[Draco x Hermione] Silver Eyes (ฟิคแปล)

ตอนที่ 5 : Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    30 ส.ค. 62

**คำเตือน เนื้อหาในตอนนี้มีความรุนแรง โปรดพิจารณาก่อนอ่านนะค


เฮอร์ไมโอนี่ถูกกักตัวไว้ ใบหน้าของเธออยู่ติดพื้น เธอไม่แน่ใจว่าเธออยู่ที่ไหน แต่เธอรู้ว่า เธอไม่สามารถขยับแขนได้ เนื่องจากพวกมันถูกดึงไปด้านหลัง และมีร่างที่ใหญ่กว่าเธอทับเธอจากด้านบน


"ออก ไป น-" เฮอร์ไมโอนี่ดิ้น แต่ถูกตัดประโยคด้วยคาถาเงียบเสียง


"เธอต้องเงียบกว่านี้ เกรนเจอร์ ถ้าเธออยากมีชีวิตต่อ"


มันเป็นเสียงของชายตาสีเงิน ที่ช่วยชีวิตเธอ ร่างกายของเฮอร์ไมโอนี่รู้สึกผ่อนคลายทันทีที่ เมื่อรู้สึกถึงความปลอดภัยจากเขา เธอเริ่มสงสัยว่า ตัวเธออยู่ที่ไหน เมื่อเสียงกรีดร้องดังผ่านความเงียบในค่ำคืน และหัวใจของเธอ ก็เต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อเสียงนั้นเตือนให้เธอรำลึกถึงคืนที่พ่อแม่ของเธอเสียชีวิต 


ทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่? 

เธอถูกช่วยจากอะไร? 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไปแล้วไม่ใช่เหรอ? 

เธอไม่ต้องการจะเห็นมันอีก


เฮอร์ไมโอนี่หันหน้าไปด้านข้าง เธออยู่ไกลออกไปในป่าต้องห้าม ไม่ใช่ที่บ้านของเธอ แสงไฟสีส้มลอยออกมาจากตัวอาคาร ขณะที่เธอตระหนักได้ว่าเธอกำลังมองดูฮอกวอตส์ลุกไหม้ เธอพยายามที่จะร้องตะโกนออกมา แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะคาถาเงียบเสียง เธอพยายามขยับตัวเพื่อที่จะเข้าไปช่วยผู้คนที่กรีดร้อง แต่ผู้ช่วยชีวิตของเธอใช้แรงกดลงมามากขึ้น จนเธอเจ็บไปทั้งตัว


"ไม่ใช่หน้าที่ของเธอ ที่จะช่วยพวกเขา ที่นี่ปลอดภัย"


เฮอร์ไมโอนี่พยายามประท้วง เธออยากที่จะบอกเขาว่า มันไม่มีประโยชน์ อะไรที่จะอยู่ที่นี่อย่างปลอยภัยหรือมีชีวิตอยู่ ถ้าหากทุกอย่างที่เธอรักกำลังถูกเผาไหม้ไปพร้อมกับทุกๆคนที่กำลังตายในนั้น


"ดูซะ" เสียงนั้นพูดอีกครั้ง แต่โทนเสียงที่ห่วงใยกลับหายไป กลายเป็นน้ำเสียงเย็นชา เธอนึกถึงภาพ ชายตาสีเงินยิ้ม ไม่สิ…แสยะ นี่ไม่ใช่ ชายผู้มีดวงตาสีเงินอีกต่อไป…เขาคือปีศาจ


เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกกลัวขึ้นมาทันที ความสบายใจที่เธอมีเมื่อสักครู่หายไปในพริบตา เธอทำได้เพียงดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของผู้จับกุม


เธอเห็นชายผมสีแดงที่คุ้นตา วิ่งออกมาจากปราสาท รอนกำลังร่ายคาถา ใส่เงาดำที่สวมฮูด ด้านหลังเขา ขณะที่เขาวิ่ง แสงสีเขียวพุ่งชน จากนั้นเขาก็ล้มลงบนพื้นหญ้าโดยไม่ขยับเขยื้อน ภายในของเฮอร์ไมโอนี่กรีดร้องอย่างทรมานขณะที่เธอพยายามอย่างหนัก เพื่อขอความช่วยเหลือ


"ดูพวกมันตาย เกรนเจอร์ ทำไมเธอไม่ช่วยพวกเขา?"


เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เธอเห็นแฮร์รี่วิ่งออกจากปราสาท จากนั้นเขาก็ล้มลงถัดจากรอน และเริ่มร้องไห้


“บ้าเอ้ย เฮอร์ไมโอนี่ เธออยู่ที่ไหน!? ช่วยเราด้วย!” เขาตะโกนออกมา ก่อนจะถูกแสงสีเขียวอีกดวงพุ่งใส่ จากนั้นแฮร์รี่ก็ล้มลงข้างรอน


เฮอร์ไมโอนี่กรีดร้องอย่างเงียบๆ ยอมแพ้ และเลิกดิ้นรนและปลอยให้ความเศร้าเข้าครอบงำ จะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อทั้งคู่ตายไปแล้ว?


ร่างที่จับกุมเธอไว้ขยับตัว ชายที่หลอกให้เธอคิดว่าเขาเป็นชายผู้ช่วยชีวิตของเธอ ยืนขึ้นและเริ่มเดินกลับไปยังปราสาท หลังจากเดินไปไม่กี่ก้าว เขาก็ดึงหน้ากากผู้เสพความตายออก เฮอร์ไมโอนี่มองไม่เห็นดวงตาหรือใบหน้าของเขา แต่ในแสงจันทร์ที่ส่องลงมาเผยให้เห็น ผมบลอนด์ซีดขาว ตัดกับท้องฟ้าในยามค่ำคืน


"ทำไมเธอถึงไม่ช่วยพวกเขา ตอนนี้พวกเขาตายหมดแล้ว ทุกคนกำลังจะตาย และมันเป็นความผิดของเธอ" มัลฟอยหัวเราะเยาะ เขาหันหลังและทิ้งเธอที่นอนใจสลายบนพื้น


เฮอร์ไมโอนี่ตื่นขึ้นมาด้วยเหงื่อเต็มตัว เสียงกรีดร้องปลุกจากฝันร้าย ตามมาด้วยเสียงทุบเสียงดัง เสียงกรีดร้องหยุดลงทันที และเธอตระหนักได้ว่าเธอเอง ที่เป็นคนกรีดร้อง เฮอร์ไมโอนี่ลุกขึ้นนั่งบนเตียง เพื่อหาที่มาของเสียงทุบ จนเธอได้ยินมันดังมาจากประตูห้องของเธอ


มีคนกำลังทุบมัน

"ใครน่ะ?" เธอถามอย่างกล้าๆกลัวๆ

"เธอจะเลิกบ้า หยุดร้องได้ยังเกรนเจอร์ นี่มันตีสองแล้วนะ! ร้องดังขนาดนั้นใครจะหลับลง?" เสียงของเดรโก มัลฟอยดังผ่านประตูเข้ามา เฮอร์ไมโอนี่ยืนขึ้นมองหาไม้กายสิทธิ์อย่างลนลาน เดรโก มัลฟอยอยู่ในฝันร้ายของเธอ เขาคือคนที่จับตัวเธอ และตอนนี้เขาก็ยังอยู่ที่ประตูห้องเธอ


"หานี่อยู่หรอ" เสียงเอยขึ้นอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ต้นเสียงอยู่ใกล้จนน่ากลัว


เฮอร์ไมโอนี่หันไปอย่างอย่างรวดเร็ว และเธอก็เผชิญหน้ากับมัลฟอย


"อะไร-ยัง..ไง-" เธอพูดตะกุกตะกัก ถอยตัวเองกลับเข้าไปติดผนัง เหมือนกับเหตุการณ์เมื่อคืน


เขาเดินตามเธอเข้ามา สวมเสื้อคลุมสีดำสนิท หน้ากากผู้เสพความตายของเขาอยู่ในมือ มืออีกข้างถือไม้กายสิทธิ์ของเธอ ความกล้าหาญทั้งหมดของเฮอร์ไมโอนี่หายไปในพริบตา ตอนนี้เขาห่างจากเธอไม่ถึงนิ้ว มัลฟอยยื่นมือของเขาวางลงบนแก้มของเธอ และนั่นทำให้เธอสะดุ้งจากสัมผัสของเขา ริมฝีปากของเขาขยับเข้ามาใกล้กับหูของเธอ เธอได้แต่ยืนนิ่ง รอสิ่งที่เขาจะทำต่อไป


"ตื่นได้แล้ว" เขากระซิบอย่างเยือกเย็น





เป็นครั้งที่สองที่เฮอร์ไมโอนี่ตื่นขึ้น แต่ครั้งนี้ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีมัลฟอยทุบประตูของเธอ มีเพียงอากาศเย็นๆ ที่พัดผ่านประตูหน้าต่างที่เปิดไปสู่ระเบียงของเธอ เสียงหายใจของเธอเป็นเพียงเสียงเดียวในห้องที่เงียบสงัด ตอนนี้เธอตื่นเต็มตัวแล้ว ไม้กายสิทธิ์ของเธอวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง เธอก็คว้ามันอย่างรวดเร็ว จากนั้น เธอก็ลุกไปที่ระเบียงเล็กๆของเธอ


เธอสั่นเทากับอากาศเย็นๆในคืนที่ฟ้าเปิดโล่งอย่างนี้ ถึงแม้ว่าอากาศจะเย็น แต่มันก็ทำให้เธอสดชื่นขึ้น หลังจากตื่นจากฝันร้าย เธอมองไปที่ประตูที่มีหน้าต่างสูงข้างๆ แล้วก็ตระหนักได้ว่านี่เป็นประตูระเบียงที่เชื่อมกัน เขาจะนอนอยู่หรือเปล่า? เขาได้ยินเธอไหม? เธอกลัวหากว่าเขาตื่นขึ้นมา พบเธอที่นี่ตามลำพังในเวลาอย่างนี้ แต่เธอก็กลัวเกินกว่าที่จะกลับเข้าไปนอนฝันร้ายอีก


ฝันร้ายที่เธอฝัน ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะตั้งแต่ที่พ่อแม่ของเธอเสียชีวิต เธอก็ฝันทำนองเดียวกันนี้เกือบทุกคืน มันมักจะเกี่ยวข้องกับ ชายตาสีเงิน หยุดเธอจากการเข้าไปช่วยพ่อแม่ของเธอ เธอจะกลัวเขา หรือไม่ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเมื่อเขาปรากฏในฝัน แต่ในความฝัน จิตใจของเธอมักจะหมกมุ่นอยู่กับการหาว่าเขาเป็นใคร การตายของพ่อแม่ของเธอไม่เคยเป็นเรื่องหลักของความฝัน


ไม่สิ ความฝัน มักจะเป็นเฮอร์ไมโอนี่ กับ เขา เธอก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่เธอรู้สึกถึงแรงดึงดูดให้เข้าไปหาชายคนนี้ ที่ช่วยชีวิตเธอ เขารู้ว่าเธอกำลังจะมีปัญหา และเขาก็หยุดเธอจากการความตาย เธอรู้สึกขอบคุณ เฮอร์ไมโอนี่เกลียดที่เธอรู้สึกว่าเธอเป็นหนี้ชีวิตเขา แต่เธอก็รู้สึกว่าเขาติดค้างเรื่องตัวตนของเขาเหมือนกัน


เธอโอบแขนรอบไหล่เปลือยเปล่าของเธอ ขณะที่มองไปยังด้านล่างของปราสาท ความฝันคืนนี้ แตกต่างออกไป ไม่ใช่พ่อแม่ของเธอที่กำลังจะตาย แต่เป็นเพื่อนของเธอ และพวกเขาอยู่ที่ฮอกวอตส์ ชายตาสีเงินช่วยชีวิตเธอจากความตายอีกครั้ง แต่เธอต้องแลกกับคนที่เธอรักอีกกี่ครั้ง? ตอนที่พ่อแม่ของเธอเสียชีวิต มันก็ไม่มีประโยชน์แล้วในการพยายามจะเข้าไปช่วยพวกเขา แต่ในฝันนี้ เธออาจยังสามารถช่วยแฮร์รี่และรอนได้ พวกเขายังมีชีวิตอยู่ขณะที่วิ่งเข้ามาในป่า


แต่แล้วเขาก็กลายเป็นมัลฟอย เป็นผู้เสพความตายที่เป็นคนรั้งเธอไว้ และทำร้ายเธอ เขาทำให้เธอดูเพื่อนของเธอตาย จากนั้นมัลฟอยก็ปรากฏในห้องของเธอ เขามีไม้กายสิทธิ์ของเธอ 


เฮอร์ไมโอนี่หันไปที่ประตูของเขาทันที เพื่อให้แน่ใจว่าพวกมันยังคงปิดสนิท เธอตัดสินใจว่าเธอควรจะกลับไปที่ห้องของเธอ ซึ่งมันปลอดภัยกว่าข้างนอกนี่ เธอไม่ชอบที่เดรโก มัลฟอยมีผลต่อเธออย่างนี้ จนเธอเก็บมาฝันร้าย และเปลี่ยนผู้ช่วยชีวิตเธอให้กลายเป็นปีศาจ


เธอปิดประตูหน้าต่าง เธอกระสิบคาถาป้องกัน เพื่อกันไม่ให้มัลฟอยเข้ามาทางหน้าต่างได้ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าระเบียงนี้เชื่อมต่อกัน ดังนั้นเธอต้องระวังให้มากกว่านี้


"เธอลืมประตูห้องน้ำน่ะ"


เสียงของมัลฟอยดังขึ้น ใกล้เธอจนน่ากลัว ทันใดนั้นเธอก็ตะโกน "สตูเปฟาย!" ไปในทิศทางของเสียงของเขา คาถาไม่กระทบอะไรเลย และเขาก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้น


เฮอร์ไมโอนี่เห็นประตูห้องน้ำเปิดออก เธอก็รีบปิดประตูแล้วพูดพึมพำคาถาป้องกันอีกครั้ง ประตูห้องนอนของเธอยังคงปิดแน่นจากรหัสผ่านของเธอ เธอจินตนาการไปเอง? เธอต้องจินตนาการไปแน่ๆ


"ทางนี้ เลือดสีโคลน" มัลฟอยคว้าข้อมือของเธออย่างแรง จนไม้กายสิทธิ์ของเธอหล่นลงไปที่พื้น


"หยุด! นายทำฉันเจ็บ!" เธอพยายามที่จะเตะเขา ในขณะที่เขาโยนเธอลงบนเตียง ร่างของเขาบดบังแสงจันทร์ที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง


"ดี" เขาตอบง่ายๆ และเขาก็จับข้อมืออีกข้างของเธอแล้วตรึงเธอไว้เหนือหัว


"นายทำแบบนี้ทำไม?" เธอกระซิบ


"เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันกำลังจะทำอะไร เกรนเจอร์" เขาตอบ


"ทำไม นายถึงพยายามทำให้ฉันลืม"


เขานิ่ง มัลฟอยผ่อนแรงที่กำข้อมือของเธอ แต่ยังไม่ปล่อยเธอ


"เธอรู้ได้ไง?" เขาถามในที่สุด


"ถ้าฉันบอกนายก็โมโหอีก" เธอตอบ และพยายามที่จะขยับตัวออกจากเขา


"ให้ฉันเดา การเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในชั้น ทำให้เธอสังเกตผลกระทบของคาถาแปลงหน่วยความจำที่ฉันร่ายใส่เธอเมื่อคืนก่อนงั้นสิ" มัลฟอยพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย


"ใช่" เฮอร์ไมโอนี่พูดด้วยความตื่นตระนก มือของเธอเริ่มชา เธอไม่แน่ใจว่าเขากำลังจะทำอะไรต่อไปแล้ว


"มันไม่สำคัญแล้วละ ฉันจะทำให้เธอลืมมันไปซะ"


เฮอร์ไมโอนี่เตะประท้วง ถ้าเพียงเท้าของเธอสามารถไปถึงปลายเตียงได้ เธอคงสามารถคว้าไม้กายสิทธิ์จากพื้นได้


"ใจเย็นๆ เกรนเจอร์" เขาเอ่ยยานคาน ขณะที่เขารวบข้อมือของเธอเหนือหัวแล้วจับมันด้วยมือข้างเดียว เขาใช้มืออีกข้างคว้าไม้กายสิทธิ์ของเขาออกมา "เธออยากจำเรื่องแบบนั้นไปทำไมกัน เธอต้องการจะจำ เหตุการณ์ที่ทำให้พ่อแม่เธอตายหรือไง"


"ฉันต้องการจำเขา นายไม่สามารถลบมันไปจากฉันได้" เธอพูดอย่างหมดหวัง ดวงตาสีเงินคู่นั้นเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอก้าวต่อไป เขาเป็นปริศนาที่เธอยังไขไม่ออก และเขาเป็นคนเดียวที่รับรู้เหตุการณ์วันนั้น เขาเป็นคนเดียวที่รับรู้ถึงความเจ็บปวดของเธอ ไม่ว่าแฮร์รี่จะพยายามแค่ไหน เขาก็จะไม่เข้าใจสิ่งที่เฮอร์ไมโอนี่เผชิญ เพราะแฮร์รี่ไม่ได้อยู่ที่นั่นในคืนนั้น แต่เขาอยู่ ชายดวงตาสีเงิน เธอต้องการที่จะจดจำเขา


"ทำไมมันถึงสำคัญกับเธอนักหนา!? มีคนช่วยชีวิตเธอ เธอควรจะมียินดีและลืมมันไปซะ! แต่ไม่ เธอจะต้องออกไปตามหาตัวเขา ให้พวกภาคีงี่เง่านั่นตามหาเขา เธอทำให้ชีวิตทุกคนเขายุ่งไปหมด ถ้าเธออยากจะขอบคุณเขา สิ่งที่เธอทำได้คือ ลืมเขาไปซะ"


"ฉันไม่ต้องการลืม! มัลฟอย, ได้โปรด มันเป็นความจำของฉัน ถ้านายต้องการ ฉันจะแกล้งลืมมันไปซะ และนายสามารถไปบอกเขาว่านายทำงานของนายเสร็จแล้ว นายสามารถบอก โวล-” คำพูดของเธอถูกตัด ด้วยการแรงตบบนใบหน้าของเธอ


เฮอร์ไมโอนี่ตกตะลึง ใบหน้าของเธอชา ราวกลับโลกหยุดหมุน มัลฟอยนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน เธอไม่อยากจะเชื่อเลย


เขาเพิ่งตบเธอ 

ผู้เสพความตาย ตบเธอเข้าที่หน้า 

ไม่สิ ผู้ชาย ไม่ว่าเขาจะเป็นผู้เสพความตายหรือไม่

เธอไม่อยากจะเชื่อเลยได้ว่า ผู้ชายคนหนึ่งเพิ่งตบเธอเข้าที่หน้าอย่างจัง


เธอสงสัยว่าทำไมมัลฟอยถึงไม่ขยับ แต่ใช้เวลาไม่กี่วินาทีเธอก็ตระหนักได้ว่า เขาใช้มือข้างเดียวกับที่จับแขนเธอตบเธอ เธอไม่ได้ถูงตรึงอีกต่อไป เฮอร์ไมโอนี่รวบรวมความคิดทั้งหมดในแบบสโลว์โมชั่น ถึงแม้ว่าความจริงมันจะผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที


เธอพุ่งตัวออกจากเตียงอย่างรวดเร็ว และกลิ้งไปบนพื้นเพื่อคว้าไม้กายสิทธิ์ของ เธอคาถาแรกที่เข้ามาในหัวของเธอคือคาถาโล่ป้องกัน ทันทีที่เธอเสกแสงสีฟ้าพุ่งออกมาจากไม้กายสิทธิ์ของเธอและล้อมรอบตัวเธอไว้

มัลฟอยยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน มือที่เขาใช้ตบเธอ ยกขึ้นต่อหน้าของเขา และเขาก็จ้องมันราวกับว่า เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน มือของเขาสั่นอย่างไม่สามารถควบคุมได้


เฮอร์ไมโอนี่ไม่แน่ใจว่าควรทำอะไรต่อไปดี ถ้าเธอพยายามจะหนี เขาคงหยุดเธอ ทางเดียวที่เหลือคือเธอต้องสู้กับเขา แต่ในหัวของเธอตอนนี้อยู่ในโหมดป้องกัน ไม่ใช่โหมดต่อสู้ คาถาโล่ป้องกันที่เธอร่ายจะคงอยู่หากเธอตั้งสติเอาไว้


"ฉัน ทำอะไร ลงไ-” ในที่สุดเขาก็พูด ไม้กายสิทธิ์ของเฮอร์ไมโอนี่ชี้ไปที่เขา จากอีกด้านหนึ่งของเตียง


เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ตัวว่าเธอย้ายออกมาจากตรงนั้นแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ แสงจากไม้กายสิทธิ์ของเฮอร์ไมโอนี่ ส่องกระทบกับดวงตาสีเงินสว่างคู่นั้นที่มองขึ้นสบตาของเธอ

ดวงตาของเขาที่ปกติเป็นสีเทา ตอนนี้กำลังส่องประกายเป็นสีเงิน นัยน์ตาของเขาเบิกกว้าง เธอถอยหลังกลับไป โล่คาถาป้องกันของเธอหายไป เนื่องจากเธอไม่สามารถควบคุมสติได้


"นะ...นายคือ... " เธอหาคำพูดไม่ได้ ขณะที่เธอพยุงตัวเองอยู่ที่ผนัง สมองของเธอตีกันวุ่นไปหมด และร่างกายของเธอสั่นเทา เธอรู้สึกว่าไม้กายสิทธิ์กำลังหลุดจากมือของเธอ และลมหายใจของเธอก็ถี่ขึ้น ดวงตาของเธอกลิ้งไปด้านหลังศีรษะของเธอ 

จากนั้นเธอก็หมดสติไป






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #45 ToonArt (@toonzanaka) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 17:07
    สนุกมากกกก
    #45
    0
  2. #42 Miya. (@yonoop) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 11:59

    เดรตบทำไมมม??

    #42
    0
  3. #36 Chatthida2543 (@Chatthida2543) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 14:34

    โอ๊ยยยยเดรโกเธอตบเฮอร์ทำไม มันค้างมากค่ะ55555 รอติดตามนะค่ะ
    #36
    0