Utopia Fantasy Online

ตอนที่ 39 : First Target (เป้าหมายแรก)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,466
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 188 ครั้ง
    30 ธ.ค. 58

Episode 39 First Target (เป้าหมายแรก)

 

          วิหารอสูรรัตติกาล ดันเจี้ยนความยากระดับสูงที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมนักในการเก็บเลเวลของเหล่าผู้เล่น เพราะความยากในการเคลียร์ดันเจี้ยนที่จัดอยู่ในระดับภารกิจแรงค์เอส ซึ่งถือเป็นระดับที่เกือบสูงสุดของเกม

 

ในตอนแรกสุด หลังจากมีการค้นพบดันเจี้ยนแห่งนี้ มีเหล่าผู้แสวงโชคมากมายหรือก็คือเหล่าผู้เล่นต่างให้ความสนใจ และมาเสาะแสวงหาผลประโยชน์มากมายจากวิหารแห่งนี้ แต่ด้วยผลตอบรับที่ได้จากการผจญภัยในครั้งนี้ที่เรียกได้ว่าขาดทุนย่อยยับทำให้ความนิยมและความสนใจในวิหารแห่งนี้ต้องเป็นอันเงียบเหงาลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายแม้แต่ใบประกาศภารกิจก็ยังติดแหง็กอยู่บนบอร์ดประชาสัมพันธ์มาเป็นเวลาหลายสิบปีในยูโธเปีย

         

          โดยข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยจากจีเอ็ม บ่งบอกว่าดันเจี้ยนแห่งมีทั้งหมดห้าชั้น โดยแต่ละชั้นจะอยู่ถัดลงไปใต้ดินเรื่อยๆ พร้อมๆกับระดับของมอนสเตอร์ที่มีเลเวลและจำนวนที่มากขึ้นเป็นทวีคูณ โดยมอนสเตอร์ที่อยู่ในดันเจี้ยนแห่งนี้มีเพียงชนิดเดียวเท่านั้น คือ องครักษ์กระดูกดำ มอนสเตอร์ประเภท อสูร ที่พบเจอได้เพียงที่ดันเจี้ยนแห่งนี้เพียงที่เดียว รูปร่างภายนอกของมันจะเป็นเพียงโครงกระดูกปกติของมนุษย์ที่มีบางส่วนเปลี่ยนเป็นสีดำ ถืออาวุธประเภทดาบโค้งเพียงอย่างเดียว โดยในชั้นแรกที่ยังตั้งอยู่บนพื้นดินจะมีเพียงพวกมันนับ 50 ตัวที่ล้วนมีระดับ 45 เท่านั้น แต่ในชั้นที่สองลงมาจำนวนพวกมันจะเพิ่มเป็นสองเท่า และระดับก็จะเปลี่ยนเป็น 50 ทั้งหมดทุกตัว พร้อมกับอาวุธคู่กายที่มีโล่และหมวกเกราะเพิ่มขึ้นมา

 

            ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ถูกเคลียร์ไปได้เพียง 40% เท่านั้น หรือก็คือเพียงแค่สองชั้นนั้นเอง โดยนอกจากความแข็งแกร่งของผู้พิทักษ์เหล่านี้แล้ว ปัจจัยอีกอย่างที่ทำให้ดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่ได้รับความนิยมคือค่าประสบการณ์ และไอเทมที่ได้รับ ซึ่งเมื่อเทียบอัตราการให้ค่าประสบการ์แล้ววิหารอสูรรัตติกาลแห่งนี้ให้ค่าประสบการณ์ต่ำเท่าๆกับดันเจี้ยนอื่นที่อยู่ระดับต่ำกว่าหรืออาจจะให้น้อยกว่าเลยด้วยซ้ำ ไอเทมดรอปที่เรียกได้ว่าไม่ต้องดรอปเลยจะดีเสียกว่า เพราะอัตราการดรอปไอเทมของวิหารแห่งนี้คือ หนึ่งอย่างต่อหนึ่งชั้น แถมสิ่งที่ดรอปมายังมีเพียงแท่งกระดูกผุๆที่เอาไปใช้ทำอะไรแทบไม่ได้

 

          แต่บัดนี้ ณ หน้าปากทางเข้าวิหารกลับมีบุรุษผู้หนึ่งกำลังคิดจะท้าทายดันเจี้ยนสุดโหดในหลายๆความหมายแห่งนี้ เด็กหนุ่มที่ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญจริงๆหรือโชคชะตาอันใดกันแน่ ที่ทำให้เขาบังเอิญฉีกแผ่นมอบหมายภารกิจระดับ เอส ที่มีคำสั่งเพียงคำสั่งเดียวเท่านั้น คำสั่งที่ว่าคือ จงเคลียร์ดันเจี้ยนแห่งนี้ซะ...   

 

          “นี่เฮีย เฮียแน่ใจนะว่าเฮียจะเข้าไปในวิหารนี้จริงๆ” เสียงแข็งๆที่ฟังคล้ายเหล็กกระทบกันกล่าวขึ้น เหมือนเป็นการเรียกสติของให้เด็กหนุ่มหลุดออกจากภวังค์ความคิด หลังจากที่อ่านบางสิ่งในหน้าต่างระบบที่เปิดออกมาอยู่นานมากแล้ว

            “คงงั้นครับ”เขาตอบสั้นๆก่อนจะหันกลับไปสนใจหน้าต่างระบบต่อ

            “นี่แกก็ช่วยพูดหรือห้ามอะไรบ้างสิ เจ้ากาดำ”เจ้าของเสียงแข็งหันไปขอความช่วยเหลือกับชายอีกคนที่อยู่ถัดออกไปไม่ไกล

“ข้าเห็นด้วยกับท่านเพลนทิเวียนะขอรับ วิหารแห่งนี้อันตรายเกินไปที่จะเข้าไปเพียงผู้เดียว” ชายหนุ่มในชุดเกราะซามูไรพูดขึ้นด้วยท่าทีกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด

“ถ้าไม่เสี่ยงตายจนถึงที่สุดผมคงไม่รู้แน่ว่าตัวเองพัฒนาขึ้นมากแค่ไหน เอาล่ะนะ”นักดาบหนุ่มผละความสนใจออกมาจากหน้าต่างระบบ ก่อนจะปิดมันลงไป “ผมตัดสินใจดีแล้วครับ ยังไงก็ไม่เปลี่ยนใจแน่นอน”

 

เมื่อเห็นความหนักแน่นที่ฉายแววบนดวงตาของเด็กหนุ่ม เทพวิหคแห่งตำนานญี่ปุ่นก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างอ่อนใจ “ไม่คิดเลยว่าท่านจะเป็นคนหัวรั้นเช่นนี้นะขอรับ ท่านมาร์เวลลัส”

“เรียกว่าจิตใจแน่วแน่น่าจะดีกว่านะครับ แล้วคุณล่ะครับ คุณเพลนทิเวีย”มาร์เวลลัสกล่าวขึ้นพร้อมกับจ้องมองไปยังดาบสีดำเล่มใหม่ที่อยู่ในมือ

 

พลันจบวาจาของผู้เป็นนาย บนใบดาบสีดำก็ปรากฏริมฝีปากสีขาวมันเงาขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ ก่อนที่ริมฝีปากดังกล่าวจะขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำออกมา

 

“ถ้าเฮียตัดสินใจแน่แล้ว ผมก็คงจะขัดอะไรเฮียไม่ได้แล้วล่ะ”เจ้าดาบประหลาดเอ่ยตอบด้วยท่าทีอ่อนใจไม่ต่างจากการาสุเทนกุ

“คุณเพลนทิเวียไม่เชื่อในพลังของพวกเราเหรอครับ”

“จะเป็นไปได้ยังไงล่ะครับเฮีย ผมน่ะ ตั้งแต่วินาทีแรกที่เฮียเปิดผมออกมาจากกล่องและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันและกัน ผมก็รู้เลยว่าเฮียเป็นคนที่สุดยอดแค่ไหน และนับตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา ผมก็ศรัทธาในตัวเฮียจนหมดหัวใจ และสาบานไว้แล้วว่าไม่ว่ายังไงผมจะอยู่เคียงข้างเป็นกำลังให้เฮียตลอดไป ต่อให้บุกน้ำแข็งลุยลาวาผมก็บ่ย่าน...”

“โอเคครับๆ ผมเข้าใจแล้ว ถ้างั้นเราเข้าไปวิหารกันเลยดีกว่านะครับ ผมตรวจสอบข้อมูลหลายๆ อย่างเสร็จแล้วด้วย”มาร์เวลลัสกล่าวตัดบทก่อนจะถอดกระเป๋าเก็บไอเทมและหยิบเอาเชือกที่มีในกระเป๋าออกมาสองเส้น “ผมฝากกระเป๋าไว้ด้วยนะครับ แล้วก็... ฝากดูแลพวกเขาด้วยนะครับ” พูดเสร็จก็เบ้ปากไปทางสัตว์เลี้ยงที่แสนน่ารัก(?)ทั้งสองตัวที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

“ให้ตายสิขอรับ ไม่คิดเลยว่านอกจากจะหัวรั้นแล้ว ท่านยังจะบ้าระห่ำเช่นนี้อีก”เทพวิหคบ่นกะปริดกะปรอยแต่ก็ยอมรับเอากระเป๋ามาเก็บไว้แต่โดยดี ก่อนจะหยิบเอาเชือกมาจากมือของเด็กหนุ่ม และทำในบางสิ่งที่ไม่น่าเชื่อที่สุดที่คิดว่าคนอย่างมาร์เวลลัสจะกล้าทำ

 

มือข้างหนึ่งที่ถือคาตานะสีดำไว้ กับมืออีกข้างที่ถือเจ้าดาบประหลาดเพลนทิเวีย บัดนี้ดาบในมือทั้งสองข้างต่างกำลังถูกมัดติดด้วยเชือกกับมือแต่ละข้างอย่างแน่นหนาด้วยความตั้งใจของเจ้าตัวเอง

 

“เสร็จแล้วขอรับ ข้าคิดว่าน่าจะแน่นหนาพอแล้ว”

“ขอบคุณมากครับ คุณการาสุเทนกุ ถ้างั้นเอาไว้เจอกันนะครับ ถ้าผมยังไม่ตาย”เขาเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆก่อนจะวิ่งเข้าไปในดันเจี้ยนวิหารอสูรรัตติกาลอย่างรวดเร็ว

“โชคดีนะขอรับ”

 

ถ้าหากจะถามว่าเหตุการณ์มันเป็นแบบนี้ได้เช่นไรนั้น คงต้องขอเท้าความกันสักหน่อย...

 

หลังจากมาร์เวลลัสเดินทางออกมาจากกระท่อมอันเป็นสถานที่ฝึกวิชา เขาก็เลือกลงที่เมืองที่อยู่ใกล้ที่สุด จองโรงแรมหนึ่งห้องและล็อกเอ้าท์ออกมา มาร์เวลลัสหรือว่าไนต์ในโลกจริงทำกิจกรรมสารพัดอย่างจนผ่านพ้นไป ก่อนจะตกดึกอีกครั้งและกลับเข้ามาในยูโธเปียแห่งนี้ เป้าหมายแรกที่มาร์เวลลัสวางไว้ในตอนนี้คือการทดสอบฝีมือของตนเอง ซึ่งสถานที่ที่ดีที่สุดในการทดสอบฝีมือก็คงไม่พ้นดันเจี้ยนสักที่นั้นเอง

 

หลังจากค้นหาดันเจี้ยนมากมายหลายต่อหลายสถานที่ มาร์เวลลัสก็ยังไม่พบดันเจี้ยนที่เขาคิดว่าน่าสนใจและน่าท้าทายที่สุดสักที แต่ในที่สุดไม่รู้ว่าจับพลัดจับผลูอีท่าไหนเจ้าตัวถึงได้ไปเปิดหน้าต่างระบบแล้วพบภารกิจระดับ เอส อันนี้อยู่ ซึ่งพูดได้เลยว่าสถานที่แห่งนี้ตรงตามคอนเซ็ปต์ที่เขาอยากได้เป๊ะ

 

ส่วนเรื่องที่เหลือก็คงไม่ต้องเดาให้ยากว่าเด็กหนุ่มรีบแจ้นมาที่นี้มากแค่ไหน...

 

กลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน...

 

ร่างสูงสง่าในชุดสีนิลบัดนี้กำลังกวัดแกว่งดาบต่อสู้อย่างคล่องแคล่ว กับอสูร องครักษ์กระดูกดำ ในชั้นนี้ที่ถือว่ามีระดับต่ำสุดที่มีจำนวน 50 ตัวอย่างสูสี

 

มาร์เวลลัสในตอนนี้ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆกับการต้อนรับขับสู้อันแสนสุภาพของเหล่าเจ้าบ้านที่นับแต่วินาทีแรกที่เขาก้าวเข้ามาก็ถูกพวกมันพุ่งเข้าใส่อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

 

“ทีแรกก็คิดจะสู้จริงๆจังๆล่ะนะ”เด็กหนุ่มกล่าวขึ้น ทั้งที่ดวงตาสีเทามองภาพด้านหน้าด้วยความสงสัย “ที่นี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ”

 

ถึงจะถามออกไปแต่ก็ไม่มีคำตอบใดหลุดออกมาจากปากของเหล่าซากกระดูกเลยแม้แต่อย่างเดียว พวกมันยังคงประเคนดาบโค้งอาวุธคู่กายของตนเข้าใส่เด็กหนุ่มอย่างไร้ความปราณี

 

วืด

คมดาบโค้งขององครักษ์กระดูกดำสองตัวถูกฟันเข้าใส่เด็กหนุ่มอย่างจังจนอาจสร้างแผลสาหัสให้ โดยลากผ่านตั้งแต่ไหล่ขวาลงมาเอวซ้าย

 

ทว่า เสี้ยววินาทีผ่านไปไม่นานร่างสูงที่ถูกดาบของเจ้าโครงกระดูกตัดผ่านก็ค่อยๆเจือจางลงจนเลือนหายไปอย่างน่าอัศจรรย์

 

วิชาประยุกต์แดนสนธยาชั่วขณะจิต กายาวายุ (Wind Body)

 

ร่างในชุดคลุมปรากฏขึ้นอีกครั้งที่ด้านหลังราวกับมวลอากาศที่แหวกออกก่อนที่ดาบคาตานะสีดำจะฟันตามขวางเข้าใส่โครงกระดูกสองตัวที่โจมตีเข้าใส่ตัวเองก่อนหน้านี้

 

เคร้ง

เสียงสะท้อนกลับ พร้อมกับเด็กหนุ่มที่ส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างขัดใจ

 

“ยังไม่พออีกเหรอเนี้ย”มาร์เวลลัสกล่าวขึ้นก่อนจะโยกตัวหลบอย่างรวดเร็วและถอยหล่นหลบการโจมตีจากด้านข้างออกมาอย่างทันท่วงที

 

 

ชื่อ : คุโร มุรามาซะ

ประเภท : อาวุธ (ดาบระดับ 8)

ความสามารถ : พลังโจมตี 2000 แต้ม ดาบเล่มนี้จะมีพลังโจมตีเพียงแต่ค่าเริ่มต้นของตัวเองเท่านั้น (พลังโจมตีพื้นฐานของผู้ใช้จะไม่มีผลแต่อย่างใด) ยกเว้นในกรณี การผนึกพลังเวท

ทักษะติดอาวุธ : กงเกวียนแค้น

เงื่อนไขสวมใส่ : ได้รับการยอมรับสืบทอดจากเจ้าของคนก่อน

สถานะ : ปลดล็อกแล้ว

ประวัติ : อาวุธที่เกิดจากการตีหลอมรวมกันของสองศาสตราวุธในตำนาน ระหว่างดาบแห่งความแค้น และดาบแห่งการปกป้อง

 

 

            ดูข้อมูลไปแล้ว คาตานะเล่มนี้ก็นับว่าไม่ได้มีความแข็งแกร่งอะไรแต่อย่างใด แต่ที่ทำให้ดาบเล่มนี้น่าหวาดกลัวอย่างแท้จริงมาจากทักษะติดอาวุธ กงเกวียนแค้น ต่างหาก ทักษะสุดแกร่งที่จะทำให้ดาบมีพลังโจมตีเพิ่มขึ้นครั้งละ 444 แต้มทุกครั้งที่ดาบเข้าปะทะและต่อสู้กับศัตรู ซึ่งหลังจากจบการต่อสู้พลังโจมตีของดาบจะกลับสู่สถานะเริ่มต้น

 

            Accel Frontier (แดนสนทยาชั่วขณะจิต)

 

            ร่างของเด็กหนุ่มโยกตัวหลบการโจมตีด้วยท่าเฉพาะตัวที่ไม่มีในระบบครั้งแล้วครั้งเล่าและฟันสวนการโจมตีออกไปหลายสิบครั้งแล้ว แต่ถึงยังไงเขาก็ต้องยอมรับความเป็นจริงที่แสนน่ากลัวอย่างหนึ่ง การรับมือกับศัตรูห้าสิบตัวในเวลาเดียวกันแบบนี้ มันสาหัสเอาเรื่องไม่ใช่น้อย... และนี้แค่ชั้นแรกถ้าเขาลงไปชั้นต่อๆไปได้ มันจะต้องโหดและหินกว่านี้หลายสิบเท่าแน่... แถมสิ่งที่เขาได้เห็นก่อนหน้านี้ผ่านทางดวงตาสีเทาของทักษะของนักแสวงบุญยังทำให้เขาเป็นกังวลเกี่ยวกับบางสิ่งอยู่ด้วย...

 

            “เอาเลยเฮีย ผมอยู่ข้างเฮียเสมอ เอาให้พวกกะโหลกผุๆพรรค์นี้รู้ถึงความแข็งแกร่งของเราเลยเฮีย”เจ้าดาบพูดได้สหายคนใหม่ของมาร์เวลลัสกล่าวขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ามาในวิหารแห่งนี้ มันรับรู้ถึงความรู้สึกของผู้เป็นนายตัวเองได้ ผ่านทางสายสัมพันธ์พิเศษที่เกิดขึ้น

            “นั้นสินะ มัวคิดไปก็ไม่ได้อะไร”ริมฝีปากอ่อนเอ่ยขึ้นก่อนที่ดวงตาที่กลับเป็นสีนิลได้สักพักแล้วจะจ้องมองไปยังเหล่าโครงกระดูกปีศาจด้านหน้าอย่างไร้ความลังเลใดๆ

 

            และไร้ความปราณีใดๆปรากฏขึ้นบนดวงตาด้วยในเวลาเดียวกัน...

 

            ฟุบ

 

            วิชาประยุกต์แดนสนธยาชั่วขณะจิต ก้าวย่างวายุ (Wind Step)

 

            ร่างของเด็กหนุ่มที่พลันหายไปปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับใบดาบสีดำทั้งสองที่ส่องประกายแสงสีขาวจากความสามารถใหม่ที่มาร์เวลลัสพึ่งจะเรียนรู้ก่อนที่จะเข้ามาในดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่ถึงสิบนาที

 

ผู้เล่น มาร์เวลลัส ผ่านเงื่อนไข ได้รับทักษะ การแปลงพลังเวทแสง ระดับ 0 การแปลงพลังเวทแสง เลื่อนเป็น 1 2 3 4 5… 21 ค่ะ

 

ผู้เล่น มาร์เวลลัส ผ่านเงื่อนไข ได้รับทักษะ การผนึกพลังเวทแสง ระดับ 0 การผนึกพลังเวทแสง เลื่อนเป็น 1 2 3 4 5…19 ค่ะ

 

            ศาสตราคู่ส่องประกายแสงสีขาวเด่นจ้าท่ามกลางความมืดภายใต้วิหารที่ถูกปิดทึบ ปลายดาบทั้งสองชี้ไปด้านหลังพร้อมรับร่างสูงสง่าที่ย่อตัวลงราวกับเพชฌฆาตร้ายที่หมายมั่นจะพุ่งเข้าใส่เหยื่ออยู่ทุกขณะ

           

“บินฝ่ากันไปเลย..”

 

ฟุบ

เป็นอีกครั้งที่ร่างสูงภายใต้ชุดสีนิลเลือนหายไปต่อหน้าต่อตาของเหล่าศัตรู พวกมันต่างหันซ้ายหันขวามองหาเด็กหนุ่ม แต่สิ่งที่พบเห็นเป็นครั้งสุดท้าย ก็มีเพียงแสงสีขาวที่วิ่งตัดผ่านห้วงอากาศเฉกเช่นกับดาวตก

 

พร้อมๆกับชีวิตขององครักษ์กระดูกดำที่สูญสลายไปนับสิบตัว...

 

“จากนี้ต่อไปคือของจริงแล้วนะครับ”

 

 

 

สปอยนิดๆ จะคายลายละเอียดที่มาของอะไรต่างๆ เรื่อยๆนะครับ ไม่ได้อยู่ดีๆก็ทำได้แน่นอน...

          ตอนหน้าก็ครบ 40 ตอน + ปีใหม่พอดีเลย

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 188 ครั้ง

948 ความคิดเห็น

  1. #629 Tsukihana (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 09:19
    เท่มั่กๆคับเฮีย
    #629
    0
  2. #535 ขอทานสะท้านฟ้า (@prasart12) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 16:53
    สงสัยจัง
    ตกลงพระเอกมาเล่นเกม หรือมาเดินเล่น ไม่เห็นจะทำอาไรเลย สัพเพเหระอย่างเดียว แทนที่ จะไปฝึกวิชาอย่างเดียว สัก สิบปีหรือมีคนจบเกม แล้วออกมาเดินทีเดียวยังดีกว่า
    #535
    0
  3. #534 TKGaming (@tulkungxv) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 23:15
    Countdown ไปพร้อมกับเรื่องนี้คับ
    ..อ่านต่อๆ..
    #534
    0
  4. #532 PopoRuru (@lokiza555) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 09:17
    สั้นง่า แง้ๆๆๆ
    #532
    0
  5. #531 Eacho Ya Man (@eacho5744) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 18:42
    รอคัฟสวัสดีปีใหม่ด้วย
    #531
    0
  6. #529 kimurakung (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 09:49
    ตอนสั้นจังครับ
    #529
    0
  7. #528 หมอกเงา (@lumpang) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 08:54
    ขอบคุณคับ อัพๆกำลังสนุก
    #528
    0
  8. #527 ธานี สุวรรณฉวี (@tane2523) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 06:47
    ขอบคุณครับ
    #527
    0