มาลาคีรี | KOOKMIN

ตอนที่ 13 : มาลาคีรี: พล็อตแรกเริ่มก่อนได้รับการแก้ไขเป็นเส้นเรื่องที่เผยแพร่ไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 471
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    11 ส.ค. 63





สวัสดีรี้ดเดอร์ทุกคนนะคะ ขอโทษที่มาๆ หายๆ นะคะ 
ช่วงนี้ไรท์วุ่นกับการเตรียมการบางอย่างอยู่ ถ้ารู้ผลแล้วคงจะกลับมาอัพฟิคเรื่องอื่นๆ ที่แต่งค้างไว้นะคะ


ไรท์มีความลับจะมาบอก 
แรกเริ่มแล้ว มาลาคีรีเป็นฟิคเรนเวิร์สค่ะทุกคน


มินอสชื่อมินอสตามเดิม แต่อิกอรัสในพล็อตแรกเริ่มมีชื่อว่า โซเลม และไม่ได้ถือครองพลังแห่งไฟด้วยค่ะ ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงทีเดียว


พอไปย้อนอ่านก็มีความรู้สึกว่าน่ารักดี ก็เลยอยากจะแวะมาแปะให้รี้ดได้อ่านกันค่ะ คิดซะว่าเป็นโลกคู่ขนานของเรื่องหลักก็ได้นะคะ




Mr. Raindrop



☼☼☼☼☼☼





บทนำ


ทุกๆ หนึ่งร้อยปี เหล่าเทพทั้งบนดินและสวรรคโลกต้องเดินทางไปรวมตัวกันที่วิหารศักดิ์สิทธิ์บนแดนสวรรค์เพื่อประกอบพิธีสักการบูชามหาเทพผู้สรรค์สร้างทุกสรรพสิ่งบนโลกรวมถึงให้กำเนิดเหล่าทวยเทพทั้งหลาย



มีเทพมากมายที่อาศัยอยู่บนดินแดนมนุษย์ แม้จะยศศักดิ์ต่ำกว่าเทพที่อาศัยอยู่บนแดนสวรรค์ หากก็ได้รับเกียรติในการเข้าร่วมพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์นี้ เป็นประเพณีเดียวที่ถือปฏิบัติกันมาร่วมพันปี และเป็นวันที่รวบรวมเหล่าเทพทั้งหมดไว้ที่วิหารแห่งมหาเทพ เป็นหนึ่งในโอกาสไม่กี่ครั้งในรอบหนึ่งร้อยปีที่จะได้พบหน้าและปฏิสัมพันธ์กับเทพองค์อื่นๆ มินอส หรือเทพแห่งดอกไม้ภูเขาผู้ทรงเสน่ห์เป็นหนึ่งในเหล่าเทพที่อาศัยอยู่บนดินแดนมนุษย์ ด้วยรูปร่างหน้าตาที่สวยสง่างามน่าดึงดูดราวกับเทพี ดวงตาทั้งสองข้างถูกสร้างจากอัญมณีเจียระไนสีน้ำเงินจากแดนสวรรค์ บรรจงเรียงร้อยโดยมหาเทพเมื่อเจ็ดร้อยปีก่อน ความงามของเทพแห่งมาลาคีรีเลื่องลือไปทั่วทั้งแดนสวรรค์ เหล่าโอรสและธิดาแห่งทวยเทพผู้ยิ่งใหญ่ต่างแวะเวียนมายลโฉมและฝากพาทีพาราสีรื่นหูอยู่ไม่ขาด ทว่ามาลีผู้งดงามกลางไพรกลับยังไม่เคยตอบรับเทพองค์ใด หัวใจที่บริสุทธิ์และผ่องแผ้วของมินอสนั้น ในเวลาเดียวกันก็เป็นอุปสรรคอย่างใหญ่หลวงในการฝากฝังถ้อยคำรัก ยากแท้หยั่งถึงยิ่งกว่าห้วงจักรวาล เหล่าเทพหลายองค์ยอมยกธงขาวให้กับความใสซื่อไม่ประสีประสาของเทพดอกไม้ภูเขาผู้นี้อย่างง่ายดาย



ตลอดเจ็ดร้อยปีที่ผ่านพ้น มินอสผู้เพลิดเพลินไปกับการประดับประดาขุนเขาของตนอันห่างไกลจากอาณาจักรของมนุษย์ให้งดงามไปด้วยบุปผาบานสะพรั่งเพิ่งจะเคยพบเห็นมนุษย์ใกล้ๆ เป็นครั้งแรก ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สง่างามเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวสวรรค์สร้าง รูปงามไม่แพ้เหล่าทวยเทพบนสวรรค์ ตรงเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มสุภาพและน้ำเสียงนุ่มทุ้มรื่นหู มาลีกลางไพรทักทายตอบอย่างกระตือรือร้น ต่อมาจึงได้เป็นเพื่อนกันโดยที่ยังไม่เปิดเผยกับอีกฝ่ายว่าตนถือครองอำนาจแห่งเทพสวรรค์อยู่



มนุษย์นั้นแตกต่างกับเหล่าทวยเทพนัก ในขณะที่ชาวสวรรค์อ้อยอิ่งประโลมโอนอ่อนเสียจนแทบจะไม่รู้สึกตัวว่ากำลังถูกเกี้ยว ชายหนุ่มแดนมนุษย์ผู้ทราบในภายหลังว่าเป็นองค์ชายลำดับที่สามแห่งอาณาจักรอันยิ่งใหญ่กลับฝากถ้อยคำรักอย่างตรงไปตรงมาและร้อนแรงเสียจนหัวใจดวงน้อยของมาลีกลางไพรตั้งรับแทบจะไม่ทัน ทุกๆ วันถูกคำหวานพร่ำเพรียกเรียกรักอยู่ข้างหูพร้อมกับสัมผัสกักขฬะหากก็อ่อนโยนในเวลาเดียวกันนั้นตะล่อมกล่อมให้เผลอไผลไปในรสรักชวนหลงใหลจนเห็นเดือนเป็นตะวัน ทั้งกายและจิตใจของมินอสนั้นสะอาดบริสุทธิ์เกินกว่าจะเข้าใจถึงความเลี้ยวลดคดเคี้ยวภายในจิตใจของมนุษย์หรือเผ่าพันธุ์ปรสิตผู้พูดปดเป็นสันดารเพื่อให้ได้มาเพื่อสิ่งที่ตนต้องการ



ยามรัก ใครเล่าจะอยากปิดบังตัวตนของตนเองต่อคนรัก แม้จะทรงตกอกตกใจอยู่มากที่ได้ทราบภายหลังว่ามินอสเป็นเทพสวรรค์ผู้คุ้มครองขุนเขาแห่งนี้อยู่ แต่องค์ชายหนุ่มดูจะสนพระทัยในความงามประกายแวววับในดวงตาของเด็กหนุ่มเสียมากกว่า ทรงกังขาอยู่นานว่าเหตุใดดวงตาคู่นั้นจึงงดงามผิดมนุษย์มนานัก ทันทีที่ทราบว่าดวงตาคู่นั้นอาจมีมูลค่าพอๆ กับทองหนึ่งพันชั่ง องค์ชายหนุ่มก็ทำการช่วงชิงอัญมณีจากแดนสวรรค์มาได้หนึ่งเม็ดตามแผนการที่ทรงวางไว้โดยอาศัยจุดอ่อนที่ว่าเมื่ออยู่กลางสายฝน โสตประสาทของเทพองค์นี้จะไม่ทำงานราวกับคนหูหนวก



เทพแห่งดอกไม้ขุนเขามีพลังอำนาจในการขับไล่พวกคนเลวทรามไปเสียจนเข็ดหลาบ แต่ไม่มีพลังอำนาจเพียงพอที่จะสังหารใครได้ แม้จะโกรธเกรี้ยวและเสียใจจนแทบจะตรอมใจ มินอสก็ทำได้เพียงร่ำร้องไห้ปานจะขาดใจอยู่ในถ้ำของตน ธารน้ำตาผสมไปกับโลหิตจนกลายเป็นสีแดงฉาน ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความหนาวเหน็บจากสายฝนและความเจ็บปวดทรมาน องค์ชายผู้เปิดเผยธาตุแท้ที่ซ่อนอยู่ภายในจากไปพร้อมกับดวงตาข้างหนึ่งของดอกไม้ผู้บอบช้ำ แม้กระทั้งดวงใจก็ฉีกกระชากออกไปด้วยอย่างไร้ซึ่งความปราณี



น้ำตาไม่เคยแห่งเหือดจากใบหน้างดงามที่ซึ่งบัดนี้มีตำหนิขนาดใหญ่ที่ดวงตาข้างซ้าย บุปผาผู้ถูกย่ำยีไม่เคยก้าวออกจากขุนเขาของตนเองอีก หวาดกลัวมนุษย์ไม่ต่างกับสัตว์น้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในป่านี้ ร่ำร้องคร่ำครวญด้วยความโทมนัสอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งหนึ่งร้อยปีวนเวียนมาอีกครั้ง พิธีสักการบูชาที่เคยตื่นเต้นในใจทุกครั้งเมื่อยามไปเข้าร่วม บัดนี้กลับต้องกล้ำกลืนฝืนตนเองให้ไปเข้าร่วม ยามจ้องมองตนเองในเงาน้ำ น้ำตาก็พลันจะไหลเอ่อออกมา รูปโฉมอัปลักษณ์เช่นนี้จะมีหน้าไปพบใครได้ แม้จะใช้หนังกวางมาทำผ้าปิดตา แต่เทพหนุ่มก็ยังคงรู้สึกราวกับก้าวขาไม่ออก ร้องไห้คร่ำครวญซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั่งอุษาสางกว่าจะทำใจเดินทางไปยังสวรรคโลกด้วยจิตใจที่สงบขึ้นกว่าเดิมได้



เหตุผลที่ไม่เคยตอบรับคำรักจากเทพองค์ใด เป็นเพราะกำลังเฝ้ารอคู่ชะตาผู้เปล่งเสียงชัดเจนท่ามกลางสายฝน องค์ชายผู้นั้นเป็นคนแรกที่ทำให้มินอสตัดสินใจไม่รีรอใครอีกต่อไป ไว้ใจมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้อย่างไร้ซึ่งกังขา แต่เขากลับเลือกที่ฉีกกระชากดอกไม้ดอกน้อยนี้ให้ขาดกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อยโดยไม่ลังเล หมายความว่าที่ผ่านมาที่เคยคิดว่าคงจะรักข้าไม่แตกต่างกัน เห็นทีคงจะเป็นสิ่งที่ข้าละเมอเพ้อพกไปคนเดียวเสียแล้วกระมัง...



ยามที่ร่างผอมบางในชุดผ้าฝ้ายสีขาวสวยงามก้าวเข้าสู่ภายในวิหาร สายตาของเหล่าเทพองค์อื่นๆ ต่างจ้องมองมาทางเทพแห่งดอกไม้ภูเขาด้วยสายตาเคลือบแคลง แม้ไม่มีใครเข้ามาทักทายหรือพูดถึงผ้าปิดตาบนใบหน้าที่ฉายแววเศร้าหมองและเป็นกังวลของเทพหนุ่มผู้เคยรูปงามผู้นี้ แต่มินอสก็ถูกสายตาเหล่านั้นกดดันเสียจนไม่กล้าแม้แต่จะสบตาใคร จากดอกไม้ผู้สดใสร่าเริงอยู่เสมอ แทบไม่มีใครเชื่อสายตาว่าพิธีสักการะในครั้งนี้ ดวงตาที่เคยสว่างไสวนั้นจะไร้ซึ่งประกายใดๆ จนกระทั่งจบพิธีกรรม เหล่าทวยเทพไม่มีใครทราบว่าเหตุใดมาลีกลางไพรจึงกลับกลายเป็นดอกไม้เหี่ยวเฉาสูญเสียแล้วซึ่งเสน่ห์และความงามที่เคยมีมา มินอสมิอาจทานทนต่อสายตาเหล่านั้นได้นานเท่าที่เคยตั้งมั่นเอาไว้ ทันทีที่เสร็จสิ้นพิธีกรรมบูชามหาเทพอันศักดิ์สิทธิ์ เด็กหนุ่มปลีกตัวจากงานเลี้ยงสังสรรค์ไปยังด้านหลังวิหาร ไม่ทันเดินไปถึงม้านั่งหินอ่อนที่ใต้ต้นมะกอก ขาทั้งสองข้างก็อ่อนล้าโรยแรงจนทรุดตัวลงนั่งกับทางเดิน ใช้มือที่สั่นไหวเกาะขอบม้านั่งเย็นเฉียบตัวนั้นขณะปล่อยหยดน้ำตาให้ไหลลงมาบนแก้มเนียนใสอีกครั้งอย่างสงบ



หนักหนาสาหัสกว่าที่คิดไว้นัก...มินอสเคยคิดว่าตนเองไม่ได้ภาคภูมิใจในรูปโฉมของตนเองมากนักแม้จะมีใครต่อใครบูชาชื่นชม จนกระทั่งในวันนี้ที่ได้ลองสูญเสียมันไป แม้กระทั่งเหล่าเทพที่เคยแวะเวียนมาทักทายและชื่นชมความงามของเขา ในวันนี้ก็ไม่แม้แต่จะเข้ามาทักทายหรือส่งยิ้มให้เหมือนที่เคยทำ ความจริงที่ว่านอกเหนือจากรูปโฉมแล้ว ตัวเขาไม่มีคุณค่าหรือความสำคัญอื่นใดทำให้เด็กหนุ่มก้มหน้าสั่นสะอื้นไม่หยุด



คนที่เคยสัญญาว่ารักนักรักหนา ต่อมาก็ยังทำร้ายและทอดทิ้งกันได้อย่างเลือดเย็น...แม้จะผ่านมานับร้อยปีแต่ความเจ็บปวดก็ยังคงคอยวนเวียนอยู่ไม่ห่างหาย แม้แต่มหาเทพก็คงจะช่วยอะไรเขาไม่ได้ ค่ำคืนนี้แม้กายหยาบจะไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่พระองค์ก็คงจะทำได้เพียงทอดมองผลจากความโง่เขลาของเขาจากที่ใดที่หนึ่ง



 ท่ามกลางความเงียบสงัดกลางค่ำคืน แว่วเสียงคล้ายอะไรบางอย่างเสียดสีกับกระดาษเบาๆ มินอสหันขวับไปยังใต้ต้นมะกอกอีกต้นห่างจากจุดที่เขานั่งไปไม่ถึงห้าก้าว ปรากฏร่างของชายคนหนึ่งในชุดผ้าฝ้ายสีขาวแบบเดียวกันกำลังนั่งอยู่บนพื้นหญ้า ในมือถือสมุดกระดาษสาเนื้อละเอียดและแท่งถ่านสำหรับวาดเขียน



รีบก้มหน้าลง ก่อนจะยันกายหมายจะลุกขึ้นยืนจากพื้นเย็น ทว่าก็ไม่สามารถขยับกายไปไหนได้ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะร่ายคำสาปให้ขยับกายไม่ได้ตั้งแต่ตอนที่เขายังไม่รู้ตัว มินอสจึงไม่คิดจะขัดขืนต่อ นั่งอยู่ที่เดิมพร้อมกับพยายามเพ่งมองผ่านความมือและแสงสลัวจากดวงจันทร์ไปยังใบหน้าคมคายที่จ้องมองตรงมาทางนี้สลับกับหน้ากระดาษบนหน้าตักที่ชันขึ้นของตนเอง



ดวงตากลมที่หลงเหลือเพียงข้างเดียวคลายลงเล็กน้อยหลังจากพยายามเพ่งมอง นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็โอรสอันดับที่ห้าแห่งเทพสายฝนที่อาศัยอยู่บนแดนสวรรค์  หากจำไม่ผิดคงจะมีนามว่า โซเลม ที่หมายถึงดวงอาทิตย์



มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้า อยากจะออกมาระบายความอัดอั้นตันใจเพียงลำพัง แต่กลับถูกเพทองค์อื่นใช้เป็นแบบวาดภาพเสียได้ รำพึงในใจหากก็ทำได้เพียงนั่งก้มหน้าอย่างนิ่งสงบอยู่ที่เดิม เทพบนแดนมนุษย์อย่างเขาไม่สามารถต่อต้านเทพบนสวรรค์ได้อยู่แล้ว อีกทั้งท่านผู้นี้ก็ไม่ใช่หนึ่งในบรรดาทวยเทพที่เคยเทียวลงไปทักทายที่ขุนเขา หากอยากวาดรูปก็จะปล่อยให้ท่านวาดต่อไปเสียจนกว่าจะพอใจ



ความเศร้าที่เคยมีจางหายออกไปอย่างรวดเร็ว หลงเหลือเพียงความฉงนในดวงตาขณะกลอกไปจ้องมองอีกคนที่ใต้ต้นมะกอกอีกครั้ง



“...แสงจันทร์สลัวนัก ท่านมองเห็นหรือขอรับ”



“...”



เทพผู้นั้นจ้องมองกลับมาเพียงครู่หนึ่ง ก็กลับไปจรดปลายแท่งถ่านลงบนกระดาษต่อโดยไม่ตอบคำถาม มินอสนึกขึ้นมาได้ในตอนนั้นนั่นเอง ว่าเทพแห่งสายฝนมีสมญานามอีกอย่างหนึ่งซึ่งก็คือเทพผู้ไร้พจน์ เทพองค์อื่นๆ จะได้ยินเสียงของเทพแห่งสายฝนเมื่อเอื้อนเอ่ยท่ามกลางสายฝนเท่านั้น



นึกถึงตรงนี้ มินอสก็แอบแค่นยิ้มกับตนเองเงียบๆ ถ้าอย่างนั้นเขาก็คงจะเป็นเทพเพียงองค์เดียวที่ไม่มีวันได้สดับฟังเสียงของเทพสายฝนผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้ เพราะท่ามกลางเม็ดฝนที่โปรยปราย ตัวเขาสามารถได้ยินเพียงเสียงของคู่ชะตาของตนเองเท่านั้น...ที่ซึ่งตอนนี้เป็นตายร้ายดีอยู่ที่ใดก็ไม่อาจทราบ



“...”



“...”



นั่งฟังเสียงแท่งถ่านเสียดสีกับกระดาษฟังดูสบายหูอยู่สักพักหนึ่ง พลันจิตใจที่เคยว้าวุ่นก็ค่อยๆ สงบลงอย่างประหลาด แสงจันทร์อบอุ่นช่วยกล่อมให้น้ำตาแห้งเหือดไปจากใบหน้าหวานอย่างสมบูรณ์ ขณะที่กำลังนั่งนิ่งพลางคิดสะระตะเรื่อยเปื่อย คำสาปที่เคยพันธนาการก็เริ่มคลายตัวลงพร้อมกับอีกคนที่ยันกายขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินตรงมาทางนี้



เมื่อแสงจันทร์โลมไล้ก็ทำให้มองเห็นได้ถนัดตายิ่งขึ้น มินอสที่ทำตัวไม่ถูกทำเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงจากบนพื้นดิน ดวงหน้าหล่อเหลางดงามไร้ที่ติของอีกฝ่ายทำให้มินอสเผลอจ้องมองไม่วางตา จนกระทั่งดาษแผ่นหนึ่งถูกฉีกออกมาจากสมุด แล้ววางลงบนม้านั่งหินอ่อน



ขณะมองตามจนร่างนั้นหายวับไปกับตา ความฉงนในใจก็ยังคงมากล้นเสียจนแสดงออกผ่านสีหน้าที่ฉายชัดถึงความสับสน หันกลับมายังม้านั่งหินอ่อน เอื้อมมือไปหยิบกระดาษสาแผ่นหนาขึ้นมาดูผลงานที่เทพสายฝนองค์นั้นวางไว้ให้



ใบหน้าหวานตกตะลึงไปชั่ววินาที ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงสดใส...ฝีมือระดับนี้ แต่วางท่าเสียจนคิดว่าเป็นศิลปินมือทองเชียว มินอสจ้องมองภาพวาดตนเองในลายเส้นไม่ต่างกับเด็กเล็กในกระดาษ บนใบหน้าที่เคยเศร้าหมอง ในตอนนี้แต่งแต้มไปด้วยแววขบขันและสดใสร่าเริงเสียจนจันทราเบื้องบนยังไม่อาจเทียบทัน



อีกด้านหนึ่งในเวลาเดียวกัน องค์เทพหนุ่มผู้หลบอยู่หลังต้นมะกอกห่างออกไปอีกฝั่งลอบมองใบหน้ายามหัวเราะของมาลาคีรีผู้อ่อนหวาน พลันบนใบหน้าคมคายก็เผยรอยยิ้มบางๆ แล้วเดินจากไปอีกทางอย่างสบายอารมณ์












☼☼☼☼☼☼
#มาลาคีรี



ขอบคุณรี้ดทุกคนที่คอยสนับสนุนและติดตามค่ะ❤






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #435 babeblues (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 23:55

    แอบเศร้าจังค่ะ แต่จบน่ารักมากก><

    #435
    0
  2. #434 VAEHYUNG (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 16:41
    น่ารักงุบงิบมากเลยค่ะไรท์
    #434
    0
  3. #433 nicharat_29 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 07:11
    ดีมากๆเลยค่ะแงงงเอ็นดูน้องอีกแล้วววว
    #433
    0
  4. #432 parksukie (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 06:46
    งุ้ยยยย มินอสน่าสงสารมากเลยยยยย
    #432
    0
  5. #431 parksukie (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 06:46
    งุ้ยยยย มินอสน่าสงสารมากเลยยยยย
    #431
    0
  6. #430 baimikm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 01:24
    ฟิคของไรท์ช่วยให้ยิ้มได้เลยล่ะค่ะ
    #430
    0
  7. #429 NutP3 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 01:00
    ดีใจมากที่ไรท์กลับมาต่อ

    มาลาคีรี ขอติดตามตลอดไปนะคะ ชอบมินอสมากเลย
    #429
    0