มังกรปรปักษ์ ☯

ตอนที่ 27 : ข้ายินดีที่ไม่ถูกเกลียด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 959
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    11 ก.ย. 62

        ตอนที่ 25 : ข้ายินดีที่ไม่ถูกเกลียด

 

 

          กลีบบุปผาปลิดปลิวล่องลอยเหนือขอบสระ ยามสายลมพัดอ่อนจึงร่วงหล่นแตะผิวน้ำระลอกไหว ก่อเกิดเป็นคลื่นเล็กแผ่ออกไป มองเห็นไม่ชัดเจนแสนเลือนราง เปรียบดั่งใจคนเราที่ยากแท้หยั่งถึง ปราศจากถ้อยคำอธิบายใด ๆ ให้กระจ่างแจ้งรู้เหตุผล

 

          ...ดังเช่นตัวข้าน้อยที่กำลังประสบพบเจอปัญหาในเวลานี้

 

          นานแล้วที่ไม่ได้เจอกัน ! ข้าน้อยหัวหน้าคนรับใช้มังกรดำ ยินดีที่ได้พบท่านผู้มีพระคุณอีกครั้ง และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนหนังสือของพวกเรามาโดยตลอดนะขอรับ ! *(*´*)

 

          แต่แหม~ พวกเราไม่ได้พบหน้ากันมาเนิ่นนาน จะบอกเล่าเรื่องที่เอ่อ... ไม่ค่อยดีก่อนก็ใช่เรื่อง เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อชีวิตดวงน้อย ๆ สมควรเล่าเรื่องดี ๆ ให้ชุ่มชื่นหัวใจ ~

 

          เอาล่ะ !~ อะแฮ่ม ...เริ่มจากตอนไหนดีนะ

 

          อ๋อ งานเลี้ยงวันเกิดของนายท่านลวี่ !

 

          ในสายตาคนนอกอย่างข้าน้อยที่รู้เท่าทันทุกเหตุการณ์เกี่ยวกับนายท่านคนดี มีหรือจะพลาด แม้ตัวไม่ได้ไป แต่ใจไปด้วย ! ...อันที่จริงก็ฟังเขาบอกต่อกันมาอีกทีนั่นแหละ แต่ข้าน้อยก็พูดได้อย่างเต็มปากว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปนับตั้งแต่งานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันเกิดครั้งนั้นจบลง

 

          วังเฮยหลงที่เคยเงียบเหงา มีเพียงเสียงลมพัดวิ้วคลอวิหคขับขาน เริ่มมีเสียงหัวเราะพูดคุยจากบรรดาแขกที่มาเยี่ยมเยียน ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นพี่น้องมังกรแห่งเหยียนหลงนั่นเอง

 

          "พี่รองงง ! ข้าซื้อขนมมีชื่อจากเมืองหลวงมาฝากท่าน ได้ยินว่ารสชาติหวานหอมดุจน้ำผึ้งเดือนห้าเลยทีเดียว ท่านลองชิมสักคำเถิด"

 

          "รสชาติดี"

 

          "...ไป๋หยิน เจ้าสี่เพิ่งมอบมันให้ข้านะ"

 

          จื่อซูเหวินพรูลมหายใจหนักอึ้ง โยนขนมหวานแสนเลี่ยนเข้าปากแล้วเบ้หน้า "ข้าจำไม่เห็นได้ว่าขนมนี่ใส่น้ำส้มสายชูด้วย ฉุนจมูกยิ่งนัก"

 

          หนุ่มผมหางม้าดีดนิ้วดังเปาะเหมือนรอจังหวะนี้มานาน หน้าอกเชิดขึ้น ไหล่ผึ่งผาย เอ่ยด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ "พูดถึงน้ำส้มสายชู ข้าก็เพิ่งได้มาพอดี เห็นว่าเหมาะกับการปรุงอาหารยิ่ง จึงขอมอบให้พวกท่านตรงนี้เลยแล้วกันนะขอรับ"

 

          ว่าจบเซินหลานเหอก็วางไหน้ำส้มหลายไหดังปึงต่อหน้าทุกคน ส่วนมังกรแดงพี่ใหญ่สุดน่ะหรือ ผลิยิ้มงามหยดย้อย ชมเปาะจนหน้าผู้ส่งมอบแทบบานเป็นกระด้ง

 

          "..."

 

          ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องกลับมาสนิทสนมแนบแน่นอีกครั้ง ไม่ว่าใครก็ดีใจ กระทั่งตัวข้าน้อยยังต้องแอบไปสูดน้ำมูกซับน้ำตาด้วยความปีติยินดี เพราะถึงนายท่านเฮยจะไม่พูดอะไร แต่ดูจากแววตาที่ทอประกายแสงอ่อนโยน

 

          มีหรือที่พวกข้าจะไม่รู้ว่านายท่านสุขใจมากเพียงใด   

 

          ทว่าในขณะเดียวกันดวงตาสีนิลวาววับดุจอัญมณีกลับฉายแววครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่างตลอดเวลา สีหน้าเรียบเฉยผสานกับเส้นผมสีดำที่ปรกบังหน้า ทำเอาข้าน้อยอยู่ไม่สุข รีบรวมพลประชุมกันอย่างลับ ๆ ในคืนเดือนมืดโดยเร่งด่วน

 

          และได้ข้อสรุปตรงกันว่าเกี่ยวข้องกับคู่สมรสพระราชทาน 'นายท่านไป๋' อย่างแน่นอน !

 

          เพราะทุกครั้งที่ท่านมังกรขาวแวะเวียนมา ..อา อย่าใช้คำว่าแวะเลยขอรับ แทบจะอยู่ค้างคืน ! สายตาที่นายท่านเฮยใช้ลอบมองอีกฝ่ายนั้นไร้คลื่นไม่บ่งบอกอารมณ์ ทั้งคำพูดคำจายังสงวนถ้อยคำไม่เปิดเผยความรู้สึกจนรู้สึกได้ถึงความเหินห่าง

 

          จากข้าน้อยที่ดิ้นพล่านเหมือนปลาขาดน้ำชโลมกาย แทบจะทุรนทุรายเหมือนปลาที่กำลังเตรียมย่างสดโรยเกลือพร้อมรับประทาน !

 

          มีอะไรบางอย่างผิดพลาดแน่ ๆ เพราะจากที่ไปคลุกฟังข่าววงในมา ประกอบกับการคิดวิเคราะห์ประหนึ่งวางแผนรบสู้ข้าศึก ถึงทีแรกนายท่านทั้งสองจะแสร้งตบตาทำเป็นทะเลาะกันเพื่อแหกอกมังกรเขียว(...) แต่ตอนหลังก็ได้เฉลยว่าแท้จริงแล้วนี่เป็นแผนเปิดโปงสาวใช้ใฝ่สูง ทั้งนายท่านไป๋ยังเป็นคนเอ่ยปากเองด้วยว่า มังกรคู่หยินหยางถึงคราวสงบสุขแล้ว

 

          ดูอย่างไรก็มีแนวโน้มไปในทางที่ดี แล้วเหตุใดนายท่านเฮยที่ชอบโวยวายกลบเกลื่อนความเขินอายเป็นนิจกลับเงียบขรึมลงเสียอย่างนั้นเล่า ?! ไหนจะท่าทางคล้ายกำลังตกผลึกความคิดนั่นอีก

 

          จะน่าอกสั่นขวัญผวาเกินไปแล้วนะขอรับ ! (´;ω;)

 

          ทว่าด้วยความที่ข้าน้อยโง่เขลาเบาปัญญา ต่อให้ขบคิดจนหัวแตกก็ไม่ได้คำตอบ บรรยากาศของคนทั้งคู่จึงดำเนินต่อไปอย่างเงียบเชียบ เจ้าไม่พูด ข้าไม่พูดอยู่อย่างนั้นจนเวลาผ่านไปหลายทิวาราตรี

 

          [เฮยหยาง... เจ้าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรงั้นหรือ ?]

 

          นานวันไปเจ้าเงาน้อยก็อดร้องถามไม่ได้ แม้ใจจะรู้สึกดีอยู่ลึก ๆ แต่จู่ ๆ การที่คนใจดีใจอ่อนอย่างเฮยหยางกลับเมินเฉยต่อทุกสิ่งอย่าง โดยเฉพาะเจ้าตัวขี้วอแวนั่น ต้องมีเหตุผลรองรับ

 

          แต่ที่เค้นคอถามก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนี่นา เอ... หรือมีอะไรที่ข้าพลาดไป ?

 

          "...."

 

          เจ้าตัวน้อยส่ายตัวดุ๊กดิ๊ก ในเมื่อไม่ยอมบอกก็ช่างมันเถิด [แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ! ข้าล่ะสะใจยิ่งยามเห็นไอ้งูเน่านั่นทำหน้าเป็นหมาหงอย ฮะฮะ !] เงามืดหัวเราะเสียงดัง หากมีเนื้อกาย สิ่งแรกที่จะทำคือตะเบ็งเสียงหัวเราะอัดหน้าเจ้าตัวหน้าเหม็นให้สาแก่ใจ

 

          เจ้าก้อนยุ่งพร่ำไม่หยุดดังน้ำไหลไฟดับ ไม่ได้ดูสีหน้าคนฟังแม้แต่น้อย [แหม ๆๆ ~พอเห็นเจ้าใจดีเข้าหน่อยก็คิดจะได้คืบเอาศอก นับว่าเฮยหยางแก้แค้นได้ถูกทางแล้ว อย่าใจอ่อนให้มันมากนัก ประเดี๋ยวมันจะคิดรังแกเจ้าอีก !]

 

          นี่แหละ คือเรื่องเดียวที่ยอมไม่ได้ !

 

          ในขณะที่ก้อนเส้นด้ายกำลังยิ้มขบขันอย่างลำพองใจจนตัวพอง เป็นอันต้องตัวฟิบแบน เมื่อได้ยินคำตอบจากคนที่เงียบมานานเป็นนกกา นกกระจอกไม่มีเสียง

 

          .... ข้าอยากอยู่คนเดียวสักพัก

 

          ไม่จำเป็นต้องใช้หัวคิดก็ทราบได้ว่าเป็นการบอกไล่กันกลาย ๆ ใจดวงน้อย ๆ พลันเจ็บช้ำ อยากจะพุ่งถลาเข้าไปซุกหมอนร้องห่มร้องไห้ มังกรน้อยตัวมอมแมมในวันนั้นเปลี่ยนไปแล้วสินะ

 

          แต่ก็มิอาจปฏิเสธได้ว่าช่วงเวลาในอดีตมีไว้ให้คิดถึงเท่านั้น

 

          เงาดำตัวน้อยกลิ้งหลุนไปตามลาดไหล่ เลื้อยปลายเส้นด้ายแตะบริเวณข้างแก้มเย็น ๆ อย่างอ่อนโยน [ก็ไม่รู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่... แต่ข้าอยู่ข้างเจ้าเสมอ หากเรื่องที่คิดทบทวนมันหนักหนาก็ไม่ต้องคิด เข้าใจไหม]

 

          อืม...

 

          [เพราะบางที... ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เทพ มนุษย์ หรือปีศาจก็ใช้สัญชาตญาณเป็นตัวนำพามากกว่าสติสัมปชัญญะในการไตร่ตรอง]

 

        ...

 

          [ข้าไปก่อนนะ]

 

          เมื่อเสียงเจื้อยแจ้วหายไป จึงเหลือเพียงเสียงลมหายใจของเจ้าของห้อง ห้วงเวลาคล้ายหยุดนิ่งไปชั่วขณะ บุรุษเจ้าของดวงหน้าลึกล้ำเหม่อมองไปไกล ไม่ทราบว่าจุดสิ้นสุดของสายตาอยู่ที่ไหน ก่อนแพขนตายาวจะสั่นระริกแล้วปิดลงอย่างแช่มช้า

 

          ที่เงียบไม่ได้แค้นเคือง ที่เฉยชาไม่ใช่ไม่รู้สึก

 

          เพียงแต่... นัยน์ตาที่ปิดลงพลันเผยอขึ้นเปิดเปลือยความรู้สึกที่สะท้อนอยู่ภายใน  เป็นสิ่งที่ข้าคิดมาโดยตลอดตั้งแต่มีราชโองการจากเบื้องบน จวบจนเกิดเรื่องคราวก่อนขึ้น ทำให้ข้าต้องหันกลับมาขบคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง หลังจากที่ปล่อยผ่านมานาน

 

          ความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับไป๋หยินเรียกว่าอะไร

 

          ศัตรูก็ไม่ใช่ มิตรก็ไม่เชิง

 

          คู่สมรสพระราชทานงั้นหรือ ? ฟังแล้วไม่รื่นหูอย่างบอกไม่ถูก จะบอกว่าเป็นพี่น้องสายเลือดมังกรแห่งเหยียนหลง ข้าก็ไม่ได้รับความเคารพนับถือเท่าที่ควร

 

          ความเกลียดชังที่เคยได้รับทุกครั้งที่ปะทะคมดาบ กรีดกรงเล็บเลือดไหลเป็นทาง เวลานี้แปรผันเป็นสิ่งอื่นที่กระทั่งตัวข้าเองก็ยัง.... ไม่แน่ใจ

           

          และที่เจ้าเงาน้อยพูดก็ไม่ถูกไปเสียทีเดียว สาเหตุที่ข้าไม่โต้ตอบเหมือนอย่างเคย เพียงเพราะต้องการเป็นคนนอก พินิจแววตา น้ำเสียง และความจริงใจที่แสดงออกผ่านทุกการกระทำ โดยที่สมมติว่าตัวข้าไม่ใช่เฮยหยาง แต่เป็นใครที่ไหนก็ไม่รู้ที่รู้เห็นทุกเหตุการณ์ และมองมันด้วยความเป็นกลาง

 

          เพราะตั้งแต่วันที่ข้าสดับฟังเสียงสั่นเครือเจือความรู้สึกในห้วงมิติครั้งนั้น ใจข้ายิ่งกว่ากระแสน้ำเชี่ยวกราก พัดพาชิ้นส่วนความคิดเดิม ๆ กระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทางจนประกอบกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้

 

          หัวสมองสับสนมึนงง ไม่อยากรับรู้อะไร

 

          เพราะข้าขีดเส้นตายไปแล้วว่าเจ้าหยวกกล้วยเกลียดข้า

 

          กระทบกระทั่งกันมาตั้งแต่สมัยบรรพกาลเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เราสองต่างสู้กันอย่างไม่มีหมกเม็ด งัดกลเม็ดเด็ดพรายขึ้นมาฟาดฟันจนต่างฝ่ายต่างรับรู้การเคลื่อนไหวว่าเพียงเจ้าก้าวเท้าขวาก็ทราบได้ทันทีว่าพลังที่จะโจมตีมานั้น มีหน้าตาเป็นอย่างไร

 

          กระนั้นแล้วความแค้นเคืองที่เคยมีให้กัน มันหายไปไหนแล้ว ข้าไม่เข้าใจ หวาดระแวงกลัวว่าจะถูกลอบกัดแล้วแทงซ้ำอย่างเลือดเย็น

 

          กระทั่งเห็นภาพเจ้าดึงทึ้งผมตัวเองเพื่อเรียกสติไม่ให้พลั้งเผลอทำในสิ่งนั้น ข้าก็รู้ได้ในทันทีว่าสิ่งที่เจ้าพูด ที่... ที่เจ้าเคยบอกไว้ว่า

 

'ท่านไม่จำเป็นต้องเชื่อ แต่ท่านจงดู'

 

'จงดูข้า'

 

'ข้าไม่ทำ.. ข้าไม่...'

 

'...ข้าจะไม่ทำร้ายท่านอีกแล้ว'

 

          เป็นความจริงไม่ผิดเพี้ยน ข้าหรี่ตาลงพร้อมขยับมือกุมเข้าหากัน อย่างน้อย ๆ ข้าก็เชื่อแบบนั้น

 

          ทว่าเหนือสิ่งอื่นใด ท่ามกลางความรู้สึกและห้วงอารมณ์ที่ผสมปนเป กลับมีสิ่งหนึ่งที่ข้ามั่นใจทุกครั้งเมื่อมีคนถามว่า เหตุใดมังกรดำกับมังกรขาวจึงเกลียดชังกันมากถึงเพียงนั้น ?

 

          ข้าไม่เคยเกลียดชังผู้ใด

          และคำว่าเกลียดนั้น... ก็อยู่ห่างไกลจากคนที่มีชื่อว่า 'ไป๋หยิน' เช่นกัน

 

          ครืนน... ซ่าาา

 

          ฉับพลันฝนห่าใหญ่ก็สาดเทลงมากระทบผืนดิน เหล่าจิ้งเหลนดำที่ยืนเอ้อระเหยเฝ้าดูบานประตูที่ปิดเงียบด้วยความเป็นห่วง เป็นต้องวิ่งวุ่นเก็บผ้าผ่อนที่ตากไว้แทบไม่ทัน ข้าหลุดหัวเราะบางเบายามได้ยินเสียงก่นด่าสาปแช่งสายฝนที่ตกลงมาไม่รู้จักเวล่ำเวลา

 

          อันที่จริง.... ข้าเหลือบมองต้นหญ้าสีเขียวชอุ่มข้างนอกที่ชุ่มโชกด้วยหยาดน้ำสีใส ตัวข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าหยาดพิรุณที่หลั่งรินลงมาจากฝืนฟ้า เป็นเพราะสวรรค์บัญญัติไว้หรือเกิดจากอารมณ์ของข้า

 

          ที่สั่นไหวและไม่มั่นคง

 

          เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม น้ำชาเย็นชืดเนื่องด้วยอุณหภูมิที่ลดต่ำถูกเปลี่ยนใหม่จนอุ่นร้อน ข้าเบนสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ฝนไม่มีท่าทีจะหยุดตกเลยแม้แต่น้อย

 

          หวังว่าเจ้าตัวุย่งคงไม่ได้ไปซุกซนกลิ้งลงบ่อโคลนเหมือนครั้งที่แล้ว มิเช่นนั้นคงได้ซักมือวันละหลายรอบเป็นแน่ ข้าลูบคางตัวเอง เมื่อกี้เผลอใช้คำผิดความหมายไปหน่อย

 

          ซักมืออะไรกัน ไม่ใช่เสียหน่อย หมายถึงช่วยอาบน้ำต่างหากล่ะ !

 

          "อะจ๊ากกกก ผีหลอก !!!"

 

        ป๊าบ !!

 

          "ผีหลอกบ้านเจ้าสิ ! ...ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าใคร ตาถั่วขนาดนี้ทำให้บอด ๆ ไปเสียเลยจะดีกว่า"

 

          "อะ โอ๊ยย หัวคนนะไม่ใช้แป้งนวด เขกลงมาได้... กะ ก็เล่นยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับไปไหน ทั้งยังสวมอาภรณ์สีขาวท่ามกลางสายฝนโปรยปรายเยี่ยงนี้อีก~ จะหาว่าข้าตาถั่วไม่ได้นะ !"

 

          ข้าเลิกคิ้วเล็กน้อย หูผึ่งโดยพลัน

 

          ได้ยินแว่ว ๆ ว่ามีคนหน้าตายผู้หนึ่งยืนตากฝนอยู่หน้าประตูวังไม่ขยับไปไหนเป็นเวลาหลายชั่วยาม กระนั้นกลับไม่มีบ่าวตนใดเข้ามารายงานให้ระคายหู เกรงว่าคงรับรู้ได้ถึงอารมณ์ขุ่นมัวของข้าจึงไม่กล้าเข้ามารบกวน

 

          รู้ตัวอีกทีขาก็ก้าวเดินไปอีกทาง ข้าเท้าแขนลงกับขอบหน้าต่างของห้องหนังสือ ที่ที่สามารถมองเห็นข้างนอกได้อย่างชัดเจน คนคุ้นเคยพลันปรากฏในครรลองสายตา บุรุษเจ้าของฉายามังกรหยกยืนตัวแข็งทื่อไม่ขยับแม้แต่ชุ่นเดียวราวกับถูกลูกตุ้มเหล็กถ่วงเอาไว้ อาภรณ์สีขาวหม่นเปียกชื้น เส้นผมสีเดียวกันแนบลู่จนเห็นโครงหน้าคมเด่นชัด

 

          รวมถึงดวงตาสีเงินคมกริบฉายประกายแน่วแน่ไม่จากไปไหน

 

          ข้ามองภาพนั้นอยู่นานสองนานกว่าคนจะรู้ตัว นัยน์ตาสองสีพลันสอดประสานกัน โดยที่อีกคนก้มหน้าลง อีกคนเงยหน้าขึ้น ใช้ความเงียบเป็นคำทักทาย และเป็นข้าที่เป็นฝ่ายพูดก่อน

 

          "เข้ามา"

 

          กระนั้นความเงียบกลับไม่หายไปไหน แม้ร่างกายเปียกชุ่มของอีกฝ่ายจะก้าวเข้ามาในห้องแล้วก็ตาม เจ้าจิ้งเหลนดำมองมาทางข้าด้วยสายตาเลิ่กลั่ก ยื่นผ้าสะอาดผืนหนึ่งให้แล้วถอยร่นออกไปอย่างรู้งาน ข้าลอบหัวเราะเย้ยหยันปรายตามองผ้าผืนที่ว่าในมือ ก่อนวางลงบนโต๊ะให้คนหยิบไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวเอง

 

          แววตาของเจ้าหยวกกล้วยหม่นแสงลง คาดว่ามันคงหวังให้ข้าใช้ผ้าผืนนั้นเช็ดผมให้ ข้าแสยะยิ้มในใจ ดูออกง่ายจริง ๆ

 

          ฝ่ามือเรียวค่อย ๆ ยกผ้าขาวขึ้นซับผมตัวเองอย่างแผ่วเบา ดวงตาสีเงินยวงกะพริบถี่ไล่หยาดละอองน้ำที่เกาะอยู่บนขนตาออก ข้ายืนดูอยู่เงียบ ๆ เพราะภาพตรงหน้าก็เพลิดเพลินตาไม่น้อย

 

          แต่ดูเหมือนว่ามันจะเงียบไปสักหน่อย

 

          เพราะมีคนไม่อยากอดทนกับความเงียบอันน่าอึดอัดนี่อีกต่อไปแล้ว

 

          "ข้าทำอะไรผิดไปงั้นหรือ ?"

 

          ข้าหลุดหัวเราะท่ามกลางบรรยากาศสีหม่น ในใจคิดว่าคนช่างกล้าถาม หากให้เล่าถึงความผิดนานัปการที่มันเคยก่อไว้ใช้เวลาเป็นปีอาจไม่เพียงพอ เจ้าหยวกกล้วยทำหน้าหงิกเมื่อไม่ได้รับคำตอบ สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอีกครั้งด้วยรูปประโยคที่เปลี่ยนไป

 

          "ท่านเกลียดข้างั้นหรือ ?"

 

          ข้าย้อนถามกลับทันที "เจ้าลองใคร่ครวญดูดี ๆ เถิดว่าข้าเกลียดเจ้าหรือไม่" เจ้าตัวบัดซบนิ่งงันไป แววตาดำมืดลงกว่าเก่า เสียงสายฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องแทบกลบน้ำเสียงขาดห้วงและแผ่วเบานั่น

 

          "... ท่านเกลียดข้า"

 

          "เพราะข้าทำร้ายท่าน พูดจาแย่ ๆ กับท่าน แล้วยัง... ทำเรื่องไม่น่าให้อภัยมากมาย ข้า--"

 

          ข้ารีบยกมือปิดปากนุ่มของอีกฝ่ายอย่างจนใจ คิ้วเดี๋ยวขมวดเดี๋ยวคลายออกอยู่อย่างนั้นเมื่อดวงตาของไป๋หยินสั่นระริกเอ่อล้นด้วยความสำนึกผิดจากใจ ข้าถอนหายใจยาวเหยียดอย่างไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี นึกไม่ถึงว่าการยอกย้อนเมื่อครู่จะไปสะกิดต่อมอารมณ์ของมันเข้า

 

          สงสัยระยะเวลาที่ผ่านมาจะส่งผลกระทบต่อใครบางคนไปไม่น้อย

 

          และหากเจ้าความมืดได้ยินความคิดของข้าเมื่อครู่นี้แล้วล่ะก็คงได้สบถออกมา [เหอะ ! แหงสิ อยากวอแวด้วยใจจะขาด แต่คนกลับไม่สนใจไยดี คาดว่าที่ผ่านมาคงแทบขาดใจตาย !! หึ ๆๆ คิดแล้วก็สะใจไม่หาย สมน้ำหน้า~~]

 

          เอาเถิด อย่างน้อย ๆ ก็ยังรู้ตัวละนะว่าเคยทำอะไรไม่ดีไว้...

 

          อย่าหาว่าข้ากล่อมเด็กมากไป จู่ ๆ พ่อคนปากแข็งที่กว่าจะพูดออกมาได้แต่ละคำต้องง้างแล้วง้างอีก วันนี้กลับกลายเป็นอีกอย่างเช่นนี้ หากปล่อยไว้คงได้รู้สึกผิดกันพอดี

 

          ข้าผลิยิ้มบาง ยกมือทัดปลายผมที่มีหยดน้ำเกาะพราวเหน็บไว้ข้างหู ไป๋หยินเบิกตากว้างรีบคว้ามือของข้าที่กำลังผละออกไปไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ส่วนตัวข้าก็ไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยให้คนคลอเคลียกับฝ่ามืออยู่นานกว่าจะเอ่ยต่อ

         

          "ในช่วงชีวิตอันยาวนานหลายพันปีของสัตว์เทพ จะว่าเร็วก็เร็ว จะว่าช้าก็ช้า... เจ้าคิดว่าคนอย่างข้าจะยอมเสียเวลา เพียงเพื่อโกรธเกลียดใครเช่นนั้นหรือ ?"

 

          "..."

 

          "ไม่ ข้าไม่ทำแบบนั้น มีคนทำไม่ดีกับข้ายิ่งกว่าเจ้าตั้งมากมาย แล้วเหตุใดข้าจึงต้องเกลียดชังเจ้าและคนพวกนั้นด้วย ในเมื่อความเป็นจริงจะมีสักกี่คนที่ไม่ถูกใครชังน้ำหน้าเลยแม้แต่น้อย"

 

          "เพราะตัวข้าไม่อาจจมปลักกับความจงเกลียดจงชังได้ตลอดชีวิต หนทางง่าย ๆ เลยมีแค่ข้อเดียว ข้าจึงเลือกที่จะไม่เกลียดใคร ...เรียกว่าพยายามไม่เกลียดใครดีกว่า เนื่องด้วยภายข้างหน้า อนาคตที่ข้าก็ไม่แน่ใจว่าจะมีคนล้ำเส้นที่เคยขีดไว้หรือไม่"

 

          "และเจ้า อาไป๋" ข้าไล้ปลายนิ้วลูบวนบนหน้าของคนที่กำลังเม้มปากแน่น ขอบตาขึ้นสีแดงก่ำจนน่ากลัว "คำว่า 'เกลียด' ของข้า ช่างห่างไกลกับมังกรขาวเช่นเจ้าเหลือเกิน"

 

          ไป๋หยินประทับจูบลงบนฝ่ามือของข้าหลายครั้ง ก่อนว่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ยิ่งฟังท่านพูด ข้ายิ่งโกรธ ยิ่งเกลียดตัวเอง"

 

          ข้าอดหัวเราะขบขันไม่ได้ ลูบหัวปลอบอีกฝ่ายด้วยแววตาอ่อนลง ไม่เหลือเค้าของความเย็นชา "อย่าโกรธตัวเองเลย คนเราผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น ชีวิตนี้ไม่จีรัง เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จากเจ้าที่เกลียดข้าแทบตายวันนี้ยังแปรผันเป็นสิ่งอื่น ...นั่นน่ายินดีกว่ามิใช่หรือ ?"

 

          เจ้าของดวงหน้าคมคายหยีตาลงด้วยความเคลิบเคลิ้ม เอียงคอลงให้ได้รับสัมผัสแผ่วเบากลางกระหม่อมได้อย่างถนัดถนี่ เจ้าตัวลืมตาขึ้นถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

 

          "แล้วท่านยินดีหรือไม่ ?"

 

          "ข้ายินดีที่ไม่ถูกเกลียด"

 

        "... แต่ท่านไม่ยินดีที่ถูกรัก"

 

          ข้าเสหลบตามองไปทางอื่น "พูดได้ยากยิ่ง เพราะตลอดมาข้าคิดเพียงว่าเจ้าเกลียดข้า ชังข้า ดังนั้นแล้วความรู้สึกที่ข้ามีให้เจ้ามีแต่ความหวาดระแวง ไร้ซึ่งความสบายใจ"

 

          "พี่หยาง..."

 

          "ทุกคืนก่อนนอน เจ้ารู้ไหม ข้านั่งนับวัน พลิกนาฬิกาทรายว่าเมื่อใดจดหมายท้าประลองฉบับนั้นจะถูกส่งมาอีก" ข้าเผยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน แม้มิได้เกลียด แต่ความจริงที่เคยเกิดขึ้นก็ไม่มีวันเลือนหาย "แล้วจะให้ข้ารักเจ้าทันที... คงเป็นไปไม่ได้"

 

          "แต่... เจ้าก็น่าจะรู้ดียิ่งว่าใครมิใช่หรือ ว่ายามนี้ข้าเปิดใจให้เจ้ากว่ากาลก่อนมากเพียงใด"

 

          "กระนั้นแล้วคำว่าเปิดใจของท่านนั้นมีความหมายว่าอย่างไรเล่า ? เปิดใจรับข้าเป็นสหายร่วมเคียง เป็นน้องชายคนที่ห้า หรือแค่คู่สมรสพระราชทานที่เบื้องบนมีราชโองการมาให้"

 

          "ช้าก่อน อาไป๋--"

 

          ไป๋หยินพูดรัวเร็วจนข้าขัดไม่ทัน ร่างสูงย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ก่อนเปลี่ยนทิศทางไปนั่งลงบนตั่งแทน โดยที่มือฉุดแขนข้าลงไปนั่งด้วยจนตักแทบเกยกัน ข้าอดผวาสะดุ้งตัวไม่ได้ แต่มือปลาหมึกก็เข้ามากอดรัดไว้แน่นชนิดที่ว่าจะขืนตัวออกนั้นเป็นไปได้ยาก

 

          "ถ้าเช่นนั้น ท่านจงจำไว้ให้ดีว่าข้าไม่นับท่านเป็นพี่ ไม่อยากเป็นแค่สหายร่วมสาบาน กระทั่งคู่สมรสเพียงในนาม ข้าก็ไม่อยากเป็น"

 

          "...."

 

          แม้ใบหน้าจะจริงจังขึ้นหลายส่วน แต่น้ำเสียงยังคงความหยอกเย้า "แล้วทีนี้ท่านรู้หรือไม่เล่าว่าข้าอยากเป็นอะไร"

 

          [... แล้ว แล้วสหาย น้องชายที่ไหนเขาจูบปากกันเล่า ไอ้งูสมองวิบัติ !]

 

          ข้าหลุดขำออกมาอย่างสะกดกลั้นไว้ไม่อยู่ ดูเหมือนเจ้าเงาจะกลับมาแล้ว กลับมาพร้อมอารมณ์คุกรุ่นใกล้ปะทุเสียด้วย เจ้าหยวกกล้วยทำหน้ามู่ทู่ไม่เลิก ทว่ายังคงกอดชิดเคียงใกล้ไม่ห่าง

 

          "... จะมีสักวันที่ท่านรักข้าหรือไม่"

 

          ข้าทอดสายตามองไปข้างหน้า ไม่ทราบว่าฝนหยุดตกตั้งแต่เมื่อใด บรรยากาศอึมครึมที่เคยห้อมล้อมสลายหายไปกับม่านหมอก รู้สึกผ่อนคลายจนเผลอแนบชิดซบไหล่อุ่นโดยไม่รู้ตัว พลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าและข้าว่าจะให้มีวันนั้นหรือไม่"

 

          "ข้าจะพยายาม"

 

          "ข้าก็เช่นกัน"

 

          ในเมื่อสวรรค์เห็นว่าเราควรอยู่เคียงคู่กัน หากไม่เปิดใจยอมรับ คงได้มีคนจากเบื้องบนวิ่งมาแหกอก ข้าจะพยายามเปิดใจเพิ่มอีกสักหน่อยก็แล้วกัน

 

          และท้ายที่สุดข้าก็ได้ข้อสรุปแล้วว่าแท้จริงความสัมพันธ์ระหว่างเราคืออะไร มันไม่มีชื่อเรียกตายตัว รู้เพียงว่ายังอยู่ในอีกขั้นของการพัฒนาสัมพันธ์ที่ไม่ใช่ทั้งพี่น้อง มิตรสหาย และคู่สมรสพระราชทาน

 

          แต่จะให้พูดตรง ๆ ก็กระดากเกินไป บัดซบ ! ข้าเคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ที่ไหนกัน ได้ถึงขนาดนี้ก็เก่งมากจนต้องปรบมือแล้วเสียด้วยซ้ำ !

 

          "พี่หยาง...."

 

          "ว่า"

 

          "ท่านหน้าแดงนะ"

 

          "หุบปาก !"

 

          เหล่าจิ้งเหลนดำที่แนบหูฟังจากข้างนอกต่างตบบ่ากันและกันด้วยความโล่งอก หลังจากนี้คงไม่มีเรื่องน่าหวาดหวั่นระทมใจสักพักใหญ่ พอคิดได้แบบนั้นก็อดระริกระรี้ไม่ได้ รีบเขียนจดหมายรายงานจิ้งเหลนฝั่งนู้นให้รับทราบทันที

 

          จากนั้นไม่นานบรรดาข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์จึงได้รู้ซึ้งอย่างถ่องแท้ว่าตัวเองคิดผิด ผิด ผิด ผิด ! เพราะความจริงแล้วยังมีเรื่องห่างชั้นอยู่มากที่ต้องเผชิญ ทั้งน่าหวาดหวั่น น่าสะพรึงยิ่งกว่า เทียบกับตอนนี้ไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวเลยด้วยซ้ำ !

 

          อย่างไรก็ตามตอนนี้ทุกอย่างก็กลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง

 

          เจ้าหยวกกล้วยจอมบัดซบกลับมาวอแวอีกครั้งด้วยสายตาหยาดเยิ้มจนข้าทนไม่ได้หยิบยกถ้วยชาที่มดแทบขึ้นบังใบหน้าส่วนล่างเอาไว้ เพราะทนความหวานไม่ไหว ใบหูพลันได้ยินเสียงความโครมครามจากด้านนอก ทำลายบรรยากาศแห่งความสงบสุขจนหมดสิ้น

         

          ข้าเลิกคิ้วด้วยความฉงน ต่างจากอีกคนที่ขมวดคิ้วไม่พอใจ เจ้าพวกจิ้งเหลนแตกตื่นอะไรกันตั้งแต่เช้า

 

          "นะ นายท่านนน !!!"

 

          "ว่าอย่างไร"

 

          "มะ มะ มีมนุษย์ขึ้นมาขอรับ ! พวกเราพยายามสกัดไว้แล้ว แต่ไม่เป็นผล เป็นมนุษย์ที่มีกลิ่นอายประหลาดมาก ! ตีพวกเราพ่ายยับจนเข้ามาถึงหน้าตำหนักแล้วขอรับ !"

 

          [โอ้ !] เจ้าก้อนดำร้องอุทานด้วยความตื่นเต้น [แสดงว่าวรยุทธ์คงสูงส่งไม่ใช้เล่น ถึงขนาดรับมือมังกรระดับล่างได้นี่ไม่ธรรมดาเลยเชียว ถ้าให้เดาคงจะขึ้นมาฆ่าเจ้า เพื่อเอาพลังตามตำราโบราณไร้แก่นสารพวกนั้นเป็นแน่แท้~]

 

        ไร้สาระสิ้นดี ฆ่ามังกรแล้วอย่างไร จริงอยู่ที่ร่างกายของพวกเรามีสรรพคุณเป็นเลิศ ทั้งเป็นยารักษาและยาพิษ แต่ก็ไม่เคยเห็นมีใครได้พลังของมังกรตนนั้นเลยสักคน เสียแรงเสียเวลาเปล่า หรือต่อให้อยากได้พลังจริง ๆ ข้าก็ไม่ให้ น่ารำคาญ

 

          [นั่นสิน้า~] เจ้าก้อนกลมพยักหน้าเห็นด้วย [เพราะถ้าต้องการพลังอันมหาศาล จำต้องแลกด้วยจิตวิญญาณอันแรงกล้าและทำหนังสือสัญญา ยุ่งยากจะตายไป~ เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีใครทำกันแล้วด้วย]

 

          ข้าคิดค่อนขอดในใจ อีกอย่างฆ่ามังกรใช่ว่าจะได้พลังเฉกเช่นเดียวกัน ว่าไปแล้วนิทานโง่เง่าปัญญานิ่มยังเป็นที่นิยมบนโลกมนุษย์อยู่อีกงั้นหรือ ? เช่นนั้นคงถึงเวลาให้ข้าตามล้างตามเช็ดอีกแล้วกระมัง

 

          เอาเถิด หยอกเล่นกับมนุษย์สักเล็กน้อย คงไม่เสียเวลามากนักหรอก ข้าผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้กลม หมายเดินออกไปเผชิญหน้ากับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ทว่าท่อนแขนแกร่งของเจ้าหยวกกล้วยกลับพาดขวางข้าเอาไว้ ข้าปราดตามองมังกรหนุ่มที่ริมฝีปากเหยียดเป็นเส้นตรง

 

          ท่าทางเช่นนั้นทำให้ข้าถอนหายใจ

 

          "เป็นห่วงบาดแผลข้าหรือ"

 

          แผลในที่นี้กล่าวถึงบาดแผลบริเวณข้างลำคอที่ครั้งหนึ่งเคยถูกใครบางคนกัดเต็มคำจนเกล็ดบิ่น แม้อาการจะดีขึ้นตามลำดับตั้งแต่คราวที่ไปเยือนยังแดนเต่า แช่น้ำพุร้อนที่มีสรรพคุณในการรักษา แต่ก็ไม่ถึงขนาดหายสนิท ทั้งก่อนหน้านี้ยังต้องรับมือกับกลุ่มชายชุดดำ รอยฟกช้ำจึงยังคงอยู่ให้เห็นประปราย

 

          "..."

          ไม่ตอบ แต่การกระทำช่างชัดเจน ข้าดันแขนของมันออก แต่เจ้าตัวน่าชังดื้อด้านเหลือทน ถึงขนาดนำร่างของตัวเองมายืนขวางทางเอาไว้จนข้าต้องกล่าวอีกรอบด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ

 

          "แผลก็นานมาแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก"

 

          "ข้ากับท่าน หยินและหยาง รวมกันเป็นหนึ่ง"

 

          "เอ่อ... แล้ว ?"

 

          "ไม่อาจทนดูท่านเจ็บได้อีกต่อไป"

 

          สิ้นเสียงทุ้มต่ำ ข้าถึงกับยิ้มค้าง ลืมวิธีออกเสียงโดยปริยาย

 

          ... ประเดี๋ยวก่อน ไอ้หนุ่ม ! เจ้ามิใช่รึที่ท้าต่อยตีข้าจนเจ็บช้ำไปทั้งตัว เพ้ยยย

 

          ข้าสูดลมหายใจลึก คร้านจะต่อปากต่อคำให้เปลืองน้ำลายจึงสะบัดมือโบกไปมาปล่อยให้มันจัดการ เจ้าหยวกกล้วยยกยิ้มได้ใจ ฉวยโอกาสตอนที่ข้าไม่ทันตั้งตัวเอี้ยวตัวเข้ามาหอมแก้มฟอดใหญ่ก่อนบานประตูจะเปิดออก

 

          ข้าก้มหน้าจิ๊ปากไม่พอใจพร้อมกับยกแขนเสื้อขึ้นซ่อนใบหน้าที่เห่อร้อนให้หายแดง ผ่านไปครู่หนึ่งจึงเงยหน้าขึ้นเบิ่งมองผู้มาเยือนให้ชัด ๆ นัยน์ตาพลันเบิกตากว้างเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง ในขณะที่คนผู้นั้นยิ้มเผล่ด้วยท่าทางโง่งม

 

          เพียงแค่มองแวบเดียว ข้าก็จำได้ในทันที แม้รูปโฉมอีกฝ่ายจะเปลี่ยนไปมากจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

 

          "หมั่นโถวน้อย ?"

          [ไอ้หยาาา !~ ใครล่ะเนี่ย เอ๊ะ ก้อนแป้งนึ่งงั้นหรือ ห๊ะ... เจ้าเด็กมนุษย์คนนั้นน่ะนะ ?]

 

          "ขอรับ ท่านเฮยหยาง" เด็กน้อยในวันวานรับคำด้วยน้ำเสียงแข็งขันไม่เปลี่ยน แววตาไม่ปกปิดความดีใจที่ได้พบกับท่านอาจารย์อีกครั้ง ท่านอาจารย์ที่ยังคงสง่างามไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งที่แรกที่พบกัน

 

          ไป๋หยินหันหน้ามามองข้า น้ำเสียงบ่งบอกความแปลกใจนิด ๆ "เจ้ารู้จักมนุษย์ตนนี้หรือ ?"

 

          ข้าพยักหน้าช้า ๆ ก่อนตอบกลับด้วยท่าทางเหม่อลอยด้วยความที่ยังอึ้งไม่หาย "หลายปีก่อนข้าได้ช่วยเหลือเขาไว้ กำลังคิดอยู่ว่าจะมีมนุษย์หน้าไหนที่มีความสามารถมากพอถึงขึ้นมาที่นี่ได้" พูดจบก็หัวเราะเบา ๆ กวาดตาสำรวจอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า "พอเห็นเป็นเจ้าก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไร เติบโตขึ้นมาก"

 

          อดีตเด็กหนุ่มร่างผอมไม่คิดเลยว่าเพียงเวลาไม่กี่ปีบนโลกมนุษย์จะเติบใหญ่เป็นชายหนุ่มมีสง่าราศีเสียแล้ว ดูท่าทางหลังจากที่ข้าจากมาคงเติบโตมาได้อย่างมีคุณภาพ อีกไม่นานคงก้าวข้ามขีดจำกัดและกลายเป็นเซียนตามที่หวังไว้

 

          คิดแล้วก็อดทอดถอนใจมิได้ เพิ่งรู้สึกตัวเองแก่จริง ๆ ก็ตอนนี้

 

          ข้าสะบัดมือบอกเจ้าพวกงูเลื้อยรอบ ๆ เป็นเชิงว่าไม่ต้องกังวล พลางไล่ให้ไปเตรียมชาน้ำร้อนที่ห้องรับรองแขก ก่อนจะขนขบวนกันไปที่นั่น โดยไม่ทันสังเกตเห็นคิ้วกระบี่ของเจ้าหยวกกล้วยที่กระตุกไม่หยุด ตั้งแต่เห็นรอยยิ้มน่าหมั่นไส้ประดับอยู่บนหน้าของมนุษย์เพศชายตนนี้

 

          ส่วนเจ้าพวกจิ้งเหลนที่มีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดเป็นเลิศน่ะหรือ พอรินน้ำชาหอมกรุ่นครบทั้งสามใบก็รีบลี้ภัยหนีออกจากห้องรับรองอย่างรวดเร็ว จินตนาการได้ไม่ยากว่าอีกไม่นานภายในห้องนี้จะกลายเป็นสมรภูมิรบขนาดย่อม

 

          ไม่เห็นสายตากินเลือดกินเนื้อของนายท่านไป๋หรืออย่างไร ไอ้หนุ่มนั่นไม่รอดแน่ เผลอ ๆ คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อย่างพวกข้าพลอยจะติดร่างแหไปด้วย !! บรื้ออออ แค่คิดก็สยองแล้ววว !

 

          ระหว่างนี้ก็ตัวใครตัวมัน นายท่านเฮยเอาตัวรอดให้ได้นะขอรับ ! จิ้งเหลนดำโบกผ้าเช็ดหน้าประหนึ่งนางละครในโรงงิ้ว ใช้เวลาอันน้อยนิดในการเก็บสัมภาระเตรียมพร้อมหนีออกจากวังได้ทุกเมื่อที่เกิดเรื่อง

 

          เงาน้อยที่เฝ้ามองสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกถึงกับกินจุดอย่างไม่รู้จะพูดอย่างไรดี [....]

 

          ดื่มชาพอเป็นพิธีไปได้สักพัก เจ้าของเรือนผมสีแมกไม้จึงกล่าวเกริ่นเรื่องด้วยรอยยิ้มแจ่มใส "ต้องขอบคุณครั้งนั้นที่ท่านเฮยหยางดูแลข้าน้อยเป็นอย่างดี"

 

          ข้าประคองถ้วยชาขึ้นจิบ "แล้วเจ้าถึงกับขึ้นมาที่นี่ มีธุระสำคัญอันใดหรือ ?"

 

          "โปรดให้ข้าเคียงคู่ท่าน"

 

          ข้าแทบสำลักน้ำชาที่ดื่มเข้าไป มองอดีตเด็กน้อยตรงหน้าตาแทบถลน ช้าก่อนนน ! เจ้าพ่นอันใดออกม๊าา ข้าใช้แขนเสื้อเช็ดริมฝีปากด้วยท่วงท่างามสง่า เบี่ยงตัวหลบรัศมีอันน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากคนข้างกายอย่างแนบเนียน

 

          ต่อหน้าข้าไม่เท่าไร แต่ต่อหน้ามังกรขาวแสนใจร้อนเช่นมันดูท่าจะไม่ดี

 

          ข้ากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทั้ง ๆ ที่เหงื่อแตกพลั่กเต็มแผ่นหลัง อา... ไม่กล้าหันไปสบตาเลย รังสีดำทะมึนช่างไม่เข้ากับร่างกายขาวนวลนั่นเอาเสียเลย

 

          ข้าแสร้งกระแอมไอในลำคอกลบเกลื่อน "อยากสมัครเป็นบ่าวไพร่งั้นหรือ เกรงว่าคงจะไม่ได้ ตำหนักนี้คนเต็มแล้ว"

 

          "แล้วในฐานะคู่ชีวิตเล่าขอรับ ?"

 

          [ไอ้เด็กนี่ร้ายกาจไม่เบาวุ้ย !]

 

          ... เพ้ย ! บิดามารดาเจ้าสิ เจ้าไม่เห็นความเดือดดาลในดวงตาสีเงินอำมหิตคู่นั้นหรือ ! ตาบอดไปแล้วหรืออย่างไรหา เจ้าก้อนแป้งเน่าเอ๊ย !?      

 

          ไม่ต้องรอให้ข้าตอบ มือเรียวปราดเข้ามาโอบข้าไว้แน่นจนแทบจะซบอกแกร่ง เจ้าตัวดีตอบกลับเสียงเข้มอย่างไร้มิตรไมตรีว่า "ไม่ได้" เลื่อนฐานะให้อีกฝ่ายเป็นศัตรูแบบเต็มตัว รุนแรงถึงขนาดที่ว่าฆ่าได้คงฆ่าไปนานแล้ว ไม่มีลมหายใจจนถึงตอนนี้หรอก

 

          แต่ที่ไม่ทำ เพราะเกรงว่าคนในอ้อมอกจะโกรธต่างหาก

 

          ทว่าเจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมก็ยังทำท่าไม่รู้สึกรู้สา เลิกคิ้วขึ้นถามด้วยน้ำเสียงยียวนไม่กลัวตาย "ข้าถามท่านเฮยหยาง หาใช่ท่านไม่"

          "ข้าเป็นสามีของอาเฮย"

 

          ข้าอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง บ๊ะ ! ช่างพูดได้เต็มปากเต็มคำ สามงสามีอันใดกัน ?! ยังไม่ได้ตกลงกันเลยด้วยซ้ำว่าใครจะเป็นสามี ใครจะเป็นภรรยา แต่เดี๋ยวก่อนนั่นมิใช่ประเด็น

 

          ข้าลอบขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วแค่นเสียงดังเหอะ ทำมาเป็นโอบเอวแสดงความเป็นเจ้าของ น้องหยิน อย่าได้ลืมความเจ็บแสบที่ครั้งอดีตเจ้าเคยทำกับข้าเลยเชียว ข้าอาจจะไม่ได้เกลียดเจ้าก็จริง แต่เคืองน่ะไม่แน่ แล้วไหนจะคำเรียกขานแสนหวานเชื่อมนั่นอีก

         

          ฉับพลันรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พลันปรากฏขึ้นบนใบหน้า

 

          ยอมรับชะตากรรมเสียเถิด !

 

          "มังกรขาวไป๋หยิน เจ้าคงหลงลืมไปแล้วกระมังว่าข้ายังไม่ได้ตอบรับราชโองการ" ข้าชายตามองอีกฝ่ายพร้อมยิ้มกริ่ม ดึงแขนที่โอบรัดรอบกายออกช้า ๆ แล้วยืดตัวตรงส่งยิ้มบางเบาให้ลูกศิษย์ที่สูงจนไล่เลี่ยกัน

 

          ไป๋หยินคิ้วกระตุก สังหรณ์ใจไม่ดีโดยฉับพลัน

 

          "อืม ส่วนเจ้าก็เดินทางมาเหนื่อย ๆ พักที่นี่สักคืนก่อนแล้วค่อยว่ากัน"

 

          "ท่าน !!--"

 

          "ขอบคุณท่านเฮยหยางขอรับ !"

 

          เจ้าความมืดตัวจ้อย รวมถึงบ่าวไพร่ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงมีความคิดเห็นตรงกันโดยมิได้นัดหมายว่า

 

หายนะ มา เยือน แล้ว

 

 

          Hi, Do you miss me ?

          I xing miss you.

 

          เปิดหน้านิยายมาปุ๊บ ไล่กวาดดูยอดคอมเมนต์ล่าสุดแล้วตกใจแรง

 

          ...โธ่เอ๊ย น-นักอ่านสายเงาเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย !-- XD 55555 ไม่ใช่สิ สวัสดีค่ะ เคองเองค่ะ ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีกันไหมคะ ? ทางนี้เจอมรสุมหลายเรื่อง แต่ก็ผ่านมาได้แล้ว

 

          ว่ากันตรง ๆ เราไม่คิดเลยว่าจะมีคนให้กำลังใจเยอะขนาดนี้ เราอ่านเมนต์ของทุกคนซ้ำไปซ้ำมา บางทีก็น้ำตาไหลไม่รู้ตัว T T มันทัชใจเรามากจริง ๆ

 

          เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มันทำให้เราเสียความรู้สึกมากก็จริง แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เรารู้ว่ามีคนอยู่เคียงข้างเรามากแค่ไหน

         

          ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริง ๆ สำหรับทุกกำลังใจ คอมเมนต์ดี ๆ ที่ฮีลใจเรา ทอร์กนี้อาจจะยาวหน่อย แต่เราซาบซึ้งใจมากจริง ๆ บางคนเป็นแฟนคลับที่ติดตามมาตั้งแต่ตอนแรก ๆ (เราจำรูปโปร+ชื่อได้ !) จนถึงตอนนี้ก็ยังติดตามอยู่ หรือจะเป็นรีดหน้าใหม่ที่รักนิยายเรื่องนี้ไม่ต่างกัน

 

          ขอบคุณที่โผล่มาให้กลจ. คำโต ๆ เราในวันที่ท้องฟ้าไม่สว่าง น่ารักมาก รักที่สุด <3

 

          ส่วนนิยายเรื่องนั้นปัจจุบันถูกลบไปแล้วค่ะ ทางเราได้ติดต่อไปทางหลังไมค์เพื่อขอเคลียร์ (...) เพราะมันค้างคาใจเรามาก ๆ ก็ได้คำขอโทษ+คำอธิบายเรียบร้อย

 

          ถึงแม้เราจะตงิดใจกับคำอธิบาย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้เคลียร์อะไรเลย 555555 ถือว่าจบกันไป ต้องขอบคุณนักอ่านสายบวกหลายท่านที่ไปทักท้วงนิยายเรื่องนั้น พวกคุณน่ารักที่สุดแล้ว ถึงเราจะอ่านแล้วร้อน ๆ หนาว ๆ แทนก็เถอะ ฮาา สายบวกมากแม่

 

          ปลื้มใจมากจริง ๆ นะ

 

          สำหรับตอนนี้ก็อาจจะแปร่ง ๆ ไม่ไหลลื่นเท่าที่ควร เพราะไม่ได้แตะคีย์บอร์ดนาน ; _ ; ยังไงก็หวังว่าทุกคนจะยังอ่านสนุกเหมือนเดิม ไว้จะรีไรท์ทีหลังนะ !

 

          เห็นมีคนบ่นคิดถึงน้องหมั่น น้องหมั่น(ver. โตแล้วกินได้ ไม่บาป)ก็ออกโรงพอดีเลย ! XD

 

          ตอนนี้คือละมุนช่วงแรก เดือดช่วงหลัง 5555555

 

          (รูป FA ขออนุญาตแปะตอนหน้านะคะ ทอร์กยาวมากแล้ว แง)

 

          ตอนต่อไปก็... 555555555 ไว้เจอกันใหม่ :3 ขอให้ทุกคนก้าวผ่านอุปสรรคไปได้ ใครไม่รักไม่รู้ แต่เรารักคุณนะ รักมาก ๆๆๆ รักจนไม่รู้จะพูดยังไงดี ขอบคุณทุกคนที่รักนิยายเรื่องนี้ และยังแอบเผื่อแผ่ความรักมาถึงเราด้วย แงง555

 

          .

          .

 

          จริง ๆ ที่เรากลับมาได้ก็เพราะคอมเมนต์ของทุกคนจริง ๆ นะ

 

          มันคือพลังที่ยิ่งใหญ่มาก มากจนฉุดให้เรากลับมาอีกครั้ง

 

          เพราะที่เราแปะท้ายตอนทุกครั้งว่า 1 เมนต์ = กำลังใจ น่ะ มันคือเรื่องจริง

 

          แฮะ เม้าท์ตั้งนาน ลืมพูดคำนี้ไปได้ไงเนี่ย ขอโทษจริง ๆ นะคะแล้วก็...

          กลับมาแล้วค่ะ

         

#มังกรปรปักษ์

#หยินคู่หยาง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

410 ความคิดเห็น

  1. #287 ununzy (@ununzy) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 08:27
    ไรท์กลับมาแล้วดีใจมากเลยค่ะ
    #287
    1
    • #287-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      30 กันยายน 2562 / 23:21
      ///\\\ ฮือออ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ เลิฟๆๆ
      #287-1
  2. #285 Ning-15 (@Ning-15) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 10:21

    ไรท์กลับมาแล้วววววววววว
    ดีใจมากแม่
    #285
    1
    • #285-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      30 กันยายน 2562 / 23:19
      เขินเยยย กลับมาแล้วคร้าบบบ
      #285-1
  3. #284 pinus shozu (@jeep2000) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 00:53
    คิดถึงไรต์มากกกกกก เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #284
    1
    • #284-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      30 กันยายน 2562 / 23:17
      คิดถึงรีดมากเหมือนกันนะคะะ <3 ขอบคุณสำหรับกลจ.คำโต ๆ ค่าา
      #284-1
  4. วันที่ 14 กันยายน 2562 / 14:23
    ตัวแสบบบ
    #283
    1
    • #283-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      30 กันยายน 2562 / 23:15
      ตัวป่วนเลยเชียวแหละ !
      #283-1
  5. #282 mee_pa (@mee_pa) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 13:56
    คิดซะว่านิยายเราดีจนมีคนก็อปละกันค่ะ :D
    เค้าอาจหลงรักไรต์อยู่ก็ได้นะ

    รออ่านต่อนะคะ
    #282
    2
    • #282-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      30 กันยายน 2562 / 23:08
      หลงรักแบบนี้ไม่ดีม้างงงง 5555
      ดีใจที่รอนะคะ <3 ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ><
      #282-1
    • #282-2 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      30 กันยายน 2562 / 23:08
      หลงรักแบบนี้ไม่ดีม้างงงง 5555
      ดีใจที่รอนะคะ <3 ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ><
      #282-2
  6. #281 minminii (@minminii) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 09:25
    ดีใจที่ไรท์กลับมาแล้วนะคะ ถึงจะหายไปนานแต่อ่านสนุกเหมือนเดิมค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #281
    1
    • #281-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      30 กันยายน 2562 / 23:07
      ;//////; ฮื้อออ ดีใจที่ยังอ่านสนุกเหมือนเดิมนะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจ <3 <3 เลิฟ ๆๆ
      #281-1
  7. #280 0988687528 (@0988687528) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 02:47

    ตอนต่อไปจะเป็นยังไงเนี่ย55555 ที่แน่ๆคงมีคนซวย
    #280
    1
    • #280-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      13 กันยายน 2562 / 23:06
      XD อย่างนี้ต้องรอลุ้นไปยาวๆครับผ๊มมม
      #280-1
  8. #279 pimoraz (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 13:24

    พี่หยินเอาจริงนะเออ น้องหมั่นโถวน้อย รีบหนีก่อนเร็ววว / สู้ๆ นะไรท์


    #279
    1
    • #279-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      12 กันยายน 2562 / 22:08
      ขณะนี้สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดี หาที่กำบังโดยด่วยค่ะ ! / ขอบคุณนะคะะ เลิฟๆๆ <3
      #279-1
  9. #278 เฟยเฟิ่ง (@markbam55) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 11:37
    โชคดีนะหมั่นโถวน้อยยย ไป๋หยินน่าสงสารจังลูกกกก
    #278
    1
    • #278-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      12 กันยายน 2562 / 22:08
      เป็นความรู้สึกที่ผสมปนเปอย่างบอกไม่ถูก 555555
      #278-1
  10. #277 Lee013 (@lee013) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 11:22

    ไม่รู้จะเม้นไรอ่ะไรต์ แต่สู้ๆนะ
    #277
    1
    • #277-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      12 กันยายน 2562 / 22:07
      เราจำคุณได้นะ ! ทางนี้ก็ขอบคุณที่อย่างน้อยก็ยังเมนต์นะคะ ;;
      #277-1
  11. วันที่ 12 กันยายน 2562 / 09:31
    กรี๊ดดด อยากลงเรือน้องหมั่นโถว หมั่นใส้ไป๋หยินอ่าาาา แล้วก็ ยินดีต้อนรับกลับค่ะไรท์~ ในที่สุดก็มาาา
    #276
    1
    • #276-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      12 กันยายน 2562 / 22:06
      QuQ เห็นใจพ่อหัวขาวเขาเถอะค่ะ 5555 ///7/// ฮื้ออ ทาไดมะะ เรากลับมาแล้ววว
      #276-1
  12. #275 Dayy_ (@jmzz) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 08:49
    สู้เค้าไป๋หยิน555555555 /เย่ ไรท์กลับมาแล้วว
    #275
    1
    • #275-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      12 กันยายน 2562 / 22:06
      //ชูป้ายไฟเชียร์สุดแรงง ฮื้อ เรากลับมาแล้วค่ะ ! ;;
      #275-1
  13. #274 Aflure (@Aflure) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 07:58
    น้องหมั่นโถเอ้ยยจงไปคู่กับคนอื่นเถอะ ก่อนที่เจ้าจะไม่มีลมหายใจอีกต่อไปปป555

    #นักอ่านเงารายงานตัวค่ะ^^
    #274
    1
    • #274-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      12 กันยายน 2562 / 22:05
      สวดมนต์ภาวนาขอให้น้องปลอดภัย 5555
      งุ้ยย ขอบคุณที่เมนต์นะคะ XD ดีใจมาก ๆๆๆๆ
      #274-1
  14. #273 ILOVEMRCHU (@ILOVEMRCHU) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 07:05
    ไรท์อัพล่ะ หึ! ทำยังไงดีล่ะไป๋หยิน 5555
    #273
    1
    • #273-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      12 กันยายน 2562 / 22:05
      เรากลับมาแล้ววว //โบกมืออ จังหวะนี้คือศึกมวยคู่ค่ะบอกเลย 5555
      #273-1
  15. #272 wawa24 (@wawa24) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 00:15
    แต่เค้าเป็นเงาที่ตามตัวเธอนะ แล้วก็จะตามต่อไป ไม่หายแน่นอน เจ้าเป็นเจ้าก้อน2!!
    #272
    1
    • #272-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      12 กันยายน 2562 / 22:04
      555555 XD ขอบคุณนะคะะะ <3 น่ารักจังง
      #272-1
  16. #271 fighting writeee♡ (@sedna0327) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 23:56
    ดีใจที่กลับมานะคะ แหะ ขอโทษที่เป็นนักอ่านเงามาหลายตอนค่ะ55555//ไหว้ย่อ
    #271
    3
    • #271-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      12 กันยายน 2562 / 22:04
      ;;//// ทาไดมะะ กลับมาแล้วค่ะ ฮื้ออ ไม่เป็นไรค่ะ เราเข้าใจนะ แค่อยากรู้ว่ายังมีคนอ่านไหมแค่นั้นเอง พอเมนต์น้อยก็แบบ... อื้อ กลัวไม่สนุกเหมือนเดิมน่ะค่ะ 5555
      #271-1
    • #271-3 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      12 กันยายน 2562 / 22:38
      ข่อมค่าาา //ปาใจรัว ๆๆ <3<3<3
      #271-3
  17. #270 Hunhanshipper (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 23:31

    มาแบ้วววววววววววว สนุกมากๆๆๆๆ จิ้งเหลนน่ารักกกก

    #270
    1
    • #270-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      12 กันยายน 2562 / 22:01
      ฮื้ออ ดีใจที่อ่านสนุกนะคะ ;;; ขอบคุณที่เอ็นดูน้อนน แฮะ กลับมาแล้วค่ะ !
      #270-1
  18. #269 Oilpoas (@Oilpoas) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 23:03
    ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะ!!! ไหน้ำส้มท่าจะขายดีจิงจัง55555555
    #269
    1
    • #269-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 27)
      12 กันยายน 2562 / 22:01
      XD ทาไดมะะ~~ กลับมาทั้งที ต้องแจกน้ำส้มให้ทั่วถึงงง ฮา
      #269-1