ตอนที่ 12 : ตอนที่ 7 (40%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 812
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    5 ธ.ค. 60

Chapter 7

 

 

 

 

เขาบอกว่าจะกลับไปจัดการปัญหาเกี่ยวกับที่ทำงาน เป็นเวลาสิบวันแล้วที่ธารินีไม่ได้เห็นหรือแม้แต่ได้ยินเสียงรฐนนท์ สิบวันที่เขาหายไปไร้ซึ่งการติดต่อ ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์สักสายที่จะโทรเข้ามาไถ่ถาม

 สิบวันที่ช่องว่างในหัวใจดวงน้อยขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่หญิงสาวเองก็บอกไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไร

น้ำ เสียงเรียกคุ้นหูของนิธิศดังขึ้น ทำให้ธารินีซึ่งกำลังนั่งเหม่อลอยคิดถึงใครบางคนอยู่ต้องชะงัก เธอหันกลับไปมองคู่หมั้นพบว่าเขากำลังยืนอยู่

คุณเหม่ออะไรอยู่?” ชายหนุ่มถาม คิ้วหนานั้นขมวดเป็นปมอย่างไม่ค่อยจะพอใจนัก

ตลอดการเดินทางกว่าเจ็ดชั่วโมงจากกรุงเทพมายังรีสอร์ทบนดอยสวยขึ้นชื่อแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่แห่งนี้ ธารินีเอาแต่นั่งเหม่อลอยตลอด เขาพยายามชวนเธอคุยหลายครั้ง แต่เธอก็เพียงแค่ตอบแบบขอไปที แล้วกลับไปนั่งมองวิวด้านนอก สายตาเหม่อลอยเหมือนเดิม

ธารินีมองไปรอบตัว ด้านนอกพนักงานพากันทยอยเดินลงมาจากรถบัสถ่ายรูปกันกำลังอย่างสนุกสนาน เธอจึงรับรู้ว่ามาถึงที่หมายแล้ว

คุณเป็นอะไรหรือเปล่าน้ำ  ผมสังเกตว่าช่วงหลังๆ มานี้คุณเหมือนจะชอบเหม่อลอยบ่อยๆ นะ

ธารินีสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะขยับลงจากรถ ไม่คิดจะตอบคำถามของคู่หมั้น แต่เธอไม่สามารถจะเดินผ่านหน้าเขาไปได้ เพราะนิธิศาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้

คุณคงไม่ได้เหม่อลอยเพราะคิดถึงไอ้กุ๊ยที่คุณอ้างว่าเป็นเพื่อนนั่นหรอกใช่ไหม?” นิธิศกัดฟันถาม

“ปล่อยฉัน”

“คุณคิดถึงไอ้กุ๊ยนั่นจริงๆ ใช่ไหม” ชายหนุ่มถามย้ำอีกครั้ง พร้อมกับแรงบีบที่ข้อมือเพิ่มขึ้นอีก

ฉันจะคิดถึงใครก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณนี่ ธารินีตอบกลับ พยายามดึงข้อมือตัวเองให้หลุดจากการจับยึด แต่เธอไม่สามารถทำได้

การที่ผมยอมให้คุณไปไหนมาไหนกับมัน ไม่ได้หมายความว่าผมจะยอมให้คุณสวมเขาผมได้หรอกนะ

ริมฝีปากบางบิดยิ้มหยันเมื่อได้ฟังคำของอีกฝ่าย

คำพูดนั้นควรจะเป็นของฉันหรือเปล่า” ธารินีสวนกลับเสียงหยัน “ในฐานะคู่หมั้นของคุณ ฉันต้องแก้ต่างให้คุณกี่ครั้งแล้วล่ะเมื่อข่าวคาวๆ ของคุณกับบรรดาคู่ขาบนเตียงโผล่ขึ้นไปอยู่บนหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง

นิธิศชะงัก เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หญิงสาวไม่คิดจะฟังคำแก้ตัว

แต่ก็ช่างเถอะ เพราะความจริงก็ใช่ว่าฉันจะสนใจเรื่องมั่วโลกีย์ของคุณเท่าไรนัก แล้วก็ช่วยเลิกพูดว่าคุณยอมให้ฉันไปไหนมาไหนกับคุณนนท์สักที เพื่อแลกกับการที่คุณจะไม่เอาเรื่องนี้ไปฟ้องคุณพ่อ คุณถึงใช้เรื่องนี้มาบังคับให้ฉันต้องยอมรับการไปรับไปส่งของคุณ ว่าไปแล้ว คุณเองได้ประโยชน์ไปไม่น้อยเลยนะ ทำให้คุณพ่อคิดว่าเราสนิทสนมกัน ตอนนี้คุณพ่อคงจะคิดว่าในที่สุดฉันก็เห็นความดีของคุณขึ้นมาได้สักที

คำพูดของหญิงสาวทำเอานิธิศได้แต่กัดฟันกรอด เพราะสิ่งที่หญิงสาวพูดมันเป็นความจริงที่เขาไม่สามารถเถียงได้เลยสักนิด

ธารินีมองสบตาอีกฝ่ายตรงๆ ไม่คิดจะหลบเลี่ยงหรือหวาดกลัวสายตาของนิธิศที่มองมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หญิงสาวปรายตาที่ข้อมือตัวเอง แล้วพูดว่า

ปล่อยฉัน

บางทีการแต่งงานในเดือนแห่งความรักมันก็ดีเหมือนกันนะ เพราะผมเองก็รอวันที่จะได้ร่วมเตียงกับคู่หมั้นของผมจะแย่อยู่แล้ว คำกระซิบแผ่วเบานั้นถูกเอ่ยข้างใบหูเล็ก

ร่างบางถึงกับแข็งทื่อ ใบหน้าหวานที่เชิดสูงะงักงันไปหลายวินาที ก่อนความเย็นชาจะถูกดึงขึ้นมาบนใบหน้าหวานนั้นอีกครั้ง

เลิกขู่ฉันเถอะนิธิศ คำขู่ของคุณไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกอะไรอีกยังไงฉันก็คงหนีชะตากรรมน่าสมเพชนี้ไม่พ้น จะอีกสองเดือนหรือสิบเดือนคุณก็จะได้ตัวฉันเป็นของเล่นบนเตียงของคุณอยู่ดี เพราะฉะนั้นฉันก็ไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องทุกข์กับมันอีกต่อไป ยังไงซะมันก็คงไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงคุณมากกว่าที่เป็นอยู่หรอก

มือหนาที่รวบข้อมือน้อยเอาไว้เพิ่มแรงบีบขึ้นอีกราวกับต้องการจะให้กระดูกเล็กๆ นั้นแตกละเอียดคามือ ความเจ็บทำให้  ธารินีต้องกัดริมฝีปากแน่น

ต่อให้กระดูกเธอหักคามือเขา ก็อย่าหวังว่าเขาจะได้คำขอร้องจากเธอ

ถึงคุณจะขยะแขยงผมแค่ไหน แต่คุณก็หนีผมไม่พ้นหรอกนิธิศพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ดวงตาคมคู่นั้นฉายชัดถึงความสะใจเมื่อเห็นใบหน้าหวานสวยซีดขาวลงเล็กน้อย แล้วผู้ชายที่คุณบอกว่าขยะแขยงนักหนาคนนี่แหละที่จะอยู่บนเตียงของคุณไปตลอดชีวิตที่เหลือ

ธารินีได้แต่เม้มริมฝีปากแน่น เจ็บทั้งข้อมือและหัวใจ

คุณนิธิศ คุณธารินีครับเสียงเรียกของใครคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้สองหนุ่มสาวที่กำลังจ้องตากันอย่างท้าทายต้องหันไปมอง ทั้งสองตีสีหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อย่างแนบเนียน

คนที่เข้ามาเรียกทั้งคู่ก็คือผู้จัดการฝ่ายบุคคล เขาเป็นชายวัยกลางคนตอนปลาย

ผมต้องขอโทษที่มาขัดจังหวะนะครับ คือผมนำกุญแจห้องพักมาให้ พวกเราจะขึ้นเก็บของและพักผ่อนบนห้องประมาณหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะมารวมกันอีกครั้งที่หนารีสอร์ท เพื่อทำกิจกรรมด้วยกันน่ะครับ

ผมรู้แล้ว ขอบคุณมากนิธิศตอบพร้อมเอื้อมมือไปรับกุญแจห้องพักมาถือเอาไว้ งานสัมมนาครั้งนี้ผมต้องฝากคุณด้วย ถ้ามีอะไรขาดตกบกพร่องหรือมีปัญหาอะไรก็ไปตามผมได้ตลอด

ท่าทางที่เหมือนจะแบ่งเส้นของความเป็นผู้บริหารกับลูกจ้าง แต่ก็ให้ความเป็นมิตรในเวลาเดียวกันนั้นเองที่ทำให้นิธิศเป็นที่เกรงใจของผู้ที่ทำงานด้วย

ครับ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลรับคำ ก่อนจะเดินกลับไปทางพนักงานที่กำลังทยอยกันเดินเข้าไปในภายในบริเวณรีสอร์ทที่ถูกเช่าเหมาเอาไว้ตลอดสองคืนต่อจากนี้

แรงกระตุกในอุ้งมือทำให้ นิธิศหันกลับมามองธารินีอีกครั้ง ก่อนจะยอมปล่อยมือ

“ขอกุญแจห้องให้ฉันด้วย”

คิ้วหนาขมวดเป็นอย่างขัดเคือง แต่ก็ยอมส่งกุญแจห้องพักให้

เมื่อได้ของที่ต้องการธารินีก็คว้ากระเป๋าเสื้อผ้าเดินลงจากรถโดยไม่คิดจะหันไปสนใจคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง

นิธิศได้แต่มองตามแผ่นหลังของร่างบางที่เดินจากไป เขาหงุดหงิดตัวเองอย่างที่สุด ทำไมเขากับเธอถึงคุยกันดีๆ ไม่เคยได้เลยนะ!

จะมีสักครั้งไหมน้ำ ที่คุณจะคุยกับผมดีๆ มองหน้าผมโดยไม่มีความโกรธเกลียด หงุดหงิด ไม่พอใจในดวงตาของคุณ!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

2 ความคิดเห็น