[SJ]Would you marry me? แต่งงานกันนะ {YeRyeo,KyuMin etc.}

ตอนที่ 10 : PART 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 มิ.ย. 55

Part 8

 

 

          อาทิตย์แห่งการเรียนอันแสนคล่ำเครียดของใครหลายๆ คน หรือจะเป็นอาทิตย์แห่งความสุข ความเบื่อ ของใครอีกหลายๆ คนนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วจนมาถึงวันศุกร์ที่รอคอย

           

            “อ้า..ตื่นเต้นจังคืนนี้จะได้ไปเที่ยวเมืองไทยแล้ววววว” ปลาน้อยออกอาการกระดี๊กระด๊าลั้ลลาสุดๆ

            “นี่ด๊องน้อยๆ หน่อยก็ได้ ดูคนที่ชวนพวกเรายังไม่เห็นตื่นเต้นเลย” ฮยอกแจชี้ไม้ชี้มือไปทางรยออุคที่นั่งมองยิ้มๆ

            “อุคกี้ไม่ตื่นเต้นเลยหรอ ด๊องนะตื่นเต้นสุดๆ เลยจะได้ไปเที่ยวทะเล๊ทะเล ใครๆก็บอกว่าทะเลที่เมืองไทยสวยสุดๆ ไปเลยน๊า” ทงเฮถามเพื่อนตาแป๋ว

            “ใครบอกล่ะด๊อง อุคกี้อ่ะเก็บกระเป๋าเรียบร้อยตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแล้วแหล่ะ ขนไปอย่างกับจะไปอยู่ถาวรเลยนะ” ผู้ล่วงรู้พฤติกรรมของเพื่อนทุกเรื่องอย่างซองมินแฉทันที

            “มินนี่อ่ะ เว่อไป ไม่ได้ขนไปเยอะแยะขนาดนั้นซักหน่อย” ร่างเล็กแก้ตัวทันที

            “อื้มมมม ไม่เยอะเลยก็แค่กระเป๋าลากสามใบบิ๊กๆ แค่นั้นเอง” ซองมินบอกอย่างประชด

            “หา!!! 3 ใบ นี่ไป 3 วัน หรือ 3 เดือนเนี่ยอุคกี้”

            “ฮยอกกี้อ่ะมันมีแต่ของจำเป็นทั้งนั้นเลยนะ ขาดไม่ได้ซักอย่างก็เลยเอาไปหมดแค่นั้นเอง”

          =.=   >>> หน้าแต่ละคน

 

 

 

            ณ สนามบินอินชอน เวลา 22.15 น.

            “นี่ ไอ้วอนโทรตามไอ้คยูดิ๊ มันไปสะดุดขี้หมาหัวแตกตายรึป่าวป่านนี้ยังไม่มาอีก” คังอินบ่นมานานจนจะพ่นไฟได้อยู่แล้ว

            “ไม่ต้องหรอกมันเดินเป็นนายแบบอยู่นู่นน่ะ” เยซองพูดแล้วชี้ไปยังบุคคลที่เป็นหัวข้อสนทนาเมื่อกี้ กำลังเดินลายหน้าลอยตาโปรยยิ้มไปทั่ว ชวนให้สาวๆ มองกันตาปรอย

            “ไอ้คยูมึงลืมรูดซิบ!!!!!” ซีวอนชี้ที่คยูน้อยเอ่ยเสียงดังจนคนแถวนั้นหันมามองกันเป็นแถบๆ คยูฮยอนรีบก้มดูที่คยูน้อยทันทีอย่างลนลาน

            “ไอ้วอนมึงแกล้งกูหรอ” เมื่อเห็นว่าซิบมันก็ปิดสนิทดีไม่มีวี่แววว่าคยูน้อยจะออกมาสู่โลกกว้างแต่อย่างใดเลยถึงบางอ้อว่าเพื่อนเวรมันแกล้ง

            “หึหึ ช่วยไม่ได้ก็กูหมั่นไส้” ยักคิ้วให้เพื่อนที่รักอย่างกวนอวัยวะเบื้องล่าง

            “ฝากไว้ก่อนนะมึง อย่าให้ถึงทีกูบ้างนะ” คยูฮยอนบอกอย่างเครียดแค้น แต่คนอย่างเชวซีวอนมีหรือจะสะท้าน

 

            “ไปๆ ขึ้นเครื่องกันได้แล้ว เดี๋ยวก็ตกเครื่องกันพอดี ไอ้เย่มันพาสาวๆ เดินไปนานแล้ว” ชินดงรีบปรามก่อนจะเกิดศึกอีกรอบ ไอ้พวกนี้มันไม่ทำอะไรกันเลยใช่มั้ยวันๆ คอยแต่จะกัดกันอยู่เรื่อย

 

            การเดินทางบนเครื่องบินเป็นไปอย่างเจี๊ยวจ้าวเหมือนพาลิงไปเที่ยว เสียงดังโวยวายลั่นเครื่องทั้งกัดกัน เม้าท์กระจาย หยอกล้อ หยอดเป็นพักๆ หรือหวานกันจนมดแทบทำรัง แต่ในที่สุดเครื่องบินลำงามก็แตะพื้นผิวภูเก็ตซะที และมีรถมินิบัสขนาดพอดีมารับทั้ง 13 คนไปยังที่พัก

 

            “อ่า สวยจังเลยอากาศสดชื่นมากเลยเนอะ” รยออุคพูดอย่างร่าเริงเมื่อได้ซึบซับบรรยากาศของภูเก็ต

            “ว้าว ได้กลิ่นทะเลแล้วสดชื่นจังด๊องอยากลงน้ำแล้ว”

            “โอ้โห ของกินเพียบเลยอ่ะจะกินให้หมดทุกอย่างเลย ไปกินด้วยกันเนอะมินนี่” ฮยอกแจมองทางข้างๆ ตาโตกับบรรดาของกินมากมาย

            “อื้ม น่ากินทั้งนั้นเลยจะกินให้พุงกางไปเลย” ซองมินวาดภาพไว้ในหัวอย่างหมายมั่น

            “เดี๋ยวสุดท้ายก็บ่นว่าอ้วน แล้วมานั่งโทษตัวเองอีกนะ พี่ไม่มานั่งปลอบเราแล้วนะ” ฮีซอลขัดขวางความคิดคนอวบทันที กระต่ายน้อยจึงยู่หน้าอย่างน่ารัก

            “อ่า พี่ซินอ่ะคราวนี้จะไม่บ่นแล้ว เดี๋ยวกลับเกาหลีค่อยลดเอาก็ได้ แต่อยู่นี่ขอกินก่อนนะ ^_^

          “งั้นวันกลับพี่คงเห็นมินนี่กลายเป็นถังแก๊สแน่เลย” อีทึกแซวน้องยิ้มๆ กับท่าทางน่ารัก แต่ยังมีสายตาอีกคู่หนึ่งที่แอบมองมานานแล้ว

             “พี่ทึกกี้อ่ะ” ซองมินยู่หน้าอย่างงอนๆ

           

            มินิบัสคันงามเคลื่อนที่ไปตามถนนตั้งแต่สนามบินจนกระทั่งจอดสนิทเมื่อถึงที่พัก

            “โอ้ววววว นี่ที่พักของพวกเราหรอเนี่ยมหาลัยใจดีจริงๆ” คังอินตื่นตาตื่นใจกับที่พักสุดหรูที่จะได้พัก

            “นี่ขนาดชนะการร้องเพลงนะเนี่ย ถ้าได้รางวัลระดับโลกไม่ซื้อเกาะให้เลยหรอ” ฮีซอลออกแนวแขวะมหาลัย

           

            สถานที่ที่ได้มาพักกันนั้นเป็นรีสอร์ทชื่อ The Shore at Katathani  เป็นรีสอร์ทระดับ 5 ดาวติดริมทะเลไล่ระดับบ้านแต่ละหลังขึ้นไปเป็นเชิงเขา สามารถมองเห็นทะเลได้ทุกหลัง เมื่อเดินเข้ามาภายในก็พบกับความเป็นไทยที่ตกแต่งอย่างลงตัวกับความเป็นสากล

            “อ่า เราจะจองกันกี่หลังดีละเนี่ย” ชินดงตัดสินใจไม่ถูกจึงเอ่ยถามความเห็นก่อน

            “จอง 6 หลังดีมั้ย นอนหลังละ 2-3 คน กำลังดีนะ” แล้วทุกคนก็พยักหน้าตอบรับกับคำเสนอของนางฟ้าสุดสวย

            “ดีเลยครับนางฟ้างั้นเดี๋ยวผมนอนกับนางฟ้านะ”

            “ไม่ต้องเลยไอ้หมี ทึกกี้อย่าไปยุ่งกับมันนะ ซินจะนอนกับทึกกี้” ฮีซอลแยกเขี้ยวใส่คนร่างหมีทันทีแล้วกอดเพื่อนรักอย่างหวงแหน

            “ไปครับตัวเล็กเข้าบ้านกันเถอะ” เยซองเดินเนียนมาจูงมือรยออุคไว้

            “ไอ้เย่มึงมานี่ กูไม่ให้มึงสมหวังอยู่คนเดียวหรอก มึงอ่ะนอนกะกู” คยูฮยอนเดินมาลากคอเยซองกลับไป

            “ไอ้คยูมึงปล่อยยยยย มึงมาพรากกูกะตัวเล็กของกูทำไม” คยูฮยอนยังคงล็อกคอเยซองแน่น

            “พี่เยซองนอนกับพี่คยูนั่นแหล่ะ เดี๋ยวอุคกี้จะนอนกับมินนี่ ^_^” คำตอบของรยอุคทำให้เยซองทำหน้าหงอยเป็นเต่าขาดผักบุ้ง

            “โอเค ถ้างั้นพี่นอนกับซีวอนล่ะกัน ไอ้ฮันก็นอนกะไอ้บอมไปนะ ส่วน 2 คนที่ยืนจับมือกันอ่ะไม่บอกก็รู้ว่าจะนอนด้วยกัน” คังอินแบ่งให้อย่างลงตัว ทงเฮกับฮยอกแจที่จับมือกันยิ้มให้แหยๆ

            “ส่วนพี่ถ้าไปปรากฏที่ห้องไหนพี่ก็นอนห้องนั้นแหล่ะ ไปเก็บของกันเถอะ” ชินดงบอกง่ายๆ แล้วพากันเดินไปยังบ้านพัก

 

 

            “ว้าว สวยจังเลย ที่นอนนุ๊มนุ่ม” ร่างเล็กกระโดดเล่นบนเตียงอย่างสนุกสนาน

            “พอแล้วอุคกี้เก็บของก่อนเถอะ จะได้ไปหาอะไรกินกัน” ร่างเล็กหยุดเล่นแล้วหันไปมองกระเป๋าใบใหญ่

            “เริ่มจากอะไรดีเนี่ย  อ้อ” เมื่อคิดออกแล้วร่างเล็กเดินไปหยิบกระเป๋าใบสีฟ้ากับสีส้มสดใสที่อัดแน่นไปด้วยเหล่าตุ๊กตาตัวใหญ่นำมาวางไว้รอบๆ เตียง

            “อุคกี้นี่ขนตุ๊กตามาด้วยหรอเนี่ย” ซองมินชี้ไปที่บรรดาตุ๊กตาถามเพื่อนอย่างทึ่งๆ

            “อื้ม อุคกี้ขาดไม่ได้อ่ะเนี่ยตัวโปรดทั้งนั้นเลยนะ”

            “ซื้อจากที่นี่ก็ได้นะอุคกี้จะได้ไม่ต้องหอบมา”

            “ไม่เอาอ่ะถ้าไม่ใช่เจ้าพวกนี้อุคกี้นอนไม่หลับ”

            “อ้อ ลืมไป” ซองมินทำท่านึกได้

เมื่อปีที่แล้วตอนปิดเทอมเพื่อนตัวเล็กไปเที่ยวแคนาดากับครอบครัว แล้วไม่ได้เอาตุ๊กตาไปด้วยกะว่าจะไปซื้อที่นู่น แต่ก็นอนไม่หลับไปสองคืนวุ่นวายกันไปหมดซื้อตุ๊กตาที่ชอบก็แล้ว ไปนอนกอดแม่ก็แล้วยังนอนไม่หลับ เลยต้องโทรมาบอกแม่บ้านให้ส่งตุ๊กตาไปที่แคนาดา ถึงได้นอนหลับสนิท เขาขำแทบตายเมื่อเพื่อนโทรมาเล่าให้ฟัง คนอะไรติดตุ๊กตาขนาดหนัก  =.=

 

 

หลังจากที่จัดของพักผ่อนกันพอแล้วทุกคนจึงมารวมตัวกันเพื่อตกลงว่าจะไปไหนกันก่อน

“ชั้นจะไปช็อปปิ้ง จะซื้อชุดไทยๆ ไปใส่ที่เกาหลี” ฮีซอลออกความเห็นคนแรก

“แต่ฮยอกจะกินให้ทั่วเลย อยากชิมอาหารไทย” ฮยอกแจขัดพี่คนสวย

“อุคกี้อยากปั่นจักรยานเล่นอ่ะ อากาศกำลังดีเลยเนอะมินนี่ปั่นไปหาของกินไป ไม่อ้วนด้วย” รยออุคเสนอบ้าง ต่างคนต่างความคิดนำมาซึ่งความวุ่นวายอีกแล้ว ทำให้ชินดงต้องจัดการอีกครั้ง

“อ่าๆๆๆ ไม่ต้องเถียงกันอยากทำอะไรก็ไปทำเลย เดี๋ยวซินไปกับทึกกี้แล้วก็ไอ้คังไอ้วอนละกัน”

“ทำไมต้องไปกับพวกนี้ด้วยล่ะชั้นไปกับทึกกี้สองคนก็พอแล้ว” ฮีซอลแย้งขึ้นทันทีเมื่อได้ยินว่าต้องไปกับใคร

“ซินที่นี่ไม่ใช่บ้านเรานะเกิดหลงทางขึ้นมาทำไงล่ะ อีกอย่างเอาไอ้สองตัวนี่ไปเป็นทาสนายก็ได้จะได้ช็อปเต็มที่” ชินดงอธิบายด้วยเหตุผลที่คนอย่างฮีซอลจะยอมรับอย่างไม่กล้าขัด

“เออ ใช่เราจะได้ซื้อของกันเต็มที่ไม่หนักด้วยเนอะทึกกี้” ทั้งคังอินและซีวอนถึงกับดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน

 

“อ่า ส่วนฮยอกกับด๊องไปกับไอ้ฮันแล้วก็คิบอมนะ นาย 2 คนพูดเก่งให้มันสองคนไปช่วยฟังละกัน แล้วก็ให้มันช่วยถือบรรดาของกินด้วยลำพังฮยอกซื้อคนเดียวก็แทบเหมาร้านแล้ว อ้อ พี่ไปกับพวกเราด้วยดีกว่ารู้สึกหิวๆ” คู่หูปลาไก่ยกยิ้มพยักหน้าตกลงทันที

“แล้วก็อุคกี้มินนี่ไปกับไอ้เย่ไอ้คยูนะ เผื่อโซ่หลุดล้อเบี้ยวไอ้คยูมันทำเป็น”

“โอเค ลงตัวนะงั้นแยกกันตอนนี้เลยละกัน” ชินดงสรุปให้เรียบร้อยแล้วทั้งหมดก็สลายตัวในทันทีราวกับว่ากลัวจะไม่ได้เที่ยว

 

 

ด้านคยูฮยอนและเยซอง

“พี่ว่าเราเช่าจักรยานที่รีสอร์ทนี่แหล่ะ ซัก 3 คันก็พอ”

“อ้าว ทำไมไม่เช่า 4 คันเลยล่ะฮะพี่เยซอง”

“ก็พี่อยากปั่นให้อุคกี้ซ้อนไงครับ” เยซองบอกคนตัวเล็กด้วยรอยยิ้ม

>/////<

“มึงอย่ามาเลี่ยนได้มั้ยไอ้เย่กูจะอ้วก” คยูฮยอนขัดเยซองเมื่อรู้สึกขัดตาขัดใจตะงิดๆ

“นายจะอ้วกก็กลับห้องไป ไม่ช่วยออกความเห็นยังแล้วยังทำตัวเป็นมลพิษอีก”

“ไม่ได้หรอกถ้าพี่ไม่ไปแล้วกระต่ายจะสวีทกับใครล่ะ” หยอดทันทีเมื่อมีโอกาส

“ใครจะไปสวีทกับนายเล่าไอ้หมาป่าหน้าหื่น”

“เอ่อ อย่าเพิ่งทะเลาะกันนะมินนี่พี่คยู” รยออุคเห็นเพื่อนเริ่มมีน้ำโหจึงรีบหยุดไว้ก่อน

“ไม่เป็นไรครับอุคกี้ ทะเลาะกันแบบนี้แหล่ะลูกดก หึหึ” ว่าแล้วก็ส่งสายตาหื่นๆ ไปให้ซองมิน

“ไอ้....ไอ้ๆๆ ฮึ่ย” ซองมินหน้าแดงด้วยความโมโหปนกับความอาย ถึงกับด่าไม่ออกไปไม่เป็นเลยทีเดียวเมื่อเจอมุกนี้

“พี่ว่านะตัวเล็ก 2 คนนี้มันต้องลงเอยกันแน่ๆ” เยซองกระซิบที่หูร่างเล็กเบาๆ

“อุคกี้ก็ว่างั้นแหล่ะ ไม่เคยเห็นมินนี่เป็นแบบนี้มานานแล้ว” ทั้งสองคนยังคงนินทาคนใกล้ตัวด้วยความสนุก

 

 

แล้วก็ได้เวลาปั่นจักรยานชมเมืองกันซักที กว่าหมาป่ากับกระต่ายจะหยุดเถียงกันได้ก็ใช้เวลาไปหลายนาทีเลย

เยซองปั่นอย่างระวังเพราะกลัวแฟนตัวเล็กจะตกไปซะก่อน ก็เล่นยืนอ้าแขนรับลมพลางตะโกนซะลั่นอย่างมีความสุข แล้วมีหรือที่เขาจะขัดความสุขของคนตัวเล็ก เลยตะโกนเล่นไปกับเขาด้วย ผิดกับอีกคู่ ซองมินปั่นรับลมไปแบบสบายๆ อยู่ดีๆ ก็มีหมามาแซงซ้ายแซงขวา จะนำก็ไม่นำจะตามก็ไม่ตาม เลยได้ยินเสียงโวยวายกันเป็นระยะๆ

 

……………………………………

 

ด้านนักช็อปทั้ง 2 ที่ดูจะถูกใจกับเสื้อผ้าลายสวยๆ ไหนจะของแปลกๆ ที่ไม่เคยเห็นอีก พากันซื้อถล่มทลายบรรดาของต่างๆ เลยเต็มมือสารถีหนุ่มทั้งสองเต็มไปหมด

“เดี๋ยวพวกเราไปนั่งพักดื่มอะไรเย็นๆ ก่อนดีกว่านะครับ แล้วค่อยซื้อของกันต่อ” ซีวอนพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเดินกันมาชั่วโมงกว่าแล้ว

“อื้ม ก็ดีนะเริ่มเมื่อยแล้วเหมือนกัน ซินไปพักก่อนเถอะ” อีทึกเห็นด้วยเพราะถูกลากเข้าร้านนู้นออกร้านนี้จนเริ่มล้า

“เอางั้นก็ได้” ทั้งหมดจึงเดินมายังร้านสตาร์บัค สั่งเครื่องดื่มเย็นๆ มาดับความกระหาย

“เดี๋ยวผมมานะครับเอาของไปเก็บที่รถก่อนจะได้ซื้อกันได้อีกเยอะๆ” พูดจบคุณชายเชวก็ปลีกตัวออกไปพร้อมถุงต่างๆ พะรุงพะรัง ไปเก็บยังรถที่เอามาจากที่พัก

 

ผ่านไปไม่นานซีวอนเดินกลับมาที่ร้านทั้ง 4 คนนั่งคุยเล่นกันซักพักก่อนเตรียมตัวไปซื้อของ ช็อปแหลกกันต่อ

“อ้า รู้สึกสดชื่นขึ้นเยอะเลย เราไปช็อปกันต่อเลย let’s go!!! ไปกันเถอะทึกกี้” ฮีซอลลากอีทึกออกไปทันที

“ไม่ต้องรีบก็ได้ซิน เดี๋ยวก็หลงหรอกคนยิ่งเยอะๆ อยู่” อีทึกเตือนขึ้นเมื่อเห็ฯเพื่อนเดินเร็วเกินไป

“เออ ลืมไปนึกว่าอยู่เกาหลี” พูดพลางเกาแก้มเบาๆ ค่อยลดฝีเท้า เดินไปพร้อมๆ กัน

 

“พวกคุณเป็นคนเกาหลีใช่มั้ยคะ?” อยู่ๆ ก็มีผู้หญิง 2 คนเดินมาทักพวกเขา

“ออ ใช่ครับ” อีทึกตอบอย่างสุภาพ

“ดีใจจังเลยที่เจอคนเกาหลีด้วยกัน ชั้นชื่อกาอินนะ นี่ก็ฮโยจิน เรามาเที่ยวกันน่ะค่ะ” หญิงสาวตัวเล็กเป็นฝ่ายแนะนำตัวก่อน สายตามองแต่ร่างสูงสง่าของคุณชายเชว

“อ้อ ครับผมชื่อซีวอนนี่พี่คังอินพี่ฮีซอลแล้วก็พี่อีทึกครับ” ชายหนุ่มตอบไปตามมารยาทเพราะเจอจ้องตาแบบนี้ก็ต้องตอบ

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ เราขอเดินไปด้วยได้มั้ยคะ” หญิงสาวนามฮโยจินเอ่ยขอ

“ออ ครับ” คังอินตอบรับแล้วยิ้มน้อยๆ ให้พองาม

 

ทั้ง 6 คนเดินไปด้วยกันด้วยความรู้สึกที่แตกต่างซีวอนกับคังอินนั้นดูจะอึดอัดเมื่อหญิงสาวทั้ง 2 เดินติดแจแต่ยังคงรักษามารยาทไว้พร้อมๆกับเป็นสารถีที่ดีปฏิบัติหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง ในขณะที่ฮีซอลอีทึกซื้อของแบบไม่เลือกหยิบอะไรได้ก็จ่ายเลย ทำให้สองหนุ่มรูดบัตรเดินตามกันแทบไม่ทัน

“ไอ้วอนมึงว่ามันแปลกๆมั้ย”

“ชัดเลยพี่ อาการอย่างงี้ขัดใจเขาชัวร์”

“กูเริ่มเครียดและ ลำพังอีทึกอ่ะยังไม่เท่าไร แต่ฮีซอลกูกลัวมันจะระเบิดลงซะก่อน” ร่างสูงทั้งสองเดินไปกระซิบกันไป จนมาถึงร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง

“ซีวอนคะตัวนี่สวยมั้ยคะ ถ้ากาอินใส่จะเข้ามั้ยคะ” กาอินนำชุดเดสสั้นเกาะอกสีแดงมาทาบไว้กับตัว

“ครับ ก็เข้าครับ”

“หรอคะมันดูยาวไปมั้ยคะ” กาอินยังคงถามต่อ

“คุณกาอินครับผมว่าชุดมันสั้นมากแล้วนะครับ” อีทึกบอกกับหญิงสาวอย่างหวังดี กาอินจึงพยักหน้ารับรู้แล้วหันไปประจบประแจงร่างแกร่งต่อ

“ฮโยจินชอบชุดนี้จังเลยค่ะชุดนี้ก็สวย คังอินช่วยเลือกให้หน่อยซิคะ”

“ชุดนี้แล้วกันครับ” คังอินมองเพียงครู่แล้วชี้ไปส่งๆ ไม่ได้มองรายละเอียด นัยต์ตาคมมองแต่ร่างนางฟ้าที่ออกอาการนอยด์อย่างชัดเจน

 

ซีวอนนั้นเครียดมากกับปฏิกิริยาของร่างสวยของฮีซอล ซึ่งตอนนี้เงียบมากๆ มันเงียบเกินไป ใบหน้าหวานที่เคยยิ้มก่อนหน้านี้กลับเรียบนิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ให้ความรู้สึกเหมือนทะเลที่สงบเงียบก่อนพายุจะกระหน่ำ

 

ร่างบางนั้นยอมรับว่าไม่ชอบผู้หญิงสองคนนี้จริงๆ ที่เข้ามายุ่งกับซีวอน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่มันไม่ชอบอย่างรุนแรง เห็นแล้วขัดหูขัดตามากๆ ซึ่งก็ไม่ต่างจากอีทึกที่ไม่ชอบผู้หญิงที่เข้าใกล้คังอินเหมือนกัน เขารู้ตัวว่ารู้สึกดีกับคังอินเพราะชายหนุ่มชอบเข้ามาหยอดคำหวานๆ เสมอแต่ชายหนุ่มก็แหย่เขาเพียงคนเดียวตั้งแต่เห็นมา

 

“ทึกกี้ซินไม่ทนแล้วนะมันอึดอัดมากๆ”

“อื้ม ทึกกี้ก็ไม่ทนแล้วเหมือนกัน” ทั้งสองจับมือกันแน่นมองหน้ากัน แล้วพยักหน้าเป็นกำลังใจให้กัน

ถึงคราวพายุโหมกระหน่ำแล้ว หึหึ

 

……………………………………

 

 

 

ง่ำๆๆ มาต่อแล้วค่ะ หายไปนานเลย เอาละซิสองสาว?  เค้าคิดจะทำอะไรกันเนี่ยรู้สึกเสียวๆ  จัดการสองนางนี้ให้กระเด็นเลยนะ เตรียมรอดูได้เลยนะคุณชายกะพี่หมี  หึหึ

             

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น

  1. #24 LEE KI WOO (@chutiwan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2556 / 23:15
    อืจัดไปเลยเจ๊ๆๆๆ
    #24
    0