมริโตะคุงก็พามาส่งแล้วก็ปล่อยฮินะจังไว้ให้ฉันดูแล คำใบ้มีแค่'เหมืนไม่สบาย'แค่นั้นเอง ว่าแต่ฮินะจังไม่เป็นไรนะคะ?"ซาซึโยะสาธยายยาวเหยียดแล้วถามฮินาโกะอย่างนึกขึ้นได้


               "อืม ไม่เป็นไรแล้วล่ะ"


               เหอะๆ... นี่เราเป็นลมหรือนี่!


               ความจริงแล้ว.. ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของฮินาโกะเธอนั้นไม่เคยเป็นลมหรือล้มป่วยร้ายแรงเลยแม้แต่น้อย อย่างมากก็เพียงเป็นหวัดเล็กๆน้อยๆแล้ววันเดียวหายก็เท่านั้น


               "ฉันไปจะบอกุณพี่กับคุณลุงให้นะคะ"ซาซึโยะยิ้ทอยางมีความสุขให้ฮินาโกะ แล้วจึงเดินออกไปจากห้องอย่างเร่งรีบ ส่วนเด็กสาวผมทองที่ยังอยู่ในชุดนอนเต็มยศก็เกิดความคิดที่ว่า'ไปอาบน้ำดีกว่า'จึงเดินตรงหายเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว


               ผ่านไปพักหนึ่งเด็กสาวผมทองก็เดินออกมาจากห้องน้ำในชุดกระโปรงแขนกุดสีชมพู คอปกสีขาว และกางเกงรัดรูปที่มักจะใส่ไว้ข้างในเสมอ ทั้งนี้ทังนั้นฮินาโกะเองมิได้อยากใส่แต่อย่างใด.. แต่เพราะเสื้อผ้าในตู้มันหมดสตอล์ก แล้วเธอคาดว่าพี่ายเธอคงลืมซักแหงมๆ


               เสียงโหวกเหวกโวยวายเริ่มดังจนได้ยินแว่วมาถึงด้านบน และนั่นก็เป็นเสียงเจ้าเดิม ซากุระ ฮิโรโตะกำลังโวยวายโหวกเหวก เสียงซาซึโยะร้องห้ามก็ดังพอกัน


               [โว้ยยยย ฉันจะไม่ให้มันเข้ามาเด็ดขาดดดด]


               [รุ่นพี่คะ!อย่างเตะโต๊ะทานข้าวนะคะ!!]


               [อ๊ากกกส์ ทำไมไอบ้านั่นถึงมาที่นี่ได้หาซัต!]


               เสียงโหวกเหวกโวยวายของฮิโรโตะยังคงดังระงมสนั่นบ้าน ฮินาโกะที่นั่งฟังอยู่นานเริ่มออกอาการปลงสุดชีวีที่พี่ชายเริ่มออกอาารที่ว่า'คลั่งสติหลุด'และมันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งเมื่อบุคคลที่พี่หมายหัวไว้โผล่ห้ามาที่บ้าน เพียงแต่แค่คลั่งแต่ไม่จิตหลุด... และจะทั้งคลั่งทั้งจิตหลุดหากบุคคลที่พีหมายหัวมีความเกี่ยวข้องกับน้องสาวอย่างใดอย่างหนึ่ง(กระทั่งเพื่อนร่วมห้องก็ไม่เว้น)  เพียงแต่ในวันปกติทั่วไป ซาตานฮิโรโตะจะสามารถควบคุมตนเองได้ ที่วันนี้หลุดเกือบเต็มขั้นคงเพราะน้องสาวของนป่วยด้วยกระมัง


               และคนที่พี่หมายหัวขึ้นบัญชีหมายเลขหนึ่งในตอนนี้คือ.. โมริโตลาโล่  คาซึเน่ เอ๊ย! ไม่ใช่สิ โมริโตะ  คาซึเนะ


               "แครอทกับบล็อคโคลลี่อันไหนมีสีส้ม?"


                "แค.. แครอท"


                "สีที่น้องสาวเกลียดคืออะไร?"


               "สีแปร๊ดๆ กับสีชมพู่ เอ๊ยๆ ชมพู"


               "กับข้าวเย็นนี้มีอะไร?"


               "ผัดผัก.. เฮ้ย!ยัยฮินาโกะเล่นอะไรไม่ทราบ!!!"ฮิโรโตะโวยลั่นเมื่อน้องสาวที่น่าจะนอนอยู่บนเตียงแต่งตัวสีชมพู ลงมาถามปัญหาชวนมีสาระที่หลอกล่อให้ทำอาหารที่ตัวเองอยากกินได้อย่างไม่ค่อยแนบเนียน


               "สติหลุดครั้งที่ 11 แต่อาการดีขึ้นเยอะเลยแฮะ..."ฮินาโกะหันไปขีดๆเขียนๆอะไรบางอย่างกระดานไวท์บอร์ดแล้วจึงหันกลับมาบอกพี่ชายตน"อันใด ข้าได้บอกท่านฮิโระไปแล้ว แต่หามิได้นำพา"


               ฮินาโกะพูดภาษาสุดจะโบร๊าณ โบราณพร้อมท่างประกอบชวนกวนบาทาเบื้องล่างก่อนที่ซาตานฮิโรโตะจะหันขวับไปดูที่กระดานไวท์บอร์ด คำว่า    ฮินาโกะ:ฮิโระโตะ ถูกขีดค่าทิ้งทั้งหมด ส่วนคะแนนก็ถูกลบออกไปด้วย คำชี้แจงอย่างเดียวที่เหลืออยู่คือตัวอักษรบนไวท์บอร์ดที่เขียนไว้ว่า'ตามสัญญาที่ทำก่อนเริ่มเล่น พี่สติแแตกเกินสิบครั้ง เกมนี้โมฆะ'


               แน่นอนว่าฮินาโกะเตือนเขาแล้ว แต่เขามันบ้าเองที่ไม่สนใจ


               "โธ่เอ๊ยยย อีกคะแนนเดียวจะสั่งของได้แล้วเชียวยัยน้องบ้า!"ฮิโรโตะว้ากแล้วสบถต่อออกมาอย่างแอารมณ์เสีย"ออกไปเดินเล่น! เข้าใจนะ!!"


               ว่าแล้วเจ้าตัวก็ออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว..


               "งั้นฉันขอกลับบ้านก่อนนะคะ"ซาซึโยะยิ้มให้ฮินาโกะอีกครั้ง แล้วหันหลังกลับเดินออกนอกประตูไป โดยที่ความสงสัยยังอยู่เต็มหัวว่า'ทำไมข้าวของอันมหาศาลของคุณเธอไปอยู่ไหน?'


               ฮินาโกะตัดสินใจเดินขึ้นไปห้องนอนของเธอ เธอจับลูกบิดประตูแล้วออกแรงบิดเล็กน้อยภาพห้องนอนที่แสนคุ้นเคยก็ปรากฏแก่สายตา หากแต่คนที่นั่งหน้าตาบอกบุญไม่รับอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือกลับไม่ใช่คนในบ้านนี้


               "ช้าชะมัด!"เด็กหนุ่มโผมน้ำตาลบ่น ฮินาโกะยิ้มเหยๆให้กับคนตรงหน้าที่เพียงแค่บุรุกห้องไม่พอ ยังมาบ่นเจ้าของห้องได้เต้มปาเต็มคำ อีกทั้งหนังสือที่อยู่ในมือเป็นหลักฐานอย่างดีว่า นายดาร์คผู้นี้แวะไปห้องสมุดบ้านซากุระมาก่อนที่จะมาห้องนี้


               "ยืมแล้วกรุณาคืนด้วยนะคะ"ฮินาโกะหันไปบอกคาซึเนะ เขาพยักหน้ารับเบาๆแล้วหันไปอ่านหนังสือแถบสีสันปกสีแดง(ระดับเเบอร์โดเร่ขั้น2)ต่อ"แล้วนายมานี่มีอะไรเหรอ?"


               เสียงปิดหนังสือดังขึ้นตามมมา ร่างสูงตรงหน้าลุกขึ้นจากที่นั่งก่อนจะเดินตรงมาหาเด็กสาว


               "อาการดีขึ้นแล้วสินะ"ฮินาโกะพยักหน้ารับเบาๆ เธอไม่มีแม้แต่อาการมึนหัว อยากอาเจียน หรืออื่นๆเลยแม้แต่น้อย  และเธอเองก็ไม่คิดจะบอกใครเรื่องที่ตนดูเหมือนจะถูกสะกดพลังเวทเอาไว้กว่าครึ่ง เพราะคนที่ทำแบบนั้นจะต้องมีเหตุผลที่ไม่ต้องการให้พลังมหาศาลที่เพิ่งได้รับมาแสดงพลัง  และการถูดสะกดพลังไว้ก็ดูจะเป็นการดีสำหรับเธอมากกว่า ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องนอนสลบไปอาทิตย์กว่าเลยกระมัง


               "ที่เธอสลบไป เป็นเพราะร่างกายปรับสภาพกับพลังเวท เธอคงรู้แล้ว  ที่มาวันนี้เรามีเรื่องจะต้องทำเกี่ยวกับราโคเลียคาซึเนะยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้แก่ฮินาโกะ จดหมายฉบับนั้นเป็นซองสีฟ้า ฮินาโกะรับมันมาอย่งงงๆคาซึเนะจึงต้องอธิบายเพิ่มเติม"ระดับความสำคัญของจดหมายแบ่งตามสีเหมือนปกหนังสือ สำคัญมากที่สุดคือทอง น้อยที่สุดคือขาว และจดหมายจะถูกเผาทิ้งทันทีที่อ่านจบ"
    ฮินาโกะร้อง'อ๋อ'ออกมา แล้วจึงค่อยๆเปิดจดหมายนั้นออกเนื้อความในจดหมายเขียนไว้ว่า...



               ถึง สเตลล่า

    ร่างกายของหนูจำต้องปรับตนเองเข้าหาพลังเวทอย่างมาก หนูคงรู้ดีว่าหนูนั้นฝึกมาต่างกับรัชทายาททั้งสอง ฉันอยากให้หนูหมั่นฝึกฝนพลังเวทย์บ่อยๆ และขึ้นมาที่โฮลี่ไลท์เพื่อฝึกฝนสถาณการณ์จำลอง สี่โมงเย็นวันนี้ ประตูสู่โฮลี่ไลท์จะถูกเปิดออกอีกครั้งขอให้หนูมาพร้อมกับแอเรียล

    เซเมย์



               เมื่อฮินาโกะอ่านจดหมายจบลง ไฟสีฟ้าก็จุดขึ้นเองพร้อมกับแผดเผาจดหมายในมือเธอทันที หากแต่ดวงไฟนั้นหาได้มีความร้อนแต่อย่างใด นั่นคือดวงไฟพิเศษที่ระดับขุนนางขึ้นไปจะสามารถทำได้เท่านั้น


               "ไฟนั่นเรียกว่า เมลเฟรม เป็นไฟชนิดพิเศษที่ใช้ได้เฉพาะจดหมาย"คาซึเนะเปิดปากอธิบายเมื่อเห็นฮินาโกะจ้องลูกไฟที่ใกล้กับมอกอย่างไม่วางตา


               "แล้วพวกแอร์เมล*กับดราก้อนเทล**ล่ะ ใช้ได้มั้ย?"


               *แอร์เมล - เป็นบุรุษไปรษณีย์ที่จะทำหน้าที่ส่งพัสดุและจดหมายโดยจะใช้สายลมละเศษหินลอยฟ้าเป็นตัวช่วยในการเดินทาง แต่ข้อเสียคือเดินทางส่งในทางระยะไกลไม่ได้ จึงนิยมใช้กันภายในเมืองเท่านั้น
               **ดราก้อนเทล - เป็นการขนส่งระยะไกลโดยใช้มังกร จะรับส่งจดหมายและพัสดุข้ามเมืองและข้ามประเทศ ข้อเสียคืองานขนสงระยะใกล้ แอร์เมลและดราก้อนเทลจึงเป็นการอุดช่องโหว่ในการขนส่งซึ่งกันและกัน


               "เฉพาะขั้นสูงและมีฉายา"ฮินาโกะพยักหน้าหงึกๆอย่าเข้าใจแล้วจึงอุ้มซารอส(ที่ยังนอนสลบอยู่บนพื้น)ขึ้นมาก่อนจะพาไปนอนบนเตียง จากนั้นฮินาโกะจึงบอกคาซึเนะให้ไปอ่านหนังสือต่อที่ห้องสมุด เพราะที่นั่นมีหนังสือมากมายที่เจ้าตัวน่าจะชอบและที่นั่นเองก็มีแสงที่เพียงพอมากกว่า เขาจึงยอมไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดอย่างว่าง่าย ส่วนฮินาโกะก็ไปนั่งเล่นเกมโอเทลโล***กับเหมียวน้อยนาม'เนโกโร่'


               เนโกโร่เป็นผู้พิทักษ์แห่งความมืดเช่นเดียวกับซารอสที่เป็นแสงสว่าง และร่างนิรมิตที่ใช้คือ'แมวดำ' โดยที่ตั้งแต่คาซึเนะเปิดหนังสืออกเนโกโร่ก็สามารถกลับร่างจริงได้แล้ว เพียงแต่เนโกโร่ชอบอยู่ในร่างแมวที่เคลื่อนไหวสะดวกมากกว่า


               เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับความฝัน ขณะนี้เป็นเวลาสี่โมงแล้ว ประตูแห่งโฮลี่ไลท์กำลังจะเปิดออกอีกครั้ง ฮินาโกะจึงขึ้นไปปลุกซารอสที่ยังไม่ยอมตื่นเสียที หากแต่เมื่อมังกรน้อยได้มาพบกับแมวดำก็เกิดสิ่งหนึ่งขึ้น


               "ไอ้แมวบ้า!!/มังกรติงต๊อง!!"แมวดำกับมังกรแผดเสียงร้องออกมาพร้อมกัน ก่อนที่แต่ละตัวจะเริ่มวาดลอดลายฝีปากของตัวเองอย่างเมามันส์


               "แกมาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ..!"มังกรน้อยเริ่ม


               "มาดูคนที่กลับร่างจริงไม่ได้"แมวดำโต้กลับ


               "ว่าไงนะแก! อย่างพูดมากนะไอ้แมวผี!"มังกรน้อยไม่ยอมแพ้


               "เป็นผีก็ดี จะได้หลอกหลอนนายทุกคืน"แมวดำโต้กลับอีกครั้ง


               "มาเลยเซ่! ฉันจะเล่นอาคม เล่นหมอผี ร่ายอาคม เอาให้ไม่ไปผุกฃดไปเกิดเล้ยยย"


               เสียงแว้งกัดกันของมังกรกับแมวยังคงดังไปทั่วสนามหลังบ้านฮินาโกะ อีกทั้งยังมีการเปิดฉากมวยปล้ำของผู้พิทักษ์ทั้งสอง จนคาซึเนะเริ่มแผ่รังสืรำคาญเล็กๆ แล้วปรายตาไปทางเจ้าของมังกรเป็นเชิงว่า'หยุดพวกมันเดี่ยวนี้!'


               "ถ้าไม่หยุดอดฮอทเค้ก"


               ....


               ....


                ....


               "อา... เนโกโร่เพื่อนรัก นายว่าฮอทเค้กอร่อยใช่มั้ย?"ซารอสส่งประกายตาปิ๊งๆไปให้เนโกโร่ เนโกโร่เองก็ไม่น้อยหน้าทำน้ำตาไหลพรากเช่นกัน


               "อา.. ซารอสคุง ผมเองก็ว่าฮอทเค้กเป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถคิดค้นได้ยอดเยี่ยมจริงๆ"ทั้งสองโผเข้ากอดซึ่งกันและกันแล้วตะโกนออกมาอย่างพร้อมเพียงว่า


               "เราดีกันเถอะนะ!"


               สุปทั้งมังกรทั้งแมวดำ.. ตะกละพอกัน



               ------------------------------------------------



               "โซ่ตรวนสายลม!!"ฉับพลันสายลมทั้งหลายก็รวมตัวกันหมุนเป็นเกลียวแล้วพุ่งตรงเข้าหาเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า หากแต่เด็กหนุ่มผู้ถูกเลือกเป็นเป้าหมายกลับไม่ได้มีทีท่าหวั่นใจเลยแม้แต่น้อย เขากระชับดาบในมือให้แน่นขึ้นแล้วเอ่ยพึมพัม


               "วินด์ซีล(ผนึกสายลม)"สายลมที่เคยพุ่งเป่ามาทางเด็กหนุ่มได้มลายหายไปในพริบตา"เวทแค่นี้ยังอ่อนเกินไป โจมตีแรงกว่านี้ ตั้งจิตให้มั่นห้ามลังเลเด็ดขาด!"


               "งั้นลองนี่  วังวนวารี!"สิ้นเสียง วารีปริมาณมหาศาลก็หลอมรวมกันก่อเกิดเป็นเขาวงกตขนาดใหญ่ โดยที่ทั้งวงกตนั้นคือน้ำทั้งหมด! แต่นี่ไม่ใช่น้ำธรรมดา มันคือน้ำวารีพิสุทธิ์ที่กลั่นมาจากพลังบริสุทธิ์ล้วนๆแล้วใช้เวทวาโยทำให้มันเริ่มแข็งตัวแต่กระนั้นสายน้ำก็ยังคงไหลเวียน เพียงแค่จุดไฟดวงเล็กๆขึ้นมา มันก็จะเริ่มละลาย และกลับกลายเป็นน้ำปริมาณมหาศาล


               ด้วยเหตุนั้นเองเด็กหนุ่มผมน้ำตาลจึงไม่สามารถใช้เวทอัคคีและวาโยได้ หากใช้เวทอัคคีตัวเขาเองก็ต้องถูกน้ำปริมาณมากอัดเข้าใส่และเจ็บตัวง่ายๆ ยิ่งใช้เวทย์สายวาโยก็รังแต่จะทำให้น้ำแข็งตัวมากขึ้นจนเป็นผลดีกับผู้ร่ายเสียอีก และถ้าเวทสายอื่นแน่นอนว่าผู้ร่ายคงจะเริ่มละลายน้ำแข็ง สุดท้ายก็ต้องโดนน้ำอัดใส่อยู่ดี


               "เหลือแค่อัสนีกับรัตติกาล.."เด็กหนุ่มรำพึงกับตนเบาๆ พลันสายตาก็ไปสะดุดกับคนผู้หนึ่งที่แสนจะคุ้นตายืนฉีกยิ้มให้โดยไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดอยู่ตรงหน้าของเขา ผมสีทองอร่าม ดวงตาสีมรกตอันน่าหลงไหล ..ซากุระ ฮินาโกะ..


               "มานี่สิ.."เด็กสาวเอ่ยปากพูดเบาๆ แต่คนที่ได้รับคำเชิญกลับมิได้คล้อยตามไปแต่อย่างใด เขาใช้ปลายดาบชี้ไปทางเด็กสาวอย่างรวดเร็วแต่เด็กสาวก็ยังคงนิ้มต่อไป"จะเล่นก็เล่นเลยสิ กลัวอะไรล่ะ! คุโรริน~"


               "ตัวปลอม"คมดาบจันทราได้ถูกกวัดแกว่งพุ่งเข้าหาเด็กสาวผมสีทอง มือหนาตวัดแขนไปที่เป้าหมายอย่างว่องไวแล้วกระโดดกลับมาที่จำแหน่งเดิมพอดิบพอดี บัดนี้เด็กสาวที่เคยอยู่ตรงหน้าเขาได้กลับกลายเป็นน้ำใสๆไปแล้ว"คราวนี้ วารีกับรัตติกาล.."


               เวทคราวนี้เวทที่ฮินาโกะใช้คือ'กระจกส่องเงา' เป็นเวทสายระหว่างวารีกับรัตติกาล ทำให้คาซึเนะคิดประมวลผลอย่างรวดเร็วว่า'เวทสายที่ฮินาโกะถนัดที่สุดคือวารี' พร้อมกับร่างกายที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าตามทางวงกต 


               "คิดจะใช้รัตติกาลกับวาโยยังเร็วไปสิบปี"เด็กหนุ่มรำพึงกับตนเองก่อนที่ร่างกายของเขากำลังจะเริ่มทำงานอีกครั้ง"ได้เวลาเอาจริงแล้ว"


               ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!


               เสียงระเบิดดังถน่มมาแต่ไกลทำให้ฮินาโกะเริ่มออกอาการหนาวสั่น จากที่เธอเป็นผู้ร่ายเวท ดังนั้นเธอจึงเห็นคาซึเนะทุกฝีก้าว และตอนนี้เขาก็เริ่มที่จะเอาจริงแล้วเห็นได้ชัดจากการที่เขาเริ่มออกอาละวาดใช้เวทย์ทุกสายทะลายวงกตที่เธอสร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว


               "ม่ายยย! ไม่เอานะ ไม่อยากโดนสับเป็นหมูบะช่อออ"ฮินาโกะเริ่มออกแนวสติหลุดควบคุมไม่อยู่เมื่อนึกถึงชะตากรรมที่อาจจะขึ้นกัยตนเองในอนาคต ภาพของตนที่ถูกมัดปิดปากแล้วถูกจับวางไว่บนเขียง.. โดยมีนายเชพให้รัชทายาทแห่งดาโรเซียถือปังตออันเบ้อเริ่มไว้สองข้างเพื่อเตรียมประกอบอาหาร!


               เปรี๊ยะ...


               เสียงปริร้าวเริ่มเกิดขึ้นไปทั่วบริเวณ เพราะนายผู้ร่ายเวทเริ่มควบคุมเวทของตนเองไม่ได้อีกทั้งจิตยังเริ่มหลุดลอยไปไกลโขและยากที่จะกลับมา(อย่างมาก) สิ่งนี้เองที่เปิดโอกาสให้คาซึเนะ เพียงเวลาไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของเด็กหนุ่มก็ได้ประจักษ์แก่สายตาของเด็กสาว
               "อย่างทำอะไรฉันน้าาาาา"ฮินาโกะเริ่มออกปากอ้อนวอนสุดชีวีแต่กระนั้นเด็กหนุ่มกลับไม่มีท่าทีสนใจแม้แต่น้อย เขาชักดาบออกมาจากความว่างเปล่าแล้วตะหวัดดาบเฉียดใบหูซ้ายของเด็กสาวไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร


               "ในการต่อสู้จริงๆไม่มีคำว่าออมมือ.. เข้าใจใช่ไหม?"คาซึเนะเอ่ยถามทั้งๆที่ดาบยังคงล็อกตำแหน่งอยู่ที่เดิมเด๊ะ ทำให้ฮินาโกะต้องเขย่าหน้าขึ้นลงอย่างเอาเป็นเอาตายแล้วพยายามใช้นิ้วจิ้มๆเขี่ยของมีคมอันตราย(ที่อยู่ห่างไปๆไม่กี่เซน)ออกไปให้พ้นตัวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้"ฝึกวันนี้ผ่าน กลับได้"


               "นายต้องพาลงไม่ใช่เรอะ?"ฮินาโกะเริ่มร้องประท้วงเพราะประโยคที่เพิ่งพูดเมื่อกี้นั้นเหมือนการไล่กันชัดๆ!! เธอเองก็อยากไปเองอยู่หรอก ถ้าไม่ติดที่ว่าคนที่เป็นนตำแหน่งดวงดาวปัจจุบันไม่มีพลังมากพอที่จะขึ้นๆลงๆเองได้นี่สิ..สุดท้ายแล้วฮินาโกะจึงเหลือวิธีทางเดียวคือประชดตัวเองกดดันไอ้คนตรงหน้าให้รู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้พลังเวทมันยังไม่ถึงขั้น!


                "..."คาซึเนะมองคนตรงหน้าที่เริ่มสงสายตาอาฆาตประท้วงว่าต้องพากลับแล้วสะบัดหน้าหนีเดินไปทางอื่นอย่างรวดเร็วโดยไม่มีท่าทีจะสนใจเสียงร้องโวยวายที่ตามมาด้านหลังแม้แต่น้อย เรียกได้ว่า'ทำหูทวนลม'ก็คงไม่ผิดอะไรเท่าไหร่นัก แต่พอฟังเสียงบ่นๆร้องๆไปสักพักหนึ่ง ความรำคาญก็เริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจเด็กหนุ่ม เขาจึงตัดสินใจเดินตรงเข้าหาเด็กสาวผมทองที่ร้องแว้ดๆน่ารำคาญอยู่แล้วจับคอเสื้อลากไถทันทีส่งผลให้เจ้าคนถูกลากสบถเสียงดังว่า


               "ไอ้หน้าเลือด! นิสัยไม่ดี! ปล่อยยฉันนะโว้ยยยย"เด็กสาวผมทองออกอาการนอตหลุดออกมของแท้สังเกตจากคำไม่สุภาพที่เริ่มหลุดออกมา แถมยังออกแนวหญิงเถื่อนอีกต่างหาก สมควรแก่การที่เป็นน้องสาวซาตานฮิโรโตะอย่างแท้จริง  แต่ก็เพราะแบบนั้นนั่นแล... คนที่จับลากจึงเกิดออการนอตหลุดขันติขาดเช่นกัน


               "หรืออยากเป็นศพอยู่นี่ไหม?"คำถามเสียงเย็นหลุดออกมาจากปากหนักๆของเด็กหนุ่มทำให้เด็กสาวยอรูดซิปปิดปากยอมโดนจับลากแต่โดยดี ดังสุภาษิตที่ว่าหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง  คนนอตหลุดต้องเจอกับคนนอตหลุด(ยิ่งกว่า)


               แสงสีทองสว่างไสว    กลืนทุกสิ่งให้มลายหายไป


               กลับคืนสู่สถาณที่ที่จากมา....




               ฟันเฟืองแห่งชะตากรรม...อันที่สาม...เริ่มหมุนแล้ว

    
    -----------------------------------

Modifide

30 กรกฏาคม 2552 - แต่งเสร็จ (น่าจะ-80%)
4 มีนาคม 2553 - แก้ไขคำผิด+Bacp up ข้อมูลกลับ
27 มีนาคม 2553 - แก้ไข+เพิ่มประวัติ
10 เมษายน 2553 - ตรวจทาน/แก้บรรทัด+คำผิด
05 พฤษภ่คม 2553 - QC รอบสุดท้าย / ลงบทที่7


7 ความคิดเห็น