นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

The Present from Father Christmas

โดย Kazeruko

ท่ามกลางเทศกาลที่เปี่ยมไปด้วยความสุข เรื่องราวของเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินทางตามหาบางสิ่งที่เธออยากได้มันคืนมาก็ได้เริ่มขึ้น...

ยอดวิวรวม

14

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


14

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 ธ.ค. 58 / 23:37 น.
นิยาย The Present from Father Christmas

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องนี้กำลังแต่งอยู่ 50% นะคะ

ฉันกำลังเดินทาง...
ไปในเส้นทางที่หนาวเหน็บ...
เส้นทางที่นำไปสู่สิ่งที่ฉันกำลังตามหา...
แต่ดูเหมือนมันจะใกล้ออกไปเรื่อยๆ...
จนไม่เห็นแม้แต่เงารางๆของมันเลย....

******

Talk กับไรท์เตอร์

เรื่องนี้จู่ๆก็ผุดขึ้นในหัว รู้ตัวอีกทีก็ลงมือแต่งไปครึ่งเรื่องซะแล้ว
ซึ่งเรานั้นก็ลองแต่งเรื่องสั้นดูบ้าง
(เผื่อว่าจิรอด....รึเปล่า?)
ยังไงก็ ถ้าชอบก็เม้น ถ้าโดนใจก็บอกกัน แชร์ให้คนอื่นอ่านกันได้นะคะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ //กราบงามๆ


เจ้าของธีมในวันนี้
themy butter
?
t
b
u
t
t
e
r

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 ธ.ค. 58 / 23:37


                ท่ามกลางพายุหิมะลูกเล็กๆที่กำลังตกลงมาในยามราตรี สายลมกำลังพัดพาเกล็ดหิมะให้ลอยไปติดที่หมวกไหมพรมของฉันอย่างไม่หยุดไม่หยอน ฉันเงยหน้ามองฟ้าซึ่งปกคลุมไปด้วยก้อนเมฆสีเทา พวกมันกำลังโปรยปรายเกล็ดหิมะกันอย่างสนุกสนานเหมือนเด็กๆที่กำลังเล่นแกล้งกัน แต่ฉันไม่รู้สึกสนุกด้วยเลย

                มือของฉันที่สวมถุงมือสีขาวอยู่นั้นก็สั่นระริกเช่นเดียวกับปากของฉัน ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันออกมาไกลจากบ้านของฉันแค่ไหนแล้ว ที่นี่ทั้งมืด และอากาศก็เริ่มเย็นลงเรื่อยๆแล้ว รอบกายของฉันก็มีเพียงกองหิมะสีขาวสุดลุกหูลุกตา ราวกับที่นี่เป็นทุ่งน้ำแข็ง

                ...สิ่งที่ฉันกำลังตามหาและเอามันกลับคืนมา ฉันคงไม่มีวันเจออีกแล้ว...

                ลมหายใจของฉันก็เริ่มเย็นลงเรื่อยๆจากที่เป็นไอน้ำ ก็กลายเป็นละอองน้ำแข็งที่ร่วงลงไปกองรวมกับหิมะ สายตาของฉันเริ่มจะพล่ามัว ขาของฉันก็เริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆจนฉันเสียสมดุลล้มลงคุกเข่า บนถนนตอนนี้ก็ลื่นราวกับลานสเก็ตน้ำแข็งใกล้ๆบ้านของฉัน

                ฉันคิดถึงบ้าน แต่ก็กลับไปไม่ได้อีกแล้ว

                ร่างกายของฉันไม่ขยับอีกแล้ว ฉันจึงล้มตัวลงเอาหน้าฟุบลงไปบนกองหิมะ มันเย็นมากจนหน้าของฉันเริ่มชาแต่ก็นุ่มเหมือนหมอนบนเตียงนอนของฉัน

                ฉันไม่ได้นอนบนเตียงมานานเท่าไหร่แล้วนะ

                อ่อ ใช่แล้ว ตั้งแต่ 22 ธันวาคม ฉันออกจากบ้านโดยไม่ได้บอกลาใคร จนกระทั่งวันนี้ วันที่ฉันปรารถนารอคอยมาตั้งแต่ต้นปี วันที่ฉันจะได้ในสิ่งที่ฉันไม่มี วันที่ครอบครัวจะมานั่งรวมกัน ทานข้าวด้วยกัน มีความสุขร่วมกัน รอยยิ้มบนใบหน้าพวกนั้นยังคงอยู่ในใจของฉัน แต่ก็เลือนรางมากเลยทีเดียว

                วันที่ 25 ธันวาคม วันคริสมาสต์ ฉันมักฝันว่าฉันได้นั่งรถเลื่อนสีแดง และก็โบยบินไปในท้องฟ้า ช่วยแซนต้าแจกของขวัญให้เด็กๆ แต่มันก็เป็นได้แค่ฝัน

                และนี่ก็คือความจริง

                ความเป็นจริงที่ไม่เคยมีคำว่าปาฏิหาริย์

                ฉันยังคงนอนอยู่บนหิมะสีขาว ไม่มีหมอน ไม่มีรถเลื่อน ไม่มีแม้แต่ของขวัญ ฉันไม่เคยได้รับของที่อยากได้เลยซักครั้ง....

                ฉันหลับตาลง ปล่อยให้ความคิดล่อยลอยไปเรื่อยๆ.....จนกระทั่งเสียงสีขาวได้ส่องมากระทบดวงตาของฉัน....

                นี่เช้าแล้วงั้นหรอ ฉันนึกอยู่ในใจ แล้วลืมตาขึ้นอย่างช้าๆให้ตาปรับการรับแสงได้ แต่แสงสีขาวที่ฉันเห็นมันไม่ใช่แสงอาทิตย์ แต่เป็นแสงไฟส่องทางจากรถเลื่อนสีแดงคันหนึ่งที่จอดอยู่ตรงหน้า ฉันค่อยๆลุกขึ้นนั่ง แล้วมองมันอย่างสงสัย รถเลื่อนที่ว่า ก็ประดับประดาด้วยลูกบอลมันวาวหลากสีสันและพุ่มฟูๆยาวๆที่พันทั่วคัน

                ฉันลุกขึ้นเดินไปจับลูกกลมๆอย่างสนุกสนานจนกระทั่งได้ยินเสียงตัวอะไรซักอย่างอยู่ด้านหลังและกำลังพ่นไอร้อนใส่ท้ายทอยฉัน

“ว๊าย! เมื่อหันหลังไปก็พบกับกวางตัวหนึ่ง ฉันแทบจะกระโดดถีบมันแล้วนะ แต่ติดอยู่ว่า คอของมันติดกระดิ่งที่วาววับราวกับทองแท้ ล่อตาล่อใจฉันเหลือเกินและเขากวางคู่นั้นที่อยู่บนหัวก็แตกแขนงอย่างเป็นศิลปะ “ขอดูกระดิ่งหน่อยสิ”

พอฉันขอ เจ้ากวางก็ถอยกรูดราวกับมันฟังฉันออกและไม่อยากให้ฉันจับกระดิ่งของมัน

“ขอโทษทีนะ เจ้ากวาง นายคงจะตกใจ” ฉันก็พูดออกไปอย่างนั้นแหล่ะ ไม่รู้ว่ามันจะฟังออกจริงรึเปล่า แต่ดูเหมือนมันกำลังโค้งให้ฉันและเดินกลับมาหาอย่างน่าเอ็นดูเลยทีเดียว

ข้อที่น่าสงสัยก็คือ กวางกับรถเลื่อนมันมาทำอะไรตรงนี้งั้นหรอ แถวๆนี้ก็ไม่ได้มีบ้านคนไม่ใช่หรอ หรือว่าตาฉันจะไม่ดีเอง พูดถึงตอนนี้แล้วฉันก็มองหาสิ่งก่อสร้างรอบๆนี้ ในตอนนี้ พายุก็ได้กลายเป็นเพียงหิมะที่กำลังร่วงลงมาอย่างช้าๆแทนแล้ว และมันก็ยังง่ายต่อการมองเห็นขึ้นเยอะ

แต่ถึงมองๆไปก็ไม่พบอะไรเลย ฉันจึงหันกลับมาสนใจกวางตัวนี้แทน

“หนูๆ ทำไมไม่กลลับบ้านหล่ะ ดึกแล้วนะ” เสียงของลุงคนหนึ่งถามขึ้นมาขณะที่ฉันกำลังลูบหัวกวาง ทำเอาทั้งกวางทั้งคน (มันต้องทั้งคนทั้งกวางไม่ใช่หรอ) สะดุ้งไปตามๆกัน ฉันจึงตามหาต้นเสียงนั้นในความมืด ร่างของลุงอ้วนๆคนหนึ่งก็เดินตรงมาทางฉันฉันเลยวิ่งไปหลบหลังรถเลื่อน แต่กวางตัวนั้นกลับเดินเข้าไปหาร่างๆนั้นแทน

"คุณเป็นใครหรอคะ"มือของฉันกำลังขยำพุ่มตกแต่งรถเลื่อนโดยไม่รู้ตัวขณะพูด เงาของลุงคนนั้นทำให้นึกถึง...

 ลุงแซนต้า?

"อ่อ ลุงก็เป็นแค่คนหลังทางมาเท่านั้นแหล่ะ"

ชายคนนั้นตอบและเดินออกจากความมืด เสื้อของเขาสีแดง แต่ไม่ใช่เสื้อแบบเดียวกันกับคนที่ฉันนึกถึง แต่หมวกของเขานั้น บ่งบอกความเป็นตัวตนของเขาเลยล่ะ

"ลุงแซนต้า!"ฉันก็เลยตะโกนออกไปอย่างดีใจและเข้าหาเขาอย่างไม่ลังเล "ลุงจะไปแจกของขวัญใช่ไหมคะ!"

 "โฮะ โฮะ โฮะ เด็กน้อย ฉันดีใจที่ยังมีคนจำฉันได้นะเนี่ย แต่เด็กๆอย่างหนูควรจะเข้านอนได้แล้วนะ" เขามองฉันอย่างเอ็นดู แต่ก็ขมวดคิ้วขึ้นทันใด "เอ๊ะ? ว่าแต่บ้านหนูอยู่ไหนล่ะ?"

 "หนู...หลงทางค่ะ" ฉันตอบไปตรงๆ แต่สีหน้าของลุงแซนต้ากลับเปลี่ยนไป

 "หนูหนีออกมาจากบ้านทำไมล่ะ อย่างงี้หนูก็เป็นเด็กไม่ดีแล้วน่ะสิ" ในเมื่อลุงเขาพูดอย่างนี้ ก็หมายความว่า..

"หนู...หนู...อยากจะออกมาหาสิ่งที่หายไปค่ะ สิ่งที่หนูขอในจดหมายที่ส่งให้ลุงตอนต้นปี.." ฉันไม่ลังเลที่จะพูดความจริง

ใช่แล้ว พอหลังจากปีใหม่ ฉันก็รีบส่งจดหมายไปขั้วโลกเหนือทันที เขียนทุกอย่างที่ฉันกับน้องชายตัวป่วนของฉันอยากได้ลงไป แต่พ่อกับแม่ก็หาว่ามันไร้สาระ และก็สั่งห้ามไม่ให้ฉันเอามันไปส่งเสียเงินเล่นๆ แต่พวกเราก็เตรียมแผนแอบออกจากบ้านไปส่งได้สำเร็จอยู่ดี

“งั้นเดี๋ยวลุงพาหนูไปส่งบ้านดีไหม” ลุงพูดและยิ้มให้ฉันก่อนจะหยิบกระดาษม้วนยาวๆออกมาไล่อ่านชื่ออะไรบางอย่าง “ หนูอยู่ที่ลอสแองเจลิสนินา ขึ้นมาทำอะไรที่ขั้วโลกเหนือ?”

“ห๊ะ อะไรนะคะ...ขั้วโลกเหนือ??” เมื่อมองไปรอบๆ มันก็เหมือนที่ๆฉันพึ่งนอนไปไม่ใช่หรอ หรือว่า ฉันจะเดินทางไปไกลถึงขั้วโลกเหนือจริงๆ? “หนู...อยู่ขั้วโลกเหนือ?” ฉันถามอีกครั้ง

“ใช่แล้ว มาเถอะ เดี๋ยวลุงจะไปส่งของขวัญไม่ทัน” ไม่ทันไรลุงแซนต้าก็รีบเดินไปเปิดประตูรถเลื่อนเตี้ยให้และเชิญฉันขึ้นไป ส่วนเจ้ากวางก็เดินนำไปอยู่หน้ารถเลื่อน ลุงปิดประตูรถเลื่อนหลังจากที่ฉันก้าวขาขึ้นรถไปครบแล้ว ในรถเลื่อนนั้นก็ใหญ่และกว้างกว่าที่ฉันคิดเสียอีก มีของขวัญที่ห่อด้วยกระดาษหลากสีสันรวมถึงโบผูกกล่องที่ม้วนกองๆกันอยู่ทั่วพื้นไม้สีครีม ฉันนั่งสำรวจสิ่งของต่างๆที่อยู่ในห่อจากรูปร่างของมัน มีทั้งจักรยาน ชามหรือไม่ก็อะไรบางอย่างรูปครึ่งทรงกลม หนังสือ ถ้าเดาไม่ผิด และอื่นๆอีกมากมายหลายอัน จู่ๆลุงแซนต้าก็ผิวปากเรียกอะไรบางอย่างให้ออกมาก่อนที่จะรีบนั่งลงบนที่นั่งคนบังคับรถเลื่อนด้านหน้าของฉัน

กวางอีกหลายสิบตัว วิ่งออกจากหมอกสีขาวแล้วมารวมตัวกันหน้ารถเลื่อน และแล้วมันก็จัดเรียงแถวอย่างตรงและสง่าพร้อมออกวิ่งไปด้วยกันลุงแซนต้าก็สั่งให้ฉันรัดเข็มขัดที่อยู่ตรงข้างๆผนังรถเลื่อน ฉันเลยกลิ้งตัวไปนั่งและรัดเข็มขัดตามคำสั่ง

เหมือนกับว่ารถเลื่อนกำลังเอียงขึ้นจนฉันรู้สึกได้และหันไปมองด้านหน้าของรถ กวางพวกนั้นกำลังวิ่งขึ้น ไม่ใช่บนเนินหิมะหรือภูเขาหิมะ แต่เป็นการก้าวเท้าวิ่งไปในกลุ่มหมอกสีขาวที่เย็นยะเยือก ฉันชะเง้อมองออกไปนอกรถเลื่อนพร้อมสีหน้าที่ตกตะลึง..

..พวกเรากำลังลอยอยู่เหนือพื้นสีขาวโพลน ฉันกำลังบินอยู่เหนือขั้วโลกเหนือ!...

ใจของฉันเต้นตึกตักและหัวของฉันก็สั่งให้ดันตัวเองกลับเข้ารถเลื่อนทันที

พระเจ้า! แซนตาคลอสตัวจริงกำลังนั่งอยู่ข้างหน้า บังคับกวางเรนเดียร์ให้วิ่งกลางอากาศ เพื่อไปส่งของขวัญในคืนคริสมาสต์! ฉันยิ้มในใจพร้อมขอบคุณเขาอยู่เงียบๆ ลมเย็นกำลังพัดปะทะกับหน้าของฉันอย่างจังรวมถึงไอน้ำที่พ่นออกมาจากลมหายใจก็กลายเป็นเกล็ดหิมะเล็กๆลอยละล่องไปในอากาศ บรรยากาศเหมือนนั่งรถไฟเหาะในฤดูหนาวที่มีเสียงกระดิ่งของกวางหลายตัวสั่นประกอบขณะเล่น มันชั่งวิเศษณ์เสียซะเหลือเกิน!

"แล้วลุงแซนต้าจะไปส่งหนูก่อน หรือว่าไปแจกของขวัญก่อนหรอคะ" ฉันพูดพลางขยับตัวมองเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าเขาทำอะไร

“ก็คงต้องไปส่งก่อนสามสี่บ้านแหล่ะ” เขาหันมาบอกฉันพลางเหลือบมองทาง “เอาล่ะเราออกจากขั้วโลกเหนือแล้ว”

ฉันอยากจะชะเง้อมองออกไปจากรถอีกครั้ง แต่ก็กลัวตกลงไปด้านล่างจึงแค่เหลือบๆมองจากที่ๆตัวเองนั่งอยู่นิดหน่อย แต่ก็พบว่า ฉันเองก็ห้ามใจไม่ให้ลุกขึ้นดูไม่ได้

แสงของเมืองในยามราตรีกระจายทั่วผืนทวีปยุโรปเหมือนหิ่งห้อยหลายๆตัวที่จับกลุ่มกันบินเล่นตรงพุ่มไม้สีเขียวเข้ม มันเป็นเสน่ห์ของเวลากลางคืนที่มองจากมุมมองนกที่กำลังบินอยู่ สวยกว่าดูจากแผนที่เสมือนจริงในอินเตอร์เน็ตหลายร้อยเท่า

“ว้าว” ฉันอุทานโดยไม่รู้ตัวพร้อมกับยื่นหน้าออกไปมองอย่างเต็มที่จนลุงด้านหน้าหันมาทัก

“ไม่กลัวตกแล้วหรอ”

ฉันเลยรีบกลับมานั่งในท่าเดิมอีกครั้ง

“นิดหน่อยค่ะ” ฉันยิ้มแต่ก็ตัวสั่น “แล้วหนูช่วยคุณลุงแจกของได้ไหมคะ”

“อืม...คงจะไม่ได้หรอกนะหนูน้อย”

ลุงพูดงี้หมายความว่าไงเนี่ย?

“หนูไม่ทำเละแน่นอนค่ะ!” ฉันพูดเสียงหนักแน่นและจริงจังจนลุงแซนต้าต้องหันมอง

หนูคือเดอะเฟสค่ะ ใช่เวลามาปล่อยมุกไหมเนี่ยเรา ? แต่ถึงอย่างนั้นลุงแซนต้าก็ยังคงยืนยันไม่ให้ฉันทำ เฮ้อ~ ความฝันของฉันคงจบลงแค่นี้สินะ ฉันเลยพยายามพูดต่อรองอยู่หลายประโยค แต่คำตอบยังคงเป็นคำเดิมเสมอ ฉันจึงเลิกพยายามและหันไปสนใจทิวทัศน์แทน

พวกเราไม่ได้คุยอะไรกันมากนักและเมื่อผ่านไปครู่หนึ่ง ลุงแซนต้าก็พูดขึ้น

“เอาหล่ะ สถานที่แรกในคืนนี้” เขาบังคับให้กวางทั้ง 11 ตัว(ว่างขนาดนั่งนับได้) ลดระดับลงเข้าสู่ท้องฟ้าของประเทศประเทศหนึ่ง....

*************

เอาหล่ะ ลงไว้เท่านี้ก่อนนะคะ อิอิ เดี๋ยวจะมาต่อให้จบให้จงได้!!!

ผลงานอื่นๆ ของ Kazeruko

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(