Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 45 : War Situation (สถานการณ์สงคราม)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 198 ครั้ง
    16 มี.ค. 59

Episode 45 War Situation (สถานการณ์สงคราม)

 

        “สวัสดีค่ะ ท่านผู้ชมทุกท่าน พบกันอีกครั้งกับดิฉัน อลิเซีย และรายการจานบินอินเทอร์วิวค่ะ”พิธีกรสาวสวยหน้าใสเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีกระฉับกระเฉง “วันนี้ทางรายการจานบินอินเทอร์วิวและยูโธเปียแชลแนลของเรา จะขอนำท่านผู้ชมทุกท่านเข้าสู่การรับชม การถ่ายทอดสดภารกิจ การแย่งชิงปราสาทเมืองคาเอเดะค่ะ”เธอกล่าวรายงานพร้อมกับภาพที่ถูกตัดมาที่การบรรยายภาพบรรยากาศของตัวปราสาทและเมืองคาเอเดะ

            “โดยทางรายการของเรานะคะ ก็ได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญพิเศษทั้งสามท่านที่จะมาร่วมรายการกับพวกเรานะคะ ท่านแรกคือหนึ่งในเกมมาสเตอร์ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องกฎระเบียบและข้อมูลต่างๆ จีเอ็ม 45321 ค่ะ”

            ภาพก็ถูกตัดมาที่ชายหนุ่มในชุดสูทเต็มยศที่ถูกปกปิดใบหน้าไว้ใต้หน้ากากสีขาว เขาก้มหัวลงเล็กน้อยก่อนจะกล่าวทักทาย “สวัสดีครับทุกท่าน เพื่อความสะดวกจะเรียกผมว่าจีเอ็มเฉยๆก็ได้นะครับ”

            พิธีกรสาวขานรับ พร้อมกับแนะนำแขกท่านต่อไป “ท่านต่อไปนะคะ คือหนึ่งในแอดมินที่เป็นผู้รับผิดชอบดูแลระบบต่างๆของยูโธเปียแฟนตาซีออนไลน์ที่จะมาให้ข้อมูลในเชิงระบบแก่พวกเรานะคะ แอดมิน 543617 ค่ะ”

            “สวัสดีครับ แอดมิน 543617 ครับ เรียกสั้นๆว่าแอดมินก็ได้ครับ เพื่อความสะดวก”

            “ท่านสุดท้ายนะคะ นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เราได้รับเกียรติจากหนึ่งในผู้เล่นชั้นแนวหน้าของยูโธเปีย ผู้เล่นระดับแม่ทัพที่หลายๆท่านรู้จักกันดี คุณดิไวท์ แห่งสมาพันธ์นักรบรุ่งอรุณค่ะ”

            เสียงปรบมือในสตูดิโอดังลั่น พร้อมกับภาพของนักรบหนุ่มในชุดเกราะเต็มยศสีเงิน “สวัสดีครับ ทุกท่าน ดิไวท์ หัวหน้าสมาพันธ์นักรบรุ่งอรุณครับ รู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่ได้รับเชิญมารายการจานบินอินเทอร์วิว”เขาเอ่ยตอบด้วยท่าทียิ้มๆ เรียกเสียงกรี๊ดจากเหล่าสาวๆทั้งในสตูฯ และหน้าจอได้เป็นอย่างดี

            “เช่นกันค่ะ คุณดิไวท์ ถ้างั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราจะขอตัดภาพไปที่เหตุการณ์สดกับพิธีกรภาคสนาม คุณชูการ์ นะคะ สวัสดีค่ะ คุณชูการ์”

            “สวัสดีค่ะ คุณอลิเซีย และสวัสดีค่ะ ท่านผู้ชมทุกท่าน ดิฉันจะขอนำทุกท่านเข้าสู่ภาพบรรยากาศสดของสงครามที่กำลังเกิดขึ้นเลยนะคะ”

 

            ภาพของพิธีกรสาวภาคสนามก็ถูกตัดมาที่ประตูทางด้านทิศตะวันตก

 

            “นี่คือภาพบรรยากาศทางด้านประตูตะวันตกนะคะ โดยทางประตูทิศนี้ผู้ที่ทำการบุกเข้ามาคือ สมาพันธ์ตัวตลกเริงระบำที่นำโดยคุณราฟานะคะ สถานการณ์ยังเป็นไปในทิศทางที่สูสีกันอยู่”

 

            ภาพของกองกำลังที่ถูกประทับตรารูปตัวตลกตามจุดต่างๆของร่างกายที่กำลังเข้าปะทะโรมรันกับกองทัพเอ็นพีซีการ์เดี้ยนนับหมื่นๆตัวปรากฏขึ้นต่อหน้าสายตาของเหล่าผู้ชม

 

            “คุณจีเอ็มค่ะ ไม่ทราบว่าพอจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเอ็นพีซีการ์เดี้ยนพวกนี้ได้รึเปล่าคะ ”อลิเซียเอ่ยถามขึ้น

            “แน่นอนครับ ไม่มีปัญหา”หน้าต่างคำสั่งของจีเอ็มปรากฏขึ้น พร้อมกับตัวข้อมูลต่างๆที่แสดงออกมา “เอ็นพีซีการ์เดี้ยนของปราสาทขนาดกลาง จะมีจำนวนทั้งสิ้นด้านละ 1 แสนตัวครับ โดยแต่ละตัวจะมีระดับโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 65 – 70 ปะปนกันไปครับ”

            “โห มันไม่ใช่จำนวนที่มากเกินไปเหรอคะ ตั้งด้านละ 1 แสนตัวเชียว ”

            “ไม่หรอกครับ มันเป็นจำนวนมาตรฐานที่ทางเรากำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้วครับ โดยทางแอดมินของเราได้ประชุมหารือกัน และประเมินแล้วว่าเป็นจำนวนที่เหมาะสมที่สุด” เป็นเจ้าหน้าที่แอดมินที่เอ่ยตอบด้วยท่าทีปกติ

            “เป็นงั้นจริงๆครับ เพราะทางสมาพันธ์ของผมเองก็เข้าตีปราสาทขนาดกลางแบบเมืองคาเอเดะแห่งนี้เช่นกันครับ แต่ว่า... กว่าจะชนะได้ ก็เล่นเอาเหนื่อยพอสมควรเหมือนกัน”ดิไวท์เอ่ยเสริมด้วยท่าทีครุ่นคิดถึงบางสิ่งเมื่อมองไปยังมอนิเตอร์ที่ฉายภาพสงคราม “ด้วยคนแค่นั้นไม่ไหวหรอก... ” ชายหนุ่มเอ่ยเบาๆ

            “คุณดิไวท์พูดอะไรหรือเปล่าคะ”

            “อ๋อ เปล่าหรอกครับ”

            “ถ้างั้นเราจะขอตัดภาพไปยังบรรยากาศของสงครามที่ประตูทางทิศตะวันออกกันเลยนะคะ รบกวนด้วยค่ะ คุณชูการ์”

 

                เมื่อพิธีกรสาวกล่าวจบภาพของสงครามที่ถูกฉายก็ถูกตัดมาที่กองกำลังของเหล่าลำนำวิหคที่กำลังต่อสู้โรมรันเช่นเดียวกับพวกตัวตลกเริงระบำ

 

            “จำนวนคน เอ่อ... ไม่น้อยเกินไปหน่อยเหรอคะ” อลิเซียเอ่ยถาม

            “จำนวนของผู้ที่ลงชิงปราสาทฝ่ายสมาพันธ์ลำนำวิหคคือ 11,893 คนครับ ถ้าในหมู่กลุ่มที่เข้าชิงปราสาทในครั้งนี้ก็นับว่าเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับอีกสามกลุ่มที่เหลือ สมาพันธ์ตัวตลกเริงระบำคือ 18,996 คน กิลด์กะโหลกเหล็ก 20,000 คน และกิลด์รัศมีดาราคือ 20,500 คนครับ” จีเอ็มหนุ่มเอ่ยตอบ

            “ทั้งสองกิลด์สุดท้ายเนี้ย จำนวนคนลงตัวพอดีจังเลยนะครับ”ดิไวท์เอ่ยขึ้นด้วยท่าทียิ้มๆ เช่นเคย แต่หลายๆคนต่างก็รู้กันดีว่ามันแฝงไปด้วยบางสิ่งในคำพูด

            “นั่นคือหัวหน้าสมาพันธ์ลำนำวิหคสินะคะ”พิธีกรสาวเอ่ยขึ้นอย่างรู้งาน พร้อมกับชี้นิ้วไปยังหนึ่งในกลุ่มผู้เล่น ภาพก็ถูกตัดไปที่ชายหนุ่มที่กำลังต่อสู้อยู่คนเดียวท่ามกลางวงล้อมของเหล่าการ์เดี้ยน

            “กิง แห่งสมาพันธ์ลำนำวิหค ผู้เล่นสายไฟท์เตอร์ที่แข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆของสาย แต่กลับมาหยุดและตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองชายขอบของเซเปียส น่าแปลกใจจริงๆนะครับ”ดิไวท์เอ่ยขึ้นลอยๆ

            “คุณดิไวท์รู้จักเขาด้วยเหรอคะ”

            “ครับ ทั้งผมแล้วก็เขาต่างก็เป็นเบต้าฯ ทั้งคู่นี่ครับ”

            “เห ฉันพึ่งจะเคยได้ยินเลยนะคะ พอจะเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยได้รึเปล่าคะ”

            “อืม... ก็ไม่น่าจะมีปัญหานะครับ แต่ว่า... เวลานี้คงไม่เหมาะสมล่ะมั้งครับ”

            “อ๋อ นั่นสินะคะ ฉันลืมไป เอาเป็นว่าตอนนี้ขอรายละเอียดที่เราควรรู้เกี่ยวกับเขาคนนี้ได้รึเปล่าคะ”   

            “ก็อย่างที่ผมบอกไปครับ สมัยเบต้าฯ เขาก็มีชื่อเสียงพอสมควรอยู่เหมือนกันในด้านที่... เอิ่ม... รุนแรงนิดหน่อย”

            “รุนแรง?

            “ผมว่าที่คุณดิไวท์พูด น่าจะหมายถึงแบบนั้นสินะครับ”จีเอ็มเอ่ยถาม

           

            ห่าพายุหมัดถูกประเคนเข้าโจมตีเข้าใส่ศัตรูรอบด้านอย่างเมามัน ฝ่ามือภายใต้เกราะแขนกางออกก่อนจะคว้าเอาหัวของการ์เดี้ยนสองตัวพุ่งเข้ามากระแทกกันอย่างแรง เท้าขวาถูกถีบเข้าที่ยอดอก ก่อนจะเตะเท้าซ้ายออกไปเสยปลายคางของเอ็นพีซีการ์เดี้ยนทำให้มันถึงกับล้มทั้งยืน แรงเหวี่ยงจากการเตะกลายเป็นแรงส่งให้ชายหนุ่มหมุนตัวขึ้นกลางอากาศ และถีบเข้าที่หน้ากากซามูไรของเจ้าการ์เดี้ยนสองตัวที่เข้ามารับเท้าพอดีอย่างจัง ใบหน้าที่เคยนิ่งเฉยกลับแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมอย่างเห็นได้ชัด

 

            “ผู้เล่นใหม่ๆ เดี๋ยวนี้คงไม่ค่อยมีใครรู้จักกันแล้ว แต่สำหรับพวกเราเหล่าเบต้าเทสเตอร์ แล้ว ยังจำกันได้ไม่เคยลืมเลยล่ะครับ ฝีมือของผู้ชายคนนั้น...นั่นล่ะครับ เหยี่ยวจอมทำลายล้าง กิง”ดิไวท์เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง จนพิธีกรสาวถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยท่าทีหวาดๆอย่างเห็นได้ชัด

            “แล้ว... คุณกิงเขา...”

            “ไม่มีใครหยุดเขาได้หรอกครับ ตอนสงครามกิลด์ในช่วงเบต้าผมเองก็อยู่คนละฝั่งกับเขาเหมือนกันครับ อาวะวาดซะเละ จนพวกเดียวกันยังโดนลูกหลงไปด้วยเลย”

           

พิธีกรสาวได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ และมองดูภาพการ ทำลายล้าง ในหน้าจอมอนิเตอร์ของตนด้วยท่าทีหวาดๆอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสิ่งที่ออกมาจากปากของหัวหน้าสมาพันธ์นักรบรุ่งอรุณก็ไม่ได้เกินเลยไปสักนิด เพราะด้วยเศษซากของศัตรูที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ช่วยเป็นตัวการันตีคุณภาพการทำลายล้างของชายผู้นี้ได้เป็นอย่างดี

           

        “เอ่อ... ถ้ายังไงเราตัดภาพไปที่การต่อสู้ในทิศอื่นกันบ้างดีกว่านะคะ”กล่าวจบภาพก็ถูกเปลี่ยนมาที่ประตูทางด้านทิศใต้ ซึ่งภาพที่เห็นก็ทำให้เหล่าผู้ที่รับชมต่างก็อึ้งกันไปเป็นแถว

 

            ภาพของการจัดทัพผสมที่แบ่งแยกกลุ่ม และวางตำแหน่งของหน่วยย่อยต่างๆไว้ในกองทัพ กำลังบุกทะลวงกองกำลังของเหล่าเอ็นพีซีการ์เดี้ยนเรื่อยๆ จนผู้ที่เป็นฝ่ายล่าถอยกลายเป็นเหล่าผู้พิทักษ์ปราสาทเสียเอง

 

            “จัดทัพได้ยอดเยี่ยมมากเลยนะครับ การประสานงานของแต่ละคนเองก็มั่นคงสม่ำเสมออย่างกับกำลังดูกองทัพของสมาพันธ์ใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงบุกปราสาทอยู่เลย”ดิไวท์เอ่ยชม(?)ขึ้น

          “ทางด้านนี้เป็นกิลด์กะโหลกเหล็กสินะคะ แม้จะเป็นหนึ่งในสองกิลด์ม้ามืดที่อยู่ดีๆ ก็เปิดตัวมาท้าชิงปราสาท แต่ด้วยการจัดทัพที่คุณดิไวท์ถึงกับออกปากชมก็คงต้องยอมรับว่าเป็นกิลด์ที่แข็งแกร่งกิลด์หนึ่งเลยใช่มั้ยคะ”

            “ทางผมไม่มีความเห็นอะไรครับ”จีเอ็มเอ่ยตอบในขณะที่แอดมินเองก็เอ่ยตอบด้วยประโยคคล้ายๆกัน ส่วนดิไวท์ก็เพียงแค่ยิ้มและพยักหน้าเบาๆสองสามครั้ง

            “ถ้าอย่างงั้นเราไปชมภาพบรรยากาศของสงครามในด้านสุดท้ายกันเลยดีกว่านะคะ”

 

            กล่าวจบภาพของสงครามในด้านสุดท้ายก็ถูกตัดให้มาปรากฏขึ้นต่อหน้าสายตาของเหล่าผู้ชม

 

            “ทางด้านทิศเหนือคือกิลด์รัศมีดาราสินะคะ เป็นกลุ่มผู้เล่นที่มีสมาชิกมากที่สุดในสงครามครั้งนี้ และก็ถือเป็นกิลด์ม้ามืดที่โพล่มาชิงปราสาทเมืองคาเอเดะเหมือนกัน”

            “ครับ ด้วยจำนวนที่มากที่สุดทำให้สงครามในครั้งนี้ พวกเขาจึงดูเหมือนว่าจะได้เปรียบมากที่สุด การจัดทัพเองแม้จะเป็นรูปแบบมาตรฐานแต่ด้วยการอาศัยความได้เปรียบเรื่องจำนวน ทำให้สถานการณ์ถือว่าสูสีอยู่เหมือนกันนะครับ”ดิไวท์เอ่ยอธิบายการวิเคราะห์ของตน        

           

            ภาพของสงครามทั้งสี่ด้านถูกปรับเปลี่ยนไปมา พร้อมกับคำวิจารณ์ที่ออกมาจากปากของพิธีกรและแขกอีกสามท่าน ถึงแม้ว่าจีเอ็มและแอดมินจะไม่ได้ให้ความเห็นอะไรเป็นพิเศษเกี่ยวกับสงครามในครั้งนี้ก็ตาม

 

 

            “เป็นเมืองบ้านนอกแท้ๆ แต่ถือว่าเป็นสงครามที่มันเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี้ย”หนึ่งในสมาชิกวงสนทนาเอ่ยขึ้น

            “เงียบๆดิ ข้าฟังเสียงไม่ได้ยิน”

            “เออๆ ว่าแต่พวกเอ็งว่าฝ่ายไหนจะชนะวะ”   

        “ช่างมันเถอะ ข้าไม่สนใจหรอก ใครจะชนะก็เหมือนกันนั้นล่ะ”

            “พนันกันเปล่าพวกเอ็ง”

            “ข้าเล่นไอ้กิลด์รัศมีดาราอะไรนั่น 1,000 ยูธ”

            “เฮ้ย ข้าจะเล่นข้างกิลด์นั่นเหมือนกัน”

            “บอกให้เงียบ! เดี๋ยวพ่อก็กระทืบซะหรอก”

            ......

 

            เหล่าวงสนทนาเริ่มปรากฏขึ้นและพูดคุยถึงสงครามเมืองคาเอเดะกันอย่างสนุกปาก  และเริ่มมีการเปิดแทงพนันฝ่ายที่จะชนะขึ้นบนเว็บบอร์ดข่าวสารมากมาย หรือแม้แต่การตั้งกระทู้ขึ้นมาพูดคุยถกเถียงกันในเรื่องสงครามในครั้งนี้อย่างเป็นจริงเป็นจังก็มีปรากฏขึ้นมาหลายต่อหลายกระทู้

 

            “หลังจากที่ชมสถานการณ์ของสงครามทั้งสี่ด้านมาพอสมควรแล้ว คุณดิไวท์คิดว่าฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายที่กำชัยชนะของสงครามในครั้งนี้ไปได้เหรอคะ”

            “อืม...”ชายหนุ่มมีท่าทีครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็เอ่ยตอบออกไป “ถ้ามองแบบผิวเผิน หลายๆคนก็คงคิดว่าคงเป็นกิลด์รัศมีดาราที่มีจำนวนคนมากที่สุดที่จะได้ชัยชนะไปสินะครับ แต่ถ้าทางด้านการจัดทัพของกิลด์กะโหลกเหล็กที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพเองก็อาจจะทำให้พวกเขามีสิทธิ์ได้รับชัยชนะไปเหมือนกันนะครับ”

            “แล้วอีกสองสมาพันธ์ที่เหลือล่ะคะ คุณดิไวท์มีความเห็นว่าอย่างไรบ้าง”

            “สมาพันธ์ตัวตลกเริงระบำเองถ้าพวกเขาสามารถคงสถานการณ์แบบนี้ต่อไปได้เรื่อยๆก็อาจจะมีโอกาสเข้าไปถึงตัวปราสาทและจัดการกับตัวพระราชาของปราสาทได้เหมือนกันครับ ส่วนของสมาพันธ์ลำนำวิหค...”ดิไวท์หันไปกระซิบกระซาบกับจีเอ็มอยู่ชั่วครู่ ก็หันกลับมาให้คำตอบกับพิธีกรสาวสวย

                “เป็นไปได้ยากครับ”

            “เอ๋?”เธอเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีงงๆ “ก็ไหนคุณดิไวท์พูดว่าหัวหน้าสมาพันธ์ลำนำวิหคเก่งมากๆเลยไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมคราวนี้ถึงบอกว่าพวกเขามีโอกาสชนะต่ำล่ะ”

            “สงครามเขาทำกันเป็นกองทัพนะครับ คนเก่งเพียงคนเดียวใช่ว่าจะจัดการไปได้ซะทุกอย่าง”ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยท่าทีจริงจัง

 “จำนวนมาตรฐานสำหรับการตีปราสาทขนาดกลางคือหนึ่งหมื่นคนก็จริง แต่ในความเป็นจริงแล้วจำนวนที่ต้องใช้ คือสองหมื่นคนขึ้นไปต่างหากล่ะครับ ซึ่งก็เพื่อชดเชยในบางจุดที่หนึ่งหมื่นคนทำไม่ได้... จำนวนเอ็นพีซีการ์เดี้ยนในแต่ละด้านคือหนึ่งแสนตัว และแต่ละตัวล้วนเป็นนักรบที่มีเลเวลอยู่ที่ช่วงระหว่าง 65-70 แค่จำนวนก็มากกว่ากันตั้งสิบเท่าแล้ว การ์เดี้ยนแต่ละตัวก็ยังสามารถต่อสู้ได้ทุกตัว แต่สำหรับพวกเราเหล่านักผจญภัยแล้วไม่ใช่ เพราะกองทัพของพวกเราเป็นกองผสมที่มีสายนักเวท และพวกฮีลเลอร์ที่ไม่สามารถต่อสู้ตรงๆได้อยู่ด้วย แถมระดับสูงสุดของผู้เล่นยังตันอยู่ที่ 80 เผลอๆอาจจะมีคนที่ระดับต่ำและยังไม่ถึงห้าสิบปนอยู่ด้วยซ้ำ เพราะอย่างงั้นล่ะครับ การที่จะตัดสินใจที่จะท้าชิงปราสาทจึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้รอบคอบ และมีการวางแผนอย่างถี่ถ้วน ซึ่งผมยอมรับว่า สมาพันธ์ลำนำวิหคทำได้ดี...”   

“แล้วทำไมถึง...”

“แต่ยังไม่ดีพอครับ”

  “แล้วคุณดิไวท์คิดว่าลำนำวิหคควรจะทำยังไงดีคะ ถึงจะทำให้พวกเขาเอาชนะสงครามในครั้งนี้ไปได้”

“อืม... อันนี้ผมก็ให้คำตอบไม่ได้เหมือนกันครับ เรามาติดตามชมกันต่อไปดีกว่านะครับ เผลอๆอาจจะมีเรื่องที่ไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นก็ได้”

“เรื่องที่ไม่น่าเชื่อ?

“ครับ โลกที่ชื่อว่ายูโธเปียแห่งนี้ไม่มีคำว่าแน่นอนอยู่แล้วนี่ครับ”

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 198 ครั้ง

950 ความคิดเห็น

  1. #637 Nathwut (@hiruntubtim) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 22:39
    สนุกมากครับเกมอย่างเดียวน่ะได้โปรด
    #637
    0
  2. #635 Tsukihana (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 13:01
    มาร์คุงจามาโผล่ยังไงเนี่ย!?(ในที่สุดก็ตามทันซะที) รอตอนต่อไปคับ
    #635
    0
  3. #589 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 09:39
    ท่าทางจะมีเซอไพรซ์นะ
    #589
    0
  4. #588 Ditchapol Paychum (@hamzaza555) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 06:48
    เยี่ยมคับ
    #588
    0