นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [SF] Das Geheimnis (MonHope - BTS)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Pairing : RM x Jhope of BTS
Author : kiratar














"อ๊ะ!"

"..."

"..."

"นี่ครับนักเรียน" ชายร่างสูงซึ่งเดินผ่านมาพอดี ส่งชีทที่ปลิวตกจากม้านั่งขณะคนตัวเล็กนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่คือให้กับเจ้าของพร้อมด้วยรอยยิ้มบางที่สื่อความรู้สึกออกมาอย่างปิดไม่มิด

"ข...ขอบคุณครับ" ร่างเล็กอ้อมแอ้มเอ่ยแต่ก็ยังคงส่งสายตาที่ไม่ต่างกันกลับให้ร่างสูง โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้สังเกตสายตาของนักเรียนคนอื่นรอบข้างที่มองมาและเริ่มซุบซิบกันเลย "อาจารย์"













----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ก็คือปิดเทอมค่ะ แต่ปิดแป๊ปเดียว เลยมาได้แค่ฟิคสั้ง แง ยังไงก็ฝากติดตามกันด้วยนะคะ เริ้บบบบ
ใครที่จะไปคอนเดือนเมษา ฝากกรี๊ดด้วยนะคะ เราไม่ได้ไป แงTT ^ TT

เนื้อเรื่อง อัปเดต 10 ม.ค. 62 / 02:04


แก ฉันไปส่องไอจีโฮซอกมา เห็นรูปที่ลง นั่งกับผู้ชายที่ร้านอาหาร แต่ไม่เห็นหน้าอะ

 

โฮซอกห้อง 5 อะนะ

 

ใช่ และผู้ชายคนนั้นใส่นาฬิกา Daniel Wellington รุ่นเดียวกับของอาจารย์นัมจุนเป๊ะ!”

 

เห้ย คิดมากป่าวแก ยี่ห้อนี้คนใส่เยอะจะตาย อาจจะแฟนโฮซอกก็ได้ ได้ยินมาว่ามีแฟนแล้ว แต่คนไม่ค่อยรู้ ใครไปจีบก็นกหมด

 

อ้าว! โฮซอกมีแฟนแล้วด้วยหรอ มีรูปมั้ย อยากเห็น

 

ไม่มีอะ ไม่เคยลงรูปคู่แฟนเลย

 

อาจจะเลิกกันแล้วก็ได้ เลิกแล้วก็มาเอาอาจารย์ฝึกสอนนี่ไง

 

ทำไมมั่นใจนักว่าเป็นอาจารย์ล่ะ?”

 

เพราะฉันไปดูไอจีอาจารย์นัมจุนมา เจอรูปเดี่ยวที่ถ่ายที่ร้านอาหารเดียวกันเป๊ะๆ ลงรูปวันใกล้ๆกันด้วย ฉันมั่นใจว่าเป็นร้านเดียวกันสาขาเดียวกันเพราะฉันเคยไป และรูปนั้นอาจารย์ก็ใส่นาฬิกาข้อมือเรือนนั้นไงแก

 

เห้ย จริงป้ะ เริ่มอยากเห็นละ เปิดให้ดูหน่อยดี

 

นี่เลย ทีนี้เชื่อรึยังว่าเป็นอาจารย์ไม่ผิดแน่

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

กลับบ้านกันชายร่างสูงเดินยิ้มร่างมาหาร่างบางในชุดนักเรียนที่นั่งรอเขาอยู่ในสวนของโรงเรียน รอนานมั้ย

 

ไม่นานเลย เพิ่งลงมาเหมือนกัน วันนี้นั่งทำการบ้านกับพวกจีมินอยู่บนห้องน่ะคนที่นั่งรออยู่ลุกขึ้นยืนยิ้มตอบ

 

แล้วเสร็จหมดรึยังทั้งคู่เริ่มออกเดินเพื่อกลับบ้านขณะที่ชายร่างสูงถาม

 

เหลือเคมีของพี่อะแหละ พี่นัมจุน เหลืออีกตั้ง 2 หน้าคนตัวเล็กแกล้งบุ้ยปากทำท่างอน

 

แหม ก็วิชานี้มันยากก็ต้องให้การบ้านเยอะๆนี่แหละ จะได้เก่งๆไงครับน้องโฮป

 

ฮื้อ อย่าเรียกแบบนี้สิ เดี๋ยวใครมาได้ยิน

 

ใครจะมาได้ยินล่ะ เย็นแล้ว เขากลับบ้านกันหมดแล้วนัมจุนพูดยิ้มๆ ดีใจที่แกล้งปั่นอารมณ์เด็กข้างๆได้สำเร็จ

 

ชิ พี่แม่ง…” โฮซอกขมวดคิ้วงอนๆ

 

ฮ่าๆๆ โอ๋ ไม่งอนนะ เดี๋ยววันนี้เลี้ยงชาเขียวแก้วใหญ่เลย

 

จริงนะ!” ร่างบางในชุดนักเรียนหันมายิ้มกว้างโชว์ฟันขาวกับคนตัวสูง นัมจุนหัวเราะและใช้มือใหญ่ขยี้ผมนุ่มสีดำเบาๆอย่างเอ็นดูให้ตายเถอะ ง้อคนนี้ต้องง้อด้วยของกินจริงๆ และไม่ถึง 10 นาทีต่อมา โฮซอกก็มีชาเขียวเย็นแก้วโตในมือมาเป็นเพื่อนร่วมทางกลับบ้านด้วยอีก 1 ราย

.

.

.

.

.

.

.

.

.

พี่นัมจุน วันนี้ไปโรงเรียนด้วยกันนะโฮซอกในชุดนักเรียนที่ออกมายืนรอนัมจุนหน้าบ้านแต่เช้าพูดกับคิมนัมจุนที่เพิ่งเดินออกมาจากบ้าน

 

จะดีหรอร่างสูงถามกลับด้วยความลังเลเล็กน้อย

 

ดีสิ เราไม่ได้กินข้าวเช้าด้วยกันมานานแล้วนะ บ้านอยู่ซอยข้างกันแท้ๆโฮซอกไม่ว่าเปล่า เดินเข้าไปจูงมือนัมจุนมาเดินด้วยกันอีกต่างหาก

 

วันนี้ไปกินข้าวกับโฮปนะสรรพนามแทนตัวที่ช่วงนี้ไม่ค่อยจะได้ยินนักถูกเอ่ยออกมา และแน่นอนว่านัมจุนแพ้เวลาโฮซอกเรียกแทนตัวเองว่าโฮปอย่างราบคาบ

 

โอเค ก็ได้นัมจุนส่ายหน้ายอมแพ้ เขาแพ้ให้กับเด็กคนนี้ทุกๆอย่าง แพ้ทุกรอยยิ้ม แพ้ทุกเสียงหัวเราะ ความสดใสของจองโฮซอกทำให้นัมจุนยิ้มได้ในทุกๆวัน จนนึกไม่ออกแล้วว่าถ้าวันหนึ่งโฮซอกหายไป ความหวังของเขาจะยังเหลืออยู่ไหม เอ้อ! แล้วเอาชุดไปรเวทมาด้วยรึเปล่า

 

เอามาครับผม ไม่ลืมแน่นอนโฮซอกไม่ตอบเปล่า ยกมือเรียวมาตบที่เป้ของตัวเองให้ดูด้วย

 

งั้นตอนเย็นก็เปลี่ยนชุดแล้วไปเจอกันที่โรงแรมทีเดียวเลยเนอะ

 

ได้ใบหน้าหวานพยักหน้ารับ แต่ทำไมพี่ชอบพาไปโรงแรมนี้อยู่เรื่อยเลยน้า ไม่เบื่อหรือไง ไปร้านอาหารร้านอื่นก็ได้

 

ก็โรงแรมนี้พี่มีเส้นสาย ได้ส่วนลดค่าบุฟเฟต์โรงแรมนี่นา แถมเราน่ะตัวดี กินเก่งซะเหลือเกินนัมจุนตอบแล้วแกล้งขยี้หัวร่างบางเล่น ฝีเท้าของทั้งคู่ยังคงก้าวเป็นจังหวะเดียวกันมุ่งไปทางสถานีรถไฟฟ้าเพื่อไปโรงเรียน

 

งื้อ! หัวยุ่งหมดแล้ว หมดหล่อกันพอดีร่างบางโยกหัวหนีพลางเอามือมาจัดผมให้เรียบร้อยเหมือนเดิม

 

อย่างเราหมดหล่อไปก็ไม่เป็นไรหรอก ยังไงก็ยังเหลือความน่ารักอีกล้นปรอทเลยล่ะคนตัวสูงกว่าโน้มหน้าเข้ามาพูดกับร่างบางในชุดนักเรียนใกล้ๆ ทำให้เขาได้เห็นพวงแก้มแดงที่เห่อร้อนของคนข้างๆเพราะคำหวานของคิมนัมจุน

 

ฮื้อ หยุดนะ อย่างพูดอะไรแบบนี้สิโฮซอกยกมือสองข้างมาปิดแก้มตัวเองไว้แล้วหันหน้าไปทางอื่น นึกคับแค้นใจเล็กๆเมื่อได้ยินเสียงนัมจุนหัวเราะที่แกล้งเขาได้สำเร็จ อยากจะหันไปทุบแรงๆสักที แต่ก็ติดว่าหน้ายังแดงอยู่ หันไปต้องโดนล้ออีกแน่ๆ ให้ตายเถอะ ทำไมโฮซอกถึงแพ้นัมจุนเสียงย่อยยับแบบนี้นะ

 

            เวลาผ่านไปกระทั่งท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้ม โฮซอกในเสื้อเชิ้ตสีขาวลายทางสีดำกับกางเกงยีนส์ขาเดฟสีดำตัวเก่งนั่งรอคิมนัมจุนอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรม สายตาคอยสอดส่องมองหาคนที่นัดไว้ไปด้วย และคอยมองคนรอบข้าง เผื่อว่าถ้าเจอคนรู้จัก จะได้หลบทัน

 

ทำไมช้าจังนะร่างบางมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองและรำพึงเบาๆ แต่หลังจะจบประโยค คนที่คิดถึงก็โผล่มาพอดี

 

โฮซอกนัมจุนเรียกตั้งแต่เดินเข้าประตูอัตโนมัติของโรงแรมเข้ามา

 

พี่นัมจุนโฮซอกยิ้มและโบกมือทัก

 

ขอโทษทีนะ ช้าไปหน่อย ต้องกรอกคะแนนนักเรียน แล้วก็มีคุยกับอาจารย์ต่อน่ะ

 

อ่อ ไม่เป็นไร รู้เลยว่ารีบขนาดไหนโฮซอกตอบ และคำตอบนี้ก็ทำให้นัมจุนขมวดคิ้วอย่างสงสัยกับคำตอบที่ไม่ค่อยปกตินี้ ดูสิ มาทั้งปกเสื้อเป็นแบบนี้ได้ไง

 

            โฮซอกไม่พูดเปล่า เขย่งตัวและเอาแขนเรียวทั้งสองวาดโอบรอบคอนัมจุนเพื่อจัดปกเสื้อเชิ้ตสีอ่อนด้านหลังให้ นั่นทำให้ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างจากกันไม่เกิน 3 นิ้วเท่านั้น

 

            นัมจุนตกใจเล็กน้อยกับความกะทันหันของเหตุการณ์นี้ กลีบปากสวยสีอ่อนที่เผยอออกเล็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจนั้นตรึงสายตรของคิมนัมจุนไว้ได้เป็นอย่างดี  ลมหายใจร้อนของคนตัวเล็กที่กระทบคางของเขาทำให้ร่างสูงเผลอยื่นหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม

 

            เพราะการจัดปกเสื้อให้เรียบร้อยนั้นไม่ใช่อะไรที่ยากเย็นเกินไปที่เด็กม.ปลายปี3เทอมสุดท้ายอย่างโฮซอกจะทำ เพียงไม่นานร่างบางก็จัดการกับมันเสร็จ และมีเวลามากพอที่จะเอี้ยวหลบใบหน้าคมที่ยื่นเข้ามา

 

ทำไรอะ พี่นัมจุนตากลมโตมองมาที่ร่างสูง ถึงจะถามออกไปแบบนั้น แต่ก็รู้อยู่แล้วว่านัมจุนจะทำอะไร

 

ว้า น่าเสียดายจังนัมจุนกลับมายืนเต็มความสูง รู้งี้แกล้งใส่เสื้อกลับด้านมาเลยดีกว่า โฮปจะได้เปลี่ยนให้นานๆ จะได้มีเวลามากกว่านี้สายตาเจ้าเล่ห์มีแววหยอกเย้าถูกส่งมาให้ร่างบาง

 

บ้าหรอ! ถ้าขนาดนั้นไม่เปลี่ยนให้หรอก เปลี่ยนเองไปเหอะโฮซอกทุบเข้าที่ต้นแขนของคนตัวสูง แล้วจะไปกันได้รึยังอะ หิวแล้ว

 

อะๆ ไปก็ได้นัมจุนพูดขำๆ แรงของโฮซอกไม่ได้ทำให้เขาเจ็บเลยสักนิด แต่ก่อนไปมีไรจะบอกด้วยแหละ เอาหูมานี่ดิ

 

หืม? อะไรหรอ?” โฮซอกยืนหน้าเข้าไปใกล้ ตารูปอัลมอนด์เบิกโตขึ้นเล็กน้อยอย่างสนใจ

 

จุ๊บ!”

 

งื้อ! ไอ้พี่นัมจุน ไอ้บ้า!” โฮซอกได้แต่ตะโกนด่าคนตัวสูงที่วิ่งแจ้นไปทางลิฟต์ก่อนแล้วด้วยแก้มใสที่ขึ้นสี เสียงหัวเราะได้ใจของนัมจุนที่ดังออกมายิ่งทำให้โฮซอกหน้าแดง แต่โฮซอกก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหน้ามันแดงเพราะโมโหที่นัมจุนมาหลอกขโมยจูบ หรือเขินในสัมผัสนุ่มนิ่มเมื่อครู่กันแน่ แต่ก็เป็นโชคร้ายของทั้งคู่ที่ที่ตรงนั้นดันมีนักเรียนโรงเรียนเดียวกับโฮซอกเดินเข้ามาตอนที่ทั้งสองหันหลังเดินไปทางลิฟต์พอดี ถึงเธอจะไม่ได้ยินและไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ แต่แค่เธอเห็นว่าอาจารย์ฝึกสอนคิมนัมจุนกับนักเรียนม.ปลายปี3ห้อง5นามว่าจองโฮซอกเดินเข้าโรงแรมไปด้วยกันนั่นก็มากพอแล้ว

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ฉันว่าได้กันแล้วแน่ๆ เคยมีคนเห็นสองคนนั้นเดินเข้าโรงแรมด้วยกันด้วย แถมค่ำๆก็ชอบกลับด้วยกัน

 

โห งี้คือแลกเกรดหรอวะ

 

แต่โฮซอกก็เรียนเก่งมาตั้งนานแล้วนี่ จะแลกทำไม

 

หรือเพราะเป็นช่วงเอนท์เลยเทโรงเรียนละหาวีธีเอาเกรดง่ายๆ ยิ่งเคมี วิชาที่อาจารย์นัมจุนสอนงี้ หน่วยกิตเยอะด้วย

 

ฉันเห็นอาจารย์นัมจุนฟอลไอจีลับโฮซอกด้วย แต่ฉันดูไม่ได้เพราะโฮซอกไม่รับฟอลใครเลยนอกจากเพื่อนในกลุ่ม 3-4 คนนั้น

 

แต่อาจารย์นี่ก็ไม่เบาเลยเนอะ ถ้าผอ.รู้ โดนปลดก่อนเรียนจบแน่ เผลอๆโดนมหาลัยไล่ออกด้วย

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

            วันนี้เป็นวันหยุด และคิมนัมจุนก็มีนัดกับแฟน ก็คือเจ้าเด็กจองโฮซอกนั่นแหละ วันนี้นัดไปเดินเล่นที่ห้างฯกัน ความจริงไปห้างฯมันก็ไม่มีอะไรหรอก แต่มันก็เป็นวิธีง่ายๆที่จะได้ใช้เวลาร่วมกัน แต่ทั้งที่บ้านอยู่ซอยข้างกันแต่ไม่ได้ไปพร้อมกันก็เพราะนัมจุนเป็นคนอยากขอแยกไปและไปเจอกันที่ที่หมายเลยดีกว่า เพราะต้องนั่งรถไฟฟ้าไปและนัมจุนเกรงว่าจะไปปะเข้ากับเพื่อนของโฮซอกตามสถานีรถไฟฟ้าเอา ซึ่งแฟนเด็กของเขาก็ดูจะงอนๆนิดหน่อย เพราะงั้นในมือของคิมนัมจุนจึงมีวาฟเฟิลไส้ลูกเกดทำเองติดมาด้วย

 

            โฮซอกน่ะ ชอบกินขนม เพราะฉะนั้นนัมจุนเลยลงทุนลงแรงทำวาฟเฟิลเองกับมือมาให้ แม้ว่าการทำวาฟเฟิลก็คือแค่การผสมแป้งตามสูตรที่เขียนข้างกล่อง เทลงเครื่องทำและตามด้วยลูกเกด แต่สำหรับนัมจุนกว่าจะได้ออกมาแต่ละชิ้นนี่มันยากเหมือนกับการรบกับกองทัพสหรัฐฯโดยที่คุณเป็นแค่ลูกเป็ดโดนแม่ทิ้ง และโฮซอกก็รู้ดีว่านัมจุนนั้นไม่ถูกโฉลกกับห้องครัว เพราะฉะนั้นคนตัวเล็กต้องหายงอนเขาแน่ๆ

 

            ในที่สุดนัมจุนก็มาถึงห้างฯที่นัดกันไว้ ขณะเดินไปที่จุดนัดพบก็แอบนึกดีใจที่ไม่ได้มาพร้อมกับแฟนเด็กของตน เพราะตอนขึ้นรถไฟฟ้ามาดันบังเอิญเจอเพื่อนร่วมชั้นของโฮซอกพอดี

 

โฮซอกนับจุนเรียกคนที่ยืนเล่นโทรศัพท์รอตนอยู่ รอนานเปล่า

 

ไม่นานหรอกร่างบางตอบนิ่งๆเหมือนยังงอนอยู่

 

ที่มาช้าเพราะทำไอ้นี่มาให้เรานะนัมจุนยืนถุงกระดาษใส่วาฟเฟิลที่ตนทำไปตรงหน้าคนตัวเล็ก กลิ่นหอมของแป้งและเนยลอยมาเตะจมูก

 

แวะซื้อมาก็บอกมาเหอะ

 

โห ใครจะแวะซื้อล่ะ นี่ทำเองต่างหาก ทำเองเลยนะเสียงทุ้มพูดเน้นย้ำให้คนฟังเชื่อ อยากให้เข้าใจในความเสี่ยงชีวิตในการเข้าครัวของเขาเมื่อเช้าด้วยซ้ำ

 

โห! เชื่อแล้วว่าทำเองพอโฮซอกหยิบขนมที่แฟนหนุ่มทำออกจากถุงมาดูก็ถึงกับปักใจเชื่อ วาฟเฟิลที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวน แต่กลับหน้าตาบูดเบี้ยว ขอบแป้งไหม้ที่นัมจุนไม่ได้ตัดออกยังคงติดอยู่ แถมยังมีลูกเกดทะลักออกมาจากเนื้อแป้งอีกต่างหาก นี่วาฟเฟิลหรือลูกเกดชุบแป้งอะพี่ ทำไมมันหน้าตาเป็นงี้อะ

 

อะไรอะ นี่ทำสุดฝีมือเลยนะ

 

นี่มันไม่ใช่วาฟเฟิลแล้วโฮซอกพลิกขนมในมือดูอย่างบรรจงราวกับจะหารายละเอียดสักส่วนหนึ่งที่จะชี้ว่าสิ่งนี้สามารถถูกเรียกว่าวาฟเฟิลได้

 

“…” พอโฮซอกพูดแบบนั้นหลายๆครั้งเข้า นัมจุนที่เริ่มหมดความมั่นใจก็พูดออกมาเสียงอ่อยๆ งั้นถ้าไม่อยากกินก็ทิ้งไปก็ได้นะ

 

อะไรอะ ถึงนี่อาจจะไม่ใช่วาฟเฟิล แต่ถ้ามันเป็นความรักของพี่ ยังไงโฮปก็จะกินคนตัวเล็กยื่นหน้าไปใกล้ร่างสูงแล้วกัดขนมโชว์คำโต อื้ม ความรักของพี่นี่รสชาติอร่อยที่ 1 เลยนะ

 

เด็กบ้าพอเห็นรอยยิ้มของแฟนตัวเล็ก นัมจุนก็เข้าใจได้ทันทีว่าตัวเองโดนแฟนเด็กแหย่เข้าเสียแล้ว มือหนายกขึ้นลูบหัวร่างบางอย่างเอ็นดู และโฮซอกก็หลับตาพริ้มกับสัมผัสอบอุ่นของคนเป็นพี่ ว่าแต่ อร่อยจริงดิ

 

จริงสิพี่ ลองชิมดูเลย รสชาติผิดกับหน้าตามากๆ

 

เอ๊ะ นี่ชมป้ะ?”

 

ชมสิครับ ฮ่าๆๆๆๆ

 

            ทั้งคู่เดินเล่นด้วยกัน พากันไปทานอาหารกลางวัน จากนั้นก็เดินดูรองเท้าบ้าง เข้าร้านเสื้อผ้าบ้าง ร้านเครื่องเขียนบ้าง และก็ทำให้โฮซอกได้รองเท้ากีฬามา 1 คู่ และนัมจุนก็ได้เสื้อมาอีก 1 ตัว

 

ไปหาชานมไข่มุกดื่มกันเถอะ

 

อื้ม ไป….” คำตอบของนัมจุนถูกกลืนหายไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้สาเหตุ สายตาของนัมจุนมองตรงไปข้างหน้าและเลิกลั่ก เมื่อโฮซอกมองตามยังไม่ทันที่โฮซอกจะประมวลผลได้ว่าอะไรเป็นอะไร ร่างสูงก็ก้าวขาผละออกจากตัวจองโฮซอกไปแล้ว แถมยังรีบเดินหนีออกห่างไปมากกว่าเดิมอีกต่างหาก

 

อ้าว นัมจุนเสียงชายหนุ่มคนหนึ่งร้องทักคนตัวสูง โฮซอกมองตามและพบว่าชายคนนี้คือคนที่คิมนัมจุนมองด้วยท่าทางเลิกลั่กเมื่อครู่

 

อ้าว ซงมินโฮ ไง บังเอิญจังเลยนะ มาเจอกันที่นี่นัมจุนทักทายตอบ

 

นัดแฟนไว้น่ะคนที่ชื่อว่ามินโฮตอบยิ้มๆ โฮซอกมองหน้าเขาสักพักถึงนึกออกว่ามินโฮก็เป็นอาจารย์ฝึกสอนอยู่ที่โรงเรียนของโฮซอกเหมือนกัน แต่โฮซอกไม่เคยเรียนด้วย ตอนแรกจึงจำไม่ได้ แล้วนายล่ะมาทำอะไร

 

มาซื้อของน่ะ

 

อ่อ.. เอ๊ะ นั่นนักเรียนโรงเรียนเราหรือเปล่ามินโฮพยักหน้า ก่อนที่สายตาของมินโฮจะเหลือบมาเห็นโฮซอกที่ยืนมองการสนทนาของทั้งคู่อยู่ห่างๆเพราะทำอะไรไม่ถูก

 

เอ้อ จริงด้วยนัมจุนแสร้งหันกลับมาทางเดิมเหมือนเพิ่งมองเห็นนักเรียนของตน พอเห็นว่าโฮซอกยังคงมองมาจึงทำเป็นเอ่ยทักออกไป ไง

 

เอ่อสวัสดีครับ อาจารย์โฮซอกที่เข้าใจสถานการณ์แล้วแกล้งตามน้ำไป โค้งทักทางนัมจุนรวมถึงมินโฮด้วย

 

เออ งั้นฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวแฟนรอว่ะหลังจากมินโฮตอบรับการทักทายของโฮซอกแล้วก็หันมาพูดกับนัมจุนต่อ

 

โอเค โชคดีเพื่อน

 

            และในที่สุดทั้งคู่ก็บอกลากัน พอมินโฮเดินหายเข้าไปในฝูงชนแล้ว นัมจุนจึงเดินกลับมาหาคนรักที่ยืนหน้างอง้ำอยู่ ร่างสูงมองซ้ายมองขวาอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีคนรู้จักของทั้งคู่อยู่บริเวณนั้นก่อนจะยกมือใหญ่มาวางบนศีรษะมนของโฮซอก

 

ขอโทษที่ต้องทำแบบนั้นนะ แต่พี่ไม่มีทางเลือกจริงๆ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ

 

ไม่ยุติธรรมเลย ทำไมเราต้องคอยหลบแบบนี้ด้วยนะโฮซอกเบะปากอย่างไม่พอใจ

 

ก็ถ้ามินโฮเห็นแล้วเอาเรื่องไปฟ้องคณบดีหรือฟ้องอาจารย์ที่โรงเรียน เราทั้งคู่ก็แย่น่ะสิร่างสูงพูดกับร่างบางอย่างใจเย็น วันนี้เจอคนรู้จักบ่อยเลย.. แถมนี่ก็เริ่มเย็นแล้ว นักเรียนคงเริ่มออกจากที่เรียนพิเศษกันเยอะแล้ว…” ร่างสูงทิ้งหางปรโยคไว้ยาวๆเหมือนไม่แน่ใจว่าจะพูดสิ่งที่อยากพูดออกไปดีไหม แต่สุดท้ายเขาก็พูดออกมา น้องโฮปกลับเองได้ใช่ไหม

 

อะไรอะ ไม่ต้องมาเรียกน้องโฮปเลย ไหนว่าจะกลับด้วยกันไงตามคาด คนตัวเล็กเริ่มงอแงจนได้

 

พี่ก็อยากกลับกับน้องโฮปนะ แต่วันนี้ ตอนนี้ มันไม่เหมาะจริงๆ พี่ว่ามันเสี่ยงเกินไปร่างสูงยังคงเอาน้ำเย็นเข้าลูบ วันนี้เราแยกกันกลับดีกว่าเนอะ ถึงบ้านแล้วบอกพี่ด้วยนะ

 

อืม ก็ได้ว่าจบโฮซอกก็หันหลังให้นัมจุนแล้วเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างเร็ว เหลือเพียงนัมจุนที่ยืนมองแผ่นหลังคนรักที่ตอนนี้งอนตนไปเสียแล้วค่อยๆหายลับไปจากสายตา

 

            นัมจุนกลับบ้านของตนหลังจากโฮซอกกลับไปแล้วสักพัก ในหัวเอาแต่คิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้วได้แต่ถอนหายใจ ในเมื่อเราทั้งคู่ถลำลึกกันมาขนาดนี้แล้ว คงทำอะไรไม่ได้นอกจากปิดไปเรื่อยๆ ถึงแม้ว่ามันจะอึดอัด แต่ทั้งคู่ก็เป็นคนเลือกทางนี้เอง จะโทษใครได้

 

            พอนัมจุนได้รับข้อความจากโฮซอกว่าถึงบ้านแล้ว ก็รีบต่อสายโทร.หาคนรักทันที ครั้งนี้เขารู้เลยว่าโฮซอกไม่ได้งอนเล่นๆเหมือนทุกครั้ง

 

โฮซอกยังดีที่โฮซอกยอมรับโทรศัพท์ ถึงบ้านแล้วเหรอ

 

[ครับ]

 

ขอโทษนะนัมจุนเป็นฝ่ายเอ่ยขอโทษก่อน แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าความจริงโฮซอกไม่ควรงอนเรื่องอะไรแบบนี้ แต่เขาก็ยอมที่จะเป็นฝ่ายขอโทษก่อนเพื่อให้คนรักใจเย็นลง ทำไมเขาถึงยอมขอโทษทั้งที่โฮซอกเองก็ผิดไม่ต่างจากเขาน่ะเหรอก็เพราะอีกฝ่ายเป็นจองโฮซอกไง และคิมนัมจุนก็รักจองโฮซอก

 

[ทำไมอะ ทำไมเราต้องทำแบบนี้ เราไม่ผิดนี่ ทำไมเราต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย ทำไมทุกอย่างมันต้องทำแบบนี้]

 

พี่รู้พี่รู้ครับ แต่คนอื่นไม่ได้รู้แบบที่เรารู้นะ เขาไม่รู้ว่าเรารู้สึกยังไงต่อกัน และเราก็บอกคนอื่นไม่ได้ด้วย เพราะมันเสี่ยงเกินไป เราก็รู้นี่ว่าบอกไปตอนนี้จะมีแต่แย่ลง

 

[…] การเงียบของร่างบางก็ไม่ต่างจากการยอมรับ นัมจุนรู้ดี

 

เพราะงั้น หายโกรธนะน้องโฮป

 

[…] แต่เหมือนโฮซอกยังไม่ค่อยอยากเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเท่าไรนัก

 

งั้นเดี๋ยววันจันทร์เรากลับพร้อมกันแทนเนอะนัมจุนเสนอ ถึงจะรู้ว่าทุกสิ่งที่ทั้งคู่ทำร่วมกันช่วงนี้รวมถึงการกลับบ้านพร้อมกันนั้นจะทำให้เสี่ยงต่อการความลับแตกมากขึ้น แต่เพื่อรักษาความสัมพันธ์ ทั้งคู่คิดว่าบางทีก็ต้องยอมบ้าง เพราะอย่างไรเสีย ทั้งสองก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้อะไรๆมันเป็นแบบนี้

 

[…]

 

งั้น..” พอเห็นโฮซอกยังเงียบอยู่ นัมจุนจึงเสนอทางเลือกเพิ่มไปอีก สิ้นเดือนเราไปตีแบดด้วยกันด้วยก็ได้นะ ไม่ได้ตีแบดด้วยกันนานแล้วนี่

 

[…งั้นก็ได้] พอเด็กขี้งอนของเขายอมตกลง นัมจุนก็ระบายยิ้มออกมา

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

มึงมานี่เร็ว มึงจะเดินไปไหนของมึงเนี่ย!!!” นัมจุนตะโกนบอกเพื่อน มือยังคงกดที่คีย์บอร์ดรัวๆเพื่อรักษาชีวิตตัวละครในเกมส์ของเขาเอาไว้

 

เออ มาแล้วโว้ยทั้งที่นั่งอยู่ข้างๆกัน เพื่อนของนัมจุนกลับตะโกนตอบอย่างลืมตัว เสียงโหวกเหวกของกลุ่มชายหนุ่ม 4-5 คนดังเคล้าไปกับเสียงกดคีย์บอร์ด สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่มอนิเตอร์ไม่ต่างกันลยสักนิด

 

ครืดดดด.. ครืดดดด..

 

กูรับโทรศัพท์แป๊บนัมจุนบอกเพื่อนๆเมื่อเห็นว่าโทรศัพท์ที่วางไว้ตรงหน้ากำลังสั่นและแสดงผลว่ามีคนกำลังโทร.เข้า และคนที่โทร.เข้ามาก็เป็นคนสำคัญเสียด้วย

 

            นัมจุนละมือข้างหนึ่งมารับสายและรีบหนีบมือถือไว้กับไหล่อย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ทีมของเขาต้องเสียเปรียบศัตรู แม้ว่านัมจุนจะไม่อยากรับสายนี้ ที่นี่ ตอนนี้ก็ตาม

 

[ฮัลโหล พี่นัมจุน ทำอะไรอยู่] เสียงหวานปลายสายทักขึ้น

 

เล่นเกมส์อยู่ร้านเดิมนัมจุนตอบสั้นๆ และระวังคำพูดมากที่สุดเพื่อไม่ให้ใครตรงนี้รู้ว่าเขากำลังคุยกับจองโฮซอก นอกจากเพื่อนที่เล่นเกมส์อยู่ด้วยกันจะเป็นครูฝึกสอนเหมือนกันหมดแล้ว ในร้านเกมส์นี้นัมจุนยังเห็นเด็กวัยรุ่นที่เขาจำได้ว่าเรียนที่โรงเรียนที่เขาสอนอยู่อีก

 

ไปหาได้มั้ย

อ่า…” แน่นอน นัมจุนไม่ยอมให้โฮซอกมาแน่ ถ้ามาก็ความลับแตกพอดี แม่เอากับข้าวไว้ในครัวนั่นแหละ เดี๋ยวผมกลับไปกินตอนเย็น ตอนนี้เล่นเกมส์อยู่ เดี๋ยวโทร.กลับนะครับ

 

            พูดจบนัมจุนก็รีบกดวางสายทันที วิธีนี้แหละ ไม่มีใครสงสัยแน่นอน ร่างสูงลอบถอนหายใจเล็กน้อย แต่เขาคิดผิดที่คิดว่าปัญหาได้หมดไปแล้ว เพราะที่หน้าจอมือถือของเขากำลังโชว์ชื่อคนคนเดิมกำลังโทร.เข้ามาอีกครั้ง นัมจุนรับสายอย่างเสียไม่ได้

 

[อะไรของพี่เนี่ย ทำไมตัดสายไปแบบนั้น นี่อยู่ร้านเกมส์จริงป้ะเนี่ย หรือว่าอยู่กับใคร] โฮซอกพูดเสียงเขียวทันทีที่นัมจุนกดรับสาย

 

เปล่า ก็บอกว่าเล่นเกมส์อยู่ไงแม่ เดี๋ยวโทร.กลับและนัมจุนก็กดตัดสายไปอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ลืมที่จะปิดระบบสั่นไปด้วย และวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมโดยคว่ำหน้าอย่างจงใจ

 

ไอ้นัมจุน ทำไรอยู่วะ ยืนนิ่งทำไม!” เพื่อนอีกคนตะโกนมา

 

เออๆ เล่นแล้ว คุยโทรศัพท์แป๊บเดียวเอง สัตว์คิมนัมจุนตอบ และเกมส์ก็ดำเนินต่อโดยไม่มีอะไรมาขัดจังหวะอีก

 

            ไม่นานนัก ทั้งหมดก็พาทีมให้ชนะศัตรูได้ เสียงร้องตะโกนดีใจดังขึ้นพร้อมๆกัน บางคู่ก็แปะมือกันอย่างดีใจ บางคนก็ลุกจากที่นั่งของตนมากอดคอเพื่อน

 

เกือบแพ้ละ ตอนไอ้นัมจุนมันคุยโทรศัพท์นี่โคตรเป๋หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้น

 

ความจริงมึงน่าจะชมกูนะ ขนาดกูติดสายกูยังทำให้พวกมึงชนะได้คิมนัมจุนพูดอวดๆ

 

ไม่ใช่ละ กูต่างหากเก่งสุด ที่มึงไม่ตายเพราะกูช่วยมึงไว้เหอะอีกคนกล่าวบ้าง และบริเวณนั้นก็ตกอยู่ใต้เสียงหัวเราะ

 

เฮ้ย!” อยู่ๆนัมจุนก็ร้องเสียงหลงตัดกับเสียงหัวเราะออกมา

 

            สาเหตุของความตกใจก็คือคนที่ยืนอยู่ตรงประตูทางข้าวของร้านเกมส์นั่นเอง ถึงโฮซอกจะไม่ได้เดินเข้ามาหานัมจุนตรงๆ แต่สายตาที่โฮซอกมองมาอย่างเคืองๆ และสายตาของนัมจุนที่แสดงความประหลาดใจก็ชัดเจนจนเพื่อนๆของนัมจุนสังเกตได้ หนำซ้ำเด็กผู้ชายคนที่น่าจะเรียนโรงเรียนเดียวกับโฮซอกก็ยังมองไปที่ร่างบางและร่างสูงสลับกันอีก

 

            โฮซอกหันหลังกลับและเดินไปทางที่เดินมา เป็นสัญญาณให้นัมจุนต้องเดินตาม ทิ้งกลุ่มเพื่อนไว้กับความงุนงงสงสัย ในหัวนัมจุนเริ่มคิดประมวลผลแล้วว่าทำไมโฮซอกถึงโกรธขนาดมาตามถึงร้าน ทั้งที่เขาก็มาเล่นเกมส์แบบนี้อยู่ประจำ และเหมือนเขาจะนึกออกแล้ว

 

ทำไมตัดสายไปแบบนั้นเสียงหวานเริ่มพูดอย่างน้อยใจ แววตาสวยเต็มไปด้วยความเคืองถูกส่งมา ไหนบอกว่าบ่ายนี้จะมาติวเคมีที่ไม่เข้าใจให้ที่บ้านไง แล้วทำไมพี่มาอยู่ที่นี่

 

“…” โป๊ะเชะ เรื่องนี้จริงๆด้วย นัมจุนไร้คำแก้ตัวเพราะเขาเผลอลืมไปเสียสนิทจริงๆ คือ พี่ขอโทษ พี่ลืมจริงๆ ไม่มีอะไรจะแก้ตัวเลยครับเสียงทุ้มตอบหงอๆ ความรู้สึกผิดท่วมท้นขึ้นมาในใจ ทั้งที่เขารับปากโฮซอกไว้เสียดิบดีแล้วแท้ๆ แต่เขากลับลืมนัด เป็นธรรมดาที่คนรักของเขาจะโกรธแบบนี้

 

พี่ลืมหรือว่าพี่เบื่อโฮปกันแน่

 

เปล่านะ พี่ไม่ได้เบื่อโฮปเลยนัมจุนรีบพูดแทรก แต่เขาไม่ได้เบื่อโฮซอกจริงๆ มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย

 

“…” ร่างเล็กยังคงมองคนตัวสูงกว่าด้วยความโกรธที่ไม่ได้น้อยลงเลย

 

นี่ไง เดี๋ยวเรากลับบ้านกัน แล้วเดี๋ยวพี่ติวให้เลยนะนัมจุนยิ้มน้อยๆเพื่อง้อคนรัก

 

ไม่ต้องแล้ว โฮปอ่านเองดีกว่าร่างเล็กปฏิเสธและเดินกลับบ้านอย่างเร็วโดยไม่รอร่างสูง แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยช่วงขาที่ยาวกว่าก็ทำให้นัมจุนเดินตามโฮซอกได้ทันอยู่ดี

 

            โฮซอกไม่สามารถปฏิเสธไม่ได้นัมจุนเลิกตามได้เพราะอย่างไรก็ต้องกลับบ้านทางเดียวกัน จึงทำได้แค่พยายามเดินหนีและไม่ตอบโต้คำพูดของร่างสูงเลยตลอดทางจนกระทั่งถึงบ้านของตน

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

[50%]

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ได้ยินว่าไปตามกันถึงร้านเกมส์เลยแหละแก

 

เออ ได้ยินมาเหมือนกัน แล้วแกว่าเขาจะไปไหนกันต่อล่ะ

 

“…แน่ๆเลยแก

 

แล้วบางวัน กลางค่ำกลางคืน กลับด้วยกันเนี่ย ไม่รู้กลับถึงบ้านรึเปล่านะ

 

อุ๊ย! อะไรจะเสี้ยนขนาดนั้นอะ แต่ห้องน้ำโรงเรียนยังไม่พออีกหรอ

 

ว้าย! ห้องน้ำด้วยหรอ โอ้มายก้อด

 

            เสียงซุบซิบนินทาในโรงอาหารที่ปกติโฮซอกจะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน แต่วันนี้โฮซอกกลับไม่รู้เลยว่ามันมีอยู่หรือไม่ เพราะตอนนี้ใจเขากำลังจดจ่ออยู่กับภาพเหตุการณ์หน้าโรงอาหาร

 

            ครูฝึกสอนสาวคนหนึ่งที่โฮซอกก็พอคุ้นๆหน้ากำลังยกหนังสือของนักเรียนประมาณไม่เกิน 10 เล่ม เดินสวนกับครูฝึกสอนชายตัวสูงคิมนัมจุน ครูสาวที่แสดงท่าทางว่าเดินไม่ไหวกำลังทำหน้าอ้อนวอนของให้คิมนัมจุนช่วยเธอยกหนังสือไปให้เธอที่ห้องพักครู

 

โถ่เอ๊ย! หนังสือก็ไม่ได้หนาเลยนะ ทำท่าเหมือนแบก Textbook สักครึ่งร้อย  หนังสือแค่นั้นนักเรียนหญิงห้องโฮซอกยังถือได้สบายๆเลย ดูก็รู้ว่าสำออย

 

            ถึงตอนนี้โฮซอกกับนัมจุนจะยังไม่ได้คุยกันเพราะโฮซอกยังงอนนัมจุนเรื่องผิดนัดอยู่ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่หวงไง แฟนทั้งคนเลยนะเว่ย ไม่หวงแฟนจะให้ไปหวงพะยูนที่ไหน

 

อ่าว เห้ย โฮซอก ไปไหนวะ ยังกินข้าวไม่เสร็จเลยเสียงจีมินที่ร้องไล่หลังมาไม่ได้ทำให้โฮซอกชะลอฝีเท้าลงแต่อย่างใด ขาเรียวพาตัวเองมุ่งไปยังครูสาวให้ทันก่อนที่นัมจุนจะรับหนังสือมาจากมือเธอ

 

อาจารย์ครับและแน่นอนว่าระดับโฮซอก ไม่มีพลาด ถึงคนในโรงอาหารจะพลุกพล่าน แต่skillความคล่องตัวที่ได้มาจากการฝึกเต้นก็ช่วยให้โฮซอกฝ่าออกมาได้สบายๆ จะเอาไปเก็บที่ห้องพักครูใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมช่วยเองครับโฮซอกส่งยิ้มหวานให้กับครูสาวที่ตอนนี้หน้าเจื่อนไปเล็กน้อย

 

ไม่เป็นไรจ้ะ เธอไปกินข้าวต่อเถอะ เดี๋ยวครูให้ครูนัมจุนช่วยก็ได้

 

ไม่ต้องรบกวนอาจารย์นัมจุนหรอกครับ ผมกินข้าวเสร็จแล้ว เดี๋ยวผมช่วยเองครับไม่พูดเปล่า โฮซอกเอื้อมมือไปหยิบหนังสือมาจากอาจารย์สาวเสียเกินครึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไม่บ่นว่าถือไม่ไหวอีกต่อไป

 

หึ ถ้าจะอ่อยพี่นัมจุนของโฮปคงต้องรออีกสักสิบปีนะครับอาจารย์

 

ไปกันครับ ห้องพักของอาจารย์อยู่ชั้นไหนนะครับรอยยิ้มน่ารักที่ผิดกับความคิดถูกส่งออกมาอีกครั้ง

 

เอ่อ.. ชั้น 4 จ้ะ ขอบใจนะจ๊ะ

 

            นัมจุนได้แต่มองตามแผ่นหลังของเด็กนักเรียนร่างเล็กและครูสาวไปโดยต้องกลั้นยิ้มเอาไว้ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าที่โฮซอกทำไปเพราะว่าหวงเขา เด็กคนนี้นับวันยิ่งติดเขามากขึ้นจริงๆ ถึงจะยังไม่ได้คืนดีกันแต่นัมจุนคิดว่าการกระทำนี้ของโฮซอกคงเป็นสัญญาณดีที่เขาจะได้กลับมาดีกันแน่ๆ

 

namjoon :       รู้นะว่าทำไมทำแบบนั้นอะ

 

นัมจุนล้วงมือถือมาส่งข้อความไปหาคนรักขณะนั่งรับประทานอาหารกลางวัน แต่โฮซอกก็ยังไม่เข้ามาอ่าน คงจะวุ่นอยู่กับการช่วยอาจารย์คนเมื่อครู่ถือหนังสือ นัมจุนจึงไม่ได้ใส่ใจจะรอ แต่พอถึงเวลาเข้าเรียนและนัมจุนกำลังเดินกลับไปที่ห้องพักของตนเพราะคาบนี้ไม่มีสอน โฮซอกก็ตอบข้อความกลับมา

 

Hoseokkie :    ทำอะไรหรอ

namjoon :       ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้ ไอ้ดื้อ

                     รู้นะว่าหึงอะ

Hoseokkie :    โกรธอยู่ จะหึงทำไม

namjoon :       ไม่ใช่ว่าหายโกรธแล้วก็เลยหึงหรอ

Hoseokkie :    คิดไปเองทั้งนั้นอะ

namjoon :       ว้า อย่างนี้นัดตีแบดวันเสาร์กับเด็กแถวนี้คงต้องยกเลิกแล้วล่ะ โดนโกรธอยู่นี่เนอะT T

Hoseokkie :    อะไร ถ้าจะเบี้ยวอีกรอบนี่โฮปไม่ยอมจริงๆด้วย จะฟ้องม๊าให้ว่าพี่นัมจุนหนักๆเลย

namjoon :       ฮ่าๆๆๆๆๆ

                     คราวนี้ไม่ผิดนัดแล้วครับ บ่ายโมงเป๊ะเดี๋ยวพี่ไปรับที่บ้านนะ

Hoseokkie :    ห้ามมาสาย

namjoon :       ไม่สายแน่นอน!

                     แล้วนี่แอบเล่นโทรศัพท์ตอนเรียนหรอ

                     ไปเรียนเลยนะ

Hoseokkie :    ก็ถ้าไม่ตอบกลัวคนแถวนี้อกแตกตายก่อน

namjoon :       ยังอีก

                     ไปเรียนเลยนะไอดื้อ! ตั้งใจเรียน

Hoseokkie :    ค้าบๆ

 

            บทสนทนานี้ทำให้นัมจุนยิ้มและส่ายหัวน้อยๆกับความน่ารักของจองโฮซอก แค่นี้เขาก็สบายใจได้แล้วว่าโฮซอกไม่ได้โกรธเขาแล้ว เด็กคนนั้นก็แค่ปากแข็ง ฟอร์มจัดไปหน่อย  แค่นั้นเอง

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

            และเป็นไปตามคาด จองโฮซอกหายโกรธคิมนัมจุนแล้ว แค่นัมจุนไปรอรับไปตีแบดด้วยกันหน้าบ้าน เจ้าเด็กน้อยก็วิ่งยิ้มร่าออกมาหาโดยนัมจุนไม่ต้องพูดอะไรเลยงี้แหละ ฟอร์มจัด แต่สุดท้ายก็คิดถึงจนทนไม่ไหวเหมือนกันนั่นแหละ

 

            นัมจุนคิดว่านัมจุนคิดถูกที่ชวนไปตีแบดดีกว่าไปทำอย่างอื่น เพราะที่คอร์ทแบดคนน้อย และคนที่อยู่ที่นั่นก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับใครนอกจากลุกขนไก่ของตัวเอง หลังจากตีแบด โฮซอกก็ชวนนัมจุนมาทานอาหารที่บ้านของตน ตอนแรกนัมจุนก็ลังเล แต่คิดว่าถ้าอยู่ในบ้านก็คงไม่มีใครมาเห็นจึงยอมตกลงไป และคนปรุงอาหารก็ไม่พ้นจองโฮซอกอยู่ดี เพราะอย่างที่รู้กันว่าถ้าให้นัมจุนทำ นอกจากจะไม่ได้กินแล้ว น่าจะยังต้องเปลี่ยนเครื่องครัวอีกหลายชิ้น

 

เป็นอะไรน่ะนัมจุนเอ่ยถามขึ้นขณะนั่งรับประทานอาหารด้วยกันสองคนเมื่อเห็นว่าร่างเล็กจับตะเกียบแปลกๆ วันนี้พ่อกับแม่ของโฮซอกไปธุระต่างจังหวัด มื้อนี้จึงมีแค่โฮซอกและนัมจุนเท่านั้น

 

ไม่เป็นไรหรอกพี่ กินต่อเถอะโฮซอกปฏิเสธ

 

            แต่ยิ่งโฮซอกปฏิเสธ นัมจุนก็ยิ่งคิดว่าต้องมีอะไรผิดปกติ ร่างสูงจึงลุกจากที่นั่งและเดินไปจับมือเรียวมาดูด้วยตนเองโดยไม่ขอโฮซอกสักคำ ทำเอาโฮซอกตั้งตัวแทบไม่ทัน

 

ไม่เป็นอะไรที่ไหนล่ะ ตีแบดจนมือพองเลยเนี่ยพูดจบนัมจุนก็เดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลเพื่อมาทำแผลให้อย่างไร้ความลังเลเพราะคุ้นเคยกับบ้านของโฮซอกอยู่แล้ว บอกแล้วว่าให้จับไม้ดีๆ พลิกหน้าไม้ดีๆ จับไม่ดีมันก็ถูกกับมือ มือก็พองแบบเนี้ย

 

รู้แล้วค้าบ แหม่บ่นจังเลย เป็นแฟนหรือเป็นพ่อเนี่ย

 

“…” นัมจุนแอบเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะได้ตอบออกไปเพราะคำว่าแฟนมันไปสะกิดอะไรในใจนัมจุนเข้า ก็คนมันเป็นห่วง..”

 

“…” โฮซอกลอบยิ้มน้อยๆอย่างสุขใจ ร่างบางชอบเวลาที่คนเป็นพี่แสดงความเป็นห่วงตนแบบนี้ มันทำให้เขารู้สึกอบอุ่นหัวใจ

 

เสร็จละ

 

            ทั้งสองลงมือทานอาหารต่อ แต่โฮซอกกลับรู้สึกว่ามื้ออาหารมื้อนี้แปลกไปอย่างไร้สาเหตุ แต่พอลองคิดดู โฮซอกก็เป็นปกตินัมจุนก็ดูปกติ ไม่ได้ทะเลาะกันแล้ว ไม่ได้มีอะไรค้างคาใจต่อกันแต่ทำไมมื้ออาหารนี้มันเงียบผิดปกติก็ไม่รู้ทั้งที่เมื่อครู่เพิ่งจะมีความสุขแท้ๆ ทำไมโฮซอกถึงสังหรณ์ใจไม่ดีแบบนี้

 

เดี๋ยวไปล้างจานก่อนนะ

 

ไม่ต้องเลย เราเจ็บมืออยู่ไม่ใช่หรอ เดี๋ยวพี่ล้างเอง

 

            พอโฮซอกโดนห้ามแบบนั้น ก็เลยได้แต่นั่งรอที่โต๊ะกินข้าว ดวงตารูปอัลมอนด์มองไปที่แผ่นหลังกว้างของคนรัก ปกติเวลาแบบนี้นัมจุนมักจะชวนเขาคุยไม่ใช่เหรอ ทำไมมันถึงเงียบแบบนี้ โฮซอกเกลียดบรรยากาศแบบนี้ที่สุด

 

พี่นัมจุน เป็นอะไรหรือเปล่า พี่ดูเหมือนคิดอะไรอยู่เลยร่างบางเอ่ยถามขึ้น

 

“…” นัมจุนไม่อยากจะโกหกว่าไม่มีอะไร แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าควรจะบอกไปไหมว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ขณะนั้นความเงียบก็กลายเป็นคำตอบให้กับโฮซอกไปแล้ว

 

คิดอะไรอยู่บอกโฮปได้มั้ย เครียดอะไรหรือเปล่า

 

โฮซอก…” ร่างสูงลังเล ก๊อกน้ำถูกเปิดทิ้งไว้ มือของนัมจุนที่กำลังล้างจานใบสุดท้ายอยู่ ตอนนี้กลับหยุดนิ่ง

 

หืม?”

 

เราห่างกันสักพักดีมั้ย

 

“…ฮะ?” ร่างบางแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

 

พี่ไม่ได้หมดรักเรานะ แต่ก็เพื่อเราทั้งคู่น่ะนัมจุนพยายามอธิบายอย่างใจเย็นทั้งที่หัวใจเขาก็สั่นรัวไม่ต่างกับอีกคน ข่าวลือเริ่มหนาหูขึ้นไปทุกที แถมยังเกินความจริงไปเยอะมากๆ โฮปก็น่าจะรู้

 

ทำไมล่ะ แต่…” เสียงหวานเอ่ยตะกุกตะกัก น้ำใสๆเริ่มเอ่อที่ขอบตา

 

ก็ไม่ทำไมหรอกโฮป ก็มันเป็นแบบนี้ไปแล้ว และมันไม่ใช่เรื่องที่คนจะยอมรับได้ไม่ใช่เหรอนัมจุนพยายามไม่หันกลับไปมองหน้าคนตัวเล็กขณะที่พูด เพราะเขารู้ตัวว่าถ้าได้เห็นน้ำตาของคนรัก เขาอาจจะใจอ่อนก็ได้ แล้วไว้พอถึงเวลา เราค่อยกลับมาเจอกันนะ

 

            สิ้นเสียงทุ้มนั้น นัมจุนก็วางจานที่ล้างเสร็จเรียบร้อยแล้วเข้าที่ ถอดถุงมือ และเดินออกไปจากบ้านของโฮซอกโดยไม่มีแม้กระทั่งคำบอกลา ไม่สนแม้กระทั่งเสียงร้องเรียกของคนรักที่ตะโกนไล่หลัง

 

            โฮซอกทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา ซบใบหน้าสวยลงกับฝ่ามือสองข้างน้ำตาอุ่นไหลออกมาไม่ขาดสาย ไม่เข้าใจไม่เข้าใจเลยสักนิด ทั้งๆที่ทุกอย่างมันดีมาตลอด ทำไมมายาคติบ้าๆที่บอกว่าห้ามครูกับนักเรียนรักกันมันถึงมาทำลายความสัมพันธ์ของเขาลงได้ ไม่สิทำไมนัมจุนถึงปล่อยให้มันเข้ามาทำลายเราได้

 

            แม้นัมจุนจะไม่ได้ขอยุติความสัมพันธ์ แต่สำหรับโฮซอกที่เคยมีร่างสูงอยู่ในชีวิตมาเสมอสำหรับโฮซอกที่เสพติดคิมนัมจุนไปแล้วนั้นแค่การห่างกันสักพักมันก็เหมือนการขาดนัมจุนไปชั่วชีวิตแล้ว สักพักที่ว่าคงรู้สึกเหมือนนานเป็นศรวรรษ เพราะแค่ไม่กี่นาทีที่นัมจุนเพิ่งจะเดินออกไปจากบ้านออกไปจากชีวิตของเขา ยังรู้สึกเหมือนนานเป็นวันเลย

 

            โฮซอกทั้งเสียใจ ทั้งผิดหวัง ทั้งโกรธ โกรธที่นัมจุนเหมือนจะไม่เห็นความสำคัญของตนเหมือนเดิมจึงได้ขอแยกจากกัน โกรธตัวเองที่รั้งคนรักไว้ไม่ได้ โกรธข่าวลือเสียๆหายๆพวกนั้นที่มาสร้างรอยแตกให้กับความรักของเขา โกรธจรรญาบรรณบ้าๆที่นั่นที่มันมาแยกเราทั้งสองออกจากกันได้ทั้งๆที่มันเป็นแค่สิ่งที่คนสักคนหรืออาจจะสักกลุ่มบัญญัติขึ้น ทำไมคนพวกนั้นที่โฮซอกไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าหรือรู้จักถึงมาทำให้โฮซอกต้องเสียน้ำตาแบบนี้

.

.

.

.

.

.

.

.

.

            และเป็นไปตามที่คิมนัมจุนพูดไว้ นัมจุนไม่มาหา ไม่มาพูดคุยกับร่างบางเลยสักคำ เรียกได้ว่าแม้แต่ข้อความสักตัวอักษรก็ไม่ส่งมาคิมนัมจุนหายไปจากชีวิตโฮซอกโดยสมบูรณ์ ถึงร่างบางจะทำใจไม่ได้ แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อ ในเมื่อนัมจุนอยากจะหายไปแบบนี้ ไม่แม้แต่จะตอบข้อความของโฮซอก โฮซอกก็จำเป็นที่จะต้องใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่มีนัมจุน

 

ร่างบางแสดงออกว่าเข้มแข็งเวลาที่อยู่ที่โรงเรียน แม้กระทั่งเดินสวนกับคิมนัมจุนก็ยังไม่มองหน้า แต่พอกลับมาถึงบ้านเขาก็ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งให้ใครดู น้ำตาของโฮซอกจะไหลออกมาเฉพาะตอนที่อยู่ในห้องนอนของตัวเองเท่านั้นหมอนใบที่ใช้หนุนนอน บางครั้งก็จะถูกทุบตีหรือต่อยโดยฝีมือของเจ้าของมันเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจที่แสดงออกไม่ได้ เพื่อระบายความโกรธเคืองน้อยใจต่อโลกใบนี้  เพื่อระบายความสงสัยในโชคชะตาของตัวเอง และสุดท้ายหมอนใบนั้นก็จะถูกโอบกอดเพื่อระบายความคิดถึงที่มีต่อใครบางคนที่ตอนนี้โฮซอกไปกอดไม่ได้

 

แต่คิมนัมจุนพูดถูกอยู่อย่างหนึ่งที่ว่าข่าวลือของโฮซอกแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วและเกินจริง ซึ่งแน่นอนว่ามีกลุ่มคนที่รับไม่ได้กับสิ่งที่พวกเขาได้ยิน และมันจบลงที่การบุลลี่

 

พักหลังๆ ที่โต๊ะเรียนของโฮซอกจะถูกเขียนด้วยปากกาลบคำผิดเป็นคำด่าทอต่างๆที่โฮซอกต้องมาคอยเอามันออกในตอนเช้า แต่ก็ยังโชคดีที่มีพัคจีมินเพื่อนรักคอยช่วย เวลาโฮซอกทิ้งกระเป๋าไว้ที่ห้องก็มีคนเอาขนมหวานๆที่มดขึ้นมาใส่ไว้ในกระเป๋า บางทีก็เบาหน่อยโดยการเอาน้ำเปล่าหรือไม่ก็น้ำหวานมาราดบนโต๊ะ ลำบากให้โฮซอกต้องคอยมาเช็ด

 

            โฮซอกไม่รู้ว่าใครทำ ความจริงก็คือคนที่ไม่ชอบเขาเพราะข่าวนี้มีเยอะเกินไปจนจับมือใครดมไม่ได้มากกว่า จึงทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยไป เรื่องราวของโฮซอก ทั้งข่าวลือและเรื่องการบุลลี่ ถูกเพื่อนร่วมชั้นพูดถึงไม่เว้นแต่ละวัน ตอนแรกโฮซอกก็โกรธ แต่พอนานหลายเดือนเข้าก็เริ่มชินชา เพราะความรู้สึกน้อยใจมันเข้ามาแทนที่น้อยใจที่โฮซอกโดนขนาดนี้แต่กลับไม่มีแม้แต่ข้อความจากนัมจุนมาถามไถ่หรือให้กำลังใจเขาเลย

 

            ในฝั่งของคิมนัมจุน เขาอยากจะเข้าไปหาโฮซอกอยู่หลายครั้ง แต่ก็ห้ามใจไว้และได้แต่บอกตัวเองว่าเขาทำเพื่อโฮซอก เพื่อเราทั้งคู่ ข้อความถูกพิมพ์แต่สุดท้ายก็ลบไปอยู่หลายครั้ง ถึงการคุยทางแชทจะไม่มีใครเห็น แต่นัมจุนก็กลัวว่ามันจะมาเป็นหลักฐานได้ในภายหลัง แถมมันยังจะทำให้เขาใจอ่อนอีกต่างหาก เขาจึงยอมตัดใจ

 

            ร่างสูงได้แต่คอยแอบมองคนตัวเล็กอยู่ห่างๆ นัมจุนเคยไปแอบดูโฮซอกเตรียมพรีเซนท์งานกับเพื่อน แอบมองตอนนั่งทานอาหารกลางวัน หรือแม้กระทั่งไปแอบดูโฮซอกซ้อมเต้นกับชมรมยังเคยเลย ร่างสูงนั่นทำให้ร่างสูงได้เห็นจองโฮซอกในอีกมุมหนึ่ง แม้จะเป็นมุมไกลๆก็ตาม

 

ปกติโฮซอกจะเป็นคนมาเล่าให้ฟังว่าทำอะไรเป็นอย่างไร แต่คราวนี้นัมจุนได้เห็นเองในมุมของผู้ชม) นัมจุนคิดว่าโฮซอกดูมีเสน่ห์มากๆเวลาที่ตั้งใจทำอะไรสักอย่างและทำให้อย่างคล่องแคล่ว เขาเริ่มเข้าใจความน่ารักที่พวกคนที่เข้ามาจีบโฮซอกได้สัมผัสก็ตอนนี้เอง และก็แน่นอนว่าเรื่องที่โฮซอกโดนรังแกนัมจุนก็รู้ด้วย

 

            ถึงจะสงสารและแอบโกรธคนที่มาทำอยู่ในใจ แต่เขาก็ทำอะไรมากไม่ได้ ถ้าเขาเข้าไปยุ่งมากเกินไปมันจะยิ่งผิดสังเกต เพราะสาเหตุที่โฮซอกต้องโดนแบบนี้ก็เพราะเขาทั้งสองคนคบกัน นอกจากการคอยไปแจ้งอาจารย์(ซึ่งก็จับมือใครดมไม่ได้เหมือนเดิม)แล้ว นัมจุนก็ทำอะไรไม่ได้เลย

 

อดทนอีกหน่อยนะ นัมจุนได้แต่บอกคนรักในความคิด

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

[65%]

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

            เวลาผ่านไปจนกระทั่งเหลืออีกไม่ถึง 1 เดือนก็จะสิ้นสุดภาคการศึกษา ทั้งนัมจุนและโฮซอกยังไม่ได้คุยกันเลยตั้งแต่วันที่นัมจุนเอ่ยคำนั้นออกไป ตอนแรกนัมจุนคิดว่าน่าจะเป็นโฮซอกที่ทนไม่ไหวและมาคอยวอแวขอให้เขากลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่เปล่าเลย โฮซอกไม่ได้ทำอย่างนั้น แต่กลับเป็นนัมจุนเองที่พาตัวเองมายืนอยู่ที่หน้าบ้านของร่างบางในเช้าวันเสาร์แบบวันนี้

                                                           

            รู้ทั้งรู้ว่าการที่เขาหยุดทุกอย่างเอาไว้แบบนี้มันดีแล้ว ช่องว่างระหว่างเขาทั้งสองที่มากขึ้นจะไม่ทำให้ทั้งคู่ตกอยู่ในอันตรายมากไปกว่าเดิม แต่เหมือนเขาจะติดโฮซอกมากกว่าที่คิดไว้ เขาถึงพาตัวเองมายืนอยู่หน้าบ้านของอีกฝ่ายจนได้

 

            นัมจุนไม่แน่ใจเหมือนกันว่าโฮซอกคิดอะไรอยู่ หรือจะคิดถึงตนแค่ไหน แต่นัมจุนรู้ว่าตัวเขาเองนั้นคิดถึงร่างเล็กมากกว่าที่คาดไว้มากร่างสูงก็เพิ่งรู้ว่าการที่เขาเป็นคนขอยุติความสัมพันธ์เอาไว้ชั่วคราวเองจะทำให้เขากระวนกระวายใจถึงเพียงนี้ ทุกๆวันร่างสูงจะคอยนึกถึงร่างบาง เป็นกังวลว่าโฮซอกจะยังรักเขาอยู่ไหมทั้งที่เขาทำให้โฮซอกต้องเสียใจ โฮซอกจะยังรอเขาเหมือนที่เขารอไหม

 

            ร่างสูงยืนอยู่หน้าบ้านของคนรักอยู่พักใหญ่ ไม่กล้ากดกริ่งเรียกเพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองจะมีคุณสมบัติพอที่จะไปคุยกับโฮซอกได้หรือไม่ แต่แล้วการรอคอยของเขาก็สิ้นสุดลง เมื่อโฮซอกปรากฏตัวออกมาจากหลังประตูบ้าน

 

โฮซอก…” เสียงทุ้มเรียกชื่อของคนที่คิดถึงออกมาเบาๆ

 

“…” คนตัวเล็กได้แต่ยืนอ้ำอึ้งเพราะความประหลาดใจ

 

จะไปเรียนพิเศษหรอ รีบไหม ไปกินข้าวบ้านพี่ก่อนสิ

 

ไม่ดีกว่า เดี๋ยวรบกวนพ่อกับแม่พี่เปล่าๆ

 

พ่อกับแม่ไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด วันนี้พี่อยู่คนเดียวร่างสูงบอก ไปกินข้าวเป็นเพื่อนหน่อยนะ

 

            แม้โฮซอกจะยังโกรธและยังเสียใจอยู่ แต่คนตัวเล็กก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจุดจบของเขาถึงมาอยู่ที่โต๊ะกินข้าวบ้านคิมนัมจุนได้ ทั้งๆที่เขาก็กินข้าวเช้ามาแล้วด้วยนะ

 

เป็นไงบ้างเป็นนัมจุนที่เอ่ยถามออกมาขณะรับประทานอาหารที่ร่างสูงโทร.สั่งมา หรือบางทีอาจจะเรียกว่า ขณะเขี่ยอาหารเล่นอาจจะถูกต้องกว่า

 

ก็อย่างที่เห็นโฮซอกว่า ตัวเองก็ไม่แน่ใจนักหรอกว่านัมจุนจะรู้เรื่องของตนมากแค่ไหน แต่ก็อยากจะตอบกำกวมๆไว้ก่อนเพราะคิดคำตอบดีๆไม่ทันจริงๆ

 

เราก็ดูโอเคนะนัมจุนตอบกลางๆไว้ก่อน แต่ก็มานึกได้ทีหลังว่าช่วงนี้น้องเจออะไรที่หนักหนามาก จะโอเคได้อย่างไรคิดแล้วก็อยากจะต่อยปากตัวเองสักทีสองที

 

งั้นพี่ก็คงไม่เห็นว่าเมื่อวานตอนเดินผ่านสนามบาสผมโดนใครไม่รู้ปาลูกบาสอัดหัวโฮซอกยังนั่งก้มหน้าพูดนิ่งๆเหมือนเดิม แต่ร่างสูงสัมผัสได้ถึงเสียงที่เริ่มสั่น แม้จะไม่รู้ว่าสั่นเพราะความโกรธหรือเพราะเสียใจกันแน่ก็ตาม

 

“…” นัมจุนได้แต่อึ้ง ไม่รู้ว่าควรแสดงออกอย่างไร เขารู้เรื่องที่โฮซอกโดนแกล้ง แต่เรื่องลูกบาสเมื่อวานเขายังไม่รู้จริงๆ ระดับความโกรธของนัมจุนเริ่มพุ่งสูงขึ้น โกรธคนที่บังอาจมารังแกคนตัวเล็กของเขา และโกรธตัวเองที่ไม่สามารถปกป้องคนรักได้ แต่ก็ได้แต่ต้องเก็บอาการไว้ก่อน

 

โฮปไม่โอเคเลยพี่เสียงที่ตอนแรกเพียงแค่แกว่งๆ ตอนนี้สั่นเครืออย่างชัดเจน มือน้อยๆของโฮซอกกำเนื้อกางเกงขาวยาวของตนไว้อย่างหาที่ระบาย อึดอัด ไม่มีความสุข โฮปถามตัวเองทุกวันว่าผมทำอะไรผิด โฮปถามตัวเองทุกวันว่าพี่ทำอะไรผิด เราผิดอะไร ก่อนนอนทุกคนก็จะมีแต่คำถาม ว่าทำไมเราถึงมีความสุขบ้างไม่ได้ ทำไมกฎนั่นถึงเข้ามาแทรกกลางความรักของผม ทำไมคนถึงฟังแต่สิ่งที่พวกเขาอยากฟังทั้งที่มันไม่ใช่ความจริง ผมมีแต่คำว่าทำไมๆๆๆๆ

 

            เสียงหวานติดสั่นนั้นค่อยๆดังขึ้นในทุกประโยคที่คนพูดระบายมันออกมา และมันก็ยิ่งบีบคั้นใจคนฟังมากขึ้นทุกประโยคด้วยเช่นกัน ที่มันเป็นแบบนั้นก็เพราะว่านัมจุนเองก็ไม่มีคำตอบให้คำถามพวกนั้นเหมือนกัน

 

เราสนิทกันตั้งแต่เด็กๆเพราะบ้านใกล้กันร่างบางพูดต่อ แต่บัดนี้แค่คำพูดเหมือนจะไม่เพียงพอที่จะปล่อยความอัดอั้นในอก เพราะน้ำตาใสก็กำลังไหลออกมาด้วย พี่คอยเล่นกับโฮปเพราะพี่บอกว่าพี่ชอบเด็ก คอยสอนการบ้านโฮปเพราะพี่ฝันอยากเป็นครู คอยดูแลโฮปเวลาพ่อกับแม่ไม่อยู่เพราะพี่บอกว่าพี่รักโฮป ฮึกและเราก็คบกันตอนพี่อยู่ปี2 ตอนนั้นโฮปก็อยู่ม.ต้นปีสุดท้าย เราเป็นแฟนกัน ทำไมไม่เห็นมีใครบอกว่ามันผิด ฮึกพ่อกับแม่ของเราก็รู้และไม่ได้ห้าม

 

น้องโฮปเรื่องราวเก่าๆที่ถูกยกมากรีดแทงใจของนัมจุนเมื่อคนที่เล่าเป็นโฮซอกที่เล่าพร้อมน้ำตา

 

เราคบกันมา 3 ปี ไม่เคยมีใครบอกว่าเราทำผิด แต่แค่พอพี่กลายมาเป็นครูฝึกสอนที่โรงเรียนโฮป อยู่ๆความรักของโฮปก็ถูกห้าม ถูกทุกคนมองว่าเป็นเรื่องผิด เป็นเรื่องไม่เหมาะสม เป็นเรื่องต่ำช้า และกลายเป็นขี้ปากคนอื่น ฮึก…” ยิ่งพูดถึงความจริงในปัจจุบัน โฮซอกยิ่งรู้สึกเจ็บ พี่ตอบหน่อยสิว่าทำไม ทำไม! ทำไมสามปีของเรามันถึงกลายเป็นเรื่องที่ทำให้เราเป็นคนเลวไปได้ทั้งที่พี่ก็แค่เปลี่ยนมาเป็นครูฝึกสอนที่โรงเรียนโฮป แถมพี่ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้มาที่นี่! พี่เห็นกฎบ้าๆนั่นสำคัญกว่าโฮปอีกหรอ!!” เสียงหวานตะโกนพร้อมน้ำตาอาบน้ำ และนั่นก็เรียกให้น้ำตาของนัมจุนหลั่งออกมาได้อย่างดี อาจารย์นัมจุนน่ะมาที่หลังพี่นัมจุนของโฮปอีก อาจารย์มีสิทธิ์อะไรมาเอาแฟนคนเดิมของโฮปไป! ฮึก..”

 

น้องโฮป.. พี่ขอโทษคนตัวเล็กพูดถูกต้องทุกอย่าง นัมจุนเป็นคนปล่อยให้สถานะชั่วคราวอย่าง อาจารย์ให้มาทำร้ายโฮซอกถึงขนาดนี้ และเนื่องจากข่าวลือที่ออกมาแก้ไม่ได้เพราะจะกลายเป็นการยอมรับว่าทั้งสองคบกันมันจะเสี่ยงเกินไปทำให้นัมจุนได้แต่กังวลว่าจะมีปัญหาใหญ่ตามมา และเขาไม่อยากให้โฮซอกเจอปัญหานั้น เขาถึงเลี่ยงโดยการทิ้งโฮซอกโดยไม่ถามไถ่เลยสักคำโดยลืมที่จะใส่ใจความรู้สึกของคนที่เขารัก ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นแบบนี้ไปได้

 

ฮึกและคำถามสุดท้ายที่มักจะเข้ามาในหัวโฮป เป็นคำถามเดียวที่โฮปหาคำตอบให้มันได้ ว่าทำไมฮึก.. ทำไมโฮปถึงยอมปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้จนถึงตอนนี้

 

“…”

 

คำตอบก็คือเพราะโฮปยังรักพี่เหมือนเดิมไง ฮึก..” มือเรียวยกขึ้นมาปาดน้ำตาออกจากใบหน้าลวกๆ

 

            โฮซอกสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างบางรู้ตัวว่าตนเองทนอยู่ตรงนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ขาเรียวจึงพาตัวเองหันหลังเพื่อก้าวออกจากที่นี่ แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะถูกแขนแกร่งของอีกคนรวบตัวไว้จากด้านหลัง

 

            “อย่านะนัมจุนพูดด้วยความสำนึกและรู้สึกสงสารคนรักจับใจ แก้มสากแนบอยู่กับศีรษะทุยสีดำของคนรัก อย่าเพิ่งไปนะ

 

ฮึก.. พี่บอกว่าเราไม่ควรทำแบบนี้ไม่ใช่เหรอครับถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ร่างบางก็ไม่ได้หนี

 

ในฐานะครูมันก็ใช่นัมจุนตอบ แต่ตอนนี้ในฐานะแฟน พี่กำลังพยายามปกป้องความรู้สึกของเรา

 

โฮปไม่เคยสนว่าใครจะคิดยังไง ฮึก.. โฮปสนแค่เราจะได้ยิ้มด้วยกันทุกวันมั้ย แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆที่ทำให้เรายิ้มได้ในแต่ละวัน แค่สิ่งธรรมดาๆที่ทำให้เรามีความสุขได้ ก็แค่นั้น แต่พอพี่หายไป มันก็หายไปพร้อมกับพี่ด้วย ฮึกโฮปแค่อยากได้ชีวิตธรรมดาที่มีความสุขกลับมา มันผิดมากเลยหรอ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีความสุขไม่ใช่เหรอครับ แล้วทำไมโฮปถึงไม่มีล่ะ ทำไมโฮปถึงมีมันไม่ได้ร่างบางพูดโดยยังปล่อยให้ร่างสูงโอบกอดทางด้านหลังอยู่แบบเดิม

 

ไม่เลยเด็กเอาแต่ใจคนเดิมที่นัมจุนคอยโอ๋มาแต่เด็กก็ยังเป็นเด็กคนเดิมกับคนที่เขารักก็แค่เด็กคนหนึ่งที่อยากได้ความสุขเล็กๆในชีวิตเดิมๆกลับมา น้องโฮปมีความสุขได้ครับ

 

ฮึก.. พี่ร่างบางหันกลับมาหาคนรักและซบหน้ากับอกแกร่ง

 

พี่ขอโทษนะที่ทำอะไรโดยลืมใส่ใจความรู้สึกของเราไป พี่น่าจะคุยกับเราดีๆ ทั้งที่พี่น่าจะทำให้อะไรมันดีกว่านี้ได้แท้ๆ พี่น่าจะใส่ใจความรู้สึกเราให้มากกว่านี้มือใหญ่ลูบหัวคนตัวเล็กเบาๆ มอบความอบอุ่นที่ร่างเล็กไม่ได้สัมผัสมานานคืนให้เหมือนกับอยากจะชดเชยวันเวลาที่เขาได้พรากไป เขารู้แล้วว่าเขาผิดเองที่วันนั้นเขาตกอยู่ภายใต้ความกลัวและความกังวลและคิดว่าทุกอย่างจะจบได้ง่ายๆเพียงเขาขอยุติทุกอย่างไว้ แต่มันไม่ใช่เลย เห็นได้จากคำถามที่ค้างคาใจของโฮซอก พี่รักเรานะ คิดถึงมากด้วย ขอบคุณนะที่อุตส่าห์รอ แล้วก็รักพี่จนถึงทุกวันนี้นัมจุนจุมพิตลงบนกลุ่มผมนุ่ม

 

พี่นัมจุน..” ร่างบางช้อนตาขึ้นสบตากับคนตัวสูงกว่า เราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม…”

 

“…” แต่ปัญหาที่หนักใจนัมจุนมาตลอด ตอนนี้มันก็ยังไม่หายไป ร่างสูงผละตัวออกมาจากอ้อมกอดแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยรอยน้ำตาที่แก้มใสเบาๆ น้องโฮป..”

 

ได้ไหมครับสายตาเว้าวอนของโฮซอกแทบทำให้นัมจุนเป็นบ้าจนต้องสูดหายใจลึกเพื่อเรียกสติ

 

น้องโฮปเชื่อในความรักไหม?” นัมจุนตอบคำถามด้วยคำถาม

 

“??”

 

เชื่อไหม

 

เชื่อครับ

 

งั้นเราก็ต้องเชื่อว่าความรักน่ะ แม้ไม่ต้องใกล้ชิดกัน มันก็ถูกส่งไปถึงกันได้นะนัมจุนผู้เปรียบเสมอน้ำนิ่งกำลังพยายามสะท้อนความจริงให้โฮซอกเข้าใจ ที่เราทุกข์เพราะเราโหยหากัน แต่รู้ไหม ถ้าเกิดเราเปลี่ยนความโหยหาเป็นความคิดถึงและเข้าใจกัน มันจะทำให้เรามีความสุขได้มากขึ้นนะ

 

“…” โฮซอกเหมือนจะยังไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่นัมจุนจะสื่อ ใจดวงเล็กยังคงต้องการให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมอยู่ ถ้าเราคิดถึง แต่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน เราจะมีความสุขได้ยังไง

 

เพราะเรามีความหวังไงครับนัมจุนตอบยิ้มๆ ใช้นิ้วมือใหญ่จัดปอยผมด้านหน้าให้คนตัวเล็กอย่างเบามือ เราไม่ได้หมดหวังนี่ เราแค่ต้องรอเวลา

 

“…”

 

น้องโฮป.. ที่พี่ขอเราให้หยุดทุกอย่างชั่วคราวน่ะ เพราะถ้าเรายังเป็นเหมือนเดิม และถ้าเกิดหลักฐานมันไปถึงครูผู้ใหญ่เข้า สิ่งที่น้องโฮปจะโดนน่ะมันจะรุนแรงมากนะ อาจจะทันฑ์บนหรือพักการเรียนเลยก็ได้ มันจะทำให้ประวัติเราเสียนะครับ ส่วนพี่ก็อาจจะโดนไล่ออกหรืออาจจะตัดสิทธิ์การประกอบอาชีพพี่เลยก็ได้ น้องโฮปคงไม่อยากให้ทุกอย่างกลายเป็นแบบนั้นหรอกเนอะ

 

ไม่ร่างบางส่ายหน้าเป็นพัลวัน เขาไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะรับตัวเองได้ไหมถ้าต้องโดนทันฑ์บนหรือพักการเรียน แต่ร่างบางรับไม่ได้แน่ๆถ้านัมจุนจะโดนไล่ออกหรือเป็นครูไม่ได้อีกตลอดไปเพราะมันคือความฝันของร่างสูง

 

เพราะอย่างนั้น เราเลยจำเป็นต้องห่างกันก่อนไงเสียงทุ้มที่นิ่งสงบดุจน้ำเย็นยังคงกล่าวต่อไป ส่วนคำถามของเราน่ะ พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมสุดท้ายทุกอย่างมันต้องกลายเป็นแบบนี้ แต่น้องโฮปรู้มั้ยบางทีเรามัวแต่หาเหตุว่าทำไมๆๆ จนเราอาจจะลืมดูแลผลของมันไปก็ได้นะ ในเมื่อตอนนี้ผลมันเป็นแบบนี้ และเราก็ไม่สามารถไปแก้ต้นเหตุอันน่าสงสัยนั้นได้ เราก็ควรจะสนใจสิ่งที่มันเกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ใช่เหรอ

 

“…” คนตัวเล็กหลุบสายตาลงเหมือนคิดตามที่ร่างสูงพูด

 

ถึงตอนนี้เราจะต้องห่างกันเพราะกฎที่เราก็ไม่เข้าใจ และในเมื่อมนุษย์เลือกฟังเฉพาะสิ่งที่เขาอยากจะฟัง ยอมรับเฉพาะสิ่งที่สังคมส่วนใหญ่ยอมรับ ลองคิดดูสิ ถ้าเรายอมทำตามกฎไปสักพัก ถ้าเรายอมแสดงเฉพาะสิ่งที่เขาจะยอมรับ แค่แป๊บเดียวเอง เราก็จะผ่านมันไปได้ เพราะเราไม่ได้อยู่กับปัญหานี้ตลอดไปนี่ เดี๋ยวโฮปก็เรียนจบแล้ว และตอนนั้นเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมมันก็ยังได้นัมจุนเชยคางมนให้ดวงตารูปอัลมอนด์ช้อนมาสบสายตากับตน รอยยิ้มอบอุ่นถูกระบายส่งไปให้คนที่รักสุดหัวใจ น้องโฮปของพี่เก่งอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้ทำได้สบายมาก จริงไหมครับ

 

อื้มแม้ดวงตากลมจะยังฉายแววไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่โฮซอกก็รับปากออกไปเพราะเขาเชื่อในตัวนัมจุนที่เชื่อในตัวของเราทั้งคู่ว่าเราจะผ่านมันไปได้ด้วยกัน

.

.

.

.

.

.

.

.

            คืนนั้นโฮซอกในชุดนอนกำลังนอนฟังเพลงกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงของตน จากผลสรุปที่คุยกับนัมจุนเมื่อเช้าก็คือแน่นอนว่าในที่สาธารณะทั้งสองไม่สามารถเปิดเผยสถานะความสัมพันธ์ได้ และการแชทหรือการโทร.คุยกันก็ค่อนข้างเสี่ยงที่จะกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญหากถูกจับได้ นัมจุนจึงบอกว่าถ้าอยากคุยกัน ทั้งสองจะไปหากันที่บ้านเท่านั้น เพราะในหมู่บ้านนี้ไม่มีใครที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นของโฮซอกหรือเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนอยู่ การไปมาหาสู่กันแค่ในหมู่บ้านจึงนับว่าปลอดภัย

 

            ร่างบางนึกถึงสิ่งที่ได้คุยกับคนรักในวันนี้ โฮซอกเข้าใจสิ่งที่นัมจุนพยายามสื่อ เข้าใจในการกระทำของร่างสูง และยอมรับในการกระทำนั้นได้แล้ว แต่โฮซอกก็รู้ตัวว่าตนเองยังคงยึดติดกับคำถามพวกนั้นอยู่ แม้จะพยายามไม่ใส่ใจเพราะรู้ว่าคิดไปก็คงไม่มีใครมาตอบเขาได้ แต่บางทีมันก็อดสงสัยไม่ได้นี่นะ แล้วทำไมคนที่รู้เรื่องของเขากับนัมจุน(แม้จะในแบบผิดๆ)ถึงไม่สงสัยในสิ่งที่โฮซอกสงสัยบ้าง ในเมื่อความรักมันห้ามกันไม่ได้ทุกคนรู้ดี ความรักผิดสถานะมันก็น่าจะเกิดขึ้นได้ แต่ทำไมถึงไม่มีใครสงสัยเหมือนที่โฮซอกสงสัยบ้างนะ

 

            นอนพลิกตัวเล่นไปเรื่อยๆ คนตัวเล็กก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ แต่จนกระทั่งเพลงเพลงหนึ่งถูกแรนด้อมมาให้โฮซอกฟังอย่างบังเอิญ ทำเอาโฮซอกถึงกับลุกขึ้นมานั่งกรอฟังใหม่ตั้งแต่ต้นเพลง

 

หากเคียงชิดใกล้ แต่เธอต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อฉัน

ประโยชน์ที่ใด หากรักทำร้ายตัวเอง

หากเดินแนบกาย มีพลั้งต้องล้มลงเจ็บด้วยกัน

ห่างเพียงนิดเดียว ให้รักเป็นสายลมผ่านระหว่างเรา

แบ่งที่ว่างตรงกลางไว้คอย เพื่อให้เธอได้ตามหาฝันของเธอ

 

            หลังจากได้ฟังจนจบเพลง โฮซอกก็ได้คำตอบว่าเพราะความรักและคนที่เรารักนั้นสำคัญกว่าความกังขาใดๆที่เข้ามาถ่วงความสุขที่มี ถ้าคนเรารักใครมากๆ การหาคำตอบพวกนั้นก็ไม่ได้สำคัญเลย หากแต่เป็นความสุขของคนที่เรารักต่างหากที่สำคัญที่สุด

 

และตอนนี้โฮซอกก็เลือกที่จะยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าสิ่งที่โฮซอกต้องยอมรับนั้นอาจจะเป็นกฎที่มีช่องโหว่ของความยุติธรรมหรืออาจจะไร้หัวใจไป แต่เพียงโฮซอกทำตามและนัมจุนได้มีความสุข โฮซอกก็มีความสุขแล้ว

 

นี่สินะ สิ่งที่นัมจุนพยายามบอกให้เขาปล่อยวาง ให้วางมันลงบ้าง และเปลี่ยนมุมมอง และถามตัวเองว่าอะไรสำคัญที่สุดในตอนนี้ แค่นี่เราก็มีความสุขแล้วตอนนี้โฮซอกได้สัมผัสกับความสุขแบบนั้นแล้วล่ะ

.

.

.

.

.

.

.

            แต่โชคไม่สามารถเข้าข้างใครได้ตลอด

 

[โฮซอก] โฮซอกกดรับสายโทร.เข้าอย่างงุนงงเมื่อเห็นว่าคนที่โทร.เข้ามาเป็นคิมนัมจุน แถมยังโทร.เข้ามาตอนพักกลางวันอีกต่างหาก ไหนร่างสูงบอกว่ายังไม่ให้โทรศัพท์คุยกันไง [มาที่ห้องครูชินดงฮีหน่อยครับ]

           

            สิ้นสิ่งที่ร่างสูงพูด สายก็ถูกตัดไป โฮซอกปลีกตัวออกจากเพื่อนๆไปตามที่นัมจุนบอก ถ้าจำไม่ผิด ครูชินดงฮีเป็นครูพี่เลี้ยงของคิมนัมจุนนี่นาให้ตายเถอะ ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย ครั้งนี้เป็นหนึ่งในครั้งที่ร่างบางอยากให้สังหรณ์ของตัวเองผิด

 

ครูได้ยินข่าวลือของเธอกับอ.นัมจุนแต่มันก็ไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อโฮซอกมาถึงห้อง อ.ดงฮีก็ให้คิมนัมจุนออกไปรอด้านนอก และเริ่มคุยกับคนเป็นนักเรียนโดยไม่รีรอ แต่น่าแปลกที่เขาไม่ได้มีรังสีของความน่ากลัวหรือดุดันแต่อย่างใด เธอบอกครูได้ไหม ว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไงกันแน่

 

ผมกับอาจารย์ไม่เคยมีอะไรเกินเลยเหมือนข่าวลือพวกนั้นครับร่างบางยืนประสานมือทั้งสองไว้ด้านหน้าและตอบอย่างระวังคำพูด แต่คำตอบนั้นก็เป็นความจริง ทั้งสองไม่เคยเกินเลยกันไปมากกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ในทุกๆวันเลย

 

งั้นเธอจะบอกว่าเธอกับอ.นัมจุนไม่ได้คบกันอย่างที่คนเขาพูดกัน?”

 

เราสนิทกันครับ เพราะบังเอิญว่าบ้านอยู่ใกล้กันโฮซอกก็ยังคงพูดความจริงอยู่ แม้ว่าร่างบางจะไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธคำถามของอาจารย์ร่างท้วมก็ตาม และก็ไม่พยายามพูดว่ารู้จักกันมาก่อนแล้วด้วย

 

ถ้าอย่างนั้นข่าวลือนั่นมันมาจากไหน ควันมันไม่เกิดหรอกนะถ้าไม่มีเชื้อไฟน่ะอาจารย์ร่างท้วมยังถามต่อไป แต่โฮซอกกลับไม่รู้สึกเหมือนโดนคาดคั้นเลย เชื่อแล้วว่าที่นัมจุนเคยบอกว่าครูพี่เลี้ยงใจดีนี่ก็คงจะใจดีจริงๆนั่นแหละ

 

อาจจะแค่มีคนเห็นว่าผมกับอาจารย์สนิทกัน ก็เลยเอาไปพูดต่อๆ บางคนก็อาจจะใส่สีตีไข่ให้เรื่องที่เขาเล่ามันน่าสนุกที่จะเอาไปเล่าต่อก็ได้ครับ ข้อนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าต้นเหตุมันมาจากไหนกันแน่และทุกอย่างที่โฮซอกตอบก็ยังคงเป็นความจริง โฮซอกไม่ได้โกหกเลยจริงๆ เพียงแต่ไม่ได้ระบุว่าคำว่า สนิทนั้นหมายถึงอะไร แถมโฮซอกก็ไม่รู้จริงๆว่าต้นตอของข่าวลือมันมาจากไหนกันแน่

 

งั้นเรื่องที่มีคนเห็นเธอกับอาจารย์เขาไปไหนมาไหนด้วยกันค่ำๆเธอจะอธิบายยังไง

 

อ๋อ คงเป็นวันที่ผมอยู่โรงเรียนนั่งทำการบ้านกับเพื่อนจนฟ้าเกือบมืดมั้งครับ เจออาจารย์นัมจุนก็เลยกลับด้วยกันเฉยๆ ก็อย่างที่บอกไปน่ะครับว่าบ้านอยู่ใกล้ๆกันถ้าถามถึงวันที่ไปกินข้าวที่โรงแรมด้วยกันนั้นคงตอบยาก งั้นขอพูดถึงแค่วันที่เดินกลับด้วยกันเฉยๆละกันนะครับครู

 

แล้วเรื่องในห้องน้ำ…”

 

เรื่องอะไรในห้องน้ำหรอครับ?” โฮซอกถามกลับเพราะอ.ดงฮีพูดค้างไว้

 

นี่เธอไม่รู้หรือไงอาจารย์ออกแปลกใจที่โฮซอกไม่รู้เรื่องนี้ นักเรียนเขาพูดกันว่าเธอสองคนน่ะไปมีอะไรกันในห้องน้ำโรงเรียน

 

พรึด! ฮ่าๆๆๆโฮซอกหลุดขำออกมา เขาไม่ได้กำลังเล่นละคร แต่ร่างบางขำจริงๆ ขำที่เรื่องที่ไม่เคยมีต้นสายปลายเหตุอะไรกลับกลายเป็นข่าวเมาท์ใหญ่ขนาดนี้ แค่เดินสวนกันตอนโฮซอกไปเข้าห้องน้ำยังไม่เคยเลยจะบ้าหรอ! เรื่องนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นเลยนะครับ แค่เดินเจอกันในโรงเรียนยังแทบไม่ได้มองหน้ากันเลยครับ แล้วผมจะไปทำแบบนั้นได้ยังไง

 

เฮ้อ.. งั้นก็ดีคนเป็นครูถอนหายใจ .นัมจุนเขาก็ปฏิเสธเหมือนกับเธอนั่นแหละ

 

ครับ?”

 

ก็เรื่องในห้องน้ำนั่นแหละ แล้วเรื่องที่เดินด้วยกันตอนกลางคืนเขาก็บอกว่าเดินไปด้วยเพราะเห็นฟ้ามืดแล้ว มีผู้ใหญ่กลับบ้านด้วยก็ดีกว่าปล่อยให้เด็กเดินคนเดียวอาจารย์อธิบายว่าก่อนโฮซอกจะมา เขาได้เรียกนัมจุนมาไต่ถามก่อนแล้ว จากนั้นก็เรียกคิมนัมจุนให้กลับเข้ามาในห้อง

 

            โฮซอกลอบถอนหายใจน้อยๆอย่างโล่งอกที่สอเหตุการณ์ที่ครูดงฮียกมานั้น พวกเขาได้ให้คำตอบไปเหมือนๆกัน ส่วนคำตอบอื่นของโฮซอกก็คงเพราะโฮซอกตอบกว้างๆนั่นแหละ มันก็เลยครอบคลุมคำตอบทุกอย่างของนัมจุน

 

ครูยังไม่ได้ไว้ใจพวกเธอ 100% หรอกนะ.ดงฮีเริ่มพูดอย่างตรงไปตรงมาอีกครั้ง แต่เพราะคำตอบของพวกเธอเหมือนกัน มันจึงเป็นไปได้สูงที่พวกเธอจะพูดความจริง แต่ก็นั่นแหละ เพราะพวกเธอสนิทกันมันเลยทำให้มีคนลือเรื่องของพวกเธอกัน นั่นแสดงว่าที่ผ่านมาพวกเธอวางตัวกันไม่ค่อยเหมาะสม ต่อไปนี้เธอสองคนต้องวางตัวให้เหมาะสมมากกว่านี้ ตระหนักเอาไว้ว่าอะไรควรไม่ควร...” อาจารย์ร่างท้วมเริ่มบทสั่งสอนความยาวปานกลางอย่างน้อยก็ยังไม่ถึงกับทำให้หูชา และปิดท้ายด้วยการถามพวกเขาทั้งสองกลับ “…เข้าใจไหม

 

ครับนัมจุนและโฮซอกตอบเป็นเสียงเดียวกัน

 

ส่วนเธอโฮซอกและก่อนจะปล่อยทั้งสองไป อาจารย์ร่างท้วมก็หันมาพูดกับคนเป็นนักเรียน เรื่องที่เธอโดนรังแกน่ะ ทางครูก็ต้องขอโทษด้วยที่หาตัวคนผิดมาให้ไม่ได้

 

ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ

ไม่ว่าเรื่องที่เขาลือกันจะจริงหรือไม่จริง แต่พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับเธอแบบนี้ และเธอก็เหมือนกัน ถึงเขาจะทำกับเธอแบบนี้ และก็เช่นกัน เธอก็ไม่มีสิทธิ์ตอบโต้ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่ต่างอะไรกับคนพวกนั้น

 

ครับ

 

ที่ครูมาเตือน ก็เพราะไม่อยากให้เธอมีปัญหาน่ะ แค่ตอนนี้ปัญหาของเธอก็มาพออยู่แล้ว แถมยังใกล้ช่วงสอบแล้วด้วย

 

ครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะไม่ทำแบบนั้นแน่นอนโฮซอกตอบและยกยิ้มเล็กน้อยเพื่อเป็นการยืนยันกับอาจารย์ว่าเขาเข้าใจสิ่งที่อาจารย์ร่างท้วมต้องการจะสื่อ

 

ได้ยินแบบนี้ก็ค่อยสบายใจหน่อย.. เอาล่ะ พวกเธอไปเถอะ ใกล้หมดเวลาพักแล้ว

 

แต่ถ้าเรื่องเริ่มถึงหูเหล่าอาจารย์แล้ว มันจะไม่ถึงหูผู้อำนวยการได้อย่างไร

 

            สัปดาห์สุดท้ายของการเรียนการสอน คิมนัมจุนพร้อมกับครูพี่เลี้ยงของเขาถูกเรียกเข้าพบผู้อำนวยการเพื่อสอบสวนกับข่าวเสียหายที่กำลังแพร่สะพัดไปทั่ว

 

            ผอ.ถามซักไซ้ไล่เลียงอย่างละเอียดยิบ คิมนัมจุนก็ได้แต่ตอบแบบกว้างๆไว้ก่อน แต่พอโดนจี้จุดเมื่อใด ครูชินดงฮีก็คอยช่วยพูดปฏิเสธและให้เหตุผลที่น่าฟังกับผู้มีอำนาจสูงสุดตลอด อย่างเรื่องกลับบ้านด้วยกันตอนค่ำๆ อ.ดงฮีถึงกับพูดว่าถ้าเป็นตนก็คงจะทำเหมือนกันเพราะอย่างไรเสียก็ปลอดภัยกว่าการให้เด็กกลับคนเดียว

 

ผมยังไม่เคยเห็นคิมนัมจุนประพฤติตัวไม่ดีตามที่คนเขาลือกันนะครับ และผมก็คิดว่าผอ.ไม่ควรจะเอาสิ่งที่ได้ยินมามาตัดสินว่าคนคนหนึ่งผิดโดยไม่มีหลักฐานที่หนักแน่นพอนะครับ คิมนัมจุนเริ่มสงสัยว่าทำไมครูพี่เลี้ยงของตนถึงช่วยตนมากขนาดนี้ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ยังบอกอยู่ว่าไม่ได้เชื่อคำพูดของเขากับร่างบาง 100% แต่ร่างสูงก็คร้านจะหาคำตอบ แค่อ.ดงฮีช่วยขนาดนี้ก็บุญแค่ไหนแล้ว

 

เฮ้อ…” ผอ.ในวัยกลางคนถอนหายใจ แต่จะไม่ให้ผมทำอะไรเลยก็ไม่ได้ ขอโทษด้วยนะคิมนัมจุน แต่ผมคงต้องตัดสินให้……..”

.

.

.

.

.

            วันสุดท้ายของการสอบปลายภาคไม่ใช่วันที่น่าอภิรมณ์เท่าไรสำหรับนักเรียนม.ปลายปีสุดท้าย เพราะหลังจากการสอบครั้งนี้ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังรออยู่แบบที่เรียกว่ากระชั้นชิดเอามากๆ แต่ถึงอย่างนนั้น เพื่อนๆร่วมชั้นที่ควรจะเครียดกับอนาคตของตัวเองกลับจับกลุ่มพูดคุยกันและมองมาที่โฮซอกด้วยสายตาแปลกๆ

 

            ตอนแรกโฮซอกก็คิดว่าตนน่าจะคิดไปเอง แต่หลังๆก็เริ่มแน่ใจ เพราะบางคนก็ไม่ได้ทำท่าจะปิดไม่ให้เขารู้เลยว่ากำลังนินทาอยู่

 

วันนี้ผัวไม่หิ้วมาด้วยหรออีจีอึน คู่อริตลอดกาลของโฮซอกก็ไม่พลาดที่จะเอ่ยแซะตอนเดินสวนกัน อ๋อ ลืมไป หิ้วมาไม่ได้แล้วนี่ ก็อาจารย์โดนไล่ออกไปแล้ว

 

“…” จีอึนทิ้งระเบิดเอาไว้เสร็จก็เดินหัวเราะคิกคักไปหาเพื่อน เหลือแต่โฮซอกที่ยืนอึ้งอ้าปากค้างอยู่ที่เดิม ก่อนจะถูกจีมินสะกิดเรียกสติ โฮซอกถึงกลับมาทำตัวให้เป็นปกติได้ และเก็บความกังวลไว้เพียงในใจ

 

            นอกจากช่วงนี้โฮซอกกับนัมจุนจะไม่ได้ติดต่อกันแล้ว ยังแทบไม่ได้เจอหน้ากันเลยด้วย เพราะโฮซอกต้องอ่านหนังสือสอบอย่างหนัก นัมจุนก็วุ่นๆอยู่กับรายงานของตน แม้หลังสอบปลายภาคเสร็จแล้ว โฮซอกก็ยังต้องอ่านหนังสือสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ดี ทำให้โฮซอกไม่มีเวลาไปพบคิมนัมจุนเลย ความจริงคือเวลานอนยังไม่ค่อยมีเลยต่างหาก

 

            กระทั่งการสอบทุกอย่างสิ้นสุดลง โฮซอกจึงไปหานัมจุนที่บ้านเพื่อพูดคุยถึงสิ่งที่ตัวเองเก็บความกังวลมาหลายอาทิตย์เรื่องที่จีอึนพูด แต่กดกริ่งเท่าใดก็ไม่มีใครออกมา

 

ถ้าไม่อยู่บ้านงั้นโทร.ไปดีไหมนะเสียงใสรำพึงกับตัวเอง โทร.แล้วกัน ยังไงก็ไม่ต้องปิดบังอะไรใครแล้วนี่

 

            มือเล็กไม่เสียเวลาพิมพ์หาผู้ติดต่อ แต่กดเบอร์โทรศัพท์ของคนรักลงไปอย่างคุ้นเคยและโทร.ออกทันที แต่พอได้ยินเสียงนัมจุน ร่างบางกลับเปลี่ยนใจ

 

[ไงน้องโฮป กำลังคิดถึงอยู่เลย] ไม่เรื่องใหญ่แบบนี้มันไม่ควรคุยทางโทรศัพท์สิ ร่างเล็กได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจ แต่ก็สายไปเสียแล้วในเมื่ออีกฝ่ายรับสายไปแล้ว

 

อ่า…” โฮซอกพยายามคิดอย่างเร็วที่สุดว่าควรจะพูดอะไรดี ไม่อยู่บ้านหรอ

 

[อ๋อ วันนี้พี่ออกมากับพ่อแม่น่ะ มาหาพี่ที่บ้านหรอ มีอะไรหรือเปล่าครับๆ]

 

เอ่อจะจะมาชวนไปเที่ยว อยากไปเที่ยวนึกอะไรได้ตอนนี้ก็พูดออกไปก่อน

 

[อื้ม เอาสิ อยากไปไหนล่ะ]

 

อยากไป…” คราวนี้ยากแล้วไงล่ะโฮซอก แค่อยากจะคุยด้วย คราวนี้ตอบว่าที่ไหนดีล่ะ จะบอกเดินห้างฯ หรือไปหาอะไรนั่งกินก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะกับการพูดคุยเสียเท่าไร ต้องการที่เงียบๆ คนไม่เยอะมาก ถ้าให้ดีก็มีที่ให้นั่งได้

 

[อยากไปไหนล่ะ?] เสียงทุ้มถามย้ำ

 

อ๋อ! อยากไปหอศิลป์ฯอะ จะมาชวนไปเดินถ่ายรูปอยู่ๆสถานที่นี้ก็ผุดขึ้นมาในหัว ซึ่งก็น่าจะพอได้อยู่

 

[อ๋อ เอาสิ พรุ่งนี้เลยมั้ย]

 

ครับ

 

[โอเค งั้นเจอกันนะ เดี๋ยวพี่ไปหาที่บ้าน]

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

            โฮซอกพยายามหาจังหวะที่เหมาะสม แต่กว่าจะเจอก็คือตอนลงมาชั้นใต้ดินที่พื้นที่เล็กกว่าและมีงานศิลปะจัดแสดงอยู่ไม่กี่ชิ้น ประกอบกับเพราะเป็นวันธรรมดา ตรงนั้นจึงไม่มีคนเลย นี่แหละ จังหวะที่โฮซอกต้องการ!

 

พี่ร่างสูงหันมามองตามเสียงเรียก ดวงตาใสที่เขาชอบบัดนี้เต็มไปด้วยประกายของน้ำตา นี่โดนไล่ออกไม่คิดจะบอกกันเลยหรอ

 

หืม ใครบอก

 

จีอึน…” ดวงตากลมมองคนตัวสูงกว่า พอน้ำตาที่เอ่ออยู่เริ่มไหลออกมาทีละน้อย ก็หลุบตามองปลายเท้าตัวเองอย่างรู้สึกผิด ขอโทษนะครับ ที่ทำให้ต้องเป็นแบบนี้ ฮึก.. ทั้งที่มันเป็นความฝันของพี่แท้ๆ

 

พูดเรื่องอะไรน่ะ พี่ไม่ได้โดนไล่ออกนะ ผอ.ก็รู้เท่าที่อาจารย์ดงฮีรู้นั่นแหละร่างสูงมองคนตัวเล็กกว่าด้วยความงุนงง แต่พอได้ยินชื่อที่มาข่าวก็พอจะจำได้ว่าแฟนของตนกับคนที่ชื่อจีอึนนั้นไม่ค่อยถูกกัน จึงเป็นไปได้สูงที่โฮซอกจะถูกหลอก

 

หืม?” ร่างบางช้อนสายตากลับมามองคนตัวสูงกว่าอีกครั้ง

 

ที่หลังๆหายไปคือผอ.ไม่ให้มาสอนแล้ว ให้มาแค่วันตรวจข้อสอบ แล้วก็ต้องฝึกสอนซ่อมอีก 1 เทอม แค่นั้นเอง แต่ที่ไม่บอกเพราะไม่อยากให้คิดมาก ขอโทษนะมือหนายกขึ้นมาเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าสวยขณะที่พูดไปด้วย

 

อ่าว หรอ…”

 

อื้มนัมจุนยิ้มเพื่อให้โฮซอกรู้ว่าเขาไม่เป็นอะไรจริงๆ

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะมือเรียวยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาของตัวเองอีกที ถ้าผอ.รู้เท่าที่อ.ดงฮีรู้จะสั่งให้พี่ไปฝึกสอนซ่อมได้ยังไง หลักฐานก็ไม่มี

 

ก็เพราะพี่เป็นครูแท้ๆ แต่กลับปล่อยให้ตัวเองมีข่าวลือเสียหายกับนักเรียนเสียได้ไง การที่ครูจะมีข่าวลือแบบนี้มันก็ไม่ดีเท่าไร ก็เลยต้องซ่อมน่ะ ผอ.จะไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้นี่ ถูกมั้ย

 

งี้ทำพี่นัมจุนจบช้าไปอีกปีเลยสิ ขอโทษนะกลีบปากบางเบะลงอีกครั้ง

 

อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ปีเดียวเอง ไม่เห็นเป็นไรเลยมือหนาทั้งสองหยิกแก้มกลมของคนรักตัวเล็กขึ้นให้ดูเหมือนรอยยิ้ม แถมนี่ไง โฮซอกจบแล้ว เราก็กลับมาเป็นปกติได้แล้วนี่ไง

 

งื้อ อย่าหยิกสิร่างบางสะบัดหน้าหนีดมือใหญ่ ว่าแต่ จริงหรอ ที่เรากลับมาเหมือนเดิมได้แล้วน่ะ

 

ก็ อย่างให้พวกครูหรือผอ.รู้ก็พอเสียงทุ้มตอบ

 

เย่!” ร่างบางโผเข้ากอดคนตัวสูงทันที แขนเรียวโอบรอบเอวสอบด้วยความคิดถึง ฝังใบหน้าลงไปบนไหล่ของคนรัก

 

            นัมจุนกอดตอบและลูบหัวโฮซอกช้าๆอย่างอ่อนโยนให้สมกับที่คิดถึงอีกฝ่ายมานาน ริมฝีปากหนากดจูบลงไปบนกลุ่มผมนุ่ม กลิ่นหอมอ่อนๆอันเป็นเอกลักษณ์ของโฮซอกลอยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นที่ทำให้นัมจุนรู้สึกสบายใจและผ่อนคลาย

 

เออนี่พักหนึ่งนัมจุนก็ดันโฮซอกออกห่างจากตัวเล็กน้อย มือใหญ่ล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง เตรียมไว้นานแล้ว แค่ยังหาจังหวะให้ไม่ได้ งั้นเป็นตอนนี้เลยละกันเนอะ

 

            แหวนเงินเรียบๆสองวงถูกล้วงออกมา พอโฮซอกเห็นก็ได้แต่อ้าปากค้างจนนัมจุนที่เห็นสีหน้านั้นอดรู้สึกเอ็นดูไม่ได้ นัมจุนค่อยๆสวมแหวนวงเล็กกว่าเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของอีกคนช้าๆ สัมผัสเย็นๆของโลหะเป็นสิ่งที่บอกโฮซอกว่าเขาไม่ได้กำลังฝันไป

 

ขอจองตัวไว้ก่อนนะครับนัมจุนพูดอย่างขี้เล่นและยกยิ้มมุมปาก ใส่ให้พี่บ้างสิ

 

            โฮซอกทำได้แค่พยักหน้ารัวๆและรับแหวนอีกวงไปสวมให้บนนิ้วเดียวกันของคิมนัมจุน น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วกลับออกมาอีกครั้ง และมากกว่าครั้งแรกด้วย ทำให้นัมจุนต้องโอบกอดคนรักเอาไว้

 

ฮึก.. ขอบคุณนะครับพี่นัมจุน ขอบคุณมากๆโฮซอกตระหนักได้ในวันนี้ว่าเขาไม่มีทางหาใครที่ดีกว่านัมจุนให้เข้ามาในชีวิตของเขาอีกแล้ว คนคนนี้คือคนที่เขาจะฝากชีวิตไว้ด้วยได้ คิมนัมจุนผู้แสนใจดี ใจเย็น และให้อภัยเขาเสมอ นั่นทำให้โฮซอกอยากจะอยู่กับนัมจุนไปอีกนานๆเพื่อตอบแทนทุกๆสิ่งที่นัมจุนเคยให้กับตนและอยากจะให้นัมจุนให้ได้เหมือนที่อีกฝ่ายให้เขาบ้าง

 

สัญญา.. น้องโฮปจะอยู่กับพี่นัมจุนตลอดไป จะรักพี่นัมจุนตลอดไปเลยเสียงอู้อี้เพราะคนพูดซุกหน้ากับไหล่กว้างของอีกคนอยู่ทำให้คนฟังอดยิ้มไม่ได้และต่อจากนี้คิมนัมจุนก็คงจะได้ยิ้มแบบนี้ไปอีกนานแสนนาน












the end


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ครบซะที เห้อออออ ยาวจังแฮะ ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ คือฟิคเรื่องนี้คือลั่นมาก แบบ ฟิคสนองนี้ดตัวเอง5555555555555555555555555 อาจจะน่าเบื่อหรืองงๆไปนิดก็ขอโทษด้วยค่ะ _/|\_


ขออธิบายชื่อเรื่องนิสนึงนะคะ Das Geheimnis (ดาส เกะไฮม์นิส) เป็นภาษาเยอรมัน แปลว่า ความลับ ค่า


-หากมีคำผิดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้-

ผลงานอื่นๆ ของ Kiratar

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. #7 wrt
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 03:40

    ตอนน้องเขาถามว่า ทำไมๆๆ แง้งงง ปวดใจเลย หื่ออออออ

    #7
    0
  2. #6 Kenamu
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 14:41

    กลั้นน้ำตาไม่ไหวแล้วค่ะ ฮึก ดีจังงง;____;

    #6
    0
  3. #5 เจ้าหญิงแกรนนีเวีย์
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 12:21

    แงงงงงงง ทำไมเศร้า อยากเดินเข้าไปตบหน้า-พวกที่นินทาโฮปมากๆเลยง่ะ โกรธแทนอ่ะ ฮือออออ

    #5
    0
  4. #4 SaiRung'za (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 21:00
    แงงงงงง ไม่อยากยังมีคนรู้เลย กลัวม่า น้องโฮปน่ารักกกกกก พี่นัมจุนก็ไมโครเวฟเว่อๆ ติดตามนะคะ
    #4
    0
  5. วันที่ 6 มกราคม 2562 / 10:27
    รอค่าา
    #3
    0
  6. #2 ppawika (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 12:00
    บางทีก็สงสารนะะะะะ เขาอาจจะสนิทกัน รู้จักกัน รักกันมาก่อนที่นัมจุนจะมาเป็นครูฝึกสอนที่นี้อีก แต่พอมาเป็นแบบนี้ก็แย่เลย สงสารหนูโฮปปปป
    #2
    0
  7. วันที่ 3 มกราคม 2562 / 22:00
    รอนะคะ~~~~
    #1
    0