ใต้อาณัติหัวใจ

ตอนที่ 7 : 2.3 รักไร้ข้อแม้ รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,991
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

               ถึงทัยวัตจะทำเสียงและสีหน้าเย็นชาแค่ไหนแต่ลิซ่าก็พอจะดูออกว่าเขาเป็นห่วงเธอกับมัทรีจริง ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่รีบตามพวกเธอออกมาแบบนี้หรอก เธอค่อนข้างมั่นใจว่าเจ้าของฟาร์มโคนมชื่อดังคนนี้ ลึก ๆ แล้วก็คงแอบมีใจให้กับเพื่อนของเธออยู่บ้างนั่นแหละแต่ติดตรงที่อินทิราเป็นลูกสาวนายปองพลคู่อริของทัศน์พลพี่ชายของเขาเลยมีส่วนให้ทัยวัตต่อต้านอินทิราทั้งที่ในใจก็คงหวั่นไหวให้กับความน่ารัก ความรักและภักดีที่เพื่อนของเธอมอบให้อย่างแน่นอน ในเมื่ออินทิราทั้งสวยและจิตใจดีขนาดนี้ หนุ่ม ๆ คนไหนได้รับความรักจากหญิงสาวทั้งใจแล้วจะไม่หวั่นไหวบ้างก็ให้รู้ไปสิ


                “ไปมัทรี...ขืนเราเล่นตัวนานกว่านี้มีหวังคุณวัตทิ้งเราแน่ ๆ นาน ๆ จะมีราชรถมาเกยสักที”


                ลิซ่าหันมาพยักพเยิดกับเพื่อนสาวที่เอาแต่หลบหน้าหลบตาแต่พอสิ้นคำพูดของเธอเท่านั้น อินทิรารีบเงยหน้าขึ้นมองหน้าเธอเหมือนจะขอความเห็นใจ ทำให้ลิซ่ารู้สึกเห็นใจเพื่อนมากจนต้องรีบดึงแขนขาว ๆ พาก้าวเร็วผ่านหน้ารถของชายหนุ่มผ่านไปจนถึงเบาะโดยสาร


                ลิซ่าดึงประตูด้านผู้โดยสารข้างหน้าออกพร้อมกันบดันร่างเพรียวในชุดรำครบเครื่องเข้าไปนั่งเสร็จสรรพ ไม่ลืมที่จะเอ่ยกำชับห้ามไม่ให้อินทิราดื้อดึงหนีลงมาจากเบาะหน้าแม้จะเข้าใจว่าเพื่อนของเธอรู้สึกประหม่าและหวั่นไหวกับสายตาคมของทัยวัตแค่ไหน


                “เธอน่ะนั่งนี่แหละ เดี๋ยวฉันนั่งเบาะหลังเอง ห้ามเรื่องเยอะเข้าใจใช่ไหมอินทิรา” สาวลูกครึ่งออกคำสั่งด้วยเสียงเข้มพร้อมกับส่งสายตาขู่จนอินทิราจำเป็นต้องทำตามโดยปริยาย


                อินทิราจึงได้แต่นั่งเงียบ อดทนต่อสถานการณ์ชวนอึดอัดตรงหน้าแม้หัวใจจะสั่นคลอนแค่ไหนเมื่อเหลือบเห็นสายตาราบเรียบกับท่าทางเยือกเย็นของทัยวัต


 

                ทางด้านนางอินทุอรหลังจากทำให้อินทิราซมซานออกจากงานเลี้ยงไปได้นางก็รู้สึกสะใจ ความเกลียดในตัวนายปองพลที่ฝังแน่นทำให้เธอไม่เคยคิดว่าบุตรสาวชายโฉดนั่นคือเลือดในอกของเธอเองเช่นกัน ถึงแม้เธอจะยอมรับว่าอินทิรามีใบหน้าละม้ายคล้ายพิมพ์เดียวกันกับเธอ มากซะยิ่งกว่าอินตราที่มีรูปหน้าไปทางนายเมธีผู้เป็นพ่อ แต่ยิ่งอินทิราเหมือนเธอมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเกลียดในตัวเด็กสาวมากขึ้นเท่าเทียมกัน เพราะอินทิราเปรียบเสมือนเงาอดีตที่คอยตามหลอกหลอนไม่ยอมจางหาย ยิ่งเห็นก็ยิ่งคิดถึงสิ่งที่บิดาของเด็กสาวทำไว้กับเธอไม่รู้ลืม


                “สะใจแม่จริง ๆ ที่ทำให้นังเด็กนั่นซมซานออกไปจากงานคืนนี้ได้ ป่านนี้มันคงจะรู้สึกตัวแล้วล่ะว่า ตัวมันเป็นเหมือนกับเชื้อโรคที่สร้างความรังเกียจให้กับทุกคน อยากให้พ่อของมันมาเห็นสภาพนังลูกสาวนัก ได้ข่าวว่ามันทั้งรักทั้งเทิดทูนกันมากเลยนี่นะ”


                อินตราถอนหายใจแรง ๆ กับคำพูดของมารดาเพราะหากเธอไม่ห้ามท่านไว้บางทีป่านนี้ความลับที่ปกปิดไว้อาจถูกนังเด็กลูกครึ่งนั่นเปิดเผยแล้วก็เป็นได้ แววตาเยาะหยันของเด็กนั่นยังติดตาของเธอไม่รู้ลืม ความหงุดหงิดทำให้เธอต้องรีบขอตัวกลับมาก่อนที่จะมีใครเข้ามาซักถามมารดาให้มากความ เธอละสายตาจากท้องถนนเหลืบตามองมารดานิดหนึ่งก่อนจะตัดสินใจกล่าวเตือนถึงสิ่งที่มารดาทำลงไป


                “แต่รี่ไม่อยากให้แม่ทำอะไรโจ่งแจ้งแบบนี้อีกนะคะเพราะถ้าหากพวกมันปากโป้งเปิดเผยความจริงออกมาว่าตัวมันก็เป็นลูกคนหนึ่งของแม่เหมือนกัน คนที่จะเสียจะกลายเป็นฝ่ายเรานะคะแม่” อินตราเตือนมารดาด้วยสีหน้าเครียด เธอไม่อยากให้ความลับน่าอดสูของมารดาถูกนำมาตีแผ่


                “นังเด็กนั่นมันไม่กล้าแน่ ๆ” นางอินทุอรกล่าวอย่างมั่นใจ


                “แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่กล้าด้วยนี่คะ รี่ไม่อยากให้ทุกคนมองว่าเราทำร้ายมันเกินไป ขนาดวัตที่เป็นเพื่อนรี่ เข้าข้างรี่มาตลอด วันนี้วัตยังพูดเข้าข้างมันเลยนะคะแม่” อินตราบ่นอย่างไม่พอใจ


                “ไม่ใช่เพราะว่าเพื่อนของแกเริ่มที่จะสนใจมันขึ้นมากหรอกนะเชอร์รี่ นังมัทรีมันสวยไม่ใช่เล่นเลยนิ แกเองก็เห็นอยู่” นางอินทุอรทำหน้าเบ้


                “แม่พูดเรื่องอะไร วัตไม่มีทางรู้สึกแบบนั้นกับนังมัทรีแน่ ๆ ในเมื่อมันเป็นลูกสาวไอ้ปองพลศัตรูของพี่ทัศน์”       อินตราหันมาจ้องมองมารดาด้วยสายตาตำหนิ


                “ฮึ...แกไม่เคยดูละครบ้างหรือไงฮะเชอร์รี่ ไอ้ที่พระเอกแก้แค้นลูกสาวศัตรูแล้วไปไปมามาก็กลับมาหลงรักมันซะอย่างนั้น เรื่องจริงก็มีอยู่ดาษดื่นไอ้ที่เกลียดกันนักเกลียดกันหนาสุดท้ายก็พากันหนีขึ้นเตียงนอนเคียงกันสบายใจเฉิบมีให้เห็นออกเกลื่อนไป” นางอินทุอรชม้ายชายตาส่งค้อนใส่บุตรสาวตาพลิกตาคว่ำ


                “เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ วัตไม่มีทางสนใจนังเด็กนั่น” อินตราปฏิเสธทันทีแม้จะเริ่มวิตกขึ้นมาเหมือนกัน ลึก ๆ เธอก็กลัวเหลือเกินว่าจะเสียทัยวัตให้กับอินทิราเพราะใช่ว่าเธอจะดูเด็กนั่นไม่ออก สายตาแสดงความรักที่เด็กนั่นใช้ทอดมองทัยวัตมันเปิดเผยออกขนาดนั้น


                “แม่รู้นะว่ารี่เองก็รักทัยวัตแล้วทำไมรี่ถึงไม่รีบทำอะไร ๆ ซะบ้าง ถ้าเราไม่บอกเขาก็ไม่รู้นะเชอร์รี่”


                นางอินทุอรลอบผ่อนลมหายใจหนักอกแทนบุตรสาว เธอรู้ดีว่าอินตราคิดอย่างไรกับทัยวัตและเธอก็รู้เช่นกันว่าเด็กนั่นก็เช่นเดียวกัน ความจงรักภักดีที่ถ่ายทอดผ่านสายตาเศร้าคู่นั้น ไม่ว่าใครก็ดูออกอย่างง่ายดาย เธออยากให้อินตราสมหวังมากกว่าลูกไอ้ชายโฉดปองพล ลูกสาวของเธอจะต้องไม่แพ้ลูกของไอ้โจรชั่วนั่นอย่างเด็ดขาด


                “แม่!” ใจหายวับ นี่เธอแสดงออกชัดเจนขนาดมารดายังรู้เท่าทันความคิดของเธอเลยอย่างนั้นหรือ


                รถที่ขับมาดี ๆ เกิดสะดุดไปจังหวะหนึ่งเมื่อผู้ขับขี่เกิดอาการสะดุ้งจนเผลอแตะเบรกเป็นเหตุให้ความปลอดภัยจากการใช้ถนนลดต่ำลง ความระมัดระวังของอินตราก็น้อยไปตามลำดับทำให้เธอไม่ทันสังเกตความไม่ปกติของกระบะคันหนึ่งที่กำลังจะแล่นสวนมาเพราะการส่ายไปมาของเคลื่อนยนต์ดูน่าหวาดเสียว ซ้ำร้ายถนนเส้นที่เธอใช้เดินทางก็เป็นถนนสายเล็กสองเลนซึ่งเป็นเส้นทางลัดที่เธอใช้เดินทางกลับบ้านอยู่เป็นประจำ


                เอี๊ยด!!... “กรี๊ด! / ว๊าย!!


                เสียงห้ามล้อดังลั่นพร้อมกับเสียงกรีดร้องของอินตราและนางอินทุอรที่อยู่ภายในรถเมื่อกระบะคันใหญ่พุ่งเข้าชนรถของทั้งคู่ แต่โชคดีที่จังหวะในการกระแทก อินตราหักพวงมาลัยรถอย่างรวดเร็วทำให้แรงจากการปะทะเกิดขึ้นที่บริเวณข้างรถช่วงเบาะโดยสารด้านหลังและเมื่อเกิดการชนขึ้นอย่างแรงทำให้รถของอินตราเกิดการหมุนและกระเด็นไปชนเสาไฟฟ้าข้างทางในขณะที่รถกระบะพุ่งไปอีกไกลพอสมควรเลยทีเดียว


                อาการแรกที่อินตรารู้สึกคือใจหายและตกใจอย่างแรงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นถี่อยู่ในอก เธอรีบคลำหาบาดแผลบนศีรษะก่อนจะมองตามร่างกายจนทั่วเมื่อไม่พบร่องรอยความบอบช้ำใด ๆ แม้แต่รอยขีดข่วนเธอก็ลอบระบายลมหายใจด้วยความโล่งอกแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอไม่ได้มาเพียงลำพัง อินตรารีบหันหน้าไปมองมารดาอย่างรวดเร็วและพลันใจหายอีกครั้งเมื่อเห็นเลือดแดงฉานไหลเปรอะเปื้อนไปทั้งศีรษะตลอดจนใบหน้าของคนเป็นแม่ซึ่งแน่นิ่งไปโดยไม่ได้สติ

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

282 ความคิดเห็น

  1. #211 A-Arun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:10
    ความจริง จะดราม่าก็ไม่น่าให้แม่เกลียดลูกในไส้ขนาดนี้นะคะ
    #211
    0
  2. #7 25142551 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 20:22
    คุณอินทุอรแค้นพ่อแต่มาลงกับลูก แบบจิตใจมืดบอดขนาดนี้ก็ไม่โอเพราะเด็กคนนี้ก็ลูกคุณเหมือนกันนะอย่าลืม
    #7
    0