คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #10 : ตอนที่ 9 I miss you..
9
I miss you…
หลังเลิกเรียนนายเนก็มาส่งฉันที่บ้านซึ่งในระหว่างทางหมอนั่นก็นั่งโหยหวนตลอดเวลา ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณพี่ท่านไปอารมณ์ดีมาจากไหน - - แต่พอถึงบ้านฉันก็ช็อคสนิทเพราะม่เขียนโน้ตเล็กๆทิ้งไว้ กลับจากพ่อแม่แอนด์ขนมชั้นปารีสจะซื้อของมาฝากนะด้วยฟูสุดที่รัก ปล.ฝากลูกเนดูแลถ้วยฟูของแม่ด้วยนะ
หลังจากฉันอ่านมาถึง ปล. ฉันก็รีบตะครุบไว้ทันที อ๊ากกกนี่แม่คิดอะไรของแม่อยู่นะ ไหนห้ามฉันนักหนาว่าไม่ให้ขึ้นเครื่องบินทีตัวเองไปโลดเลยนะจ๊ะหม่ามี้ แถมยังยกสัมมะโนครัวไปหมดเลย ทำไมต้องทิ้งฉันไว้คนเดียวววววววว Y{}Y
“กระดาษอะไรอะ ดูจะเป็นความลับจังเลยนะ”นายเนถามฉันเมื่อเห็นท่าทีที่ไม่เป็นพิรุธเล้ยยยยยยยยย ของฉัน T^T จะสงสัยอะไรนักหนาเนี่ย
“กระดาษทวงหนี้นอกระบบน่ะอย่าไปสนใจเลย”
“งั้นฉันใช้ให้เอามั้ย”ไอ้บ้าฉันพูดเล่นหรอกเฟ้ยยยยยย บ้านฉันไม่ได้ไม่มีอันจะกินขนาดนั้นนนนนนนน กรรรรรร์
คุยกับหมอนี่ไปก็ปวดสมองสู้อยู่นิ่งๆดีกว่า
“เปิดประตูบ้านสักทีสิฉันจะได้ยกตุ๊กตาเข้าไปให้”
“อือ”
“บ้านเธอนี่แปลกจังนะ หกโมงเย็นแล้วยังไม่มีใครกลับบ้านสักคน”
“ปกติก็กลับเร็วแหละ แต่วันนี้คงไม่กลับคนพวกนั้นทิ้งฉันไปลั้นลากันที่ปารีสอะ T_T”
“อ๋อ กระดาษแผ่นนั้นคงบอกว่าอย่างนี้สินะ แล้วมันไม่บอกอะไรมากกว่านี้หรอ”นายเนดูแปลกๆถามเหมือนรู้อะไรสักอย่าง
“แค่นี้แหละ”ฉันตอบกลับไปพร้อมกับกำกระดาษไว้แน่น
“แล้วเธอจะอยู่คนเดียวได้หรอ ตอนนั้นก็กลัวผีจนร้องไห้นี่”อึก~ สะอึกเลยฉันพอนึกถึงเรื่องผี แงๆแล้วฉันจะอยู่ยังไงงงงงง TYT แม่นะแม่ทำกันได้
อยู่ดีๆนายเนก็เอาหมีไปใส่รถของเขาไว้ตามเดิม
“ไปเก็บของ ระหว่างแม่เธอไม่อยู่ไปอยู่บ้านฉันก่อนแม่เธอโทรมาบอกฉันตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ”ว่าละมันต้องมีอะไรม่ชอบมาพากล นายเนถึงชอบพูดอะไรแปลกเป็นระยะๆ
“ยืนเอ๋ออะไรอยู่ หรือจะให้ฉันไปเก็บให้”ได้ไงล่ะเดี๋ยวนายก็ได้เห็นกางเกงในลายสตรอเบอร์รี่สุดรักของฉันพอดีน่ะสิ
“ฉันอยู่ที่นี่ก็ได้นี่นา”ฉันพูดพร้อมกับก้มหน้างุด นายเนก็เลยเดินตรงไปทางบันไดขึ้นชั้นบนของบ้าน
“ฉันไปก็ได้ รอเดี๋ยวนะ” T^T ทำไมชีวิตของถ้วยฟูจึงรันทดเยี่ยงนี้นะ น่าเอาไปออกรายการวงเวียนชีวิตเสียนี่กระไร H-H
ฉันเก็บของที่จำเป็นใส่กระเป๋าและไม่ลืมที่จะกล่าวลาเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ‘ทิว’ เขามาหาฉันเสมอ ทุกวันนี้ฉันยังพยามยามหลอกตัวเองว่าเขายังอยู่กับฉันเสมอแค่ไม่ขี้เล่นเหมือนเมื่อก่อนเท่านั้น ตอนนั้นเพื่อนของฉันก็หาว่าฉันบ้าที่หันไปคุยกับโต๊ะว่างๆซึ่งเป็นที่นั่งเดิมของทิว ถ้าวันนั้นหมอนั่นไม่ไปส่งฉันที่บ้านเรื่องมันก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอก
-เหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม(วันที่ถ้วยฟูติดอยู่ที่ห้องกับเน)-
หลังจากที่เดินเข้าบ้านไปแล้วสักพักฉันก็ได้ข่าวจากพ่อที่พึ่งกลับมาว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นตรงทางแยกเข้าหมู่บ้าน เป็นรถยนต์สีบรอนด์เงินชนประสานงากับรถสิบล้อย่างจัง ซึ่งลักษณะรถยนต์มันคล้ายคันที่ทิวขับมาส่งฉัน ฉันเลยขอให้พ่อพาไปดู
....และมันก็เป็นไปตามคาด รถคันนั้นเป็นของทิวนั่นเอง ฉันนั่งร้องไห้หนักมากพยายามจะเข้าไปหาทิวเป็นครั้งสุดท้ายแต่ก็ถูกพวกผู้ใหญ่ห้ามไว้ อยู่ๆฉันก็รับรู้ถึงสัมผัสคุ้นเคยที่ไหล่ข้างซ้าย ฉันเงยหน้าขึ้นไปก็พบกับ’ทิว’เพื่อนรักของฉันนั่นเอง เขาส่งยิ้มมาให้ฉันเหมือนต้องการบอกฉันว่าไม่เป็นไรก่อนที่ร่างนั้นจะค่อยๆเลือนหายไป...
แปลกนะทั้งๆที่ฉันเป็นคนที่ขี้กลัวผี แต่กับทิวฉันอยากเจอมากกว่าที่จะกลัว ทุกครั้งที่ฉันเหนื่อยหรือท้อใจฉันก็จะเห็นทิวอยู่ข้างๆเสมอ ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือว่าทิวยังอยู่กับฉันจริงๆตอนนั้นที่ฉันจะล้มตอนงานโรงเรียนฉันเห็นจริงๆนะว่าทิวมาช่วยฉันไว้น่ะ.....
“เสร็จยังยัยบื้อมันนานไปแล้วนะ”เสียงไอ้คุณชายขี้วีนตะโกนขึ้นมาจากชั้นล่าง
“เออๆจะลงไปแล้ว”ฉันตะโกนกลับออกไป
“ฉันว่าฉันหมดห่วงแล้ว เธอมีคนที่จะดูแลเธอต่อจากฉันแล้วนี่”ทิวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นๆพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆให้ฉันก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไปช้าๆพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉันคงเป็นรอยยิ้มสุดท้ายก่อนที่เราจะไม่ได้พบกันอีกอย่าง...ถาวร นายจะอยู่ในใจฉันตลอดไปนะทิวเพื่อนรักของฉัน U_U
ตอนนี้น้ำตาของฉันมันไหลออกมาเป็นทาง พอคิดว่าจะไม่ได้เจอทิวอีกแล้วเวลาฉันท้อใครจะมาคอยให้กำลังใจฉันล่ะ
“เฮ่ย!ถ้วยฟูเป็นอะไรน่ะ”นายเนที่พึ่งเดินเข้ามาในห้องของฉันซึ่งเปิดทิ้งไว้ถึงกับชะงักทันทีที่เห็นฉันนั่งร้องไห้อยู่กับพื้นอย่างกับคนบ้า เค้าค่อยๆนั่งลงกับพื้นแล้วค่อยๆดึงฉันเข้าไปไว้ในอ้อมกอด
“ทิวไปแล้ว”ฉันพูดกับเขาแค่สั้นๆฉันไม่รู้นะเขาจะเข้าใจฉันหรือคิดว่าฉันเป็นบ้าจนต้องเอาไปส่งศรีธัญญา
“อืม เมื่อคืนมันก็มาลฉันเหมือนกัน มันบอกฝากดูแลเธอด้วย”ทิวไปหาเนด้วยหรือเนี่ย ก็พวกเขาเป็นเพื่อนกันนี่เนอะ
“ฮือๆๆฮึกๆ”เสียงร้องไห้ปนสะอื้นของฉันดังขึ้นราวๆเกือบชั่วโมงก่อนที่ฉันจะหยุดร้องและเนก็พาฉันเดินไปขึ้นรถอย่างเงียบๆ
“เราต้องดำเนินชีวิตไปอย่างปกตินะ อย่าคิดว่ามันเป็นความผิดของเธอที่ทำให้มันจากไป ทิวมันฝากมาบอกตอนแรกฉันก็นึกว่ามันเป็นแค่ฝันเพ้อเจ้อ แต่พอมาเห็นเธอฉันเลยคิดว่ามันน่าจะจริง เธอเศร้าเรื่องนั้นมาตลอดเลยหรอ”เนพูดให้ฉันฟังยืดยาวฉันเลือกที่จะเงียบก่อนที่จะหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง ก่อนที่นายเนจะยื่นมือมาลูบหัวฉันเบาๆ นายไม่ต้องมาทำท่าเหมือนจะห่วงใยฉันขนาดนั้นหรอกย่ะ ฉันก็เข้มแข็งมาได้ตลอดนี่ฉันไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นมากนักหรอกนะ...
ความคิดเห็น