99 Click! พลิกรัก

ตอนที่ 13 : ตำแหน่งบนแผนที่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ก.ย. 60


คลิกที่ 13
ตำแหน่งบนแผนที่


          เงียบ...ฉี่....!!!

          แต่ละคนคางหล่น หุบปากไม่เข้ากันเป็นแถบ พี่ตามสะกิดพี่มีนยิก “มีนๆๆๆๆๆ มึงเห็นมั๊ยๆ”
          “เออ กูเห็นน่ะ เลิกสะกิด” มีนตีมือตาม
          “อะไรวะเนี่ยดาต้า มันเป็นอะไรกับมึง” เอสดูหัวเสียจัด ดาต้ากลัวขึ้นมาว่าเพื่อนจะเปลี่ยนใจ หันมาเกลียดดาต้า เมื่อรู้ว่าเขาเป็นอะไรกับนายขุนพล
          “เอ่อ...” เขาพูดไม่ออก
          “เอ่อ...” ดีดี้ก็คงพูดไม่ออก เธอเหลือบตามองพี่โฮม ซึ่งกำลังกำหมัดกัดฟังกรอด หรี่ตามองไปทางโรงอาหารด้วยสายตาอาฆาตรุนแรง ดาต้ารู้สึกว่าอาการนี้ค่อนข้างแปลก เหมือนว่าพี่โฮมจะแค้นเคืองขุนพลรุนแรงกว่าคนหึงหวงปกติ เขาไม่เคยได้ยินว่าสองคนนี้จะมีเรื่องทำนองว่าไม่พอใจส่วนตัว...รึว่าจะมีนะ? พวกเขารู้จักกันมาก่อนหรอ
          แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่าแง่มุมบางอย่างที่ดาต้าได้เห็นจากพี่โฮม คนที่ยิ้มแย้มเสมอ เบื้องหน้าที่ทุกคนจะได้เห็น คงจะมีน้อยคนเหลือเกินที่จะได้ยลความเกรี้ยวกราดนี้ ไม่สิ นายขุนพลก็เพิ่งจะโชว์ความเกรี้ยวกราดให้ดูไม่ใช่หรอ แต่ทำไม...ทำไมเมื่อมาจากขุนพล มันกลายเป็นเรื่องที่ชวนอุ่นใจมากกว่า

          สิบนาทีผ่านไป
          แล้วก็...ทำไมต้องมานั่งโต๊ะเดียวกันแบบนี้ ไม่ชอบหน้ากัน ก็ควรจะแยกย้ายกันไปดิวะ ดาต้ารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองต้องมาห้ามกองทัพสองเมือง ในขณะที่ตัวเองมิได้มีความเกี่ยวข้องใดๆเลย—ไม่ถูกสิ— เกี่ยวเต็มๆ แต่ไม่รู้จะห้ามยังไงดี ได้แต่ทอดถอนใจ หันมองตัวช่วยรอบข้าง ดีดี้หนีไปแล้ว พี่ตามกับพี่มีนโดนบังคับให้อยู่กับพี่โฮมด้วย ส่วนเอส...เพื่อนคนนี้นั่งตีหน้าสุดเซ็งอยู่ใกล้ๆกับพี่ตาม ไม่รู้โมโหอะไร และก็ไม่รู้ว่ารออะไรด้วย 
          ดาต้าสนใจจะดูพี่มีนกับพี่ตามทะเลาะกันมากกว่า ดูน่ารักดี
          “แม่ง นั่งมองหน้ากันอยู่นั้น จะท้องแล้วมั้ง” พี่ตามพูด พร้อมกับฉีกขนมปังกินอย่างเอร็ดอร่อย
          “ไม่ใช่ปลากัดนะ แล้วนั่น...ไม่กลัวอ้วนรึไง กินเป็นหมูเชียว” พี่มีนดุ
          “มันอร่อยอ่ะ ลองดูมะ” พี่ตามฉีกขนมปังป้อนให้พี่มีน
          “อืม อร่อยเว้ย”
          “วันก่อนกูไปเห็นในเน็ต แม่ง คนผ่าขนมปังมาแล้วเจอซากหนูทั้งตัวเลย มีหัว มีขน มีไส้ครบ ผ่าออกมางี้เยิ้มเชียะ”
          “หยุด” พี่มีนทำท่าจะอ้วก “มึงจะพูดเรื่องพวกนี้ขึ้นมาทำมะกอกมึงหรอ”
          “เอ้า ก็เล่าให้ฟัง” พี่ตามทำเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกมา “มีนเป็นอะไร ท้องหรอ”
          “โอ๊ย คุยกับมึงแล้วปวดหัว” พี่มีนลุกไปซื้อน้ำของตัวเองบ้าง 
          “ไอ้นี่อีกคน ทำหน้าเป็นปลาหมึกตกใจ หมาที่บ้านจะคลอดลูกหรอครับ” พี่ตามปากว่าง หาที่ลับคม ซึ่งคือเพื่อนผม ที่นั่งมองหน้าพี่ตามด้วยสีหน้าชั่งใจ “งงอะไร กูพูดกับมึงนะคร้าบ ชื่ออะไรนะเราน่ะ”
          “ผมชื่อเอส” 
          “อืม เอสหรอ” หน้าพี่ตามคล้ายจะมีมุก “แล้วซ่าป่ะ”
          “อะไรซ่า?” เอาแล้วเอส...อย่าโง่ดิ
          “อ้าว ก็เอสไง เอสก็น้ำอัดลมไง ซ่าไง อะไร แค่นี้โง่หรอ” โอ๊ย ดาต้าเจ็บแทน แต่เพื่อนเขากลับขำ
          “ผมก็นึกว่าพี่หาว่าผมซ่า กำลังจะบอกอยู่แล้วเชียวว่า...” เอสลุกไปยืนด้านหน้าพี่ตาม รายนั้นเปลี่ยนท่าทีทันควัน คงนึกไม่ถึงว่าเพื่อนดาต้าจะมีปฏิกิริยาไม่กลัวเกรงใครแบบนั้น  “...ผมซ่านะ บางทีก็ซู่ซ่า และตัวอักษร S น่ะ มันสร้างคำได้เยอะ หนึ่งในนั้นน่าจะเป็นคำว่า SEX “
          “แล้วมัน..เอ่อ มึง-มึงมาบอกกูทำไม” พี่ตามกระเถิบถอยหลัง เพราะไอ้เอสมันยื่นหน้าเข้าไปใกล้มาก ดาต้ารู้สึกว่าเพื่อนตัวเองจะสนุกกับการแกล้งมากเกินไปหน่อยรึเปล่า  แต่ก็ไม่เข้าใจอีกว่าพี่ตามจะกลัวไอ้เอสทำไม รึเพื่อนกำลังทำหน้ายักษ์ใส่ เขาไม่รู้เพราะมันหันหลังให้
          “อ้าว...ก็เห็นถามว่าซ่ามั๊ย”
          “มันเกี่ยวอะไรล่ะ”
          “ผมจะซ่าเหมือนชื่อรึเปล่า พี่แค่ถามจะไปรู้อะไรล่ะ..” เอสกลับไปทำท่าทางปกติ เอื้อมหยิบกระเป๋าตัวเองมาถือ  “คราวหน้าคราวหลังถ้าอยากจะคุยกับใครน่ะ ถามเขาก่อนว่าอยากคุยด้วยมั๊ย รู้รึเปล่า”
          เพื่อนดาต้าหันหลังใส่พี่ตาม ส่ายหัวเดินออกมาด้วยท่าทางเซ็งสุดขีด ตรงมาทางเขา “กูกลับแล้วนะเว้ยดาต้า แล้วเจอกัน”
          “รีบไปไหนล่ะ” เขาไม่อยากให้เพื่อนกลับเลย แบบนี้ใครจะอยู่ช่วยแก้สถานการณ์ตรงนี้ล่ะ
          “ไม่อยากอยู่เป็นหมาหัวเน่าไง ปล่อยให้หมาหัวไม่เน่ามันกัดกันไปก่อนเถอะ” เอสครับ เพื่อนมึงคนนี้สะดุ้งครับ จะมาเข้มไปมั๊ย แต่เพื่อนดาต้าไม่เคยกลัวใครจริงจัง แม้สองคนที่กำลังส่งสายตาอาฆาตจะเป็นพี่โฮมกับนายขุนพลก็ตาม  “กูไปละ มีเรียน“
          เพื่อนเอสทิ้งเชื้อไฟ ขับออดี้หายไปเฉย ปล่อยให้ดาต้านั่งมองไปมาระหว่างหมา-- เอ้ย! คนสองคนที่หัว ยัง ไม่เน่า จ้องตากันต่อไป ขุนพลดูจะได้เปรียบเล็กน้อยเพราะปากไม่ว่าง เคี้ยวข้าวยั่วได้ เห็นแล้วนึกถึงฉากในหนังจีน ใบไม้ปลิวว่อนวังเวง เหมือนฉากประลองกำลังภายในของจอมยุทธ์พเนจร
          “ไอ้มีนนนน ตามโดนด่าอ่ะ” พี่ตามยังคงงอแง
          “สมน้ำหน้า เอ้านี่ กินซะ ได้เลิกพล่าม” พี่มีนยัดอมยิ้มสีชมพูเข้าปากเพื่อน แล้วฉีกของตัวเองบ้าง

          ส่วนสองจอมยุทธตรงหน้าดาต้าน่ะหรอ...คงจะแข่งความอดทนกันอยู่มั้ง ประมาณว่า หากใครลุกก่อน ดาต้าจะไม่คบด้วยอะไรประมาณเนี้ยะ ร้อนถึงคนกลาง ต้องมานั่งคิดหาวิธีประนีประนอม จะลุกออกไปเฉยๆรึก็อาจจะตามมาอีก จะไล่ไปคน อีกคนจะเสียใจ แต่มันก็ต้องเป็นแบบนั้นใช่มั๊ย ใครจะไปล่ะ ดาต้ามองพี่โฮม มองขุนพล เขาอยากให้ขุนพลอยู่ แต่ไม่อยากให้พี่โฮมรู้สึกไม่ดี เพราะอย่างน้อยเขาก็คอยทำดี ช่วยเหลือดาต้ามาก่อน
           แต่คงต้องทำอะไรสักอย่าง เมื่อรำคาญหนักเข้า เขาจึงคิดจะใช้มาตรการเด็ดขาด ใกล้เวลาคาบบ่ายแล้วด้วย วันนี้ไม่ได้งานเลยจริงๆ
           “พี่ขุนพล บ่ายมีทำอะไรรึเปล่า ต้องไปกองประกวดมั๊ย” ดาต้าเอ่ยถาม ขุนพลดีใจ ยิ้มเยาะให้ฝ่ายตรงข้าม คงคิดว่าได้ชัยชนะแล้ว เพราะดาต้าพูดด้วยเป็นคนแรก แต่... “พี่ไปได้เลยนะ ผมมีเรียน”
           “เลิกกี่โมง” ขุนพลถาม แต่ดาต้าไม่ฟัง
           “ส่วนพี่โฮม ผมรู้ว่าพี่มีเรียน เรื่องที่กอง ถ้าผมว่างจะเข้าไปหานะครับ”
           “วันนี้ไม่ว่างหรอ” พี่โฮมถาม
           “ผมต้องไปเรียนแล้วครับ วันนี้มีสอบด้วย บาย”
           เด็ดขาด เด็ดเดี่ยว แต่ทำเสร็จแล้วปาดเหงื่อ เครียดกว่าเดิมสองเท่า คนหนึ่งห่วงหา อีกคนอาทร ทำไมต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่รู้ ช่วงนี้มีแต่เรื่องให้เครียดทั้งนั้น ทั้งรู้สึกดี รู้สึกแย่ปะปน สำหรับเรื่องหัวใจ ใครกันหนอจะเข้าใจ สองคนที่เขาทิ้งมา หนึ่งคนจะเป็นคนที่ใช่ แต่ก็อาจไม่ใช่ทั้งคู่ เขามีเวลาเหลือเฟือ เพียงแต่ อาจจะเปิดใจให้แค่ทีละคนเท่านั้น
            ...จะทำอะไรก็รีบๆทำเสียนะครับ พี่ขุนพล ผมรู้ว่าพี่รู้สึกดีกับผม แต่มันจะมีแค่นั้นไม่ได้ จะเหมือนกับคนที่ผ่านๆมาของผมไม่ได้...ดาต้าคิดอยู่ในใจ



             ดาต้ายังไม่ได้เข้าห้องเรียน จะรอให้สายสักครึ่งชั่วโมงก่อน ที่ว่าสอบก็แค่วัดผลท้ายชั่วโมงเท่านั้น วิชาสิวๆ  เขาจึงนั่งเกร่ออยู่หน้าตึกเรียน มองลานปูนร้อนๆ มองตึก มองต้นไม้ มองสนามบาส มองความว่างเปล่า และลมพัดเอื่อย อย่างกับพระเอกเอ็มวี สักพัก มีรถวิ่งเข้ามาตรงลานโล่ง จริงๆมันควรเป็นเรื่องปกติที่ไม่มีความน่าสนใจ แต่รถที่เพิ่งเข้ามามันทำให้อดที่จะไม่สนใจไม่ได้ รถคลาสสิคสวยเนียบนิ้งขนาดนั้น คนธรรมดาที่ไหนเขามีขับกัน
             คนที่ลงมาจากรถไม่ใช่ใครอื่นจริงๆด้วย เขาไม่ยักรู้มาก่อนว่านายขุนพลจะขับรถแบบนี้ แต่นั่นไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ นายนั่นมาหาดาต้าแน่ๆ และคงหาไม่เจอ ถ้าเขามัวแต่นั่งหลบมุมอยู่ใต้ตึก ดาต้าคิดจะโทรหา กดเบอร์ที่ขุนพลเคยใช้ --โทรออกไป—แต่ไม่รับ ดาต้าจึงเรียกด้วยเสียงแทน ก่อนที่อีกฝ่ายจะวิ่งขึ้นตึกไปเสียก่อน
             “อยู่นี่” เขาตะโกน
             ขุนพลหันขวับ ไต่บันไดลงมาตามเสียง พอเห็นดาต้า รอยยิ้มยกขึ้น เริงร่าวิ่งมานั่งลงข้างๆ
             “นึกว่าจะไม่ได้เจอซะแล้ว” ขุนพลพูด
             “มีอะไร มาหาผมหรอ”
             “อืม อยากมาหา”
             “แล้วไม่โทรหาล่ะ รึไม่มีโทรศัพท์... รึไม่อยากมีเบอร์ให้ผมโทรไปกวน” ดาต้าบังคับเสียงไม่ให้ประชดคนตรงหน้าได้ลำบากมาก ไม่รู้เพราะอะไร
             “โกรธพี่หรอ เรื่องอะไร”
             “เอาเบอร์มา” ดาต้าแบมือขอ ขุนพลทำตามอย่างว่าง่าย ดาต้ากดเบอร์ตัวเองที่เครื่องขุนพลแล้วยิงเข้า เบอร์ใหม่อีกแล้ว หมอนี่ชอบทำตัวมีพิรุจ จับไม่ได้ไล่ไม่ทันตลอด ตั้งแต่เรื่องกุญแจแล้ว ดาต้าคิดจะถามให้รู้เรื่อง “ถามอะไรหน่อยดิ”
             “อื้ม—“ ขุนพลรับโทรศัพท์คืนไป และตั้งใจฟัง
             “ผมยังไม่เคลียร์เรื่องกุญแจห้องผมเลย ถ้าวันนั้นพี่เอากุญแจผมไป แล้วทำไม ผมถึงยังมีกุญแจอยู่กับตัวได้ล่ะครับ ผมไม่ได้ปั๊มขึ้นมาสองดอกนะ”
             “เอ่อ....”
             “พี่ขุนพล” ดาต้าคาดคั้น
             “เฮ้อ...ก็ได้ แต่ดาต้าอย่าโกรธพี่นะ ถ้าพี่เล่า”
             ดาต้าไม่สัญญา แต่ตีสีหน้านิ่ง
             “โอเค ดาต้าซื้อกุญแจห้องใหม่เมื่อไหร่”
             ซื้อกุญแจใหม่? เมื่อสองเดือนก่อน “แล้วยังไง”
             “ดาต้าไปซื้อที่ไหน” ถามแปลกๆ 
             “จำได้มั๊ยว่าเจ้าของร้านพูดว่ายังไง”
             สมองพยายามเค้นความทรงจำ ตอนนั้นดาต้าทำลูกกุญแจหาย และห้องมีร่องรอยโดนงัด เขาตัดสินใจซื้อแม่กุญแจลูกใหม่ และมันต้องปลอดภัย เขาไปเดินหาร้านที่มีกุญแจวางขาย พบเข้าที่หนึ่ง คนขายเป็นอาแปะใจดี ดาต้าบอกสเป็คแม่กุญแจ นอกจากจะได้ตามที่หวังแล้ว อาแปะยังใจดีแนะนำเพิ่มด้วย คุณสมบัติที่ดีสำหรับคนชอบความปลอดภัย ระบบล็อกที่กุญแจผีจะไม่สามารถล่วงล้ำได้ มาพร้อมกับราคาที่แพง แต่ตอนนั้นดาต้ายังไม่ตัดสินใจซื้อ เจ้าของร้านจึงพูดขึ้นมาว่า

              “—ที่จริงกุญแจยี่ห้อนี้หายากมากนา ไม่ได้มีขายทั่วไป ปกติหลายพัน นี่อั๊วะได้มาจากน้องชายที่เป็นทหารอีกที นี่ก็อันสุกท้ายแล้ว เห็นว่าลื้อหน้าตาดี ดูติ๋มๆ อั๊วะจะขายให้แค่สามพัน แต่ถ้าลื้อไม่เอาอั๊วะไม่เก็บไว้แล้วนา

              เจาะจง ต้องเจาะจงเลือกกุญแจที่ปลอดภัยและแพง และมีตัวเดียว อืม...
              “พี่เอาไปฝากไว้ให้ลุงแกขายให้ดาต้าเองแหละ บอกว่าต้องขายให้ดาต้าเท่านั้น” ขุนพลสารภาพมาแล้ว อยากจะบ้า
              “เจ้าเล่ห์นักนะ มีอะไรปิดบังไว้อีกป่ะเนี่ย” ดาต้ารู้สึกไม่ไว้ใจ เรื่องที่โดนแฮ็กนั่นก็ยังไม่ได้เคลียร์ ไม่รู้มีสาเหตุมาจากนายขุนพลด้วยรึเปล่า “ช่างเถอะ ผมจะไปเรียนแล้ว” 
              “เดี๋ยวดาต้า พี่ขอโทษ พี่ก็แค่อยากรู้จักเราเอง” ขุนพลหยุดดาต้าไว้ขณะเขากำลังจะลุก
              “อยากรู้จัก ทำไมไม่มาหาตรงๆ แบบนี้เขาเรียกมีความใน ไม่น่าไว้ใจ”
              “เราก็มาแอบสืบพี่เหมือนกันไม่ใช่หรอ”
              “นั่นมันเพราะดีดี้มันมาขอให้ผมสืบ—“
              “แล้วที่บอกว่ามีคนอื่นจ้างให้สืบอีกล่ะ ที่น้องดีดี้บอกว่าดาต้าผิดกฏน่ะ”
              “พี่รู้เรื่องนั้นได้ยังไง”
              “มันไม่สำคัญหรอก บอกพี่มา”
              “ก็ผมนี่ไง ผมอยากรู้จักพี่ ผมชอบพี่ แต่ผมไม่รู้สึกเลยว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพี่ ผมอยากรู้ว่าพี่เป็นใคร มาจากไหน ชอบทำอะไร แล้วที่เข้ามาหาผมเพราะว่าชอบผม รึแค่อยากมาล้วงข้อมูลเรื่องของผมไปแฉ”
              “ดาต้า” ขุนพลมีสีหน้าหนักใจ “พี่—“
              “ช่างเถอะ ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไม่สนใจมัน ไม่อยากรู้แล้ว” ดาต้าโกหก เขาแค่รู้สึกน้อยใจ
              ดาต้าอยากกอดนายขุนพล เมื่อไหร่ที่เขาเสียใจ น้อยใจ ผิดหวัง เขาจะเกิดความรู้สึกหนาว อ้างว้าง มันจะเหมือนกับอยู่ในตรอกซอมซ่อ ออกไปไหนไม่ได้ เปลือยกายกอดตัวเอง สั่นกลัวกับความคิดว่าตัวเองไม่เหลือใคร แต่ตอนนี้ ถ้านายขุนพลจะชอบเขาจริงๆ เขาก็ไม่อยากลังเลอีก ในเมื่อเราลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าพี่น้องหรือเพื่อนไปแล้ว จะมามัวไว้ตัวอยู่ทำไม
              เมื่อคิดดังนั้น ดาต้าจึงเดินเข้าไปสวมกอดร่างใหญ่หนาไว้ จิกมือลงบนแผ่นหลัง ซบหน้าลงกับอก สูดไอกลิ่นกายที่ทำให้ผ่อนคลาย ขุนพลช่วยทำให้มันง่ายขึ้นด้วยการกอดตอบ รวบตัวดาต้าไว้ในอ้อมแขนแล้วลูบหัวปลอบโยน
              “ผมจะต้องเสียใจมั๊ย ถ้าคิดเกินเลยกับพี่” ดาต้าถาม
              น่าจะถามว่า พี่จะเสียใจแค่ไหน ถ้าดาต้าไม่ได้คิดอะไรกับพี่จริงๆต่างหาก” ขุนพลพึมพำเบาๆ
              “อะไรนะครับ” 
              “พรุ่งนี้ว่างรึเปล่า” 
              “ทำไมครับ” 
              “พี่จะกลับบ้าน เลยอยากพาดาต้าไปด้วย ตกลงนะ”
              “บ้านพี่หรอ”
              “ใช่ครับ” ขุนพลก้มลงจูบดาต้าเบาๆ “พี่ไปก่อนนะ แล้วจะโทรหา”
              ขุนพลพูดเสร็จแล้วผละไปขึ้นรถ ลดกระจกลงเพื่อมองดาต้า นั่งนิ่งอยู่สักพักแล้วขับออกไป ดาต้ามองตาม เห็นแสงบาดตาสะท้อนจากท้ายรถ ทิ้งควันสีเทาไว้ตามทาง เขายกแขนขึ้นกอดอกตัวเอง รู้สึกอบอุ่น หากเป็นไปได้ การกอดนายขุนพลไว้ตลอดคงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย
              “อืม ตกลง” ดาต้าพูดออกมาแล้วเดินขึ้นอาคารเรียน

---------------------------------------------------------

             บ่ายวันนั้นเลิกเร็ว สอบเร็ว และเขาทำเสร็จเร็ว กระนั้นก็เกือบบ่ายสามแล้ว ไปรับน้องชายสาย ดาต้าไม่มีทางเลือก จำต้องอนุญาตให้ขุนพลไปรับแทน ตอนนี้กำลังกู้ข้อมูลเซอร์ฟเวอร์อยู่ในห้องตัวเอง และพบว่าข้อมูลของลูกค้าเคสเล็กๆน้อยถูกดูดไปมากกว่าครึ่ง เขาถอนหายใจด้วยความหนักใจ ภาพจากกล้องลับของเขาโดนเอาไปด้วย ตัวกล้องคงไม่อยู่แล้วเหมือนกัน จากนั้น เขาเช็กข้อมูลที่เหลือซ้ำไปมา จนกระทั่งรู้ตัวแล้วว่าอะไรหายไป
             ...ไฟล์ลับ จากเหตุการณ์ของพี่ขวัญ...
             “เชี่ยอะไรวะเนี่ย” ดาต้าตกใจ ตรวจสอบอีกครั้งแล้วยืนยัน หายไปจริงๆ หายไปทั้งหมด ราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่ เขาถอยเก้าอี้ออกห่างจากโต๊ะ กอดอกเกาคางนั่งพิจารณา ดิจิตอลบอกว่า การแฮ็กครั้งนี้มีเป้าหมาย กลับมาดูก่อนว่าอะไรหายไปบ้าง ดาต้าไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องนี้ เป้าหมายของคนๆนี้คืออะไร เขาจะเอาเรื่องของพี่ขวัญไปทำไม แค่คดีฆ่าตัวตายธรรมดานะ 
แต่นายขุนพลเป็นคนบอกเขาเองว่า ที่บ้านไม่มีใครเชื่อว่าพี่ขวัญฆ่าตัวตาย หรือนี่จะเป็นสัญญาณว่า เรื่องของพี่ขวัญมีสิ่งที่เขายังไม่รู้
              ดาต้ากลับไปที่โต๊ะ หยิบแฟรชไดรฟ์ของดิจิตอลขึ้นมาดู ในนี้คือเบาะแสให้ตามตัวต้นทาง คนที่ปล่อยไวรัสเข้าเครื่อง คนที่พยายามล้วงความลับ คนที่เป็นตัวการ เขาตัดสินใจเสียบเข้าไปในเครื่อง รันโปรแกรมให้ทำงาน คีย์โค้ดเข้าไปสี่ห้าแถบ จากนั้นแถบตัวอักษรสีเขียนก็คลี่พรึ่บเต็มหน้าจอทั้งหก ดาต้าไล่ดู พบเรื่องน่าสงสัยมากมาย เขาเจอหลักฐานการแทรกแทรงหลายครั้ง จากเครื่องๆหนึ่ง แต่ดิจิตอลบอกว่าแกะโดเมนเครื่องคนเจาะไม่ได้ งั้นนี่อาจเป็นตัวกลาง เขาไล่ดูลงมาเรื่อยๆ พบเจอต้นเหตุการบุกรุก แพร่ไวรัส ช่วงนี้ไม่ปรากฏเลขเครื่องใดๆ แต่จะพ่วงเลขปริศนานั่นมาด้วยเสมอ คนทำจงใจใช้เครื่องเดิมเครื่องนี้เป็นสะพาน หย่อนเบ็ดเกี่ยวปลาออกไป เขายังพบเจอการต่อสู้ของดิจิตอลด้วย แก้โค้ดไปมาวุ่นวายไปหมด แต่สุดท้าย เมื่อไฟล์ของพี่ขวัญถูกดูดออกไปหมดแล้ว ไวรัสร้ายแรงจึงเข้าทำลายระบบ ปลดปล่อยข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์ออกสู่สาธารณะ หนึ่งในนั้นมีความลับของชมรมอยู่ด้วย ดิจิตอลคงยอมแพ้ตรงนี้เอง ยังไงเสียก็ต้องรวมข้อมูลลับไว้ก่อนอยู่แล้ว
              แต่สกิลการแฮ็กน่ากลัวจริงๆ หากจะมีสักคนที่ทำแบบนี้ได้ นอกจากพี่ภู ก็น่าจะเป็นระดับคิง ควีน หรือแจ๊ค แต่สามคนนั้นจะมายุ่งเรื่องพวกนี้ทำไม ไม่มีเหตุผล ดาต้าผลักประเด็นอื่นทิ้งไปก่อน อย่างไรเสีย เบาะแสที่ได้มาก็ยังพอใช้สืบได้ ก่อนอื่นต้องระบุเจ้าหุ่นเชิดที่เป็นสะพานนั่นก่อน เขาคีย์ข้อมูล ระบุหาตำแหน่งการส่งสัญญาณครั้งสุดท้าย ล็อกเป้าหมายไว้ หากมีการส่งสัญญาณอีกครั้ง ระบบจะแจ้งให้ดาต้าทราบทันทีว่าเครื่องนี้อยู่ที่ไหน
              หลังจากนั้นคือลุ้น คาดเดา และเดา เรื่องนี้มืดบอดสนิท เขาไม่รู้จริงๆว่าใครเกี่ยวข้องกับคดีพี่ขวัญนอกจากนายขุนพล แต่รายนั้นต้องการรู้ความจริงมากกว่าไม่ใช่หรอ การขโมยหลักฐานแบบนี้มันไม่ต่างกับการปกปิดความผิด เรื่องนี้มีเบื้องหลังจริงใช่รึเปล่า ความเป็นไปได้ของเขาเหลือเพียงหนึ่งเท่านั้น 
              แฟนพี่ขวัญที่ชื่อ อเล็กซ์ ที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปเช่นกัน
              การรอคอยสิ้นสุด เมื่อขุนพลโทรมาหา ดาต้าลุกไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงที่ถอดทิ้งไว้บนเตียง
              “พี่อยู่ไหนเนี่ย โฟลเดอร์ล่ะ”
              “อยู่หอพี่แล้ว โฟลเดอร์ก็อยู่นี่ เอ่อ..”
              “แล้วทำไมไม่มาหอผมก่อนเล่า”
              “พี่ไปอวดกีตาร์พี่ไว้นะสิ น้องอ้อนมา ไม่อยากปฏิเสธ ดาต้ามาที่ห้องพี่ได้มั๊ยอ่ะ”
              ทำอะไรไม่เคยปรึกษา ดาต้ารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เดินมานั่งที่โต๊ะคอม แล้วปรากฏเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องสะดุด 
              “พี่ขุนพลคับ นี่พี่ดาต้า พี่อยู่ใน—“
              “เชี่ย!!”  เมื่อครู่เสียงโฟลเดอร์แทรกเข้ามา แต่ฟังเหมือนขุนพลห้ามปรามไว้ ดาต้าไม่รู้เรื่องหรอก เขากำลังสนใจคอมตัวเอง นิ้วมือพิมพ์พรมลงบนคีย์บอร์ดรัวเร็ว สัญญาณของเครื่องปริศนาปรากฏขึ้นมา และดาต้าต้องตามรอยให้ทัน ในที่สุดตำแหน่งก็ออกมาแล้ว 
              “ตกลงมาห้องพี่นะ เอาชุดโฟลเดอร์มาเปลี่ยนด้วย แล้วก็เอากีตาร์มาด้วย ชุดดาต้าก็เอามาด้วย”
              “คร้าบผม” ดาต้าตะโกนใส่โทรศัพท์ที่หนีบแนบไว้กับหู ส่วนสายตากับนิ้วมือกำลังระบุตำแหน่งที่ได้ลงบนพิกัดแผนที่กูเกิล “หอพี่อยู่ไหนเนี่ย”
              “ซอยสิบสอง คอนโดพี่ชื่อเอเวอเรส ชั้นสิบห้า มาถึงแล้วโทรบอกพี่ล่ะ”
              “คร้าบผม”
              ดาต้าวางสาย นิ้วจิ้มคลิกมาร์คตำแหน่งไว้เรียบร้อย เขารู้สึกดีใจมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ทำทันเวลา เพราะทันทีที่เขามาร์คตำแหน่งได้ สัญญาณที่ปรากฏก็หายไป เขากระหยิ่มยิ้มย่อง ปิดคอมแล้วลุกออกไปจัดกระเป๋า


***********************************************************

              อีกด้านหนึ่ง ขุนพลเพิ่งคุยโทรศัพท์กับคนบางคนเสร็จ หันมาเห็นหน้าดาต้าในโน๊ตบุ๊คตัวเองแล้วรู้สึกสยิว กลัวโฟลเดอร์เอาไปบอกพี่ชาย หรือกลัวว่าสัญญาณมันอาจจะไปขึ้นเตือนที่ห้องดาต้า กลัวไปหมด กลัวโดนจับได้ แค่ดาต้ารู้ว่าเขาวางแผนเรื่องกุญแจห้อง ยังโกรธได้ขนาดนั้น หากรู้ว่าเขาแอบเป็นสปายแอบมองตลอด คงไม่ต้องมองหน้ากันอีก วันก่อนคอมดาต้าโดนแฮ็ก เขาก็ไม่กล้าบอก ไม่รู้ว่าจะแก้ตัวยังไง 
              “พี่ว่าปิดคอมเถอะ ปิดไว้สักพักนะ” ขุนพลแย่งโน๊ตบุ๊คมาจากโฟลเดอร์ แล้วปิดเครื่อง
              “ทำไมอ่ะคับ ผมอยากเล่นอะ”
              “คือคอมพี่มันไม่ค่อยดีสำหรับเด็กเท่าไหร่ เอาเป็นว่า...” ขุนพลคิดหาทางออก “—รู้แล้ว ถ้าโฟลเดอร์เล่นกีตาร์ได้หนึ่งเพลง พี่จะซื้อคอมเป็นของขวัญให้ หนึ่งเครื่อง ดีมั๊ยครับ”
              “จริงหรอคับ พี่พูดจริงอ่ะ” แล้วก็วิ่งมากอดขุนพล “พี่ขุนพลใจดี”
              โฟลเดอร์ดีใจ เต้นไปรอบห้อง วิ่งขึ้นเตียงแล้วกระโดดเด้งตัวนอนลงบนฟูก ส่วนขุนพลพ่นลมอย่างหนักอกหนักใจ

              “อีกอย่างนะโฟลเดอร์ เรื่องที่พี่แอบดูดาต้า ต้องเป็นความลับระหว่างเราเท่านั้น เข้าใจมั๊ยครับ”



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น