[Love Projects] บังคับรัก Forced love {Singto×Krist}

ตอนที่ 4 : First met...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,327
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 136 ครั้ง
    19 เม.ย. 61

ตอนที่ 4 First met...


คริสยืนมองบรรยากาศโดยรอบด้วยแววตาพอใจ พี่ไลท์จัดที่พักให้เขาเป็นบ้านพักหลังเล็กซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักหลังอื่นๆ ของรีสอร์ทด้วยรู้ว่าเขาต้องการความเป็นส่วนตัวอย่างมาก คริสนัดกับทัตพงศ์ซึ่งขับรถมาส่งเขาถึงบ้านพักไว้ตอนหกโมงเย็น เนื่องจากอีกฝ่ายจะพาเขาไปเที่ยวชมรอบรีสอร์ท และทานมื้อเย็นที่ห้องอาหาร 

คริสสังเกตเห็นว่าบ้านแต่ละหลังจะมีชื่อปักอยู่ด้านหน้า บ้านที่เขาพักอยู่ตอนนี้มีชื่อว่า 'บ้านเคียงตะวัน' ระเบียงบ้านด้านหน้าเผยให้เห็นแนวของต้นส้มที่ทอดตัวเป็นแถวยาวจนสุดสายตา เป็นกิจการอีกอย่างหนึ่งของธาราริน รีสอร์ท 

ถึงแม้ว่าบ้านเคียงตะวันที่เขาพักอยู่ตอนนี้จะแยกตัวออกมาจากบ้านพักหลังอื่นแล้ว แต่คริสก็ยังสังเกตเห็นบ้านพักอีกสองหลังที่อยู่ถัดไปจากบ้านพักของเขาอยู่ดี ซึ่งทัตพงศ์บอกกับเขาว่า หนึ่งในนั้นคือ 'บ้านเคียงจันทร์' บ้านพักของพ่อเลี้ยงเจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้นั่นเอง ด้วยเหตุนี้คริสจึงรู้สึกเกร็งอยู่ไม่น้อย 

อย่างแรกคือ... ในเมื่อบ้านเคียงจันทร์คือบ้านพักส่วนตัวของพ่อเลี้ยง คริสก็พอจะเดาได้ว่าบ้านเคียงตะวันก็น่าจะเป็นบ้านพักส่วนตัวของพี่ไลท์เช่นกัน ด้วยบ้านพักหลังอื่นๆ ในรีสอร์ทจะตั้งเป็นชื่อดอกไม้เหมือนกันทั้งหมด สงสัยคงต้องโทรไปโวยใส่ด้วยความเกรงใจสักหน่อยแล้ว จู่ๆ ก็ให้เขามาพักอยู่แบบนี้ เดี๋ยวคนในรีสอร์ทก็เข้าใจผิดกันหมดพอดี  

อีกอย่างคือ ส่งตัวเขามาอยู่ใกล้ตัวพ่อเลี้ยงขนาดนี้จะไม่ให้เกร็งได้ยังไง ถึงตอนนี้ตัวจะไม่อยู่ก็เถอะ ไม่ใช่พี่ไลท์สักหน่อยที่จะสนิทกันได้ง่ายๆ ถ้านิสัยเข้ากันได้ก็ดีไป แต่ถ้าไม่... เขาไม่ต้องทนอึดอัดใจไปถึงสองเดือนเลยหรือ บ้านพักใกล้กันแบบนี้มีหวังได้เจอหน้ากันทุกวันแน่... 

แต่เอาเถอะ บางทีเขาอาจจะคิดเยอะไปหน่อย พ่อเลี้ยงคนนั้นอาจจะไม่ได้เลวร้ายอะไรก็ได้ ดูผู้คนในรีสอร์ทก็รักเขาอยู่ไม่น้อย แถมยังมีพี่แบบพี่ไลท์อีก คงจะได้นิสัยใจดีมาบ้างแหละนา  

"คุณคริสครับ ไปกั๋นเลยบ่ครับ" เสียงตะโกนดังมาจากหน้าบ้านพัก คริสเดินออกมาดูและพบว่าทัตพงศ์รออยู่ก่อนแล้วพร้อมด้วยจักรยานสองคัน  

"ที่รีสอร์ทมีจักรยานให้ปั่นด้วยเหรอครับพี่ทัต" คริสมองจักรยานตรงหน้าด้วยแววตาตื่นเต้น ไม่ได้ปั่นจักรยานมากี่ปีแล้วนะเนี่ย 

"บ่ไจ้หรอกครับ ของป้อเลี้ยงเปิ้นต่างหาก"  

"อ้าว แล้วแบบนี้จะไม่โดนพ่อเลี้ยงว่าเอาเหรอครับ" คริสขมวดคิ้ว ด้วยจำได้ว่าอีกฝ่ายเคยบอกไว้ว่าพ่อเลี้ยงเป็นคนดุ ถึงจะใจดีกับคนในรีสอร์ทก็เถอะ แต่เขาไม่ใช่สักหน่อยนี่นา 

"ปกติเปิ้นก่อหื้อละอ่อนในรีสอร์ทยืมไปขี่เล่นอยู่บ่อยๆ อยู่แล้วครับ อีกอย่าง... ป้อเลี้ยงเปิ้นจะกลับมาวันพู้ก เฮายืมออกมาเปิ้นก่อบ่ฮู้หรอกครับ" ทัตพงศ์ฉีกยิ้มให้คริสอย่างอารมณ์ดี ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มแห้งๆ กลับไป เห็นผู้ชายตรงหน้าแล้วก็อดจะคิดถึงเพื่อนสนิทอย่างเอิร์ธไม่ได้ นิสัยคล้ายๆ กันเลยแหะ 

 ว่าแต่... เอาของเขามาใช้แบบนี้จะไม่เป็นอะไรแน่นะ? 

"ไปกั๋นเถอะครับ ผมจะพาคุณคริสไปแอ่วในไฮ่ ส้มกำลังออกผลพอดี" คริสพยักหน้ารับ ยอมขี่จักรยานที่อีกฝ่ายหามาให้แต่โดยดี ก็ในเมื่อเจ้าถิ่นเขาว่าแบบนั้น ขาจรอย่างเขาจะทำตามก็คงไม่ผิด... เนอะ!?  

"ทั้งหมดนี่เป็นของพ่อเลี้ยงหมดเลยเหรอครับ" คริสกวาดสายตามองรอบๆ ตัวอย่างนึกทึ่ง ถ้ารวมที่ดินของรีสอร์ทกับไร่ส้มเข้าด้วยกันแล้วก็มีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ผู้ชายคนนั้นดูแลที่นี่คนเดียวงั้นเหรอ...  

"เรียกว่าเป๋นของครอบครัวเปิ้นจะดีกว่าครับ ป้อเลี้ยงเป็นคนดูแลที่นี่ก่อจริง แต่ปี้กับน้องเปิ้นก็มีหุ้นส่วนอยู่ด้วย" 

"น้อง?"  

"ครับ คุณลีน น้องสาวของป้อเลี้ยง เปิ้นพักอยู่ที่ 'บ้านเคียงดาว' ใกล้ๆ กับบ้านเคียงตะวันของคุณคริสไงครับ" คริสร้องอ๋อในใจ เมื่อนึกถึงบ้านพักอีกหลังที่เคยเห็นอยู่ไม่ไกล 

"พ่อเลี้ยงคงจะเป็นคนที่เก่งมากเลยสินะครับ" คริสมองคนงานในไร่ซึ่งกำลังช่วยกันตัดแต่งกิ่งส้มอย่างขมักเขม้นแล้วเอ่ยชม การจะควบคุมคนงานนับร้อยทั้งที่รีีสอร์ทและไร่ส้มให้อยู่ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย พ่อเลี้ยงคนนั้นคงจะเก่งมากจริงๆ  

"เก่งแต้เลยครับ อายุเปิ้นก็ยังน้อย แต่ทำได้ดีกว่าป้ออุ้ยบางคนแถวๆ นี้อีกครับ" น้ำเสียงจิกกัดท้ายประโยคทำให้คริสละสายตาจากไร่ส้มมามองคนพูดอย่างงงๆ 

"เอ่อ... พี่ทัตหมายถึงใครครับเนี่ย?" 

"โอ๊ะ! บ่มีอะหยังหรอกครับ ปี้ก่ออู้ไปเรื่อย คุณคริสอย่าสนใจ๋เลย" ทัตพงศ์โบกไม้โบกมือพลางยิ้มแห้งๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่อยากพูด คริสจึงไม่คิดเซ้าซี้ เปลี่ยนประเด็นคำถามเป็นเรื่องอื่นแทน 

"แล้วสวนทางด้านโน้นล่ะครับ ใช่ของพ่อเลี้ยงด้วยหรือเปล่า?" คริสมองไปยังไร่ส้มอีกฝั่ง เห็นหลักปักแสดงอาณาเขตอยู่เป็นระยะ หลังหลักนั้นก็เป็นไร่ส้มเช่นเดียวกัน 

"บ่ไจ้ครับบ่ไจ้ ตรงนั้นเป็นที่ดินของป้อเลี้ยงชัยยันต์ คู่แข่ง เอ้ย! เพื่อนบ้านของหมู่เฮาต่างหาก" 

"คู่แข่งเหรอครับ" คริสกระพริบตาปริบๆ ทัตพงศ์ไหวไหล่ก่อนจะพูดต่อ  

"ป้อเลี้ยงฝั่งทางโป้นเปิ้นอยากได้ที่ดินผืนนี้จะแย่ แต่ส่งคนมาเจรจากี่รอบป้อเลี้ยงของหมู่เฮาเปิ้นก่อบ่ยอมขาย ขนาดส่งแม่ญิงมาเป๋นตัวช่วย ยังบ่สำเร็จเลยครับ" ผู้จัดการธาราริน รีสอร์ทพูดด้วยน้ำเสียงขบขัน คริสอมยิ้ม 

"แล้วแบบนี้ทางฝั่งนั้นไม่เสียหน้าแย่เหรอครับ"  

"เสียสิครับ แต่ป้อเลี้ยงบ่ได้สนใจ เปิ้นสนใจคนในรีสอร์ทมากกว่า เปิ้นบอกว่า ถ้าเปิ้นขายที่ดินผืนนี้ไป แล้วหมู่เฮาจะยะการยะงานกันที่ใด เปิ้นเป๋นคนดีแต๊ๆ เลยล่ะครับ" 

"ครับ ผมเชื่อ" คริสยิ้มน้อยๆ อดจะภูมิใจแทนพี่ไลท์ไม่ได้ที่มีน้องชายเป็นคนดีแบบนี้  

"ปี้เชื่อว่าถ้าวันพู้กคุณคริสได้ปะกั๋นกับป้อเลี้ยง คุณคริสต้องชอบป้อเลี้ยงแน่ๆ"  

"ขนาดนั้นเลยเหรอครับพี่ทัต" คริสหัวเราะ แต่ถ้าพ่อเลี้ยงเป็นอย่างที่ทัตพงศ์เล่ามาจริง ก็ดูเป็นคนที่น่าคบหาคนหนึ่ง น่าจะคุยกันรู้เรื่องล่ะนะ 

"ใช่ครับ ป้อเลี้ยงเปิ้นหล่อขนาด แม่ญิงแถวนี้ตกหลุมฮักเปิ้นกั๋นทุกราย" ทัตพงศ์ยิ้มกว้าง ดูท่าจะภูมิใจในความหล่อของเจ้านายเอามากๆ  

"โธ่พี่ทัต ก็นั่นมันผู้หญิง แต่ผมเป็นผู้ชายครับ คงไม่ไปตกหลุมรักพ่อเลี้ยงของพี่ทัตหรอก" คริสหัวเราะค้าง เริ่มรู้สึกว่าคำว่าชอบของเขากับทัตพงศ์น่าจะแปลเป็นคนละความหมายกันเสียแล้ว  

"บ่แน่หรอกครับ คุณคริสเองก็งามหลาย งามกว่าแม่ญิงปากแดงลูกสาวป้อเลี้ยงชัยยันต์ด้วยซ้ำ" คริสเกาแก้มอย่างเก้อๆ คำว่างามนี่สมควรใช้ชมผู้ชายอย่างเขาจริงๆ ใช่มั้ยวะ แล้วนี่เขาควรจะดีใจดีหรือเปล่าที่โดนชมว่างามกว่าผู้หญิงเนี่ย เฮ้ออ!~  

"ตายล่ะ ปล่อยให้ปี้อู้ไปเรื่อยเปื่อยเสียนาน คุณคริสคงไค้อยากกิ๋นเข้าจะแย่ เฮากลับรีสอร์ทกันเตอะครับ ป่านนี้ทุกคนคงจะรอแล้ว"  

"ทุกคน?" คริสทวนคำอย่างสงสัย รีบคว้าจักรยานปั่นตามอีกฝ่ายไป  

"คนที่รีสอร์ทไงครับ พอรู้ว่าคุณคริสเป็นเพื่อนของคุณไลท์ก่อดีใจ๋กันใหญ่  บ่เกยมีเพื่อนของคุณไลท์มาที่นี่เลยน่ะครับ เพราะขนาดตัวเปิ้นเองก็ยังบ่เกยมาเลย" 

"แล้วแบบนี้พ่อเลี้ยงกับน้องสาวไม่คิดถึงพี่ไลท์แย่เหรอครับ"  

"บ่ครับ ป้อเลี้ยงเปิ้นพาคุณลีนบินไปหาคุณไลท์ที่อเมริกาทุกปี ส่วนใหญ่จะเป๋นช่วงปิดเทอม เพราะคุณลีนเปิ้นยังเรียนม.ปลายอยู่เลยครับ"  

"แบบนี้นี่เอง..." ถึงว่า พี่ไลท์ไม่มีทีท่าเศร้าซึมสักนิดเมื่อพูดถึงน้องชาย เพราะยังได้เจอกันบ่อยๆ นี่เอง  

"ถึงแล้วล่ะครับ" ทัตพงศ์เอารถจักรยานทั้งสองคันไปเก็บ ก่อนจะเดินนำคริสเข้าไปในสำนักงาน และเดินแยกไปในส่วนที่จัดเป็นสวนอาหาร ที่นั่นมีเด็กสาวคนหนึ่งยืนรออยู่แล้ว  

"อ้ายทัต! มัวแต่ยะอะหยังอยู่ มาช้าขนาด" เด็กสาวผิวขาว นัยต์ตากลมโตตามสไตล์สาวเหนือส่งเสียงแหวใส่ทัตพงศ์ทันทีที่เห็นหน้า อีกฝ่ายยิ้มแห้ง 

"ขอสูมาเต๊อะ อ้ายมัวแต่ชวนคุณคริสอู้เพลินไปหน่อย อย่าโกรธอ้ายเลยเน้อดาหวัน"  

"แล้วนั่นอ้ายพาไผมา บ่เกยเห็นหน้าสักเตื้อ? กิ๊กคนใหม่หรือจะได" เมื่อเห็นว่าซักทัตพงศ์ไปก็ไม่ได้อะไร เด็กสาวจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นคริสแทน ชายหนุ่มรีบส่งยิ้มเป็นมิตรไปให้ พอจะเดาสถานะของสองคนตรงหน้าได้ลางๆ 

"แล้วกั๋น! ก่อคุณคริสไงดาหวัน เปิ้นเป็นเพื่อนของคุณไลท์" ทัตพงศ์อธิบาย ดาหวันเบิกตากว้าง ก่อนจะโผเข้ามาจับแขนคริสไว้อย่างตื่นเต้น 

"อ้ายคริสเป๋นป้อจายแต้ก๊ะ ขอสูมาเต๊อะเจ้า ตะกี้ดาหวันมองบ่ชัด กึ๊ดว่าเป๋นแม่ญิง" 

"พี่เป็นผู้ชายครับ" คริสทำหน้าปุเลี่ยน นี่เขาหน้าเหมือนผู้หญิงขนาดนั้นเชียว? ทั้งๆ ที่คิดว่าแค่หน้าหวานกว่าผู้ชายปกติแค่นั้นเองแท้ๆ (?)  

"งามแต๊งามว่า เปิ้นขอยขนาด" ดาหวันส่งยิ้มหวาน ตาเริ่มมองคริสอย่างเพ้อๆ ทัตพงศ์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์เมื่อเห็นว่าคริสเริ่มจะทำหน้าไม่ถูกแล้ว 

"ปล่อยคุณคริสก่อนเต๊อะดาหวัน หื้อเปิ้นไปกิ๋นข้าวก่อน ป่านนี้คงหิวขนาด" 

"ได้สิจ๊ะ ไปกั๋นอ้ายคริส เดี๋ยวดาหวันจะพาอ้ายคริสไปเอง" พูดจบดาหวันก็คว้าหมับเข้าที่แขนของคริสและออกแรงลากชายหนุ่มไปทันที ทัตพงศ์มองตามแล้วได้แต่ส่ายหน้า... หรือจะตกกระป๋องซะแล้วล่ะมั้งเนี่ย ไอ้ทัตเอ้ยย...

....................................................................................................................................................................... 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูเป็นจังหวะหนักๆ ดังเกินกว่าจะเป็นการเคาะประตูแบบปกติทำให้คริสต้องรีบออกมาจากห้องน้ำทั้งที่ยังแต่งตัวไม่เรียบร้อยนัก พอเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็ได้แต่สงสัยในใจ ใครมันจะมาเคาะประตูตั้งแต่เช้าขนาดนี้กันบ้างล่ะเนี่ย

เมื่อคืนหลังจากกินข้าวเสร็จ ทัตพงศ์กับดาหวันก็มาส่งเขาที่บ้านพัก ซึ่งคริสบอกกับทั้งสองไปแล้วว่าวันนี้เขาจะพักผ่อนอยู่กับบ้าน ไม่มีโปรแกรมจะออกไปเที่ยวไหน ดังนั้นคนที่มาเคาะประตูอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ตอนนี้ไม่มีทางใช่สองคนนั้นอย่างแน่นอน

"มาแล้วครับ มาแล้วครับ" คริสรีบเปิดประตูเมื่อเสียงเคาะดังขึ้นอีกระลอก แถมดูเหมือนจะเพิ่มน้ำหนักมือขึ้นอีกนิดด้วย ไม่กลัวมือจะเจ็บบ้างหรือไงกัน

"อุ้ย!" เสียงอุทานของเด็กสาวในชุดนักเรียนกับใบหน้าที่แดงขึ้นนิดหน่อยทำให้คริสต้องก้มลงสำรวจเครื่องแต่งกายของตัวเองอีกครั้ง 

อืม... กางเกงผ้านิ่มขายาวสีขาว กับเสื้อกล้ามสีดำสนิท... เอาน่า มันก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรสักหน่อย... 

"ลีน... กลับบ้านไปเดี๋ยวนี้" แต่ดูเหมือนผู้ชายตรงหน้าจะไม่ได้คิดแบบเดียวกับเขาแหะ  เล่นดึงเด็กสาวไปหลบอยู่ข้างหลัง แถมยังออกคำสั่งเสียงดุไปอีก นี่คิดว่าเขาเป็นโรคจิตหรือไงกัน

"แต่..." เด็กสาวเหลือบมองหน้าเขากับคนที่ทำหน้ายักษ์อยู่ที่หน้าประตูอย่างลังเล  

"พี่บอกว่าให้กลับไปไง แล้วก็เตรียมตัวไปโรงเรียนได้แล้ว เดี๋ยวก็สายหรอก" 

"ค่ะ..." เด็กสาวทำหน้ามุ่ย ก่อนจะยอมเดินลงจากบ้านไป แต่ก็ไม่วายหันมาส่งรอยยิ้มซุกซนให้เขาอยู่ดี ซึ่งเขามันก็คนดีมีมารยาท ยิ้มมายิ้มกลับครับไม่โกง

"ชุดที่เรียบร้อยกว่านี้ไม่มีแล้วหรือไง..." เสียงเย็นๆ ที่เอ่ยถามขึ้นทำให้คริสต้องละสายตาจากร่างของลีนมามองเจ้าของคำถามแทน ถ้าเด็กสาวเมื่อกี้คือ 'คุณลีน' อย่างที่ทัตพงศ์เล่าให้ฟัง งั้นผู้ชายตรงหน้าเขาตอนนี้ก็คงจะเป็น...

"มี..." เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะถอยหลังเข้ามาในห้องอีกนิดเมื่ออีกฝ่ายเปลี่ยนจากยืนทำหน้ายักษ์อยู่หน้าประตูมาเป็นยืนกอดอกพิงขอบประตูคุยกับเขาแทน

"แล้วทำไมถึงไม่รู้จักแต่งตัวให้เรียบร้อย ลืมหรือไงว่าตอนนี้นายไม่ได้อยู่ที่บ้าน" คำพูดกวนๆ กับหน้านิ่งๆ ของอีกฝ่ายทำเอาคริสโมโหปรี๊ด แต่เพราะเดาฐานะอีกฝ่ายได้ จึงทำได้แค่เพียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อบรรเทาความโกรธแทน หากแต่ประโยคถัดมาทำเอาเส้นความอดทนของคริสขาดผึงทันที  

"ทำไมไม่ตอบ? หรือว่าจริงๆ แล้ว... ตั้งใจแต่งตัวแบบนี้มาเพื่ออ่อยฉัน?" 

"จะบ้าเหรอ! ใครจะไปคิดทุเรศๆ แบบนั้นกัน" สิงโตมองท่าทางโมโหของคนตัวเล็กกว่าอย่างนิ่งๆ 

"อยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมผมถึงต้องมาเปิดประตูด้วยสภาพนี้... ก็เพราะมีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มาเคาะประตูห้องผมดังลั่นเหมือนมีใครตายตั้งแต่ที่ผมยังทำธุระในห้องน้ำไม่เสร็จน่ะสิ! ต้องให้ผมบอกอีกไหมครับ 'พ่อเลี้ยง' ว่าไอ้บ้าคนนั้นน่ะเป็นใคร" คริสมองดวงตาวาวโรจน์ของอีกฝ่ายอย่างท้าทาย 

เหอะ! คิดว่าไอ้ท่าทางนิ่งๆ กับน้ำเสียงเย็นๆ แบบนั้นจะทำให้เขากลัวได้งั้นสิ ฝันไปเถอะ!   แล้วนี่น่ะเหรอพ่อเลี้ยงที่แสนใจดี มีคุณธรรมของคนทั้งรีสอร์ท... ดูยังไงนี่มันหมาบ้าหลุดจากกรงชัดๆ !!!

 .......................................................................................................................................................................  



พระเอกของเราค่าตัวค่อนข้างแพงค่ะ ตอนที่สี่แล้วเพิ่งจะได้ออกโรง แถมออกมาทั้งทียังมีบทแค่ห้าประโยค 555 น่าสงสารเขานะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 136 ครั้ง

348 ความคิดเห็น

  1. #347 JaoJean (@Yeme_sama) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 16:06
    เจอกันแล้วๆๆๆ
    #347
    0
  2. #305 GFMB (@GFMB) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:38
    555555 เจอหน้าน้องก็ว่าหมาป่าแล้วอ่ะ เอาไงอ่ะพี่!
    หน้าหวานกว่าผู้ชายนิดหน่อย....(-นิดหน่อย? อืมๆๆโอเคนิดหน่อยก็นิดหน่อย)
    #305
    0
  3. #265 คนเบื่อโลก? (@Jpranmao) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 22:11
    เจอกันสกิลปากก็ทำงานทันที555+
    #265
    0
  4. #177 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 07:07
    เจอกันครั้งแรกก็ดุน้องเลยนะ
    #177
    0
  5. #135 creamsarang (@creamsarang) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:45
    พนะเอกมาแล้วค่าาา เปิดตัวๆๆๆ
    #135
    0
  6. #43 Aerins (@aerins) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 00:35
    ภาษาเหนือน่าฮักขนาดเจ้า 555555 งืออ ชอบค่ะ
    กว่าคุณพระเอกจะออกได้ปาไปหลายแชปเตอร์ แล้วอะไรกันเปิดมาก็ดุน้องคริสซะและ
    #43
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. #5 ATPX_S (@stamp159) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 17:55
    เจอกันครั้งแรกก็ฟาดปากกันซะแล้ว สัมผัสได้ถึงความปั่นป่วน
    #5
    0
  9. #4 Nabhat (@Nabhatrapee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 16:25
    มันคืออะไร มาถึงก็ว่าน้องฉอด ๆ มาหาว่าน้องอ่อยอีกต่างหาก ป้อเลี้ยงผู้แสนใจดีของคนทั้งโลก แต่ยกเว้นกับอิน้องคนงามของเรา
    #4
    0