นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

เนื้อคู่ตุนาหงัน

คุณเชื่อเรื่อง “รักแท้ปาฏิหาริย์ไหม” เคยได้ยินตำนานเรื่อง “ด้ายแดงแห่งรัก” หรือเปล่า เส้นด้ายสีแดงที่ผูกพันคนสองคนไว้ด้วยกัน ที่ใคร ๆ เรียกกันติดปากว่า “เนื้อคู่”

ยอดวิวรวม

286

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


286

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  11 พ.ค. 63 / 21:26 น.
นิยาย ͤع˧ѹ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ขา...สู้ศึก ผู้ชายธรรมดาๆ ที่ไม่โดดเด่น เขาแอบหลงรักเธอที่เป็นดาวดวงเด่นในมหาวิทยาลัยแต่เธอกับเลือกและตกลงคบหาเพื่อนของเขาอย่างเนิ่นนานกระทั่งในคืนฉ่ำฝนที่รถของเขาดันไปเสียอยู่ข้างทางสายเปลี่ยวและพายุที่โหมกระหน่ำพัดพารถคันหนึ่งให้มาประสบอุบัติเหตุต่อหน้าต่อตาของเขาพร้อมกับเธอที่เป็น "เนื้อคู่" ให้เขาได้พบและช่วยเหลือเธอ 

เธอ...หนึ่งฤทัย สาวช้ำรักที่ถูกคู่หมั้นหักหลังทรยศรักในคืนฝนพรำ ความเสียใจก่อให้เกิดความประมาทและชักพาเธอให้ไปเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายเปลี่ยวในคืนฟ้าบันดาลให้เธอไปพบกับเขาที่เป็น "เนื้อคู่" ก่อนจะผลัดพรากกันไปแต่ทิ้งด้ายแดงแห่งความทรงจำร้อยถักไว้ให้เธอต้องติดตามหาเขาให้เจอ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 พ.ค. 63 / 21:26




คุณเชื่อเรื่อง “รักแท้ปาฏิหาริย์ไหม”

เคยได้ยินตำนานเรื่อง “ด้ายแดงแห่งรัก” หรือเปล่า

เส้นด้ายสีแดงที่ผูกพันคนสองคนไว้ด้วยกัน

ที่ใคร ๆ เรียกกันติดปากว่า  “เนื้อคู่”

 

พวกคุณน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้าง ปลายเชือกด้านหนึ่งผูกรัดอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของคุณและร้อยโยงไปที่นิ้วนางข้างซ้ายของคนที่เป็นเนื้อคู่ที่พวกคุณทั้งคู่ไม่สามารถมองเห็นเชือกเส้นนั้นด้วยตา แต่จะเห็นมันได้ด้วยหัวใจ ในวันที่คุณได้พบกัน เชือกแดงแห่งรักที่เป็นดังสายใยที่ร้อยรัดคนสองคนไว้ด้วยกัน

เขาเคยหัวเราะขันตำนานปรัมปราที่อ่านเจอในอินเตอร์เน็ต สู้ศึกไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่ง หญิงสาวคนหนึ่งที่เขาเคยแอบให้ความสนใจกับเธอจะเดินกลับเข้ามาในชีวิตของเขา มาทำให้หัวใจเขาเบ่งบานและพบเจอกับเรื่องอัศจรรย์ที่ทำให้เขาเชื่อหมดใจว่าตำนานปรัมปราที่ได้ยินมานั้นเป็นเรื่องจริง

คุณเองก็เช่นกัน...บางที ระหว่างที่คุณกำลังอ่านเรื่องราวของสู้ศึกอยู่นี้ เส้นด้ายสีแดงบางๆ ที่คุณไม่เห็นด้วยตาเปล่าอาจกำลังแสดงอิทธิฤทธิ์ของมันอยู่ โดยที่คุณไม่รู้ตัวก็เป็นได้ ลองก้มดูที่นิ้วก้อยซ้ายของคุณดูสิ

บริเวณโดยรอบเงียบสงัด ไร้ผู้คนสัญจรผ่านไปมา  มีเพียงชายหนุ่มที่ก้มๆ เงยๆ ดูเครื่องยนต์หน้ารถตนเองในขณะที่ ท้องฟ้ากำลังพยับเมฆฝนส่งเสียงคำรามฮึมฮำขู่ก้องขอบฟ้า ลมพัดอึงอู้คล้ายประกาศเตือนว่าพายุใหญ่กำลังเคลื่อนตัวมาเยือนในอีกไม่ช้าไม่นาน สายฝนพร่ำแผ่วกระชั้นก่อนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา

สู้ศึกถอนหายใจหงุดหงิดแล้วรีบวิ่งหลบขึ้นมานั่งหลังพวงมาลัยบนรถมองสายฝนข้างนอกที่กำลังเทกระหน่ำราวฟ้ารั่วขณะที่เขาติดแหงกอยู่บนท้องถนนเมื่อรถเจ้ากรรมเกิดมาขัดข้องบนทางสายเปลี่ยว คงต้องอดทนรอจนกว่าฝนจะซาเขาจึงหยิบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนขึ้นมาท่องโลกโซเชียลฆ่าเวลาไปพลางๆ

จังหวะที่สู้ศึกให้ความสนใจกับข้อมูลข่าวสารบนหน้าจอสมาร์ทโฟนเมื่อเสียงล้อเบียดพื้นถนนดังสนั่นขึ้นพร้อมเสียงวัตถุความเร็วสูงปะทะกับแท่งปูนกั้นข้างทางทำให้เขาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ดวงตาแสดงอารมณ์ตวัดออกจากหน้าจอโทรศัพท์เงยหน้าขึ้นมองอุบัติเหตุดังกล่าวด้วยความตกตะลึง

 “เอี๊ยด!...โครม!

            รถเก๋งสีดำทะมึนไม่ผิดสีเมฆพยับฝนบนฟ้าไร้แสงจันทร์ขับพุ่งชนแท่งปูนกั้นเกาะกลางถนนอย่างแรงจนหน้ารถยุบแล้ว เกิดกลุ่มควันสีเทาจางลอยโขมงขึ้นจากฝากระโปรงด้านหน้า จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สู้ศึกตื่นจากอาการตะลึง เขารีบเปิดประตูรถและก้าวลงไปก่อนจะวิ่งฝ่าสายฝนเข้าไปหารถคันดังกล่าวที่จอดสนิทในสภาพหน้ารถยุบปักคาอยู่กับแท่งปูนกั้นถนน ชายหนุ่มรีบเข้าไปช่วยงัดประตูข้างคนขับด้วยความรวดเร็ว แล้วดึงตัวหญิงสาวผู้บาดเจ็บออกมาจากรถได้อย่างทันท่วงที

หญิงสาวที่ตกอยู่ในสภาพอ่อนระโหยโรยแรงราวใกล้หมดสติ ลมหายใจของเธอหอบแผ่ว ทุกจังหวะในการให้ความช่วยเหลือจึงเป็นไปด้วยความรีบเร่ง เขาช้อนตัวหญิงสาวอุ้มเดินออกห่างจากจุดเกิดเหตุได้ทันเวลาก่อนรถยนต์ของเธอจะเกิดประกายไฟลุกไหม้ เปลวเพลิงโหมแรงแม้สายฝนจะเทกระหน่ำไม่ขาดสายแต่แรงไฟยังครุโชนท่วมไปทั้งคันรถ เสียงระเบิดจะดังมาจากตัวรถ ก้องขึ้นท่ามกลางความสงัดของยามราตรี

            เขาหันไปมองเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยความรู้สึกสยอง แต่ทันทีที่เห็นหน้าหญิงสาวในอ้อมแขนชัดๆ ก็เกิดอาการตกตะลึงพร้อมกับความรู้สึกใจหายเมื่อคิดว่าเธอเกือบจบชีวิตในซากรถตรงหน้าหากรถของเขาไม่เกิดขัดข้องอยู่ ณ ที่แห่งนี้ด้วยความบังเอิญ

            ‘หนูหนึ่ง...

กว่าหัวใจของสู้ศึกจะกลับไปเต้นในจังหวะปกติ เขาก็ผ่อนลมหายใจอย่างแรงด้วยความรู้สึกโล่งอก นับว่าเธอยังพอมีโชคถึงมาประสบอุบัติเหตุในจุดที่เขาอยู่ มิเช่นนั้นป่านนี้ร่างเธอคงวอดวายอยู่กลางกองเพลิงนั่นแล้วเป็นแน่

“คุณ! เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

ท่าทางหวาดผวาต่อเหตุการณ์ตรงหน้าจนไม่สามารถบังคับสติให้ตอบโต้ใดๆ เขาได้ทำให้สู้ศึกเห็นใจ เขาดึงร่างบอบบางที่สั่นเป็นลูกนกตกน้ำเข้ามาโอบกอดแทนคำปลุกปลอบให้กำลังใจ แต่เธอคงรับมือกับความรู้สึกที่เกิดอย่างกะทันหันไม่ไหวจึงหมดสติไปในอ้อมแขนของเขา สู้ศึกช้อนตัวหญิงสาวขึ้นอุ้มพาเดินกลับมาที่รถของตนพร้อมกับติดต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยและไม่นานเสียงไซเรนรถกู้ชีพก็แล่นใกล้เข้ามา กระทั่งจอดใกล้ที่เกิดเหตุ ก่อนจะมารับตัวหญิงสาวส่งโรงพยาบาล

 

หนึ่งฤทัยกะพริบตาแผ่วเบาหลายครั้งติดๆ ไล่อาการมึนงงพร่ามัวที่หนักอึ้งอยู่ในศีรษะ และร้าวลามถึงกระบอกตาเป็นเหตุให้เธอลืมตาได้อย่างยากลำบาก

“ยายหนึ่ง!...ลูกฟื้นแล้ว เป็นยังไงบ้างลูก ปวดหัวหรือว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่าลูก บอกแม่มาสิ” สตรีวัยสี่สิบปลายร้องถามเสียงรัวด้วยความร้อนใจ

“คุณแม่...หนึ่งเจ็บหน้าอกมากกว่าค่ะ” เธอตอบพลางหายใจขัดๆ

“คงเป็นผลจากการกระแทก เจ็บมากไหมลูก ให้แม่ตามหมอมาดูอาการหน่อยไหม” เปรมทิพย์เอ่ยอย่างเป็นกังวล

“ไม่เป็นไรค่ะ หนึ่งไม่ได้เจ็บมากแค่หายใจแล้วรู้สึกขัดๆ นิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ”

“คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองลูกแม่แท้ๆ โชคดีนะที่พ่อหนุ่มพลเมืองดีคนนั้นช่วยพาลูกออกจากรถได้ทันท่วงที ไม่เช่นนั้นป่านนี้เราแม่ลูกคงไม่ได้มาคุยกันดีๆ อย่างนี้หรอก นึกๆ แล้วแม่ละอดใจหายไม่ได้จริงๆ” เปรมทิพย์กล่าวอย่างขวัญเสียไม่หาย

คนเจ็บหลับตาอย่างพยายามทบทวนความทรงจำนึกถึงใบหน้าคมเข้มของชายผู้มีพระคุณคนนั้น บันทึกไว้ในในใจพร้อมให้สัญญากับตัวเองว่าจะต้องตามหาเพื่อขอบคุณเขาด้วยตัวเองให้ได้สักครั้ง

“ถ้าไม่มีเขาอยู่ตรงนั้น ทางสายเปลี่ยวขนาดนั้นคงไม่มีรถคันอื่นผ่านมาช่วยชีวิตหนึ่งไว้ได้ทันแน่ๆ ค่ะ หนึ่งอยากจะไปขอบคุณเขาด้วยตัวเองสักครั้งค่ะแม่” เธอเอ่ยอย่างหอบเหนื่อยจากการหายใจที่ยังไม่สะดวกนัก

“เอาเถอะจ้ะ...ไว้ลูกหายดีแล้ว ค่อยให้ตาณัฐพาไปขอบคุณเขาพร้อมกันก็ได้ แม่ว่าตอนนี้ลูกพักผ่อนให้มากๆ ดีกว่า จะได้หายไวๆ รู้ไหมจ๊ะ”

คำพูดของมารดาทำให้คนป่วยสะท้อนในอก ความขมขื่นทำเอาเธอแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ ณัฐ...ผู้ชายที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอผลีผลามขับรถออกมาในขณะฝนฟ้าคำรามด้วยความประมาทเช่นนั้น ภายในคืนเดียวกัน ผู้ชายคนหนึ่งฆ่าเธอทั้งเป็นในขณะที่ชายอีกคนยื้อชีวิตเธอไว้จากเงื้อมือมัจจุราช

หนึ่งฤทัยถอนหายใจเหนื่อยอ่อน ความอ่อนเพลียทำให้สมองของเธอเฉื่อยชาลงและหลับไปในเวลาไม่นานจากนั้น จวบจนรุ่งเช้า ความรู้สึกติดค้างในใจไร้ทำให้เธอยังระลึกถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา สลับกับภาพก่อนหน้านั้นที่ทำให้เธอตาสว่าง หญิงสาวสลัดภาพความเจ็บปวดแล้วโพสต์เรื่องราวหลังอุบัติเหตุโดยไม่นึกว่ามันจะกลายเป็นกระแสดังไปในโลกออนไลน์เธอหวังว่า เขาหรืออาจจะมีคนรู้จักเขาสักคนผ่านมาอ่านเจอแล้วทำให้เธอได้พบกับเขา เพื่อให้เธอได้ขอบคุณเขาด้วยตัวเองสักครั้ง

 

ไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านมาเกือบจะครบปีแล้วแต่เขายังไม่เคยไปพบกับเธออีกเลย แม้ว่ารุ่งขึ้นจากคืนที่เกิดอุบัติเหตุ เรื่องราวของเขาและเธอจะถูกนำเสนอออกไปเป็นข่าววงกว้างกลายเป็นเหตุการณ์ดุจปาฏิหาริย์เล็กๆ ของหนุ่มสาวจนเกิดเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์อยู่พักใหญ่ บ้างก็ว่าเป็นพรหมลิขิต บ้างว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ มีคนถึงกลับนำไปตั้งกระทู้เด่นในโลกโซเชียลตามหาเขา คงมีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่ามันไม่มีวันจะเป็นไปได้ในเมื่อเขาไม่เคยอยู่ในสายตาของเธอ

นอกจากตัวเขาแล้ว คงไม่มีใครจดจำได้ว่าเขากับเธอไม่ได้เพิ่งพบเจอกันเป็นครั้งแรกในคืนวันเกิดเหตุ แม้แต่หนึ่งฤทัยเองก็คงไม่เคยมีเขาอยู่ในความทรงจำ ผู้ชายธรรมดาๆ ที่ไม่เคยมีตัวตนในสายตาเธอซึ่งสาวรุ่นน้อง ดาวคณะคนนั้นเมื่อเธอมีสายตาไว้มองแต่เพื่อนของเขา  “ณัฐ อลงกรณ์”  แล้วหนึ่งฤทัยจะจำเขาได้อย่างไร เพราะแบบนั้นเขาจึงไม่เคยเปิดเผยตัวว่าเป็นคนที่ช่วยชีวิตเธอในคืนเกิดเหตุ ยิ่งคิดถึงเธอ หัวใจของเขาก็ยิ่งรู้สึกหน่วงๆ อย่างประหลาด ใบหน้าซีดเซียวกับแววตาวาวเสน่ห์ที่ตื่นตะลึงของเธอยังฝังอยู่ในความทรงจำของเขาไม่ลืม

ชายหนุ่มถอนใจหนักๆ รีบสลัดภาพเธอออกจากหัว อาจจะเป็นเพราะท้องฟ้ามืดครึ้มในคืนไร้จันทร์เช่นนี้เป็นเหตุที่ทำให้เขาระลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก

ฤดูฝนเป็นช่วงโลซีซั่นของการท่องเที่ยวที่นี่ ดังนั้นบ้านพักหลายหลังจึงยังว่างไร้นักท่องเที่ยวจับจองเข้าพักอาศัย มีเพียงสองหลังเท่านั้นที่ถูกจับจอง เขาดื่มด่ำชมบรรยากาศริมบึงนานกว่าครึ่งคืน น่าแปลกที่บ้านพักหลังติดกันกลับปิดเงียบเชียบทั้งที่อุตส่าห์มาเที่ยวทั้งที ในคืนไร้ฝนเช่นนี้ก็น่าที่จะออกมาดื่มด่ำบรรยากาศชมความงดงามของธรรมชาติให้คุ้มค่า ไม่ใช่ขังตัวอยู่แต่ในห้องพักเช่นนั้น

สู้ศึกขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ไผ่ เฟอร์นิเจอร์เพียงชิ้นเดียวบนระเบียงหน้าบ้านพักแล้วเดินไปสุดริมระเบียง กวาดสายตามองออกไปไกล มองผ่านภูเขาทะมึนที่โอบล้อมรอบ         รีสอร์ตริมบึงแห่งนี้ไว้ไปอย่างไร้จุดหมาย เขายืนชมความงดงามของธรรมชาติยามราตรีลำพังกระทั่งถึงเที่ยงคืนจึงกลับเข้านอน แต่ครั้งรุ่งสาง ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ชายหนุ่มก็ตื่นขึ้นมารอรับแสงแรกของอรุณ

เขายืนชิดริมระเบียงทอดสายตามองไกลไปยังขุนเขาทะมึนข้างหน้า สูดลมหายใจลึกรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า มองม่านหมอกฝนลอยคว้างเป็นฉากประกอบเพิ่มความงดงามให้กับบรรยากาศรอบบริเวณกระทั่งได้ยินเสียงประตูบ้านข้าง ๆ เปิดออก เขาจึงละความสนใจจากภาพทิวทัศน์งามตรงหน้า

ชายหนุ่มหันไปมองเพื่อนบ้าน สบตากันแล้วต่างชะงักกันไปครู่ใหญ่ รอยยิ้มที่ตั้งใจมอบให้อีกฝ่ายเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีหุบฉับ ดวงตากระพริบถี่เร็วมองเธอด้วยความรู้สึกประหลาดใจ หัวใจเต้นเร็วขึ้นเพียงได้รับรอยยิ้มเปรี่ยมเสน่ห์จากหญิงสาว เขายิ้มตอบอย่างปลื้มใจ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่มั่นใจนักว่าเธอยังจำเขาได้หรือไม่

ชายหนุ่มกวาดสายตามองสำรวจทั่วร่างบางคร่าว ๆ ผิวหน้าสะอ้านเนียนดุจผิวทารก งามแม้ในเวลาที่ไร้เครื่องสำอางประทินผิวเช่นนี้ เรือนผมของเธอดำขลับ ปลิวสยายล้อมกรอบใบหน้าซึ่งเปล่งปลั่งด้วยเลือดฝาด เขามองเสื้อยืดสีฟ้าครามรัดรูปเน้นส่วนโค้งเว้าดันเสื้อนูนเด่นของเธอพลางลอบกลืนน้ำลายลงคอ ดวงตาแวววาวตวัดมองกราดไปทั่วสรรพางค์กายของหญิงสาว

เอวคอดกิ่วซ่อนตัวอยู่ในกางเกงยีนขาสั้นกุดเกาะสะโพก ความยาวกางเกงอยู่แค่ต้นขาอวดเรียวขาสวยโชว์ผิวขาวสะอ้านและที่ข้อเท้าข้างขวาของเธอสวมสร้อยเส้นเล็กเป็นเครื่องประดับซ่อนปลายเท้าในรองเท้าหนังถักไขว้สานสลับไปมาอย่างมีดีไซน์

เขาแทบไม่อยากละสายตาจากหญิงสาว เธอสวยทั้งรูปร่าง ผิวพรรณไปจนถึงเรือนผม ใบหน้าและดวงตากลมวาวทำให้หัวใจของเขาแกว่ง เสียใจขึ้นวูบหนึ่งเมื่อคิดว่าเธอจำเขาไม่ได้จริง ๆ...สู้ศึกแอบทดท้อ รู้สึกใจหาย ความสุขซ่านที่ได้พบเธอละลายหายไปหมดสิ้นทันทีที่เห็นว่าหญิงสาวไม่มีทีท่าจะจดจำเขาได้

หลังส่งยิ้มบาง ๆ ให้กันแทนคำทักทาย เขาก็กลายเป็นคนนอกสายตาของเธอ แต่เขายังไม่สามารถละสายตาจากเธอได้เลย สู้ศึกแอบสำรวจหญิงสาวเงียบๆ อยู่ในมุมที่เขาสามารถมองเห็นเธอทุกอากัปกิริยาจนมั่นใจว่าเธอพักอยู่ที่นี่ลำพัง

เธอเดินหายเข้าไปในห้องพักครู่หนึ่งแล้วเดินกลับออกมาพร้อมกับถือหนังสือนิยายติดมือมาด้วย เธอวางหนังสือลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่แบบเดียวกับที่วางอยู่หน้าห้องของเขา จากนั้นก็เดินไปชงกาแฟพร้อมกับปิ้งขนมปังในจุดที่ทางรีสอร์ต เตรียมไว้ให้แขกที่เข้าพัก เขามองหญิงสาวเพลินจนลืมสังเกตว่าเธอเดินกลับมาพร้อมกับแก้วกาแฟสองใบที่มีขนมปังปิ้งวางบนปากแก้ว

หญิงสาวส่งยิ้มเก๋มุมปากให้เขา สู้ศึกชะงักและกระพริบตาถี่มองเธอเดินผ่านบ้านพักของตัวเอง เลยมาทางบ้านพักของเขาที่ปลูกห่างกันไม่มากพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสอย่างมีไมตรี

“ฉันชงกาแฟมาเผื่อค่ะ ฉันชื่อหนึ่งฤทัย ไม่ทราบว่าคุณยังจำฉันได้อยู่หรือเปล่าคะ”

“คุณจำผมได้...” สู้ศึกถามขึ้นด้วยความแปลกใจขณะยื่นมือออกไปรับถ้วยกาแฟที่เธอส่งให้

หนึ่งขอโทษที่เพิ่งจำได้ว่าเคยรู้จักพี่เล็ก แต่ต่อไปนี้พี่จะอยู่ในใจหนึ่งตลอดไปค่ะ

Thumbnail Seller Link
เนื้อคู่ตุนาหงัน
เตชิตา
www.mebmarket.com
คุณเชื่อเรื่อง “รักแท้ปาฏิหาริย์ไหม”เคยได้ยินตำนานเรื่อง “ด้ายแดงแห่งรัก” หรือเปล่าเส้นด้ายสีแดงที่ผูกพันคนสองคนไว้ด้วยกัน...
Get it now

ผลงานอื่นๆ ของ เตชิตา

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น