มิอาจฝืนชะตาฟ้า

ตอนที่ 4 : มิอาจฝืนชะตาฟ้า บทที่ ๒ : ร้อยคำครหา ไม่สู้หนึ่งคำจากคนที่รัก (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43,326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,956 ครั้ง
    14 ต.ค. 63

               คืนนั้นหลิงอี้เซียงค้างคืนที่จวนสกุลหลิง โดยให้บิดาเป็นผู้ออกหน้าจัดการแจ้งข่าวให้คนสกุลเหยียนทราบ

 

            ร่างเล็กนั่งทอดสายตาออกไปด้านนอกหน้าต่างที่ถูกเปิดไว้กว้าง ดวงตาคู่งามเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย มิต่างจากชีวิตของนางในยามนี้ 

 

            แสงจันทร์ยามค่ำคืนช่างดูงดงามมิได้แตกต่างจากเมื่อครั้งวันวาน วันที่นางได้พบเขา...เหยียนสือฟาน

 

 สามปีก่อน

 

            ร่างเล็กของคุณหนูรองแห่งจวนสกุลหลิง นั่งเล่นอยู่ในศาลา ดวงตาคู่งามทอดมองออกไปยังพื้นน้ำเบื้องหน้าที่สะท้อนภาพของดวงจันทร์กระจ่างบนท้องฟ้า สายลมพัดไหว หลิงอี้เซียงอายุสิบห้าปีเต็มเพิ่งผ่านพิธีปักปิ่น*มาได้สองเดือน  ใบหน้าเล็กรูปหัวใจรับกันได้ดีกับริมฝีปากจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตที่คล้ายมีหยดน้ำพร่างพราวอยู่ตลอด แลดูน่ารักน่าเอ็นดู มีเพียงจมูกโด่งรั้นคล้ายบิดาเท่านั้นที่ให้ความรู้สึกถึงความถือดีมากกว่าผู้อื่น 

 

            เสียงสวบสาบหนึ่งทำให้ร่างเล็กต้องหันไปมองต้นตอของเสียงด้วยความแปลกใจ พุ่มไม้สั่นไหวอยู่ชั่วครู่ก่อนจะนิ่งสงบลง หลิงอี้เซียงผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตระหนก แม้จะเป็นคุณหนูรองของจวน แต่ยามนางไปไหนมาไหนก็มักจะไปคนเดียวเสมอ บ่าวรับใช้มีหน้าที่เพียงคอยจัดเตรียมสิ่งต่างๆให้เท่านั้น แต่สถานการณ์แปลกประหลาดเบื้องหน้าทำให้หลิงอี้เซียงรู้สึกว่าตนคิดผิดที่ให้จิ้นหยางกลับไป

 

            ‘ชะ...ช่วย...อื้อ’นางกำลังจะร้องให้คนช่วย แต่เงาร่างทะมึนหนึ่งกลับโผล่มาทางด้านหลังพร้อมกับรวบตัวนางไว้แน่น มือหนาปิดปากของนางไว้เพื่อกั้นเสียงร้อง

 

            หลิงอี้เซียงได้แต่ร้องในลำคอ ด้วยยิ่งดิ้นรนร่างหนายิ่งรัดแน่น ดวงตาคู่งามจึงคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตา เหมือนอีกฝ่ายจะสัมผัสถึงแรงสะอื้นของคนในอ้อมแขน ร่างสูงเบื้องหลังจึงได้ถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงแววเย็นชาอยู่ในที

 

            ‘หากข้าปล่อย...เจ้าจะต้องรับปากว่าจะไม่ร้อง ข้าไม่ใช่คนร้าย เพียงแต่มีจุดประสงค์บางอย่างถึงได้ลอบเข้ามาที่นี่’หลิงอี้เซียงพยักหน้าทั้งน้ำตา มือหนาค่อยๆคลายออก ก่อนจะหมุนร่างเล็กให้มาเผชิญหน้ากับตน เมื่อทุกอย่างแจ่มแจ้ง ใบหน้าของบุรุษเบื้องหน้าทำให้หลิงอี้เซียงนิ่งงันไป

 

            รูปหน้าคมคาย รับกับคิ้วเข้มและจมูกคมสัน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนแม้จะชวนให้รู้สึกถึงความเย็นชา แต่ก็มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด อายุของเขาไม่น่าจะเกินยี่สิบห้า

 

            ‘ทะ...ท่าน...เป็นใคร?” นางเอ่ยถามไม่เป็นเสียงนัก หัวใจเจ้ากรรมเต้นกระหน่ำเสียจนอยากจะเอ่ยปากดุ อีกฝ่ายมองนางคล้ายอึ้งๆไปเล็กน้อย

 

            ‘ปล่อยน้องสาวของข้านะ’ เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้ทั้งสองต้องหันกลับไปมอง เป็นหลิงอี้หลานพี่สาวของตนนั่นเอง มือหนาปล่อยคนในอ้อมแขนแทบจะทันที

 

            สตรีทั้งสองมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกันมาก หากมองเผินๆอาจคิดว่าเป็นคนเดียวกันได้ แต่...

 

            สตรีที่กำลังมองมาที่ตนด้วยท่าทางดุๆนั้น คือคนที่ตนตามหาไม่ผิดแน่!

 

            สตรีตัวร้าย

 

            ที่ดึงความสนใจของตนได้ทันทีที่พบหน้า นางอาจหาญแย่งชิงของที่ตนหมายตาไว้ เขาถึงได้ตามอีกฝ่ายมาถึงที่นี่!

 

            หากใบหน้างามที่กำลังมองมาที่เขาอย่างเอาเรื่องนั้น ก็ทำให้ตนเริ่มจะไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้วตนตามสิ่งใดมากันแน่

 

            คนหรือของ

 

            ‘ข้าต้องการของข้าคืน’ เสียงเข้มแสนเย็นชาเอ่ยขึ้น หลิงอี้หลานมีสีหน้างุนงง แต่ไม่นานก็เข้าใจได้ในทันทีว่า ‘ของ’ ที่อีกฝ่ายว่าคือสิ่งใด เป็นเพียงขลุ่ยเลาหนึ่ง ที่นางบังเอิญประมูลได้มา แท้จริงแล้วถ้าอีกฝ่ายต้องการจริงๆหากมาขอกับตนดีๆ และเหตุผลฟังขึ้น ตนก็คิดจะมอบให้เขาอยู่แล้ว แต่การกระทำอุกอาจทั้งยังจับตัวน้องสาวของนางไว้เช่นนี้

 

            เห็นทีคงจะยอมให้ง่ายๆไม่ได้!

 

            ‘ก็ต้องดูว่าท่านจะสามารถหรือไม่’ น้ำเสียงกึ่งยั่วยุกึ่งท้าทายนั้นทำให้เหยียนสือฟานพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่หลิงอี้หลาน หลิงอี้เซียงถูกปล่อยเป็นอิสระแทบจะทันที

 

            หลังจากนั้นภาพของนางก็ราวกับเลือนราง ตัวตนที่มักจะถูกมองข้ามเสมอ หากหลิงอี้หลานคือดวงอาทิตย์อันแสนเจิดจรัส ตนก็เปรียบเสมือนพระจันทร์ หากเมื่อมีอีกฝ่ายอยู่ ย่อมไม่มีผู้ใดมองเห็นนาง

 

            หลังจากทะเลาะกัน ไม่นานพวกเขาก็กลายเป็นสหายกัน นางจึงได้รู้ว่าบุรุษท่าทางเย็นชาผู้นั้นคือเหยียนสือฟานขุนนางใหญ่ในราชสำนัก อีกทั้งความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดูจะก้าวหน้า แม้เหยียนสือฟานจะไม่ใช่คนที่ชอบเเสดงออกนัก แต่ก็มักจะยอมลงให้หลิงอี้หลานอยู่เสมอ จนเมื่อวันหนึ่งที่องค์ชายรองปรากฏตัวขึ้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปในอีกทิศทางหนึ่ง จนพี่สาวของนางตัดสินใจแต่งเข้าตำหนักองค์ชายรอง หลังจากวันนั้นนางก็แทบไม่ได้พบเขาอีก

 

            จนเมื่องานแต่งงานของหลิงอี้หลาน นางถึงได้พบเหยียนสือฟานอีกครั้ง ใบหน้าคมคายที่ซูบผอมลงไปมากนั้นทำให้จิตใจของนางเจ็บปวดจนเกินจะทน เจ็บปวดที่ต่อให้ตนอยากจะมอบความรักให้ อีกฝ่ายก็อาจจะไม่ต้องการ เจ็บปวดที่เขาไม่เคยมองเห็นว่านางยืนอยู่ตรงนี้ เพราะในสายตาของเหยียนสือฟานเห็นแต่เพียงพี่สาวของตนเท่านั้น

 

            ใช่...นางหลงรักบุรุษผู้นี้ตั้งแต่แรกเห็น

 

            เป็นความรักที่เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะ แต่กลับสลักลึกภายในจิตใจ

 

            เป็นเพราะนางรักเหยียนสือฟาน...จนมิอาจทนเห็นเขาต้องเจ็บช้ำน้ำใจเพราะพี่สาวตนได้อีก นางถึงได้ทำเรื่องที่กล้าหาญที่สุดเท่าที่ตนเคยทำมาในชีวิต นั่นคือการยื่นข้อเสนอที่จะแต่งงานกับเขา 

 

            วันนั้นนางยังจดจำได้เป็นอย่างดี ดรุณีน้อยอายุสิบห้าผู้หนึ่งยืนกำชายกระโปรงตนเองไว้แน่น ดวงตามองตรงไปยังบุรุษตรงหน้าอย่างแน่วแน่

 

            นางพึ่งเอ่ยปากขอบุรุษแต่งงาน

 

            ขอให้เขามาเป็น ‘สามี’ของนาง

 

            แม้จะหวาดกลัวคำปฏิเสธ

 

            แต่เมื่อคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสเดียวของตนแล้ว หลิงอี้เซียงจึงไม่ลังเลที่จะเอ่ยกับเหยียนสือฟาน

 

            อีกฝ่ายจับจ้องใบหน้าของนางนิ่ง หลิงอี้เซียงเม้มปากเเน่นดวงตาเริ่มแดงก่ำ ในใจภาวนาให้เขาตกลง หรือหากไม่ ก็ขอให้ปฏิเสธตนอย่างนุ่มนวล ด้วยเกรงว่านางได้ใช้พลังใจทั้งหมดไปกับการขอเขาแต่งงานแล้ว จนอาจไม่เหลือแรงใจที่จะรับความเจ็บปวดได้อีก 

 

            ‘ได้...ข้าจะแต่งกับเจ้า’ ประโยคนั้นของเขาทำให้นางอึ้งไป ไม่คิดว่าบุรุษที่ตนพึงใจจะตกปากรับคำแต่งงานกับนางอย่างง่ายดาย 

 

……………….

มาต่อแล้วจ้า

ฉบับ E-book กดด้านล่างได้เลยจ้า

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTgzNDQ0NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEzMjMwMyI7fQ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.956K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,512 ความคิดเห็น

  1. #2499 parkraerim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 17:44
    เศร้าเนอะ ทำทุกอย่างแล้วแต่คนไม่รักก็คือคนไม่รัก ยิ่งพูดยิ่งเจ็บ แงงงงงง โอ๋ๆนะคะ ทำดีที่สุดแล้วนะ
    #2,499
    0
  2. #1909 Best Step (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 08:23
    ความสั้นของตอนแบบนี้มันคืออะไรกัน!!-_>-
    #1,909
    0
  3. #1872 ฺBedroom (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 10:22
    เฮ้ย ทำไมคนเราถึงหลงรักคนอื่นด้วยหน้าตานะ รักเเค่เพราะเขาหน้าตาดีแค่นี้เหรอไม่คิดจะศึกษานิสัยหรืออะไรเลย ถ้าเเบบนี้ในอนาคตมีคนหล่อกว่าก็เปลี่ยนใจได้ง่ายๆรึ งง หน้าตาไม่ควรเป็นตัวตัดสินสามีในอนาคตเราป่ะ
    #1,872
    0
  4. #1167 chanchan123 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 17:45
    น้อนขอผช.แต่งงาน 555+
    #1,167
    0
  5. #883 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 22:10
    น้องไขว่คว้ามาเองจริงๆ
    #883
    0
  6. #852 nutthinadda (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 14:27
    นอ ไม่ได้แย่ง ผช มานะก็แค่ลองไขว่คว้าดูไม่ได้ผิดอะไร เมื่อพยายามแล้วเค้าไม่รักก็เดินออกมาก็สมเหตุสมผลดี
    #852
    0
  7. #715 1988yongsi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 14:29
    ซูดมาม่าต่อ
    #715
    0
  8. #583 Black_panther (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 16:23
    คนจะรักยืนเฉยๆเขาก็รัก แงงง
    #583
    0
  9. #497 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 11:46
    รักแรกพบ รักข้างเดียว มันก็จะลืมยากหน่อย
    #497
    0
  10. #463 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 23:01
    เจ็บบบบบบ
    #463
    0
  11. #456 dreammiing (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 21:54
    นางทำตัวเอง แต่นางก็รู้ตัวเอง ออกมาแล้ว
    ผู้ชายก็เกลียดไม่ลงนะ เพราะเขาไม่ได้ทำตัวแย่ด้วย ก็แค่ไม่รักเลยเฉยๆ
    #456
    0
  12. #372 MapleSy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 22:06

    สสมควรที่จะเจ็บ โง่ เสนอแต่ง

    #372
    0
  13. #366 CHA.h (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 19:23
    นางเอกเสนอตัวก่อนก็จริงแต่เสนาก็ผิดนะถ้าไม่รักก็ไม่ควรยอมแต่งด้วยแต่แรก คงเห็นเป็นตัวแทนพี่สาวเฉยๆ ดีแล้วที่นางเอกหย่าออกมาทนไปก็ยิ่งเจ็บปวดเฮ้อออ
    #366
    0
  14. #314 Airzaa1810 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 12:40
    น้องควรรักตัวเองก่อนไปรักคนอื่นนะลูก
    #314
    0
  15. #279 8Took8 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 15:11
    อ้าวคดีพลิก!!หันมาสงสารท่านเสนาแทนเด้อทันไหม?
    #279
    0
  16. #103 Freesmale (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 00:04

    อ้าวก็เสนอตัวเองจะโทษท่านเสนาบดีก็ไม่ได้นะ รู้ทั้งรู้ว่าใจเค้าอยู่กับพี่สาวแล้วจะหวังอะไร

    #103
    0
  17. #14 Boonndar (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 22:43

    ถ้า 3ปี ไม่ค่าในจองนาง

    ดีแล้วเดินออกมา ถูกแล้ว

    #14
    0
  18. #13 daisyofthegalaxy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 12:58
    ผู้ชายน่าสงสารมากที่มาเจอผู้หญิงอย่างอี้เซียงหลงรักอี้เซียงรักผู้ ผู้รักพี่สาวพี่สาวแต่งงานไป อาศัยว่ารูปร่างหน้าตาตัวเองเหมือนพี่เลยขอผู้เสียบ
    ได้แต่งได้พลีกายให้ผู้สมใจ แต่พอไม่ได้ดั่งใจคือไม่ได้ใจผู้อย่างที่วาดฝันไว้ก็ขอหย่า
    คิดดีๆ นี่มันเอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวมากอี้เซียงไปรักเค้าเอง ขอเป็นตัวแทนเอง ไม่ได้ความรักดั่งใจหวังก็ขอเลิกเอง ได้ลูกติดท้องมานี่คงดีใจมาก นี่ลูกของคนที่ตัวเองอุตส่าห์ทุ่มเทสุดตัวเลยนิ
    รอดูเลยว่าคาแรกเตอร์อี้เซียงจะเป็นแบบไหนยังไงต่อแต่อยากให้เลิกโทษผู้เก่าว่าไม่มีใจสักที โทษตัวเองที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ความสุขที่จะได้อยู่ข้างๆ เขา เลยเอาตัวเองไปพัวพันเถอะ


    สงสารฝ่ายชายจริงๆ ที่มิอาจฝืนชะตาฟ้าได้


    #13
    1
    • #13-1 Mynun9412(จากตอนที่ 4)
      22 สิงหาคม 2563 / 01:04
      ไม่รักก็หย่าไง ผิดตรงไหน ฝ่ายหญิงเห็นแก่ตัวตรงไหน ในเมื่อฝ่ายชายไม่รัก ได้กันสามปีก็วินวินทั้งสองฝ่าย จริงม่ะ แถมหย่าขาดคนที่ควรหน้าสงสารก็เป็นฝ่ายหญิง ต้องโดนด่าโดนว่า นิไม่ได้ติผู้ชายนะว่าผิด ไม่มีใครผิด มีแค่รักกับไม่รักแค่นั้น
      #13-1
  19. #12 lumin0799 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 11:21
    อี้เซียงหนูต้องเข้มแข็งให้มากๆ ถ้าถึงตอนที่สามีหนูมาง้อคืนดีหรืออะไรอย่ายอมง่ายๆนะลูก ส่วนแม่นี่หัวอ่อนมากไปมั๊ย เพราะเออาจริงๆเป็นฮูหยินแต่ให้ลูกอนุหรืออยุมาตีฝีปากนี่ไม่ได้เลยค่ะ ตามจริงต้องสั่งสอน อยากให้แม่เข้มแข็งสู้คนบ้าง ส่วนสามีนี่อยากรู้ว่ารักน้องบ้างมั๊ยถ้าไม่รักก็ปล่อยไปเถอะ ตอนแรกคิดว่าอี้เซียงหย่าแล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ไม่ได้กลับบ้านแบบนี้ เอาจริงๆคือควรไปเริ่มต้นใหม่ไม่ควรกลับบ้านจริงๆ
    #12
    0