นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF] Parallax...เพียงใต้ผ้าห่ม (JinHope of BTS)

โดย Kiratar

การสมรู้ร่วมคิดอันจะได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย...โฮซอกที่ยอมก้าวลงมาในหลุมพรางทั้งที่รู้ว่าจินทำไปเพียงเพราะต้องการผลประโยชน์ และจินที่ไม่รู้ตัวเลยว่าวันหนึ่งเขาจะพลัดตกลงมาในหลุมพรางของตัวเอง...

ยอดวิวรวม

947

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


947

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


40
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  9 เม.ย. 60 / 09:22 น.
นิยาย [SF] Parallax...§ (JinHope of BTS)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีค่าาาา ไรท์ต้าร์เอง อิส์อิส์
แนะนำฟิคกันดีกว่า

เรื่องนี้เป็นSF ชxช ใครไม่ชอบกดออกได้เลยค่ะ
เนื้อหาเป็นเพียงจินตนการของผู้แต่ง ไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด
อ่านแล้วช่วยเมนท์บอกกันหน่อยนะค้า~ ว่าดีไม่ดียังไง ไรท์จะได้ประปรุงได้โนะ^^
ขอบคุณทุกคนที่กดเข้ามาอ่านและให้ความสนใจSFเรื่องนี้นะคะ เริ้บบบบบ











Characters














จิน หรือ คิมซอกจิน (25 ปี)
นักร้องที่งานเพลงไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรนัก แต่กลับได้รับความนิยมในการแสดงอย่างล้นหลาม







จองโฮซอก (22 ปี)
นักแต่งเพลงฝีมือดี แต่เพลงกลับไม่เป็นที่รู้จักมากนักเพราะโปรดิวเซอร์มักเห็นว่าอายุยังน้อยและอาจมีประสบการณ์ไม่มากพอ









......................................................................................................................................................................................

อยากอธิบายชื่อเรื่องนิดหน่อยค่ะ^^' เผื่อรีดเดอร์งงๆว่าเอ๊ะ! parallax คืออะไร เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ ส่วนใต้ผ้าห่ม... อ่านไปเดี๋ยวรู้เองค่ะ เพราะฉะนั้นขอข้าม 5555555

Parallax คือ ปรากฏการณ์แบบในรูปนี้ค่ะ..


หากผู้สังเกตยืนอยู่ที่จุด B แล้วมองไปที่ต้นไม้C จะเห็นว่าต้นไม้กับบ้านอยู่ตำแหน่งเดียวกัน/ซ้อนทับกัน
แต่ถ้าผู้สังเกตยืนอยู่ที่จุด A ก็จะเห็นว่าต้นไม้C กับบ้านนั้นอยู่คนละตำแหน่งกัน/อยู่ห่างกัน
ปรากฏการณ์แบบนี้เรียกว่า "Parallax" ค่ะ

ซึ่ง Parallax เกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไง...ก็เปรียบเสมือนความสัมพันธ์ของจินและโฮซอกที่มองมุมหนึ่งเป็นอีกอย่าง แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็นอย่างที่ใครๆเห็นค่ะ

อิ๊ เหมือนสปอยล์เบาๆเลยเนอะ>< เอาเป็นว่าขนาดนี้แล้วรีบกดไปอ่านกันเลยจ้าาาา

-หามีคำผิดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ-
 _/|\_

.......................................................................................................................................................................................
ที่มาภาพ
https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/564x/97/71/3b/97713b79f10cdacb1c9f461e1f196ec2.jpg
http://ww3.sinaimg.cn/large/00654X08gw1esyx2oeiuhj30rs15on8c.jpg
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/c/cb/Parallax_(PSF).png
https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/736x/40/d9/f1/40d9f1aae6bba55039e469768556d229.jpg

ป.ล. การแต่งรูปไอค่อนให้พี่จินผมดำและโฮปผมแดงเป็นอะไรที่ลำบากชีวิตมากค่ะ ฮืออออTT ^TT
ไม่มีอะไร บ่นเฉยๆ 5555555555555

เนื้อเรื่อง อัปเดต 9 เม.ย. 60 / 09:22



Part I



จิน นักแสดงหนุ่มมาดนิ่งขวัญใจวัยรุ่นเปิดเผยถึงความสัมพันธ์หวานชื่นกับนักแต่งเพลง โฮซอกยืนยันว่าออกเดทกันจริงและย้ายมาอยู่ด้วยกันได้เดือนกว่าแล้ว!

 

            ร่างสูงของคิมซอกจิน หรือ จิน นั่งพลิกหน้าหนังสือพิมพ์ไปมาอยู่บนโซฟาในกลางดึกก่อนจะพลิกมาเห็นพาดหัวข่าวบันเทิงที่เขียนเกี่ยวกับตัวเอง แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้มีท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับเนื้อหาข่าวนี้มากนัก จะมีก็แต่

 

นักแสดงหรอหึ! ฉันเดบิวต์มาเป็นนักร้องต่างหากคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก เพราะแม้แต่นักข่าวยังเขียนว่าเขาเป็นนักแสดงเลยทั้งที่เขาเดบิวต์ด้วยการเป็นนักร้อง และความจริงแล้วเขาเองก็ออกจะชอบอาชีพนักร้องมากกว่านักแสดงเสียด้วยซ้ำ ถึงแม้เพลงของเขาจะไม่ค่อยได้รับความนิยมก็เถอะแต่ด้วยช่วงเวลาและโอกาสที่ทำให้เขาได้มีโอกาสมาแสดงละครและเกิดดังเป็นพลุแตกขึ้นมาเสียอย่างนั้น คนทั่วไปจึงรู้จักเขาในฐานะนักแสดงไปโดยปริยาย

 

            แต่ก็นั่นแหละ คิมซอกจินไม่ใช่คนโง่ เขาจึงวางแผนหาทางทำให้ตัวเองได้กลับไปมีชื่อเสียงในฐานะนักร้องอีกครั้ง

 

ติ๊ดๆ แกร๊ก แอ๊ด~

 

            เสียงเปิดประตูคอนโดดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มบนโซฟาหันไปทางต้นเสียงตามสัญชาตญาณ และก็ได้พบกับคนคุ้นหน้าที่เพิ่งจะกลับมาถึง

 

อ้าว! ยังไม่นอนอีกหรอฮะพี่จินเสียงหวานใสเอ่ยขึ้น พร้อมกับเจ้าของเสียงก้าวเข้ามาในห้องในสภาพเพลียเล็กน้อย เสื้อเชิ้ตสีขาวบางตัวใหญ่นั้นก็ดูหลุดรุ่ยไม่เรียบร้อย แบบที่รู้ๆกันอยู่ว่าคืนนี้ได้ผ่านอะไรมา

 

ก็รอนายนั่นแหละ โฮซอก

 

แหม~ ก็บอกแล้วว่าไม่ต้องรอ ผมไปสนุกของผมเดี๋ยวก็กลับร่างเล็กตอบกลับขณะที่มือเรียวสวยถอดแว่นกันแดดออก

 

เพราะพี่ปล่อยให้นายไปสนุกอยู่คนเดียวไม่ได้ไงล่ะโฮซอกร่างสูงกล่าวเสียงขรึมและมองสภาพคนตรงหน้าที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของเขาอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก

 

ก็ไหนตอนแรกที่ตกลงกันพี่ว่าจะให้อิสระกัน จะทำอะไรก็ได้ขอแค่ไม่ให้นักข่าวรู้ไม่ใช่หรอโฮซอกเดินมานั่งลงบนโซฟาข้างๆร่างสูงแล้ววางแว่นกันแดดที่ใช้อำพรางใบหน้าเมื่ออยู่ข้างนอกลงบนโต๊ะหน้าโซฟา ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วยเล่า~” เสียงหวานลากยาวแล้วยู่ปากอย่างเซ็งๆ ไม่ได้มีท่าทีว่าจะกลัวท่าทางจริงจังของอีกฝ่ายเลยสักนิด

 

ฟึ่บ!

 

            จากที่นั่งจ้องคนตัวเล็กกว่านิ่ง.. ร่างหนาก็ขยับตัวอย่างรวดเร็วดึงใบหน้าสวยราวกับผู้หญิงนั้นเข้ามาชิดตนและมอบจูบให้อย่างดูดดื่ม มือใหญ่รองไว้ที่ท้ายทอยและแทรกเข้าไปในกลุ่มผมสีน้ำตาลแดงของอีกฝ่าย ลิ้นอุ่นเริ่มไม่อยู่เฉยและค่อยๆแทรกผ่านกลีบปากบางเข้าไปทักทายลิ้นเล็กที่กระหวัดตอบรับอย่างไม่เขินอาย มือหนาที่เดิมรองอยู่ตรงท้ายทอยเลื่อนมาด้านหน้าและสอดเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตคอกว้างของคนตัวเล็ก

 

อื้อ ไม่เอานะฮะจังหวะนั้นเองที่คนตัวเล็กกว่ารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปรีบดันตัวเองออกมาจากวงแขนแกร่ง วันนี้ผมเพลียแล้ว แล้วอีกอย่างพี่ก็ไม่ต้องกลัวผมจะทำชื่อเสียงที่พี่รักเสียหายหรอกน่า ยังไงผมเองก็ยังอยากขายเพลงที่ผมแต่งให้ได้เยอะๆเหมือนกันนั่นแหละ ถ้าพี่กลัวว่าคนข้างนอกจะจำผมได้ละก็หายห่วง ผมปลอมตัวอย่างแนบเนียนที่สุดแล้ว~” โฮซอกอธิบายเพราะรู้ว่าสิ่งที่ซอกจินกำลังจะทำนั้นก็เพราะเจ้าตัวอยากจะให้ทำให้แน่ใจว่าทั้งสองคนนั้นยังอยู่ในอาณัติของกันและกันจริงๆ เหมือนทุกๆครั้งที่ร่างสูงมักจะบอกกับตนก่อนจะทำเรื่องอย่างว่า

 

“…ก็รู้นี่เสียงทุ้มกล่าวเรียบๆ

 

เราต่างก็ได้ประโยชน์กันตามแผนของพี่ พี่ได้เพลงของผมไปร้องแล้วก็ได้กู้ชื่อเสียงในฐานะนักร้องกลับมา ส่วนผมก็ได้ทำให้เพลงของผมดังผ่านกระแสของแฟนคลับพี่ เพราะฉะนั้นพี่ไม่ต้องกลัวผมจะทำลายสัญญาของเราหรอกน่า…” เสียงหวานเอ่ยหน่ายๆเพราะประโยคนี้ตนนั้นได้บอกมันกับร่างสูงเป็นรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้

 

แต่ว่านายให้คนอื่นได้ แต่ให้ผัวไม่ได้รึไง!?” ครั้งนี้จินตอบกลับด้วยเสียงที่ดุขึ้นกว่าเดิมทำเอาโฮซอกใจกระตุกวูบเพราะความเกรง แต่ก็เข้าใจได้ว่าอารมณ์ของคิมซอกจินนั้นถ้าถูกจุดขึ้นมาแล้วก็ยากที่จะดับ

 

แล้วเราไปเป็นผัวเมียกันตั้งแต่เมื่อไหร่คนตัวเล็กเลิกคิ้วถามด้วยน้ำเสียงยียวนเพราะอยากยั่วอารมณ์ร่างสูงเล่น เพราะเราก็ไม่เคยมีความรู้สึกให้กันแบบผัวเมียอยู่แล้วนี่ นอกจากตอนอยู่หน้ากล้องอะนะดวงตากลมละสายตาจากการสบตาร่างสูงเมื่อพูดประโยคหลังเพราะไม่อยากให้ร่างสูงเห็นอะไรบางอย่างในแววตาของตน

 

ก็เกือบถูกที่จริงต้องบอกว่าเราไม่เคยเป็นผัวเมียกันจริงๆนอกจากตอนอยู่หน้ากล้อง…” สายตาคมยังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวาน “…กับใต้ผ้าห่มต่างหาก

 

            สิ้นประโยค จินก็เข้าประกบจูบบนกลีบปากบางอีกครั้งซึ่งโฮซอกก็ไม่ได้มีท่าทีต่อต้านแต่อย่างใด ลิ้นเล็กทำหน้าที่ของมันได้อย่างดี คนตัวเล็กขบที่ริมฝีปากหนาของอีกฝ่ายเบาๆเพื่อช่วยปลุกอารมณ์ให้กับร่างสูง

 

แขนแกร่งช้อนที่ข้อพับเข่าของโฮซอกและอุ้มคนตัวเล็กขึ้นพาเดินยังในห้องนอนและวางร่างเล็กลงบนเตียง จากนั้นร่างสูงก็ตามไปคร่อมทับร่างของโฮซอกทันทีโดยที่ใบหน้าของทั้งคู่ไมได้ละจากกันเลย มือใหญ่สอดเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตบางตัวใหญ่ของร่างเล็กอย่างรีบร้อน ลูบไล้ไปทั่วผิวกายเนียนนุ่มจนร่างเล็กบิดไปมาเพราะความเสียวซ่าน

 

อื้อเสียงหวานครางอึงในลำคอบ่งบอกว่ากำลังหายใจไม่ทัน ร่างหนาจึงละความสนใจจากกลีบปากสีสวยมาเป็นซอกคอขาวเนียนแทน กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆที่ติดตัวโฮซอกมายิ่งทำให้จินมัวเมาในร่างของคนใต้ร่างมากขึ้นไปอีก มือเรียวสอดเข้าไปในกลุ่มผมสีดำของจินเพื่อระบายความเสียวซ่าน ระหว่างที่ร่างสูงสร้างรอบประทับสีกุหลาบไปทั่วลำคอระหงนั้น มือใหญ่ก็ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของคนตัวเล็กไปทีละเม็ดด้วย จนสุดท้ายร่างสูงก็จักการเปลื้องอาภรณ์ทุกชิ้นที่ขวางกันทั้งสองจากกันออกจนหมด

 

            สายตาคมไล่มองไปทั่วร่างบอบบางของคนใต้ร่างที่ตอนนี้เปลือยเปล่าเหลือไว้แต่เพียงสร้อยคอพร้อมจี้ตัวอักษร ‘SJ’ ที่ย่อมาจากชื่อของซอกจิน ซึ่งเขาเองก็สวมสร้อยแบบเดียวกันพร้อมกับจี้ตัวอักษร ‘HS’ ย่อมาจากชื่อของอีกฝ่ายเช่นกัน จริงๆสร้อยนี้จินก็สั่งทำมาเพื่อหลอกให้ทุนคนเชื่อว่าเขาทั้งสองคบกันจริงๆและตกลงกันว่าจะใส่มันไว้ตลอดเวลา

 

นายมันเซ็กซี่เป็นบ้า.. รู้ตัวรึเปล่าร่างสูงก้มลงไปกระซิบข้างหูร่างเล็กจนคนตัวเล็กขนลุก ใช่แล้วสำหรับซอกจิน โฮซอกที่ปราศจากอาภรณ์แต่สวมเพียงสร้อยตัวย่อชื่อของเขาน่ะปลุกอารมณ์เขาได้ดีกว่าอะไรในโลกนี้แล้ว จินเอื้อมไปดึงผ้าห่มมาคลุมร่างของทั้งสองไว้เพราะเกรงว่าความเย็นจากเครื่องปรับอากาศในห้องนอนจะทำให้คนตัวเล็กหนาวได้เพราะโฮซอกนั้นเป็นคนค่อนข้างขี้หนาวไม่น้อย

 

            ร่างสูงจับท่อนขาเรียวให้ชันขึ้นและเข้าไปแทรกตัวอยู่ตรงกลางก่อนจะค่อยๆเปิดทางให้กับคนใต้ร่างอย่างใจเย็น

 

อืมมมมคนตัวเล็กหลุดร้องออกมาเมื่อร่างสูงขยับเร็วขึ้นเรื่อยๆเพราะความเสียว จนกระทั่งร่างเล็กหมดความเจ็บปวดและพร้อมที่จะรับสิ่งที่ใหญ่กว่าร่างหนาก็กดแทรกเข้ามาทีเดียวจนสุด อ๊า~ พี่จิน

 

อ่า.. ดีมากเลยโฮซอกร่างสูงขยับตัวเป็นจังหวะเนิบนาบในตอนแรกและเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ มือหนาข้างหนึ่งก็เลื่อนลงมาช่วยปรนเปรอให้กับคนตัวเล็ก

 

อึกอื้อ.. อื้อ..” เสียงหวานหลุดครางออกมาทุกครั้งที่คนตัวใหญ่กว่ากระแทกโดนจุดสำคัญ แขนเรียวยกขึ้นมาคล้องลำคอแกร่งโดยอัตโนมัติ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นหลับตาแน่นเพราะอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน

 

            เสียงหวานดังสอดประสันกับเสียงทุ้ม ใบหน้าของโฮซอกขึ้นสีแดงระเรื่อขึ้นเพราะแรงอารมณ์ สองร่างแนบชิดเสียดสีกัน บทรักดำเนินอยู่เนิ่นนานจนกระทั่งทั้งสองใกล้ถึงปลายทาง

 

อะพี่จิน อื้อ~!”

 

อืม.. โฮซอกอ่า…”

 

ฮื่อ..” ร่างบางกระตุกเกร็งเมื่อร่างสูงโถมกายเข้ามาครั้งสุดท้ายและปลดปล่อยสายธารรักเข้ามาในร่างกายของตนในเวลาเดียวกับที่ตนเองก็ได้ปลดปล่อยออกมาเช่นกัน และร่างหนาก็ก้มลงมากดจูบหนักๆบนริมฝีปากสีสวยอีกครั้ง

 

อื้อ~ ไม่เอา เหนื่อย..” โฮซอกร้องประท้วงขึ้นแล้วหันหน้าหลบ หายใจหอบถี่เพราะความเหนื่อยอ่อน

 

โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วเสียงทุ้มเอ่ยอย่างเอ็นดูคนเด็กกว่า จากนั้นร่างหนาก็ทิ้งตัวลงนอนข้างๆกับร่างเล็ก จินเฝ้ามองเปลือกตาสีอ่อนปิดลงและการหายใจของคนข้างๆเข้าสู้จังหวะสม่ำเสมอบ่งบอกว่าคนตัวเล็กเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว

 

            จินเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงแล้วหันกลับมานอนมองใบหน้าหวานหลับพริ้มอย่างเหนื่อยอ่อนต่อ แต่แล้วหัวทุยๆนั้นก็ขยับมาซบที่ไหล่กว้างอย่างไม่รู้ตัว ร่างสูงยิ้มออกมาบางๆในความมืดขณะที่ยกมือขึ้นมาลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ชักมือกลับมา จากนั้นก็หลับตาลงและเข้าสู่ห้วงนิทราไป

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ค่ำหนึ่ง ณ Studio อัดรายการ

 

 

 

ตกลงคุณทั้งสองคนคบกันจริงๆแล้วใช่ไหมครับเนี่ย แหม่.. ผมนี่ยังอึ้งอยู่เลยนะครับ สาวๆค่อนประเทศอกหักกันเป็นแถบเลยนะครับคุณจินเสียงพิธีกรชายตัวบางกล่าวขณะที่อัดรายการสัมภาษณ์อยู่

 

ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะหักอกทุกคนหรอกนะครับ แต่คุณฮีชอลคงเข้าใจ ผมห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้จริงๆครับจินตอบยิ้มๆแล้วเอื้อมมือหนาไปกุมมือของโฮซอกที่นั่งข้างๆตนไว้

 

คุณเป็นคนที่โชคดีมากเลยนะครับเนี่ย คุณโฮซอกพิธีกรเจ้าของนามคิมฮีชอลหันมาพูดกับคนตัวเล็กกว่าข้างๆร่างสูงบ้าง

 

คงงั้นมั้งครับร่างเล็กตอบอายๆแล้วหันไปสบตากับร่างสูงที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของตนนิ้วเรียวขยับสอดประสานกับมือหนาให้กระชับขึ้น ผมรู้สึกโชคดีมากที่พี่จินเข้ามาในชีวิตของผม

 

เป็นคู่รักที่น่ารักจริงๆเลยนะครับพิธีกรหน้าสวยกล่าวขณะที่มองคู่รักใหม่แห่งวงการบันเทิงด้วยความเอ็นดูแล้วอย่างนี้เวลาคุณโฮซอกแต่งเพลงนี่ต้องนึกถึงแต่หน้าคุณจินแน่ๆเลยใช่มั้ยครับไม่วายตบท้ายด้วยการแซวคนตัวเล็กอีกรอบ

 

จะบอกว่าไม่จริงก็คงไม่ได้นะฮะพวงแก้มใสขึ้นสีแดงจางๆด้วยความเขินอาย แต่เวลาแต่งเพลงก็นึกถึงแต่หน้าพี่จินจริงๆ แล้วก็นำความรักของพวกเรามาบรรยายเป็นเพลงน่ะฮะ แต่เพราะความรู้สึกที่ผมใส่ลงไปในเพลง ผมมีให้พี่จินคนเดียว ก็เลยอยากให้พี่จินเป็นคนร้องเพลงของผมน่ะฮะ^^”

 

และเวลาผมร้องเพลง ผมก็นึกเสมอครับ ว่าร้องให้โฮซอกเขาฟังร่างพูดสูงเสริมแล้วยกแขนขึ้นมาโอบไหล่โฮซอกเอาไว้ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กับกล้องแล้วก็ ขอฝากหน่อยนะครับ เร็วๆนี้ผมจะปล่อยมินิอัลบั้มมาให้ทุกคนได้ฟังกัน รอติดตามกันด้วยนะครับ!”

 

หวานมดขึ้นสตูดิโอแล้วครับ ฮ่าๆๆๆๆฮีชอลกล่าวแซวทั้งคู่จากนั้นก็หันไปมองกล้อง เอาล่ะครับวันนี้พวกเราก็ได้พูดคุยกับคุณจินและคุณโฮซอกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่กำลังเป็น talk of the town ในช่วงนี้กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ รวมถึงสัปดาห์นี้ก็หมดเวลาของรายการเราแล้ว พบกันใหม่สัปดาห์หน้าเวลาเดิม แล้วมาคอยติดตามกันนะครับว่ารายการเราจะพาดาราคนไหนมาเล่าเรื่องราวของพวกเขากันอีก วันนี้ต้องลาคุณผู้ชมไปก่อนนะครับ สวัสดีครับบบบบเมื่อคิมฮีชอลกล่าวปิดรายการและผู้กำกับสั่งคัทแล้ว ฮีชอล จิน และโฮซอกก็กลับเข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่อเปลี่ยนชุดของสปอนเซอร์คืน

 

            ขณะที่ซอกจินและฮีชอลกำลังจัดของของตนเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านนั้น โฮซอกก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างแวกซ์บนผมของตนออกก่อนเนื่องจากเจ้าตัวไม่ค่อยชอบมันเท่าไรนัก

 

ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่ารองเท้า 2 คู่นี้คู่ไหนเป็นของคุณฮีชอลหรือของคุณโฮซอกกันแน่คะ บังเอิญว่ามันเป็นแบบเดียวกันเลยน่ะค่ะสตาฟฟ์หญิงคนหนึ่งที่กำลังนำรองเท้ามาให้เจ้าของเอ่ยถามขึ้น

 

คู่นี้ของโฮซอกครับ คู่ที่เล็กกว่ายังไม่ทันที่ฮีชอลจะได้ตอบว่าคู่ไหนเป็นของตน เสียงของจินก็ดังตอบออกมาก่อน จากนั้นก็รับรองเท้าของโฮซอกไว้ แล้วสตาฟฟ์ก้นำรองเท้าอีกคู่ไปให้คิมฮีชอลแทน

 

โอ้โห~ จำได้กระทั่งไซส์รองเท้ากันเลยนะครับพิธีกรตัวบางยังคงเอ่ยแซวไม่เลิกแม้จะปิดกล้องแล้ว

 

หึๆ ก็.. นิดหน่อยน่ะครับจินตอบยิ้มๆ แล้วฮีชอลก็ใส่รองเท้าของตนแล้วออกจากห้องแต่งตัวไปก่อน จากนั้นไม่นานโฮซอกก็ออกมาจากห้องน้ำ เก็บของ และเดินไปที่อาคารจอดรถเพื่อกลับบ้านพร้อมกับร่างสูง

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.


 Kim Heechul

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

            คิมซอกจินชอบความเป็นส่วนตัวดังนั้นเวลาเสร็จงานเขาจึงชอบที่จะขับรถกลับคอนโดเองมากกว่าให้ผู้จัดการหรือคนขับรถมาส่ง ครั้งนี้ก็เช่นกันร่างสูงนั่งประจำที่คนขับโดยมีร่างเล็กของโฮซอกนั่งข้างๆ จินขับรถตามทางกลับคอนโดมาเรื่อยๆโดยไม่มีบทสนทนาใดหลุดออกจากปากของทั้งคู่เลย จนกระทั่งรถติดไฟแดงตรงสี่แยก

 

“…” จินหันมามองใบหน้าหวานของคนข้างๆที่กำลังมองตรงออกไปนอกกระจกรถ มือหนาเอื้อมมาจัดปอยผมสีน้ำตาลแดงด้านหน้าที่ตกลงมาเกือบปรกตาของโฮซอกออกให้เรียบร้อย

 

“…” โฮซอกหันมามองร่างสูงเมื่อรู้สึกตัวว่าโดนสัมผัส แต่ก็ไม่ได้เอ่ยว่าอะไร เช่นเดียวกับจินที่ยังคงเงียบและเกลี่ยผมด้านหน้าของโฮซอกออกให้อย่างเบามือ

 

            ทั้งคู่ประสานสายตากันคนตัวเล็กพยายามปรับสีหน้าและแววตาของตนให้เป็นปกติที่สุดเพื่อซ่อนความกลัวเอาไว้ไม่ให้ร่างสูงเห็นกลัวว่าร่างสูงจะรู้ความลับของเขาส่วนสายตาของร่างสูงนั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่โฮซอกอ่านไม่ออก มันเหมือนความไม่แน่ใจ ความลังเล แต่ก็ยังคงอ่อนโยนในสายตาของโฮซอก ซึ่งคนตัวเล็กก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมสายตาของจินจึงสะท้อนความรู้สึกเหล่านั้นออกมา

 

            ชั่ววินาทีต่อมาร่างสูงก็เลื่อนมือที่วางไว้บนหัวทุยสวยมาช้อนคางเรียวขึ้นแล้วโน้มตัวไปมอบจุมพิตให้กับร่างเล็ก ริมฝีปากหนาบดคลึงจูบรสหวานลงกับกลีบปากบางโดยไม่มีการรุกล้ำใดๆ ลมหายใจของทั้งสองประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน ฝ่ายร่างเล็กแม้จะไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆจินถึงทำแบบนี้ แต่ก็ยอมจูบตอบแต่โดยดี ริมฝีปากบางขบเม้มริมฝีปากหนาเบาๆและเอียงใบหน้ารับรับองศาการจูบของอีกฝ่าย และคงจะถือเป็นโชคดีที่สี่แยกนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นแยกที่จอแจที่สุดในเมืองเลยก็ว่าได้ กว่าสัญญาณไฟจราจรจะเปลี่ยนกลับเป็นสีเขียวก็ใช้เวลานานพอสมควร ทั้งสองจึงมีเวลาดูดดื่มในรสจูบของกันและกันไม่น้อย

 

            สุดท้ายจินก็เป็นฝ่ายละใบหน้าออกมาก่อน สายตาของทั้งคู่สบกันอีกครั้ง แต่ในจังหวะนั้นเองที่สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวแล้ว จินจึงหันไปถือพวงมาลัยเอาไว้อย่างเดิม และแววตาแปลกๆของร่างสูงก็หายไปด้วย

 

นายตอบคำถามเก่งดีนะ หัวไวเหมือนกันนี่เสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆเมื่อรถยนต์ออกตัวไปอีกครั้ง

 

อะอ่อยังไงผมก็ช่วยพี่จินอยู่แล้วละฮะโฮซอกที่ยังคงงงๆกับการเริ่มบทสนทนากะทันหันของจินตอบออกไป และเบนสายตากลับมามองออกไปนอกกระจกด้านหน้าเหมือนเดิม

 

“…” ร่างสูงไม่ได้พูดอะไร ปรากฏเพียงรอยยิ้มบางภายใต้แสงสลัวของไฟถนน

 

พี่ก็แสดงได้เก่งมากเลยฮะ เหมือนคู่รักจริงๆเลย

 

หึๆ…” ร่างสูงแค่นหัวเราะเบาๆ กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “…ขอบใจและบทสนทนาทั้งหลายก็ถูกกลืนหายเข้าไปในความเงียบอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Hoseok’s part

 

 

 

 

หัวไวงั้นเหรอ ก็แค่ตอบออกมาจากใจตรงๆ มันจะยากอะไรกันเชียว อ่าแต่อาจจะบิดเบือนไปหน่อยที่ว่าเอาความรักของเราสองคนมาบรรยายเป็นเพลง ถ้าให้ถูกอาจจะต้องใช้คำว่า ความรักของผมซะมากกว่าผมคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนมาถึงคอนโด

 

            เมื่อมาถึงคอนโดตอนประมาณสามทุ่มกว่า ผมก็ไม่รอช้าเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมข้าวของเพื่อจะออกไปข้างนอกเหมือนที่ผมออกไปทุกๆคืน

 

จะไปไหนค่ำๆมืดๆอีกเสียงพี่จินที่นั่งพักยืดเส้นอยู่ที่โซฟาทักผมขึ้น

 

ก็ออกไปเที่ยวเหมือนเดิมแหละน่า เดี๋ยวก็กลับผมปรับเสียตัวเองให้เป็นปกติก่อนจะเอ่ยตอบไป

 

ออกไปข้างนอกคนเดียวตอนกลางคืนบ่อยๆไม่กลัวรึไง พี่จินพูดต่อแล้วมองมาทางผม

 

“…” ผมไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ยักไหล่และยิ้มน้อยๆตอบเขาไป ไปละจากนั้นผมก็เดินออกนอกประตูคอนโดมา ปล่อยให้พี่ซอกจินอยู่ที่คอนโดคนเดียว

 

“…” แต่ก้าวออกมาได้สองสามก้าวผมก็หยุดฝีเท้าตัวเองลง ด้านหลังของผมยังคงเป็นประตูคอนโดของผมกับพี่จิน ก็กลัวนะ…” ผมตอบคำถามที่พี่ซอกจินถามผมเมื่อครู่ออกมา ทั้งที่รู้ว่าพูดไปคนถามเขาก็ไม่มีทางได้ยินหรอกแต่ผมคิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้าเขาจะไม่ต้องรับรู้ แต่ผมกลัวว่าตัวเองจะหลงรักพี่เข้าจริงๆไปมากกว่านี้มากกว่าผมเงยหน้าขึ้นเพราะรู้สึกว่าขอบตาตัวเองเริ่มร้อนขึ้นมาพิกลๆ ผมกำลังพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้

 

ผมกลัวว่าผมจะเจ็บเวลาโดนความจริงตอกย้ำว่าพี่ไม่ได้รักผมแต่สุดท้ายความพยายามของผมก็ล้มเหลวเมื่อน้ำตาอุ่นไหลออกมาจนได้ ฮึก.. ผมกลัวจะเจ็บเมื่อวันนั้นมาถึง วันที่ผมหมดประโยชน์ วันที่พี่จะทิ้งผมไป…”

 

            ผมปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอีกหยดแล้วหยดเล่าเพราะรู้ว่าผมกลั้นมันไม่อยู่อีกต่อไป ผมยืนอยู่ตรงนั้นอยู่เกือบสิบนาทีเพื่อสงบสติอารมณ์ตัวเอง สุดท้ายผมก็ยกมือขึ้นมาปาดคราบน้ำตาออกจากแก้ม หยิบเอาแว่นดำออกมาสวมแล้วออกเดินต่อ

 

แล้วยังจะมาคิดว่าผมไปนอนกับคนอื่นอีกนะผมได้แต่ตัดพ้ออยู่ในใจ ผมออกไปกินเหล้าอย่างเดียวต่างหากส่วนไอ้เรื่องอย่างว่าน่ะ ผมไม่เคยให้ใครนอกจากคนที่ผมรัก นอกจากพี่ พี่จินเวลาผมกลับมาแล้วเสื้อผ้าหลุดๆรุ่ยๆแบบนั้นน่ะ ก็แค่จะทำพี่เชื่อว่าผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่แค่นั้นแหละ

 

ใช่แล้ว ผมกลัวว่าผมจะรักพี่จินไปมากกว่านี้ และผมก็กลัวว่าถ้าวันนี้พี่จินรู้ว่าผมรู้สึกยังไง วันพรุ่งนี้ผมจะไม่ได้เห็นหน้าเขาอีก เพราะงั้นปล่อยให้มันเป็นแบบนี้น่ะดีแล้ววันไหนที่พี่เขาบอกว่าเขาไม่ต้องการผมแล้ว วันนั้นผมจะเดินออกมาเอง

 

สุดท้ายไม่ว่าจะยังไงชีวิตนี้ผมก็คงได้แต่บอกรักพี่เขาอยู่แค่ในใจนี้แหละ

 

 

 

 

End of Hoseok’s part















Jin’s part

 

 

 

 

ออกไปข้างนอกคนเดียวตอนกลางคืนบ่อยๆไม่กลัวรึไง ผมพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าโฮซอกกำลังจะออกไปข้างนอกอีกแล้ว

 

“…” แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ยักไหล่และยิ้มน้อยๆกลับมา ไปละสิ้นคำพูดเขาก็เดินออกนอกประตูไป ปล่อยให้ผมอยู่ที่คอนโดคนเดียวเหมือนที่ผมต้องอยู่ประจำ

 

เฮ้อ…” ผมก็คงห้ามอะไรเขาไม่ได้จึงได้แต่ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจออกมา ผมนั่งเอาศอกเท้ากับหัวเข่าแล้วมองไปที่ประตูนิ่งเพราะภาพแผ่นหลังบางที่เดินออกจากประตูไปยังคงติดอยู่ในความคิด เรื่องมันบานปลายขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ..

 

สุดท้ายฉันก็ตกหลุมพรางของตัวเอง สุดท้ายฉันก็ตกหลุมรักนาย จองโฮซอก…’ เสียงในความคิดของผมดังก้องอยู่ในหัว ฉันอยากรู้ว่าเวลานายอยู่กับฉัน นายมีความสุขเท่ากับเวลานายออกไปหาความสุขกับคนอื่นรึเปล่าถึงผมจะอยากรั้งเขาไว้ไม่ให้ไปในที่อโคจรแบบนั้นแค่ไหนผมก็คงห้ามไม่ได้ ความจริงคือผมไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าของเขาคนเดียวอยู่แล้ว เพราะยังไงหัวใจของเขาก็ไม่เคยเป็นของผม

 

“…พี่ก็ไม่ต้องกลัวผมจะทำชื่อเสียงที่พี่รักเสียหายหรอกน่า

เสียงหวานใสของโฮซอกที่เคยพูดประโยคนี้ยังคงติดอยู่ในโสตประสาท

 

ใช่ตอนแรกฉันรักชื่อเสียง แต่ตอนนี้ฉันรักนาย โฮซอกผมทำอะไรไม่ได้นอกจากได้แต่เอ่ยตอบประโยคนั้นของเขาอยู่ในใจ เพราะถ้าโฮซอกรู้ว่าผมคิดยังไงกับเขา โฮซอกอาจจะหนีผมไปก็ได้ และถ้าจะเป็นอย่างนั้น ผมก็ขอเลือกที่จะพันธนาการเขาไว้แบบนี้ดีกว่า รอวันหนึ่งที่เขาทนไม่ไหว รอวันที่เขาจะเอ่ยปากขอเดินออกจากชีวิตผมไปเองเสียยังจะดีกว่า

 

พี่ก็แสดงได้เก่งมากเลยฮะ เหมือนคู่รักจริงๆเลย

อีกประโยคที่โฮซอกเพิ่งพูดกับผมเมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่แล้วผุดขึ้นมาในหัวอีก ตอนที่เราสบตากันในรถ ผมเห็นความกลัวในแววตาเขา เขาคงกลัวว่าผมจะผลักไสเขาเมื่อเขาหมดประโยชน์กับผมสินะเขาคงกลัวว่าเขาจะต้องกลับไปเป็นนักแต่งเพลงโนเนมที่ไม่มีใครรู้จักอีก แต่เขาคงไม่รู้หรอกว่าผมไม่มีทางไล่เขาออกไปจากชีวิตได้ ผมไม่มีทางทิ้งเขาลงผมได้แต่ยิ้มสมเพชตัวเองออกมา

 

หึแสดงงั้นเหรอผมพูดออกมาคนเดียวท่ามกลางห้องที่เงียบสงัด เด็กโง่นั่นน่ะมันของจริงต่างหาก…”

 

            ผมเอนหลังพิงโซฟาและหลับตาลง คืนนี้ก็คงเหมือนทุกๆคืนที่ผมจะรอโฮซอกกลับมาอย่างปลอดภัย เหมือนทุกๆคืนที่ผมจะเปิดเสียงโทรศัพท์เอาไว้เผื่อว่ามีเรื่องร้ายอะไรเกิดขึ้นกับโฮซอกแล้วเขาติดต่อมา ถ้าเขายังไม่กลับมาอย่างปลอดภัย ผมก็ไม่มีทางข่มตาข่มใจหลับได้ลงหรอก ผมเป็นห่วงโฮซอก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


Why does everyone know our love?

Everyone except you

 


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

งานดราม่าก็มา 555555555 อย่าฆ่าไรท์นะคะ;------;

ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอ่านฟิคกากๆนี้จนจบนะคะ รักกกกกกกกกกกก

หากมีคำผิดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ_/|\_


SJเขาฝากมาย้ำว่าเดี๋ยวปลายปีนี้เขาจะคัมแบคนะคะทุกคน 5555555555555555555555 //อย่าตบไรท์ ไรท์แค่ทำหน้าที่ E.L.F ที่ดี._.


ที่มาภาพ

https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/736x/a0/86/97/a086976c58411b7d6b2cc6918a30a1c9.jpg (Dispatch)

 


และเนื่องจากไรท์เห็นว่ารีดเดอร์หลายคนอาจต้องทรมานใจกับตอนจบหน่วงจิตแบบนี้ บางคนก็อยากให้มีต่อ งั้น ได้!! ไรท์จัดให้ เอามาเสิร์ฟถึงที่^^ กับ Parallax Part II (ความจริงคือไรท์มีพล็อตเต็มหัว อยากหาเรื่องเขียนเหมือนกัน พอเห็นพล็อตที่มีเข้ากับเรื่องนี้ได้ก็เลยแต่งต่อให้เลย 555555)

อ่านต่อได้ด้านล่างนี้เลยจ้าาาาาา



Part II

 

 

            วันหนึ่งเป็นเวลากว่า 10 เดือนหลังจากที่ทั้งสองย้ายมาอยู่ด้วยกัน ในที่สุดตารางงานของทั้งคู่ก็มีวันหยุดยาวตรงกัน จินจึงใช้โอกาสนี้ชวนโฮซอกไปเที่ยวประเทศเยอรมันนีด้วยกัน ตอนแรกโฮซอกก็ไม่ค่อยอยากไปหรอก จริงๆคือไม่ใช่ว่าไม่อยากไปเที่ยวต่างประเทศ แต่ว่าไม่อยากไปกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของตนต่างหาก ก็รู้ๆกันอยู่ว่าทำไม เพราะโฮซอกกลัวใจตัวเอง

 

            และก็ตามคาด การมาต่างประเทศด้วยกันครั้งแรกครั้งนี้เป็นอะไรที่อันตรายกับหัวใจดวงน้อยของจองโฮซอกเอามากๆ เพราะต่างคนก็ต่างก็มีเพียงกันและกัน ดังนั้นจินกับโฮซอกจึงได้เรียกได้ว่าอยู่ตัวติดกันแทบจะตลอดเวลา เหตุการณ์แบบนี้ถ้าเกิดที่เกาหลีโฮซอกก็ยังพอหาเรื่องเลี่ยงไปที่อื่นได้ แต่เพราะเป็นที่นี่ร่างเล็กจึงไม่สามารถหนีไปไหนได้

 

อันนู้นน่ากินดีนะ ไปซื้อมาลองกันเสียงทุ้มเอ่ยชวนอย่างอบอุ่นก่อนจะคว้ามือเรียวแล้วออกแรงดึงให้คนตัวเล็กเดินตามตนไปยังร้านที่ตนสนใจ ซึ่งโฮซอกก็ได้แต่เดินตามไปพร้อมกับแอบถอนหายใจเบาๆเพราะไม่รู้ว่าตนเองควรจะควบคุมหัวใจของตนที่เต้นโครมครามอย่างไม่เป็นจังหวะได้อย่างไรดีในตอนนี้

 

            ขณะที่โฮซอกพยายามข่มใจตัวเองและตั้งกำแพงสูงเพื่อป้องกันตน กลับกัน จินนั้นเมื่อเริ่มตระหนักได้ว่าในเมื่อตนเป็นคนเริ่มดึงโฮซอกมาข้องเกี่ยวกับชีวิตของตนเองเอง เขาก็จะขอถือโอกาสนี้สร้างรอยยิ้มให้กับคนตัวเล็กบ้าง แม้มันจะยาก แต่จินก็จะลองดู เผื่อว่าโฮซอกจะได้อยู่กับเขาอย่างมีความสุขมากกว่าเดิม เผื่อว่าโฮซอกจะรู้สึกดีๆกับเขาเหมือนที่เขารู้สึกกับคนตัวเล็กบ้างแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี

 

นี่ๆ เดี๋ยววันนี้เดินเล่นในเมืองต่ออีกแป๊ปนึงแล้วกลับกันมั้ย ฟ้าใกล้มืดแล้ว แล้วค่ำๆไปหาเบียร์ดื่มแถวโรงแรมกันขณะที่ทั้งคู่เดินกินอาหารที่เพิ่งซื้อมาไปตามทาง จินก็กล่าวกับโฮซอกพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า รอยยิ้มที่โฮซอกไม่หันมามองเสียด้วยซ้ำเพราะวันนี้เขาได้รับมันมามากเกินไปแล้วเกินกว่าที่โฮซอกจะต้านทานใจของตัวเองไว้ได้ไหวแล้ว

 

ยังไงก็ได้ร่างเล็กตอบเรียบๆแล้วหันไปมองรอบๆ Mitte District ที่ผู้คนเริ่มหนาแน่นขึ้น

 

โอโห! ตึกนั้นสร้างไว้สวยเชียวเนอะจินพูดอย่างตื่นเต้นแล้วชี้ไปที่ยอดตึกทรงโดม ปกติเขาก็ไม่ใช่คนตื่นเต้นอะไรง่ายๆอย่างนี้หรอก ออกจะนิ่งๆเสียด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เขากำลังหาเรื่องคุยกับคนตัวเล็กอยู่



 

เขาเรียกว่า Deutscher Dom (ดอยท์เชอร์โดม) ต่างหากโฮซอกว่า

 

งั้นหรอ ฮะๆๆร่างสูงหัวเราะแก้เก้อน้อยๆทำไมนายดูไม่ค่อยตื่นเต้นเลยล่ะ ไม่ชอบที่นี่เหรอ?”

 

ชอบ แต่ผมก็มาที่นี่ครั้งที่ 2 แล้วไงฮะ จะให้ตื่นเต้นอะไรทุกครั้ง

 

และครั้งก่อนหน้านี้มาทำอะไรอะ? มากับใคร?”

 

มาคนเดียว ก็มาเที่ยวพักผ่อนในเมือง มาหาแรงบันดาลใจแต่งเพลงร่างเล็กตอบแล้วก้มมองเท้าตัวเองขณะเดินกลับโรงแรมไปเรื่อยๆ ปากเล็กเม้มเข้าหากัน คิ้วสวยขมวดน้อยๆเพราะไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าร่างสูงสนใจเรื่องของตนด้วย เขาอาจจะแค่ถามไปงั้นๆก็ได้ร่างเล็กคิดในใจ

 

อ๋อ~ แล้วคราวก่อนได้ลองกินไส้กรอกของที่นี่รึยัง อร่อยอย่างที่เขาว่ามั้ย?”

 

“…อือ อร่อยดี

 

งั้นพรุ่งนี้พี่ต้องไปหาลองบ้างแล้ว ร้านไหนอร่อยพาไปหน่อยสิจินยังคงชวนคุยต่อ

 

มันก็เหมือนๆกันแหละน่าโฮซอกตอบตัดรำคาญ เขาไม่อยากจะพูดคุยกับจินไปมากกว่านี้แล้ว วันนี้เขาใกล้ชิดกับร่างสูงมากเกินไปแล้ว

 

เออ พี่อยากลอง Kuchen ของเยอรมันจัง มันดูแปลกตาดี คราวก่อนที่มานายได้ลองหรือยัง



 

“…” ไม่มีเสียงหวานหลุดออกจากกลีบปากสวย มีเพียงการส่ายหน้าน้อยๆเป็นคำตอบเท่านั้น

 

ดีเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปหามาลองกัน ตามร้าน bakery ก็น่าจะมีเสียงทุ้มยังคงดังออกมาอย่างต่อเนื่อง เอ้อ! พี่ไปอ่านเจอว่า Palace of Tear มันเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ล่ะ อยู่ใน Berlin นี่แหละ พี่ว่ามันน่าสนใจดีนะ เดี๋ยวต้องกลับไปดูซะแล้วว่ามันอยู่ตรงไหนจินยังคงพูดนู่นพูดนี่กับโฮซอกไปเรื่อยๆตลอดทางกลับโรงแรม ซึ่งก็อยู่ห่างจาก Deutscher Dom พอสมควร แต่ก็พอเดินได้



 

“…” คำพูดของร่างสูงไม่ได้เข้าไปประมวลผลในสมองของโฮซอกเสียเท่าไร เพราะคนตัวเล็กพยายามใช้สมาธิบังคับไม่ให้ตนหลงใหลไปกับความโรแมนติคในฝันของตนอยู่ ทั้งสิ่งปลูกสร้างสไตล์ยุโรปรอบๆตัว อากาศเย็นสบาย และคนข้างกายที่ครอบครองหัวใจของร่างเล็กเอาไว้ทั้งดวง จริงๆถ้าพี่รักผมบ้างก็คงดีเนอะคนตัวเล็กได้แต่เปล่งเสียงอยู่เพียงในใจ

 

โฮซอก วันนี้นายไม่ค่อยพูดเลย เป็นอะไรรึเปล่า ไม่สบายตรงไหนไหม จินถามขึ้นอย่างเป็นห่วงขณะเดินผ่านล็อบบี้ไปยังหน้าลิฟต์ พร้อมกับยกมือขึ้นมาจะมาทาบที่หน้าผากมน

 

ไม่เป็นไรฮะ เพลียๆเฉยๆคนตัวเล็กเอนตัวหลบสัมผัสของร่างสูง

 

แน่ใจหรอ

 

อือ...

 

จริงนะ?”

 

จริงฮะ~” เสียงหวานถูกลากยาวขึ้นเพราะเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว วันนี้จินดูเหมือนว่าจะวอแวเขามากเกินไปแล้ว

 

งั้นโฮซอก ไว้วันก่อนกลับเราไปแม่น้ำ Spree …”

 

พี่จะไปไหนก็ไปเถอะฮะ อยากจะลากผมไปไหนอีกก็ไปเลย! แต่วันนี้ผมเหนื่อยแล้ว ผมขอพักนะฮะ ส่วนเรื่องเบียร์ถ้าพี่อยากดื่มก็ไปคนเดียวเลย ไม่ต้องรอผมร่างเล็กขึ้นเสียงอย่างเหลืออด ทำไมนะ ทำไมซอกจินต้องมาตอแยเขาอยู่ได้ ทั้งๆที่เขาพยายามจะไม่คิดอะไรกับร่างสูง แต่สิ่งที่ร่างสูงทำมันกลับทำให้ความพยายามของโฮซอกสูญเปล่า แค่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกเหมือนที่ตนรู้สึกแต่ต้องมาทนอยู่ด้วยกันมันยังทรมานไม่มากพออีกหรอ ทำไมจินถึงไม่ใจร้ายกับเขาหรือเมินเขาไปเลยเพราะมันคงง่ายกว่าที่โฮซอกจะได้ทำใจลืมเขาได้ ทำไมต้องมาทำให้โฮซอกรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆด้วย เพราะยิ่งร่างเล็กรู้สึกรักมากเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกเจ็บมากเท่านั้น


ถ้าไม่รักกันก็อย่ามาให้ความหวังได้ไหม...

 

“…” จินมองคนตัวเล็กนิ่ง พูดอะไรไม่ออก ส่วนโฮซอกนั้นก็ได้แต่มองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาจิน ประจวบเหมาะกับที่ลิฟต์มาถึงพอดี ขาเรียวก้าวพาตัวเองเข้าไปยืนในลิฟต์โดยไม่สบตาร่างสูงเลยแม้แต่น้อย แต่รอจนกระทั่งลิฟต์ปิดจินก็ไม่ยอมก้าวขึ้นมา ซึ่งโฮซอกก็ไม่ได้เรียกหรือรั้งร่างสูงไว้เพราะรู้ว่าจินไม่เคยถูกตนขึ้นเสียงใส่แบบนั้น ก็คงจะสับสนและตกใจเป็นธรรมดา อีกอย่างโฮซอกก็ต้องการอยู่คนเดียวสักพักเพื่อที่จะทบทวนหาทางออกให้กับหัวใจของตัวเองเหมือนกัน

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

            ตั้งแต่โฮซอกขึ้นมาถึงห้องพัก คนตัวเล็กก็ทิ้งตัวลงบนเตียงทันที ดวงตากลมใสเหม่อมองไปบนเพดานเป็นเวลาเดียวกับที่น้ำตาอุ่นเริ่มซึมออกมา

 

ทำไมพี่ต้องทำให้ผมมีความสุขขนาดนี้ด้วยนะ ถ้าวันหนึ่งพี่จะต้องทิ้งผมไป ก็ช่วยอย่าสร้างความผูกพันแบบนี้เอาไว้ได้มั้ย ฮึก.. พี่อย่าทำให้ผมขาดพี่ไม่ได้แบบนี้ได้มั้ย ร่างเล็กเปล่งเสียงดังไปทั่วห้องเพื่อระบายความอัดอั้น สะอื้นตัวโยนปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอย่างน่าสงสาร ทั้งที่ความจริงแล้วสิ่งที่โฮซอกเฝ้าหวังอยู่เสมอร่างสูงจะรักตนบ้างนั้นได้เป็นจริงแล้ว แต่คงเป็นเพราะความกลัวที่กลายเป็นม่านบังความจริงเอาไว้ คนตัวเล็กจึงไม่ได้รับรู้เลยว่าสิ่งที่จินทำไปนั้นเป็นเพราะอะไรกันแน่

 

            ความอัดอั้นตันใจถูกระบายผ่านเสียงสะอื้นและน้ำตาออกมาเรื่อยๆ จนกระทั่งโฮซอกผล็อยหลับไปประมาณ 1 ชั่วโมง และตื่นขึ้นมาตอนเกือบสองทุ่ม ช่วงนี้เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูหนาวจึงไม่แปลกที่ด้านนอกจะมืดสนิทไปแล้ว

 

            ร่างเล็กเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำและพบว่าดวงตากลมของตนตอนนี้บวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพราะการร้องไห้ ปลายนิ้วเล็กยกขึ้นมาคลึงเบาๆที่เบ้าตาครู่หนึ่งเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเผื่อว่ามันจะช่วยลดอาการบวมได้บ้าง จากนั้นโฮซอกก็กลับมานอนเล่นบนเตียงด้วยจิตใจที่ว่างเปล่า ไม่รู้จินกลับมาจะว่าอะไรตนบ้างที่ไปตะคอกอีกฝ่ายแบบนั้น แต่รออยู่จนเกือบถึงสองทุ่มครึ่งจินก็ยังไม่กลับมาหรือติดต่อมาเลย

 

            คนตัวเล็กเริ่มเป็นห่วงร่างสูงขึ้นเรื่อยๆทุกๆวินาทีที่ผ่านไป จริงอยู่ว่าสำหรับคนเยอรมันเวลาสองทุ่มครึ่งนี้ยังไม่ถือว่าดึกมาก แต่สำหรับโฮซอก จินไม่เคยหายไปแบบไม่บอกไม่กล่าวนานขนาดนี้เลย จนความคิดหนึ่งโผล่ขึ้นมาในหัว หรือว่าพี่จินจะทิ้งเราไปแล้ว

 

ไม่เอานะพี่จิน เราอย่าจากกันแบบนี้คนตัวเล็กรำพึงคนเดียวขณะที่ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจะกดโทร.หาร่างสูงด้วยความกังวลใจก่อนจะตระหนักได้ว่าทั้งตัวเองและร่างสูงต่างก็ไม่ได้เปิด Data Roaming เอาไว้ก็ใครจะคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้

 

            ไม่รอช้า โฮซอกรีบหยิบสิ่งของมีค่าติดตัวไว้และไม่ลืมที่จะหยิบผ้าพันคอของร่างสูงจากกระเป๋าเดินทางออกมาด้วย เพราะอากาศตอนกลางคืนหนาวกว่าตอนกลางวันและเขาจำได้ว่าจินมีเพียงโค้ทยาวตัวเดียวติดตัวไป ซึ่งก็ไม่น่าจะกันลมหนาวยามค่ำคืนได้

 

            ร่างเล็กกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากโรงแรม ตรงไปที่ร้านเบียร์ที่อยู่ใกล้โรงแรมมากที่สุด เผื่อว่าจินจะมานั่งดื่มเบียร์อยู่ที่นี่ตามที่เจ้าตัวบอกว่าอยากจะลอง แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อไม่เห็นวี่แววของร่างสูงที่นี่เลยร่างเล็กมุ่งตรงไปยัง Deutscher Dom ที่ไปด้วยกันมาเมื่อตอนบ่าย แต่ก็ยังไม่พบกับร่างสูงอีกเช่นกัน

 

อยู่ไหนนะคงไม่ได้หลงอยู่ในเมืองใช่มั้ยโฮซอกรำพึงเบาๆ คนตัวเล็กพยายามควบคุมสติและคิดว่าร่างสูงจะไปที่ไหนได้อีกบ้าง โชคดีที่ตนเคยมาที่นี่ก่อนแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้พอรู้ว่าสถานที่ใดอยู่ตรงไหน ตอนนี้ความกลัวที่เคยสะสมอยู่ในจิตใจพลันหายไปเป็นปลิดทิ้ง และถูกแทนที่ด้วยความเป็นห่วงและความห่วงหา สิ่งที่คนตัวเล็กกำลังทำอยู่ตอนนี้คือสิ่งที่ออกมาจากใจจริงมือบางกำผ้าพันคอสีกรมท่าของร่างสูงไว้แน่นและสูดหายใจเข้าลึก จากนั้นก็ออกเดินต่อ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

            ท่อนขาแกร่งก้าวเดินมาเรื่อยๆตามฟุตบาทสายตาพยายามมองไปรอบๆและคิดว่าตอนนี้ตนเองอยู่ที่ไหนกันแน่ ตั้งแต่ออกมาจากโรงแรม จินก็เดินมาตามฟุตบาทเรื่อยๆ ความคิดมากมายอัดอยู่เต็มสมอง ซึ่งความคิดเหล่านั้นก็ล้วนเกี่ยวกับโฮซอกทั้งสิ้น เขาคิดไปถึงขั้นที่ว่ากลับไปเกาหลีเขาควรจะปล่อยร่างเล็กไปไหม แม้มันจะฝืนความรู้สึก แต่ถ้ามันทำให้โฮซอกมีความสุขเขาก็ยอมเสียสละเป็นคนที่เสียใจก็ได้

 

กว่าร่างสูงจะรู้ตัวก็คือตอนที่ฟ้าเริ่มมืดลงและอากาศเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ และเขาก็พบว่าเขาหลงทางเสียแล้วมือถือเจ้ากรรมก็ดันมาแบ็ตหมดเอาเสียตอนนี้ จะใช้โทรศัพท์สาธารณะก็จำเบอร์โรงแรมไม่ได้ จะถามทางจากคนแถวนี้ก็คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะทั้งชาวเกาหลีอย่างเขากับชาวเยอรมันก็ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษได้คล่องขนาดนั้น

 

ร่างสูงได้แต่เดินไปเรื่อยๆ พยายามเดินกลับมาทางเดิมแต่ก็ดูเหมือนว่าทางที่เดินย้อนมาจะเป็นทางที่เขาไม่เคยผ่านมาก่อน สุดท้ายจินก็จำต้องเดินไปเรื่อยๆ มือหนาซุกเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ท กะว่าเมื่อมีแท็กซี่ผ่านมาก็เดี๋ยวค่อยเรียกกลับโรงแรม

 

ความรู้สึกที่พี่ให้นายไปมันคงแลกกับหัวใจของนายไม่ได้เลยสินะจินพูดความคิดที่วนเวียนไปมาอยู่ในหัวตลอดขึ้นมาลอยๆขณะเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ และแล้วเขาก็มาถึงสะพานแห่งหนึ่ง เป็นสะพานอิฐสีหม่นที่ตัดข้ามแม่น้ำหรือคลองอะไรสักอย่างที่ร่างสูงไม่รู้จัก





 


            ร่างสูงหยุดฝีเท้าลงตรงกลางสะพานแล้วยืนพิงราวสะพาน มองขึ้นไปบนฟ้าที่ประดับไปด้วยดวงดาวประปราย นานๆทีจะได้มาดูอะไรแบบนี้ร่างสูงคิด ถ้าโฮซอกอยู่ด้วยก็คงดีแต่ก็ไม่วายมีเรื่องของคนตัวเล็กเข้ามาเกี่ยวข้องอีกจนได้ เวลาเพียง 2-3 ชั่วโมงที่ได้อยู่กับตัวเองไม่ได้ช่วยให้เขาทำใจเรื่องคนตัวเล็กได้มากขึ้นเลย

 

            หยุดยืนอยู่เพียงครู่เดียวร่างสูงก็ออกเดินต่อ เพราะนี่ก็สามทุ่มกว่าแล้ว เขาควรจะกลับที่พักได้แล้ว แต่เมื่อก้าวเท้าต่อได้เพียงไม่กี่ก้าวเขาก็ต้องหยุดฝีเท้าลงเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกอดรัดตรงรอบเอวจากด้านหลัง

 

ไปอยู่ไหนมา ฮึก.. ฮืออออเสียงหวานคุ้นหูดังขึ้นพร้อมเสียงสะอื้น

 

โฮซอก…” มือหนาเลื่อนลงมากุมมือเล็กตรงเอวตนเอาไว้แน่น ทั้งความตกใจและความดีใจสุมขึ้นในอก นี่โฮซอกออกตามหาเขางั้นเหรอ

 

ถามว่าไปไหนมา ฮึก.. แล้วนี่จะไปไหน ทำไมไม่กลับโรงแรมแรงกอดรัดที่เอวเพิ่มมากขึ้นหัวทุยสวยของคนตัวเล็กซบลงกับแผ่นหลังกว้าง มือหนาปลดพันธนาการของแขนเรียวออกแล้วหันมาสบตาคนตัวเล็กแล้วใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาออกจากพวงแก้มใสพร้อมกับประคองใบหน้าหวานเอาไว้ด้วยฝ่ามือใหญ่

 

นายมาตามหาพี่หรอ?” เสียงทุ้มเอ่ยถามเบาๆ ร่างหนาไม่นึกด้วยซ้ำว่าโฮซอกจะออกมาตามหาตน ไม่นึกด้วยซ้ำว่าโฮซอกจะร้องไห้เพราะตนหายไป

 

ก็ใช่น่ะสิ! ฮึก.. รออยู่ที่โรงแรมตั้งนาน ติดต่อก็ไม่ได้ ฮึก..” ไม่พูดเปล่า มือเล็กยกขึ้นมาทุบตรงแผงอกแกร่ง แม้จะไม่เบานักแต่ก็ไม่ได้แรงถึงขนาดทำให้ร่างสูงรู้สึกเจ็บ ใจร้าย! ฮึก.. ทำไมต้องทำให้เป็นห่วงขนาดนี้ด้วย

 

“…นาย เป็นห่วงพี่ด้วยหรอ…?” จินทวนคำที่คนตัวเล็กพูดออกมาเมื่อครู่อย่างไม่ค่อยเชื่อหูตัวเองนัก

 

ฮึก…” แต่โฮซอกก็เลือกที่จะไม่ตอบคำถามนั้น คลายอ้อมกอดออกมาแล้วยกมือปาดคราบน้ำตาตัวเองลวกๆ หนาวมั้ยเสียงหวานเอ่ยถาม แต่ก็ดูเหมือนว่าคนถามจะไม่ได้ต้องการคำตอบแต่อย่างใดเพราะเมื่อสิ้นเสียงหวานผ้าพันคอสีกรมท่าก็ถูกนำมาพันรอบลำคอของร่างสูงเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ทันที

 

“…ขอบใจนะ

 

แล้ว ตกลงพี่กำลังจะไปไหนฮะร่างเล็กถาม

 

ก็ว่าจะหาแท็กซี่กลับโรงแรมน่ะ

 

หลง?”

 

“…อืม

 

เลือกที่หลงได้หาง่ายดีเหมือนกันนะ มาถึงสะพาน Lütherbrücke เลย

 

สะพานอะไรนะ?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม

 

“Lütherbrücke แม่น้ำ Spree ที่พี่อยากมาไง พูดจบโฮซอกก็หันหน้าไปมองผืนน้ำสีเข้มที่ตัดผ่านเมือง

 

สวยเนอะ ว่ามั้ยเสียงทุ้มกล่าวเรียบๆพลางจ้องมองออกไปทางแม่น้ำเช่นกัน

 

อื้อร่างเล็กเปล่งเสียงตอบในลำคอเบาๆพลางพยักหน้าน้อยๆขณะที่ดวงตากลมยังคงมองออกไปยังแม่น้ำเหมือนเดิม กลับกันเถอะแล้วเสียงหวานก็เอ่ยขึ้นอีกแล้วหันกลับมามองหน้าร่างสูง ไม่ต้องถึงกับเรียกแท็กซี่หรอกฮะ โรงแรมอยู่ทางนี้ ไม่ไกลมาก

 

            ว่าจบคนตัวเล็กก็หันหลังเดินนำหน้าจินไป แต่เพราะประโยคที่โฮซอกหลุดออกมาว่าเป็นห่วงร่างสูงและปฏิกิริยาของคนตัวเล็กเมื่อเขาหายไปนั้นทำให้จินมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง อย่างน้อยก็รู้ว่าโฮซอกไม่ได้เกลียดเขาจินเดินตามมาติดๆ ก่อนจะเร่งฝีเท้าขึ้นเพื่อเปลี่ยนจากเดินตามเป็นเดินข้างๆร่างเล็กแทน

 

            มือใหญ่เคลื่อนออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ทช้าๆด้วยความลังเล แต่สุดท้ายจินก็ตัดสินใจจับมือเล็กมาซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทของตนจนได้

 

            ร่างเล็กไม่ได้ขัดขืนอะไร เพียงแต่หันมามองร่างหนาโดยอัตโนมัติ แต่มองได้แค่เสี้ยววินาทีก็ต้องหลบสายตาอบอุ่นของจินที่ส่งมาทางตนด้วยความเขินอาย โฮซอกเองก็ยังไม่แน่ใจว่าร่างสูงรู้สึกอย่างไรกับตนกันแน่ แต่ตอนนี้เขารู้เพียงว่าเขาจะขอมีความสุขกับช่วงเวลาปัจจุบันเอาไว้ก่อน ถึงวันหนึ่งจะต้องจากกันแล้วความทรงจำเหล่านี้จะหวนกลับมาทำร้ายใจดวงน้อยนี้เอง มันก็คงไม่ทรมานต่างไปจากการฝืนใจตัวเองเหมือนที่เขาทำมาตลอดเสียเท่าไรนักหรอก

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

โฮซอก…” ทันทีที่เข้ามาถึงห้องพัก จินก็เรียกคนตัวเล็กขึ้นทันที

 

ฮะ?”

 

ตกลงนายเป็นห่วงพี่จริงๆหรอ? ที่นายร้องไห้เพราะพี่หายไปงั้นหรอ…?” ร่างสูงเอ่ยถามสิ่งที่ตนอยากรู้

 

“…” โฮซอกไม่ได้ตอบอะไร เมินหน้าหนีร่างสูงแล้วนำเสื้อโค้ทของตนไปพาดไปที่พนักเก้าอี้

 

ตอบพี่หน่อยสิโฮซอก…” จินเอ่ยต่อ แต่ก็ไม่ได้ใช้น้ำเสียงคาดคั้นแต่อย่างใด

 

“…อืมสุดท้ายเสียงขานตอบในลำคอของคนตัวเล็กก็ดังออกมา

 

โฮซอก…” จินเดินเข้าไปประชิดร่างเล็ก แต่คนตัวเล็กกว่าก็เดินผ่านร่างสูงออกมาเหมือนไม่ได้ยินแล้วตรงไปเปิด Heater แต่จินก็ยังไม่ละความพยายามและเดินตามร่างเล็กไป โฮซอก พี่มีเรื่องอยากคุยด้วยพูดพลางคว้าข้อมือของคนตัวบางที่กำลังจะเดินหนีตนไปอีกครั้งเอาไว้

 

“…อะไรหรอ

 

โฮซอกนาย คิดยังไงกับพี่เหรอ

 

“…”

 

“…”

 

ก็…” เสียงหวานเอ่ยออกมาหลังจากเงียบไปสักพัก พี่คิดยังไง ผมก็คิดแบบนั้นแหละ

 

แล้วนายรู้เหรอว่าพี่คิดยังไงกับนาย

 

“…”

 

ตอบตรงๆได้มั้ย พี่อยากรู้จริงๆนะ เพราะถ้านายคิดเหมือนที่พี่คิดจริงๆ พี่จะดีใจมากเลยประโยคแสนกำกวมที่คนตัวเล็กพูดไปตอนแรก ตอนนี้ถูกนำกลับมาใช้กับร่างเล็กเองเสียแล้ว จินหมายความว่ายังไงกันถ้าโฮซอกคิดกับจินแค่พี่น้อง จินก็จะสบายใจ? หรือหมายความว่าถ้าโฮซอกรักจิน จินก็รักโฮซอกเหมือนกัน?

 

ถ้าผมตอบ พี่จะไม่เปลี่ยนไปใช่มั้ย เราจะได้เจอกัน ได้เห็นหน้ากันทุกวันเหมือนเดิมใช่มั้ยในเมื่อถูกถามขนาดนี้แล้วก็คงเลี่ยงอะไรไม่ได้อีกต่อไป โฮซอกก็ตัดสินใจรวบรวมความกล้าและจะเปิดเผยให้จินได้รู้

 

แน่นอน พี่สัญญา

 

ผม…” ร่างเล็กอ้ำอึ้ง แต่สุดท้ายก็พูดคำคำนั้นออกไป “…ผม ผมรักพี่

 

“…โฮซอกเพียงแค่ได้ยินคำนั้นในใจของจินก็กระโดดโลดเต้นอย่างลิงโลดแล้ว  ในที่สุดทั้งคู่ก็จะอยู่ด้วยกันได้อย่างสนิทใจเสียที ในที่สุดโฮซอกก็ตอบรับความรู้สึกที่เขามีให้ แต่… “พี่ขอโทษ แต่พี่คงรักษาสัญญาเมื่อกี้ไม่ได้แล้วล่ะ พี่คงจะเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว ในเมื่อนายรู้สึกแบบนี้… เราคงจะเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว”

 

พี่จิน!” ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจและผิดหวัง ทั้งที่เพิ่งจะสัญญากันได้ไม่ถึงนาที แต่กลับมาผิดคำพูดเสียแล้ว ทำไมพี่พูดแบบนั้น ฮึก.. ไหนพี่ว่าพี่จะไม่เปลี่ยนไปไง พี่เพิ่งจะสัญญาไปเมื่อกี้เองนะและแล้วก้อนสะอื้นก็ตีกลับขึ้นมาอีกครั้ง น้ำตาใสเอ่อรื้นขอบตา

 

พี่…” จินลากเสียงเพราะอยากแกล้งคนตัวเล็กเล่น แต่เมื่อเห็นน้ำตาของคนตรงหน้าเขาก็ทนแกล้งได้ไม่นานหรอก พี่คงต้องเปลี่ยนเป็นแฟนนายจริงๆแล้วไงล่ะ

 

“…” จินก้มตัวลงมาให้ใบหน้าของตนอยู่ระดับเดียวกับคนตัวเล็กแล้วส่งรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักและความสุขให้กับโฮซอกที่ยังคงมึนงงอยู่

 

เป็นแฟนกันจริงๆทั้งนอกจอทั้งในจอเพราะพี่ก็รักนาย

 

“…พี่จิน~ ฮึก..”

 

โอ๋ๆ ไม่ร้องไห้แล้วนะ เด็กขี้แยมือหนายกขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้ร่างเล็ก

 

ฮึก.. งื้อออออ แกล้งหรอมือเล็กยกขึ้นมาผลักที่ไหล่กว้างเบาๆ

 

ฮะๆๆๆ ต่อปากต่อคำเก่งดีนัก ต้องโดนแบบนี้แหละจินกลับมายืนขึ้นเต็มความสูงแล้วขยี้ผมคนเด็กกว่าอย่างเอ็นดู

 

ฮื่อ! พี่อะใบหน้าหวานงอง้ำ แต่กลับกันในขณะที่พูดก็เดินตรงเข้ามาสวมกอดร่างสูงเอาไว้

 

“...จุ๊บร่างสูงกอดตอบและจุมพิตบนศีรษะทุยเบาๆ พร่ำพูดคำที่ตนอยากพูดมาแสนนานออกมา ขอบคุณนะที่วันนี้มาตามหาพี่ พี่รักนายนะ โฮซอก พี่รักนาย

 

ผมก็รักพี่

 

เป็นแฟนกันนะ

 

ก็เป็นอยู่แล้วไม่ใช่รึไงใบหน้าสวยตอบเสียงอู้อี้เพราะกำลังซุกอยู่กับลาดไหล่กว้างด้วยความเขิน

 

ก็พี่ยังไม่เคยขอนายเป็นแฟนเลยนี่นา อีกอย่างที่เป็นอยู่นั่นมันงานด้วย อันนี้ต่างหากของจริง

 

งื้ออออ บ้า

 

หึๆร่างสูงหัวเราะให้กับความเด็กของอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู เอาไง ตกลงเป็นไม่เป็น?”

 

เป็นสิ เป็น~” โฮซอกตอบทั้งที่ยังซุกใบหน้าอยู่แบบนั้น

 

            จินดึงคนที่เด็กกว่าออกมาจากอ้อมกอด มือหนาเชยคางมนขึ้นให้สบตากับตน ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยขณะที่ใบหน้าหล่อค่อยๆเลื่อนเข้าไปใกล้ และสุดท้ายร่างสูงก็มอบจุมพิตแสนหวานให้กับคนตัวเล็ก บดคลึงกลีบปากบางเบาๆอย่างอ่อนหวาน มือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นมาวางบนลาดไหล่กว้าง ร่างเล็กจูบตอบและเอียงใบหน้ารับจูบด้วยความเคยชิน จูบที่มีรสจูบต่างไปจากครั้งอื่นๆ เพราะครั้งนี้มีรสของความรักถูกผสมอยู่ด้วย

 





Then, there’s you, who always stay by my side,

and I’m sure tomorrow you will be here as well.


 

…The End…





--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คราวนี้จบจริงละค่ะ 5555555 ขอบคุณที่ตามอ่านนะคะ หากมีคำผิดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ แล้วเดี๋ยวไรท์จะเอารูปประกอบมาลงให้ด้วยเน้อออออ ขอคอเมนท์ให้ Pt.II หน่อยเร้ววววววว เป็นไงกันบ้าง คราวนี้ Happy ending แล้วนะ 55555555555555555

รักรีดเดอร์ จุ้ฟฟฟ


โผล่มาลงรูป+แก้คำผิดจ้าา:)


 

ผลงานอื่นๆ ของ Kiratar

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. #9 น้ำ
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 23:29

    นึกว่าจะจบเศร้าซะแล้ว จบแฮปปี้มาก ดีใจจริงๆ

    #9
    0
  2. #8 partytan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:19
    ดีงามค้าาา เมนโฮปใจเบิกบานเลย555
    #8
    0
  3. #7 Vixx_chanamwan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 19:04
    กรี๊ดดดดดดด จบได้มีความสุขมาก ไรท์เขียนดีมากๆเลยค่ะ ไรท์fighting ;-;
    #7
    0
  4. #6 ปงจี้ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 22:22
    เกลียดการแกล้งของพี่จิน โอ็ยยยยยย ดีใจจจจ งื้อออออ
    #6
    0
  5. #5 มาดามจอง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 12:12
    ในที่สุดก็เข้าใจกันสักที ฮืออออ นี่ถ้าไม่เปิดใจจะเจ็บปวดกันต่อไปเรื่อยๆทั้งๆที่ต่างฝ่ายต่างรักกันแท้ๆเลย
    #5
    0
  6. #4 Hyolyn
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 17:26
    หา?? จบแล้วหรอ ?? อยากให้มีต่ออีกง่่า
    #4
    0
  7. #3 เด็กสล็อตสำรอง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 15:29
    ทำไมจบแล้วนี้ล่าา ฮือออออออ เศร้าง่ะ ทั้งคู่เลย TT //ยังไงก็ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ~^/\^
    #3
    0
  8. #2 Hyolyn
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 00:11
    รอจ้าาาาาาาา
    #2
    0
  9. #1 เด็กสล็อตสำรอง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 22:31
    รอส่วนที่เหลืออยู่น้าาาา
    สู้ๆค่าาาาา\>0 #1
    0