นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [SF] You drive my love - SungPil of Day6

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องนี้เป็น ชXช ไม่ชอบปิดได้เลยค่ะ
เนื้อหาเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น
ใครอ่านแล้วรู้สึกอย่างไรหรืออยากติชมอะไรก็คอมเมนท์ไว้ได้เลยนะคะ ยินดีมากค่ะ
ขอบคุณที่ให้ความสนใจ










Characters




Park Sungjin








Kim Wonpil





************************************************************************************************************************************
ที่มาภาพ
https://pbs.twimg.com/media/DEBJepUUwAAvodU.jpg
https://78.media.tumblr.com/9a94353e7ee04e4948dfee8cb986f6f8/tumblr_oyzu8bobxr1v5eqoqo3_1280.jpg

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 มิ.ย. 61 / 23:40


[ฮัลโหล วอนพิล]

 

ฮัลโหล โทร.มีไรเปล่าครับพี่

 

[ถ้าไม่มีแล้วโทร.ไม่ได้หรอ]

 

เฮ้อ…” คนตัวเล็กถอนหายใจ

 

[แค่อยากได้ยินสียง] เสียงนุ่มของฝ่ายนั้นว่า

 

พี่ซองจิน เอาดีๆ ผมจะขึ้นร้องเพลงแล้วคนทางนี้ได้แต่ทำเป็นรีบกลบเกลื่อนทั้งที่จริงๆแอบยิ้มเขินอยู่คนเดียวหลังเวทีเล็กๆของร้านอาหารแห่งหนึ่ง

 

[จะถามว่าทำไมวันอาทิตย์นี้ไม่มาเรียนขับรถ]

 

ไปอ่านหนังสือเตรียมสอบหอเพื่อนครับ

 

[ไปกี่คน] เสียงนุ่มในตอนแรกฟังดูแข็งขึ้น แต่คนฟังก็ยังแอบยิ้มกับคำถามนั้นอยู่ดี

 

ไป 4-5 คน


[แล้วไป] เสียงอีกฝ่ายอ่อนลง [ร้านเดิมใช่ป้ะ จะให้ไปรับไหม]

 

แล้วแต่

 

          ไม่นานนักสายก็จำเป็นต้องถูกตัดไปเพราะคิมวอนพิล นักศึกษาสาขาดุริยางคศาสตร์ เอกเปียโน ต้องขึ้นร้องเพลงแล้ว วอนพิลทำงานพาร์ทไทม์ร้องเพลงกลางคืนตามร้านอาหาร

 

          เสียงหวานขับร้องเพลงไปเรื่อยๆจนถึงช่วงดึก ในที่สุดก็หมดคิวของวอนพิล ร่างเล็กคว้าเป้ที่วางไว้ขึ้นมา เช็คดูข้าวของว่าไม่ได้ลืมอะไรไว้ จากนั้นก็เอามันสะพายที่บ่าข้างหนึ่งแล้วเดินไปลานจอดรถหลังร้านเพื่อไปหาพัคซองจิน เพราะรู้ว่าฝ่ายนั้นจะมารับที่ร้านเหมือนครั้งก่อนๆ

 

ไงยังไม่ทันเดินไปถึงรถ ชายหนุ่มตัวสูงกว่าที่ยืนพิงรถเก๋งสีดำก็เอ่ยทักคนตัวเล็ก

 

พี่ซองจินวอนพิลโบกมือน้อยๆให้อีกฝ่าย

 

วันนี้ลองขับกลับไหม ดึกแล้วรถไม่เยอะหรอก พูดพลางยื่นกุญแจรถให้วอนพิล

 

“…ลองก็ได้ร่างเล็กดูจะลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยอมรับกุญแจมาแล้วเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับ

 

          พัคซองจินกับคิมวอนพิลรู้จักกันเมื่อเดือนก่อนที่สถาบันสอนขับรถ ซองจินเป็นครูของวอนพิล ซึ่งร่างหนาก็ยอมรับว่าถูกชะตากับคนตัวเล็กอย่างบอกไม่ถูก จากปกติที่เขาจะชวนนักเรียนคุยนู่นนี่ระหว่างสอนอยู่แล้ว กลายเป็นว่ายิ่งคุยถูกคอ ส่วนวอนพิลนั้นก็เป็นคนอัธยาศัยดี ยิ้มง่ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงทำให้ทั้งคู่สนิทกันอย่างง่ายดาย และจนถึงตอนนี้ทั้งคู่ก็ต่างรู้ตัวดีว่าสนิทกันเกินกว่าครูและนักเรียนไปแล้ว

 

อย่าลืมคาดเข็มขัดสิไม่พูดเปล่า ซองจินโน้มตัวไปดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้กับคนตัวเล็กทำให้ใบหน้าของทั้งสองใกล้กันจนแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกคน ซึ่งซองจินก็ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น ร่างหนาจ้องตาคนตัวเล็กกว่าที่ก็สบตาเขาอย่างประหม่าๆเช่นกัน เขาพูดกับวอนพิลโดยยังไม่ถอยตัวกลับมาทั้งที่คาดเข็มขัดเสร็จแล้ว เดี๋ยวตอนสอบใบขับขี่ก็ไม่ผ่านหรอก

 

          เหตุการณ์นั้นทำเอาวอนพิลหน้าเห่อร้อนจนพูดอะไรไม่ออก หลังจากนั้นร่างเล็กก็ได้แต่ขับรถกลับหอพักตัวเองโดยมีซองจินคอยพูดแนะนำเป็นระยะๆ และวอนพิลก็คงจะเริ่มบทสนทนาไม่ถูกถ้าซองจินไม่เป็นฝ่ายชวนคุยก่อน

 

คราวหน้าเรียนครั้งสุดท้าย เดี๋ยวก็ไปสอบใบขับขี่ได้แล้วร่างหนาว่า

 

อื้อ หวังว่าจะผ่านนะครับ ฮ่าๆๆๆ

 

ถ้าไม่ผ่านก็กลับมาเป็นนักเรียนพี่ต่อ ฮ่าๆๆซองจินพูดติดตลก ส่วนวอนพิลก็แอบคิดเล่นๆว่าแกล้งสอบตกจะได้กลับมาเรียนกับร่างสูงอีกจะดีหรือไม่ แต่ยังไงเสียเขากับซองจินก็มาเจอกันทีหลังได้อยู่แล้ว แต่สอบให้ผ่านไปนั่นแหละ จะได้ขับรถไปไหนมาไหนเองเสียที นั่งแท็กซี่มันอันตรายซองจินกล่าวอย่างจริงใจ

 

ถ้าได้ใบขับขี่นะ ที่แรกที่ผมจะขับไปก็คือร้านหมูสามชั้นของแม่พี่ใช่ วอนพิลสนิทกับซองจินขนาดรู้ว่าที่บ้านอีกฝ่ายทำมาหากินอะไร

 

มาสิ เดี๋ยวเลี้ยงเลย

 

พูดอย่างกับเป็นร้านของตัวเองเลยนะครับคนตัวเล็กแซ็ว

 

ก็อีกหน่อยเดี๋ยวก็เป็นของพี่แล้ว อีกอย่างแม่พี่ไม่ว่าหรอกถ้าเลี้ยงเราน่ะ ฮ่าๆๆ

 

ทำไมล่ะครับร่างเล็กถามโดยยังไม่ละสายตาไปจากถนนข้างหน้า

 

แม่อยากให้พี่หาแฟนสักทีประโยคนั้นทำเอาวอนพิลเผลอขับคร่อมเลนไปครู่หนึ่ง แต่โชคดีที่ไม่มีรถคันอื่นอยู่แถวนั้น

 

ระวังหน่อย

 

ก็พี่อะแหละวอนพิลทำปากยื่น แก้มใสขึ้นสีชมพูระเรื่อ

 

จริงนะ แม่พี่ต้องชอบแน่ถ้ามีแฟนเป็นว่าที่ครูสอนเปียโนคนพูดก็ได้แต่พูดไปยิ้มไป แต่คนฟังที่ขับรถอยู่นี่ต้องพยายามดึงสมาธิมาที่ถนนข้างหน้าทั้งที่อยากจะก้มหน้าเพราะเขินคนข้างๆ อยากจะบอกซองจินจริงๆว่าถ้ารักชีวิตก็อย่าเพิ่งรุกแรงตอนนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

          วอนพิลจอดรถที่หน้าหอพักที่ตัวเองอาศัยอยู่โดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ คนตัวเล็กก้าวลงจารถโดยไม่ลืมที่จะคว้าเป้ของตัวเองลงมาด้วย ส่วนซองจินก็ลงจากรถตามมาส่งถึงหน้าประตูหอพัก

 

รีบนอนล่ะ ดึกแล้วคนตัวสูงกว่าว่า แล้วก็วันอาทิตย์หน้าก็อย่าลืมรีบจองคิวเรียนด้วย เดี๋ยวครูหล่อๆอย่างพี่คิวเต็มแล้วช่วยไม่ได้นะพัคซองจินยกยิ้มกวนทำเอาร่างเล็กเบะปาก

 

ฮ็อตมากมั้ง

 

ก็ไม่น้อยนะครับ

 

อี๋ ขี้อวด คิดว่าหล่อมากมั้ง

 

หล่อไม่หล่อไม่รู้แต่เราก็ชอบไม่ใช่หรอครับการแซ็วครั้งนี้ทำเอาวอนพิลหน้าขึ้นสีอีกครั้ง

 

ไปนอนดีกว่า ง่วงร่างเล็กอ้อมแอ้มพูดเขินๆแล้วรีบหันหลังให้ร่างหนาซ่อนพวงแก้มสีแดงไว้ ขับรถกลับดีๆนะครับ

 

ฮะๆๆซองจินหัวเราะน้อยๆให้กับความน่ารักของคนตรงหน้า ถึงจะไม่อยากให้เห็นว่าตัวเองหน้าแดง แต่ทำแบบนี้เขาดูไม่ออกเลยมั้งว่าเขินอยู่เนี่ย ฝันดีนะครับ แล้วเจอกันนะร่างหนากล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

อื้อ..” วอนพิลขานรับในลำคอโดยยังคงหันหลังให้ เมื่อได้ยินเสียงปิดประตูรถแล้วจึงหันหลังกลับไปมอง ก็พบว่าซองจินยังไม่ออกรถไป ซ้ำใบหน้าหล่อยังส่งยิ้มที่ทำให้วอนพิลใจสั่นมาให้อีก คนตัวเล็กที่ยังเขินๆอยู่จึงได้แต่ยกมือโบกลาน้อยๆ แล้วร่างหนาก็ขับรถออกไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 [50%]











วันอาทิตย์

 

 

 

          ทุกวันอาทิตย์คิมวอนพิลจะต้องมาเรียนขับรถ แต่ความจริงวันอาทิตย์ที่แล้วควรจะเป็นครั้งสุดท้ายของเขาถ้าไม่ติดว่าต้องไปอ่านหนังสือกับเพื่อนจนต้องเลื่อนมาเป็นวันนี้แทน วอนพิลขับรถไปตามถนนในช่วงกลางวัน เพราะเป็นวันหยุด รถจึงไม่ติดมากเท่าไร โดยรวมคนตัวเล็กก็ขับรถเริ่มคล่องแล้ว พักซองจินจึงแทบไม่ต้องสอนอะไรเพิ่มเติมเลย

 

          ระหว่างทางทั้งคู่ก็พูดคุยกันอย่างออกรสเหมือนทุกครั้ง ทั้งเรื่องดนตรี เรื่องมหาลัย เรื่องร้านอาหารของคุณแม่ของซองจิน แล้วก็เรื่องสัพเพเหระอื่นๆ แต่พัคซองจินก็ไม่ประมาท คอยมองทางและสังเกตการขับรถของวอนพิลไปด้วย

 

ชิดซ้ายไว้นะ เดี๋ยวแยกหน้าเลี้ยวซ้าย

 

โอเคครับวอนพิลรับคำแล้วทำตาม ร่างเล็กมองกระจกซ้ายและกระจกหลังแล้วเปลี่ยนเลนอย่างระมัดระวังโดยไม่ลืมที่จะเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายด้วย เมื่อมาถึงแยกคนตัวเล็กก็พารถเลี้ยวซ้ายได้อย่างสวยงาม

 

ดีมากซองจินเอ่ยชม จากนั้นก็ยกยิ้มอย่างนึกสนุกแล้วพูดขึ้น เลี้ยวซ้ายเข้าโรงแรมข้างหน้าเลยดีมั้ย

 

น่าเกลียด!!” ไม่พูดเปล่า มือเล็กถูกเอื้อมมาตีที่แขนแกร่งอย่างไม่เบาไม่แรง แต่วอนพิลก็ยังไม่ละสายตาจากถนนข้างหน้า

 

เดี๋ยวนี้ขับเก่งแล้วลงไม้ลงมือนะร่างหนาพูดติดตลก แล้วตีพี่ทำไมไม่รู้ แค่จะบอกว่าอาหารโรงแรมนี้อร่อยแค่นั้นเอง

 

“…” คนตัวเล็กเบ้ปากเพราะรู้ว่าโดนแกล้งเสียแล้ว

 

คิดอะไรก็ไม่รู้เราอะ

 

พี่อ้ะ!!!” เสียงหวานแหวขึ้นเสียงดังพร้อมใบหน้าขึ้นสีที่ซ่อนไม่มิด เรียกเสียงหัวเราะเพราะเอ็นดูจากคนที่นั่งอยู่ที่ข้างคนขับได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          ซองจินเปิดประตูร้านหมูสามชั้นย่างของผู้เป็นแม่เข้ามาในตอนบ่ายของวัน วันนี้เป็นวันหยุด และซองจินหมดคิวที่ต้องไปสอนขับรถแล้วด้วย การกลับมากินอาหารอร่อยๆฝีมือแม่จึงดูเป็นความคิดที่เข้าท่า แต่ดูเหมือนวันของพัคซองจินจะยังไม่จบแค่นี้

 

          คนตัวเล็กในเสื้อใหม่พรมคอวีสีเทาส่งยิ้มร่ามาให้ร่างหนาตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวเข้ามาในร้าน ร่างเล็กที่เพิ่งได้คุยกันครั้งล่าสุดผ่านแชทเมื่อตอนเช้ายืนขึ้นเมื่อซองจินก้าวเข้ามาในร้าน รอยยิ้มกว้างนั้นยังไม่จางหายไป

 

มาได้ไงเนี่ยเสียงทุ้มว่าพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้มเพราะดีใจที่เจอคนตรงหน้า อย่าบอกนะว่า…”

 

ปิ๊งป่อง! ใช่แล้ว ผมสอบใบขับขี่ผ่านแล้วนะวอนพิลเฉลย ยิ้มกว้างจนตาปิดพร้อมกับอธิบายว่ารถคันที่จอดอยู่ตรงฟุตบาธใกล้ๆนั้นเป็นของแม่ของตนซึ่งท่านให้วอนพิลนำมาใช้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

สอบผ่านปุ๊บขับมาที่นี่เลยหรอ

 

ใช่แล้ว ก็บอกแล้วไงว่าจะมาเป็นที่แรกเสียงหวานตอบ

 

นี่น่ะเหรอ น้องวอนพิลที่ลูกเล่าให้ฟังบ่อยๆระหว่างที่คุยกันอยู่เสียงของผู้หญิงวัยกลางคนก็ดังขึ้นขัดพร้อมกับร่างของเธอที่เดินเข้ามาใกล้ น่ารักกว่าในรูปอีกนะซองจิน

 

บอกแล้วครับว่าน่ารักร่างหนาหันไปกระซิบกับมารดาที่กำลังยิ้มอย่างเอ็นดูคิมวอนพิล กลัวว่าถ้าพูดออกมาเสียงดังคนตัวเล็กจะเขินหนักกว่าเดิม เพราะแค่คำชมของคุณนายพัคก็แทบทำวอนพิลมุดดินหนีแล้ว

 

สอบผ่านแล้วเหรอลูก ยินดีด้วยนะคุณนายพัคกล่าวอย่างใจดีพร้อมกับส่งมือข้างหนึ่งมาตบเบาๆที่ต้นแขนของวอนพิล มานั่งตั้งนานไม่ทันสังเกตว่าเป็นวอนพิลนะเนี่ย มาๆๆ กินอะไรสิ เดี๋ยวแม่เลี้ยงเอง

 

ขอบคุณครับแม่ซองจินพูด

 

ขอบคุณครับวอนพิลโค้งขอบคุณหญิงวัยกลางคนอย่างสุภาพ จากนั้นก็นั่งลงที่โต๊ะตามเดิมแล้วเริ่มพูดคุยกับซองจิน จนคุณนายพัคเอาอาหารมาให้ด้วยตนเอง ทั้งสองจึงเริ่มรับประทาน

 

พี่เล่าเรื่องผมให้คุณแม่พี่ฟังด้วยหรอครับ

 

อื้มซองจินตอบแล้วพลิกหมูบนเตา น่ารักขนาดนี้ไม่เล่าไม่ได้หรอก

 

บ้า..”

 

อะ อ้าปากเสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับหมูห่อผักถูกยื่นมาตรงหน้าร่างเล็กโดยซองจิน

 

“…” วอนพิลทำอะไรไม่ถูกไปครู่หนึ่ง พวงแก้มน้อยขึ้นสีจางๆอย่างน่ารัก สุดท้ายวอนพิลก็ประมวลผลได้ว่าจะตอบโต้อย่างไร ไม่ เป็นใครหรอถึงต้องมาป้อนร่างเล็กพูดพลางเชิดปากขึ้นอย่างขี้เล่น

 

ก็ได้..” ซองจินต้องยอมไปก่อนเมื่อมือเล็กนั้นรับหมูห่อผักไปจากมือเขาแล้วเอาส่งเข้ามาด้วยตัวเอง ครั้งหน้าอย่ามาปฏิเสธแล้วกันเด็กน้อยเอ๊ย

 

          ทั้งสองกินไปคุยกันไปจนกระทั่งอิ่มท้อง ซองจินก็ชวนวอนพิลไปดูหนังซึ่งร่างเล็กก็ตกลง ก่อนออกจากร้าน คิมวอนพิลก็ไม่ลืมที่จะบอกลาผู้ใหญ่จนทำให้ผู้เป็นแม่เอ็นดูเจ้าตัวยิ่งกว่าเดิม

 

          เพราะทานอาหารมาแล้ว ตอนดูหนังจึงไม่ได้ซื้ออะไรเข้าไปนอกจากน้ำคนละแก้ว พอออกมาจากโรงก็เป็นเวลาหัวค่ำแล้ว ทั้งคู่จึงเห็นพ้องกันว่าควรจะกลับได้แล้ว

 

          ระหว่างที่จะเดินออกจากห้างฯ ทั้งคู่ก็เดินผ่านร้านขายเครื่องดนตรีร้านหนึ่ง ซองจินเป็นฝ่ายชวนคนตัวเล็กเข้าไปในร้าน ร่างหนาคว้ากีตาร์โปร่งตัวหนึ่งที่แขวนอยู่ลงมาแล้วไปนั่งลงข้างๆวอนพิลที่ประจำตำแหน่งเปียโน จากนั้นเสียงเพลงก็เริ่มบรรเลง

 

          เสียงนุ่มของเปียโนผสานกับเสียงฟังสบายของกีตาร์ เสริมด้วยเสียงร้องเพลงหวานๆของวอนพิลโดยมีเสียงทุ้มนุ่มร้องเสริมบ้างทำให้คนที่เดินผ่านไปมาถึงกับต้องหันมอง เด็กน้อยคนหนึ่งถึงกับหยุดเพื่อดูทั้งคู่บรรเลงเพลงจนผู้ปกครองต้องมาพาตัวไป ซองจินเหลือบมองคนตัวเล็กเป็นระยะ เช่นเดียวกับวอนพิลที่หันไปหาร่างหนาเพื่อส่งยิ้มเปี่ยมสุขให้ คงเพราะชอบดนตรีเหมือนๆกันแบบนี้คุณนายพัคจึงเคยบอกว่าถ้าลูกชายได้แฟนเป็นคิมวอนพิลผู้ซึ่งมีเป้าหมายชีวิตในการเป็นครูสอนเปียโนก็คงจะดี

 

เดี๋ยวผมไปส่งพี่นะวอนพิลว่า ดูเหมือนคนตัวเล็กจะเห่อใบขับขี่เป็นพิเศษเพราะตอนมาที่ห้างฯก็เป็นเจ้าตัวที่ขับรถมา

 

ไม่เอา เราแหละขับกลับไปที่หอ เดี๋ยวพี่เรียกแท็กซี่กลับเองซองจินปฏิเสธ

 

เพื่ออะไรเนี่ย มันเปลืองเงินนะครับร่างเล็กแย้งกลับพร้อมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

 

เอาน่า พี่จะได้รู้ว่าเรากลับถึงหออย่างปลอดภัยรึเปล่าไง

 

ไม่ต้องหรอกครับพี่ ลำบากเปล่าๆ เดี๋ยวถึงหอผมทักแชทมาบอกก็ได้คนตัวเล็กปฏิเสธเป็นพัลวัน

 

ไม่ลำบากหรอกน่าร่างหนายืนกราน

 

แต่…” เสียงหวานถูกเบรกไว้ด้วยคำพูดของอีกฝ่าย

 

เป็นห่วง

 

“…”

 

ตกลงตามนี้นะซองจินถามย้ำอีกครั้ง

 

ก็ได้..” คราวนี้เสียงหวานอ่อนลง วอนพิลหลบสายตาของซองจินที่จ้องมาที่ตนอย่างไม่ปิดบัง พยายามสงบจิตสงบใจให้อัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้นเพียงได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงมันลงลดบ้าง

 

          สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นไปตามที่พัคซองจินต้องการ วอนพิลขับรถมาถึงหอพักอย่างปลอดภัยโดยมีซองจินนั่งมาด้วยและนำรถเข้าจอดได้อย่างเรียบร้อย ขณะที่ร่างหนากำลังยืนรอแท็กซี่ วอนพิลก็มายืนรอเป็นเพื่อนซึ่งซองจินก็ไม่ได้ว่าอะไร มีบทสนทนาเกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่เล็กน้อย รอไม่นานนักแท็กซี่ก็ผ่านมา ซองจินจึงโบกเรียก

 

วอนพิลซองจินหันมาเรียกคนตัวเล็กขณะที่แท็กซี่กำลังชะลอความเร็ว

 

ครับ?” รถแท็กซี่ที่ร่างหนาเรียกแล่นช้าๆเลียบฟุตบาธและเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ

 

เป็นแฟนกับพี่นะเมื่อจบประโยคของร่างหนา รถแท็กซี่ก็จอดนิ่งตรงริมฟุตบาธด้านหน้าซองจินพอดี

 

เอ่อ….” คนตัวเล็กได้แต่อ้าปากค้างทำตาโตเพราะคำขอเป็นแฟนที่ฉุกละหุก

 

รถพี่มารอแล้วนะ จะเป็นมั้ยครับร่างหนาเร่งยิ้มๆอย่างไม่จริงจัง ความจริงแค่เห็นแก้มแดงๆนั้นก็อจะรู้แล้วว่าอีกฝ่ายรู้สึกเช่นเดียวกับตน

 

เป็นครับร่างเล็กอ้อมแอ้มตอบเบาๆ รอยยิ้มที่เก็บไม่อยู่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

 

งั้นต่อไปนี้ห้ามปฏิเสธเวลาพี่ป้อนอะไรให้กินแล้วนะ คนตัวสูงกว่าพูดพร้อมกับรอยยิ้มอย่างมีความสุขเช่นกัน

 

พูดมากน่า ไปเลย คนขับรอแล้ววอนพิลไล่ร่างหนาอย่างไม่จริงจังนัก ไม่ใช่อะไร คนมันเขิน

 

งั้นเดี๋ยวพี่ทักไปนะครับตัวเล็กพูดจบก็ขยี้ผมนุ่มของคนตัวเล็กกว่าเบาๆแล้วเปิดประตูขึ้นรถแท็กซี่ไป ทิ้งให้คิมวอนพิลต้องยืนยิ้มเขินๆกับสรรพนามใหม่ที่แฟนหมาดๆเพิ่งตั้งให้ขณะที่มองตามรถรับจ้างไปจนรถเลี้ยงออกไปนอกสายตา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

…The End…








*********************************************************************************************************************

จบแย้วววววววววว มาอัพจบให้วันเกิดนพิลนะคะ แง้ ช่วงนี้ไรท์หลงคิมวอนพิลมากเลย ไม่ว่าจะร่างวอนพิลหรือร่างพิริมิริไรท์ก็รักเค้าาาาาาาา ฮื้ออออออออออออ

อีกอย่างอยากแต่งซีนนี้จาก When you love someone มานานแล้ว ตอนดูเอ็มวีครั้งแรกคือแบ๊บบบบบ ฮื้อออออ ซองพิลๆๆๆๆมั่กๆเรยTT ^ TT 


อ่ะ! สาระ!! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ขอบคุณมากจริงๆ ใครมีความเห็นอย่างไรกับฟิคเราสามารถทิ้งคอมเมนท์ไว้ได้เลยนะคะ ไม่ว่าจะหวีด จะติชม ได้หมดเลย เราจะนำทุกความเห็นของทุกคนไปพัฒนาฝีมือตัวเองต่อไปค่ะ


สุดท้าย! ขอฝาก จอยลดา อีกเรื่องไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกคนทีนะคะ คู่ซองพิลเหมือนเดิม ชื่อเรื่องว่า DAY to sing หรือไปดูแท็ก #นักร้องซองพิล ในทวิตเตอร์ได้ค่ะ ขอบคุณค่าาาาาาาาาาา //โค้งงามๆ




-หากมีคำผิดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ-


ผลงานอื่นๆ ของ Kiratar

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 PunchCheetah (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 23:01
    อาาาาา น่ารักมากเลยค่ะ เราชอบเรื่องที่เรียบๆ อบอุ่นหัวใจแบบนี้มากเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1
    1
    • #1-1 Kiratar(จากตอนที่ 1)
      17 กรกฎาคม 2561 / 22:29
      ขอบคุณนะค้าาาา^3^
      #1-1