นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

{OS} Sex on the beach [SungPil of Day6]

โดย Kiratar

ฉันแพ้ให้เธอทุกทาง... เธอเป็นคนเดียวที่ฉันจะยอมทุกอย่าง

ยอดวิวรวม

666

ยอดวิวเดือนนี้

6

ยอดวิวรวม


666

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


24
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  11 มิ.ย. 61 / 00:05 น.
นิยาย {OS} Sex on the beach [SungPil of Day6]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องนี้เป็น ชxช
เนื้อหาเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง ไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด
ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านและให้ความสนใจ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
เขียนคอมเมนท์เป็นกำลังใจ หรือ มีจุดไหนที่อยากให้ปรับปรุงก็คอมเมนท์บอกกันได้ทุกอย่างเลยนะคะ







Characters



Kim Wonpil




Park Sungjin



---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ถ้านิยายมันมีปัญหา ให้เสิร์ชชื่อเรื่องเข้าไปในกูเกิ้ลได้เลยนะคะ อ่านในหน้าเว็บได้ตามปกติ ไม่รู้ของทุกคนเป็นมั้ย แต่ของไรท์ ตัวเนื้อเรื่องบางครั้งมันไม่โชว์ในแอพอ่านนิยายอ่าTT ^ TT ขออภัยในความไม่สะดวกจริงๆนะคะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 มิ.ย. 61 / 00:05



ร้านเท่ว่ะ

 

นั่นสิพี่ซองจินคิมวอนพิลตอบพัคซองจินแฟนหนุ่มตัวสูงของตนขณะเดินเข้ามาในร้านขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กร้านหนึ่ง ร้านนี้มีเครื่องดื่มจำหน่ายหลากหลายชนิด ทั้งกาแฟ ผลไม้ปั่น เหล้าเบียร์ ไปจนถึงค็อกเทล แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดให้ทั้งสองก้าวเข้ามาในร้านนี้

 

            การตกแต่งร้านเป็นแนวร็อคโทนดำแดงและเพลงร็อคที่เปิดคลออยู่ต่างหากที่ดึงดูดให้พัคซองจิน คนที่หลงใหลในดนตรีร็อคต้องก้าวเข้ามา นอกจากนี้ก็อาจเพราะอากาศร้อนในยามบ่ายของหน้าร้อนด้วยที่ทำให้ทั้งคู่อยากหาที่แวะพักขณะท่องเที่ยว แม้ว่าร้านนี้จะไม่ใช่ร้านหรูหราที่ติดเครื่องปรับอากาศ แต่มันก็ให้บรรยากาศที่เข้ากับการมาเที่ยวเกาะแบบนี้ดีเหมือนกัน

 

เชิญครับ รับอะไรดีครับพนักงานหนุ่มหน้าหวานที่อยู่หลังเคาน์เตอร์เอ่ยต้อนรับอย่างสุภาพ

 

พี่ซองจิน ผมอยากดื่มค็อกเทลคนตัวเล็กหันไปอ้อนแฟนหนุ่ม

 

ก็เอาสิพัคซองจินตอบนิ่งๆโดยไม่มองหน้าแฟนตัวเล็กของตนเลย เขามัวแต่ให้ความสนใจการนำอะไหล่รถมอเตอร์ไซค์มาประดับตกแต่งร้านและเพลงร็อคที่เปิดอยู่มากกว่า

 

เอา Blue Margarita แก้วนึงครับวอนพิลหันไปสั่งกับบาร์เทนเดอร์ตัวขาวคนเดิม ถึงแฟนหนุ่มจะไม่ได้ดูสนใจใยดีอะไรตนเท่าไรทั้งที่ทริปนี้คือทริปที่ตั้งใจว่าจะมาใช้เวลาร่วมกัน เพราะวอนพิลก็พอจะเข้าใจอยู่ว่าแฟนหนุ่มของตนนั้นเป็นคนนิ่งๆ ขรึมๆ อยู่แล้ว ซองจินไม่ใช่คนโรแมนติกหรือชอบทำตัวหวานแหววอะไร ตลอด 1 ปีที่คบกันมาซองจินก็ไม่ค่อยจะทำเซอร์ไพรส์หวานๆให้อยู่แล้ว แต่ร่างสูงก็เป็นฝ่ายที่มักจะยอมตามใจแฟนตัวเล็กเสมอ

 

ครับผม สักครู่นะครับบาร์เทนเดอร์ตัวขาวพยักหน้ารับแล้วหันไปชงเครื่องดื่มให้ลูกค้าตัวเล็ก

 

พี่ไม่ดื่มอะไรหรอวอนพิลหันหน้าไปถามคนรักด้วยเสียงใสๆ

 

ไม่อะแฟนหนุ่มก็ยังตอบมาห้วนๆเหมือนเดิม บางทีวอนพิลก็แอบคิดนะว่าคุยกันดีๆ หวานๆเหมือนคู่อื่นสักวันมันจะตายไหม แต่ก็เพราะความสุขุมของซองจิน ความไม่ยอมใคร ความเป็นตัวของตัวเองของซองจิน แต่สุดท้ายก็ยอมอ่อนให้กับวอนพิลนั่นแหละ ที่ทำให้วอนพิลหลงรักคนคนนี้

 

โห เพลงนี้มันเป็นเพลงร็อคที่ดังมากสมัยก่อนเลยนะอยู่ๆพัคซองจินก็เปลี่ยนเรื่องมาพูดถึงเรื่องเพลงที่ถูกเปิด วงที่ร้องเพลงเนี้ยนะ…”

 

            พอเป็นแบบนั้น วอนพิลก็แอบถอนหายใจน้อยๆ พอแฟนหนุ่มของตนได้พูดถึงเรื่องดนตรีร็อคเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครหยุดความหลงใหลในดนตรีของคนคนนี้อยู่ ลองได้พูดแล้วละก็ ถ้ามีใครมีความอดทนพอที่จะจดทุกคำพูดออกมา วอนพิลคิดว่ามันคงได้ยาวกว่าประมวลกฎหมายอาญาทั้งเล่มแน่ ซองจินจะชอบพูดถึงเพลงร็อคดังๆ ไม่ก็ประวัติวงร็อคของอเมริกาที่เขาชอบ แถมยังบรรยายได้อย่างละเอียดอีกต่างหาก

 

คิมวอนพิลเคยฟังพัคซองจินนั่งเล่าเรื่องพวกนี้มาหลายครั้งมากๆแล้ว แต่ตัวเนื้อหาที่ซองจินพูดนั้นไม่เคยอยู่ในหัวสมองของวอนพิลเลย แม้แต่ชื่อนักร้องที่พัคซองจินพูดถึงบ่อยๆเขายังจำไม่ค่อยได้เลย คงเพราะวอนพิลจะอินกับเพลงแนว R&B หรือไม่ก็พวกเพลง Classic มากกว่าเพราะเขาเป็นคนเล่นเปียโน

 

“Blue Margarita ได้แล้วครับบาร์เทนเดอร์หน้าหวานยกเครื่องดื่มสีฟ้ามาเสิร์ฟ ราวกับเป็นเครื่องช่วยชีวิตสำหรับวอนพิล คนตัวเล็กรีบเบนความสนใจไปที่เครื่องดื่มทันที

 

ลองชิมไหมพี่ร่างเล็กเอ่ยชักชวนร่างสูง เผื่อว่าแฟนหนุ่มจะหยุดเรื่องดนตรีไว้ก่อนแล้วหันมาสนใจเครื่องดื่มแทน ซึ่งก็เป็นผล ซองจินหยุดเรื่องเพลงร็อคเอาไว้ตรงที่นักร้องนำของวงอะไรสักวงฆ่าตัวตาย แล้วก็รับเครื่องดื่มจากวอนพิลไปจิบ

 

อืม ใช้ได้นะ ราคาไม่แพงมากด้วยซองจินว่า วอนพิลก็พยักหน้าเห็นด้วย

 

 

 

 


 

 

 









ทำไรอยู่พี่วอนพิลเดินออกมาจากห้องน้ำในเสื้อยืดสีขาวล้วนกับกางเกงวอร์มสีดำ ผ้าขนหนูผืนเล็กของรีสอร์ตพาดอยู่บนหัวโดยมีมือเล็กๆนั้นคอยซับน้ำจากผม

 

ฟังเพลงของวงที่พี่ชอบไง กะว่ากลับบ้านไปจะไปแกะกีตาร์เพลงนี้ร่างสูงที่นั่งดูโทรศัพท์เสียบหูฟังข้างหนึ่งอยู่บนเตียงตอบคำถาม

 

            วอนพิลกะแล้วว่าคงไม่พ้นเรื่องนี้ เขาเชื่อว่าความหลงใหลในดนตรีร็อคของแฟนเขานี่คงไม่มีใครเกินแล้ว ขนาดหนังเรื่องแรกที่ซองจินชวนเขาไปดูที่ห้องของเจ้าตัวยังเป็นเรื่อง School of Rock เลยให้ตายเหอะ! แต่ถึงอย่างนั้นวอนพิลก็เข้าใขว่ามันเป็นความชอบส่วนตัวของแต่ละคน คนตัวเล็กก็เลยตัดสินใจชวนคุยเรื่องนี้ต่ออีกนิดหน่อย ซองจินจะได้ไม่คิดว่าวอนพิลเอือมระอาหรืออะไร

 

วงไรนะพี่ ที่พี่ชอบอะ ผมจำไม่ได้สักทีแต่วอนพิลก็ต้องมานึกเสียใจทีหลัง เพราะเขาคิดผิด

 

พี่พูดถึงตั้งหลายครั้ง ทำไมจำไม่ได้น้ำเสียงทุ้มของร่างสูงเริ่มมีความน้อยใจผสมความไม่พอใจแฝงออกมา

 

ก็ผมไม่ได้ชอบร็อคแบบพี่นี่นา พี่ไม่เห็นต้องทำเสียงแบบนั้นเลยคนตัวเล็กใจเสียไปวูบหนึ่งแต่ก็พยายามใช้น้ำเสียงขี้เล่นแบบเดิมเผื่อว่าจะดึงสถานการณ์ให้กลับมาดีได้ เขาไม่อยากจะทะเลาะกับแฟนในทริปที่ตั้งใจจะมาใช้เวลาร่วมกันแบบนี้

 

แต่พี่เป็นแฟนนายนะ นายจะไม่จำหน่อยหรอว่าแฟนนายชอบอะไรเสียงของซองจินแข็งขึ้น คราวนี้เหมือนมีความโกรธผสมอยู่ด้วย

 

โห่ ก็เวลาพี่พูดถึงร็อคทีพี่ก็พูดถึงตั้งหลายคน หลายวง ผมจะไปจำได้ได้ไง

 

แต่ถ้านายใส่ใจหน่อยอย่างน้อยนายก็น่าจะรู้นะว่าอะไรที่พี่ชอบหรือไม่ชอบ พี่เห็นหลายทีเลยนะที่นายทำเป็นหูทวนลมแต่ไม่ได้ตั้งใจจะฟังสิ่งที่พี่พูด ไม่ใช่แค่เรื่องนี้นะ แต่เรื่องอื่นอย่างเวลาพี่เล่าเรื่องเพลงที่พี่แต่ง เรื่องเพื่อนในวงพี่ให้ฟังนายก็ไม่เคยใส่ใจคนพูดน้อยเหมือนมาถึงจุดที่ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป ซองจินพูดสิ่งที่เขาอยากพูดมานานออกมาทั้งหมดให้นายไล่ชื่อสมาชิกวงพี่ตอนนี้พี่ว่านายก็ยังไล่ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เวลาให้สั่งข้าวมาเผื่อ นายยังสั่งไม่ถูกเลยว่าพี่ชอบกินอะไร

 

ก็คนมันไม่อินอะ ผมไม่ได้ชอบเพลงร็อค เพื่อนพี่ผมก็เคยเจออยู่ครั้งเดียว รู้จักมักจี่ไหมก็ไม่ พี่เล่นเล่ามาเป็นชุดแบบนั้นใครมันจะไปจำได้วะพอถูกแฟนหนุ่มปล่อยโทสะใส่ ความอดทนของคนตัวเล็กก็ลดลงเช่นกัน ทีแรกที่กะว่าจะเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ตอนนี้คงต้องพับแผนนั้นเก็บไปเสียแล้ว เอาจริงสิ่งที่พี่พูดๆมาอะผมก็ไม่เคยจำได้หรอก

 

นายไม่อิน หรือพี่มันสำคัญไม่พอให้นายใส่ใจกันแน่วะซองจินกดเสียงต่ำแข็งกร้าวออกมา

 

แล้วพี่เคยทำตัวให้มันน่าใส่ใจป้ะล่ะ!” เสียงใสตะโกนกลับ เวลาผมชวนไปกินข้าว พอให้พี่เลือกว่าอยากกินอะไรพี่ก็ไม่ยอมเลือกแล้วปล่อยให้ผมเลือก ให้ผมนั่งเดาใจพี่อยู่ได้! เวลามีอะไรก็ชอบเงียบ อยากได้อะไรก็ไม่ยอมพูดกันตรงๆ ใครมันจะไปตรัสรู้วะว่าพี่ต้องการอะไรกันแน่อะ!” น้ำใสๆเริ่มรื้นขึ้นมาที่หน่วยตาของวอนพิล

 

อ๋อ ตกลงคือเวลาพี่ยอมเราคือพี่ผิดใช่ป้ะร่างสูงเริ่มประชดประชันเพราะโทสะ

 

“…” วอนพิลกัดฟันเพราะเสียใจที่อีกฝ่ายพูดแรงกับตนอีกแล้ว ทุกครั้งที่ทะเลาะกันร่างเล็กก็มักจะโดนคำพูดเจ็บแสบของอีกฝ่ายทำร้ายเสมอ ที่ผ่านมาเขาก็ได้แต่อดทนมาตลอด แต่ครั้งนี้วอนพิลจะไม่ยอมอีกแล้ว ทำตัวเข้าถึงยาก รอให้คนอื่นเข้าหาก่อน พออะไรไม่ถูกใจก็ชอบพูดแรงๆ ผมต้องเป็นฝ่ายเข้าหาก่อนตลอด ต้องเป็นคนคอยถาม คอยใส่ใจพี่ก่อนตลอด มันเหนื่อยนะเว่ย!! แล้วพี่อะ เคยเข้าใจผมบ้างป้ะ เคยถามผมบ้างมั้ยว่าผมรู้สึกยังไง เคยถามมั้ยว่าวันนี้ผมทำงานเป็นยังไงบ้าง เคยสนใจมั้ยว่าผมกินข้าวรึยัง เคยรู้มั้ยว่าบางวันผมทำงานจนดึกดื่นเพื่อที่วันต่อไปจะได้ไปเที่ยวกับพี่ได้ ก็ไม่! ผมต้องเป็นคนพูด ต้องเป็นคนเริ่มบทสนทนาก่อนทุกครั้งอ่ะ ถ้าพี่คิดว่าพี่ใส่ใจผม พี่สนใจผม พี่รู้มั้ยว่าตลอดมาผมต้องปรับตัว ต้องอดทน ต้องเครียด ต้องเหนื่อยที่จะประคองความสัมพันธ์ของเราเอาไว้แค่ไหนอะ ฮึก..”

 

“…” ไม่รู้ว่าเพราะน้ำตา หรือเพราะความจริงที่วอนพิลเพิ่งพูดออกมากันแน่ที่ทำให้ซองจินพูดไม่ออก

 

คิดว่าการที่พี่แค่ยอมตามใจผมหลายๆเรื่องมันเรียกว่าใส่ใจหรอฮึก.. ผมว่าไม่ว่ะพี่คนตัวเล็กปาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ คว้ามือถือกับกระเป๋าสตางค์ สวมรองเท้าผ้าใบของตนแล้วออกจากรีสอร์ตไปอย่างรวดเร็ว

 

            คนตัวเล็กเดินตามฟุตบาธไปเรื่อยๆ เขาไม่ได้เดินไปอย่างไร้จุดหมาย โชคดีที่สถานที่ที่ผุดขึ้นมาในหัวของคิมวอนพิลตอนนี้อยู่ไม่ไกลจากรีสอร์ตเกินกว่าที่จะเดินไปได้ ประมาณ 5 นาที ร่างเล็กก็พาตัวเองมาถึงร้านที่เขามาเมื่อตอนบ่ายวอนพิลไม่ได้มาเพราะพิศวาสความเป็นร็อคของที่นี่ เพียงแต่มาหาค็อกเทลดื่มเท่านั้น

 

พี่ครับ เอาค็อกเทลตัวที่แรงที่สุดมาเลยครับเสียงใสที่ตอนนี้ฟังดูไร้ชีวิตชีวาเอ่ยสั่งด้วยแววตาเลื่อนลอย วอนพิลนั่งบนเก้าอี้บาร์แล้วทิ้งร่างกายส่วนบนฟุบกับบาร์อย่างปวกเปียก

 

            บาร์เทนเดอร์หน้าหวานจำลูกค้าคนนี้ได้ แต่พอเห็นสภาพที่ต่างจากเมื่อตอนบ่ายโดยสิ้นเชิงของวอนพิล คนตัวขาวก็เลือกที่จะชงเครื่องดื่มตามสั่งของอีกฝ่ายไปก่อนโดยไม่พูดอะไร

 

ได้แล้วครับไม่นานเครื่องดื่มก็ถูกนำมาเสิร์ฟ และบทสนทนาก็ถูกเริ่มขึ้น โชคดีที่ในร้านไม่มีลูกค้าคนอื่น บาร์เทนเดอร์หน้าหวานจึงสามารถสละเวลามาคุยกับวอนพิลได้ คุณครับ โอเคหรือเปล่าครับ

 

อึกๆคิมวอนพิลกระดกค็อกเทลทีเดียวจนหมดแก้ว ร่างเล็กหลับตาปี๋นิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะแอลกอฮอล์ที่ตีขึ้นจมูก จากนั้นจึงหันไปตอบบาร์เทนเดอร์ ไม่ต้องเรียกผมสุภาพหรอกครับพี่ พูดธรรมดาเลยเถอะ

 

จะดีเหรอครับ

 

ดีครับพี่ ผมกำลังอยากได้คนคุยด้วยแววตาใสสบมาที่บาร์เทนเดอร์ตัวขาว แต่คนถูกมองรู้สึกราวกับว่าดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองเขา เพียงแต่มาหยุดที่เขาเท่านั้น เอาแบบนี้มาอีกแก้วครับ

 

งั้นก็ได้งั้นแนะนำตัวก่อนแล้วกัน พี่ชื่อคิมจินอูนะ บาร์เทนเดอร์ตัวขาวยอมและกล่าวแนะนำตัวขณะที่ชงเครื่องดื่มเพิ่มตามที่คนตัวเล็กต้องการ

 

ผมคิมวอนพิลครับ

 

แล้วตกลงมีเรื่องอะไรหรือเปล่า

 

ทะเลาะกับแฟนมาครับ

 

อ่า…” จินอูกำลังคิดว่าควรพูดอะไร แต่ยังไม่ทันจะตัดสินใจได้ คนเศร้าก็เริ่มเล่าเรื่องของตัวเองออกมา

 

            วอนพิลเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบให้จินอูฟัง มีเล่าเรื่องนิสัยส่วนตัวกับการทำตัวเวลาอยู่ด้วยกันเพิ่มบ้างให้อีกคนไม่งง จินอูก็ได้แต่รับฟังและพยักหน้ารับเป็นช่วงๆ ขณะที่วอนพิลเล่า ค็อกเทลก็หมดไปทีละแก้วๆ จนเมื่อเรื่องจบ แก้วที่ 5 ก็พร่องไปครึ่งหนึ่ง

 

แม่ง.. ฟังดูเหมือนจะทะเลาะกันเรื่องงี่เง่านะพี่ แต่เอาจริงมันน่าหงุดหงิด แล้วก็น่าน้อยใจด้วยอะ เหมือนเขาจะแคร์ผมน้อยลงกว่าตอนที่คบกันใหม่ๆ มันคือช่วงหมดโปรหรอพี่วอนพิลพูดจบก็ส่งเครื่องดื่มอีกอึกหนึ่งลงคอ

 

พี่ก็ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นช่วงหมดโปรหรืออะไรหรือเปล่า แต่บางทีเขาอาจจะอยากให้พื้นที่ส่วนตัวกับน้องก็ได้นะ แล้วถ้าน้องบอกว่าน้องต้องเหนื่อย ต้องอดทนขนาดนั้น แล้วทำไมน้องไม่เลิกล่ะจินอูถามเสียงนุ่มๆ ไม่ได้จะยุให้คนรักแตกแยกกัน เพียงแค่เขาอยากรู้เหตุผลก็เท่านั้น

 

ผมรักเขาครับพี่ ถึงตลอดเวลาที่คบกันผมจะรู้สึกเหมือนเป็นคนเดียวทีต้องคอยวิ่งตาม คอยระแวงว่าเดี๋ยวจะไปทำอะไรไม่ถูกใจเขา รู้สึกเหมือนเขาคือคนที่ทำอะไรก็ได้โดยไม่ผิด ส่วนผมก็ได้แต่รองรับอารมณ์เขาตลอด แต่ผมก็ยังรักเขาอะ ฮึก..” พอนึกถึงสิ่งที่ตนต้องแบกรับมาตลอด น้ำตาเจ้ากรรมก็พาลไหลออกมาอีก แล้วผมก็รู้สึกนะว่าเขาก็ยังรักผมอะ ผมรู้ว่าเขาเป็นคนแข็งๆ ถึงเขาจะดูเหมือนแคร์ผมน้อยลง แต่ผมก็ยังเป็นคนที่เขาทรีทอย่างอ่อนโยนที่สุดเสมอ

 

“…”

 

พี่รู้ป้ะ เมื่อตอนบ่ายที่ออกจากร้านพี่ไป ผมยังพูดกับเขาอยู่เลยว่าถ้าเราจะจัดงานแต่งงานผมอยากพาเขามาถ่ายพรีเวดดิ้งที่ร้านพี่ แต่มาตอนนี้กลายเป็นว่าผมต้องมานั่งร้องไห้ที่นี่คนเดียวอะ ฮึก.. ตลกดีเนอะ

 

น้องลองกลับไปคุยกันดีๆมั้ย ถ้าเขายังรักน้องอยู่ ยิ่งน้องหายตัวมาแบบนี้เขาต้องฟังน้องแน่ เปิดอกคุยกัน เคลียร์กันให้จบ แล้วต่อจากนี้ก็เริ่มใหม่จินอูเสนอแนวทางให้อีกฝ่าย เผื่อจะทำให้วอนพิลรู้สึกสบายใจขึ้นได้บ้าง

 

ไม่หรอกพี่ คนอีโก้สูงแบบพี่ซองจินอะ ไม่ยอมเปิดอกคุยกับใครง่ายๆหรอกวอนพิลเช็ดน้ำตาด้วยทิชชู่ที่จินอูยื่นให้

 

แต่ถ้าน้องคือคนที่เขารัก พี่ว่าเขาน่าจะยอมเปิดใจให้น้องนะ อีกอย่างน้องก็ได้พูดความรู้สึกออกไปบางส่วนแล้วด้วย พี่ว่าเขาคงจะยอมฟังแหละ

 

ไม่รู้ดิพี่ แต่ผมหนีมาขนาดนี้เขายังไม่โทร.หาผมสักสายเลยนะพูดจบ ค็อกเทลที่เหลือก็ถูกส่งลงคอ ใบหน้าวอนพิลเป็นสีแดงระเรื่อน้อยๆเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ คำพูดเริ่มไม่ชัดถ้อยชัดคำเท่าไร

 

เพราะเขารู้ไงว่าโทร.มาน้องก็ไม่รับจินอูว่า

 

“…” วอนพิลเงียบ เพราะมันก็จริงอย่างที่อีกฝ่ายว่า ถึงซองจินโทร.มาเขาก็คงตัดสายทิ้งอยู่ดี

 

เขาถึงส่งข้อความมาแทนนั่นไง

 

ข้อความเดียว ห้วนๆ กลับมาหาพี่แค่นี้อะนะ คนอะไรบ้าอำนาจ ดีแต่สั่งคนอื่นร่างเล็กสวน

 

เราจะไปเดาอารมณ์ของเขาจากตัวอักษรได้ยังไง อีกอย่าง พี่ว่าเขาส่งข้อความมาแบบนี้เขาคงจะมีอะไรอยากคุยกับน้องนะ

 

ไม่ก็อาจจะอยากเรียกผมไปด่าดวงตาของวอนพิลจ้องไปที่ค็อกเทลแก้วที่ 6 อย่างเลื่อนลอย

 

“…”

 

เฮ้อน่าขำเนอะพี่ ทะเลาะกันแค่เพราะผมจำไม่ได้ว่าเขาชอบศิลปินร็อคคนไหนอะ เหอะวอนพิลแค่นหัวเราะอย่างสมเพชในความสัมพันธ์ของตน หรือว่าผมควรเลิกกับเขาดีให้เขาไปเจอคนที่ทำให้เขามีความสุขได้มากกว่านี้แววตาประชดตัวเองแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนลงและความลังเลไม่แน่ใจ

 

น้อง น้องเคยเห็นเขาพูดเรื่องดนตรีร็อคกับคนที่ไม่ชอบร็อคคนอื่นนอกจากน้องมั้ยน้ำเสียงจินอูครั้งนี้จริงจังกว่าครั้งไหนๆ

 

ไม่นะ..”

 

แล้วน้องจำได้มั้ยว่าตอนพูด แฟนน้องเขาเป็นยังไง

 

พูดน้ำไหลไฟดับ พูดอย่างกับเป็นคอร์สประวัติดนตรีร็อค ยิ้มหน้าบานตอนพูดถึงเพลง ตานี่เป็นประกายเชียวตอนพูดถึงวงที่ชอบ

 

ฟังดูเขามีความสุขนะจินอูว่าต่อ

 

“…”

 

พี่ว่าเขากำลังพยายามแชร์ความสุขของเขากับน้องนะ วอนพิล

 

“…” วอนพิลนิ่งไป มือที่ถือแก้วค็อกเทลเตรียมกระดกลงคอถึงกับต้องวางลง

 

ถึงเขาจะเป็นคนแข็งๆ หยาบๆไปหน่อย แต่พี่ว่าสิ่งที่เขากำลังทำคือเขากำลังพยายามแชร์ความสุขของเขาร่วมกับน้องนะ

 

“…จริงหรอพี่

 

อื้ม

 

แล้วผมก็ดันไปรำคาญเจตนาดีของพี่ซองจินค็อกเทลแก้วที่ 6 ถูกกระดกลงคอจนหมด

 

ถึงน้องจะจำไม่ได้ว่าแฟนน้องพูดอะไรบ้าง แต่ที่น้องพูดมา น้องจำได้ดีเลยนะว่าตอนแฟนน้องพูดเรื่องนี้กับน้องเขาฟังดูมีความสุขมากๆ แถมน้องยังเป็นคนเดียวที่เขาพยายามจะแชร์มันด้วยกันด้วย

 

“…ฮึก

 

เขาอาจจะแค่แสดงออกไม่เก่ง แสดงออกมาผิดวิธีไปหน่อย แต่พี่ว่าถ้าน้องไปปรับความเข้าใจกับแฟน ทุกอย่างจะดีขึ้นนะ

 

ฮึกฮึก…” วอนพิลคิดตามคำพูดของบาร์เทนเดอร์แล้วย้อนนึกถึงสิ่งดีๆที่คนรักเคยทำให้ ตอนที่คนรักเคยช่วยเหลือตนไว้จากพวกอันธพาลซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ทั้งคู่เริ่มคบกัน เพราะซองจินปกป้องเขาแล้วพูดกับพวกอันธพาลไม่ให้มายุ่งกับวอนพิลอีกโดยเรียกวอนพิลว่าเป็นแฟนของตน วันครบรอบ 100 วันที่คบกันที่วอนพิลอุตส่าห์ตั้งใจนับวันมาว่าวันนี้จะต้องมีกิจกรรมพิเศษกับคนรัก แต่ซองจินกลับไม่รู้ว่านั่นคือวันครบรอบ แต่ก็ยังยอมพาวอนพิลไปดินเนอร์หรูๆทั้งที่ปากบอกว่าครบรอบ 100 วันมันฟังดูไร้สาระ นึกถึงตอนที่ซองจินซื้อแหวนคู่มาให้แต่กลับมอบให้เขาอย่างไม่โรแมนติกเอาเสียเลย และวอนพิลก็ยังนึกถึงภาพอีกหลายๆฉาก ถึงมันจะไม่ใช่ภาพของคู่รักที่สมบูรณ์แบบ แต่มันก็เป็นความรักที่จริงใจและพิเศษไม่แพ้กับความรักของคู่อื่นๆ

 

อะแก้วนี้พี่เลี้ยง พี่จะให้เวลาถึงน้องดื่มแก้วนี้หมด เสร็จแล้วน้องต้องกลับไปคุยกับแฟนนะค็อกเทลสีชมพูถูกวางลงตรงหน้าร่างเล็ก

 

ฮึก ฮือ…” คนตัวเล็กสะอื้น

 

ถ้าอยากกลับไปหาแฟนก็รีบดื่มให้หมด แต่ถ้ายังไม่พร้อมก็นั่งดื่มไปก่อน ไม่ต้องรีบบาร์เทนเดอร์ตัวขาวกล่าว

 

            ไม่ต้องคิดนาน ร่างเล็กยกแก้วเครื่องดื่มสีสวยนั้นขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว เมื่อรสชาติของมันสัมผัสกับลิ้น วอนพิลก็จำได้ทันทีว่ามันคือ Sex on the beach กลิ่นหอมพีชและรสหวานอมเปรี้ยวน้อยๆช่วยล้างปากจากรสชาติเข้มๆของแก้วก่อนๆได้เป็นอย่างดี คนตัวเล็กนึกชมบาร์เทนเดอร์คิมในใจกับความฉลาดเลือกของเขา ทันทีที่น้ำสีชมพูหมดแก้ว วอนพิลก็รีบจ่ายเงินแล้วพรวดพราดออกจากร้าน มุ่งหน้ากลับรีสอร์ตทันที

 

เดินกลับเองได้เหรอจินอูตะโกนไล่หลัง กลัวว่าคนตัวเล็กจะเป็นอันตรายเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ในร่างกาย

 

“ฮึก.. ไม่เป็นไรพี่ ขอบคุณมากครับเสียงหวานหันกลับไปตอบบาร์เทนเดอร์ด้วยความจริง ตอนนี้ความมุ่งมั่น ความต้องการพบคนรักในใจเขามันรุนแรงและชัดเจนจนกลบความมึนเมาไปจนสิ้น





 


Kim Jinwoo, the bartender









 

วอนพิลมาถึงห้องพักหลังของตนเองที่รีสอร์ตแล้ว เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายมือเล็กนั้นก็จบลูกบิดประตูนั้นเปิดออกและมันเปิดได้ ซองจินไม่ได้ล็อกประตูหลังจากที่วอนพิลออกไปแล้ว

 

คนตัวเล็กก้าวเข้าไปในห้องพัก สายตาก็ไปสะดุดกับร่างสูงคุ้นตาที่กำลังเก็บกระเป๋าสตางค์กับมือถือเครื่องหรูอยู่ ท่าทางพร้อมจะออกไปข้างนอกเต็มที

 

อ้าว!” ซองจินหันมาตามเสียงเปิดประตูก็พบคนที่เขาอยากเจอที่สุดยืนอยู่

 

จะไปไหนครับวอนพิลถามออกไปนิ่งๆก่อนด้วยยังไม่รู้ว่าจะเริ่มบทสนทนายังไงดี

 

เห็นหายไปนานแล้ว เลยกำลังจะออกไปตามหาร่างสูงตอบขณะที่ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้

 

“…” ซองจินยกมือใหญ่ทั้งสองจับที่หัวไหล่เล็กของวอนพิลเอาไว้ วอนพิลเห็นดวงตาของชายหนุ่มเลิ่กลั่กเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไร

 

ไปไหนมา..” ร่างสูงเอ่ยถาม กลิ่นนี้มัน….”

 

ใช่ ไปร้านค็อกเทลมา

 

รู้ว่าตัวเองไม่ได้คอแข็งก็ยังจะดื่มอีกคิ้วเข้มขมวดลงเหมือนไม่พอใจ เสียงทุ้มนั้นแข็งขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยดื่มไปกี่แก้ว แล้วทำไมเดินกลับมาคนเดียวค่ำๆมืดๆ อยากโดนคนไม่ดีเขาทำร้ายมากใช่ไหม

 

“…” ในหัวคนตัวเล็กกำลังตัดพ้อกับตัวเองเหมือนที่ทำเสมอ เพราะถูกอีกฝ่ายขึ้นเสียงแล้วก็พูดแบบปากร้ายใส่ ถึงจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ร่างเล็กก็แสดงสิ่งที่รู้สึกทั้งหมดออกมาผ่านสายตาที่ส่งไปให้คนตัวสูงกว่าอย่างไม่ปิดบัง

 

“…” ซองจินเห็นสายตานั้นก็หยุดไปชั่วอึดใจ คลายแรงที่เผลอกำหัวไหล่เล็กจนแน่นลง แล้วถึงพูดต่อและนั้นเป็นคำพูดและน้ำเสียงที่วอนพิลไม่คาดหวังจะได้ยินจากคนคนนี้ พี่เป็นห่วงนะ..”

 

            วอนพิลไม่แน่ใจว่าน้ำเสียงนุ่มอบอุ่นกับคำพูดที่ร่างสูงไม่เคยพูดออกมาตรงๆที่ตนได้ยินนั้น อีกฝ่ายพูดเพื่อแค่ให้เขาหายโกรธหรือเปล่า แต่ที่รู้คือคนตัวเล็กใจอ่อนยวบให้กับคนรักทันทีที่ได้ยิน

 

พี่ซองจิน.. ฮึก..” ร่างเล็กเริ่มสะอื้นอีกครั้ง ผมขอโทษที่ทำตัวงี่เง่า ขอโท…”

 

            ไม่ทันที่คนตัวเล็กกว่าจะพูดจบ ร่างสูงก็ดึงวอนพิลเข้าสู่อ้อมอกเสียก่อน มือหนาไม่ได้ลูบเบาๆอย่างปลอบโยนเหมือนที่พวกพระเอกในนิยายรักเขาทำกัน แต่อ้อมกอดของซองจินนั้นกลับมั่นคง แข็งแรง และอบอุ่นในเวลาเดียวกันแบบที่วอนพิลก็อธิบายไม่ถูก แต่โดยรวมคือวอนพิลไม่รู้สึกแย่กับอ้อมกอดนี้เลย

 

            แขนเล็กค่อยๆยกขึ้นแล้วโอบรอบเอวสอบไว้ช้าๆ วอนพิลออกแรงโอบกอดแน่นขึ้น แต่ยิ่งร่างเล็กกอดแน่นขึ้นเท่าไหร่ เขาก็รู้สึกได้ว่าแฟนหนุ่มก็กอดเขาแน่นขึ้นอีกเท่านั้น

 

ฮึก.. ฮือ…” ใบหน้าสวยซบกับไหล่กว้างทำให้เสียงสะอื้นอู้อี้

 

พี่ขอโทษที่พี่ทำให้นายรู้สึกแย่ พี่ไม่รู้ตัวเลยว่าหลายๆสิ่งที่พี่ทำ และไม่ได้ทำ จะทำให้นายเสียใจและเครียดขนาดแบบนี้

 

ผมก็ขอโทษที่ ฮึก.. ผมเอาแต่คิดถึงตัวเองมากเกินไป ฮึก..ขอโทษที่ปล่อยให้อะไรมันบานปลายมาถึงจุดนี้ ฮึก..” ทั้งคู่ยังคงพูดคุยทั้งที่อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน

 

แล้วก็ขอโทษที่ปล่อยให้นายปรับตัวเข้าหาพี่อยู่ฝ่ายเดียว ขอโทษที่พี่ไม่พูดอะไรตรงๆกับนาย ต่อไปนี้พี่จะปรับตัว พี่จะคิดถึงความรู้สึกนายให้มากกว่านี้ ต่อไปนี้มีอะไรพี่จะบอกเราดีๆ สัญญาเลยตอนที่พัคซองจินเอ่ยคำสัญญา เขากระชับกอดวอนพิลแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าคนตัวเล็กจะหนีเขาไปไหนอีก

 

ต่อไปนี้ผมก็จะ ฮึก.. เข้าใจพี่ให้มากขึ้น จะไม่ทำตัวงี่เง่าแค่เพราะนิสัยของเราไม่เหมือนกัน ฮึก..”

 

พี่รู้ว่าพี่มันปากหมาปากร้าย แต่ต่อไปนี้นายจะเป็นข้อยกเว้นของพี่ พี่จะไม่พูดอะไรให้นายรู้สึกไม่ดีอีก พี่จะคิดก่อนพูดเพราะคำพูดของพี่ทำให้นายต้องเสียน้ำตาแบบนี้ จะไม่พูดเรื่องที่นายไม่อยากฟัง

 

ถ้าหมายถึงเรื่องร็อค พี่พูดก็ได้นะ ฮึก.. เพราะถึงผมจะจำไม่ได้ว่าพี่พูดถึงอะไรไปบ้าง แต่อย่างน้อยผมจำได้นะว่าพี่มีความสุขแค่ไหนตอนพูดถึงเรื่องนั้น..” วอนพิลนึกขอบคุณถึงบาร์เทนเดอร์ตัวขาวที่ทำให้เขาตระหนักถึงจุดนี้ได้ ขอโทษนะที่เคยรำคาญความสุขของพี่ฮึก.. ฮือ…”

 

นายไม่ผิดหรอก พี่ต่างหากที่โง่เอง..”

 

ไม่ พี่ไม่ได้โง่นะ ฮึก..” หัวกลมๆสั่นดุ๊กดิ๊กอยู่ที่ไหล่แกร่ง เสื้อของซองจินชื้นไปด้วยน้ำตาของรางเล็ก วอนพิลไม่ชอบเลยเวลาที่ซองจินด่าตัวเองแบบนี้

 

โง่สิ โง่ขนาดที่คิดว่าการยอมตามใจนายทุกเรื่องเรียกกว่าการดูแล โง่เรื่องการแสดงออก ทั้งที่นายเป็นแฟนพี่แต่พี่กลับไม่แสดงออกอย่างที่มันควรจะเป็น โง่ที่พยายามจะคุยกับนายด้วยเรื่องที่นายไม่ชอบ แถมยังโง่มากๆจนเกือบจะเสียนายคนที่สำคัญที่สุดของพี่ไปเสียแล้ว:

 

“…โง่จริงด้วยวอนพิลฟังแล้วอยู่ๆก็รู้สึกเห็นด้วยกับสิ่งที่ซองจินกำลังด่าตัวเอง แม้ว่าเมื่อไม่ถึงนาทีที่แล้วร่างเล็กเพิ่งจะปฏิเสธมันไปก็ตาม

 

“…”

 

โง่มากๆเลยรู้มั้ย ฮึก.. พี่ไม่ได้จะเสียผมไปเสียหน่อย ไม่รู้หรอว่าถึงพี่จะทำอะไรไม่ค่อยดีใส่ผม แต่ยังไงผมก็จะกลับมาหาพี่อยู่ดีวอนพิลที่เริ่มสะอื้นน้อยลงแล้วพูด จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับแฟนหนุ่มของตนโดยที่ยังไม่คลายอ้อมกอดออกเหตุผลที่ทำให้ผมยังอยู่ก็คือพี่นะ

 

ขอบคุณนะประโยคสุดท้ายของวอนพิลทำเอาร่างสูงใจอ่อนยวบ ซองจินมองตาหวานคู่นั้นแล้วยกยิ้มมุมปากน้อยๆขณะที่เอ่ยขอบคุณ ที่ยังอยู่กับพี่ทั้งที่พี่ทำตัวแย่กับเรา

 

ขอบคุณเหมือนกัน ทั้งที่ผมงี่เง่าเอาแต่ใจขนาดนี้ แต่ผมก็ยังสำคัญสำหรับพี่

 

 

ต่อจากนี้เรามาทำให้มันดีขึ้นนะมือหยาบยกขึ้นเช็ดคราบน้ำตาออกจากแก้มของแฟนตัวเล็ก

 

อื้มวอนพิลพยักหน้าและยิ้ม

 

            รอยยิ้มนั้นของวอนพิลย้ำเตือนให้พัคซองจินตระหนักได้ว่าเขารักรอยยิ้มนั้นของคนตรงหน้ามากแค่ไหน ร่างสูงสัญญากับตัวเองว่าต่อไปนี้เขาจะพยายามสร้างมันให้ประดับบนใบหน้าหวานบ่อยๆ ตอนนี้ทั้งคู่ยังคงกอดกันอยู่ แต่ไม่ได้แนบแน่นเหมือนตอนแรกแล้ว แขนยาวของซองจินโอบอยู่รอบเอวบาง ส่วนแขนเล็กของวอนพิลก็จับอยู่บริเวณเอวของอีกฝ่าย

 

            ซองจินมองรอยยิ้มน่ารักของแฟนตัวเล็กแล้วค่อยๆไล่สายตาไปตามกรอบหน้าเรียว คิ้ว ดวงตาคู่ที่เขาชอบ จมูกโด่งรั้น และกลับมาหยุดที่ริมฝีปากบางสีชมพู ยังไม่ทันที่ร่างสูงจะได้มองหรือคิดอะไรต่อ ร่างเล็กก็สวมกอดเขาอีกครั้ง ซองจินก็กอดตอบ ใบหน้าหวานซุกอยู่บริเวณไหล่กว้าง ร่างสูงลอบกลืนน้ำลาย

 

ต่อไปนี้เราจะพูดกันตรงๆใช่ไหม

 

อื้อเสียงเล็กครางตอบเบาๆในลำคอ ลมหายใจอุ่นของวอนพิลเริ่มทำให้ซองจินรู้สึกอะไรบางอย่าง

 

งั้นถ้าตอนนี้พี่รู้สึกว่านายน่าเอ็นดู มากๆ พี่ต้องทำยังไงหรอ

 

ก็พี่อยากทำอะไร ก็ทำ








[72%] 








            ซองจินดันร่างเล็กออกจากอ้อมกอด ไม่รอช้า เขาประกบริมฝีปากของตนเข้ากับอวัยวะเดียวกันของอีกฝ่าย วอนพิลที่ยังไม่ทันตั้งตัวก็เบิกตาโพลงเพราะตกใจ แต่สุดท้ายก็โอนอ่อนไปตามจูบของซองจิน

 

            ลิ้นร้อนแทรกเข้าไปตักตวงความหวานจากอีกฝ่าย สะกิดเบาๆที่ลิ้นเล็กให้อีกฝ่ายตอบสนอง ทั้งสองไล่ต้อนกันไปมาจนหยดน้ำสีใสเลอะที่มุมปาก ซองจินดูดดึงกลีบปากบางและกัดเบาๆอย่างรักใคร่จนเสียงหวานต้องครางประท้วงเบาๆ

 

            มือใหญ่ทั้งสองประคองใบหน้าของอีกฝ่ายไว้ ส่วนวอนพิลก็วางมือของตนทับกับมือของคนรัก แล้วมือเล็กก็ค่อยๆลูบ สัมผัสร่างกายของอีกฝ่ายอย่างเผลอไผล เริ่มตั้งแต่ปลายนิ้ว มือ แขน ต้นแขน จนถึงไหล่ สุดท้ายมือเล็กก็ขยำเสื้อของซองจินเอาไว้อย่างลืมตัว เพราะซองจินเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน

 

            ขณะที่คนตัวเล็กลูบไปตามแขนแข็งแรง มือหยาบจากที่คล้องอยู่ที่เอวบางก็เลื่อนลงต่ำไปที่สะโพกมน เค้นคลึงเบาๆแล้วค่อยๆเพิ่มแรงขึ้น ยิ่งเพิ่มแรง ร่างเล็กยิ่งเบียดสะโพกเข้าหา ทำให้ซองจินยิ่งชอบใจ

 

            วอนพิลทุบเบาๆที่ไหล่แกร่งเมื่อเริ่มหายใจไม่ทัน ซองจินก็ยอมผละจูบออกมาแต่โดยดี แต่วอนพิลก็ได้รับอากาศเข้าปอดเพียงไม่กี่วินาที ร่างเล็กก็ถูกผลักลงเตียงพร้อมกับร่างสูงที่ลงมาคร่อมทับ แล้วซองจินก็เริ่มพรมจูบไปทั่วใบหน้าของคนรัก

 

            มือหยาบสอดเข้าไปใต้เสื้อยืดสีขาวของคนใต้ร่าง ลูบไล้ไปทั่วผิวเนียน ส่วนปากก็คอยมอบจูบและสร้างรอยรักสีกุหลาบไว้ตามซอกคอของวอนพิลในขณะที่คนตัวเล็กกว่าได้แต่หลับตา อ้าปากหอบหายใจน้อยๆ แอ่นตัวตามสัมผัสวาบหวาม และสุดท้ายเสื้อยืดก็กลายเป็นสิ่งน่ารำคาญ ซองจินจึงถอดมันออกจากตัวคนใต้ร่าง และถอดเสื้อของตัวเองออกด้วยเช่นกัน

 

ไม่ปิดม่านก่อนหรอพอเห็นว่าคนรักเริ่มหยุดไม่อยู่ เสียงหวานจึงรีบประท้วงขึ้น ดวงตากลมชำเลืองมองไปที่กระจกบานใหญ่ที่ตอนนี้ด้านนอกเป็นวิวทะเลยามค่ำคืน เพราะเป็นห้องพักติดชายหาด เสียงน้ำทะเลซัดฝั่งจึงดังลอดเข้ามาเบาๆ

 

กลางคืนน้ำขึ้น ไม่มีใครมาทะเลตอนนี้หรอกเสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูทำเอาร่างเล็กขนลุก

 

ฮื่อเสียงหวานครางในลำคอเมื่อซองจินเริ่มใช้มือลูบไปตามผิวกายเนียนของตนอีกครั้ง และลามไปถึงขอบกางเกงวอร์มเนื้อดีของตน

 

เพราะงั้นไม่มีใครเห็นหรอกสิ้นคำพูดนั้น กางเกงวอร์มขายาวของคนตัวเล็กก็ถูกดึงออกไปพร้อมกับชั้นใน

 

            คนตัวสูงไม่รอช้า เริ่มใช้ปากปรนเปรอให้คนรักทันที เรียกเสียงหวานให้ร้องลั่นออกมา โชคดีที่มันเป็นรีสอร์ตแบบแยกหลัง ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าใครจะได้ยิน ขาเรียวชั้นขึ้นอย่างรู้งาน มือเล็กของวอนพิลขยุ้มกลุ่มผมหนาของคนรักไว้อย่างหาที่ระบาย

 

อะ.. อะ.. ระเร็วอีกเสียงหวานว่าซึ่งอีกฝ่ายก็สนองให้ตามที่ขอ ซองจินปรนเปรอมอบความสุขให้คนรักอย่างชำนาญ

 

อืมเสียงต่ำครางในลำคอ

 

            ซองจินเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ วอนพิลก็ได้แต่ระบายความเสียวผ่านทางปลายนิ้วที่ขยุ้มผมหนาของอีกฝ่ายไว้ในมือ กับปลายเท้าที่จิกลงเตียงสีขาว และแล้วร่างเล็กก็ได้ปลดปล่อยออกมา ร่างสูงก็กลืนมันเข้าไปอย่างไม่นึกรังเกียจ จากนั้นร่างสูงก็ผละตัวออก ถอดกางเกงออกอย่างรวดเร็ว

 

ทำให้พี่บ้างสิ

 

ผมทำไม่เป็นวอนพิลพูดอ้อมแอ้ม ใบหน้าขึ้นสีแดงจัดอย่างน่ารัก

 

แค่ทำแบบที่พี่ทำให้นายก็พอ

 

….ก็ได้คนตัวเล็กตอบโดยไม่ยอมมองหน้าอีกฝ่าย

 

            ซองจินนั่งพิงหัวเตียง คนตัวเล็กตามมาค้อมตัวลงแล้วรับของคนรักเข้าปากไป ร่างเล็กพยายามทำแบบที่ร่างสูงทำให้ตน ซึ่งก็ได้ผลตอบรับเป็นเสียงครางต่ำจากอีกฝ่าย คนตัวเล็กเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ แต่เหมือนจะยังไม่ทันใจคนตัวสูง เพราะซองจินยังคงสวนสะโพกกลับมาเป็นบางครั้งทำเอาวอนพิลแทบสำลัก แต่ความจริงสำหรับร่างสูง ครั้งแรกของอีกฝ่ายก็ถือว่าดีมากแล้ว

 

ฮึก!” และแล้วร่างสูงก็ได้ปลดปล่อยออกมาเช่นกัน

 

ยังไม่ทันที่วอนพิลจะตั้งสติได้ ร่างสูงก็ขยับตัวแล้วดันคนตัวเล็กพลิกลงเตียงอย่างรวดเร็ว และตนก็ขึ้นไปคร่อมทับเช่นเดิม ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงปลายจมูก

 

ผมรักพี่นะ พี่ซองจิน

 

พี่ก็รักนาย วอนพิล

 

ลิ้นร้อนลากไปตามร่างกายของคนด้านล่างตั้งแต่กรอบหน้า ลำคอ ลงมาถึงอกบาง โพรงปากร้อนเข้าครอบครองยอดอกข้างหนึ่งของคนรักและใช้ปลายลิ้นสะกิดทั้งทาย ดูดดึงจนมันแข็งขืนสู้ มือหยาบลูบไปตามสีข้าง บีบเค้นเบาๆเพื่อปลุกอารมณ์ให้อีกฝ่าย

 

ฮ้า..” คนถูกปรนเปรอได้แต่แอ่นตัวไปตามสัมผัสของแฟนหนุ่ม

 

            ซองจินกลับมามอบจูบให้คนตัวเล็กอีกครั้ง แขนทั้งสองข้างของซองจินยันตัวเองไว้ วอนพิลเอียงใบหน้ารับจูบอย่างว่าง่าย มือเล็กวางไว้บนไหล่แกร่งทั้งสองข้าง ขาเรียวทั้งสองแยกออก และซองจินก็ค่อยๆแทรกตัวตนของตนเข้ามาช้าๆ

 

อะ..” เสียงหวานร้องออกมาเพราะรู้สึกแน่นไปหมด แต่อีกฝ่ายก็ยังเข้ามาลึกขึ้นเรื่อยๆ

 

ฮืม..” มือหนาจับให้ขาเรียวทั้งสองยกขึ้นมารัดรอบเอวของตนไว้ ทำให้เขาสามารถเข้าไปได้ลึกขึ้นอีก

 

            แสงไฟสีส้มของห้องพักทำให้วอนพิลที่ตัวแดงเพราะอารมณ์อยู่แล้วยิ่งดูน่ารัก ซองจินเริ่มขยับช้าๆ เพราะแรงรัดจากคนตัวเล็กที่ยังมากอยู่ แต่เมื่อแรงนั้นคลายลง เขาก็ขยับสะโพกเร็วขึ้นและแรงขึ้นจนตัวโยน ร่างเล็กรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่ความเจ็บนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความเสียวซ่านและสุขสมที่ถาโถมเข้ามา

 

อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ พี่ซองจินทุกครั้งที่ถูกสัมผัสที่จุดกระสัน เสียงหวานก็หลุดร้องออกมา ดวงตาคู่สวยหลับพริ้มโดยน้ำตาแห่งความสุขรื้นอยู่ตรงหาตา

 

ซี้ดดดด วอนพิล อ่า…” เพราะร่างเล็กร่อนสะโพกตามการเคลื่อนไหวของเขา ซองจินจึงอดที่จะครางเป็นชื่อคนรักไม่ได้เลย

 

            ทะเลมืดมืดยามค่ำคืนไร้ผู้คน เพราะไม่ใช่ในเมืองหลวง จึงมีดาวหลายดวงที่ได้ส่องแสงโดดเด่นอยู่บนท้องฟ้าสีดำ คลื่นทะเลซัดเข้าหาชายฟังเป็นจังหวะ ก่อนให้เกิดเสียงคลื่นเคล้ากับเสียงผิวกระทบกันและเสียงครางกระเส่าของคนทั้งสอง แม้เครื่องปรับอากาศในห้องจะถูกปรับไว้ที่อุณหภูมิต่ำแต่คู่รักก็ยังคงรู้สึกร้อนรุ่ม

 

มือเล็กจิกเบาๆที่ไหล่ของคนรัก ร่างกายทั้งสองแนบแน่นใกล้ชิดกันกว่าครั้งไหน หน้าท้องแกร่งของร่างสูงเสียดสีกับส่วนกลางลำตัวของร่างเล็ก ส่วนคนด้านบนก็ซบหน้าลงมากับละคอระหง สูดดมความหอมจากซอกคอขาวที่เต็มไปด้วยรอยรักสีสวยและพรมจูบลงไปเป็นครั้งคราว

 

พี่อะ พี่ซองจิน ฮึก

 

อ่า.. วอนพิล

 

            บทเพลงรักร้อนแรงดำเนินมาถึงจดสิ้นสุดเมื่อทั้งคู่ถึงฝั่งพร้อมๆกัน คนตัวเล็กรัดร่างหนาอย่างแรงขณะที่ร่างหนาปลดปล่อยเข้าไปในตัวของคนรัก ส่วนร่างเล็กก็ปล่อยออกมาเปรอะหน้าท้องราบและหน้าท้องแกร่ง

 

            ซองจินจับตัวคนรักให้พลิกอยู่ในท่าคลานแล้วเริ่มบทรักอีกรอบด้วยจังหวะเนิบนาบ เป็นจังหวะเดียวกับเสียงคลื่นกระทบฝั่งด้านนอก แล้วค่อยๆเพิ่มความเร็วและแรงขึ้น ซึ่งก็ไม่ได้ตกลงกว่ารอบก่อนหน้าเลย แขนเล็กของวอนพิลที่รับน้ำหนักตัวเองไว้สั่นระริก เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มผุดพราวตามไรผม เสียงร้องแสนหวานก็ยังคงดังออกมาเป็นชื่อคนรักทุกครั้งที่ถูกกระแทกที่จุดไวต่อความรู้สึก

 

ร่างสูงพรมจูบไปทั่วท้ายทอย ลาดไหล่เนียน และแผ่นหลังจนขึ้นรอยจางๆหลายจุด บางจังหวะก็ยื่นใบหน้าหล่อไปงับที่ติ่งหูเล็กเบาๆจนคนตัวเล็กขนลุกซู่ มือหนาข้างหนึ่งทาบอยู่ที่หน้าอกบางแล้วออกแรงเค้นคลึง ส่วนอีกข้างก็ล็อกสะโพกมนที่แอ่นกระดกไว้พร้อมกับมอบความสุขให้กับคนตัวเล็กเป็นจังหวะเดียวกับที่ตนเองขยับตัว สุดท้ายทั้งคู่ก็มาถึงจุดสูงสุดของความรู้สึกอีกครั้ง

 

            ร่างสูงค่อยๆถอดถอนออกมาจากร่างเล็กที่หอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างเหนื่อยอ่อน คนตัวสูงที่ไม่ได้เหนื่อยเท่าทิ้งกายลงข้างๆ ดึงผ้าห่มมาคลุมตัวทั้งคู่ไว้แล้วเอื้อมมือไปปิดสวิตช์ไฟ ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความมืด

 

            ซองจินตะแคงข้างหันหน้าเข้าหาวอนพิล ท่อนแขนแกร่งโอบรอบเอวคนตัวเล็กเอาไว้ ขาข้างหนึ่งของซองจินก่ายขาเรียวของคนรักเอาไว้ ส่วนคนตัวเล็กก็วางมือของตนทับกับมือของอีกฝ่าย กำไว้อย่างหลวมๆ จากนั้นซองจินก็มอบจูบสุดท้ายของคืนนี้ให้กับคนในอ้อมแขน แล้วทั้งคู่ก็เข้าสู่ห้วงนิทราไป

 

            ความอ่อนหวานที่มากกว่าเดิมซึ่งซองจินไม่เคยแสดงให้ใครเห็น และมุมมองใหม่ของวอนพิลต่อคนรัก จะเป็นการเริ่มต้นของความรักไม่ใช่รักครั้งใหม่ แต่เป็นรักครั้งเดิม กับคนเดิม แต่สวยงามกว่าที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

…The End…



  


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Leave your comments down below ;)

Thank you for your interest!


จบแร้ว ขอเม้นท์ให้เค้าหน่อยเร้ววววว รีดเดอร์ที่รัก


-หากมีคำผิดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ-

ผลงานอื่นๆ ของ Kiratar

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 กีกี้ส์ :-*) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 22:35
    โอ้โหห คือดีมากๆเลยค่ะ ขนาดเป็นวันช็อทยังพรีเมียมขนาดนี้เลยอะ นี่ตอนแรกอ่านแล้วก็เศร้าตามแบบ จะจบไงอะ แต่ก็เข้าใจอะเนาะ พี่ซองจินอาจจะดูแข็งๆไปหน่อย แต่ก็รักน้องไง แล้วน้องก็รักพี่อะ ก็ยอมทุกอย่างงี้ หลังจากนี้ก็ต้องปรับตัวกันไปเรื่อยๆอะเนาะ


    ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องสนุกๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ
    #2
    0
  2. #1 Leo fionix ' (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 04:35
    รู้สึกเหมือนค้นพบของดีประจำตำบลลลลลลลลล ฟหกด่าสว
    ก่อนอื่นขอชื่นชมพี่จินก่อน แงงง คุณบาร์เทนเดอร์ตัวขาว ซองพิลแต่งงานเมื่อไหร่อยากให้พี่เขาไปเป็นบาทหลวงให้เลยค่ะจุดนี้ 55555555
    ส่วนบทพ่อแง่แม่งอนของซองพิลคือทำเราน้ำตาไหลมากๆ นึกว่าจะจบไม่สวยแล้ว ค่อยๆ ปรับตัวกันไปนะทั้งคู่ ตลอดชีวิตมันยังอีกยาวววว ส่วนฉากไม่ปิดม่านคือของดีจริงๆ ค่ะ ไม่พูดเยอะ เช็ดกำเดาอยู่ เขียนสนุก บรรยายง่ายๆ แต่ก็ทำให้อินได้ ชอบมากค่ะ:)
    #1
    0