#ล่ากระต่าย (Be with you) #อูซอบ #หลินฮุน

ตอนที่ 11 : Chapter.11 You'er OK, I'm not OK

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,425
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    18 พ.ย. 60



Chapter 11 


 

 

            หลังจากรายการค้นหาบอยแบนด์ของค่ายยักษ์  YJM  จบลงพร้อมกับสมาชิกที่ได้รับการเลือกจากคนทางบ้าน คือ จองเซอุน ไลควานลิน แพจินยอง คิมซามูแอล และอีแดฮวี ในนาม วง S.K.Y กับกิจกรรมเดบิวต์ โชว์เคส fantastic boys showcase ในงานทั้ง5หนุ่ม ได้โชว์การแสดงแรกด้วยเพลงไตเติ้ล jump

 



เวทีแรก และการแสดงแรกอย่างเป็นทางการของสมาชิกในวงทั้ง5คนในฐานะศิลปินเต็มตัวทุกคนล้วนตื่นเต้น และพยายามโชว์การแสดงสุดพิเศษให้แฟนๆที่ตั้งตารอ

 



วันนี้พวกเขาไม่ใช่เด็กฝึกอีกแล้

 

การฝึกซ้อมตลอดมา เวลาที่ทุ่มเท มันคุ้มค่ามากจริงๆ

 

 

การแสดงเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนี้5หนุ่มได้แสดงความสามารถมากมาย พร้อมพูดคุยเปิดใจอย่างเป็นกันเอง

 

 

คุณยู mc แห่งชาติรับหน้าที่เป็นพิธีกรของงาน


 

พวกเขาแนะนำตัวทีละคน เรียกเสียงกรี๊ดได้ไม่ขาด ก่อนหน้านี้พวกเขาก็ดังพอตัว เพราะรายการที่พวกเขาร่วมแข่งขันเป็นรายการที่อยู่ในกระแส และได้รับการตอบรับดีมาก แม้ว่าคนที่ไม่ได้เดบิว5คน ก็ยังได้รับกระแสไปด้วยเลย

 

 


 

“อันนยองฮาเซโย ผมแรปเปอร์ของวง ไลควานลินครับ”

 

ควานลินกวาดสายตา มองแฟนคลับที่มาดูการแสดงของพวกเขาอย่างรู้สึกปลื้มใจ แค่นี้ก็ดีแล้วขอบคุณจริงๆที่มีคนรักพวกเขามากขนาดนี้

 

ถ้าหนึ่งในคนที่มาดูเขามีจีฮุนอยู่คงจะดีสินะ อย่างน้อยวันดีๆแบบนี้มีคนที่ร่วมเดินด้วยกันมาตั้งแต่แรกอยู่ด้วยคงดีไม่น้อย

 


ถึงแม้วันนี้จีฮุนอาจไม่มา ก็พอรู้อยู่แล้ว อย่างน้อยเมื่อวานก็ได้เจอกัน ควานลินอยากให้เขามานะ แต่ไม่อยากขอร้องแล้ว ไม่อยากให้จีฮุนต้องลำบากใจเพราะเขาอีก

 


 

"ต่อไปเราจะถามควานลินต่อนะครับ" พิธีกรพูด "จุดเริ่มต้นความฝันของคุณเริ่มเมื่อไหร่ครับ"

 

"..."

 

"คุณควานลินครับ"


"..."

 

            "คะ ครับๆ"


วันนี้ควานลินค่อนข้างเหม่อ และหลุดเข้าไปในห้วงความคิดตัวเองบ่อยๆ จนเพื่อนร่วมวงต้องช่วยสะกิดเรียกหลายๆครั้ง ตอนเล่นเกมส์ 007 ก็เหม่อจนโดนลงโทษกินน้ำสมุนไพรไปตั้งหลายแก้ว แต่ก็เรียกเสียงฮา และความน่าเอ็นดูแก่แฟนๆได้ไม่น้อย เพราะหลายๆคนคิดว่าควานลินเป็นคนเฉื่อยจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 





"ทำไมควานลินดูงงๆอ่ะ หรือฟังเกาหลีไม่ออก"

 

"เขาเก่งเกาหลีกว่ามึงเหอะจัสติน"

 

จัสตินพูดออกมาอย่างสงสัย แต่โดนซึงฮยอกพูดขัดในทันที

 

จัสติน ซึงฮยอก และจีฮุนก็อยู่ในงานนี้เหมือนกัน ตอนแรกจีฮุนคิดว่าวันนี้คงไม่มา แต่ก็เกิดเปลี่ยนใจกระทันหันเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่งานโชว์เคสจะเริ่ม 


อย่างน้อยครั้งสุดท้าย ก็อยากจะมาให้กำลังใจควานลิน และก่อนหน้านี้ก็ตั้งใจมาเสมอว่าจะต้องมาร่วมงานโชว์เคสเดบิวของแฟนให้ได้ แต่มามีความคิดที่เปลี่ยนไม่นานมานี่เอง ก็ตอนที่ได้ไปเจอชีวิตด้านที่จีฮุนไม่เคยเจอของควานลินนั่นแหละ อยู่ดีๆก็รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกิน รู้สึกเข้ากับครอบครัวเขาไม่ได้





 

"กูว่าเขาเหม่อๆนะ"

 

"ใช่ๆ"

 

 

"สงสัยเสียใจที่คิดว่ามึงไม่มา” หันไปบอกจีฮุนที่นั่งดูแฟนตัวเองเงียบๆ โดยไม่ได้ขัดการเถียงกันของสองเพื่อนรักเลย จัสตินพอรู้เรื่องจีฮุนนิดหน่อย เพราะจีฮุนเคยเล่าให้ฟังตอนไปค้างที่บ้าน


 

"กูก็มาแล้วนี่ไง"

 

"มาแล้วก็จริง แต่เขาคงไม่เห็นแถมเรายังเสือกอยู่หลังๆอีก” ครั้งนี้จัสตินพูดถูก ควานลินคงไม่เห็นจริงๆเลยหงอยแบบนั้น ไหนๆจีฮุนก็มาแล้ว ก็อยากให้ควานลินเห็นสักหน่อย เมื่อวานที่เจอกันควานลินก็พูดแบบน่าสงสารแถมยังทำหน้าเศร้าๆอีก จะเรียกคะแนนสงสารอะไรนักหนา


 

"จีฮุน มึงเดินไปหน้าเวทีดิ แล้วตีลังกาสักรอบ มันจะได้เห็น" ซึงฮยอกเสนอความคิดเห็นแบบไม่เข้าท่าเท่าไหร่

 

"เออก็ดีนะ ตีลังกาหัวฟาดพื้นไม่พอ แล้วกูก็จะโดนการ์ดหิ้วไปทิ้งนอกฮอลอีก  ถุ้ย"

 

"ฮ่าๆ" จัสตินหัวเราะตบเข่าตัวเองอย่างชอบใจในการรับส่งมุกของจีฮุนและซึงฮยอก


 

"แต่กูก็เห็นควานลินมองหาใครอยู่นะ เขาอาจจะหวังเล็กๆก็ได้ว่ามึงจะมา นั่นไงๆ มองมาทางนี้แล้ว"

 

ซึงฮยอกชี้ไปทางควานลินที่หันมา ดูท่าทางลุ้นยิ่งกว่าจีฮุนซะอีก ควานลินหันมาแค่แปบเดียวแล้วก็หันกลับไปหาพิธีกรใหม่ สรุปคือไม่เห็น

 

 

"มึงๆ มองมาอีกแล้ว กรี๊ดเลยจีฮุนกรี๊ด เดี๋ยวพวกกูช่วย" จัสตินสะกิด เอิ่ม อย่าเรียกว่าสะกิดเลย เรียกว่าดึงคอเสื้อกันเกือบหน้าคว่ำดีกว่า


 

กรี๊ดดดดดดด


เสียงดังกระหึ่ม ไม่ใช่พวกเขาสามคนเท่านั้นที่กรี๊ด คนในฮอลทั้งก็กรี๊ดเหมือนกัน เพราะควานลินหันมา


 

"ใช้ใจมองสิ ใช้ใจมอง ควานลิน ใช้ใจมอง” ซึงฮยอกใช้สายตาเพ่งไปที่ควานลิน

 

 "โบกมือๆ จีฮุน” จัสตินจับมือจีฮุนให้โบกมือ เผื่อว่าคนบนเวทีจะเห็น แต่ขอโทษนะ ใครๆก็โบกมือกันทั้งนั้นแหละ

 

"เออโบกอยู่ คนอื่นก็โบกเหมือนกันอีดอก"



 




"สุดท้าย เมมเบอร์ของเราอยากจะบอกอะไร กับแฟนคลับที่มาให้กำลังใจเราไหมครับ"


บนเวที MC ได้ให้สมาชิกได้พูดขอบคุณแฟน ทุกคนกล่าวขอบคุณ เรื่อยๆจนถึงควานลิน



"ขอบคุณจริงๆนะครับที่มา ขอบคุณมากๆเลย"

ควานลินพูดขอบคุณพร้อมหันมาทางคนดูหลายพันชีวิต เขามองตรงมาทางจีฮุนแล้วนิ่ง จนจีฮุนไม่แน่ใจว่ามองมาที่ตัวเองหรือเปล่า เขาจะเห็นหรือไม่นะ คนในฮอลตั้งเยอะเยอะ จะเห็นได้ยังไง

 

 


 

 

 

"กูว่าเขาเห็นมึงแล้ว นั่นไง ส่งมินิฮาร์ดมาแล้ว" จัสตินกระซิบใกล้ จนจีฮุนต้องไปมองบนเวทีอีกครั้ง จริงด้วยควานลินมองมาทางนี้นิ่งเลย พร้อมส่งมินิฮาร์ด

 


เสียงกรี๊ดดังกระหึ่ม เพราะทุกคนก็ต่างใจละลายที่โดนแอคแทคจากควานลิน สายตาที่มองนั่น มันมองทะลุทุกคน มองมายังจีฮุน มันเป็นสิ่งที่รู้สึกได้กันสองค



แหมะ


อยู่ๆก็น้ำตาไหล  จีฮุนร้องไห้โดยไม่ตั้งใจ ทำไมแค่มาเชียร์แฟนมันต้องแบกรับความรู้สึกหนักๆขนาดนี้ด้วย มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก

 

"ร้องไห้เหรอ เป็นไรอ่ะ"


"เปล่าๆ ไม่ใช่สักหน่อย" 


จีฮุนหลบตาเพื่อนพร้อมแอบเช็ดน้ำตาทิ้ง 

            ความรักที่ควรจะมีแต่ความสุข แต่เพราะใจตัวเองหรือความเป็นจริง ถึงทำให้รู้สึกกลัวได้ตลอดเวลาแบบนี้

 มันรู้สึกอึดอัดในสถานะตัวเอง อยู่ดีๆก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรยืนอยู่ตรงไหนกันแน่













"มึงก็ได้ไฮทัชกับเอสเควายด้วยใช่ไหม ดีอ่ะ สุดยอดเลย กูอยากจับมือซามูแอล แล้วก็อยากเห็นหน้าควานลินแฟนมึงชัดๆด้วยอ่ะ ตั้งแต่คบกับมึงมา มึงไม่เคยเอามาแนะนำให้พวกกูรู้จักเลยนะ"


จัสตินบิดตัวอย่างดีใจ ที่ได้ไปสัมผัสศิลปินในดวงใจใกล้ๆ วันนี้มีความพิเศษคือคนที่ลงทะเบียน150คนแรกจะได้ ไปไฮทัชและรับลายเซ็นต์จากทั้ง5หนุ่มบนเวที


บัตรเข้าชมที่จีฮุนได้รับเป็นฝีมือของควานลิน แน่นอนบัตรนี้ต้องลงทะเบียน 150คนแรกแน่นอน แต่เนื่องจากควานลินเตรียมบัตรให้แค่ 2ที่ ซึงฮยอกที่จีฮุนกดบัตรให้ทีหลังจึงไม่มีสิทธิ์ไฮทัช และซึงฮยอกก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรด้วยเพราะวันนี้ถือว่ามาเป็นเพื่อนจีฮุนกับจัสตินอยู่แล้ว

 

 

คนที่ได้สิทธิ์ไฮทัชเริ่มไปเข้าแถว โดยมีการ์ดคุมให้ทุกคนอยู่ในระเบียบ ซึ่งการ์ดเหล่านี้ดุมาก หน้าตาเข้มตลอดเวลา จนจัสตินเหงื่อแตกออกมาทั้งตื่นเต้นและกลัวการ์ดด้วยผสมปนเปกันไปหมด

 

 


ตอนนี้ S.K.Y ทั้ง5คน ก็นั่งสแตนบายรอที่โต๊ะของตัวเองเรียบร้อยแล้ว


แถวค่อยๆเคลื่อนทีละนิด จีฮุนกับจัสตินค่อนข้างอยู่ปลายแถวเลยตั้งยืนรอนานหน่อย

 

 





 

"ชื่ออะไรครับ"

"พัค จีฮุนครับ"


"พัค-จี-ฮุน"

ซามูเอลทวนชื่อ พร้อมกับลงมือเขียนอวยพรและมอบลายเซ็นต์บนรูปโปสเตอร์ที่ทีมงานเตรียมไว้ เมื่อเขียนเสร็จก็เงยหน้ามองเจ้าของชื่อ ก่อนจะนิ่งไปประมาณ 5วิ



"อ้าว คุณคนนั้นนี่ ชื่อพัคจีฮุนหรอกเหรอ”

ซามูเอลเอ่ยทักเมื่อจำหน้าจีฮุนได้ 


"คะ ครับ" จะว่าไปก็รู้สึกเขิน ไม่คิดเลยว่าเขาจะอุตส่าจำกันได้ แถมตอนที่เจอกันครั้งแรกยังเป็นตอนที่จีฮุนเด๋อๆ ในงานวันเกิดควานลินซะอีก


“ เราเจอกันที่งานวันเกิดควานลินนี่ จำผมได้ไหม" ซามูเอลพูดด้วยยิ้มแย้ม

 

"จำได้ครับ คุณดังจะตาย คุณต่างหากอุตส่าจำผมได้ ขอบคุณนะครับ"

 

 "เจอคุณทีไร คุณดูเศร้าตลอดเลย เป็นอะไรหรือเปล่าครับ"

 

"เอ่อ เหรอครับ” จีฮุนจับแก้มตัวเองเบาๆ สงสัยแสดงอาการออกมามากเกินไป ขนาดซามูเอลที่เป็นคนนอกยังสังเกตได้เลย 

“ผมไม่ได้เป็นไรหรอกครับ หึหึ” หัวเราะแห้งๆใส่เมื่อไม่รู้จะพูดอะไรต่อ


 

"อยากคุยกับคุณเยอะกว่านี้จัง แต่ว่าไม่ค่อยสะดวก หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะครับ" พูดจบซามูเอลก็ยกมือขึ้น จีฮุนงงเล็กน้อยก่อนจะนึกออกว่ายังไม่ได้ไฮทัชกับเขาเลย

 

"ขอบคุณครับ" 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

"คุยอะไรกับซามูเอลตั้งนาน” 

ควานลินนั่งหน้าบึ้งรอจีฮุนตั้งแต่ยังไม่ถึงโต๊ะของเขาด้วยซ้ำ พอแฟนตัวเล็กถึงก็ยิงคำถามด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคนใส่ทันที ก่อนจะยกมือขึ้นเพื่อจะได้ไฮทัชกับจีฮุน

 

"เปล่าหรอก"

จีฮุนตอบพร้อมเอามือตัวเองไปแตะมืออีกคนที่กำลังยกมือรอ แต่ควานลินกลับไม่ยอมปล่อยมือออกมาง่ายๆซะอย่างนั้น

 

"แล้วทำไมไอ้แซมยิ้มหน้าบานขนาดนั้น"


 

 "..." 

มันใช่เวลามาทะเลาะกันไหม จีฮุนพยายามไม่ตอบกลับ กลัวจะมีอารมณ์โมโห เดี๋ยวเผลอพูดเสียงดังออกไปมันจะไม่ดี


 

"ไม่ชอบเลย" ควานลินทำหน้ายู่

 

"นี่ ฉันไม่คิดอะไรกับเขาทั้งนั้นแหละ ถ้าฉันจะมีแฟนใหม่ ฉันไม่มีทางคบพวกศิลปินคนดังๆอีกแน่ๆ แค่นี้ก็เหนื่อยเเล้ว"

 

"พี่ แฟนมงแฟนใหม่อะไร"

 

"ก็นายเริ่มก่อนนะ"

 

“จีฮุนอ่า”

 

"เฮ้ ปล่อยมือได้แล้วน่า คนอื่นเขารออีกยาวเลยนะ" 


ควานลินปล่อยมือทันที เมื่อหันไปดูคนที่กำลังต่อแถวประมาณห้า-หกคนกำลังมองมาทางเขาทั้งสอง


 

"อืม แล้วเจอกันนะ"

 

 

 

 

 








      

เมื่องานจบแล้ว ทุกคนก็ทยอยกลับกัน ครั้งนี้จีฮุนก็ไม่ได้คิดที่จะรอเจอควานลินแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามก็คงไม่เจอกันง่ายๆแล้วหล่ะ หลังเวทีควานลินคงมีอะไรต้องทำอีกมากมาย


ทั้งจีฮุน ซึงฮยอก และจัสติน ตัดสินใจเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าซึ่งค่อนข้างอยู่ไกล แต่ก็เลือกที่จะเดินพูดคุยกัน ตามทางเดินมืดๆ เพราะไม่อยากขึ้นแท็กซี่



"อร๊ายยย ซามูแอลส่งสายตาหวานให้กูด้วยอ่ะ โอ้ยยย พลังติ่งคอมพลีท"

 

"มโน"

 

"มึงนี่ขัดกูอีกแล้ว"  แน่นอนเมื่อจัสตินกลับมาจากการไฮทัช ใบหน้าระรื้นและคำพูดที่หลงตัวเองก็ ทำให้ซึกฮยอกอดที่จะหมั่นไส้และแขวะจัสตินกลับไม่ได้ เพื่อนชาวจีนยู่หน้าใส่ซึงฮยอกกลับทันทีเมื่ออีกฝ่ายพูดไม่เข้าหู


 

"ก็กูพูดความจริง กูก็เห็นเขายิ้มให้ทุกคน มึงอ่ะชอบคิดเข้าข้างตัวเอง"


 

"ก็จะทำยังไงได้ล่ะ คนใกล้ตัวมันไม่เคยเห็นเราในสายตาเลยนี่นา เลยต้องบ้าๆบอๆ มโนถึงคนอื่นไปเรื่อยแบบนี้ไง" จัสตินท้าวสะเอวตอบกลับไปทันที

 

"หมายความว่าไง"

 

"จะว่าไป มึงนี่ก็พอสมควรเลยนะซึงฮยอก" 


 

พอสมควรไร


 

โง่พอสมควรไง

 

"อ้าว ด่ากูเฉ้ย"

 

แบร่” จัสตินแลบลิ้นใส่ พร้อมมองค้อนซึงฮยอก

 

แหมพอด่าคนนี่พูดชัดเชียวนะ” ซึงฮยอกกัดฟันพร้อมขยี้ผมจัสตินจนเสียทรงอย่างหมั่นเขี้ยว




 

"กูเห็นด้วยนะ มึงมันโง่จริงๆ" จีฮุนที่เดินตามสองคนนั้นเงียบๆ โพล่งออกมา

 

"มึงก็อีกคนเหรอจีฮุน"


 

"นี่ ว่าแต่ควานลินหล่อเนอะ พอได้เห็นใกล้ๆ แม่เอ้ย ทะลวง" 

 

"มึงกำลังจะพูดว่าทะทวยใช่ไหม" 


"มันก็คือๆกันนั่นแหละ"


ซึงฮยอกช่วยแก้คำผิดให้จัสตินทันที แม้ว่าหลังๆภาษาเกาหลีจัสตินจะดีขึ้นมาก แต่ก็ยังมีคำพูดผิดๆ ตลกๆหลุดออกมาอยู่ดี 

เอิ่ม ว่าแต่ คำว่าทะลวงกับระทวยมันช่างมีความหมายแตกต่างกันมากเลยนะ ซึงฮยอกมันรู้ได้ไงวะ

 

 


"มึงทำยังไงถึงได้แฟนเป็นไอดอลอ่ะ น่าอิจฉาจัง" ไม่วายจัสตินยังวกกลับเข้ามาเรื่องควานลินจนได้


"..."

 

"เขาไม่ได้หาแฟนเป็นไอดอล เขาคบกันตั้งแต่ควานลินเป็นเด็กธรรมาไหมละ" ซึงฮยอก


 

"อืม" จีฮุนตอบกลับมาเสียงเบา "อยู่ข้างกันตลอดตั้งแต่นับ 0 จนตอนนี้ เขาก็ค่อยๆห่างกูไปเรื่อยแล้วว่ะ"

 

"โอ ไม่เศร้าๆ ที่มึงซุมๆไปเพราะเรื่องนี้เหรอ" จัสตินกอดแขนเพื่อนทันทีเมื่อเห็นว่ากำลังจะจมเข้าในความเศร้า

 

 

 

 

      

พรวด


"แม่ร่วง"

 

จัสตินอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆก็มีมือปริศนามาดึงตัวจีฮุนไว้ พอหันไปดูหน้าชัดๆ ก็รู้ว่าเป็นควานลินนั่นเอง ใส่หมวกดำปิดหน้า ไม่ใช่ว่าจะจำไม่ได้นะ แต่เพียงตกใจเท่านั้นเอง ดีนะ ไม่ร้องเสียงดังให้คนช่วย ไม่งั้น ทั้งควานลินทั้งจีฮุนได้เป็นเป้าสายตาคนอื่นแน่

 

“ผมขอตัวจีฮุนสักครู่นะครับ” ควานลินพูดอย่างสุภาพก่อนจะดึงแฟนตัวเองหายไปในความมืด ทั้งๆที่จีฮุนขัดขืนแต่ก็โดนดึงไปอยู่ดี


 

“อุทานเหมือนคนแก่เลยนะมึง” ซึงฮยอกแขวะจัสตินที่สติเพิ่งกลับมา

 

"ก็ตกใจนี่มาแบบพรู๊ดพรู๊ดแบบนี้"

 

"ก็เขาต้องแอบพบกัน จะทำโจ่งแจ้งได้ไง คนอื่นเห็นจะทำยังไง"

 

"มีเเฟนเป็นไอดอลนี้ลำบากนะ เปลี่ยนใจแล้ว มีแฟนเป็นคนธรรมดาดีแล้ว แถมโง่ด้วย" 









 

 

 

 

 

 

 

 

 




 

ควานลินแค่พาจีฮุนไปบนดาดฟ้าเท่านั้น เขารู้หลังจากนี้คงจะไม่มีเวลาเจอกันอีก เพราะเขาจะต้องทุ่มเทกับงานตัวเอง วันนี้ไหนๆจีฮุนก็มาแล้ว เลยอยากใช้เวลาอยู่ด้วยกัน แค่สักชั่วโมงเดียวก็ยังดี

 

 จีฮุนไม่ค่อยพอใจหรอกที่ควานลินทำแบบนี้ แต่พอเขาสัญญาว่าจะคุยกันแค่ชั่วโมงเดียวก็ยอมง่ายๆทันที เพราะจริงๆแล้วจีฮุนเองก็มีเรื่องอยากจะบอกควานลินอยู่เหมือนกัน




"ขอบคุณนะครับที่มา ผมนึกว่าพี่จะไม่มาซะแล้ว"


"ฉันเคยตั้งใจมาตั้งนานแล้วว่าจะมาร่วมยินดีกับนายให้ได้ วันนี้ก็เลยต้องมา"


"น่ารักมาก แฟนของผมเนี้ย" ควานลินยิ้มจนเห็นฟันครบทุกซี่ รวมทั้งเหงือกชมพูๆของเขาด้วย



"นายเก่งมาก วันนี้นายไม่ใช่เด็กฝึกอีกต่อไปแล้วนะ ยินดีด้วยนะควานลิน"


"..."

 

 

"นายหล่อมากเลยควานลิน"

 

"อะไรเนี้ย อยู่ดีๆมาชมแบบนี้ก็เขินนะ แต่มันก็เริ่องจริง ฮ่าๆๆ" ควานลินเกาหัวอย่างรู้สึกเขิน มันไม่ค่อยชินที่จีฮุนมาชมกันโต้งๆแบบนี้  ปกติเคยชมว่าหล่อกันที่ไหนเล่า

 

"นายหล่อมากอย่างกับเทพบุตรเลย"

 

"พอๆ ผมเขินนะ"

 

"ก็จริงนิ นายทั้งหล่อ ทั้งเก่ง มีความสามารถ บ้านรวย ทุกอย่างเฟอเฟคไปหมด นายดีมาก ดีจริงๆ"

 

"..."  

รอยยิ้มของควานลินหยุดชะงัก เมื่อเห็นแววตาคนที่เอาชม ไม่ได้ดีอย่างที่ปากกำลังพูด ทำไมต้องหน้าเศร้าขนาดนั้นละ

 

"จนแอบคิดไม่ได้ ทำไมนายถึงยังมาสนคนแบบฉัน นายจะชอบคนแบบฉันได้นานแค่ไหน คนที่ไม่มีอะไรเลย" 


"พี่..."

 

     

               "ฮ่าๆๆ มีแฟนหล่อ รวย เฟอร์เฟคนี้มันเครียดเหมือนกันนะ" จีฮุนแกล้งหัวเราะฝืนๆ กับสิ่งที่ตัวเองพูด 


             "..." ความรู้สึกของควานลินที่มีตอนนี้คือพูดอะไรไม่ออก อยู่ดีๆความรู้สึกบ้าๆ เริ่มเข้ามาจุกในอก อยู่ดีๆก็รู้สึกหายใจลำบาก ผิดไหมที่ไม่อยากฟังอะไรจากจีฮุนต่ออีกแล้ว

 

"ชีวิตมันไม่เหมือนนิยาย ที่จะเจอผู้ชายดีๆ มีเพียบพร้อมทุกอย่างเป็นแฟน ถึงจะเจอคนที่เพียบพร้อม ก็ไม่ใช่ว่าเราจะเข้าไปในชีวิตเขาได้ง่ายๆ"

 

"นี่จีฮุน หยุดพูดเถอะ..."

 

"เพราะงั้น....

 

เราเลิกกันเถอะ" 






จีฮุนฝืนยิ้มให้อีกฝ่าย ด้วยรอยยิ้มที่เจ็บปวดที่สุด แต่ก็ต้องยิ้มให้ ทั้งๆที่ในใจมันพังลงไปจนไม่มีชิ้นดี

 


           "พูดบ้าอะไรเนี้ย" ควานลินรู้สึกเหมือนโดนกระหน่ำยิงเข้าสู่ขั้วใจ จีฮุนที่แสนใจดีทำไมวันนี้ถึงเย็นชาได้ขนาดนี้นะ

      


               ร่างของคนที่สูงกว่าคว้าคนที่อยู่ตรงหน้าเข้ามากอดแน่นๆ และละเลงจูบประทับบนริมฝีปากที่เอาพูดพล่ามให้ใจเย็นลง และนี่คือจูบที่จริงจัง เพราะนั้นก็คือตัวตนเขาทั้งหมด ความรู้สึกทั้งหมดที่มีก็คือรักจีฮุนจริงๆ รักมากที่สุด หวังว่าคนที่อยู่ในอ้อมกอดจะเข้าใจความรู้สึกนี้ และเลิกคิดทำอะไรบ้าๆนั้นไปซะ 


          แม้จะกอดแน่นเพียงไหน อีกฝ่ายก็ไม่ยอมกอดกลับ รู้สึกได้ถึงมือเล็กๆที่พยายามดันตัวเขาออกไป ที่ผ่านมาจีฮุนไม่เคยทำแบบนี้เลย จีฮุนไม่เคยรังเกียจจูบและกอดของเขาขนาดนี้มาก่อน




"ใจเย็น จีฮุนใจเย็น" ควานลินจับมือเล็กๆของแฟนไว้


"ฉันใจเย็น ใจเย็นจนยื้อได้นานขนาดนี้ไง รู้ไหมที่จริงมันควรจะจบตั้งนานแล้ว แต่เพราะฉันมันดื้อ มันเลยไม่จบสักทีไง"


"โอเค ผมเข้าใจความรู้สึกพี่ แต่ผมอยากให้พี่คิดดีๆ ถ้าพี่...อยากเลิกกับผม ผมคงทำอะไรไมได้ แต่ผมอยากให้พี่คิดให้ดี ค่อยๆคิด ขอร้องเถอะนะ"


"..."


"..."

 

          จีฮุนมองหน้าควานลินนิ่ง ด้วยความรู้สึกที่แตกสลาย ความจริงจีฮุนก็พอรู้ตอนจบของเรื่องนี้ตั้งนานแล้วหล่ะ ที่ผ่านมาหลายๆอย่างมันคือสัญญาน แต่ตอนนั้นแค่รอคอยดูตอนจบที่หวังว่าอาจจะhappy ending แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย  ทุกอย่างมันถูกกำกับมาให้เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุอะไรที่จะเอาแต่หนีความจริง ยอมรับไปให้มันจบๆดีกว่า เจ็บเพียงครั้งเดียว และหวังว่าในอนาคตเราต่างคนต่างจะมีความสุขในทางของตัวเอง

 



 

 

มันไม่แปลกหรอก ถึงแม้ว่าครั้งนึงเราได้เดินเส้นทางเดียวกัน แต่ต้นทุนเราต่างกัน เราเริ่มจากความไม่เท่ากัน สุดท้าย....เราก็ต้องเดินต่อไป แม้จะเป็นจุดหมายที่ต่างกัน



 

จีฮุนไม่เสียใจเลย ที่ตัดสินใจแบบนี้

 

โทษใครไม่ได้

 

มันเป็นโชคชะตา คนอย่างจีฮุนถูกกำหนดให้คอยมองดูควานลินห่างๆแบบนี้ แค่ดูเขาผ่านหน้าจอ แค่เป็นใครคนนึงบนโลกสำหรับควานลิน แค่นี้ก็คงพอแล้ว

 




"ฉันคิดดีแล้ว คิดมาตั้งนานแล้ว ฉันมั่นใจว่าฉันคิดไม่ผิด


เราเลิกกัน...ดีแล้วหล่ะ"



“ม ไม่เลิก ไม่มีทาง” ควานลินพูดออกไปด้วยเสียงตะกุกตะกัก ไม่รู้ว่าเสียงหายไปไหนหมด แต่ละคำที่พูดมันช่างยากเย็น



 

“เหรอ เรื่องของนายสิ

การเลิกกัน ถ้าใครคนใดคนหนึ่งต้องการจบ มันถือว่าจบกันทั้งสองฝ่ายนั้นแหละ”





45%











ยูมิกำลังกุมขมับคนเดียวในห้องมืดๆ ทำไมอยู่ดีๆถึงมีตำรวจมายุ่งเกี่ยวกับห้างของเธอ ถึงจะมีทีมกฏหมายเข้ามาจัดการแล้วก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะที่เกาหลีเอทำอะไรไม่ค่อยสะดวก

 


“คุณนาย เรียกผมมามีอะไรให้รับใช้ครับ”

คนสนิทมาหาเจ้านายที่โต๊ะเพราะก่อนหน้านี้ถูกเรียกหา

 

“นายจับตัวรอนนี่มาหรือยัง”

 

“กำลังจะจัดการแล้วครับ แต่เด็กที่ชื่ออูจินอยู่ด้วยตลอด ผมไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่เลยรอโอกาสอยู่ครับ แต่ถ้าอูจินไม่ยอมห่างรอนเลย คงต้องจัดการ

 

“ดีแล้ว บอกคนของนายยกเลิกทั้งหมด”

 

“ครับ?”

 

“นายก็รู้ตอนนี้มีพวกตำรวจมาตรวจสอบห้างเราอยู่ ถ้าเด็กนั่นหายตัวไปตอนนี้ มันจะทำให้มีตำรวจมายุ่งกับฉันมากเกินไป”

 

“อ่า ครับ”

 

“เดี๋ยวพอเรื่องมันเริ่มซาแล้ว ฉันจะจัดการด้วยตัวฉันเอง”

 

“คุณนายจะทำเองเลยเหรอครับ”

 

“ฉันก็ไม่อยากทำหรอกนะ แต่เพื่อความมั่นคงของตัวเอง ฉันก็คงต้องทำ”

 

“เอ่อ เรื่องของหนีภาษีนั้นทีมกฎหมายน่าจะจัดการได้นะครับ แต่เรื่องนักข่าวละครับ เรื่องชื่อเสียงมันสำคัญมากนะครับ โดยเฉพาะห้างเราเป็นห้างดัง ถ้าที่สาขาเกาหลีเป็นข่าว สาขาอื่นก็จะโดนลดความเชื่อถือลงไปด้วย” ชายหนุ่มวกเข้ามาเรื่องที่เป็นปัญหาในตอนนี้ 

ยูมิมองหน้าชายชุดดำตรงหน้าพร้อมถอนใจออกมายาวๆ

 

“ฉันจัดการเอง ที่จริงมันก็พอมีวิธีอยู่บ้างละนะ อ่า ฉันไม่อยากทำแบบนี้เลย”

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คนอย่างไลควานลินคงไม่มีสิทธิ์รั้งจีฮุนอีกแล้ว

 

เมื่อตัดสินใจแบบนั้นไปแล้ว ควานลินจะทำอะไรได้ เขาได้แต่ทำหน้าเหวอ พูดไม่ออก และบังคับตัวเองให้ขยับไปไหนไม่ได้เลย อยากกอดรั้งอีกครั้งแต่รู้ว่าไม่มีประโยชน์ ได้แต่มองแผ่นหลังคนเคยรักค่อยๆเดินออกไป จนตัวเล็กลง และหายไปจากเขาในที่สุด 

จบจริงๆแล้วสินะ

 

 

 

หลังจากที่กลับเข้าบริษัทตอนเช้าของอีกวันก็โดนเมเนเจอดุเข้าให้ที่หายไปทั้งๆที่ไม่ได้พกโทรศัพท์ไปด้วย หลังจากนั้นก็โดนพี่เซอุนหัวหน้าวงดุอีกยก

 

 

 

สำหรับควานลิน24ชั่วโมงเหมือน24ปี ไม่เคยรู้สึกว่าเวลามันเดินทางนานขนาดนี้มาก่อน การต้องฝืนทำตัวเหมือนไม่เป็นอะไร ต้องเก็บอาการเศร้าไว้เวลาพบเจอใครต่อใครมันทรมานมาก 

แต่ก็ลืมไม่ได้ว่าเขามาที่นี่เพราะความฝัน ทุกอย่างเป็นหน้าที่ต้องรับผิดชอบ อีกไม่กี่วันก็จะมีคอนเสิร์ตใหญ่อีกครั้ง เขาไม่มีเวลาแม้กระทั่งเสียใจ ไม่มีเวลาไปดื่มเหล้า หรือตัวบ้าๆบอๆอย่างคนอกหักคนอื่นเขาทำกัน ไลควานลินต้องโฟกัสงาน และทำออกมาให้ดีที่สุดแม้หัวใจจะพังแค่ไหนงานก็ต้องมาก่อน เขาก็ต้องโชว์การแสดงที่เฟอร์เฟกที่สุด เพราะเส้นทางนี้ก็เป็นสิ่งที่เขารักไม่แพ้กัน

แต่มันก็ดี อย่างน้อยการทำงานหนักๆ ก็อาจจะทำให้ลืมบางอย่างได้ง่ายขึ้น

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไป วันที่แสนยาวนานของควานลินจบด้วยการเข้านอนตอนเกือบตีสามเพราะเขาตะบี้ตะบันอยู่ซ้อมจนดึกดื่น และนั่นก็เพื่อจะได้ลืมใครสักคนสักที

 

ควานลินเดินเข้าห้องตัวเองเงียบๆ ในขณะที่หลายๆคนนอนหลับแล้ว หลังจากอดกลั้นมาเป็นอย่างดีก็แอบไปร้องไห้พักใหญ่อยู่ในห้องนอนตัวเอง

 

ร่างสูงนอนแค่สามชั่วโมงก็ต้องตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยอาการนอนไม่หลับ เขาตัดสินใจจะไปซ้อมเต้นต่อ เพราะอยากจะมีอะไรทำให้หนักๆ ไม่อยากมีเวลาว่างให้คิดอะไรบ้าๆ

 

 


ยืนหน้ากระจกห้องน้ำเป็นเวลาพักใหญ่ 

อดจะสมเพชตัวเองไม่ได้ เมื่อเห็นสภาพคนในกระจก มันดูไม่ได้ซะเลย คนในกระจกช่างไม่ต่างอะไรจากซอมบี้  ถ้าใครๆรู้ว่าเมื่อคืนร้องไห้คงน่าอาย ลูกผู้ชายเขาไม่ร้องไห้ง่ายๆ ควานลินไม่ใช่คนขี้แยนะ แต่เหตุการณ์สดๆร้อนๆมันยังเจ็บอยู่เลย

 

 ในห้องน้ำมีแต่กลิ่นสบู่ แชมพูที่จีฮุนชอบใช้อบอวลไปหมด  ทำไมต้องพกของพวกนี้มาด้วยนะ ได้กลิ่นแล้วอดที่จะคิดถึงไม่ได้

 

กลิ่นนี่เป็นความทรงจำชั้นดีเลยทีเดียว ในห้องนอนก็เสือกจุดเทียนหอมกลิ่นที่จีฮุนชอบ

แม้ว่าเมื่อคืนไม่ได้จุดไว้ แต่กลิ่นที่เคยจุดก่อนหน้านั้นก็ยังคงอยู่ พอตื่นมาได้กลิ่นแบบนี้กระทบจมูก แม่ง คิดถึงชิปหาย

 

 

 

 

 

 






 

 

 

 

 

 

 

 

นี่มึงยังซ้อมอยู่อีกเหรอ

 

ซามูเอลเข้ามาทักทาย เมื่อเดินผ่านแล้วได้ยินเสียงเพลงเลยรู้ว่ามีคนใช้ห้องซ้อมอยู่ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นควานลิน เพราะเมื่อคืนควานลินก็อยู่ซ้อมจนเป็นคนสุดทาย แล้ววันนี้ยังเป็นคนที่มาซ้อมคนแรกอีก

 


ไม่หลับไม่นอนเหรอมึงอ่ะ

 

นอนแล้ว นี่เพิ่งตื่น ไม่รู้จะทำอะไรเลยมาซ้อมพูดตอบกลับเพื่อนนิดหน่อย ควานลินหยุดเต้นแล้วเดินไปปิดเพลง ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลออกมาเยอะมาก จนเสื้อที่ใส่เปียกไปด้วย

 

กินข้าวเช้ายัง เมื่อกี้ไม่เห็นมึงที่โรงอาหารเลย

 

อื้อ ไม่หิว

 

ไม่หิวมึงก็ต้องกิน เดี๋ยวร่างกายมึงไม่ไหวเอาน่ะ ดูหน้าดิ ซูบจนเป็นซอมบี้แล้วเนี้ย นั่นขอบตาเหรอวะกูนึกว่าใส่แว่นดำซามูเอลเดินมานั่งพิงกับกระจกบานใหญ่ของห้องซ้อม หันหน้าไปหาควานลินจะได้คุยง่ายๆ

 

 

กูต้องซ้อมเยอะๆ กูจำท่าเต้นได้ช้ากว่าเพื่อนมึงก็รู้ควานลินเดินไปนั่งใกล้ๆเพื่อนรุ่นเดียวกัน พร้อมหอบหายใจถี่ๆด้วยความเหนื่อย

 

เดี๋ยวกูช่วยซ้อมให้ ซ้อมกับคนเก่งๆมันจะประหยัดเวลาได้เยอะเลย

 

เหอะ


"..." 

 

จะมาซ้อมด้วยกันก็มา ถ้าไม่ก็ลุกขึ้นไปนั่งที่อื่น อย่าบังกระจกกูจะซ้อมต่อ” ควานลินลุกขึ้นยืนตรงหน้าซามูเอล

 

โอ้ย ค่อยซ้อมก่อน มาคุยกันก่อนกูมีเรื่องอยากถามมึง

 

ไม่ซ้อมก็หลบๆไปควานลินทำมือปัดๆให้เพื่อนที่นั่งบังกระจกอยู่

 

จีฮุนหน่ะ

 

ควานลินหยุดชะงัก มองหน้าซามูเอลดุ ก่อนจะหันไปเปิดเพลง เพื่อจะซ้อมต่อ แต่โดนซามูเอลลุกขึ้นมาปิดในทันที พร้อมถามต่ออย่างอยากรู้

 

เขาเป็นอะไรกับมึง

 

แล้วเสือกอะไรมึงอ่ะ

 

เพื่อนเหรอ

 

“….” ควานลินไม่ตอบได้มองหน้าซามูเอลอย่างรำคาญ

 

แฟนเหรอ

 

….ไม่ใช่ควานลินนิ่งไปนานพอสมควรก่อนจะตอบคำถามเพื่อน คำว่าแฟนคงใช้กับจีฮุนไม่ได้แล้วหล่ะ เพราะเลิกกันแล้วนี่นา

 

อ้าว แล้วเป็นแค่คนรู้จักเหรอ

 

ไม่ใช่ เขาเขาเป็นมากกว่าคนรู้จัก แต่ไม่ใช่เพื่อน

 

ความสัมพันธ์ประเภทไหนกันวะ มากกว่าคนรู้จักแต่ไม่ใช่เพื่อน”

 

"ถ้าเป็นมึง จะเป็นเพื่อนกับคนที่เลิกกันแล้วงั้นเหรอ"

 

 

"นั่นไงหลุดมาแล้ว” ซามูเอลยิ้มกว้างเมื่อไล่ต้อนเพื่อนจนจนมุม

 

“มึงอยากรู้ทำไม”

 

 

เปล่า แค่กูคิดว่าเป็นคนสำคัญของมึง

 

 

งานวันเกิดมึงเขาก็มา ใส่ชุดที่มึงซื้อให้ด้วย กูจำได้เพราะไปซื้อกับมึง”

 

 

แล้ววันงานโชว์เคสมึงก็คุยกับเขาตั้งนาน

 


"..."

 

"เราเลิกกันแล้ว วันงานโชว์เคส”

 

“เหี้ยจริงดิ”

 

"มาบอกว่ากูดีอย่างนั้นดีอย่างโน่น ปล่อยให้กูลอยไปบนฟ้าด้วยความสุข แล้วกระชากกูลงมาพร้อมเอามีดมาแทงด้วยการบอกเลิก เหี้ยเอ้ย โคตรเจ็บว่ะ”

 

“แล้วมึงยอมเลิกง่ายๆ ไม่รั้งเขาเหรอ”


“ตอนนั้นกูก็คิดนะ ทำไมไม่รั้งเขาไว้ ทำไมไม่กอดเขาให้แน่นๆ ทำไมถึงยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ

แต่ตอนนี้ กูคิดว่ากูคิดถูกแล้ว กูปล่อยให้มันจบก็ดี กูจะได้ไม่ต้องทำบาปกับเขาอีก ที่ผ่านมา เขาคงทนกูมาเยอะ”

  

"วันนั้น มึงเลยหายไปทั้งคืน"

 

"อืม กูนั่งบนดาดฟ้าเพลินไปหน่อย ยามเลยมาล็อคกูก็ลงไม่ได้ ต้องอยู่แบบนั้นทั้งคืน" โดนแฟนบอกเลิกไปควานลินก็เหมือนไร้เรี่ยวแรงไปเลย ปล่อยตัวเองไปนอนบนพื้นอย่างนั้นถึงเช้า ก่อนจะจำได้ว่ามีซ้อม มองดูนาฬิกาข้อมือก็เกือบจะสายแล้วเลยต้องวิ่งกลับตึกทั้งอย่างนั้น สภาพเมื่อวานก็ดูไม่ได้เลย 

 

"เออ แล้วเสือกไม่พกโทรศัพท์ไป”


“ก็กูคิดว่าจะไปแปบเดียวนี่”


"มึงนี่นะ"

 

“หึ แต่โชคดีนะ” ควานลินเค้นหัวเราะในลำคออย่างสมเพชตัวเอง

 

“โชคดีอะไร”

 

“โชคดีที่ยังหายใจไง ฮรึก” พูดไปก็เจ็บจี๊ดไป อยู่ๆก็ต้องร้องไห้กับคำพูดตัวเอง

 

 

"อืม ร้องเหอะ ถ้าเสียใจก็ร้อง ลูกผู้ชายก็เจ็บได้ ร้องไห้เป็น” ซามูเอลตบหลังเพื่อนแรงๆอย่างให้กำลังใจ ควานลินร้องไห้แบบนี้ก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน ปกติไม่เคยเห็นควานลินร้องไห้เลย เด็กคนนี้เหมือนคนตายด้านซะด้วยซ้ำ หน้าตาเฉยชาเหมือนคนไม่มีความรู้สึก เคยเห็นมันร้องไห้ครั้งเดียวคือตอนโดนดุที่ร้องท่อนตัวเองไม่ได้ซะที เห็นมันแอบร้องเงียบๆคนเดียว และหลังจากวันนั้นก็ไม่เห็นมันร้องไห้อีกเลย

 

 

 

 

 

"อย่างนี้ เเดฮวีก็มีลุ้นดิ” ซามูแอลเหมือนจะนึกถึงอีกคน อีแดฮวี มังเน่ของวง คนที่คอยอยู่ข้างๆควานลินมาตลอด เป็นคนที่สนิทและตัวติดกับควานลินทุกครั้งเมื่อมีงานด้วยกัน จนแฟนคลับหลายๆคนเชียร์ให้คบกันจริงๆ

 

"ลุ้นเหี้ยไร” สำหรับควานลินไม่คิดอะไรกับแดฮวีเลย น้องจากน้องที่น่ารักของวง ที่ผ่านมาไม่ใช่ไม่รู้ว่าแดฮวีชอบตัวเอง แต่ตอนนั้นควานลินมีจีฮุนอยู่แล้วเลยไม่เคยคิดจะมองคนอื่นเลย

 

"มันชอบมึง ไม่ลองคบมันดูอ่ะ เผื่อช่วยให้ใจมึงดีขึ้น"

 

"อย่าเลย มีแฟนแล้วจะลำบาก ตัวคนเดียวแบบนี้มันก็ดีเหมือนกัน"


"สงสารแดฮวี"


"ถ้าคบกับกู มึงก็ต้องสงสารแดฮวีด้วย"

 

"มันไม่เหมือนกัน คบกันเองในวงไม่ต้องหลบซ่อน ยิ่งเป็นคู่ที่แฟนๆเชียร์แบบมึงสองคนแล้วด้วยมันไม่น่ามีปัญหา”

 

"มึงฟังกูนะ กูจะไม่มีแฟนอีก จนกว่าจะอายุ30

 

 

 

 

 

 

 

 

“ใครพูดถึงผมเนี้ย ได้ยินเหมือนมีคนเรียกชื่อผม” คนที่กล่าวถึงมาพอดี แดฮวีเดินถือกล่องใส่อาหารและขวดน้ำองุ่นเข้ามา

 

“ก็บ่นคิดถึงนายไง ไม่เจอหน้ากันตั้งนาน” ซามูเอลเอ่ยแซ็ว

 

“ตั้งนานอะไร เมื่อกี้ก็เจอกันที่โรงอาหาร”

 

“สำหรับพี่มันนานมากเลย”

 

“เว่อร์

นี่พี่ควานลินครับ ผมเอาข้าวมาให้ เมื่อกี้ทำไมไม่ไปกินข้าวละ เอ๊ะ ทำไมตาพี่บวมๆเหมือนเพิ่งร้องไห้มาเลย” แดฮวียื่นหน้าเข้าไปใกล้จนควานลินต้องเบือนหน้าหนี ไม่อยากให้ใครรู้ว่าร้องไห้มา

 

“เปล่าๆ”

 

“อืมๆ เปล่าก็เปล่า นี่กินข้าวก่อนเถอะครับ มีน้ำองุ่นที่พี่ชอบด้วยนะ”

 

“ไม่หิวอ่ะ”

 

“ไม่ได้! ต้องกิน” แดฮวีทำเสียงดุ แต่ไม่รู้สึกน่ากลัวเลยแม้แต่นิดเดียว

 

“อ๊ะ กินก็ได้” ควานลินทำเป็นยอมไปงั้นแหละ 

 

“เหอะ ดี พูดง่ายๆก็ดี จะได้ไม่ต้องใช้กำลัง”

 

“ฮ่าๆๆ มีกำลังอะไรมาสู้พี่ห๊ะ ตัวแค่นี้” ควานลินลูบหัวอย่างเอ็นดู

 

 

บางทีเเดฮวีก็คล้ายๆจีฮุนนะ ชอบดูแลคนอื่น ใส่ใจเเละชอบทำตัวเป็นแม่

ถ้าลองคบดูมันก็น่าจะดี ยังไงเรื่องเขากับจีฮุนก็จบแล้ว บางทีแดฮวีอาจจะทำให้ลืมจีฮุนเร็วขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




 

 

“อูจินนั่งนิ่งๆนะ เรากลัวมันบาด”

จูดี้ยืนโกนหนวดให้อูจินในห้องน้ำ โดยมีแฟนร่างสูงนั่งเงยหน้าให้โกนแต่โดยดี ความจริงแล้วปกติอูจินก็มักจะโกนหนวดด้วยตัวเองมาตลอดและไม่ชอบให้ใครยุ่งเรื่องส่วนตัวแบบเรื่องโกนหนวดแบบนี้ด้วย

 

แต่เมื่อเช้าเขาจูบลงโทษเด็กดื้อที่นอนตื่นสาย เพราะเอาแต่ดูซีรีย์จนนอนดึก

คนที่จูบก็เอ่ยทักมาว่าหนวดอูจินเริ่มยาวแล้ว ตอนโดนจูบมันเจ็บเลยจัดแจงดึงคนตัวโตกว่ามาโกนหนวดในห้องน้ำ ซึ่งอูจินก็ยอมแต่โดยดี จะไม่ยอมง่ายๆได้ยังไง โอกาสดีๆแบบนี้ไม่ใช่ว่าหามาได้ง่ายๆ

 วันหลังปล่อยหนวดยาวๆอีกดีกว่าจะได้มีคนมาช่วยโกนให้

 

เจ้ากระต่ายก็หน้าตาดูตั้งใจโกนหนวดมาก จ้องตรงคางเขาจนตาเหล่ไปเลย อูจินอดอมยิ้มให้ความน่ารักของจูดี้ไม่ได้ อยากจะจับมากอดๆแล้วหอมแก้มให้ช้ำไปข้างนึงเลย

 

“เอ้อจูดี้ เห็นนาฬิกาข้อมือกูไหม จำไม่ได้ถอดทิ้งไว้ตรงไหน” อูจินจำได้ว่าเมื่อวานเข้าไปล้างหน้าแล้วถอดทิ้งที่อ่างล้างหน้า พอตอนเช้าเข้ามาดูก็หายไป

 

“อ๋อ เราเอาไปเก็บเองแหละ กลัวโดนน้ำ” 

เมื่อเจ้าจูดี้เข้าห้องน้ำต่อจากอูจินเห็นนาฬิกาถูกลืมเลยเอาไปเก็บตู้ที่เก็บผงซักฟอกเพราะจะได้ไม่โดนน้ำ

 

“เอาตั้งไว้ไหน”

 

“โน่นไงในตู้ข้างอูจินหน่ะ” จูดี้ที่กำลังมือไม่ว่างจึงใช้ปากชี้แทน จริงๆจะใช้มือชี้ก็ได้แต่ขี้เกียจมากกว่า

 

 

“ไหน” อูหันไปข้างหลังตัวเอง ก่อนจะหันมาถามจูดี้อีกครั้ง ที่จริงอูจินเห็นแล้ว แต่ไม่ค่อยพอใจที่จูดี้ไม่ยอมใช้มือชี้เลยถามไปอีกรอบ

 

“โน่นนน” จูดี้ทำปากจู๋ ไม่ยอมใช่มือชี้สักที

 

“ชี้ดีๆ จูดี้” อูจินกดต่ำลง

 

“ก็บนตู้นั่นไง ไม่รู้จักตู้เหรอ โน่นๆๆๆๆ” เมื่อรู้ว่าอูจินไม่ชอบแบบนี้ ก็ยิ่งแกล้งแหย่โดยทำชี้ๆกับปากตัวเอง

 

 

“อุ๊บ อื้อ เอ็บ”

กำลังชี้กับปากเพลินๆก็โดนนิ้วโป้งและนิ้วชี้บีบปากจู๋นั่นทันที

 

“อูอิน เอาเอ็บ”เจ้ากระต่ายมองค้อนอูจินที่เอาแต่อมยิ้ม อะไร เมื่อกี้ยังทำหน้าดุอยู่เลย

 

“อ๊ะ”

สุดท้ายก็โดนลงโทษโดยการจูบไปตามระเบียบ การลงโทษของอูจินดูจะหื่นขึ้นเรื่อยๆเสมอ ทั้งๆที่มีจีฮุนมาอยู่ด้วยก็ไม่เคยแคร์สายเพื่อนเลย ยอมให้จีฮุนมาเจอฉากจูบวันละหลายๆครั้ง 

 

“อื้อ เลอะหมด” จูดี้ดันหน้าอกคนขี้เล่นออกไป โฟมที่อยู่บนปากอูจินเลอะปากจูดี้หมด ทีนี้ใครเป็นคนโกนหนวดก็แน่ละเนี้ย

ส่วนอูจินก็เอาแต่หัวเราะอยู่นั่นแหละ จะโกรธละนะ

 

“อ๊ะ จีฮุน”

จูดี้ตกใจเมื่อหันไปเจอจีฮุนที่ยืนเงียบๆ ที่ประตูห้องน้ำ สีหน้าเรียบเฉยเพราะเห็นจนชินไปแล้ว ช่วยไม่ได้นะเพื่อนกำลังอินเลิฟมันก็ต้องสกินชิฟกันบ่อยๆแบบนี้แหละ จีฮุนเคยอยู่ในจุดนี้ เข้าใจดี

 

“สวีทกันไม่เว้นกระทั้งในส้วมเลยนะพวกมึง”  จีฮุนไม่ได้จะมาเข้าห้องน้ำหรอก เขาแค่จะมาหาอะไรกินที่ครัว แต่ต้องเดินมาดูเพราะได้ยินเสียดัง เมื่อรู้ว่าไม่มีอะไรก็เดินไปที่ครัวซึ่งอยู่ใกล้ๆห้องน้ำ เดินตรงไปเปิดตู้เย็นได้นมเย็นๆหนึ่งขวด ก่อนจะเดินไปหยิบซีเรียลที่ตู้ใกล้ๆจัดแจงใส่ถ้วยพร้อมกับราดนมลงไป

 

 

 

“จีฮุน ไม่กินข้าวต้มเหรอ อยู่บนเตาแก๊สนะ เราทำไว้”  จูดี้ตะโกนออกมาจากห้องน้ำ เมื่อได้ยินเสียงก๊อกแก๊กในครัว


 “หึ ไม่กิน กับข้าวที่มึงทำมันแดกไม่ได้มึงไม่รู้เหรอ” จีฮุนมองเลยผ่านกลิ่นหอมๆ ของข้าวต้มที่จูดี้ทำ

 

“หื้อ จีฮุน” อูจินเดินออกมาตรงประตูห้องน้ำเพื่อพูดกับจีฮุน โดยมีจูดี้เดินตามมาด้วย

 

“อูจินมึงอย่าถือหางไอ้จูดี้มาก การทำกับข้าวมันวิจารณ์กันตรงๆแบบนี้แหละไม่งั้นมันจะไม่พัฒนาฝีมือ อย่างน้อยแค่พัฒนาพอให้คนกินได้ก็พอแล้ว”

 

            จีฮุนพูดอย่างเย็นชา พักหลังๆจีฮุนปากเสียขึ้นเยอะมาก แถมยังเย็นชามากๆอีก ตั้งแต่กลับมาจากบ้านจัสตินวันนั้นจีฮุนไม่เคยมาแตะการทำอาหารอีกเลย ทั้ง3จึงมักจะไปอาหารนอกบ้านกิน หรือไม่บางทีจูดี้จะอาสาทำให้เองเพราะได้เรียนทำอาหารกับจีฮุนมาระยะนึงตอนมันยังคบกับควานลิน ซึ่งบอกตรงๆว่าฝีมือการทำกับข้าวของจูดี้ รสชาติสุดกล้ำกลืนจริงๆนั่นแหละ

 

 

“แล้วทำตั้งเยอะ” จูดี้บ่นอุบอิบ “งั้นอูจินช่วยกินหน่อยนะ กินให้หมดด้วย”

 

            “หื้ม” 

           อีกแล้ว อูจินต้องช่วยกินแล้ว ร่างสูงทำหน้าเจื่อนๆใส่เมื่อโดนบังคับจากแฟนตัวเอง

 

            “ทำไมทำหน้างั้นละ ทุกครั้งที่ให้อูจินกิน อูจินก็ชอบบอกว่า อื้ม ได้รสอูมามิ” จูดี้ทำเลียนแบบอูจิน

           

            คือ ที่พูดแบบนั้นก็ไม่อยากให้เสียกำลังใจหรอกน่า หรือจะพูดว่าไม่อร่อยก็ไม่ได้ จูดี้อุตส่าห์ตั้งใจทำ

 

            “จ้า เดี๋ยวจะกินให้หมดเลย แหะๆ” ได้แต่หัวเราะแห้งให้เท่านั้น เพื่อความสบายใจของจูดี้ยังไงก็ต้องกินสินะ

 

 



 

จีฮุนเดินถือถ้วยไปนั่งหน้า Notebook ที่เปิดการแสดงโชว์เคสของเอสเควาย ก่อนจะกินอาหารตรงหน้าแบบรัวๆอย่างหน้าตาเฉยเหมือนคนไม่ได้รู้สึกอะไร

 

ที่ทำแบบนี้เพราะคิดว่ามันไม่มีอะไรแล้ว ที่เขา มันก็แค่เป็นการแสดงหนึ่งเท่านั้น แค่ศิลปินกลุ่มนึง ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับจีฮุนทั้งนั้น ทำไมจะทำไม่ได้

 

ตอนนี้อาจจะยังเจ็บที่ทำแบบนี้ แต่อีกไม่นานจีฮุนจะไม่รู้สึกอะไร มันต้องเป็นอย่างนั้น ขอให้เป็นอย่างนั้น

 

 

 

           

 

 

 

 

 

 






 

           

            โกนหนวดให้อูจินอีท่าไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็เปียกไปทั้งตัว ในที่สุดก็ต้องอาบน้ำจนได้ เมื่ออาบน้ำเสร็จก็รีบเข้าไปแต่งตัวให้เสร็จก่อนอูจินจะอาบเสร็จ เพราะมันจะรู้สึกเขินเหมือนกันเมื่อมีอูจินอยู่ด้วยตอนแต่งตัว

 

 


 

ครืด ครืด

 

เสียงโทรศัพท์ที่สั่นขึ้นในขณะที่จูดี้ใส่ชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว เจ้ากระต่ายเดินไปดูทันทีว่าใครโทรมา

 

ควานลิน

ควานลินไม่โทรมาระยะนึงแล้ว ตั้งแต่งานโชว์เคสวันนั้นก็เงียบไปเลย อยู่ดีๆโทรมาหาก็รู้สึกแปลกใจ

 


“มีอะไรเหรอควานลิน” กรอกเสียงพูดเบาๆให้ปลายสายเพราะกลัวจีฮุนกับอูจินได้ยิน

 

(“……….”)

 

“ฮัลโหล”

 

(“………..”)

 

“ควานลิน….

 

(“รอนนี่”)

 

จูดี้ตัวแข็งทื่อทันทีเมื่อเสียงจากปลายสายไม่ใช่เสียงควานลิน แต่เป็นเสียงผู้หญิงที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี

แม่

 

……

 

(“คิดถึงจังเลย”)

 

……

 

(“กลับบ้านเราเถอะนะ”)

 

……

 

(“ฉันรู้นะว่าแกยังฟังอยู่”)

 

“ทำไมยังมายุ่งกันอีก ต่างคนต่างอยู่ไม่ได้เหรอ” จูดี้กลั้นใจพูดไป

 

(“ฉันก็อยากทำอย่างนั้น แต่คงทำไม่ได้”)

 

“ผมสัญญาว่าจะไม่ไปยุ่งกับพวกคุณอีก ปล่อยให้ผมได้ชีวิตกับคนที่ผมรักเถอะ”

 

(“ถ้าแกหายตัวไปเลย มันจะยังดีกว่า ที่ฉันตามแกกลับมา ไม่ใช่เพราะพิศวาสอะไรหรอกนะ แต่แกจะกลับมาทำลายความมั่นคงของฉัน ฉันเลยปล่อยผ่านไม่ได้")


"...."

 

("ไม่ต้องฟูมฟายว่าฉันพรากเธอออกจากเด็กผู้ชายคนนั้นเลย ไปนั่งๆนอนๆ ให้เขาดูแลมันคงสบายมากสินะ อย่าลืมสิว่าเด็กนั่นยังเรียนอยู่ เงินที่พวกแกใช้ก็เป็นเงินของพ่อแม่มัน แกนี่ก็นะ จะนานแค่ไหนก็ยังเป็นเหมือนเดิม

เป็นปลิง

ถ้าชีวิตแกมันเป็นภาระใครต่อใครขนาดนี้ ก็ตายๆไปซะ”)

 

“ถ้าคุณยังมายุ่งกับผมอีก ผมจะแจ้งความ”

 

(“ฮ่าๆๆ จะแจ้งความจับแม่ตัวเองเหรอ แกนี่มันลูกอกตัญญูจริงๆ ฉันอุตส่าห์เลี้ยงดูแกมาจนโต” )

อกตัญญูงั้นเหรอ ถึงจะเป็นแม่แต่ก็ทำร้ายลูกตัวเอง มันจะต้องกตัญญูกลับด้วยเหรอ ทำไมบางคนแค่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่แล้วลูกต้องยอมทุกอย่างด้วย


ใครๆก็ว่าครอบครัวเป็นที่พึ่งสุดท้าย แต่สำหรับจูดี้มันไม่ใช่เลย ครอบครัวเป็นนรกสำหรับเขา ส่วนแม่คือเจ้ากรรมนายเวร

ผิดไหมที่จะเกลียดแม่ของตัวเอง

 

“ทำไมผมจะแจ้งความไม่ได้ คุณทำร้ายผม”

 

(“กล่าวหาแม่ลอยๆได้ยังไง ไหนละหลักฐาน ไหนละพยาน”) 

ยูมิเปลี่ยนใจไม่ใช้แผนจับตัวรอนกลับเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ ในเมื่อรอนเป็นลูกของเขาตามทะเบียน ทำไมถึงต้องใช้วิธีที่เสี่ยงขนาดนั้นด้วย มีวีธีอื่นตั้งมากมายที่จะให้ลูกคนนี้กลับมาหาเขา ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วจะจัดการอะไรก็ง่ายขึ้น


(“รอนนี่ ไม่สิ จูดี้อย่าหนีแม่ไปเลย หนีไม่พ้นหรอก”)

 

 

 

จูดี้ตัดสายทิ้งไปทันที ก่อนจะทรุดนั่งลงข้างๆเตียงอูจินด้วยความหวาดกลัว เจ้ากระต่ายปล่อยให้น้ำตาตัวเองไหลไปแบบนั้นโดยไม่คิดจะเช็ดมันเลย


รู้สึกเกลียดแม่ เกลียดมากๆ

รู้สึกโกรธพ่อ ที่ไม่ทำตามสัญญา พ่อไม่เคยปกป้องเขาตามสัญญาเลย ถ้าเขาคิดอยากปกป้องทำไมไม่พยายามฟังสิ่งที่ลูกอยากเล่า ทำไมไม่สังเกตว่าลูกตัวเองเป็นยังไง ทำไมถึงชอบทิ้งให้อยู่กับแม่นักทั้งๆที่ลูกก็แสดงออกว่ากลัวแม่ขนาดไหน

หรือจริงๆแล้วเขาอาจจะเป็นอย่างที่แม่บอก

พ่อเหมือนที่คนที่เจอหมาตัวเล็กๆ แล้วเห็นว่าน่ารักเลยอยากเก็บมาเลี้ยง พอเบื่อก็ไม่สนใจกันอีกเลย ปล่อยให้คนอื่นรับช่วงดูแลต่อเอง โดยไม่สนใจว่าเขาจะเลี้ยงดูหมาตัวนี้ในรูปแบบไหน

 


ถ้าที่แม่พูดเป็นความจริง ครอบครัวจริงๆของจูดี้อยู่ที่ไหน


ถ้าครอบครัวที่มีอยู่ปัจจุบันไม่ใช่ครอบครัวของจูดี้จริงๆ อยากรู้มากๆว่าครอบครัวของจูดี้เป็นแบบไหน จะอบอุ่น มีพ่อมีแม่ที่รักจูดี้จริงๆสักคนหรือเปล่า

 

ถ้าเป็นอย่างนั้น เมื่อไหร่จะมาช่วยกัน ทำไมพวกเขาต้องทิ้งให้จูดี้เจอกับเรื่องแบบนี้เกือบ10ปี พวกเขาไม่ตามหากันบ้างเลยเหรอ 

หรือจริงๆแล้วครอบครัวจริงๆจูดี้ ก็ไม่ต้องการจูดี้เหมือนกัน

 

 



 

“จูดี้ มึงเป็นอะไร” อูจินที่เพิ่งเข้าในห้องตกใจมากที่เห็นเจ้ากระต่ายของเขา เอาแต่ร้องไห้คนเดียวที่มุมห้อง

 

“อูจิน” จูดี้โผเข้ากอดอูจินทั้งที่ตัวอูจินกำลังเปียกเพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ คนตัวใหญ่กว่าไม่เข้าใจสถานการณ์อะไรหรอก แต่ก็กอดกลับไปอย่างน้อยอาจจะทำให้จูดี้ใจเย็นลง

 

“เป็นไร” ลูบหลังให้เบาๆอย่างอ่อนโยน

 

 แม้จะจำอะไรก่อนหน้าอุบัติเหตุนั้นไม่ได้ แต่ก็คิดว่าจำอูจินได้ แม้ว่าจะไม่ค่อยแน่ใจ แต่ก็เหมือนจำคำพูดของอูจินได้ คำพูดที่ว่าจะปกป้องกัน


จูดี้คิดว่าต้องรู้จักอูจินดีแน่ๆ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมอูจินไม่เห็นมีท่าทางจะจำจูดี้ได้เลย ถ้าอูจินทำให้มั่นใจว่าเคยสนิทกัน จูดี้จะบอกทุกอย่างให้ฟังในทันที

 

 

“อูจิน” จูดี้คลายกอดพร้อมตั้งคำถามทันที “บ้านอูจินอยู่ที่ปูซานใช่ไหม”

 

“ห๊ะ ก็ใช่ แต่ทำไมเหรอ”

 

“กลับปูซานกันนะ เราอยากไป เราไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว”

 

” อูจินทำสีหน้าอย่างลำบากใจ ไม่อยากกลับไปจริงๆ ที่นั่นมันทำให้อูจินนึกถึงวันเก่าๆ แต่เขาจะหนีไปตลอดแบบนี้เหรอ

ในเมื่อจูดี้ทำให้อูจินอยากเริ่มใหม่ ก็ต้องยอมกลับไป อย่างน้อยครั้งนี้กลับไปพร้อมจูดี้ น่าจะช่วยอูจินต่อสู้กับความรู้สึกผิดเก่าๆนั้นได้

 กลับไปเผชิญหน้ากับมันอีกครั้ง

 

“อืม ได้”


100%

#ล่ากระต่าย


 






      กว่าจะลงพาร์ทนี้ได้ กินเวลาพอสมควรเลย บอกเลยฉากนี้แต่งยากมาก ไรต์แต่งแล้วลบๆไปหลายรอบมาก ทั้งๆที่แต่งโครงเริ่องเสร็จตั้งนานแล้ว ขอโทษทำให้รอนานนะคะ ขอบคุณทุกการติดตามจริงๆค่ะ

          ปล. ถ้าใครสะดวกสามารถไปคอมเม้นใน #ล่ากระต่าย ได้นะคะ ไรต์เข้าไปอ่านทุกวันเลย 

          ปล.2 ถ้าใครมีอะไรสงสัยเข้าไปถามใน Askได้นะ ลิ้งอยู่ในข้อมูลเบื้องต้นนิยายจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

215 ความคิดเห็น

  1. #192 sakieee (@sakieee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 23:42
    ยูมิ -อย่ามาทำจูดี้แบบนี้นะ แย่ๆๆๆๆๆ
    #192
    0
  2. #190 Dorothee_Mia (@ivy1004) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 22:02
    ฉันจะฆ่าแกนังยูมิ ทำไมทำกับจูดี้ของพี่ขนาดนี้
    #190
    0
  3. #188 ชูครีม456 (@102543147) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 14:42
    ฮือออยูมิอย่าทำจูดี้นะ
    #188
    0
  4. #186 nzutd (@nzutd) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 22:20
    กลัวใจยูมิมากๆ อย่าทำอะไรจูดี้เลยนะT____T
    #186
    0
  5. #183 justmarkbam (@justmarkbam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 23:00
    โอ้ยยยยยยยคุณเเม่ใจร้ายเกินไป
    #183
    0
  6. #182 noobeelove23435 (@noobeelove23435) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 18:06
    แม่ใจร้ายมากอ่ะ
    #182
    0
  7. #181 ammeym (@ammeym) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 13:22
    ทำไมคุณแม่ทำแบบนี่ ฮื่อ
    #181
    0
  8. #180 plxjy (@plxjy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 22:38
    ฮือ แม่ควานลินร้ายเกิน ไม่ทรแล้วนะ!!! อูจินปกป้องจูดี้ดีๆนะ แงงงงงง กลัวใจยูมีอะ ฮืออออ อย่ามายุ่งกับลูกช้านนนน
    #180
    0
  9. #179 bobbin (@kimbobbin) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 20:34
    หลินไม่เอา อย่าเอาใครมาลืมอีกคน สงสารน้อง สงสารจี้อีก แท่หลินจะร้ายไปไหนวะ รำคาญแล้วว้อย จลแล้วนุ้งจะมาอ่านใหม่ ใจบางทนไม่ไหวแล้ว ฮึก
    #179
    0
  10. #178 MINIKEY (@nuttinun_key) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 19:45
    สงสารทั้งจี้ทั้งหลินเลยฮืออออออ
    #178
    0
  11. #177 MINIKEY (@nuttinun_key) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 19:45
    สงสารทั้งจี้ทั้งหลินเลยฮืออออออ
    #177
    0
  12. #176 Lai Kuanlin (@yanikaswag1) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 01:51
    เห็นใจทั้งคู่เลออออ
    #176
    0
  13. #175 nzutd (@nzutd) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 00:30
    สงสารทั้งจี้ทั้งหลินเลย แต่เข้าใจจี้นะ เห้ออออ
    #175
    0
  14. #174 Thanvarat 'Eomsin (@eomsin2010) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 07:44
    ฮือออออออออออออออ
    #174
    0
  15. #173 ammeym (@ammeym) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 01:12
    โอ๊ยยย จะร้องไห้น่าสงสารทั้งคู่เลย
    #173
    0
  16. #172 markbam_jackjae (@markbam_jackjae) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 00:12
    สงสารจี้
    #172
    0
  17. #171 plxjy (@plxjy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 00:03
    จีฮุนนนนนนนนนนนนนน แง
    #171
    0
  18. #170 tiantian_fah (@tiantian_fah) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 23:54
    สงสารจี้ ฮื้ออออออออ
    #170
    0