ตอนที่ 11 : ตอนที่ 6 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 733
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    3 ธ.ค. 60

ก๊อก ก๊อก...ก๊อก

เสียงเคาะประตูเบาๆ เป็นจังหวะคุ้นเคยดังขึ้นในช่วงเวลาประจำเหมือนทุกวันตลอดช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ธารินีรู้ทันทีว่าเธอจะเห็นใครเมื่อประตูห้องทำงานเปิดออก

เขามาที่นี่ช่วงเวลานี้มาตลอดห้าวันของสัปดาห์ แรกๆ เบญจรีซึ่งเป็นเลขาหน้าห้องก็ยังกดอินเตอร์คอมเข้ามารายงานเธอก่อน  แต่เมื่อผ่านไปสองสามวันชายหนุ่มก็จัดการเคาะประตูแล้วเข้ามาเสียเองโดยที่ไม่ต้องขออนุญาต

แต่ถึงจะห้ามก็ใช่ว่าเขาจะฟัง

เหตุผลที่มาก็เพื่อรับเธอไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน นิธิศเองก็รู้เรื่องนี้ดี แรกๆ เขาก็โวยวายและไม่พอใจมาก สั่งห้ามเธออย่างดุเดือด แต่ก็แค่นั้นเขาทำอะไรไม่ได้เพราะคนที่ตัดสินใจยังคงเป็นธารินี และเขาเองก็คงจะรู้ตัวด้วยว่าถ้าจะลงมือลงไม้กันจริงๆ ตัวเองไม่มีทางสู้รฐนนท์ได้ สุดท้ายจึงเลิกตอแยเรื่องนี้อีก

แต่นิธิศไม่ได้ปล่อยธารินีไปง่ายๆ หรอกนะ เขายกเรื่องนี้มาขู่จนเธอต้องยอมให้เขาไปรับไปส่งในช่วงเช้าเย็น 

เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ธารินีเพียงแค่เหลือบสายตาขึ้นมองรฐนนท์ที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมแก้วน้ำดื่มที่มีไอน้ำเย็นจัดเกาะอยู่  ขณะที่มืออีกข้างถือหนังสือเกี่ยวกับต้นไม้ที่คงจะเอาติดมือมาเอง เขาเดินไปที่โซฟาตัวยาวในห้อง ทิ้งตัวนั่งไขว้ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับเป็นเจ้าของห้องทำงานนี้เสียเอง

เห็นท่าทางสบายจัดของรฐนนท์แล้ว ธารินีก็อดคันปากไม่ได้

ดูคุณจะว่างงานมากนะ

ใบหน้าคมสันที่มีหนวดเคราครึ้มเหมือนทุกทีเงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่กำลังอ่าน หันมามองเธอด้วยใบหน้าใส่ซื่อ

ผมไม่ได้ว่างงานสักหน่อย เห็นผมอย่างนี้ผมก็มีงานทำนะ เงินดีซะด้วยจะบอกให้ ไม่อย่างนั้นคงพาคุณไปเลี้ยงข้าวกลางวันไม่ได้ทุกวันแบบนี้หรอก

เหรอ แล้วที่ทำงานเขาไม่ว่าหรือไง เรื่องหนวดเคราเหมือนพวกมนุษย์ยุคหินน่ะ ธารินีว่ากลับทำเอาคนถูกว่าหน้าเหวอไปเล็กน้อย ก่อนจะเกาหัวตัวเองแกรกๆ

มันดูน่าเกลียดมากเหรอ?”

มันก็ไม่ได้ถึงกับน่าเกลียด แต่คุณจะโกนมันบ้างไม่ได้หรือไง ถ้าชอบไว้หนวดนักก็โกนให้ดูดีกว่านี้หน่อย ไม่ใช่ปล่อยให้กลายเป็นดงหญ้าแบบนี้

คุณคงอายที่ไปไหนมาไหนกับผม?”

คิ้วเรียวของธารินีเลิกสูง ก่อนที่หญิงสาวจะหัวเราะออกมาเบาๆ

ทำไมฉันต้องอาย การที่คุณจะเอาดงหญ้าหรือสาหร่ายทะเลมาแปะไว้บนหน้าก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับฉันสักหน่อย ที่ถามก็แค่ถามไปอย่างนั้นเอง เอาเถอะ ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ รักษาหนวดเคราคุณเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน อย่าปล่อยให้แมงมุมมาทำรังซะละ

หญิงสาวพูดจบก็ก้มหน้าทำงานต่อ เธอจึงไม่เห็นสีหน้าและแววตาตกใจของคนมีดงหญ้าแปะไว้บนหน้า ครู่หนึ่งสีหน้านั้นก็เปลี่ยนไป ประกายความชอบใจถูกจุดในดวงตาคม ริมฝีปากหนาฉีกยิ้มกว้าง มองคนร่างเล็กที่ก้มหน้าก้มตาอย่างเอาจริงเอาจังทั้งๆ ที่จวนจะได้เวลาพักเที่ยงแล้ว

รฐนนท์วางหนังสือเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ของเขาเอาไว้ที่โต๊ะกระจกของชุดรับแขก เดินไปหยุดข้างกายธารินี พร้อมโน้มใบหน้าลงดูเอกสารที่หญิงสาวกำลังอ่าน

ธารินีที่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มตั้งแต่ตอนที่เขาลุกจากโซฟารับแขกแล้ว แต่เธอไม่ได้คิดจะใส่ใจนัก จนกระทั่งร่างสูงมาหยุดยืนเคียงข้างนั่นแหละ

ระยะห่างที่มีน้อยมาก บวกกับการที่เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนเธอสามารถรับรู้ไอร้อนจากร่างกายของอีกฝ่ายนั้น ทำให้หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นถี่รัวอยู่ในอก

ตอนนี้จะไม่สนใจก็คงไม่ได้อยุ่ดี

ผมนับถือคนทำบัญชีจริงๆ แค่เห็นตัวเลขเรียงกันแบบนี้ หัวผมก็ว่างเปล่าแล้ว ผมถนัดแต่พวกงานใช้กำลังอย่างตัดไม้เลื่อยไม้มากกว่า

คุณเป็นช่างไม้เหรอ?” ธารินีหันไปถามทันที

นี่เป็นครั้งแรกที่รฐนนท์หลุดปากพูดเกี่ยวกับงานของตัวเอง ความอยากรู้นั้นทำให้การระวังตัวหายไป ธารินีหันไปมองหน้าอีกฝ่ายโดยลืมไปเสียสนิทว่าใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่ใกล้มาก

ระยะห่างระหว่างใบหน้าคมสันและใบหน้าสวยนั้นไม่ถึงคืบ ระยะที่ใกล้มากจนธารินีเห็นเงาของตัวเองที่สะท้อนล้อกับประกายขบขันในดวงตาคมสีดำสนิท

วันนี้คุณลางานช่วงบ่ายได้ไหม?”

ไม่ได้หรอก วันนี้ฉันมีประชุมสำคัญ

โดดประชุมเถอะน่า หรือให้ใครเข้าประชุมแทนไม่ได้เหรอ?” ชายหนุ่มถามอีก พร้อมกันนั้นเขาก็ยกมือขึ้น ใช้หลังมือไล้แก้มเนียนสวยที่แดงระเรื่ออมชมพูนั้นอย่างห้ามใจไม่อยู่

ไม่ได้หรอก มันเป็นการประชุมสำคัญจริงๆธารินีตอบกลับไปด้วยเสียงแผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบ

ไม่รู้ทำไมแค่สัมผัสจากปลายนิ้วบนแก้มเท่านั้น แต่มันกลับเป็นเหมือนไฟร้อนจัดที่ละลายกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นเอาไว้จนหมด

พรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดแล้ว ถ้าจะไปไหนค่อยไปพรุ่งนี้ก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”

ดวงตาคมของรฐนนท์ฉายประกายอบอุ่นชัดเจน ก่อนที่ชายหนุ่มจะส่ายหัวช้าๆ

ผมต้องกลับต่างจังหวัดแล้ว มีปัญหาเรื่องงานนิดหน่อย ต้องไปจัดการ คงใช้เวลาหลายวันอยู่

สิ่งที่ได้ยินทำให้ใจหายอยู่นิดๆ

งั้น...เหรอ เมื่อไหร่ล่ะ?”

วันนี้ตอนบ่ายสาม

คำตอบที่ได้ฟังทำเอาธารินีเหมือนจู่ๆ กลางหัวใจก็เกิดหลุมอากาศสีดำที่มองไม่เห็นจนทำให้ภายในใจรู้สึกกลวงโบ๋อย่างประหลาด หญิงสาวไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงรู้สึกแบบนี้ ความรู้สึกที่เหมือนเธอกำลังสูญเสียอะไรบางอย่างไปมันทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก

เขากำลังจะไปแล้ว...ความคิดนี้ดังก้องอยู่ในหัว ความคิดที่ชวนให้ใจหาย ทั้งๆ ที่เธอเพิ่งรู้จักชายตรงหน้าได้เพียงแค่ไม่ถึงสองสัปดาห์เท่านั้น

ความรู้สึกนี้มันคืออะไร? ความรู้สึกที่หัวใจเคว้งคว้างแบบนี้

ทำไม? แค่เขาบอกว่ากำลังจะไป พรุ่งนี้เธอจะไม่ได้เห็นหน้าเขาอีก หรือบางทีอาจจะไม่ได้เจอกันอีกตลอดไป ทำไมความคิดพวกนี้ถึงทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจแบบนี้

เขามาที่นี่เพื่อแก้แค้นให้น้องสาวเขานะธารินี! เขาไม่ได้สนใจเธอสักหน่อย การที่เขาจะไปไม่เกี่ยวอะไรกับเธอทั้งนั้น ดีซะอีกเพราะต่อไปนี้นิธิศก็จะไม่มีข้ออ้างมาใช้ข่มขู่เธออีก!!  หญิงสาวตะโกนเตือนสติตัวเองในใจ

น้ำ เสียงทุ้มเข้มเอ่ยเรียกเมื่อเขาเห็นประกายสับสนในดวงตาคู่สวย

ทันทีที่เขาเอ่ยเรียก ประกายนั้นก็แทบจะหายไป ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชา เป็นสายตาที่ชายหนุ่มไม่ชอบเลย

คุณจะมาขอร้องฉันแบบนี้ไม่ได้หรอก ฉันมีงานต้องทำ ฉันขอให้คุณโชคดีในการเดินทาง หวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเราตลอดเวลาที่ผ่านมาจะเพียงพอทำให้คุณพอใจกับความผิดที่ฉันละเลยการดูแลน้องสาวคุณได้

เขาไปก็ดีแล้ว เธอจะได้อยู่คนเดียวอีกครั้ง ไม่ต้องมีใครเข้ามาวุ่นวาย เธอจะได้อยู่คนเดียวอีกครั้ง!!

 น้ำ”  น้ำเสียงที่เอ่ยเรียกกดต่ำ ดวงตมคมฉายชัดว่าไม่พอใจคำพูดของเธอเลยแม้แต่นิด

 ถ้าคุณต้องกลับบ่ายสามโมงของวันนี้จริงอย่างที่คุณว่า ฉันว่าคุณก็ควรกลับไปเก็บของจะดีกว่า บ่ายนี้ฉันเองก็มีประชุมสำคัญ เพราะฉะนั้นเรากล่าวลากันตรงนี้เถอะ ขอให้คุณโชคดีนะคะ ธารินีพูดจบก็หมุนเก้าอี้ ลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เก็บแฟ้มเอกสาร โดยไม่คิดจะหันกลับมามองชายหนุ่มแม้แต่น้อย

รฐนนท์ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ธารินีถึงดึงกำแพงขึ้นมากั้นเขาอีกแล้ว กำแพงที่เขาใช้เวลาหลายวันกว่าจะทำให้มันละลายลงไปได้ แต่ดูเหมือนตอนนี้หญิงสาวกำลังสร้างกำแพงนั้นขึ้นมาอีกครั้ง และกำแพงนี้ก็ดูเหมือนจะหนาแน่นกว่าเดิมเสียด้วย

ท่าทางเย็นชาของเธอทำให้เขาอยากจะจับตัวหญิงสาวแบกขึ้นบ่า พาเธอไปที่บ้านพักส่วนตัวที่เขาใหญ่อีกครั้ง จัดการละลายกำแพงน้ำแข็งนั้นด้วยความเร่าร้อนของเขาเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่ตอนนี้เขาทำอย่างนั้นไม่ได้ เขาต้องรีบกลับเชียงใหม่ ที่ปางไม้กำลังมีปัญหา เจ้าหน้าที่ทางการกำลังกล่าวหาว่าเขาละเมิดสัมปทานหลวง เขาต้องรีบกลับไปไกล่เกลี่ยความเข้าใจผิดนี้อย่างเร่งด่วนก่อนที่ปัญหาจะเลยเถิด

ผมจำเป็นต้องกลับไปจริงๆ ปัญหานี้ผมให้คนอื่นจัดการแทนไม่ได้  แต่ทันทีที่ผมจัดการปัญหาเสร็จผมจะกลับมาและเมื่อถึงเวลานั้นเราคงต้องคุยกันอย่างจริงจังสักหน่อย

แต่ฉันคิดว่าเราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว ทางที่ดีคุณกับฉันไม่ควรจะพบกันอีกจะดีกว่าตอนที่ธารินีเอ่ยประโยคนี้ออกมา เธอไม่คิดว่ามันจะทำให้เธอต้องเผชิญหน้ากับดวงตาคมที่แทบลุกเป็นไฟของรฐนนท์ในระยะประชิด

ร่างสูงที่ขยับอย่างรวดเร็วเข้าซ้อนด้านหลังร่างบาง มือข้างหนึ่งยันตู้หนังสือข้างศีรษะทุยสวย ส่วนมืออีกข้างจับร่างบางให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา

ธารินียกมือขึ้นตั้งใจจะผลักร่างสูงให้ถอยห่าง แต่วินาทีถัดมาเธอก็พบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกรวบตึงไว้เหนือศีรษะ ขาข้างหนึ่งของเขาถูกสอดเข้าไปอยู่ระหว่างเรียวขาทั้งสองข้าง ทำให้เธอหมดโอกาสหนีรวมถึงหมดโอกาสทำร้ายร่างกายเขาด้วย

คุณจะทำอะไร?”

ผมบอกว่าเมื่อผมจัดการปัญหาเกี่ยวกับงานของผมเสร็จ ผมจะกลับมารฐนนท์เอ่ยย้ำทีละคำ น้ำเสียงนั้นจริงจังราวกับจะให้ทุกคำพูดนั้นสลักลงในใจของหญิงสาว

ธารินีกำลังจะตอบกลับว่าเธอไม่สนใจ แต่ก่อนคำพูดนั้นจะพ้นหลุดปาก เสียงทุ้มเข้มก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ผมมีวิธีที่ดีที่จะหยุดคำพูดที่ไม่น่าฟังของคุณนะ มากกว่าหนึ่งวิธีด้วย”

ริมฝีปากบางที่เพิ่งเผยออกได้เพียงเล็กน้อยหุบเข้าหากันช้าๆ

มุมปากรฐนนท์กระตุกเล็กน้อย น้ำเสียงที่เอ่ยประโยคต่อมาอ่อนโยนลงอย่างชัดเจน ผมจะพยายามจัดการปัญหาของผมให้เร็วที่สุด แล้วจะรีบกลับมา

“...”

“ผมจะกลับมาน้ำ”

ฉันเข้าใจแล้ว ปล่อยฉันได้หรือยัง

รฐนนท์ไม่ได้ปล่อยหญิงสาวในทันที แต่เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมสวยนั้นอย่างจริงจัง ก่อนจะยอมปล่อยหญิงสาวเป็นอิสระในที่สุด

เอาเป็นว่าวันนี้ผมจะกลับไปก่อน เพราะถึงยังไงการบังคับให้คุณออกไปกินข้าวกับผมก็คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น นอกจากจะทำให้เราทั้งคู่หงุดหงิดใส่กันมากขึ้นเท่านั้นชายหนุ่มเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะเดินตรงไปหยิบหนังสือของตัวเอง เตรียมจะเดินออกจากห้องทำงานของธารินี แต่เขาหยุดเมื่อกำลังจะเปิดประตู ร่างสูงหันกลับมามองหญิงสาวอีกครั้ง ผมจะกลับมาแน่ๆ น้ำ แล้วครั้งนี้ผมจะไม่ยอมให้กำแพงน้ำแข็งของคุณมาขวางกั้นผมได้อีก

ธารินีไม่พูดอะไร หญิงสาวได้แต่เม้มริมฝีปากแน่นเพราะประโยคสุดท้ายนั้นจี้ใจดำเข้าอย่างแรง เธอไม่ได้ตอบโต้อะไร ไม่หันไปมองเขาด้วยซ้ำ จนกระทั่งประตูห้องทำงานของเธอถูกปิดลงพร้อมกับการจากไปของรฐนนท์

ความรู้สึกอ้างว้างจู่โจมเข้ามาในจิตใจอย่างที่เธอไม่สามารถป้องกันได้

เขามาคอยเอาใจเธอที่บริษัทก็เพราะเขาต้องการเห็นนิธิศโกรธเท่านั้น ในเมื่อนิธิศไม่ได้แสดงอาการโกรธอีกต่อไป มันก็สมควรแล้วที่รฐนนท์จะหมดความสนใจในตัวเธอเช่นกัน

...เป็นสิ่งที่คาดเดาเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว ทำไมต้องรุ้สึกอะไรด้วย! หญิงสาวพยายามบอกตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นความเจ็บปวดในใจกลับไม่ได้ลดลงเลยสักนิด ตรงกันข้ามมันกลับเพิ่มมากขึ้นจนจุกแน่นไป   ทั้งอก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

2 ความคิดเห็น