[SJ]Would you marry me? แต่งงานกันนะ {YeRyeo,KyuMin etc.}

ตอนที่ 11 : PART 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 พ.ค. 56

Part 9

 

    หลังจากที่ทนมานานก็ได้ฤกษ์กำจัดชะนี? ทั้งฮีซอลและอีทึกตกลงกัน โดยเริ่มจะแผนละมุนละม่อมไปเรื่อยๆ ก่อนจะถึงจุดสิ้นสุดความอดทน

            เมื่อปรึกษาหารือกันเรียบร้อยแล้วทั้งสองสาว? จึงเดินกลับมาด้วยใบหน้าอมยิ้มนิดๆ พลางเหล่ตามองสองนางน้อยที่ยังคอยออเซอะไม่ห่าง ฮีซอลกับอีทึกเดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆ ชายหนุ่มทั้งสองแล้วเริ่มปฏิบัติการขั้นต้น

            “นี่ซีวอน ซินอยากซื้อชุดไปฝากน้องๆจัง ช่วยซินเลือกหน่อยนะ ^_^ ว่าจบแล้วจึงยิ้มหวานปานน้ำผึ้ง เล่นซะซีวอนใจสั่นไปทั้งดวง ซ้ำคนสวยยังแทนตัวเองว่า “ซิน” อีก ไม่คว้าโอกาสไว้ก็โคตรจะโง่เลย

            “ได้ครับ ซินอยากได้สไตล์ไหนล่ะครับ เดี๋ยววอนช่วย” ชายหนุ่มตอบรับทันทีแบบไม่ต้องคิดไม่สนใจสายตาของกาอินแม้แต่น้อย (ก็ไม่ได้สนใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วนิ)

            “อืมมม ซินอยากได้แบบที่มีสีสันสดใสอ่ะน้องๆ ชอบแบบนี้กัน ไม่ชอบแบบพวกที่มันเซ็กซี่ เร้าใจ เอ...แต่ซื้อแบบพวกซีทรูดีมั้ยนะ ฮยอกกี้ต้องใส่เข้าแน่ๆเลย คงจะใส่แล้วดูดีกว่าบางคนด้วยซ้ำ” ฮีซอลจงใจเน้นคำพร้อมส่งสายตาเพื่อบ่งบอกว่า บางคน ในที่นี่หมายถึงใคร

            “วอนว่าน้องๆ คงชอบแบบที่มันสดใสน่ารักมากกว่านะครับดูสมวัยด้วย”

            “หรอ งั้นตัวนี้น่ารักมั้ยเหมาะกับอุคกี้มากเลย” ทั้งสองช่วยกันเสื้อผ้ากันอย่างสนุกสนาน จนลืมไปเลยว่ายังมีผู้หญิงตัวเล็กๆ อีกคนที่จ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแต่ไม่สามารถเข้าไปแทรกได้

 

          “คังอินคะ ฮโยจินรู้สึกว่ารองเท้าคู่นี้มันกัดเท้ามากเลยค่ะ ฮโยจินเจ็บมากเลยคังอินช่วยเลือกรองเท้าให้ฮโยจินหน่อยซิคะ” เมื่อเห็นเพื่อนเข้าใกล้ซีวอนไม่ได้เธอจึงต้องรีบเรียกความสนใจของอีกคน

            “เอ่อ...ขอโทษนะครับพอดีปกติผมไม่ซื้อรองเท้าเองนะครับ เลยเลือกไม่เป็น” ชายหนุ่มตอบกลับพลางคิดในใจ ลำพังของกูเองยังไม่เคยซื้อ คงไม่มีปัญญาไปซื้อให้ใครหรอก

            “ไม่เป็นไรคะเดี๋ย......”

            “ทึกกี้เป็นอะไรครับ ปวดข้อมือหรือป่าว” คังอินยังไม่ทันฟังหญิงสาวพูดให้จบ สายตาดันไปเห็นอีทึกสะบัดข้อมือแรงๆ ด้วยความที่เกรงว่าข้อมือสวยๆ จะเคล็ดไปซะก่อน จึงรีบปรี่มาดูด้วยความเป็นห่วง ทิ้งให้ฮโยจินพูดไปกับลมกับอากาศไปคนเดียว

            “ไม่มีอะไรหรอก พอดีนาฬิกาเป็นอะไรก็ไม่รู้อยู่ๆ ก็ไม่เดินเฉยเลยอ่ะ” นี่ไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจของปาร์คจองซูแต่อย่างใด นาฬิกามันพังจริงๆ แถมถูกที่ถูกเวลาซะด้วย

            “มาเดี๋ยวผมดูให้”

            “ทำอย่างกับซ่อมเป็น” อีทึกหยอกน้อยๆ พองาม

            “แห่ะ ไม่เป็นหรอกครับ แต่ผมว่าน่าจะถ่านหมดนะ เพิ่งหยุดได้ไม่นานนี่ครับ” คังอินเห็นว่าตัวเข็มมันหยุดไปชั่วโมงที่แล้วคาดว่าน่าจะถ่านหมด

            “อื้ม คงจะใช่ อยากได้นาฬิกาใหม่อยู่พอดีเลย”

            “ถ้างั้นเดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้ไปร้านนาฬิกากันนะครับ ^_^

          “อื้ม ได้ ^_^

          เวลาผ่านไปทั้งคังอินและซีวอนก็ยังคอยเอาอกเอาใจคนสวยทั้งสอง เช่นเดียวกับที่กาอินฮโยจินพยายามที่จะแทรกตัวขอความสนใจแต่ก็ไม่ได้ผล ในเมื่ออีทึกฮีซอลเรียกชายหนุ่มทั้งสองอยู่แทบจะตลอดเวลา

            “นี่ซินเรากลับกันเถอะเย็นมากแล้วนะ”

            “ก็ดีนะเมื่อยขามากเลยอ่ะ” จากนั้นทั้งสี่ก็เดินไปยังลานจอดรถ โดยมีผู้หญิงอีกสองคนเดินตามไปด้วย

            “ซีวอนคะ กาอินขอติดรถไปด้วยได้มั้ยคะ โรงแรมที่เราพักก็อยู่ใกล้กัน” กาอินเรียกอีกครั้ง

            “คงจะไม่ได้หรอกครับคุณกาอิน พอดีซื้อของมากันเยอะเกินไปเลยไม่มีที่ให้นั่งแล้วหน่ะครับ” ฮีซอลตอบกลับอย่างสุภาพแต่ชัดเจนว่าไม่ให้ไป

            ไม่ใช่ว่าไม่มีน้ำใจนะ แต่ไม่ต้องการร่วมเดินทางด้วยเท่านั้นเอง หึหึ

           

…………………………………………………..

 

 

          ณ ตลาดใหญ่ในเมืองภูเก็ตอุดมไปด้วยนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ เดินขวักไขว่ไปมาจนน่าเวียนหัว ภาษาต่างๆ ผ่านหูมาให้ได้ยินอยู่ตลอดเวลา บรรยากาศแสนคึกครื้นนี้คงเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าที่นี่ไม่ดีจริง

            และด้วยบรรยากาศน่าสนุกบวกกับสารพัดอาหารที่ถ้าซื้อมาทั้งหมดคงจะอยู่ได้หลายเดือนเลยทีเดียว ทำให้เจ้าปลาน้อยและกุ๊กไก่ดูจะตื่นตาตื่นใจ เล่นซื้ออาหารมากมายอย่างละนิดหน่อยเดินไปกินไปอย่างสบายใจ และแน่นอนคนจ่ายตังคงเป็นรุ่นพี่สุดหล่อบาดจิตบาดใจสาวๆ ทั้งหลาย ที่เดินตามประกบหยิบเงินจ่ายบรรดาพ่อค้าแม่ค้าแทบไม่ทัน แต่ที่คนน่ารักทั้งสองกินไม่เกรงใจคนจ่ายแบบนี้เพราะ....

            “เออ นี่ ฮยอกกี้ ด๊องจะซื้ออะไรก็เต็มที่เลยนะเดี๋ยวไอ้บอม ไอ้ฮันมันจ่ายเอง มื้อนี้มันเลี้ยง” ชินดงกล่าวกับเด็กน่ารักอย่างอารมณ์ดี

            “อ่าว ไม่ใช่มหาลัยจ่ายหรอฮะพี่ชิ้น” ฮยอกแจถามอย่างสงสัย

            “อ้อ มหาลัยออก กับพวกมันออกก็เหมือนกันนั่นแหล่ะ เพราะฉะนั้นเต็มที่!!” เมื่อได้รับคำอนุญาตจากพี่ชายคนสนิทแล้วทั้งสองหันไปมองหน้าฮันคยองกับคิบอมแล้วฉีกยิ้มจนเห็นฟันแทบทุกซี่ก่อนจะเอ่ยอย่างแสนจะเกรงใจพร้อมกัน

          “รบกวนด้วยนะฮะ ผมจะกินทุกอย่างไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจที่พี่ๆ อุตส่าห์เลี้ยงกันนะฮะ ^_^” เพียงแค่ได้รับการพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตคู่หูปลาไก่ก็ทำตามดังที่ปฏิญาณไว้ไม่มีบกพร่องแม้แต่นิดเนื่องจาก เดี๋ยวจะเสียน้ำใจพี่ๆ เขา

 

………………………………………………..

 

          หลังจากที่ปั่นจักรยานกินลมชมวิวมาได้พักใหญ่ๆ แล้ว ก็ถึงเวลาที่น้ำย่อยในกระเพาะร่วมประท้วงกับเหล่าพยาธิน้อยๆ (?) เรียกร้องความสนใจจากเจ้าของร่างกายเพื่อหาอาหารลงกระเพาะ

          ทั้งสี่คนจึงตกลงกันเลือกร้านอาหารไทยคลาสสิกอย่างส้มตำริมชายหาดเสริมสร้างบรรยากาศความเป็นไทย....

            “โอ้วววว เผ็ดดดดด” TT^TT >> ซองมิน

            “ซี๊ดดดด” T^T >>รยออุค

            “ทำไมอาหารไทยมันเผ็ดอย่างเน้ ซู๊ดดด” -////- >> คยูฮยอน

            “อ๊ากกกก แบบนี้แหล่ะที่ต้องการ ซี๊ดดดด” TTvTT >> เยซอง

         

            หืมมม? =_=  >> ซองมิน รยออุค

            “ไอ้เย่มันชอบ...กิน...เผ็ดน่ะ ซิ๊ดดดดด” คยูฮยอนตอบแทนเยซองที่กำลังโซ้ยส้มตำอย่างเมามันส์

(-_-)(_ _)(-_-)(_ _)

           

          เมื่อเติมพลังจนอิ่มท้องร้องซี๊ด(?)แล้ว ทั้งสี่คนจึงหาที่นั่งหลบร้อนยามบ่าย ซึ่งเป็นร้านเครื่องดื่มเย็นๆ แล้วยังมีขนมหวานแสนอร่อยให้กินเล่นกันไปพลางๆ บรรยากาศที่ร้านดูคึกคักมากเป็นเท่าตัว เนื่องจากมีกลุ่มคนหน้าตาดีถึงสี่คนมานั่งคุยหยอกล้อกัน หวานบ้าง เถียงกันบ้าง แม้จะฟังไม่รู้เรื่องแต่ก็เป็นภาพที่ดูน่ารักมากทีเดียว

           

            “อุคกี้ว่านี่ก็เย็นแล้วเรากลับกันเถอะฮะ” เมื่อเห็นว่าแดดเริ่มอ่อนลงคนตัวเล็กจึงชวนกลับกันก่อนที่จะมืดไปซะก่อน

            “ก็ดีนะ อยากกลับไปนอนแช่น้ำอุ่นแล้ว” ซองมินทำท่าทางฝันหวานถึงอ่างน้ำอุ่นๆ กลิ่นหอมๆ

            “ให้พี่เข้าไปแช่ด้วยนะ จะได้ไม่เหงา ^O^” คยูฮยอนเอ่ยแทรกความคิดของซองมิน ทำให้ฟองจินตนาการหายไปทันที

            “ทะลึ่ง!!!!!

          “เรายังไม่ได้อยู่ด้วยกันเลยนะ รู้ได้ไงว่าพี่ทะลึ่งอ่ะ อย่างนี้ต้องลองนะรู้มั้ย คนดีของพี่” แม้ซองมินจะว่าไปแต่มีหรือที่คยูฮยอนจะสนใจ แถมยังพูดเสียงกระซิบทำหน้าหื่นใส่โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย ส่งผลให้ซองมินแหวออกมาทันที

            “ไอ้บ้า!!!! ฉันเป็นของนายตั้งแต่เมื่อไหร่อย่ามาพูดพล่อยๆ แบบนี้นะ”

            “อยากรู้มั้ยล่ะว่ามินนี่เป็นของพี่ตอนไหน เดี๋ยวคืนนี้พี่แวะไปบอกที่ห้องนะครับ”

            “หึ่ย ไม่ไหวแล้วโว้ย!!!!!!” ซองมินสุดจะทนกับถ้อยคำชวนขนลุกจึงลุกพรวดขึ้นพร้อมตักบรรดาเม็ดพริกที่เขี่ยออกจากจานส้มตำจับยัดใส่ปากคยูฮยอนแถมด้วยผัก อัดแน่นเต็มปากชายหนุ่ม เป็นผลให้คยูฮยอนหน้าแดง หูอื้อ น้ำตาไหล ซึ่งเยซองและรยออุคมองด้วยสายตาสงสารบวกกับสมน้ำหน้าแล้วเดินตามซองมินที่ปั่นจักรยานกลับไปแล้ว

 

…………………………………………….

 

          หลังจากกลับมาจากกิจกรรมต่างๆ ตามอัธยาศัยกันแล้ว ทุกคนได้มารวมตัวกันยังสนามหญ้าหนานุ่มที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้สำหรับแขกวีไอพีที่ประสงค์จะทำอาหารกินกันเอง โดยมีต้นไม้ใหญ่ปลูกกั้นจากพื้นที่ส่วนอื่น เพื่อความเป็นส่วนตัวให้กับแขก ถึงแม้จะทำทานกันเองแต่ก็มีพนักงานคอยดูแลเติมอาหาร น้ำดื่มให้ไม่ขาด

            “อ่า นี่ๆๆ เด็กๆ วันนี้กินกันให้เต็มที่เลยนะ เขาว่ากันว่าอาหารทะเลที่ไทยอร่อยมาก เรื่องน้ำหนักอย่าได้กังวลกลับเกาหลีแล้วค่อยลด เพราะฉะนั้น ลุย!!!!” เมื่อสิ้นเสียงของชินดงแล้ว ก็มีคนรีบไปกินอย่างเต็มที่ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คนที่บอกให้ลุยเมื่อกี้นี่แหล่ะ พร้อมกับฮยอกแจที่รีบไปสวาปามอยู่ตรงเตาปิ้งเรียบร้อย

            มื้อค่ำมื้อนี้ดำเนินไปด้วยความคึกครึ้น ทั้งยังสร้างความสนุกสนานเพิ่มขึ้นไปอีกด้วยเสียงเพลงที่ผลัดกันร้องผลัดกันเล่นกีต้าร์ แถมด้วยเสียงหยอกล้อเบาๆ จนถึงขั้นด่ากราดแต่ก็นับเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีเพื่อไม่ให้งานกร่อย

            ภายใต้ความวุ่นวายนั้นยังมีคู่รักหมาดๆ ที่สร้างบรรยากาศความหวานส่วนตัวให้กัน โดยเสียงรอบข้างนั้นไม่อาจผ่านเข้าไปยังโสตประสาทของทั้งคู่ได้ เยซองพารยออุคไปนั่งอีกมุมหนึ่งของสวนคอยผลัดกันไปตักอาหารมาให้กันด้วยความเอาใจใส่

            “พี่เยซองฮะ อุคกี้ตักมาให้ฮะแย่งกับฮยอกตั้งนานแหน่ะ เนื้อปูอร่อยมากๆ เลยนะ มาเดี๋ยวอุคกี้ป้อนนะ” ร่างเล็กลงมือแกะปูอย่างทุลักทุเล เรียกสายตาเอ็นดูจากเยซองเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มยิ้มให้กับความน่ารักของอีกฝ่าย ที่ไม่ใช่เพียงนิสัยยังรวมถึงใบหน้าเล็กเนียนใสที่แม้แสงจะไม่สว่างมากแต่ก็มิอาจบดบังความสวยงามไปได้อีกทั้งรยออุคยังสวมเสื้อยึดสีขาวที่ใหญ่กว่าตัวเองเล็กน้อยกับกางเกงสามส่วนสีม่วงอ่อนทำให้ร่างเล็กดูบอบบางน่าทะนุถนอมขึ้นไปอีก

            เยซองที่เกรงว่ามือน้อยๆ ของรยออุคจะถูกบาดเสียก่อนสุดท้ายจึงแย่งปูตัวโตมาแกะเอง

            “อุคกี้ครับ เดี๋ยวพี่แกะให้นะ แกะไม่เป็นเดี๋ยวกล้ามปูจะบาดมื้อสวยๆ ของแฟนพี่ซะก่อน”

            “ง่ะ ก็อุคกี้อยากทำให้พี่เยซองนี่ฮะ” ร่างเล็กบ่นอุบอิบเบาๆ ก่อนจะอ้าปากรับเนื้อปูคำโตที่แฟนหนุ่มยื่นมือมาป้อนให้

            “อร่อยมั้ยครับ” เยซองถามด้วยสายตาเอ็นดู

          “อื้ม อร่อยมากเลยพี่เยซองลองชิมนะ” รยออุคเนื้อปูส่วนที่เหลือจากที่เยซองแกะ ป้อนให้กับร่างสูง “อร่อยมั้ยฮะ”

            “อืมมมม พี่ว่ารสชาติแปลกๆ นะ” ว่าพลางใช้สีหน้าพิจารณาอย่างเต็มที่สร้างความแปลกใจให้รยออุคพอควร

            “เอ๋ ไม่อร่อยหรอฮะ อุคกี้ว่าเนื้อปูหวานหอมมากเลยนะฮะ หรือว่าลิ้นพี่เยซองเพี้ยน.....อื้ม!!!! O_O

            ในขณะที่รยออุคกำลังมองเจ้าเนื้อปูอย่างสงสัยก็ถูกเยซองโน้มตัวไปกดจูบที่ริมฝีปากบาง ริมฝีปากหยักขบเม้มเบาๆ แล้วใช้ลิ้นร้อนแตะเลียขอบปากบางชิมรสชาติน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ติดอยู่มุมปากของร่างเล็ก จากนั้นค่อยๆ สอดเข้าไปยังโพรงปากเล็กเพื่อชิมรสชาติเนื้อปูที่ยังคงติดอยู่ในปากของร่างน้อย

            “อืมมม” รยออุคครางเสียงแผ่วกับจูบร้อนแฝงความอ่อนหวานที่ได้รับ

            ลิ้นร้อนของเยซองไล่ตามแนวฟันสวย หยอกเย้ากับปลายลิ้นเล็กที่เริ่มตอบสนองด้วยการส่งมาแตะลิ้นของร่างสูงเบาๆ การกระทำที่บ่งบอกได้ว่าร่างเล็กไม่เคยรับสัมผัสแบบนี้จากใคร ทำให้เยซองยิ่งกดจูบหนักๆ หยอกล้อกับลิ้นเล็กอย่างไม่สามารถถอนออกมาได้

          ฝ่ามือเล็กของเยซองแตะลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบอบบางก่อนมาหยุดที่ลำคอสวยให้ร่างน้อยเอียงรับรสจูบละมุนอย่างแนบแน่น ทั้งสองเอียงคอให้ได้องศาในการจูบอย่างดูดดื่ม วงแขนแกร่งอีกข้างโอบรัดร่างน้อยจนเนื้อตัวทั้งสองแนบชิดกัน แขนเรียวเล็กขยับไปคล้องคอชายหนุ่ม จูบอันอ่อนหวานแฝงความหนักหน่วงคงมิอาจหยุดลงได้ถ้ารยออุคไม่ขาดอากาศหายใจเสียก่อน

          “อื้ม!!!” เสียงประท้วงเล็กๆ กับฝ่ามือนุ่มที่ออกแรงบีบร่างสูง บ่งบอกให้รู้ว่ารยออุคกำลังขาดอากาศทำให้ร่างสูงค่อยๆ ผละออกช้าๆ อย่างเสียดายแต่ก็ยังวนจูบซ้ำๆ ที่ริมฝีปากบางแล้วขยับมาหอมแก้มใสเบาๆ

            “เนื้อปูนี่ทั้งหอมทั้งหวานจริงๆ ด้วย อร่อยมากเลย” เยซองกระซิบเสียงเบาข้างหูของรยออุค เป็นผลให้แก้มที่แดงอยู่แล้วแดงขึ้นไปอีกราวกับลูกมะเขือเทศสุก

            “งื้อ พี่เยซองอ่ะใครให้ชิมแบบนี้เล่า” ร่างเล็กบ่นหงุงหงิงเบาๆ ใบหน้าสวยก้มลงต่ำอย่างเขินอาย เยซองจึงจัดการรวบตัวไปกอดไว้แนบอก

            “พอแล้วพี่เยซอง อายคนอื่นเค้านะ”

            “อายทำไมครับ ก็เราคบกันนี่นา อีกอย่างไม่มีใครสนใจเราซักคนเลยนะ” ถึงจะบอกไปอย่างนั้นแต่เยซองก็รับรู้ว่าที่แต่ละคนไม่สนใจนั้นมันเป็นการเสแสร้งทั้งที่จูบเมื่อครู่ทำให้หลายๆ คนช็อคค้างโดยเฉพาะบรรดาแคะทั้งหลาย จึงได้แต่ก้มหน้ากันด้วยความเขิน

            “เดี๋ยวพี่ไปเอาอาหารให้อีกดีกว่า ไม่งั้นคงได้กินตัวเล็กนี่แหล่ะ”

            “พี่เยซอง!!!” รยออุคเงยหน้าขึ้นร้องด้วยความตกใจ แต่ก็แทบหลบไม่ทันเมื่อเจอสายตากรุ้มกริ่มของแฟนหนุ่ม

            งื้อออออ พี่เยซองบ้า ทำเค้าเขินจนจะระเบิดอยู่แล้วนะ

 

………………………………………………..

           


           งื้อออ หายไปนานเป็นปี กลับมาสนองความต้องการตัวเองได้ฤกษ์แต่งต่อแล้ว เรียนปีสุดท้ายนี่มันหนักจริงๆ ไม่มีเวลาทำอะไรเลย ทั้งทำวิจัย ทั้งฝึกงาน เฮ้อออ เหนี่อยๆๆ จากนี้ก็คงมีเวลามาแต่งต่อ..... 

         

 

            

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น

  1. #26 LEE KI WOO (@chutiwan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 22:36
    เนื้อปูท่าจะหวานเนอะ
    #26
    0