Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 46 : Wind Change (สายลมที่พลันเปลี่ยน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 200 ครั้ง
    16 มี.ค. 59

Episode 46 Wind Change (สายลมที่พลันเปลี่ยน)

      

       ท่ามกลางเปลวไฟแห่งสงครามที่โหมกระหน่ำ เสียงฟาดฟันของเหล่าศาสตราวุธดังระงมราวกับเสียงของจิ้งหรีดเหล็กที่เอาขาเสียดสีกัน แสงสว่างวาบและเสียงระเบิดดังกระจายไปทั่วจนยากจะจับใจความและที่มาของมันได้

 

            หนึ่งร่างกายที่เคลื่อนไหว สองหมัดแกร่งที่ชกแหวกมวลอากาศครั้งแล้วครั้งเล่า หยาดเหงื่อที่เริ่มผุดขึ้นมามากมายและลมหายใจที่หอบถี่รวนด้วยความเหนื่อยล้า แต่ทั้งที่เป็นเช่นนั้นแววตาของหัวหน้าใหญ่แห่งสมาพันธ์ลำนำวิหคกลับมิได้แปรเปลี่ยนไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มที่ชวนขนลุกเองก็ยังคงถูกประดับอยู่บนใบหน้าของชายหนุ่มเช่นเคย

 

            “ฮึ ไม่หมดไม่สิ้นสักที” กำปั้นเหล็กที่ถูกห้อมล้อมด้วยลมพายุถูกชกแหวกอากาศเข้าใส่ผู้พิทักษ์ปราสาทจนกระเด็นออกไป

 

“หัวหน้าครับ เพื่อนผมสองคนโดนจัดการไปแล้วครับ ตอนนี้ผมถูกรุมอยู่ ช่วยผมด้วยครับหัวหน้า”ปลายสายสนทนาเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีลนลานอย่างเห็นได้ชัด

“มีพวกมันฝ่าแนวป้องกันพวกฮีลเลอร์มาได้แล้ว ใครก็ได้ไปช่วยเสริมตรงนั้นที ไม่งั้นพวกฮีลเลอร์ถูกฆ่าหมดแน่”

        “จอมเวทร่ายเวทโจมตีอะไรก็ได้เปิดทางให้เราที เจอพวกการ์เดี้ยนปิดทางไว้ พวกเราฝ่าไปไม่ได้”

        ..........

        สารพัดเสียงรายงานความเสียหายและขอความช่วยเหลือดังขึ้นมากมายผ่านทางช่องทางสื่อสารของสมาพันธ์ ซึ่งชายผู้อยู่จุดสูงสุดของสมาพันธ์ก็ได้แต่ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างขัดใจ

 

            “โธ่เว้ย น่ารำคานจริงๆเลย !” นักสู้หนุ่มตระโกนลั่นด้วยท่าทีหงุดหงิดสุดขีด “ไอ้เรียว ไอ้ค้อน เลิกเล่นได้แล้ว เอาจริงสักที”

           

            ตูม

            กล่าวยังไม่ทันขาดคำเสียงระเบิดก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างของเอ็นพีซีการ์เดี้ยนนับสิบที่ถูกอาวุธกระแทกเข้าใส่จนตัวลอยขึ้นเหนือพื้นดิน

 

ซึ่งท่ามกลางเสียงระเบิดมหาวินาศดังกล่าว ร่างของผู้เล่นคนหนึ่งกำลังเดินก้าวผ่านกองทัพการ์เดี้ยนพร้อมกับแกว่งค้อนในมือไปมาซัดเหล่าผู้พิทักษ์มหาปราสาทให้กระเด็นออกไปอย่างต่อเนื่องด้วยท่าทีสบายๆอย่างไม่น่าเชื่อ

 

            “แกนี่มันความอดทนต่ำจริงๆนะ กิง ” ใช้เวลาไม่นานร่างของผู้เล่นคนดังกล่าวก็มาหยุดลงที่ข้างของนักสู้หนุ่ม โดยที่หัวหน้าสมาพันธ์ก็แอบส่งสายตาไปเถียงประมาณว่า แกก็เหมือนกันนั้นแหละ อย่ามาทำเก๊ก

 

            เพล้งๆๆๆ

            อีกด้านหนึ่งเสียงแตกระรัวราวกับแผ่นน้ำแข็งแตกก็ดังขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับร่างในชุดจอมเวทที่เดินสาวเท้าเข้ามาหาหัวหน้าสมาพันธ์ด้วยท่าทีเยือกเย็นผิดเวลา

 

            “ฉันก็นึกว่าแกจะดีใจที่ได้อาละวาดซะอีก ไม่เห็นแกบ้าระห่ำแบบนี้มาตั้งนานเลยอยากดูสักหน่อย”เขาเอ่ยด้วยท่าทีทีเล่นทีจริง

 

โดยปกติแล้วเรื่องที่หัวหน้าสมาพันธ์ลำนำวิหคมีนิสัยที่ชอบบู้ล้างผลาญก็เป็นเรื่องที่สมาชิกส่วนใหญ่รู้กันดีอยู่แล้ว แต่เพราะช่วงหลังๆมานี่ไม่ค่อยมีอีเว้นท์ที่น่าสนใจมานานมากแล้ว เจ้าตัวถึงได้เปลี่ยนไปเล่นบทสุขุมเยือกเย็นตามแบบความเป็นผู้นำแทน ซึ่งเมื่อเอาเข้าจริงๆแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ตาม

 

เหยี่ยวก็ย่อมเป็นเหยี่ยวอยู่วันยังค่ำ...

         

            คลิก

            เสียงปลดล็อกของบางสิ่งดังขึ้น พร้อมกับส่วนที่ถูกพับไว้ของเกราะแขนเหล็กสีแดงเข้มที่ค่อยๆ คว่ำลงมาปิดมือของนักสู้หนุ่มไว้ บัดนี้ที่กำปั้นแกร่งจึงถูกแทนที่ด้วยหัวที่มีจะงอยแหลมคมของวิหคที่เรารู้จักกันในนาม เหยี่ยว และนี่ก็คือที่มาของสมญานาม เหยี่ยวจอมทำลายล้าง นั่นเอง

           

       “เกราะแขน เศียรปักษาแดง ไอเทมระดับ 7 ที่มีสถานะเป็นทั้งเกราะแขน และอาวุธพร้อมๆกัน หนึ่งในไอเทมสุดแกร่งที่เพิ่มพลังของเหล่าไฟท์เตอร์ให้ยกระดับขึ้น ให้ตายสิ กิง แกนี่มันอันตรายกว่าที่คิดไว้ซะอีก”ดิไวท์เอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น        

          “ไอเทมระดับเจ็ดเลยเหรอคะ ว้าว มีเรื่องที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นแล้วค่ะ ท่านผู้ชม ดูเหมือนว่าทิศทางของสงครามจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วค่ะ เรามาติดตามไปพร้อมๆกันเลยดีกว่านะคะ”

 

            “บูสท์ (Boost) ”กระแสพลังงานไหลทะลักออกมาจากร่างของนักสู้หนุ่มจนสร้างกระแสลมขึ้นระลอกหนึ่ง แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือบัดนี้ร่างของเขากลับแผ่คลื่นพลังมหาศาลออกมาจากตัว “ตายซะ เจ้าพวกหุ่นเชิด”

 

            ร่างของนักสู้หนุ่มกระโจนเข้าโจมตีใส่กองทัพเอ็นพีซีการ์เดี้ยนจนแตกฮือในพริบตา เสียงของปลายจะงอยเหล็กที่อาบด้วยลมพายุซัดเข้าใส่ทหารซามูไรราวกับสายลมคลั่งดั่งขึ้นถี่ยิบพร้อมร่างของเหล่าผู้พิทักษ์ปราสาทที่ทยอยล้มลงพร้อมกับค่าพลังชีวิตที่กลายเป็นศูนย์

 

            “ฮึ จะให้หัวหน้าเราโชว์เทพอยู่คนเดียวเหรอครับ ท่านเสนาธิการ”

            “ในตอนที่แกพล่ามอยู่ตอนนี้ ฉันหน่วงเวทมนต์ไว้แล้วสองบท สนใจจะรับสักบทมั้ย คุณหัวหน้ากิลด์”

            “ฮ่าๆๆ ใครเอาก็บ้าแล้ว ใครจะไปรับเวทจากทริคค์มาสเตอร์(Trick Master)แบบแกล่ะวะ ไปล่ะ ถึงตาฉันออกโรงสักที ”

 

            กล่าวจบร่างของค้อนกัมปนาทหัวหน้ากิลด์นกฮูกพเนจรก็ก้าวเท้าออกไป พร้อมกับหยิบเอาบางสิ่งออกมาจากกระเป๋าเก็บไอเทม

 

            พลองไม้ที่ยาวเกือบสองเมตรถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าก่อนที่มันจะถูกต่อเข้ากับด้ามของค้อนที่เป็นอาวุธคู่ใจของนักรบหนุ่ม

 

            “ปลดผนึก หงเฟิง”แสงสว่างเจิดจ้าเปล่งประกายขึ้นที่แหวนของชายหนุ่ม ก่อนที่มันจะพวยพุ่งออกมาจากแหวนดังกล่าว และเริ่มแปรเปลี่ยนรูปร่างไป

 

            ไม่นานนักท่ามกลางแสงสว่างที่เกิดขึ้นอาชาสีน้ำตาลแดงที่แสนองอาจ และสง่างามก็เผยปรากฏขึ้นต่อหน้าสายตาของเหล่าผู้พบเห็น นักรบหนุ่มลูบไปที่หน้าของเจ้าอาชาคู่ใจสองสามครั้งก็ขึ้นขี่ไปบนหลังของมัน และกวาดสายตามองเหล่าศัตรูเบื้องหน้าด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

 

            “ผันแปรอนุภาค”                            

“วอร์ริเออร์มัสเซิล (Warrior Muscle)

สองสกิลของค้อนกัมปนาทถูกใช้งานขึ้นพร้อมกัน

 

สกิลแรกคือ ผันแปรอนุภาค ยูนิคสกิลที่มีความสามารถในการช่วยลดและเพิ่มน้ำหนักของอาวุธที่ใช้ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง โดยแลกกับการที่พลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงด้วย ซึ่งพลังโจมตีที่ว่าจะแปรผกผันกับน้ำหนัก กล่าวคือ เมื่อเพิ่มน้ำหนักของอาวุธพลังโจมตีก็จะเพิ่มขึ้น แต่ถ้าหากลดน้ำหนักของอาวุธลงพลังโจมตีก็จะต่ำลง ซึ่งในครั้งนี้ค้อนกัมปนาทก็เลือกที่จะลดน้ำหนักของมันลงเพื่อความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้น โดยอัตราการเพิ่มหรือลดของน้ำหนักจะขึ้นอยู่กับพลังเวทที่ผนึกลงไป

ส่วนสกิลที่สองคือ วอร์ริเออร์มัสเซิล(Warrior Muscle) สกิลพื้นฐานที่ผู้เล่นสายนักรบจะได้รับเมื่อมีระดับตั้งแต่ 45 ขึ้นไป ซึ่งทักษะที่ว่านี้จะช่วยเพิ่มพลังกายให้แก่ผู้เล่นอีก 20% จากเดิม ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่งเช่นกัน

 

          ไม่รั้งรอให้เสียเวลาแต่อย่างใด ร่างของนักรบหนุ่มพร้อมกับอาชาแดงคู่ใจก็พุ่งทะยานเข้าไปต่อสู้กับเหล่าทหารผู้พิทักษ์ปราสาทในทันที

 

            “คุณจีเอ็มค่ะ ไม่ทราบว่าพอจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับสายอาชีพของผู้เล่นที่ขี่หลังม้าอยู่ตอนนี้ได้รึเปล่าคะ”

            “แน่นอนครับ ถ้าเป็นแค่ข้อมูลเกี่ยวกับสายอาชีพล่ะก็ ผมสามารถให้ได้ครับ สายอาชีพที่ผู้เล่นคนนี้เล่นอยู่คือ ไนต์ไรเดอร์ (Knight Rider)ครับ เป็นสายอาชีพขั้นที่สอง ที่พัฒนาต่อยอดมาจากสายนักรบที่มีระดับครบ 50 ลักษณะเด่นที่สุดของสายอาชีพนี้ก็คือความสามารถในการขับขี่พาหนะ หรือสัตว์เลี้ยงไปพร้อมๆ กับการต่อสู่ในเวลาเดียวกันได้ครับ ซึ่งต้องขอบอกไว้อีกอย่างเลยนะครับว่าสายไนต์ไรเดอร์นั่นเป็นคนละสายอัศวิน(Knight) ไม่ใช่ว่าเป็นสายเดียวกันอย่างที่หลายๆคนเข้าใจนะครับ เพราะว่าสายอัศวินจะไม่ได้มีความสามารถในการต่อสู้บนพาหนะสูงเหมือนไนต์ไรเดอร์ แต่ถ้าหากเป็นการต่อสู้แบบตัวต่อตัวล่ะก็ สายอัศวินก็จะถือว่าได้เปรียบสายไนต์ไรเดอร์ในระดับหนึ่งครับ”

“ขอบคุณคุณจีเอ็มมากค่ะสำหรับข้อมูล แต่ว่าแบบนี้เขาจะไม่ลำบากแย่เหรอคะ ที่ต้องเหวี่ยงค้อนไปมาในขณะที่ขี่ม้าไปด้วย”

“ก็คงขึ้นอยู่กับความถนัดล่ะมั้งครับ อันที่จริงแล้ว ผมก็ไม่คิดจะวิจารณ์สไตล์การต่อสู้ของใครด้วยสิ แต่ยอมรับตามตรงเลยนะครับว่าสไตล์การต่อสู้ของเขาเนี่ย ค่อนข้างน่าสนใจอยู่พอสมควรเลย” หัวหน้าสมาพันธ์ใหญ่เอ่ยตอบ “พลองที่นำมาต่อกับค้อนคงเพื่อเพิ่มระยะการโจมตีออกไปสินะ แต่ว่าน้ำหนักของค้อนก็น่าจะถ่ายไปที่ปลาย... อืม... ยังงี้นี้เองคงน่าจะใช้สกิลบ้างอย่างช่วยสินะ เข้าใจล่ะ” เขาบ่นพึมพำกับตัวเองอยู่ชั่วครู่ก็หันกลับไปสนใจการต่อสู้ในหน้าจอมอนิเตอร์ต่อ

          “ดูสิค่ะท่านผู้ชม ตอนนี้มีความเคลื่อนไหวของผู้เล่นสายจอมเวทอีกคนที่เหลืออยู่แล้วค่ะ”

 

            “เฮ้อ ให้ตายสิ”เสียงบ่นลอยๆ ดังมาจากผู้เล่นคนสุดท้ายที่ถูกทิ้งไว้ด้านหลัง โดยที่สองคนก่อนหน้านี้ที่เข้าไปตะลุมบอนอยู่ ไม่ได้มีท่าทีเป็นห่วงหรือคิดจะคอยคุ้มกันจอมเวทผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ไม่นานนักร่างของเหล่าการ์เดี้ยนผู้พิทักษ์ปราสาทก็กระโจนเข้ามาจากรอบด้านเพื่อโจมตีปลิดชีพจอมเวทเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่กลางวงล้อม

 

            “ละอองสนิม”

 

            แกร๊ก

            ราวกับถูกกดปุ่มให้หยุดนิ่ง เหล่าเอ็นพีซีการ์เดี้ยนที่รายล้อมชายหนุ่มอยู่ จู่ๆก็พลันหยุดมือลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของพวกมันที่ต่างก็สั่นสะท้านขึ้นราวกับพยายามที่จะฝืนเหวี่ยงคมดาบใส่คนตรงกลางให้จงได้

 

            ละอองสนิม ทักษะสายก่อกวนของอาชีพทริคค์มาสเตอร์(Trick Master) ที่เมื่อสั่งใช้งานจะสามารถทำให้ศัตรูที่อยู่ในรัศมีรอบตัวติดสถานะติดสนิม ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ราว 4-5 วินาที ซึ่งหลังจากนั้นศัตรูก็จะสามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้เช่นเดิม แต่ผลของสถานะติดสนิมจะยังคงอยู่ กล่าวคือจะทำให้ค่าความเร็วความคล่องตัว และค่าพลังป้องกันทางกายภาพลดลง แม้จะดูเหมือนจะเป็นทักษะที่มีประโยชน์ก็จริง แต่ก็มีเงื่อนไขการใช้งานที่สำคัญและยุ่งยากอยู่ ซึ่งก็คือศัตรูที่ต่อสู้ด้วยจะต้องมีร่างกายส่วนใหญ่ที่เป็นวัสดุจำพวกเหล็กหรือวัสดุอย่างอื่นที่สามารถติดสนิมได้ ซึ่งหาได้ยากมากในหมู่มอนสเตอร์ปกติทั่วไป แถมยังมีคูลดาวน์ที่ค่อนข้างนานพอสมควรด้วย และผลของสกิลก็ยังไม่ได้จำกัดแค่ศัตรูแต่ยังส่งผลกับพวกเดียวกันด้วย

 

            “ไปล่ะพวก”กล่าวจบร่างของจอมเวทหนุ่มก็รีบจ้ำเท้าไปหาเพื่อนสนิททั้งสองคนที่พุ่งออกไปก่อนหน้านี้ในทันที แต่ทั้งที่เป็นแบบนั้นก็ยังไม่วายทิ้งของฝากไว้ด้านหลังให้แก่เหล่าผู้พิทักษ์ที่เริ่มจะกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง

 

            ลูกกลมๆสีฟ้าลูกหนึ่งถูกทิ้งไว้ด้านหลัง หากพวกมันมีคิ้วตอนนี้ก็คงจะขมวดเข้าหากันเป็นปมไปแล้ว เพราะไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มทิ้งอะไรไว้กันแน่และต้องการจะทำอะไร แต่ต่อมาไม่นานเจ้าลูกบอลปริศนาก็แตกออกพร้อมน้ำเปล่าสีใสที่ไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตกกระแทกใส่ซามูไรไร้วิญญาณจนแตกฮือ

 

            “ขอนำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ตอน ม.4 ของฉัน”เขาเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีภูมิใจโดยไม่หันหลังไปมองเลยแม้แต่น้อย แต่พริบตาต่อมาก็หยุดเท้าลงและหันกลับมาปล่อยเวทมนต์ที่หน่วงไว้อีกหนึ่งบทให้ทำงานขึ้นในทันที สายฟ้าเส้นหนึ่งพุ่งตรงจากอัญมณีที่ปลายคทาไปยังเหล่าการ์เดี้ยน ไม่สิ ที่พุ่งตรงไปคือพื้นดินที่ยังมีน้ำหนองอยู่ต่างหาก

 

แต่ถึงอย่างงั้นสายฟ้าที่ยิงออกไปก็ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรมากนัก แต่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับจอมเวทหนุ่ม เพราะจุดประสงค์จริงๆของเขาก็คือ

 

“อีเล็คโทรไลซิส เอ็กโพลชั่น(Electrolysis Explosion)”กล่าวจบ ไฟเออ์บอล (Fire ball) ลูกเล็กๆ ที่เป็นเวทมนต์พื้นฐานก็ถูกยิงออกไป

 “นิ่งๆ แต่ยิ่งใหญ่”

 

ตูม!

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว สร้างความตกตะลึงให้แก่เหล่าผู้ร่วมศึกและผู้ชมศึกเป็นอย่างมาก ภาพของจอมเวทหนุ่มที่เดินก้าวเท้าเข้าหาตัวปราสาทเรื่อยๆ โดยที่ด้านหลังยังคงมีเปลวเพลิงและควันไฟอยู่ด้านหลังสร้างความฮือฮาให้แก่เหล่าผู้ชมเป็นอย่างมาก

 

“ชิ ดันมาแย่งซีนกันซะได้ ไอ้บ้าเรียวคา”ร่างของนักรบหนุ่มที่ควงค้อนไปมาบนหลังม้าเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเซ็งๆ “ที่ไอ้หมอนั่นแอบทำมาตลอดคือไอ้นี่เองงั้นเหรอเนี้ย ยังสงสัยอยู่มันไปกว้านซื้อวอเตอร์บอลมาทำไม”

 

“สุ.. สุดยอดไปเลยค่ะ เห็นหรือเปล่าค่ะท่านผู้ชม ผู้เล่นสายจอมเวทคนนั้นจู่ๆก็ใช้เวทระเบิดที่รุนแรงมากเลยค่ะ”

“ผมว่าไม่น่าจะใช่เวทมนต์เลยซะทีเดียวนะครับ”ดิไวท์เอ่ยขัดขึ้น

“เอ๊ะ แต่ว่า... เอ่อ... แล้วมันอะไรยังไงกันล่ะคะ ฉันงงไปหมดแล้ว”

“อืม... ผมก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องที่เขาทำมากเท่าไหร่เหมือนกันครับ คงจะให้คำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ แต่ว่า อืม... น่าจะเป็นการประยุกต์เอาเวทมนต์ส่วนหนึ่งมาปรับใช้กับอะไรบางอย่างล่ะมั้งครับ”เขาเอ่ยตอบด้วยท่าทีที่ไม่ค่อยแน่ใจนัก

 

ในขณะที่ในสตูดิโอยังคงมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความสามารถที่จอมเวทหนุ่มใช้อยู่ อีกด้านหนึ่งของสงคราม จอมเวทหนุ่มที่ตกเป็นหัวข้อสนทนาก็ยังคงก้าวเดินต่อไปข้างหน้าพร้อมกับร่ายเวทก่อกวนสารพัดใส่เหล่าการ์เดี้ยน แม้จะไม่ได้ทำให้พวกมันบาดเจ็บล้มตายอะไรมาก แต่ก็ทำให้รูปขบวนการรบถึงกับเสียสมดุลไปในพริบตา

 

“ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะ ไอ้พวกบ้า ในระหว่างที่พวกฉันดึงความสนใจอยู่ก็รีบจัดรูปขบวนขึ้นมาใหม่ซะสิ แล้วก็อุดช่องโหว่เร็วๆเข้า” เสนาธิการหนุ่มเอ่ยขึ้นเรียกสติทุกคนผ่านทางช่องทางสื่อสารระหว่างสมาพันธ์

 

ซึ่งด้วยคำสั่งที่ว่านั่นเองก็เป็นตัวช่วยกระตุ้นอย่างดี ให้เหล่าลำนำวิหคเริ่มได้สติ และจัดรูปขบวนใหม่อีกครั้ง

 

“เมวิธ ไอ้ค้อนฝากบอกว่าให้แกสั่งการพวกหน่วยบุกทะลวงแทนมันด้วย แล้วก็ฝากบอกยัยเนส กับยัยเซียด้วยว่าช่วยสั่งการแทนพวกฉันที พวกเราสามคนจะป่วนกองทัพของศัตรูเพื่อซื้อเวลาให้เอง”

“คะ.. ครับ”

 

 

 

                       

          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 200 ครั้ง

949 ความคิดเห็น

  1. #639 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 10:03
    ขอบคุณครับ
    #639
    0
  2. #638 skeletontj (@skeletontj) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 09:48
    บอกตามตรง ลืมเนื้อเรื่องไปหละ ต้องไล่อ่านใหม่
    #638
    0