ใต้อาณัติหัวใจ

ตอนที่ 8 : 2.4 รักไร้ข้อแม้ รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,631
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

               “แม่!


                เธอตะโกนร้องเรียกมารดาเสียงดังลั่น ตกใจจนมือไม้สั่น ใบหน้านวลซีดเผือดเพราะรู้สึกช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอทำอะไรไม่ถูกเมื่อความกลัวพุ่งเข้าจู่โจมถาโถมเข้าใส่อย่างรวดเร็ว คนแรกที่เธอคิดถึงคือทัยวัต อินตราหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดโทรหาเพื่อนหนุ่มทันที


                “วัตช่วยรี่ด้วย!!” เสียงเธอสั่นจนปลายสายจับสังเกตได้


                “เกิดอะไรขึ้นรี่ นั่นคุณเป็นอะไรหรือเปล่า” ทัยวัตขมวดคิ้วพลางทำหน้านิ่วเมื่อรับสายอินตราโดยมีสายตาสนใจของอินทิรามองมาที่เขาตาไม่กะพริบ


                “แม่...แม่ของรี่ วัตมาช่วยแม่รี่ด้วย” เธอรัวเสียงไปตามสายด้วยความตกใจจนไม่สามารถเรีบบเรียงประโยคบอกให้ทัยวัตเข้าใจว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นกับเธอและมารดา


                “คุณน้าเป็นอะไรรี่ แล้วตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน” น้ำเสียงร้อนใจดังไปตามสาย รางสังหรณ์บอกเขาว่าต้องเกิดอะไรบางอย่างขึ้นกับมารดาของเพื่อนสาว


                “แม่เลือดออกเยอะมากเลยวัต...รี่จะทำยังไงดี วัตมาช่วยรี่ด้วยนะ รี่กลัว” เธอรัวเสียงไปตามสายคนละเรื่องกับที่เพื่อนถามมาเพราะความตกใจจนไม่ได้ฟังที่เพื่อนพูด


                “ใจเย็น ๆ นะรี่ บอกผมก่อนว่าตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน” ทัยวัตรู้สึกตกใจแต่ยังมีสติพอที่จะชะลอรถเข้าจอดข้างทางพร้อมกับปลอบเพื่อนสาวพลางถามหาตำแหน่งที่อินตราอยู่ในขณะนี้โดยมีสองสาวที่อยู่ในรถกับเขาด้วยมองมาด้วยความสนใจและตกใจไปด้วยเช่นกัน


                “ถนนในซอยบ้านรี่ค่ะ รถของเราถูกชน ตอนนี้แม่ไม่ได้สติเลย รี่จะทำยังไงดี คุณต้องช่วยแม่ของรี่นะ รี่กลัวเหลือเกินวัต เลือดของแม่ไหลเยอะมากจนรี่ไม่รู้จะทำยังไงก่อนดีแล้ว” เสียงสั่นรำพันไปตามสายอย่างคนสติไม่อยู่กับตัว


                “แล้วคุณเป็นอะไรมากหรือเปล่ารี่ เจ็บตรงไหนบ้างไหม” ทัยวัตถามด้วยน้ำเสียงแสดงความห่วงใยพลางกลับรถเปลี่ยนเส้นทางทันทีทั้งที่ยังไม่ทันได้ส่งสองสาว ตอนนี้เขาเป็นห่วงเพื่อนจนลืมพวกเธอไปถนัดใจ


                “รี่ไม่เป็นไรแต่แม่ แม่ของรี่ วัตต้องช่วยแม่รี่นะ แม่เลือดออกเยอะเหลือเกิน รี่กลัวแม่จะตาย รี่กลัวจริง ๆ วัต” อินตรารู้สึกเหมือนจะเป็นบ้าไม่สามารถควบคุมความตกใจและความกลัวของตัวเองกับสภาพที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้จริง ๆ เธอกลัวว่าจะต้องสูญเสียมารดาไป


                “ทำใจดี ๆ ไว้รี่ เดี๋ยวผมจะโทรแจ้งรถพยาบาลให้ไปที่เกิดเหตุเดี๋ยวนี้  แม่ของคุณจะต้องปลอดภัยแน่ ๆ”


                หัวใจของอินทิราหายวับไปตั้งแต่ได้ยินบทสนทนาระหว่างทัยวัตกับอินตราแล้ว มารดากับพี่สาวของเธอประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ เธอไม่รู้ว่าอาการของคนเป็นแม่สาหัสแค่ไหนแต่รู้ว่าท่านคงมีอาการรุนแรงไม่เบาเลยทีเดียวเพราะเดาเหตุการณ์ได้จากใบหน้ากับบทสนทนาของทัยวัตที่พูดคุยอยู่กับอินตรา


                “ช่วยโทรไปแจ้งรถพยาบาลให้ไปรับคนป่วยด้วย”


                ทัยวัตหันมาสั่งอินทิราและรีบหันกลับไปมองเส้นทางพร้อมกับพยายามปลอบโยนคอยให้กำลังใจเพื่อนสาวที่อยู่ปลายสายไปตลอดทางในขณะที่คนข้างกายรีบทำตามคำสั่งของเขาอย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่าควรเรียกรถพยาบาลจากที่ใดที่จะถึงตัวมารดาและพี่สาวได้เร็วที่สุด


                ทัยวัตใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการเดินทางและทันทีที่ถึงโรงพยาบาล ร่างสูงรีบลงจากรถโดยมีสองสาวตามมาด้วยกันติด ๆ เท้ายาวก้าวอย่างรวดเร็วตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลพร้อมกับแจ้งชื่อผู้ป่วยเพื่อสอบถามอาการอย่างรีบร้อน


                “ไม่ทราบว่าคนไข้ชื่ออินทุอรกับอินตรา สุพรรณเมธาที่เพิ่งได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์อยู่ห้องไหนครับแล้วอาการเป็นยังไงบ้าง” พอได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ทั้งสามก็รีบตรงไปยังห้องฉุกเฉินเพื่อรอสอบถามอาการแม่ลูกสุพรรณเมธากับแพทย์เจ้าของไข้


                “คนไข้ที่ชื่ออินตราอาการเป็นยังไงบ้างครับ” ทัยวัตรีบสอบถามอาการเพื่อนสาวกับพยาบาลที่เขาได้พบคนแรกบริเวณหน้าห้องฉุกเฉินทันที


                “คุณอินตรา สุพรรณเมธาใช่ไหมคะ” พยาบาลสาวสอบถามชื่อและนามสกุลคนไข้อีกครั้งเพื่อความถูกต้องในการตอบคำถามญาติผู้ป่วย


                “ใช่ครับ เธอกับแม่ของเธอเป็นอย่างไรบ้างครับ” ทัยวัตพยักหน้าพลางถามถึงอาการมารดาของเพื่อนอีกคน


                “คุณอินตราปลอดภัยค่ะ เธอไม่ได้รับบาดเจ็บทางร่างกายแต่สภาพจิตใจของเธอแย่มาก คงเกิดจากความกังวลเป็นห่วงคุณแม่บวกกับยังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิด คุณหมอเลยให้ยานอนหลับกับเธอ ส่วนคุณอินทุอรอาการยังน่าเป็นห่วงอยู่มากค่ะ คนไข้เสียเลือดมากและที่สำคัญทางโรงพยาบาลมีเลือดกรุ๊ปเดียวกับคนไข้ไม่เพียงพอต่อความต้องการเรากำลังติดต่อขอรับบริจาคเลือดในกรุ๊ป negative อย่างเร่งด่วนอยู่ค่ะ” พยาบาลสาวตอบช้า ๆ แต่ชัดเจน


                “อินตราละครับ เธอเป็นลูกสาวคุณอินทุอร ทั้งคู่ไม่ได้มีเลือดกรุ๊ปเดียวกันหรือครับ” เสียงทุ้มสอบถามอย่างสงสัย


                “คุณอินตรามีกรุ๊ปเลือดเป็น Positive ค่ะ ส่วนใหญ่คนที่มีเลือดในกลุ่ม Negative ถ้าแต่งงานกับคนที่มีกรุ๊ปเลือดในกลุ่ม Positive บุตรที่เกิดจะเป็น Positive ค่ะ คนไทยเราส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มนี้เกือบทั้งหมดจะมีเพียงแค่ 0.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เป็น Negative ซึ่งถือว่าเป็นกรุ๊ปเลือดกลุ่มพิเศษ ส่วนมากจะมีในชาวต่างชาติค่ะ” พยาบาลสาวให้รายละเอียดแก่ญาติผู้ป่วยอย่างคล่องแคล่ว


                “ดิฉันค่ะคุณพยาบาล ดิฉันมีเลือดกรุ๊ปเดียวกับคุณอินทุอร ดิฉันบริจาคให้ท่านได้ค่ะ” อินทิรารีบเสนอตัวอย่างไม่ลังเล โชคดีที่เธอมีเลือดกรุ๊ปเดียวกับมารดาในขณะที่อินตราคงมีเลือดกรุ๊ปเดียวกับบิดาของเธอ และคงเป็นโชคของเธอที่มีเลือดกรุ๊ปเดียวกับนางอินทุอรเช่นกัน


                “จริงด้วย มัทรีก็มีเลือดกรุ๊ปนี้เหมือนกันนี่”


                ลิซ่าเองก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอินทิรามีกรุ๊ปเลือดกลุ่มพิเศษเช่นกัน และเป็นความโชคดีของเพื่อนที่มีเลือดกรุ๊ปเดียวกับนางอินทุอรเพราะอินตราลูกคนแรกมีเลือดเป็น Rh+ แล้ว ถ้าอินทิราซึ่งเป็นบุตรคนที่สองมีกรุ๊ปเลือดเป็น Rh+อีกคนละก็โอกาสเสี่ยงสูงมากในการเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ภาวะตัวเหลือง ตาเหลือง บางรายอาจถึงขั้นตาย เพราะได้รับอันตรายจากแอนติบอดี้ของแม่ เนื่องจากแม่สร้างแอนติบอดี้ได้มาก เมื่อเลือดแม่ส่งอาหารเข้าไปเลี้ยงทารกโดยผ่านทางรก แอนติบอดี้ของแม่จะทำปฏิกิริยารวมตัวกับแอนติเจน ที่ผิวเม็ดเลือดแดงของลูก ทำให้เลือดลูกตกตะกอน และลูกอาจจะตายก่อนเกิดได้


                และคำตอบของอินทิราทำให้ทัยวัตเหลือบสายตามองหญิงสาวข้างกายด้วยความรู้สึกอ่อนโยน น้องสาวของอินตราไม่ลังเลที่จะให้ความช่วยเหลือนางอินทุอร ทั้งที่คนเป็นมารดาไม่เคยยอมรับในตัวเธอซ้ำยังรังเกียจและผลักไสลูกชังอย่างเธอเรื่อยมา


                ทัยวัตผ่อนลมหายใจยาวเหยียดพร้อมกับยอมรับกับตนเองว่า สีหน้าร้อนใจกับท่าทีเป็นกังวลของหญิงสาวบวกกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้เห็นอินทิราทำเพื่อนางอินทุอรและอินตรามาโดยตลอดแทรกซึมอยู่ในใจของเขาเรื่อยมาเช่นกัน แม้ว่าเขาจะพยายามปิดกั้นหัวใจตัวเองไว้ที่คำว่าเกลียดบิดาของหญิงสาวก็ตามที ตาคมแสดงชัดถึงความชื่นชมจึงยังทอดมองตามแผ่นหลังเหยียดตรงของสาวสวยที่ก้าวเท้ารวดเร็วเดินตามพยาบาลเข้าไปในห้องเจาะเลือดจนลับสายตา


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

282 ความคิดเห็น

  1. #8 25142551 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 20:28
    ขนาดนี้แล้วถ้าแม่กับพี่และนายทัยวัตยังสิ้นคิดอีกก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว คนละคนควรมีเหตุผลแยกแยะดีกว่าไหมคะ
    #8
    0
  2. #1 จอมภัค มีจั่นเพชร (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กันยายน 2560 / 21:36
    มีกรุ๊ปเลือดถ่ายทอดมาตรงกันขนาดนี้ ไม่น่าจะเกลียดลูกไดัมากมายเลย ถึงแม้จะมีปมไม่ดีมาจากพ่อก็เถอะ
    #1
    0