คัดลอกลิงก์เเล้ว

Loga ปฐมบททูตสวรรค์สีดำ

นี่..คือเรื่องราวของข้า เรื่องราวของปีศาจ.. ..ที่มีเจ้าเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียว

ยอดวิวรวม

196

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


196

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


4
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 เม.ย. 58 / 23:54 น.
นิยาย Loga ٵäմ Loga ปฐมบททูตสวรรค์สีดำ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ชื่อ : Kurai kuro (คุไรคุโร)


ชื่อ : Loga (โลกา)
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 เม.ย. 58 / 23:54


         มืด..มืดชมัด ทำไมมันถึงได้มืดขนาดนี้นะ ? ข้าคิดก่อนภาพเบื้องหน้าจะค่อยๆสว่างขึ้นเมื่อข้าตัดสินใจลืมตา  สิ่งแรกที่ปรากฏเข้ามาในวิสัยทัศน์ของข้านั่นคือ ท้องฟ้าสีแดงเลือดราวกับมีใครสักคนเอาเลือดสดๆมาทาละเลงทั่วทั้งท้องฟ้า พื้นดินแห้งแล้งไร้ซึ่งสุรเสียงของสิ่งมีชีวิต มีเพียงแอ่งน้ำเล็กๆที่กำลังเหือดแห่งอยู่ข้างๆจุดที่ข้ากำลังนอนแผ่หร่าอยู่นั้นเอง

          "ให้ตายสิ ! ที่นี้มันที่ไหนกัน ? " ข้าลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบากพร้อมกับมองสำรวจรอบๆไปพลางๆ ก่อนข้าจะต้องตกใจสุดขีดเมื่อสายตาเจ้ากรรมดันหันไปเห็นภาพสะท้อนของตนในแอ้งน้ำ

          "อ--อะไร ?นี่มันอะไรกัน !?" ข้ารีบขยับตัวเข้าไปใกล้แอ้งน้ำอย่างเร่งรีบไม่สนใจความปวดร้าวตามร่างกายที่รุกเร้าเข้ามาทุกครั้งที่เครื่อนไหว พร้อมกับจับเส้นผมของตนขึ้นมาดูทันที ก่อนข้าจะต้องชงักไปเมื่อบัดนี้มันไม่เป็นดั่งเช่นเดิม เมื่อหันไปมองภาพสะท้อนในน้ำยิ่งยืนยันถึงข้อสงสัยที่ข้าไม่อยากจะนึกถึง

          ..ข้า..ไม่ใช่ชาวสวรรค์อีกต่อไปแล้ว...

          ทันทีที่ความคิดนั้นผุดขึ้นมามันทำให้ข้ารู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจอย่างช่วยไม่ได้  ..ข้าถูกแผ่นดินที่ข้ารักทรยศ ข้าส่ายหัวไล่ความคิดมากมายที่ประดันเข้ามาอย่างไม่บอกกล่าวก่อนจะหันไปสนใจถึงตัวตนของข้าที่เปลี่ยนไป

          เค้าโครงหน้าของข้ายังคงเป็นเช่นเดิม เส้นผมที่เคยมีสีทองงดงามดุจดั่งดวงตะวันบัดนี้กับแปรเปลี่ยนเป็นสีเงินบริสุทธ์ ผมที่เคยยาวถึงกลางหลังกับสั้นลงถนัดตาเหลือความยาวไม่เพียงประบ่าเท่านั้น มีปอยผมปอยหนึ่งทางด้านขวายาวเลยลงมาจนถึงเอว ผิวที่เคยขาวอยู่แล้วกับขาวซีดขึ้นไปอีก จนจะทำให้ข้ากลายเป็นซากศพเดินได้อยู่ล่อมล่อ ดวงตาที่เคยมีสีน้ำเงินเข้มดั่งน้ำลึกในมหาสมุทรกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงยิ่งกว่าท้องฟ้าข้างบนเสียอีก และสิ่งสุดท้ายที่ยืนยันถึงตัวตนของข้าในตอนนี้นั่นคือ ปีกคู่ใหญ่กลางหลังที่เมื่อก่อนเคยมีสีขาวบริสุทธิ์ บัดนี้กลับถูกความมืดกลืนกินจนกลายสีดำสนิดยิ่งกว่ารัตติกาลใดๆ

          "..หึ..ฮ่า!ฮ่า ฮ่า!!" ข้าอดที่จะหัวเราะกับความน่าสมเพชของตนในตอนนี้ไม่ได้ ข้าถูกทอดทิ้งแล้วจริงๆ ถูกหักหลังจากคนที่ข้าไว้ใจ..

          "กรอด!!" ข้ากัดฟันกร่อนพร้อมกับมือที่จิกลงไปในพื้นดิน เมื่อนึกถึงสาเหตุที่ทำให้ข้าต้องตกมาอยู่ที่นี้ ความรู้สึกเจ็บแปลบที่ช่องอกและช่วงท้องแล่นขึ้นมาอย่างหยุดไม่อยู่ ทั้งที่ตรงนั้นไม่เหลือรอยแผลอะไรแล้วแท้ๆ

          "การสมานแผลของปีศาจงั้นสินะ.." ถึงแม้ตอนนี้จะไม่เหลือรอยแผลอะไรแล้วก็เถอะแต่ข้าก็ยังสัมผัสได้ถึงความรู้สึกตอนที่เจ้าทรยศความเชื่อใจของข้า ตอนที่พวกเจ้าใช้ผนึกเสาเหล็กเก้าชั้นฟ้ามาผนึกข้าโดยไม่ทันจะให้ตั้งตัว เพียงเพราะหวังจะฆ่าข้า..

          ทำไม ? ข้าทำอะไรผิด ? ทำไมแม้แต่เจ้า..ทำไมเจ้าถึงได้ทรยศข้ากัน ? คารอส !! พอกันที ! ถ้าข้ากลายเป็นเป็นปีศาจแล้วละก็ ข้าจะขอทำลายพวกเจ้าให้พินาศยิ่งกว่าที่พวกเจ้าทำกับข้าไว้เลยค่อยดู ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหรือกานู๊ด !!! 

          "นี่ นายเก็บอาการไม่เป็นเลยรึไง ?" เสียงทุ้มปริศนาดังขึ้นมาจากข้างหลังอย่างเงียบๆ มันทำให้ข้าสะดุ้งจนตัวลอย จิตสังหารที่เผลอปล่อยไปมากมายมลายหายไปในพริบตา  ให้ตายสิ ! ขอละ ถึงข้าจะเป็นผู้ชายข้าก็ตกใจเป็นนะ!!


           ทันทีที่ข้าหันไปมองทางต้นเสียงนั้นทำให้ข้าเกิดความรู้สึกที่อยากจะทำประกันสายตาขึ้นมาทันใด ..ก็แม้ใครเขาใช้ให้เจ้าเกิดมาหล่ออย่างกับชาวสวรรค์อย่างนี้ล่ะ ? โดยไม่ทันรู้ตัวข้าก็เผลอมองสำรวจเจ้าของเสียงปริศนาตรงหน้าไปซะแล้ว เจ้าของเสียงปริศนานั่นเป็นชายหนุ่มที่สูงประมาณ 180 ซม.เท่าๆกับข้า มีผิวที่ขาวซีดยิ่งกว่าข้าตอนนี้ซะอีก ผมสั้นสีดำราวกับปีกของข้าในตอนนี้ และดวงตาสีเขียวมรกตงดงามที่เหมือนกับสีของคำสาปร้ายแรงบทหนึ่งในพระคัมภีร์ต้องห้าม ..Book of Cursed Angel 

           "..เจ้าเป็นปีศาจงั้นหรือ ?" ข้าถามออกไปทั้งๆที่พอจะรู้คำตอบอยู่บ้างแล้วแท้ๆ ก็นะ ถ้าที่แห่งนี้คือดินแดนแห่งความมืดจริงล่ะก็มันก็คงไม่ผิดถ้าคนตรงหน้าจะเป็นปีศาจ ..ถูกปีศาจมาเห็นในสภาพแบบนี้ มันน่าสมเพชจริงๆแหะ..

           "ตรงไหนงั้นหรอ ?" หืม ?เจ้าอ่านใจข้าสินะ เดี๋ยวนะ ? อ่านใจ ! เจ้าอ่านใจข้า ! เจ้านี้เป็นปีศาจที่เสียมารยาทชมัด ! นี่มันพื้นที่ส่วนตัวของข้านะ !!

           "ส่วนตัวแล้วไง ? ก็ข้าอย่างจะอ่านซะอย่าง" แน่ะ ! มียักคิ้วกวนอวัยวะส่วนล่างของข้าด้วย !! ระวังเถอะ เดี๋ยวมันจะไปประทับอยู่บนหน้าเจ้า !!!

           "..แพ้แล้วพาลนี่หว่า" เจ้าพูดด้วยเสียงเบาราวกระซิบ แต่ขอโทษเหอะ ! ข้าได้ยิน !!

           "ก็พูดให้ได้ยินนะสิ" เจ้าสวนอย่างหน้าตาย แต่ว่านะ ถ้าเจ้าตั้งใจจะพูดให้ข้าฟังแล้วเจ้าจะกระซิบทำไมมิทราบ !?

           "ก็เพื่อให้เจ้ารู้ว่าเจ้าก็เสียมารยาทกับข้าโดยการแอบฟังที่ข้าพูดไงล่ะ" ห๊ะ ! เดี๋ยวนะ ! สรุปข้าผิด !! ข้านี้อึ้งไปเลย นี่ข้าผิดที่ดันหูดีเกินไปงั้นสิ ! จะบ้าเรอะ ! ถ้าเป็นเจ้าเจ้าจะไม่ได้ยินรึไง !? อยู่ด้วยกันสองคนในที่ๆไม่เสียงอะไรเลยเนี่ย อยู่ห่างกันก็ไม่มาก ถามจริง ! เป็บเจ้าจะไม่ได้ยินเลยรึไง ?

           "ก็ทำเป็นซะว่ามันไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นซะสิ" ง่ายเนอะ..ข้าไม่เคยเจอใครด้านแบบเจ้าเลยจริงๆ..

           "ด้าน..ถ้าข้าด้านเจ้าก็คงไม่ต่างจากข้านักเรอะ ..คนอะไรยืนว่าข้าอยู่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าข้าอ่านใจได้ยังไม่ยอมบล๊อกความคิดตัวเองอีก..." เอ่อ..สรุปข้าผิด ? ผิดที่ไม่ยอมเก็บความคิดตัวเองให้ดีงั้นสิ ข้าล่ะเหนื่อยใจ.. ถ้าข้าทำได้ข้าทำไปนานแล้ว!!

           "อ๋อ ! ยังใช้พลังไม่เป็นงั้นสิ" เออ ! รู้แล้วก็ยังจะถามอีก !! ถ้าเจ้าอยากจะเยาะเย้ยข้าก็พูดมาเลยเถอะ !!

 

           "ข้าสอนให้ไหมล่ะ ?" 

           "ห๊ะ ! เจ้าว่าไงนะ !!" ขำ..ขำเข้าไป ข้ารู้น่าว่าหน้าข้าตอนนี้มันตลกขนาดไหน แต่เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องขำขนาดนั้นก็ได้..

           "ก็--อุ๊บ! ฮ่า ฮ่า ! น--หน้าเจ้ามันตลก" แน่ะ ! ยังไม่หยุดอีก ข้าชักจะรำคาญขึ้นมาจริงๆแล้วนะเนี่ย 

           "ขอโทษด้วยแล้วกัน !!" ข้ากระแทกเสียงลงไปอย่างเหลืออด ..นี้มันวันอะไรกัน ? นอกจากจะพึ่งตกสวรรค์แล้ว ยังต้องมาโดยปีศาจหัวเราะอีก ข้านี้มันน่าสมเพชจริงๆ..

           /"เจ้าน่ะมันก็เป็นเหมือนกันกับพี่สาวของเจ้านั้นแหละ ! ไอ้ตัวหายนะ !!" ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผิวขาวราวกับไข่มุก เส้นผมและดวงตาสีทองเจิดจรัส ตะโกนด่าทอข้าที่มาขอความช่วยเหลือโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด นั้นทำข้ารู้สึกราวกลับว่าเวลาของโลกทั้งใบได้หยุดนิ่ง ..นี่เหรอ ? คือสิ่งที่จ้าวแห่งสวรรค์สมควรจะพูดกับข้า ? ข้าที่เคราพและภัคดีต่อท่านมาตลอด !!

           "ท--ท่านพูดอะไรของท่านน่ะ นี่ไม่ใช่เรื่องที่ท่านจะมาพูดเล่นนะ ! ได้โปรดเถอะ ท่านจ้าวแห่งสวรรค์ ! พี่สาวของข้ากำลังจะถูกอัศวินของท่านฆ่านะ ! ได้โปรดสั่งให้พวกเขาปล่อยพี่ข้าไปเถอะ !!" ข้าเถียงด้วยความหวังว่าจ้าวแห่งสวรรค์กำลังล้อข้าเล่นเท่านั้น

 

           "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ! นี่เจ้าคงคิดข้าล้อเจ้าเล่นสินะ !! หึ อัศวินของข้าจงนำมันไปประหารให้เหมือนกับพี่สาวของมันซะ !!" ทันทีที่สิ้นสุดคำสั่งของจ้าวแห่งสวรรค์อัศวินมากมายที่อยู่รอบๆต่างพากันวิ่งมาจับข้าที่ทำอะไรไม่ถูกทันที

           "ท--ท่านหมายความว่ายังไง ?!" ข้าตะโกนถามด้วยเสียงแหบพร่า รู้สึกได้ถึงความฟืดในลำคอและบางสิ่งบางอย่างในตัวที่เหมือนว่ากำลังจะปะทุออกมา

           "หึ ! ก็อย่างนี้ไงล่ะ ! คารอส !! " จ้าวแห่งสวรรค์ตะโกน ก่อนข้าจะต้องตกตะลึงอย่างถึงที่สุดเมื่อชายหนุ่มผมสั้นสีแดงเข้ม ดวงตาสีอเมทิสเดินเข้ามาโดยในมือถือหัวที่ขาดอย่างน่าสยดสยองของพี่สาวข้าแบบไร้เยี้อใย ..เพื่อนของข้า ? เพื่อนสนิทที่สุดของข้ากำลังถือหัวพี่สาวข้าอยู่ !!

 
      ตุบ !

           เสียงสะท้อนของหัวที่ตกกระทบกับพื้นแก้วของวิหารแห่งนี้ดังกึงก้องกังวานไปทั่ว ดวงตาสีเหลืองอำพันสดใสหากแต่วันนี้กับหมองลงไร้ซึ่งวี่แววแห่งชีวิต เส้นผมสีชมพูอ่อนยาวสลวยงดงามบัดนี้กับพันกันยุ่งเหยิงไปหมด หยดเลือดสาดกระเซนไปทั่งพื้นวิหารราวกับจะตอบย้ำข้าถึงความเป็นจริงในตอนนี้  ..ไม่มีอีกแล้ว พี่..ไม่อยู่อีกแล้ว..

           "ม--ไม่จริง ! ทำไม ? ทำไมต้องทำแบบนี้ !? " ข้ากอดหัวที่เย็นชืดของพี่สาวไว้แน่น ร่างกายอันสั่นเทาของข้าเริ่มกระตุกอย่างรุนแรง ร่างกายของข้าเริ่มร้อนระอุขึ้นมาอย่างหยุดไม่อยู่ บางสิ่งบางอย่างในร่างระเบิดออกว่าโดยไม่รู้ตัว

           ไม่ได้..อภัยให้ไม่ได้ !!
พรึบ !

           ราวกับอะไรบางอย่างในร่างขาดสะบั้น คลื้นลมแรงพัดโหมกระหน่ำจนวิหารสั่นสะเทือน ผู้คนมากมายเริ่มกรีดร้องอย่างทรมาร หยดเลือดสาดกระเซนไปทั่วทั้งพื้นวิหาร สิ่งสุดท้ายที่ข้าเห็นคือใบหน้าตกตะลึงของจ้าวแห่งสวรรค์ 'กานู๊ด' และอดีตเพื่อนสนิท 'คารอส'ก่อนสติทั้งหมดของข้าจะมลายหายไปจนหมด
 
.

.

.

.

.

.

           เจ็บ..ทำไมมันถึงได้รู้สึกเจ็บขนาดนี้นะ ? ข้าฝืนลืมตาขึ้นพร้อมกับความเจ็บปวดมากมายที่แล่นเข้ามาโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ร่างกายของข้ารู้สึกหนักไปหมดราวกับถูกโซ่ลามไว้กับพื้น รอบๆตัวของข้าในตอนนี้มีซากศพมากมายนอนเกลื่อนพื้นไปหมดแต่ละศพล้วนตายอย่างสยดสยอง เลือดสาดกระเซนไปทั่วทุกแห่งไม่ว่าจะมองไปที่ใด ก่อนภาพที่สะท้านบนพนังแก้วของวิหารจะทำให้ข้าเกือบสติบินหนีไปอีกรอบ

           ร่างของข้าในตอนนี้ชุ่มไปด้วยเลือด มีเสาเหล็กมากมายปักอยู่ตามร่างกายของข้า โดยที่แต่ล่ะเสาปักทะลุร่างของข้าจนไปติดอยู่กับพื้นวิหารแห่งนี้ ราวกับจะตรึงข้าไว้กับพื้นไม่ให้หนีไปไหนได้ 
เลือดยังคงไหลออกมาจากบาดแผลโดยไม่มีท่าทีจะหยุด ความเจ็บปวดมากมายพุ่งเข้ามาทุกครั้งที่ข้าฝืนขยับตัว ดวงตาเริ่มพร่ามัวสติทั้งหมดกำลังจะหายไปอีกรอบเป็นผลจากการที่เสียเลือดมากเกินไป ถ้าไม่ใช้เพราะเสียงเปิดประตูห้องโถงที่ดังขึ้นมาเรียกสติข้าไว้ 

           "แหม แหม~ยังไม่ตายอีกเหรอเนี่ย ? สมกับที่เป็นตัวหายนะแห่งคำทำนายพันปีจริงๆ" กานู๊ดเดินเข้ามาใกล้ข้าพร้อมกับส่งเสียงเย้ยหยันมาตลอดทาง 

           อีกแล้ว..ตัวหายนะอีกแล้ว..ข้าทำอะไรผิดมากขาดต้องใช้คำคำนี้เลยเหรอ ? ข้าทำได้เพียงแต่กัดฟัดแน่นสะกดกันความโกรธแค้นทั้งหมดออกไป ก่อนจะพยายามพูดออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แต่ละคำที่พยายามสื่อออกไปในเวลานี้ชั่งยากลำบากเหลือเกิน..

           "ท--ทำไม ? ทำไมต้องเป็นข้า ?"

           "หือ~ เจ้าไม่รู้งั้นสิ ?ก็นะ กว่าข้าจะรู้เรื่องนี้ก็ใช้เวลาตั้งหลายปีนี้"  กานู๊ดพูดพร้อมกับส่งยิ้มมีเสน่ห์มาให้ ..แต่ขอเหอะ ! ข้าไม่หลงหรอกนะ !!

           "เอ๋ ข้าจะบอกดีไหมน่า" 

           "หยุดเล่นลิ้นสักทีเถอะกานู๊ด !!"  ข้าตะโกนออกไปสุดเสียงเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยไม่ทันให้ตั้งตัวกานู๊ดเตะมาที่ใบหน้าของข้าอย่างแรง จนทำให้ข้ากระอักเลือดออกมาอย่างหยุดไม่อยู่ เลือดไหลทะลักออกมาจากบาดแผลมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ก่อนความโกรธที่พยายามสะกดกันเอาไว้จะค่อยๆปะทุออกมาที่ละน้อย เมื่อกานู๊ดถุยน้ำลายใส่ข้าพร้อมกับพูดเสียดสีพี่สาวของข้า

           หากพูดถึงแค่ข้า ข้ายังพอรับได้ ..แต่นี้ แม้แต่พี่สาวของข้า ! เจ้าจะไม่ยอมละเว้นเลยรึไงกัน !!

 
           "กล้าดียังไงมาเรียกชื่อข้าห๊ะ ! เป็นแค่ไอ้ตัวหายนะแท้ๆ หึ ! เพราะอย่างนี้สินะพ่อกับแม่ของเจ้าถึงได้ทิ้งเจ้า ก็นะ ! ใครอยากจะได้ตัวหายนะเป็นลูกกันละ ? แม้แต่พี่สาวก็ยังเป็นแค่โสเภ--!!"  ไม่ต้องรอให้กานู๊ดพูดจบจิตสังหารมากมายที่ข้าปล่อยไปก็ฟาดฟันเข้าใส่กานู๊ดทันที ความจริงในตอนนี้ร่างกายของกานู๊ดควรจะแหลกระเอียดไปแล้วถ้าไม่ใช้เพราะไอ้เพื่อนทรยศเข้ามาขวางละก็ !!

           "ท่านไม่เป็นไรใช่ไหมครับ ? " แน่ะ ! มาถึงก็เข้าประจบเป็นสุนัขทันทีเลยนะ !! ข้ามองดูคารอสที่ยืนประจบกานู๊ดอยู่อย่างเครียดแค้น คอยดูเถอะ !ถ้าข้าหลุดจากตรงนี้ไปได้ข้าจะกระทืบเจ้าให้จมดินเลย !!

           "ไม่ ข้าไม่เป็นไรต้องขอบคุณเจ้ามากล่ะนะคารอส เอาละ !  ถึงเวลากำจัดเจ้าตัวหายนะแล้วสิ " กานู๊ดพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทางตื่นเต้นอย่างออกนอกหน้า ไม่สนใจเลือดที่กำลังไหลออกมาจากบาดแผลที่พาดผ่านดางตาข้างซ้ายที่เกิดจากจิตสังหารของข้าเลยสักนิด

           อะไร ? ท่าทางแบบนั้นเจ้าจะทำอะไรกันแน่ ?!

 
พรึบ !

           ฉับพรันร่างกายของข้าก็รู้สึกราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เมื่ออยู่ๆก็มีเสาเหล็กขนาดใหญ่สีดำสองเสาปักทะลุช่วงอกและช่วงท้องของข้าลงไปติดกับพื้นวิหาร ข้ากระอักเลือดออกมาอย่างหยุดไม่อยู่ หยาดเลือดหลั่งไหลออกมาราวกับแม่น้ำขนาดย่อม ดวงตาเริ่มที่จะมืดบอด แต่ข้าก็ยังทันได้เห็นใบหน้าสะใจของกานู๊ด

           "หึ ! สายพลังแห่งพระสุธาจงฟังข้า มวลวายุจงหยุดสดับฟัง เหล่าวารีจงถวายบังคม ในนามของจ้าวแห่งสวรรค์ลำดับที่ 3331 ข้าขอผนึกเจ้า ! ปีศาจร้ายแห่งคำทำนายพันปี !! 
Context of Light ข้อที่ 9 : ผนึกเสาเหล็กเก้าชั้นฟ้า !!!" นั้นคือสิ่งสุดท้ายที่ข้าได้ยินพร้อมกับความเจ็บปวดยิ่งกว่าถูกไฟเผาทั้งเป็นจะพุ่งเข้ามา ก่อนที่โลกทั้งโลกของข้าจะดับมืดลง../ 

           
ตอนนี้มือทั้งสองข้างของข้ากำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในผิวหนัง เมื่อนึกไปถึงสาเหตุที่ทำให้ข้าต้องมายังที่แห่งนี้ จิตสังหารเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วตามความโกรธที่ควบคุมไม่อยู่ของข้า พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง สายลมพัดโหมกระหน่ำจนเริ่มจะกลายเป็นพายุขนาดย่อม ท้องฟ้าเริ่มส่งเสียงดังอย่างน่าหวาดกลัว ทั้งๆที่จิตสังหารแค่นี้สามารถสร้างบาดแผลให้กานู๊ดได้แท้ๆแต่ทำไมกันนะ ? ทำไมหมอนี้ถึงได้ไม่สะทกสะท้านอะไรเลย ?!

            ก่อนข้าจะต้องสะดุ้งสุดตัวจิตสังหารมายมากที่ปล่อยไปมลายหายไปในทันทีเมื่อข้าสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือที่กำลังลูบหัวข้าอยู่ ชั่งเหมือนเหลือเกิน..เหมือนกับพี่สาว...

            "นายนะคิดมากไปรึเปล่า ? ฉันดูเหมือนเยาะเย้ยนายนักรึไง ?" เจ้าพูดด้วยท่าทางอารมณ์เสียเล็กน้อยแต่มือก็ยังไม่ผละออกจากหัวของข้า 

            "ข้าไม่ใช่เด็ก ?" ข้าปัดมือของปีศาจตรงหน้าออกไป ขอบตาเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวแบบแปลกๆ ถ้าข้าปล่อยให้ลูบหัวนานกว่านี้ ข้าคงได้เผยภาพน่าสมเพชของตนให้ปีศาจตรงหน้าดูเป็นแน่

            "การร้องไห้ออกมาเนี่ยมันน่าสมเพชขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ ?"

            "ใช่ !" โดยเฉพาะร้องต่อหน้าปีศาจอย่างเจ้า !! ข้าต่อประโยคสุดท้ายในใจ รู้ทั้งรู้ว่าไม่ว่าจะพยายามบล็อกความคิดตัวเองแค่ไหนสุดท้ายปีศาจตรงหน้าก็สามารถอ่านมันได้อยู่ดี เจ้าเป็นปีศาจประเภทไหนกันแน่นะ !!

            "แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้นนะ ฉันว่าการที่ใครสักคนจะร้องให้ออกมานะไม่ใช่ว่าเขาคนนั้นอ่อนแอ่ แต่เขาเข้มแข็งพอที่เผชิญหน้ากับความโศกเศร้าของตน เพื่อที่จะได้เดินต่อไปอย่างเข้มแข็งในวันพรุ่งนี้ที่กำลังจะมาถึงต่างหาก ..แต่นั้นก็เป็นแค่ความคิดของฉันคนเดียวล่ะนะ" เจ้าพูดพร้อมกับส่งยิ้มงามยิ่งกว่าจ้าวแห่งสวรรค์มาให้ข้าที่กำลังยืนสตั้นอยู่กับที่ ในหัวตอนนี้ขาวโพลนไปหมด ร่างกายไม่สามารถขยับได้ดั่งใจราวกับมีใครมากดปุ่มหยุดเวลาไว้ ก้อนเนื้อในอกรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ..นอกจากพี่สาวของข้าแล้วไม่เคยมีใครที่พูดอะไรแบบนี้กับข้าเลย ไม่สิ..ถ้าเป็นเมื่อก่อน..ข้าคงจะนับคารอสรวมกับพี่สาวข้าเป็นแน่ แต่..ตอนนี้ไม่ใช่อีกแล้ว..หมอนั้นทรยศข้า..

            "งั้นก็เริ่มต้นใหม่สิ เริ่มใหม่ทุกอย่างในดินแดนแห่งนี้" ห๊ะ ! อะไรนะ ? ข้าหันไปมองหน้าปีศาจตรงหน้าที่พึ่งพูดประโยคแปลกๆออกมาทันที แต่ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหนปีศาจต้องหน้าก็ยังไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาอีก จนข้าต้องเป็นฝ่ายถามออกไป ..ทีแบบนี้ไม่ยอมอ่านใจเนี่ยนะ ?!

            "เจ้าหมายความว่ายังไง ? ข้าน่ะเคยเป็นชาวสวรรค์ที่ฆ่าพวกเจ้ามาก่อนนะ" ในตอนนั้นเองที่ข้าคาดหวังเต็มที่ถึงใบหน้าตกตะลึงของเจ้า คาดหวังว่าเมื่อเจ้ารู้ถึงตัวตนของข้าความใจดีทั้งหมดจะหายไปกลายเป็นความโกรธเกลียดแทน 

            "ใครสนล่ะ" ใช่ ข้ารู้อยู่แล้วว่ามันต้องจบลงแบบนี้..เส้นทางของชาวสรรค์กับปีศาจมันไม่มีวันบรรจบกันได้หร-- ห๊ะ !! เดี๋ยวนะ !!

            "เมื่อกี้นายว่าไงนะ ?!!" ข้าตะโกนออกไปสุดเสียงพร้อมกับมองตรงเข้าไปในดวงตาของปีศาจตรงหน้า ..ก็พี่ข้าเคยบอกว่าดวงตาคือที่สิงสถิตของจิตใจนี้น่า..เชื่อสักนิดคงไม่เสียหายอะไร.. ?

            "เฮย..เจ้าเนี่ยเป็นพวกหูตึงสินะ แต่ไม่เป็นไร ! ข้าจะพูดให้ฟังอีกรอบคราวนี้ฟังดีๆล่ะ ฉัน-ไม่-สน " เจ้าเน้นประโยคหลังเสียงดัง ในดวงตาของเจ้าไม่มีวี่แววแสแสร้งเลยแม้แต่น้อยประกอบกับท่าทางและน้ำเสียงที่จริงจัง นั้นทำให้ข้าอึ้งเป็นรอบที่ร้อยของวันก็ใครจะไปคิดกันล่ะว่าในครั้งหนึ่งของชีวิตจะโดนปีศาจพูดอะไรแบบนี้ใส่ ..ฉันไม่สนอย่างงั้นเหรอ..? ไม่สนแม้กระทั่งความจริงที่ว่าข้าเคยฆ่าพวกพ้องเจ้าเนี่ยนะ ?!

           "แต่ข้าเคยฆ่าพวกเจ้า.." ข้าพูดออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพร้อมกับก้มมองฝ่ามือของตนที่เคยเปื้อนเลือดของปีศาจมานับพันตน ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าปีศาจตรงหน้าด้วยซ้ำโดยเฉพาะดวงตาที่แสนจะซื่อตรงนั้น  เป็นครั้งแรกที่ข้ารู้สึกว่า..ข้าไม่คู่ควรกับความใจดีนี่เลยสักนิด..

           "ก็บอกแล้วไงว่าไม่สน"

           "เจ้าไม่สนแต่เพื่อนเจ้าคนอื่นไม่ว่ายังไงก็ต้องสนแน่ !!" ข้าเถียงกับสุดเสียงแต่เจ้ากับทำเพียงแค่ส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย

           "ฟังนะ พวกเราไม่เหมือนกับพวกชาวสวรรค์หรือพวกมนุษย์บางกลุ่มที่สนใจเรื่องจุกจิกพวกนั้นหรอกนะ เรื่องที่เจ้าเป็นชาวสวรรค์มาก่อนหรือไม่ทั้งหมดมันก็เป็นแค่อดีตที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเท่านั้นเอง สิ่งที่พวกเราสนใจมีเพียงแค่ความจริงที่ว่าตอนนี้นายเป็นเผ่าพันธุ์แห่งความมืดเหมือนกับพวกเรามันก็มีแค่นี้ ยิ่งถ้าลองคิดดูดีๆถึงสาเหตุที่ทำให้เจ้าถูกความมืดกลืนกินล่ะก็ มีเพียงสาเหตุเดียวเท่านั้นที่ทำให้เจ้ากลายเป็นแบบนี้..เจ้าถูกเผ่าพันธุ์ของตัวเองทรยศหักหลัง ถูกไล่ฆ่าราวกับสิ่งมีชีวิตไร้ค่า ยิ่งเจ้ากลายเป็นแบบพวกเราไปแล้วนั้นยิ่งทำให้เจ้าถูกทุกเผ่าพันธุ์ในโลกที่คิดว่าเราเป็นความชั่วร้ายไล่ฆ่าเพิ่มเป็นสองเท่าไงล่ะ แล้วด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเราไม่สามารถทิ้งเจ้าที่กำลังหลงทางและไร้ซึ่งที่พึ่งไปได้ยังไงล่ะ" หลงทางและไร้ที่พึ่ง ? ที่แท้เจ้าสมเพชข้างั้นสินะ..

 
แปะ !

           "เปล่า เลิกคิดเองเออเองสักทีเถอะ" อู๊ย..เจ้าเนี่ยพูดอย่างเดียวไม่เป็นรึไง ไม่เห็นต้องดีดหน้าผากกันเลยนี้น่า.. ข้าลูบหน้าผากที่เริ่มแดงของตัวเองเบาๆ

           "ก็ใครใช้ให้เจ้าชอบคิดเองเออเองล่ะ ? ข้าดูเหมือนมองเจ้าอย่างน่าสมเพชตรงไหนหรอ ?"

           "เฮย..ก็ได้ถ้าเจ้าไม่ตอบก็ช่วยฟังข้าให้จบ ก่อนที่จะคิดว่าตัวเองน่าสมเพชนะ..แล้วเมื่อกี้ข้าพูดถึงไหนนะ ?" ห๊ะ ! อะไร ? ถามข้าเนี่ยนะ ?

           "ก็เออน่ะสิ ! ตรงนี้มีแค่ข้ากับเจ้าอยู่กันสองคนนึกว่าข้าคุยกับใครล่ะ ?" โอเค..ข้าผิดที่ซ้ำคำถามในใจสินะ ให้ตายเหอะ ! ไม่ลงไม่เหลือแล้วพื้นที่ส่วนตัวของข้า.. ก่อนข้าจะรีบนึกถึงสิ่งที่ปีศาจตรงหน้าพูดก่อนหน้านี้เมื่อเห็นใบหน้าที่เริ่มไม่สบอารมณ์ของเจ้าตัว ก็ใครใช้ให้เจ้าพูดซะยาวเยียดล่ะฟะ !! สรุปสั้นๆไม่เป็นรึไง ?

           "..ก็ข้ากลัวเจ้านึกตามไม่ทันนี้น่า.." เจ้าพูดด้วยน้ำเสียงเบาๆแต่ข้าดันได้ยิน นี่..เจ้างอนงั้นหรอก !! 

           "ข้าไม่ได้งอนนะ !!" เจ้าเถียงกับทันควันพร้อมกับแสมองไปทางอื่น แต่ข้าก็ยังคงได้เห็นใบหน้าที่แดงระเรื่อน้อยๆของเจ้าที่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่าเจ้าโกรธหรืออายที่ถูกข้าจับได้ว่างอนอยู่กันแน่ ? ..ทำไมข้ารึสึกว่าเป็นอย่างหลัง ? และด้วยสาเหตุนั้นเองที่ทำให้ข้าอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ให้ตายสิ ! ปีศาจอย่างเจ้าเนี่ยก็มีมุมน่ารักเหมือนกันนี้น่า
~

           "ข้าไม่น่ารักนะ ! แล้วก็ไม่ได้งอนด้วย !! เลิกหัวเราะนะ !!!" เจ้าโวยวายเสียงดังพร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีหนักขึ้น ให้ตายเถอะ ! ข้าปวดท้องไปหมดแล้ว !!

 
แปล๊บ !

            ความรู้สึกเจ็บแปล๊บบริเวณใบหูแล่นเข้าสู่โสตประสานทันที เสียงหัวเราะที่ดังอยู่เมื่อครู่กลายเป็นเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของข้าแทน ข้ารีบกุมใบหูข้างขวาของตัวเองทันทีเมื่อใบหูของข้าเป็นอิสระจากมือพิฆาตของปีศาจตรงหน้า ให้ตายเถอะ ! วันนี้ข้าเจ็บตัวมากี่รอบแล้วเนี่ย !! ข้าล่ะอย่างจะกู่ร้องออกไปดังๆ ฮือ..โชคชะตาชั่งใจร้ายกับข้ายิ่งนัก..

           "หยุดคร่ำครวญสักทีเหอะน่า ! ที่ข้าต้องทำแบบนี้ทั้งหมดมันก็เป็นเพราะความคิดบ้าๆของเจ้านั้นแหละ !!" จ้า..รู้ว่างอนแต่ไม่เห็นต้องลงมือลงไม้กันก็ได้นี้น่า ฮือ..หูข้าระบมไปหมดแล้ว..

           "ข้าเตือนเจ้าแล้ว ! เจ้าไม่ฟังข้าเองแล้วถ้าเจ้านึกเรื่องที่ข้าพูดไปทั้งหมดไม่ออก ข้านึกเองก็ได้ฟะ !!" เจ้าพูดพร้อมกับสบัดหน้าหนีไปอีกทางอย่างไม่สบอารมณ์แต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาเขียวมาให้ข้า จ้า..ข้าผิดเองที่หัวเราะก็ใครจะไปคิดกันล่ะว่าเจ้าจะขี้งอนขนาดนี้ ก่อนข้าจะรีบสบัดหัวไล่ความคิดทั้งหมดออกไปเดี๋ยวไม่งั้นปีศาจขี้งอนจะโกรธหนักขึ้นไปอีก

            "ข้าได้ยิน !" โอเคๆข้าจะไม่คิดว่าเจ้าขี้งอนแล้ว ! เฮ้ ! อย่าทำสีหน้าละอายใจกับข้าอย่างงั้นสิ !

            "ชิ ! เจ้ารู้ไหมสาเหตุที่พวกข้าทิ้งพวกเจ้าไปไม่ได้น่ะ ไม่ใช่เพราะว่าพวกข้าสมเพชพวกเจ้า แต่ถ้าพวกข้าที่เป็นเผ่าพันธุ์ดั้งเดิมแห่งความมืดยังถืออคติกับพวกเจ้าแล้วทิ้งพวกเจ้าให้ไปเดินมั่วๆในโลกที่มีแต่เผ่าพันธุ์ที่อย่างจะฆ่าเผ่าพันธุ์เราล่ะก็..ยิ่งตอนนี้พวกเจ้าพึ่งถูกความมืดกลืนกินยังไม่รู้วิธีใช้พลังอะไรสักอย่าง ร้อยทั้งร้อยก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้นแหละ"

            ทันทีที่ข้าฟังเจ้าจบข้ารู้สึกอยากจะเอาหัวโขกก้อนหินแถวๆนั้นให้ตายๆไปซะจริงๆ นอกจากจะถูกเผ่าพันธุ์เดียวกันไล่ฆ่าแล้วข้ายังจะต้องถูกเผ่าอื่นไล่ฆ่าอีกเรอะ !!

            "ตอนแรกข้าก็บอกเจ้าไปแล้วไม่ใช่หรอว่าพวกเจ้าในตอนนี้จะถูกไล่ฆ่าเพิ่มเป็นสองเท่า" เจ้าพูดเรียบๆแต่นั้นทำให้ข้าเริ่มเอะใจอะไรบ้างอย่าง

            "พวกเจ้า ? เจ้าใช้คำอย่างกับว่ามีพวกที่เป็นแบบข้าหลายคนงั้นแหละ"

            "ก็หลายคนน่ะสิ เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่ถูกความมืดกลืนกินงั้นสิ รู้ไหมบริเวณเนี่ยมักจะมีคนตกลงมาประมาณห้าพันคนต่อปี และเจ้าก็เป็นหนึ่งในนั้น" ห๊ะ ! ห้าพันคนเลยเหรอ มันจะเยอะไปไหมนั้น !!

            "แต่จำนวนคนที่ตกลงมามันก็ขึ้นอยู่กับความเน่าเฟะของโลกล่ะน่า ดูอย่างเมื่อหลายล้านปีก่อนสิ ช่วงนั้นเรียกว่าเป็นช่วงที่โลกสะอาดที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะว่ามันไม่มีใครตกลงมาที่นี้เลยนะสิ" โฮ้..ถ้าคิดอย่างงั้นมันก็เป็นไปได้นะ แต่เดี๋ยวสิ ! ทำไมเจ้าถึงได้รู้เรื่องเมื่อหลายล้านปีก่อนไดล่ะ ?! เจ้าอายุเท่าไรกันแน่เนี่ย ?

            "หนังสือสิ แล้วข้าก็พึ่งอายุแค่สามร้อยยี่สิบปีเองนะ" สามร้อยยี่สิบปี..น้องข้าปีหนึ่งสินะ

            ข้าพยักหน้ากับตัวเองอย่างเข้าใจ ก่อนจะต้องสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสังเกตุเห็นสีหน้าเบื่อหน่ายของปีศาจต้องหน้า ..หน้าข้ามีอะไรติดงั้นหรอ ? จ้องจัง

            "ข้าขอล่ะ เจ้าเลิกคิดในใจให้ข้าอ่านได้ไหม ? มันทำให้ข้ารู้สึกเหมือนพูดคนเดียว" 

            "เจ้าก็เลิกอ่านความคิดข้าซะตั้งแต่แรกสิฟะ !!" ข้าตะโกนออกไปสุดเสียง

            "ก็มันสนุก.." เจ้าพูดเสียงเบาจนทำให้ข้าชงักไป ก่อนข้าจะเกิดอาการสตั๊นอย่างรวดเร็วเมื่อข้าเห็นปีศาจปีศาจตรงหน้าก้มหน้ามองพื้นอย่างงอนๆ

            เฮ้ๆ..งอนอีกแล้วเรอะ ! ถามจริงเหอะข้าทำอะไรผิดถึงต้องมาเจอกับปีศาจขี้งอนกันล่ะเนี่ย ?!

            "ข้าไม่ได้งอนนะ !" เจ้าเถียงกลับพร้อมกับแก้มที่พองลมเล็กน้อย ถ้าไม่สังเกตุก็คงมองไม่เห็น เฮย..เด็กจริงๆ

            "ข้าไม่ใช่เด็ก !" จ๊ะ ! ไม่เด็กก็ไม่เด็ก

            "เฮย..แต่ถึงยังไงก็ตามพวกเราถ้าอายุยังไม่ถึงหลักสี่ พวกเราก็ยังถือว่าเป็นเด็กอยู่นะ" คราวนี้ข้าเลือกที่จะพูดแทนไม่อย่างงั้นปีศาจตรงหน้าคงไม่เลิกงอนแน่

            "ถ้าอย่างงั้นเจ้าก็ยังเด็กเหมือนกันล่ะน่า !"

            "แต่ข้าแก่กว่าเจ้าปีหนึ่ง" ข้าพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ ..การแกล้งคนมันก็เป็นอะไรที่สนุกเหมือนกันแฮะ..

            "ถึงอย่างงั้นเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์มาเรียกข้าว่าเด็ก ! แล้วก็..ปีศาจอย่างพวกเราไม่เหมือนกันกับพวกชาวสวรรค์กับเผ่าอื่นที่แก่เร็วหรอกนะ"

            "หืม ? หมายความว่าไง ? ตามสถิติที่โลกจัดไว้ชาวสวรรค์น่ะอายุยืนสุดแล้วนะ แถมพออายุขึ้นหลักสามหลักหน้าตาก็จะหยุดอยู่ที่วัยยี่สิบห้าจนกว่าจะหมดอายุขัย" ข้าเถียงสุดฤทธิ์ เจ้าจะบอกว่าสติถิที่โลกจัดไว้กว่าพันปีมันผิดงั้นสิ ?

            "ใช่มันผิด"

            "ห๊ะ ! ผิด ?" ข้าตะโกนออกไปสุดเสียง เผ่าพันธุ์ของเจ้าจะไม่ยอมให้ข้าได้พักหายใจกันบ้างเลยรึไง ?

            "ก็ตอนที่พวกเจ้าสร้างสถิติพวกนั้น พวกเจ้าไม่ได้รวมเผ่าพันธุ์ของข้าเข้าไปด้วยนี้"

            "อืม..จะพูดอย่างงั้นก็ถูกแฮะ" ข้าพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะต้องชงักเมื่อเห็นสีหน้าที่สลดลงอย่างเห็นได้ชัดของเจ้า

            ทำไมเจ้าถึงได้ทำสีหน้าอย่างงั้นกัน ? หรือจะเป็นเพราะพวกเจ้าถูกรังเกียจจากเผ่าพันธุ์อื่นทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิดงั้นสินะ.. 

            "แต่ก็นะสิ่งที่ข้าอย่างจะบอกก็คือพวกเราเผ่าพันธุ์แห่งความมืดน่ะเป็นเผ่าที่อายุยืนที่สุดในโลก พวกเราจะถือว่าแก่ก็ต่อเมื่ออายุเข้าหลักหก แล้วเมื่ออายุเข้าหลักสามหน้าตาของพวกเราก็จะหยุดอยู่ที่วัยยี่สิบ เจ้าไม่สังเกตุเลยหรอว่าตัวเองหน้าเด็กลง ?" 

            "โทษที ข้าไม่ได้สังเกตุ" ข้าตอบตรงๆก็ใครจะไปมีอารมณ์สังเกตุตัวเองอย่างละเอียดกันล่ะ ? ถ้าอยู่ๆเจ้าก็ตื่นขึ้นมาในที่ที่ไม่รู้จักเจ้ายังจะมีเวลาสำรวจตัวเองทุกอย่างรึไง ?

            "เฮย..ชั่งมันเถอะ แล้วก็อีกเรื่องที่เจ้าต้องรู้คือพวกเราจะไม่มีวันตายหรอกนะ แต่ถ้าเป็นพลังของจ้าวแห่งสวรรค์พวกเราก็ตายได้เหมือนกัน" 

            "ห๊ะ !" ข้านี้แทบจะหัวใจวายกับแต่ล่ะเรื่องที่เจ้าบอกข้า แล้วเจ้าพูดด้วยท่าทีสบายสบายแบบนั้นหมายความว่าไง ?!!

           "เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวนหรอกน่า ถ้าเจ้าไม่ออกไปจากดินแดนแห่งนี้ก็ไม่มีใครเข้ามาทำอะไรเจ้าได้หรอก"

           "เจ้าหมายความว่ายังไง ?" ดินแดนนี้มีอะไรพิเศษนักรีไง ?

           "ก็ท่านแม่ปกป้องพวกเราอยู่ไง ท่านไม่เคยยอมให้ใครเข้ามาทำร้ายลูกๆของท่านได้หรอกนะ นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เผ่าพัธุ์อื่นเข้ามาในดินแดนแห่งความมืดไม่ได้ไงล่ะ"

           "ท่านแม่ ? ใคร ?" ข้าทวนอย่างงงๆ 

           "ท่านแม่ก็คือดินแดนแห่งนี้ไง" เจ้าพูดหน้าตายแต่ข้านี้ตกใจสุดขีด

           "ห๊ะ !" ข้าตะโกนออกไปเป็นรอบที่ร้อยของวัน ให้ตายเหอะ ! ถ้าข้าเป็นลมตอนนี้จะผิดไหมเนี่ย !! มันคงไม่มีอะไรน่าตกใจกว่านี้แล้วสินะ ข้าฟันธง ! เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าตกใจที่สุดในชีวิตข้าแล้ว !!

           "เฮ้ เจ้าเป็นอะไรมากรึเปล่า ?"

           "..เจ้าล้อเล่นใช่ไหม ?" ข้าถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

           "เปล่า ข้าพูดจริง แล้วตอนนี้เจ้าตัดสินใจได้รึยังว่าจะให้ข้าสอนหรือเจ้าจะหาทางของเจ้าเอง" 

           "..ข้า..."

           ข้าไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะเชื่อใจได้มากแค่ไหน เรื่องที่พูดออกมาอาจจะเป็นแค่กลลวง..

           "ถ้าเจ้ายังไม่เชื่อข้าเจ้าจะลองออกไปข้างนอกดูก็ได้ แต่ถ้าทำไปแล้วมันเป็นอย่างที่ข้าพูดเจ้าก็สามารถกลับมาได้เสมอ เพราะไม่ว่ายังไงตอนนี้เราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว" เจ้าพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่นแต่คำพูดของเจ้ากับทำให้ข้าตัดสินใจได้ในที่สุด

           "ข้าจะไปกลับเจ้า !"

           ก็นะ..ลองเชื่อดูสักหน่อยก็ไม่เสียหายนี่

           "เจ้า..เชื่อคนง่ายจัง" 

           "ชั่งข้าเถอะน่า !"

           "ครับๆแล้วเจ้าชื่ออะไรล่ะ ?" 

           คำถามนั้นทำให้ข้าหยุดชงักไปเพราะมันเป็นชื่อที่ทำให้ข้านึกไปถึงอดีตของตนตอนที่ยังเป็นชาวสวรรค์ ก่อนข้าจะพูดตอบไปช้าๆ

           "อะคะรุย ชิโร"

           "ดูเหมือนนายจะไมค่อยชอบชื่อนี้นะ"

           "ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ มันก็แค่.."

           ทำให้นึกถึงพี่สาว.. มือทั้งสองข้างของข้ากำแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อเมื่อเผลอไปนึกถึงสภาพไร้วิญาญาณของพี่สาว

           "งั้นข้าจะเรียกเจ้าว่า..คุไร คุโร แล้วกันนะ" เจ้ายิ้มพร้อมกับเอียงคอเล็กน้อย

           "คุไรคุโรงั้นเหรอ.." ข้าทวนชื่อนั้นซ้ำใหม่เบาๆก่อนจะแสยะยิ้มเจ้าเหล์ตามแบบฉบับข้าออกมา

           นานแล้วนะเนี่ย
~ที่ข้าไม่ได้ยิ้มแบบนี้..

           "เจ้ายิ้มเหมือนคนโรคจิตเลยแหะ" เจ้าพูดพร้อมกับถอยหนีข้าเล็กน้อย

           "อย่าพูดมากน่า ! แล้วเจ้าล่ะชื่ออะไร ? หรือจะให้ข้าเรียกเจ้าว่าปีศาจขี้งอน
~"

           "ข้าไม่ได้ขี้งอนนะ !" แก้มของเจ้าเริ่มพองลมเล็กน้อยก่อนเจ้าจะตัดสินใจพูดต่อ โดยที่ข้าไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้มันมันจะเป็นช๊อกใหญ่ที่สุดของข้า

            "โลกา นั้นคือชื่อของข้าและข้าก็เป็นจอมราชันต์แห่งความมืดคนปัจจุบัน" ข้าพยักหน้าทำความเข้าใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะ

            "ห๊า !!!!!!" ตะโกนออกไปสุดเสียง....





           เวลาล่วงเลยไปแล้วกว่าห้าพันปีตั้งแต่วันที่เราได้เจอกันและผ่านไปกว่าร้อยปีแล้วหลังจากที่เจ้าตายไป

           ตอนนี้ข้ากำลังยืนอยู่บนเนินเขาที่อุมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในดินแดนแห่งความมืด ด้านหน้าของข้ามีรูปปั้นขนาดเท่าตัวจริงของเจ้าที่สร้างจากอัญมณีสีดำตั้งอยู่ รอบฐานรูปปั้นมีดอกไม้มากมายหลากหลายชนิดวางอยู่ และใต้ฐานรูปปั้นคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากร่างไร้วิญญาณของนาย

           "นี่ ข้ามาเยี่ยมเจ้าอีกแล้วนะ" ข้าพูดขึ้นลอยๆแต่ก็หวังอยู่เล็กๆว่ามันจะส่งไปถึงเจ้าในสักวัน


 
' จอมราชันต์แห่งความมืด โลกา
จอมราชันต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ดินแดนแห่งความมืดเคยมี
ของอำนาจแห่งความมืด จงคุ้มครองวิญญาณท่านตราบนิจนิรันดร์ '

 
           ข้าลูบนิ้วมือไปตามตัวอักษรที่สลักลงบนฐานรูปปั้นอย่างช้า แม้แต่ตอนนี้ข้าก็ยังจำได้ดีถึงตอนที่เจ้าถูกฆ่าตายเพราะเขาไปช่วยลูกมังกรตัวหนึ่งที่หลงเข้าไปในเขตแดนของพวกชาวสวรรค์ ร่างของเจ้าที่ค่อยๆเย็นลง ข้าไม่สามารถที่จะช่วยอะไรเจ้าได้เลยทำได้แต้เฝ้ามองลมหายใจของเจ้าดับไป

           ตั้งแต่ที่อยู่ด้วยกันมาข้าไม่เคยคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะมีวันที่เจ้าต้องจากข้าไป ข้าทำได้แต่เพียงกอดร่างไร้วิญญาณของเจ้า ร้องไห้ขอร้องอ้อนวอนให้เจ้ากลับมาอย่างไม่สนใจใคร ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าเจ้าไม่มีวันจะกลับมาในเมื่อจ้าวแห่งสวรรค์เป็นคนลงมือฆ่าเจ้าเองกับมือ

           ข้ารู้ดีเพราะเผ่าพันธ์ุแห่งความมืดหากได้ตายเพราะพลังของจ้าวแห่งสวรรค์ไปแล้วครั้งหนึ่งล่ะก็ ดวงวิญญาณก็จะแตกสลายลงในทันที ไม่มีวันจะกลับมาเกิดได้อีกแล้ว..

           ถึงจะรู้ถึงความจริงข้อนี้ดี ข้าก็ยังอยากจะเชื่อว่าเจ้าจะกลับมาในสักวัน..

           ทั้งหมดคงเป็นเพราะความเชื่อนี้และท่านแม่ที่ทำให้ข้ายังสามารถยืนหยัดอยู่ได้..

           "รู้ไหมโลกา หลังจากที่เจ้าตายไปมีทูตสวรรค์ที่เหมือนกันกับข้าแต่เลวร้ายกว่า เพราะหมอนั้นคลุ้มคลั่งจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ทำให้ตอนนี้เผ่าพันธ์แห่งความมืดของเราแบ่งเป็นสองพวกแล้วน๊า
~"

            ข้านั่งลงหันหลังพิงฐานรูปปั้นเหยียดขาลงไปอย่างสบายๆแต่ในใจกับว้าวุ่นกับเรื่องมากมายที่เกิดขึ้น กลิ่นอายของสายลมที่พัดมาก็ทำให้สงบลงได้เพียงเล็กน้อย

           "พวกแรกน่ะคือเผ่าพันธุ์แห่งความมืดของเรา ส่วนพวกที่สองไม่ใช่พวกที่ถูกความมืดกลืนกินเหมือนพวกข้าหรอกนะ เจ้าพวกนั้นน่ะเป็นพวกที่วิญญาณแตกหักเพราะการชังจูงของทูตสวรรค์ที่ข้ากล่าวไปตอนแรก ทำให้พวกที่สองเนี่ยจะออกมาร่างไม่ใกล้เคียงมนุษย์เหมือนพวกเราจนต้องใช้คาถาร่างลวง และตอนนี้พวกนี้ก็กำลังแฝงอยู่ในเขตแดนมนุษย์ด้วย.." ข้ายังคงพูดต่อไปเรื่อยๆพร้อมกับสายตาที่เหม่อมองท้องฟ้า

           ตอนนี้..เจ้าจะเป็นยังไงบ้างนะ

           เจ้าที่เป็นคนแรกที่ยื่นมือมาให้ข้า

           เจ้าที่คอยสอนทุกอย่างที่ข้าไม่รู้

           เจ้าที่เปรียบเสมือนเสาหลักค้ำจุนให้ข้ายังคงเดินต่อไป

           แต่ตอนนี้..เมื่อไม่มีเจ้าอยู่เคียงข้าง แม้แต่ความสุขของท่านแม่ข้ายังปกป้องไว้ไม่ได้เลย..

           "ตอนนี้มันเลวร้ายกว่าเมื่อก่อนมากเลยรู้ไหมโลกา ทุกเผ่าพันธุ์คิดว่าเรื่องร้ายที่พวกที่สองก่อเป็นฝีมือของพวกเรา ท่านแม่จึงต้องทำงานหนักขึ้นเดี๋ยวนี้ท่านแม่แทบไม่ได้พักเลย.."

           ใบหน้าสวยราวกับเชื้อพระวงศ์ของหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มงาม เส้นผมสีดำยาวสลวยตัดกับ
ผิวที่ขาวเนียนราวกับไม่เคยต้องแดด ดวงตาสีอเมทิสงดงามแต่บัดนี้กับฉาบไปด้วยความเหนื่อยล้ายังคงตราตรึงอยู่ในใจข้า

           "ที่ข้าทำได้ในตอนนี้มีเพียงแค่คอยปกป้องเผ่าพันธุ์เราตอนที่พวกเขาออกไปทำธุระนอกเขตแดนเท่านั้น ก็นะข้าเป็นคนเดียวที่ถูกพลังของจ้าวแห่งสวรรค์แล้วไม่ตายนี้น่า~" ข้าหัวเราะกับตัวเองราวกับคนบ้า

           "นี่โลกาถ้าเป็นเจ้า เจ้าจะทำยังไงงั้นหรอ ?" ข้าถามออกไปทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าเจ้าไม่มีวันตอบกลับ ทั้งๆที่ควรจะเป็นอย่างงั้น..


           "ฉันก็ไม่รู้ ฉันไม่ได้เก่งไปซะทุกอย่างสักหน่อย ! ถึงจะได้รู้ไปทุกเรื่อง !!" เสียงประชดประชันที่ดังอยู่ข้างๆทำให้ข้าหันไปมองทันที

           สิ่งที่เห็นคือเด็กชายวัยเจ็ดขวบ มีหน้าตาราวกับรูปแกะสลักอย่างประณีตของชนชั้นสูง ผิวขาวราวกับไม่เคยต้องแดด เส้นผมสั้นสีน้ำตาลท้าทายแรงโน้มถ้วง และดวงตาสีเขียวมรกตราวกับคำสาปร้ายแรงบทหนึ่งในคัมภีร์ต้องห้าม

           ดวงตาคู่นั้นที่มองตรงมายังข้ามันทำให้ข้าอดที่จะอ้าปากค้างไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นดวงตาหรือสีของดวงวิญญาณมันก็ชั่งเหมือนกันเหลือเกิน เหมือนกันกับ.. เมื่อนึกได้ดังนั้นข้าก็ถามออกไป
อย่างไม่เชื่อสายตา

           "จ..เจ้า โลกา ?" 

           "ก็ใช่น่ะสิ ! นายคิดว่าฉันเป็นใครล่ะ ?" เจ้าบ่นพร้อมกับนั่งลงข้างๆข้าที่ยังไม่หายจากอาการช๊อก ตอนนี้ถ้ามันไม่ใช่ความฝันข้าก็อย่างจะร้องไห้ออกจริงจริงนะ

           "ป..เป็นไปได้ไง !? ก็--"

            "ก็มันเป็นไปแล้ว แล้วฉันจะรู้ไหมน่ะนั่น และอีกอย่าง.."

            เจ้าเงยหน้ามองรูปปั้นของตัวเองก่อนจะหันกับมามองข้าอีกรอบด้วยสีหน้าตายสนิด ก่อนจะดีดหน้าผากข้าไปอย่างแรงจนข้าต้องรีบกุมหน้าผากด้วยความเจ็บปวด

            "นี่ไม่ใช่ความฝัน" เจ้าตอบอย่างหน้าตายเมื่อเห็นสายตาที่ค้อนมาของข้า

            "..ตอนนี้..ฉันเข้าใจแล้วล่ะ" ข้าสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นที่หางตา ก่อนมันจะหายไปเมื่อมือเล็กๆของเจ้าเอื้อมมาเช็ดมันออกไป

            "นี่นายขี้แงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรเนื่ย ?" 

            คงจะเป็นตั้งแต่เจ้าจากไปนั้นแหละ 

            ไม่รู้ว่าอะไรดลใจข้าถึงได้คว้าเจ้ามากอดแน่นโดยไม่สนใจสีหน้าตกใจของเจ้าเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกแรกคือความอบอุ่นของร่างกายของเจ้าที่ส่งผ่านมายังข้า

            "อุ่น.." ข้าเผลอพูดออกไป

            "ก็แน่ล่ะ ฉันยังไม่ตายสักหน่อย !" เจ้าบ่นอุบอิบแต่ก็ยังนั่งอยู่บนตักข้าอย่างไม่ขัดขืน

             "แถมยังตัวเล็กน่ากอดอีกด้วย
~" ราวกับเสียงอะไรสักอย่างขาดก่อนข้าจะโดยเจ้ากระแทกท้องอย่างแรงทำให้ข้าจุกจนร้องแทบไม่ออก รู้ตัวอีกทีเจ้าก็ยืนโวยวายอยู่ตรงหน้าข้าแล้ว จับใจความได้เพียงคำว่า 'ฉันไม่เตี้ยนะ !'

             ก็ใครใช้ให้เจ้าพูดที่เดียวสิบภาษารวดล่ะ ข้าแปลไม่ทัน !! ข้าคิดกับตัวเองอย่างอดไม่ได้พร้อมกับหันไปมองโลกาที่เริ่มเปลี่ยนเป็นภาษาสเปน

            "เฮย ขี้งอนยังไงก็ยังขี้งอนอย่างงั้น.." ข้าเผลอพูดออกไป

            "ฉันไม่ได้ขี้งอนนะ !!" เจ้าเถียงกลับมานั้นทำให้ข้าเผลอนึกไปถึงอดีตที่ผ่านมา..

            แสงสว่างของข้า เสาหลักที่ค้ำจุนข้ามาตลอด 
คนแรกที่ยื่นมือมาให้ข้าทำให้ข้าได้รู้จักกับคำว่าครอบครัว ตอนนี้เจ้ากลับมาแล้ว..

            ท่านแม่ตอนนี้ท่านคงดูอยู่สินะ ข้ายิ้มออกมาก่อนจะลุกขึ้นไปลูบหัวโลกาที่เริ่มหน้าบึ้ง แต่ข้าไม่สนใจหรอก

            "อย่ามาลูบ ! ฉันไม่ใช่เด็ก !!"

            "แหม
~ยอมรับเถอะโลกา ว่านายนะเป็นเด็ก"

            "ฉันไม่ใช่เด็ก ! ฉันอายุตั้ง..เจ็ดขวบ.." เจ้าเริ่มทำหน้างอ ก่อนข้าจะตัดสินใจจูงมือเจ้าออกไปจากสถานที่แห่งนี้

            "จะไปไหนนะ ?"

            "ไปหาท่านแม่ไง
~" ข้าตอบพร้อมกับกระชับมือเล็กๆนั้นแน่นขึ้น

            มือนี้..ข้าจะไม่มีวันปล่อยไปอีกแล้ว..

            ไม่นานหลังจากชายหนุ่มและเด็กชายเดินลับหายไป สายลมพัดมาวูบหนึ่งปรากฏร่างเจือจางของหญิงสาวผมสีชมพูอ่อนยาวสลวย ดวงตาสีเหลืองอำพันสดใสยืนยิ้มอยู่ข้างๆรูปปั้น ก่อนจะหายไปเมื่อสายลมพัดมาเหลือไว้เพียงแต่ขนนกสีขาวสะอาดเส้นเดียวเท่านั้น..

 
END.

ผลงานอื่นๆ ของ ทูตสวรรค์สีดำ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 MiniO_Guardian (@minio0369) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 23:20
    อัพเร็วๆน้า~ เค้าจะคอย ^w^
    #2
    0
  2. วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 23:35
    ชื่อเรื่องน่าสนใจมากเลยอ่ะ เนื้อเรื่องก็โอเคน่ะครับเหมี๊ยว
    เเต่งดีๆล่ะ
    #1
    0