มังกรปรปักษ์ ☯

ตอนที่ 28 : แย่งกันชิงดีชิงเด่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 798
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    30 ก.ย. 62

        ตอนที่ 26 : แย่งกันชิงดีชิงเด่น

 

 

          บุรุษเจ้าของวังมังกรดำระบายลมหายใจเนิบช้า สายตาทอดยาวมองพันธุ์ไม้นานาชนิดสะพรั่งบานขึ้นพร้อมกันแย้มรับละอองฝนเย็นฉ่ำ สองมือประคองถ้วยน้ำแกงอุ่นร้อนขึ้นละเลียดกินทีละนิด ตะเกียบคีบผักดองเข้าปากสลับกับข้าวสวยอย่างสงบเรียบง่าย

 

          ต่างจากผู้คนรอบกายที่ร้อนระอุดุจเตาหลอมเหล็ก

 

          หากเปรียบโต๊ะกลมซึ่งเรียงรายไปด้วยอาหารจานเด็ดเป็นสนามรบ คงมีผู้เข้าแข่งขันเพียงสองคนเท่านั้นที่ยังคงยืนอยู่บนสังเวียนนี้ ผู้ท้าชิงคนแรกคือหนุ่มน้อยจากแดนไกล เรือนผมสีแมกไม้ถูกรวบไว้ครึ่งหัวเผยให้เห็นเครื่องหน้าหมดจด ดวงตาสีน้ำตาลไหม้ส่อแววความเด็ดเดี่ยวไม่กลัวตาย

 

          นามของเขาผู้นั้นก็คือ... เอ่อ เสี่ยวหมั่นโถว ?

 

          ส่วนผู้เข้าท้าชิงคนที่สอง มิใช่คนอื่นคนไกล แม้นมีดวงหน้าหยกงดงาม ทว่าด้วยนัยน์ตาสีเงินยวงสาดประกายความเหี้ยมเกรียมนั้น ทำเอาเก็บไปฝันร้ายหลายวันหลายคืน ขนาดนอนกลางวันยังไม่ละเว้น ! อีกทั้งรัศมีที่แผ่ออกมาจากร่างสูงแลดูไม่คล้ายแสงแห่งสัจธรรมของพระโพธิสัตว์ หากแต่เป็นม่านหมอกสีดำมืดของมัจจุราชที่พร้อมฉุดคร่าชีวิตผู้คนเสียมากกว่า

 

          นามของท่านผู้นี้ก็คือออ (เสียงกลองรัวจังหวะเร้าใจ)

 

        โป๊กกก !

 

          "เป็นหัวหน้าคนรับใช้ประสาอะไร ถึงปล่อยให้แขกแทบจะฆ่ากันตายกลางตำหนักแบบนี้ !"

 

          "เพ้ยยย แล้วอย่างกับเจ้าไม่กลัวตาย อย่าโยนเผือกร้อน*มาให้ข้า ข้าก็กลัวตายไม่ต่างกันนั่นแหละ !!

 

§  เผือกร้อน ; เรื่องราวหรือปัญหาที่แก้ไขยาก รับมือยาก ประหนึ่งเผือกร้อน ๆ ถือเอาไว้ก็มีแต่จะลวกมือให้พองเสียเปล่า ๆ

 

          แว่วได้ยินเสียงกระซิบไม่หนักไม่เบาจากด้านหลัง "นะ นายท่านเฮยขอรับ แขกทั้งสองท่านจะใช้ตะเกียบแทงกันตายอยู่แล้วนะขอรับ ! นายท่านช่วยแบ่งความสนใจมาทางนี้สักนิด ช่วยทำอะไรสักอย่างเถิดขอรับ !!"

 

          อืม พอจัดการปัญหาเองไม่ได้ก็โยนเผือกร้อนลวกมือมาให้เจ้านายเสียแล้ว ประเสริฐนัก

 

          ข้าแสร้งเมินเฉยเสียงวิงวอนที่ดังถี่คล้ายเสียงแมลงหวี่แมลงวันตอมหู พลางยกตะเกียบเงินขึ้นหมายจะคีบเนื้อปลาราดพริกที่ส่งกลิ่นหอมรัญจวนเข้าปากเพื่อลิ้มรสสักหน่อย

 

        ทว่า...

 

          [ไม่ต้องเดาข้าก็รู้... ว่าอย่างไรดีล่ะ หากกล่าวว่านี่เป็นฉากที่เหล่าสนมคนงามพยายามเรียกร้องความสนใจจากองค์ฮ่องเต้ก็มิผิดนัก เหมือนกับที่พวกเราเคยส่องตอนลงไปโลกมนุษย์เลย ! น่าตื่นเต้นจริงเชียว~]

 

        น่าตื่นเต้นกับผีน่ะสิ...

 

          "ท่านอาจารย์ขอรับ ประเดี๋ยวข้าจะตักเนื้อปลาให้ท่านนะขอรั--"

 

          เคร้งงง...

 

          "หน้าที่นั้นมิใช่ของคนนอก ข้าจัดการเอง"

 

          เสียงแสบแก้วหูที่ดังขึ้นเมื่อครู่นี้มิใช่เสียงกระบี่ถูกดึงออกจากคมฝักแต่อย่างใด แต่เป็นเสียงของตะเกียบสองคู่ที่กระทบกัน เพื่อแย่งกันตักอาหารให้เจ้าบ้านเช่นข้าเอง อย่าได้ตื่นตระหนกไป

 

          ระหว่างที่เด็กไม่รู้จักโตสองคนจะลับฝีปากกันอีกครั้ง ข้าก็รีบโฉบเนื้อปลาเข้าปากในทันที ความจัดจ้านแสบร้อนของพริกแผ่อณูไปทั่วปาก ตัดกับความหวานละมุนลิ้นของเนื้อปลาที่กรอบนอกนุ่มใน ไหนจะสมุนไพรกลิ่นหอมฉุนที่หั่นซอยจนบางเฉียบ เคี้ยวกลืนลงท้องได้สบาย ๆ

 

          ฝีมือพัฒนาขึ้นมาก... เจ้าพวกจิ้งเหลนทำได้ไม่เลวเลย

 

          เหล่าข้ารับใช้มังกรดำที่กำลังหวาดวิตกกับสถานการณ์อันร้อนแรงตรงหน้าเป็นต้องเปลี่ยนอารมณ์ ยิ้มกรุ้มกริ่มถองศอกใส่กันโดยพลัน เมื่อเห็นสีหน้าพึงใจของนายท่านยามลิ้มลองปลาราดพริกที่ช่วยกันทำอย่างสุดฝีมือ

 

           ถึงขนาดขโมยสูตรจากแดนไกล เมืองบาดาลที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลเชียวนะขอรับ !~ จะไม่ให้อร่อยได้อย่างไร~*

 

          ก่อนหน้าจะเปลี่ยนสีเมื่อได้ยินน้ำเสียงหยิ่งผยองไม่ยอมจำนนของมนุษย์เพศผู้ที่แทนตัวเองเสียงหวานหยดว่าศิษย์อย่างนั้นอย่างนี้ และเรียกขานนายท่านคนดีของพวกเราว่าอาจารย์

 

          "หึ คนนอกอันใดกัน คนนอกที่ไหนถึงเคยทานอาหารฝีมือของท่านเฮยหยางเล่าขอรับ ท่านมังกรขาว"

 

          "...."

 

          อืม เหมือนหูข้าจะฝาด คล้ายได้ยินเสียงอสนีบาตครั่นคร้ามจากที่ใดสักแห่ง ทั้ง ๆ ที่ฟ้าข้างนอกยังสว่างโร่ หางตาลอบมองใบหน้าของใครคนหนึ่งที่ดำไปครึ่งแถบแล้วกลั้นยิ้ม

 

          อา สงสัยจะแก่แล้วจริง ๆ สิเรา ถึงได้หูฝาดไปเสียได้ เฮ้อ.. สังขารไม่จีรัง แม้เป็นมังกรผู้องอาจต้องมีวันมอดม้วย

 

          [...สมควรแก่การเล่นสนุกหรือไม่ เจ้างูเผือกทำหน้าเหมือนโลกจะทลาย แดนสัตว์เทพจะจบสิ้นอยู่รอมร่อแล้วนะ]

 

          ข้าแสร้งเลิกคิ้วถาม หือ.. นี่เจ้าเข้าข้างมันตั้งแต่เมื่อไรกัน ?

 

          [จะหาว่าข้าเป็นคนดีก็ได้นะ~ แต่--]

 

          ไม่ เจ้าไม่ได้เป็นคนดี เงาน้อย อย่าหลอกตัวเองเช่นนั้น ข้าเห็นแล้วปวดใจนัก

 

          [..... เฮยหยาง เจ้าเด็กเฮงซวย]

 

          ก่อนที่พวกข้าจะผสมโรงทะเลาะกันเองด้วย เจ้าหยวกกล้วยก็แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววแข็งกร้าวไม่ปิดบัง "อาหารแค่มื้อเดียว อย่าได้อวดดีนักเลย"

 

          อดีตลูกศิษย์ตัวจ้อยตอบกลับเสียงยียวน รอยยิ้มบนใบหน้าอาจดูน่ากระทืบในสายตาของใครบางคน "มื้อเดียว ? ฮะฮะ ท่านมังกรขาวเข้าใจผิดแล้ว ท่านอาจารย์เคยทำอาหารให้ข้ากินตั้งหลายอย่าง ทั้งโจ๊กสมุนไพร เนื้อแพะย่างเกลือ มันเผา ปลาเผา น้อยครั้งที่ท่านอาจารย์จะเข้าไปซื้อในเมือง เพราะเป็นห่วงสุขภาพของข้า..." พูดจบก็หันมายิ้มหวาน ไม่สนใจคู่สนทนาที่หน้าตึงเป็นที่เรียบร้อย "ใช่หรือไม่เล่าขอรับ ท่านเฮยหยาง ?"

 

          ข้าก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไป เพ้ย ๆ ไม่ต้องหันมาถามความเห็นข้า ! เห็นหรือไม่ว่าคนกำลังกินข้าวอยู่

 

          อีกอย่างที่ข้าทำ เพราะข้าอยากกินเองด้วย ไม่ได้ห่วงร่างกายเจ้าอย่างเดียวสักหน่อย เด็กพวกนี้คิดเองเออเองเก่งจริง ๆ เจ้าหยวกกล้วยก็เหมือนกัน ไม่ต้องส่งสายตาเหมือนหมาหงอยมาให้ข้า !

 

          แล้วก็อย่าหวังจะให้ข้าทำเนื้อแพะแกะวัวหมูย่างอะไรอีกเลย เหนื่อยก็เหนื่อย ร้อนก็ร้อน เสียเวลานอนนัก อยากกินก็ไปหาซื้อเองไม่ก็ไปสั่งพ่อครัวนู่นไป !!

 

          จะว่าไป... ข้าจำไม่เห็นได้เลยว่าสอนให้ลูกศิษย์เป็นพวกปากคอเราะรายตั้งแต่เมื่อไร หัวคิ้วพลันย่นเข้าหากัน เรื่องเช่นนี้ต่อให้มิใช่สายเลือดเดียวกันก็สามารถสืบทอดต่อกันได้ด้วยหรือ ?

 

          เจ้าเงาน้อยเอ่ยขัดคอขึ้นในทันใด [คิดเพ้อเจ้อใหญ่แล้ว ดูจากแววตาเจ้าเด็กมนุษย์คนนี้มีเพียงความอยากเอาชนะเฉย ๆ ดูทรงแล้วก็ไม่น่าใช่คนที่จะพูดจาแบบนี้กับใครง่าย เจ้าไม่ได้บกพร่องหน้าที่ในฐานะอาจารย์หรอก]

 

          ได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจหน่อย ข้าผลิยิ้มอ่อน เกรงว่านอกจากจะถูกครหาว่าเป็นมังกรคลั่งที่ชอบท้าต่อยตีกับเจ้าตัวบัดซบแล้วยังเป็นอาจารย์ไม่ได้ความ ไม่รู้จักอบรมสั่งสอนศิษย์

 

          เจ้าตัวซุกซนหัวเราะคิกคักเหมือนชอบใจ [ก็แหมม~ ช่วยไม่ได้นี่นะ เฮยหยางของข้าเสน่ห์แรงเสียขนาดนี้ จะไม่ให้เกิดความรู้สึกอยากแย่งชิงได้อย่างไร~]

 

        แย่งชิง ? บุรุษเพศอกสามศอกเช่นข้าน่ะรึ สมองมีแต่ขี้เลื่อย ไร้หัวคิดสิ้นดี

 

          [... นี่เจ้าด่าใคร ?!]

 

        ข้าแค่พูดลอย ๆ

 

          แล้วอย่าได้คิดเชียวว่าสงครามประสาทครั้งนี้จะจบลงโดยง่าย เพราะก่อนหน้านี้ข้าเอ่ยปากให้เจ้าก้อนหมั่นโถวพักค้างคืนอยู่ที่นี่ มีหรือที่เจ้าหยวกกล้วยจะยอม ทั้งขับไล่ไสส่งราวกับตัวเองเป็นเจ้าของวังก็แล้ว ปล่อยรังสีฆ่าฟันจนเหล่าจิ้งเหลนเหงื่อตกไปตาม ๆ กันก็แล้ว ลูกศิษย์ตัวดีกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร คอยเดินตามข้าช่วยหยิบจับข้าวของตลอดทางด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ต่างจากชายชุดขาวที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับจ้องเขม็งอยู่ข้างหลัง

 

          ข้ารับผ้าเช็ดหน้าจากเสี่ยวหมั่นโถวมาซับเหงื่อบนหน้าผากตัวเองเบา ๆ ...อืม แต่ถึงขนาดทนแรงกดดันของไป๋หยินได้ แสดงว่าอีกไม่นานคงได้ขึ้นเป็นเซียนตามที่หวังไว้

 

          [ด้วยระยะเวลาไม่กี่ปีกลับทำได้ขนาดนี้... เฮยหยางของข้าช่างตาถึงจริง ๆ !]

 

          ข้าลอบหัวเราะเสียงแผ่ว ยื่นปลายนิ้วจิ้มก้อนกลมอย่างหยอกล้อ แม้ภายภาคหน้าของเด็กคนนี้อาจต้องพบอุปสรรคและขวากหนาม แต่ข้าเชื่อว่าหากมีความตั้งใจจริง คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะก้าวข้ามผ่านมันไป

 

          ....จะตายก่อนได้เป็นเซียนหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับตัวเอง ได้แต่หวังว่าข้าคงไม่ได้มองคนผิดไป

 

          ในช่วงจังหวะที่ไม่มีใครเห็นข้าพลันลอบกำหมัดแล้วยิ้มกริ่ม ดีเลย ! ข้าจะได้ใช้ข้อต่อรองนี้กับสวรรค์ว่าให้เลิกตามตอแยชีวิตข้าสักที ! คอยดูเถิด หากเบื้องบนมีบัญชาบัดซบอะไรอีก ข้าจะเขียนชี้แจงถึงความดีความชอบอันใหญ่หลวงที่ทำให้ผืนฟ้ากว้างใหญ่มีเซียนตัวน้อยคอยรับใช้เพิ่มอีกหนึ่งคน

 

          อย่างที่ข้าเคยบอก มีผู้คนมากมายหมายมั่นต้องการเป็นเซียน ทว่ามีน้อยคนนักที่อดทนและพากเพียรพอ เพราะหากพลั้งเผลอเพียงนิดเดียว ย่อมไม่มีทางประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

 

          อาจกล่าวได้ว่าหากไร้เทพเซียน สวรรค์คงไม่รุ่งโรจน์จนถึงบัดนี้

 

          แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น... ข้ายกแขนทั้งสองข้างขึ้นดันแผ่นอกของคนสองคนที่พูดคำเถียงคำไม่หยุดปาก รับรู้ได้ถึงเส้นเลือดข้างขมับที่ปูดโปนจนแทบปริแตก "เลิกเถียงข้ามหัวข้ากันสักที !"

 

          แต่พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่า คนหนึ่งทำหน้าแป้นแล้นไม่รู้สึกรู้สา อีกคนทำหน้ามู่ทู่เหมือนกินยาขม เผลอเพียงครู่เดียวก็ประจันหน้าปะทะคารมกันไม่เลิกละ เจ้าพูดคำ ข้าเถียงคำอย่างไม่มีใครยอมใคร

 

          ข้าทั้งขำทั้งฉิว ไม่มีความคิดจะห้ามปรามอีก พอมองดูแล้ว ภาพตรงหน้าก็ไม่ต่างจากเด็กน้อยสองคนที่ทะเลาะกันแย่งของเล่นสักเท่าไรนัก--

 

           [เหรอออ]

 

        .... ลองหัดมองข้ามบางสิ่งบ้าง คงไม่ได้ทำให้ชีวิตเลวทรามลงนักหรอก

 

          ส่วนข้ารับใช้จอมปลิ้นปล้อนของข้าไม่ต้องพูดถึง ประเมินจากสายตาก็ไม่ได้แย่เท่าไรนัก ข้าคิดพร้อมหยิบเทียนเอ๋อต้าน*เข้าปากอย่างรื่นรมย์ ทั้งยังแอบบิแป้งกลมทอดเคลือบน้ำตาลที่เพิ่มความกรุบกรอบด้วยงาส่งให้เจ้าตัวเล็กในแขนเสื้อเหมือนอย่างเคย

 

§  เทียนเอ๋อต้าน (ขนมไข่ห่านฟ้า) = ทำจากแป้งข้าวเหนียวปั้นกลมทอดเคลือบน้ำตาล โรยงา นำมาเสียบไม้เหมือนลูกชิ้น คล้ายขนมไข่นกกระทาบ้านเรา

 

          เงามืดเคี้ยวขนมหงุบหงับ เมื่อชำเลืองมองสภาพของข้าราชบริพารที่เฮยหยางบอกว่าสบายดีแล้วก็อดพึมพำไม่ได้ [งืมม~ นี่น่ะหรือที่บอกว่าไม่แย่เท่าไร ตลกร้ายจังน้า] จากนั้นก็กินขนมที่ถูกยื่นมาให้ต่ออย่างไม่ใคร่จะสนใจความเป็นไปนัก

 

          แหงล่ะ ! ขนมรสเลิศย่อมดีกว่าอยู่แล้ว ... จริง ๆ ถ้าเจ้าพวกนี้เป็นหญิงงามคงพอทำให้ข้ารู้สึกชุ่มชื่นหัวใจบ้าง สุดหล่อใจอารีอย่างข้าคงคิดอยากหาทางช่วยทำอะไรสักอย่าง

 

          ไม่ใช่มีแต่ตัวผู้แบบนี้ !

 

          ก็นะ~ เพราะครั้งหนึ่งมีข้ารับใช้สาวใจกล้านางหนึ่ง พยายามใช้มารยายั่วยวนหวังเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของเฮยหยางแล้วหาโอกาสไต่เต้าภายหลัง แต่บังเอิ๊ญบังเอิญคืนนั้นเจ้างูเผือกดันโผล่หน้ามาเห็นสตรีอับโชคคนนี้เกาะแกะอยู่แถวประตูห้องนอนของเฮยหยางพอดีก็เลย....

 

          ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีใครมารับลูกหลงอีก โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์ เด็ก และผู้เฒ่าผู้แก่ เฮยหยางคนดีจำต้องตั้งกฎขึ้นมาว่า 'วังนี้ไม่รับผู้หญิงเข้าทำงาน' เหมือนอยู่ในอารามวัดไม่มีผิด โฮฮฮ อาหารตาของข้าา~

 

          ฮึก แล้วดูหน้าค่าตาข้ารับใช้ของเฮยหยางแต่ละคนสิ ดาษดื่น ไร้ความงามสิ้นดี !

 

          แน่นอนว่าหากเหล่าจิ้งเหลนดำข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ได้ยินถ้อยคำอันแสนโหดร้ายเมื่อกี้ คงได้หลั่งน้ำตาเผาะ ๆ ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยายเป็นคำพูด ทั้งสถานการณ์ตอนนี้ก็มิค่อยจะสู้ดี แต่นายท่านของพวกเรายังเพลิดเพลินกับของกินได้...

 

          ชะ ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก !

 

          ไม่ใช่สิ ! (;Д;)นายท่านเฮยขอรับบบ ข้าน้อยเครียดจนผมร่วงแล้วนะขอรับ ขนมน่ะกินเมื่อไรก็ได้ แต่นายท่านต้องห้ามทัพ(ว่าที่)สามีกับเด็กในโอวาทของท่านก๊อนนน

         

          ....ทำไมเป็นข้ารับใช้มังกรดำถึงเหนื่อยขนาดนี้นะ ข้าลอบปาดทั้งเหงื่อทั้งน้ำตาในคราวเดียวกัน สวัสดิการดีพอ ๆ กับพลังชีวิตที่เสียไป หากไม่ติดว่าเป็นห่วงกลัววังจะพังจนต้องซ่อมอีก ข้าน้อยคงไม่ทนยืนอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลนี้ ฮึกก

 

          "อาเฮย คืนนี้ข้าจะพักอยู่ที่นี่"

 

          "โอ้ ไม่จำเป็นต้องให้ท่านอาจารย์ลำบากหรอกขอรับ วังไป๋หลงของท่านก็ออกจะโอ่อ่า จะมารบกวนนอนที่นี่ไปทำไมกัน"

 

          ส่วนสองคนนี้ยังไม่จบอีกเรอะะะ

 

          เอาล่ะ~ ข้าน้อยก็ขอหลบมุมอีกเช่นเคย เชิญท่านทั้งสามสนทนาปราศรัยกันตามสะดวกนะขอรับ ต้องการเรียกใช้อะไรก็ตะโกนเรียกเอา ข้าน้อยไม่อยู่แล้ว !!

 

          [....]

 

          ....ข้ายืนมองข้ารับใช้ที่ถอยร่นวิ่งหนีไปด้วยแววตาว่างเปล่า มืออีกข้างก็กระตุกชายเสื้อสีขาวพิสุทธิ์ยิก ๆ กลัวคนจะสติแตกฆ่าเซียนที่ข้าปั้นมากับมือตายกลางตำหนัก ไป๋หยินสูดลมหายใจลึกอย่างอดกลั้น พลิกคว้าฝ่ามือเข้าเกี่ยวประสานแทน ก่อนสุรเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยือกดุจหิมะเหมันต์จะดังขึ้นอีกครั้ง

 

          "เรื่องของคนในครอบครัว ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าเข้ามาสอด"

 

          ทว่านั่นกลับเรียกรอยยิ้มกดลึกข้างริมฝีปากของมนุษย์ตรงหน้าได้เป็นอย่างดี "ตัวท่านตอนนี้ก็มิได้ต่างจากแจกันปักดอกไม้* สวยแต่รูปจูบไม่หอม ดีแต่ปล่อยรังสีฆ่าฟันข่มขวัญผู้อื่น"

 

§  แจกันปักดอกไม้ ; มักใช้เปรียบผู้หญิงที่มีรูปลักษณ์ภายนอกสวยงาม แต่ไม่มีความรู้ความสามารถ (สวยแต่รูปจูบไม่หอม หรือ สวยแต่ไร้ความสามารถ)

 

          ไป๋หยินคิ้วกระตุก ไม่ต่างจากข้าที่รู้สึกว่าคำพูดคำจาของเสี่ยวหมั่นโถวออกจะลามปามเกินกว่าเหตุจึงปรามไปว่า

 

          "เสี่ยวหมั่นโถว ต่อจากนี้เจ้าจงระวังคำพูดไว้ให้มาก ถึงอย่างไรพวกเราชาวมังกรถือเป็นสัตว์เทพผู้ยิ่งใหญ่ ทั้งยังอายุมากกว่ามนุษย์เช่นเจ้านับพันปี" ข้าเว้นเสียงไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อด้วยสีหน้าจริงจัง

 

          "เจ้าดูถูกเขาก็ไม่ต่างจากการดูถูกข้า"

 

          เจ้าหยวกกล้วยเบิ่งตามองหน้าข้าอย่างเสียอาการ อุณหภูมิที่สัมผัสผ่านฝ่ามือที่เชื่อมประสานสูงขึ้น บ่งบอกถึงความดีใจที่เจ้าตัวเก็บซ่อนเอาไว้ภายใต้หน้ากากอันเรียบเฉย แต่ใบหูแดงก่ำ

 

          ข้าหลบตามองไปทางอื่น พยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถจึงไม่ทันเห็นแววตาแข็งกระด้างของลูกศิษย์ตัวน้อย เมื่อหันกลับมาก็เห็นเพียงรอยยิ้มละอายใจที่ฉาบอยู่บนดวงหน้าเกลี้ยงเกลา

 

          "อา... ขออภัยขอรับ ท่านเฮยหยาง" เสี่ยวหมั่นโถวเงียบเสียงไปสักพัก ก่อนพูดต่อ "ข้าน้อยเผลอไปหน่อย เสียมารยาทแล้ว"

 

          เมื่อได้ยินดังนั้นข้าจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับไป๋หยินที่มองอยู่ก่อนแล้วอย่างระมัดระวัง "เจ้าก็อย่าถือโทษโกรธเคืองเขาเลย ข้าสั่งสอนไม่ดีเอง"

 

          เจ้าหยวกกล้วยยิ้มรับด้วยประกายตาอ่อนโยน ก่อนพยักหน้าเบา ๆ "ท่านอย่าคิดมากเลย คนจะเลวก็เลวที่สันดาน ไม่ต้องมีผู้ใดคอยชี้แนะสั่งสอนก็ต่ำทรามด้วยตัวของมันเอง"

 

          อาไป๋ ..สาบานซิว่าเจ้าไม่ได้โกรธ

 

          ข้าใช้มือข้างที่ว่างลอบเกาจมูกตัวเองเบา ๆ อีกอย่าง... เมื่อนึกถึงวาจาร้ายกาจของลูกศิษย์แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า

 

          จริง ๆ ก็หอมอยู่นะ

 

          ไม่สิ นี่เจ้ากล้าใช้สำนวนนั้นกับคนที่แทบจะฆ่าข้าให้ตายน่ะหรือ ?! ระหว่างทางก่อนขึ้นมาถึงนี่ก็น่าจะได้ยินข่าวลือมาไม่น้อย ตอนนี้เจ้ายังไม่ได้บรรลุเป็นเซียน อย่างน้อยช่วยกลัวตายหน่อยเถิด !

 

          เจ้าก้อนทะมึนที่กินขนมจนอิ่มแปล้หัวเราะเสียงดังลั่นอยู่บนไหล่ข้างซ้ายของข้า [ฮะฮะฮะ ! ตาต่อตา ฟันต่อฟันจริง ๆ !! ] แล้วจู่ ๆ ก็ถอนหายใจเสียอย่างนั้น [เฮ้อ~ ข้าล่ะสงสารเจ้างูเผือกนัก ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนแต่ละคำที่พ้นออกมาจากปาก มีแต่ความแดกดัน ยั่วโทสะเจ้าให้ขึ้นลานประลานอยู่ร่ำไป แต่ดูตอนนี้สิ ! แทบจะเถียงสู้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ]

 

          ข้าลอบขบขันในใจ บีบกระชับมือที่กุมกันไว้แน่นกว่าเดิม จริง ๆ มันจะพูดก็พูดได้มีตั้งหลายสิ่งหลายอย่างที่มันทำร่วมกับข้า ชนิดที่ว่าคนอื่นอย่าหวังจะได้ทำมิใช่หรือ ?

 

          กลุ่มก้อนความมืดหยุดชะงัก ภาพความทรงจำอันเลวร้ายย้อนกลับมาในหัวเป็นฉาก ๆ จนน้ำตาแทบไหลซึมด้วยความปวดร้าว ภาพริมฝีปากแดงก่ำที่ไล่ต้อนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจนจนมุมครานั้น ตราบชั่วชีวิตนี้ข้าไม่มีวันลืม !

         

          ทว่าด้วยศักดิ์ศรีลูกผู้ชายมันค้ำคอ ไม่อยากร้องไห้เหมือนเด็กอีกต่อไป จึงได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนพูดต่อด้วยน้ำเสียง(ที่พยายาม)ไม่สะทกสะท้าน

 

          [อา... นั่นสินะ แล้วทำไมมันถึงไม่พูดล่ะ ถะ ถึงขนาดเคยจะ จะ จะ .... ฮึกกก จูบกันแล้ว ! ทำไมมันไม่พูด !!! แงงงงงง]

 

          สรุปแล้วศักดิ์ศรีลูกผู้ชายมันกินไม่ได้ ข้าจะร้องไห้แล้วมันทำไมกัน ! ความเจ็บปวดภายในใจต้องถูกชะล้างผ่านหยดน้ำตาที่หลั่งริน ! ฮือออ เจ้างูเส็งเคร็งนั่น !!

 

          ข้านิ่งเงียบไม่ตอบโต้อะไร นอกจากรอยยิ้มบางเบาที่ระบายอยู่บนใบหน้าจนถึงดวงตา

 

          เพราะมันกำลังให้เกียรติข้าและคนที่ข้าเลี้ยงดูอยู่ต่างหาก ถึงไม่พูดอะไรออกไป

 

          "เอาละ ๆ สรุปแล้วอาไป๋ คืนนี้เจ้าจะพักอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่"

 

          "ห้องเดียวกับท่าน"

 

          ตอบไม่ตรงคำถาม เจ้าตัวบัดซบ !

 

          ".... วังข้าก็ออกจะกว้างขวาง ไม่จำเป็นต้องนอนเบียดเสียดกันในห้องเดียว" ข้ากระแอมในลำคอแก้เขินพลางสะบัดข้อมือไปมา "เอาเป็นว่าพวกเจ้าสองคนรออยู่ตรงนี้ก่อน ประเดี๋ยวข้าจะจัดหาหมอนมุ้งให้" พูดจบข้าก็หันหลังเดินจากไปทันที

 

          จึงไม่ได้อยู่ฟังบทสนทนาต่อจากนี้

 

          เมื่อเห็นหลังของเฮยหยางลับตาไป บรรยากาศที่มีเค้าลางของความสงบอยู่บ้างก็แปรเปลี่ยนไป เรือนรับรองตกอยู่ในความเงียบ จนกระทั่งได้ยินเสียงลมพัดของใบไม้ที่ร่วงหล่น ชายหนุ่มสองคนจ้องหน้ากัน ก่อนหน้านี้อาจไม่ใช่มิตรและศัตรู ทว่าหลังจากนี้จะไม่มีอีกต่อไปแล้ว

 

          อันที่จริงก็ไม่มีมาตั้งแต่แรก

 

          พูดตามตรงไป๋หยินเองก็ไม่เคยรู้สึกถูกแตะเกล็ดมังกร*มากขนาดนี้มาก่อน อาจเป็นเพราะอีกฝ่ายรู้ตัวดีว่าเขาไม่มีทางทำอะไรตนเองแน่ จึงทำให้มันกําเริบเสิบสานถึงเพียงนี้

 

§  เกล็ดใต้คอมังกร ซึ่งหันไปในทางตรงกันข้ามกับเกล็ดอื่น และเชื่อกันว่าหากใครไปสัมผัสกับเกล็ดนี้เข้า จะทำให้มังกรโกรธจัดและฆ่าคนผู้นั้น จักรพรรดิในอดีต เปรียบดั่งพญามังกรที่ยิ่งใหญ่ สำนวนนี้จึงมีความหมายว่าการทำให้ฮ่องเต้บันดาลโทสะ ปัจจุบันใช้เปรียบเทียบกับการที่ทำให้ผู้มีอำนาจเกิดโทสะ

 

          ใช่ เพียงเพราะมนุษย์ตรงหน้าเป็นศิษย์ของเฮยหยาง เขาจึงไม่คิดจะลงมือ ทั้งยังสะกดกลั้นความเดือดดาลในใจได้อย่างที่ตัวเองยังไม่อยากเชื่อ ...เพียงเพราะสัมผัสเย็น ๆ จากมือคู่นั้นจึงยอมอดทน

 

          แต่ใช่ เขาคิดผิด ไม่น่าทนรอให้มันมีชีวิตรอดจนถึงตอนนี้

 

          "ถึงเฮยหยางจะขอให้ข้าไม่ถือโทษโกรธเคืองเจ้า แต่ก็มิได้หมายความว่าเจ้าจะกระทำตนได้ตามอำเภอใจ" มังกรขาวผู้ปกครองทิศใต้มองอีกฝ่ายด้วยหางตา เอ่ยวาจาชัดถ้อยชัดคำ "เฮยหยางเป็นของข้า ไม่มีทางที่ข้าจะปล่อยเขาไป"

 

          "...."

 

          "กับเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเช่นเจ้าแล้ว ยิ่ง ไม่ มี ทาง"

 

          บรรดาข้ารับใช้มังกรดำกรีดร้องไร้เสียงอยู่หลังบานประตู นะ นายท่านไป๋ สุดยอดดด ! สมแล้วที่เฝ้าอดทนแรงกดดันจนแทบหายใจไม่ออกอยู่ตรงนี้ ฉากนี้ต้องจด รีบเขียนเร็วเข้า ! มังกรปรปักษ์เล่มต่อไปต้องได้วางแผงแล้ว !!

 

          "หึ แล้วอย่างไร ?"

 

          เอ๊ะ ???

 

          เหล่าจิ้งเหลนต่างหยุดมือ ปลายพู่กันจุ่มหมึกหยดแหมะ ๆ ลงสมุดบันทึก แต่กลับไม่มีใครใส่ใจ ทุกคนหันไปมองรอยยิ้มมาดร้ายของมนุษย์ตรงหน้าด้วยตาที่แทบถลนออกจากเบ้า

 

          "ท่านเป็นใครถึงมีสิทธิ์มาสั่งข้า ? ท่านมีดีอะไรถึงกล้าแทนตัวเองว่าเป็นสามีของท่านอาจารย์ ท่าน เป็น ใคร"

 

          น้ำเสียงที่ก่อนหน้านี้ยังฟังดูรื่นหูกลายเป็นจองหองอวดดี แววตาที่เคยเปล่งประกายความสดใส แม้จะกวนไปบ้าง แต่ก็ยังแฝงความเคารพนบน้อมเลือนหายไป เหลือเพียงความดำมืดที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้ที่ได้ชื่อว่ากำลังขึ้นเป็นเซียน

 

          "ท่านคือมังกรขาวไม่ใช่หรือ ศัตรูคู่แค้นของมังกรดำ ความเกลียดชังของพวกท่านแพร่สะพัดไปทั่วยุทธภพตั้งแต่อดีตเนิ่นนานจนถึงบัดนี้ แล้วยังมีหน้ามาบอกอีกหรือว่าเป็นคู่สมรสที่รักใคร่ปรองดองกันดี ข้าไม่เชื่อ !"

 

          ไป๋หยินหรี่ตาลงเพียงเล็กน้อย แสดงท่าทางไม่ยี่หระ แม้ถูกตะคอกใส่ด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว "ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว"

 

          "เปลี่ยนไป ? ฮะฮะ" ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลหัวเราะจนไหล่สั่นราวกับคำตอบที่ฟังเป็นเรื่องตลกหนักหนา ทวนประโยคนั้นซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะวาดยิ้มหวานหยด แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้มังกรปลายแถวเผลอขนลุกขนพองไปตาม ๆ กัน

 

          "แต่ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอดีต ความจริงที่เคยเกิดขึ้น"

 

          สิ้นคำนั้น ศิษย์เพียงหนึ่งเดียวของมังกรดำพลันย่างเท้าเดินไปรอบ ๆ ตัวไป๋หยิน คล้ายกำลังพินิจพิเคราะห์หรือสำรวจบางอย่างด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ปากก็ขยับพูดไปด้วยตลอดทุกการเคลื่อนไหว

 

          "ท่านมังกรขาวผู้องอาจ ท่านรู้หรือไม่เล่าว่าโลกหล้าร่ำลือไปทั่วเกี่ยวกับราชโองการสมรสพระราชทานที่เกิดขึ้นว่าอย่างไร ต่างลงพนันขันต่ออย่างสนุกสนานเชียวล่ะว่า... หลังจากคืนเข้าหอของคู่สมรสพระราชทาน รุ่งฟ้าสางที่มาถึง จะเป็นมังกรดำหรือมังกรขาวที่ตายอนาถ ศพไร้ที่ฝัง"

 

          "สวรรค์มีตาหามีแววไม่จึงได้จับคู่มังกรสองสีนี้เข้าด้วยกัน ส่วนผสมสองขั้วที่ไม่มีวันเข้ากันได้ ช่างปลอมเปลือก น่าขัน มีแต่คนรอชมเรื่องสนุก ๆ หลังจากนี้"

 

          "ไม่มีใครมองพวกท่านเป็นคู่รักที่รักใคร่กลมเกลียวกันแม้แต่น้อย"

 

          "ถ้อยคำอวยพรแสดงความยินดีก็คงมีแต่จากมังกรเหยียนหลงด้วยกันที่ไม่รู้ว่า... แท้จริงแล้วแสร้งทำ หรือออกมาจากใจจริงกันแน่"

 

          "แล้วก็อีกอย่าง..." อดีตเด็กหนุ่มไร้เดียงสากล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน "ผู้ที่เคยบาดหมางแทบเป็นแทบตาย จะหาเศษเสี้ยวของความรักและความจริงใจต่อกันได้อย่างไร"

 

          "..."

 

          มีเพียงความเงียบอันคุ้นเคยเป็นคำตอบ ไป๋หยินไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้า ปล่อยให้มนุษย์หนุ่มที่หมดแล้วซึ่งความสนใจเดินผ่านไปอย่างเงียบงัน แสงจันทร์ทอส่องลอดผ่านหน้าต่างคลอเคลียเส้นผมสีขาวโพลน... ที่ปรกลงปิดแววตาเจ้าของยามที่ก้มหน้าลงพรูลมหายใจ

 

          เมื่อข้าเดินกลับมาถึงก็พบเพียงเสี่ยวหมั่นโถวที่ยืนรออยู่ เมื่อส่งมอบข้าวของเครื่องใช้จำเป็นให้เรียบร้อยแล้วจึงหันไปสอบถามกับข้ารับใช้ที่อยู่ใกล้ ๆ ว่า "ไป๋หยินหายไปไหนแล้ว ไหนว่าจะอยู่ค้างคืนที่นี่ ?"

 

          "....นายท่านไป๋กลับไปแล้วขอรับ"

 

          ข้าเลิกคิ้วฉงนใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น มีหรือที่คนอย่างมันจะล้มเลิกความตั้งใจง่าย ๆ "หือ ทำไมจู่ ๆ ถึงกลับไปล่ะ"

 

          "อะ เอ่อ คือ... คือว่า ขะ ขะ ..ข้าน้อย"

 

          ข้ารีบสะบัดมือไปมาด้วยความอ่อนใจ "ไม่ต้อง ๆ ถ้ามันพูดยากนักก็ไม่ต้องพูดแล้ว เอาเถิด กลับไปนอนที่วังตัวเองก็ดีเหมือนกัน นอนแปลกดีเดี๋ยวจะนอนไม่หลับเสียเปล่า ๆ " ก่อนจะตะโกนบอกข้ารับใช้บางส่วนที่กำลังขนฟูกเดินตามมา "ของพวกนั้นไม่ต้องแล้ว ! เอาไปเก็บที่เดิม"

 

          เสี่ยวหมั่นโถวโพล่งขึ้นมาด้วยหน้ายิ้ม ๆ "... ท่านเฮยหยาง ข้านอนห้องไหนหรือขอรับ"

 

          "อ้อ เดินตามข้ามาทางนี้"

 

          เหล่าจิ้งเหลนดำมองหน้ากันเลิ่กลั่กอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไปไม่ได้มากกว่ากอดคอตบบ่าให้กำลังใจกันแล้วแยกย้ายเข้านอน เพราะอีกใจหนึ่งก็อดคิดไม่ได้ว่า

 

          เรื่องที่เสี่ยวหมั่นโถวพูดคือความจริงที่ติดค้างอยู่ในใจของพวกข้าน้อยเช่นกัน

 

 

          แต่งตอนนี้จังหวะจะขำก็ขำ จังหวะจะเขินก็เขิน จะเคว้งก็เคว้ง ทำไมหลากหลายอารมณ์ขนาดเนน้

 

          โปรดพึงรู้ไว้ว่าถ้าเราหายตัวไป ถ้าไม่ -ขี้เกียจ- ก็คือเราติดสอบค่า 55555 ...ฮืออ

 

          แอบหายไปนานอีกแล้ว แง orz ขอโทษนะคะ แต่เราตั้งคติไว้ว่าถ้าใกล้สอบเมื่อไร จะไม่แตะคอมเลย ได้แต่ไถมือถืออ่านเมนต์แล้วฝืนใจติวหนังสือต่อ //กระดกแบรนด์ยี่ห้อดัง

 

          ขอบคุณสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นมาก ๆ นะคะ ;-; ปลื้มใจกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว กำลังใจล้นหลามแบบคาดไม่ถึง ดีใจจริง ๆ แบบนี้จะไม่ให้รักได้ไง *กอดทุกคน*

 

          อ่านเมนต์แต่ละคนแล้วแบบ พูดไม่ออก ขอบคุณที่ยังติดตามและซัพพอร์ตอยู่ตรงนี้ สายเงาบางคนรายงานตัวด้วย ! น่ารักกกก *หอมหัว* จะตอบกลับให้ครบทุกคอมเมนต์เลยย //รัวแป้น

 

          เราเริ่มกลับมาเขียนแล้วตัวเองสนุกอีกครั้ง แงง ดีใจเบา ๆ 55555 คงเพราะพี่ไป๋โดนกระทำเลยรู้สึกมีแรงอย่างบอกไม่ถูก ถถถถ โธ่ พ่องูเอ๋ยของดิฉันน ; / ;

 

          แล้วก็หลังจากนี้คิดว่าคงมีเวลาแต่งนิยายมากขึ้น จะพยายามแต่งให้ได้ทุกวันเพื่อเอาสกิลกลับมาค่ะ !

 

          ...แต่ช้าแต่

 

          -แต่งทุกวัน- ไม่ได้หมายความว่า -อัปทุกวัน- นะครับผมม ตายกันพอดี :3 แอ่ก--

 



ขอบคุณภาพสวย ๆ จากคุณ 'ขนมปัง' เจ้าเก่าเจ้าเดิม



 

ขอบคุณภาพสวย ๆ จากคุณ 'นักซุ่ม'



ขอบคุณภาพสวย ๆ จากคุณ คุณ ...เอ่อ 'ไม่ประสงค์ออกนาม' ด้วยนะคะ <3

 

          และถึงระบบโดเนทใน readawrite จะสามารถส่งข้อความขอบคุณรีดผู้ใจบุญได้แล้ว แต่เราก็อยากขอบคุณตรงนี้อีกทีอยู่ดี ; v ; น้ำตาจะไหลด้วยความซาบซึ้ง ขอบคุณสำหรับเครื่องดื่ม อาทิ ชานม กาแฟ และชาอีก 3 จอก คือดื่มจนจุกค่ะพูดเลย 55555 รู้เลยนะคะว่ากลัวเราคอแห้ง แงง

 

          ไม่ว่าจะเป็นคุณ魏无羡() , eatpig , Glendon. , Arinkelly และ Anonymous ขอบพระคุณจากใจค่ะ //ไหว้ย่อ

 

          ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ ขอให้นอนหลับฝันดีฝันหวาน ใครอ่านตอนเช้าสายบ่ายเย็นก็ขอให้มีแรงสู้ต่อ อ่านแล้วรู้สึกยังไง บอกกันได้นะคะ อยากอ่าน ;-; ไม่ต่างจากทุกคนที่อยากอ่านต่อไปเหมือนกัน แฮ่ รักนะ

 

          1 เมนต์ = กำลังใจ

 

          #มังกรปรปักษ์

#หยินคู่หยาง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

410 ความคิดเห็น

  1. #390 CB_____17 (@CB_____17) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 11:47
    หมั่นโถวววว โตมาแล้วร้ายมาก

    เจ้าก้อนแป้งตอนเด็กๆหายไปไหนแล้ว แงงงง
    ปล.ขออย่าให้หมั่นโถวร้ายไปกว่านี้เถอะนะ เป็นห่วงความรู้สึกเฮยหยาง
    #390
    0
  2. #306 06880 (@06880) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 21:25

    รู้สึกอยากตีเจ้าก้อนแป้ง

    เฮยหยางหมายความว่าไง 'หอม' น่ะ??‘?

    #306
    1
    • #306-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 28)
      1 พฤศจิกายน 2562 / 21:04
      ตี ๆ นวด ๆ ได้หมั่นโถวร้อน ๆ 1 ที่คร้าบบบ
      XD นั่นสิน้าาา อะไรหอมนะ งงไปหมดเลยย 55555
      #306-1
  3. วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 23:00

    อืม... หมั่นโถว บางทีนายน่าตบดีนะ... หรือฉันคิดไปเอง.. คงไม่มั้ง

    คิดไปมา ไรท์วางพล็อตให้หมั่นโถวเป็นจอมมาร ตัวร้าย หรือ บอสลับ เลยป่ะเนี่ย555+
    #298
    1
    • #298-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 28)
      13 ตุลาคม 2562 / 22:15
      *เลิ่กลั่ก* ใจเย็น ๆ นะคะ ก็.... ฮื้ออ ไม่ได้สิ เดี๋ยวจะสปอยเอาน้าาา XD
      #298-1
  4. #297 wawa24 (@wawa24) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 19:10
    5555 จุก...
    #297
    1
    • #297-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 28)
      13 ตุลาคม 2562 / 22:15
      มาม่าอร่อย ๆ จ้าาา XD
      #297-1
  5. #296 Protassium (@Protassium) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 00:47

    หลายอารมณ์มากค่ะ
    #296
    1
    • #296-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 28)
      13 ตุลาคม 2562 / 22:15
      แต่งไปแต่งมาต้องดมยาดมแก้เครียด 55555 หลายซีนละเกินค่ะ
      #296-1
  6. #294 Devil strawberry (@pimonsone) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 10:03
    เง้อ หน่วงจัง
    #294
    1
    • #294-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 28)
      13 ตุลาคม 2562 / 22:13
      สีสันน่าาา
      #294-1
  7. #293 Hunhanshipper (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 05:44

    โหหหหห เคว้งเลยพี่ไป๋

    #293
    3
    • #293-2 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 28)
      13 ตุลาคม 2562 / 22:13
      เคว้งคว้างวนปายยย
      #293-2
    • #293-3 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 28)
      13 ตุลาคม 2562 / 22:14
      ส่วนคุณorora_orn น่าจะคอมเมนค์ผิด แต่ไม่เป็นไรค่ะ ! XD ดีใจที่อ่านแล้วอินนะคะ เป็นปลื้มเลยที่นิยายเราทำให้คุณอ่านสนุกได้ ;-; ขอบคุณน้าา
      #293-3
  8. #292 ILOVEMRCHU (@ILOVEMRCHU) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 05:20
    ไม่ใช่ว่าใช้วิชามารหรอกหรอถึงมาถึงนี่ได้ นิสัยเเบบนั้นน่ะ มันไม่มีทางได้เป็นหรอก ถ้าหสกนายเอกยังเป็นเเบบนี้ ให้ไป๋หลินฆ่ามันเถอะ สงสารพระเอก
    #292
    1
    • #292-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 28)
      13 ตุลาคม 2562 / 22:13
      หายใจเข้าลึก ๆ ! ยุบหนออ พองหนอออ
      #292-1
  9. #291 ILOVEMRCHU (@ILOVEMRCHU) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 05:19
    รำคาญเด็กนั่น เหมือนประจบสอพลอกับเฮยหยางเลย น่าจะให้นายเอกรู้เรื่องนี้ เฮยอยางก็มีเเต่ไว้หน้าจะปฏิเสธเรื่องที่มันพูดก็ไม่ คือถึงยังไม่ยอมรับโองการเเต่ก็ถือเป็นคู่หมั้นเเล้วนะตามหลักธรรมเนียม เพราะมันเป็นการประกาศว่าสองคนนี้เขาคู่กันเเล้วคนอื่นไม่มีสิทธิ์อ่ะ เเล้วถ้าไม่รับก็ปฏิเสธไปเลยก็ไม่ ไม่มีใครกล้าฆ่ามังกรดำที่มีอยู่ตัวเดียวหรอกยิ่งสนิทกับพ่อมากที่สุดเเล้วด้วยอ่ะ

    บอกว่าไว้หน้าเเต่คำที่บอกว่ายังไม่รับราชโองการตือตอกหน้าอีกฝ่ายเข้าข้างอีเดนเด็กนั่นเเล้ว
    #291
    1
    • #291-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 28)
      13 ตุลาคม 2562 / 22:12
      โอ้โหหหห *มือทาบอก* ดีใจที่อ่านแล้วอินนะคะ <3 ปลื้มจัง XD
      #291-1
  10. #290 0988687528 (@0988687528) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 01:22
    ตอนเเรกก็ชอบเด็กนี่นะ เเต่ไปๆมาๆเกลียดอ่ะอยากให้โดนต่อยสักทีสองทีหมั่นไส้
    #290
    1
    • #290-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 28)
      13 ตุลาคม 2562 / 22:11
      *ลูบหลัง* ใจเย็น ๆ น้าา หายใจเข้าลึก ๆ !
      #290-1
  11. #289 fafame235 (@fafame235) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 00:14
    รู้สึกไม่ชอยอิเด้กนั้นเเล้วสิ

    ทำมาเป้นรู้ดีทุกเรื่องยิ่งกว่าเงาตามตัว
    #289
    1
    • #289-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 28)
      13 ตุลาคม 2562 / 22:11
      //เตรียมน้ำเย็น ใจเย็น ๆ น้าาา ;-;/
      #289-1
  12. #288 wadoyochi (@wadoyochi) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 23:25

    รู้สึกเคว้งจริงๆ
    #288
    1
    • #288-1 KN.26 (@kungnangca) (จากตอนที่ 28)
      13 ตุลาคม 2562 / 22:10
      รู้สึกเคว้างคว้างงง กลางอากาศศศ
      #288-1