นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF] It happens at 9 o'clock. (MyungYeol of INFINITE)

โดย Kiratar

แต๊ง~ แต๊ง~ แต๊ง~ แต๊ง~ แต๊ง~ แต๊ง~ แต๊ง~ แต๊ง~ แต๊ง~

ยอดวิวรวม

895

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


895

ความคิดเห็น


11

คนติดตาม


24
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 มิ.ย. 61 / 01:23 น.
นิยาย [SF] It happens at 9 o'clock. (MyungYeol of INFINITE)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Hello~
ไรท์คนเดิมกลับมาแล้ว
นี่เป็นครั้งแรกที่แต่ฟิคอินฟินิทแล้วคู่หลักไม่ใช่ย่าดง 5555555
ยังไงก็ฝากติดตามอ่านและคอมเมนท์กันด้วยนะคะ
ไรท์เขียนฟิค รีดเดอร์เขียนคอมเมนท์ แลกกันๆโนะ^[+++]^
รีดเดอร์รออ่านเรื่อง ไรท์ก็จะรออ่านfeedbackนะค้า

ร้ากกกกกกส์
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ฟิคเรื่องนี้เป็น ชxช ใครไม่ชอบก็กดออกไปค่ะ
ฟิคเรื่องนี้มาจากจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น ไม่ได้มีเค้าความจริงแต่อย่างใด
หากพล็อตซ้ำกับใครก็ขออภัยด้วยค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ;---;










Main characters







"คิมมยองซู"

นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 เป็นคนรักของซองยอล เป็นคนเด็ดเดี่ยว มั่นคง และเข้าใจคนอื่น ฐานะทางบ้านดีมาก แม้ว่าจะเรียนสถาปัตย์เพราะความชอบ แต่ทางบ้านก็ปูทางไว้ให้บริหารธุรกิจพันล้านต่อจากรุ่นพ่ออยู่ดี





"อีซองยอล"
นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เป็นคนรักของมยองซู เป็นคนขี้เล่น แต่กับเรื่องเรียนหรือทำงานถ้าจริงจังเมื่อไรรับรองว่าผลงานออกมาไม่เป็นรองใครแน่นอน ฐานะทางบ้านมั่นคง แม้จะไม่ได้รวยมากขนาดมยองซูแต่ก็ถือว่าฐานะดีระดับหนึ่ง







-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีค่ะ ไรท์เตอร์กลับมาอีกแล้ว ปิด SF ย่าดงปุ๊บก็เปิดเรื่องนี้ปั๊บ 5555555 ถ้าเกิดไรท์ยังไม่อัพเรื่องนี้ก็ไปอ่านย่าดงอันเก่าๆของเราฆ่าเวลาก่อนได้นะคะ เหอๆๆ//ไม่ค่อยโปรโมทเล๊ยยยยย
ฮาวเอเวอร์~ อย่างไรก็ฝากติดตามและคอมเมนท์ติชมกันหน่อยนะคะ ไรท์จะเอาไปปรับปรุงตัวในอนาคตค่ะ^^
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะค้าาาา

-มีคำผิดขออภัยค่ะ-

ที่มาภาพ

https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/originals/e6/80/d1/e680d1caf9ebf76b0401f376357999a1.jpg
https://41.media.tumblr.com/d5d9a38930e9c9bd10b11ac4a22d3a5e/tumblr_naybh8REU91tdhy7bo1_540.jpg

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 มิ.ย. 61 / 01:23




กลับมาแล้วหรอซองยอลเสียงทุ้มของมยองซูเอ่ยขึ้นกับคนที่เพิ่งเปิดประตูเข้าห้องพักมา คุยกับอาจารย์เป็นไงบ้าง?”

 

ก็อะลุ่มอล่วยยอมให้ส่งงานอ่ะ แต่ดูเหมือนจะโดนหักคะแนนไปเยอะเลยเพราะส่งช้าเสียงหวานตอบอย่างเซ็งๆแล้วทิ้งตัวลงข้างๆร่างของมยองซูที่นั่งอยู่ตรงโซฟาหน้าทีวี

 

สำหรับอาจารย์มหาลัยก็ถือว่าเขาใจดีแล้วนะที่อย่างน้อยก็ยังยอมให้ส่งอ่ะ วันหลังก็ทำงานให้มันเร็วๆหน่อยสิมยองซูพูดโดยสายตายังคงจับจ้องไปยังสิ่งที่ฉายอยู่บนโทรทัศน์ดังเดิม

 

รู้แล้วน่า…” ซองยอลลุกขึ้นจากโซฟา ไปอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวมาว่าจบก็คว้าผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไปทันที

 

            คิมมยองซูและอีซองยอลเรียนอยู่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ชั้นปีเดียวกัน แรกเริ่มเดิมทีความสัมพันธ์ของทั้งสองก็เป็นเหมือนกับเพื่อนสนิทธรรมดาๆ แต่สุดท้ายความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ได้พัฒนาจนมาเป็นคนรักกันในที่สุด ทั้งคู่จึงย้ายออกมาอยู่หอพักด้วยกัน แม้ว่าทางบ้านของมยองซูจะมีฐานะดี แต่มยองซูก็ยืนยันจะเลือกหอพักที่ไม่ใหญ่หรือแพงมากนักเพื่อให้ซองยอลยอมแชร์ค่าห้องอยู่กับเขา

 

หอพักของทั้งคู่เป็นประตูแบบใช้คีย์การ์ดซึ่งต่างคนต่างถือไว้คนละ 1 ใบ ตัวห้องถูกแบ่งเป็นสองส่วน เมื่อเปิดประตูหอพักเข้ามาจะพบกับโต๊ะกินข้าวทางซ้ายมือและมีตู้เย็นอยู่มุมผนัง ส่วนนี้เป็นส่วนย่อยเล็กๆของส่วนแรกไว้สำหรับนั่งรับประทานอาหาร ถัดจากส่วนนี้ไปเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น มีโทรทัศน์จอแบนขนาดกลางๆตั้งอยู่บนชั้นวางทีวี ซึ่งด้านล่างเป็นตู้เล็กๆสำหรับเก็บแผ่นDVDได้ ผนังด้านบนมีนาฬิกาอนาล็อกเรือนหนึ่งแขวนเอาไว้ตรงกับทีวีพอดี โต๊ะกลางตัวเล็กทำจากกระจกใส และโซฟาสีครีมเข้ากับผนังห้องสีขาวช่วยขับให้ห้องดูสว่างและกว้างขึ้น ในสุดของส่วนนี้เป็นห้องน้ำซึ่งอยู่ในแนวตั้งฉากกับชั้นวางโทรทัศน์พอดี เพื่อที่ว่าแสงไฟจากห้องน้ำจะได้ไม่สะท้อนมาที่จอโทรทัศน์มากนัก

 

ส่วนที่สองคือห้องนอน ซึ่งถูกกั้นจากห้องนั่งเล่นด้วยประตูสีขาวสีเดียวกับผนังห้อง ภายในประกอบด้วยเตียง Queen size ตั้งชิดมุมผนังฝั่งด้านในสุด ปูด้วยชุดปูที่นอนสีฟ้าอ่อนสลับขาวดูเย็นตา ตรงข้างหัวนอนมีตู้เล็กๆเอาไว้วางนาฬิกาปลุก ผนังเหนือหัวเตียงมีหน้าต่างซึ่งถูกคลุมด้วยม่านสีครีมทึบอยู่บานหนึ่งซึ่งหันไปทางทิศตะวันออกพอดี ผนังฝั่งปลายเตียงมีตู้เสื้อผ้าไม้พร้อมกระจกภายในสองตู้ขนาดไม่ใหญ่นักตั้งอยู่คู่กัน ตู้หนึ่งของมยองซูและอีกตู้หนึ่งของซองยอล และผนังฝั่งเดียวกับประตูมีโต๊ะตัวยาวสำหรับอ่านหนังสือและทำรายงาน ซึ่งทั้งคู่ก็มักจะแชร์พื้นที่และทำงานด้วยกันประจำ

 

แต๊ง~ แต๊ง~ แต๊ง~ แต๊ง~ แต๊ง~ แต๊ง~ แต๊ง~ แต๊ง~ แต๊ง~

 

เสียงนาฬิกาคุณปู่จากห้องข้างๆที่มีคุณยายอายุราว 60-70 ปีอาศัยอยู่มักจะดังลอดเข้ามาถึงห้องของทั้งคู่เป็นประจำ ซึ่งก็ถือว่าโชคดีที่ห้องของคุณยายเป็นห้องริมสุด และห้องฝั่งตรงข้ามไม่มีคนเช่าอยู่ เสีนงนาฬิกานี้จึงไม่ดังไปรบกวนใคร และแม้ว่าห้องของมยองซูและซองยอลจะอยู่ถัดออกมาจากห้องของคุณยายก็ตาม ทั้งคู่ก็ไม่เคยรู้สึกรำคาญเสียงนาฬิกาคุณปู่นี้เลย ซ้ำเสียงนาฬิกานั้นยังคอยช่วยปลุกไม่ให้ซองยอลตื่นไปเรียนสายในเช้าบางวันอีกต่างหาก

 

แม้ว่ามยองซูและซองยอลจะใช้เวลาร่วมกันแบบเดียวกับคู่รักคู่อื่นๆ แต่เมื่อถึงเวลาสามทุ่มของทุกคืน ทั้งคู่มีสิ่งสิ่งหนึ่งที่ตกลงกันไว้ว่าจะต้องทำ

 

และค่ำคืนนี้ นาฬิกาคุณปู่ก็ตีครบ 9 ครั้งแล้ว

 

ซองยอลอ่า…” มยองซูที่นั่งอยู่บนเตียงในกางเกงผ้าสำลีสีดำกับเสื้อยืดแขนสั้นสีเดียวกันเอ่ยเรียกคนรักที่เดินเข้ามาในห้องนอนพอดี

 

รู้แล้วร่างบางในเสื้อแขนยาวสีเทาตัวใหญ่กับกางเกงขาสั้นสีดำหย่อนกายลงนั่งข้างๆเจ้าของใบหน้าหล่อ

 

วันนี้นายลืมปิดไฟห้องน้ำตอนก่อนออกไปร่างหนาเริ่มพูดขึ้นโดนไม่รีรอ แล้วก็มาบ่นว่าค่าไฟหอแพง

 

จริงหรอ! แหะๆ โทษทีๆร่างบางก้มหน้ายอมรับความผิดน้อยๆแล้วยิ้มแหย

 

ฉันไม่มีอะไรพูดแล้ว ตานายละมยองซูบอก

 

วันนี้นายไม่อยู่รอรับฉันกลับ

 

วันนี้ไปประชุมกิจกรรมขอชมรมอ่ะ พอประชุมเสร็จก็โทร.หานายแล้ว แต่นายไม่รับสายสักทีก็เลยกลับมาก่อน…” ร่างหนาอธิบาย

 

ก็ฉันคุยกับอาจารย์อยู่อ่ะ แล้วไม่คิดจะรอฉันเลยหรอร่างบางแกล้งอมลมไว้ที่แก้มอย่างงอนๆ

 

ก็คิดว่ากลับมาแล้วคิดว่านายหลับอยู่

 

งั้นวันหลังรอฉันรับสายได้มั้ย สัญญาว่าจะรีบโทร.กลับให้เร็วที่สุดซองยอลบอก

 

อื้มมยองซูยิ้มรับซึ่งซองยอลเองก็ยิ้มตอบ ขอโทษนะ

 

            เมื่อไม่มีใครพูดอะไรแล้วซองยอลก็ขยับเข้าไปใกล้มยองซูแล้วโน้มใบหน้าเข้าไปประกบริมฝีปากของตัวเองเข้ากับริมฝีปากของร่างหนา ซึ่งร่างหนาก็รับจูบนั้นอย่างคุ้นชิน ฟันคมของมยองซูขบเบาๆที่กลับปากอิ่มของซองยอลจนร่างบางต้องหลุดครางออกมา อยู่อย่างนั้นเพียงชั่วครู่ จากนั้นทั้งสองก็ผละออกจากกัน

 

เออใช่ ตอนนายไม่อยู่แม่ฉันแวะมาหาด้วยแหละมยองซูเอ่ยบอกซองยอล

 

อ้าว! ท่านกลับมาจากยุโรปแล้วหรอ

 

อื้อ ซื้อน้ำหอมจากฝรั่งเศสมาฝากนายด้วย แล้วก็เอาไส้กรอกเยอรมันมาให้ ฉันแช่ไว้ในตู้เย็น

 

ว้าว*O*” ซองยอลอุทานอย่างถูกอกถูกใจราวกับเด็กๆ ไว้พรุ่งนี้ฉันต้องโทร.ไปขอบคุณท่านแล้ว อย่าลืมเตือนฉันด้วยนะ

 

อืมมยองซูขานรับในลำคอ นอนเถอะ พรุ่งนี้มีเรียนเช้ามยองซูเอ่ยบอกซึ่งซองยอลก็เห็นด้วยและเดินไปปิดไฟก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆร่างหนา

 

            มยองซูพลิกตัวหันหาซองยอลแล้วรวบเอวบางมาประชิดตัวอย่างเคยชิน ซึ่งซองยอลก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะมยองซูก็ทำอย่างนี้อยู่ทุกคืน

 

ฝันดีนะเสียงทุ้มกล่าวโดยมีเสียงหวานตอบมาเบาๆด้วยประโยคเดียวกัน

.

.

.

.

.

.

.

            นี่คือสิ่งที่ทั้งคู่จะทำเป็นประจำทุกสามทุ่ม ทั้งคู่จะเปิดใจคุยกันถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆ หรือบางทีก็อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ๆที่ตนอาจจะเผลอทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ การทำแบบนี้ก็เพื่อที่จะให้ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกันและไม่ต้องขุ่นเคืองกันในเช้าวันใหม่ และเมื่อเคลียร์กันแล้ว อีกสิ่งที่จะทำก็คือจูบกัน คล้ายกันเป็นการยืนยันว่าไม่มีเรื่องอะไรคาใจกันอีกแล้วซึ่งไอ้เรื่องการเปิดใจน่ะ ซองยอลเป็นคนเสนอเพราะเจ้าตัวเป็นพวกที่ไม่ชอบโกรธใครนาน แล้วก็ไม่ชอบให้ใครมาโกรธตนด้วย แต่อย่างหลังน่ะมยองซูเป็นคนเสนอ บอกว่าถ้าไม่ให้จูบเขาก็จะไม่ยอมรับข้อเสนอของซองยอล ทำให้ซองยอลต้องยอมรับมันอย่างขัดไม่ได้ แรกๆร่างบางก็ออกจะขัดเขินอยู่ แต่พอนานเข้าเขาก็เคยชินกับการที่ได้แสดงความรักต่อคนรักด้วยการจูบกันไปเสียแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ร่างบางตื่นขึ้นมาในตอนสายของวัน พบว่าข้างกายเขาไม่มีมยองซูอยู่แล้ว แต่ก็เป็นปกติที่มยองซูจะไปมหาลัยก่อนเขาเพราะมีคลาสเช้า ซึ่งวันนี้ที่ซองยอลสามารถตื่นสายได้ก็เพราะร่างบางมีเฉพาะคลาสช่วงบ่าย ซองยอลอาบน้ำจัดการตัวเองอย่างใจเย็น จากนั้นก็ไปเปิดตู้เย็นและหยิบวัตถุดิบมาปรุงอาหารง่ายๆกิน แล้วจึงออกเดินทางไปมหาลัย

 

            แต่น่าแปลกที่ทั้งบ่ายนั้นเขากลับไม่เห็นมยองซูเลยแม้แต่เงาทั้งๆที่คลาสบ่ายซองยอลกับมยองซูก็เรียนคลาสเดียวกัน ซองยอลไปถามใครก็ไม่มีใครรู้ว่ามยองซูหายไปไหน แถมร่างบางก็โทร.หามยองซูไม่ติดด้วย

 

            คนตัวบางกลับมาถึงหอพักในตอนเย็น แล้วเดินสำรวจดูก็ไม่พบร่างหนา แต่ร่างบางเหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือของคนรักถูกชาร์จแบ็ตไว้ เมื่อลองกดดูก็เห็นว่ามันถูกปิดอยู่มิน่าล่ะ วันนี้ซองยอลถึงโทร.หามยองซูไม่ได้ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ร่างบางสงสัยเข้าไปใหญ่ ปกติมยองซูไม่ใช่คนขี้ลืม ครั้งนี้ทำไมถึงลืมโทรศัพท์ไว้ที่หอได้?

 

            ร่างบางเริ่มเดินสำรวจหอพักต่อเผื่อว่ามยองซูจะเขียนข้อความอะไรบอกเขาไว้บ้าง แต่ก็ไม่พบเลย ซ้ำข้าวของของมยองซูก็หายไปหลายชิ้น เสื้อผ้าหายจากตู้เสื้อผ้าของมยองซูไปเกินครึ่ง รองเท้าทั้งสี่คู่ของมยองซูก็หายไปหมด ทั้งรองเท้าหนัง รองเท้าผ้าใบ รองเท้าบู๊ต และรองเท้าแตะ

 

            ยิ่งเดินดูทั่วหอ ซองยอลก็ยิ่งไม่เข้าใจ แปรงสีฟัน ผ้าขนหนูของมยองซูยังอยู่ แต่ของใหญ่ๆ สำคัญๆ เช่น เสื้อผ้า กระเป๋าสตางค์นั้นหายไปหมด แม้ซองยอลจะไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่าอะไร แต่เขาก็ใจไม่ดีเลยสักนิด

 

มันหมายความว่ายังไงน่ะมยองซูร่างบางรำพึงเบาๆด้วยเสียงสั่นเครือ ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินไปเดินมาอยู่ในหอพักแห่งนั้น ตอนนี้เขาใจเสียมาก ในอกอัดแน่นไปด้วยความกังวลจนอยู่นิ่งไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นกับมยองซู? มยองซูหายไปไหน? มยองซูหนีเขาไปงั้นหรือ? มยองซูโกรธอะไรเขาหรือเปล่า? ทำไมมยองซูถึงไม่บอกอะไรเขาเลย

 

            เย็นนั้นซองยอลไม่มีอารมณ์จะกินอะไรเลย หลังจากที่เดินสำรวจห้องแล้วเขาก็อาบน้ำหวังจะดับความร้อนรุ่มในใจลง แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนักเลย ร่างบางนั่งอยู่บนเตียง มือก็จับโทรศัพท์พยายามติดต่อไปหาเพื่อนๆในเอก เผื่อว่าใครจะรู้เรื่องของมยองซูบ้าง แต่ร่างบางก็ไม่ได้ข้องมูลอะไรเลย

 

            จนกระทั่งสามทุ่มห้องอันเงียบเหงาถูกแทนที่ด้วยเสียงนาฬิกาคุณปู่ที่ตี 9 ครั้งจากห้องข้างๆ ทุกๆครั้งที่นาฬิกาตี ซองยอลก็ได้แต่หวังว่ามยองซูจะมาปรากฏตัวตรงหน้าตน แต่มันก็เป็นได้แค่ความหวัง

 

นายไม่เคย ฮึก.. ผิดนัดนี่นา ฮึก.. มยองซู ฮึก.. สามทุ่มแล้วนะ ยังไงนายก็ต้องมาใช่มั้ย ฮึก.. ฮือ…” ร่างบางเริ่มสะอึกสะอื้นแล้วพร่ำเรียกหาแต่คนรักของตน

 

กระทั่งนาฬิกาตี 9 ครั้งแล้ว 10 ครั้งแล้ว 11 ครั้งแล้วก็ไม่มีวี่แววของมยองซูเลยสักนิด ทุกชั่วโมงที่ผ่านไปซองยอลทำได้แค่รอ ทุกชั่วโมงที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้าราวกับหัวใจของเขากำลังถูกบีบจนจะหยุดเต้นลงได้ทุกวินาที สุดท้ายร่างบางก็ฟุบหน้าลงกับหมอนและปลดปล่อยน้ำตาออกมา

 

ฮึก.. ฮือมยองซูนายอยู่ไหน ฮึก.. ทำไมไม่บอกฉัน นาย ฮึก.. ไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ย ฮึก.. ฮือปลอดภัย ฮึก.. รึเปล่า...ร่างบางร้องไห้อย่างน่าสงสารและพูดสิ่งที่ตนคิดอยู่ในใจออกมา แม้ว่าคำพูดนั้นมยองซูจะไม่ได้ยินและไม่ได้รับการตอบกลับมาก็ตาม มือขาวยื่นออกไปสัมผัสตรงที่มยองซูจะนอนเป็นประจำ พลางวันเวลาเก่าๆก็หวนกลับเข้ามาในหัว ความทรงจำที่มีมยองซูอยู่ในนั้นเขาจำมันได้ทั้งหมด คิดถึงสัมผัสของมยองซูที่กอดเขาไว้เมื่อคืนก่อน และคำพูดสุดท้ายจากมยองซูที่บอกให้เขาหลับฝันดี

 

            น้ำตาหยดแล้วหยดเล่ายังคงไหลออกมาอย่างไม่ขาดสายจนหมอนซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่คอยซับน้ำตาให้กับร่างบางนั้นชื้นไปหมด เกือบ 1 ชั่วโมงต่อมา ร่างบางก็เพลียและผล็อยหลับไปในที่สุดพร้อมกับดวงตาบวมๆและคราบน้ำตาเต็มพวงแก้มขาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

6 ปีต่อมา

 

 

 

            จากนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ในที่สุดก็กลายเป็นสถาปนิกฝีมือดี นิสัยเด็กๆที่เคยมีก็ต้องแปรเปลี่ยนไป และมีวุฒิภาวะมากขึ้นเนื่องจากต้องใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียว ใช่แล้วหลังจากวันนั้นซองยอลก็ไม่ได้พบกับมยองซูอีกเลย แม้ว่าซองยอลจะดูเหมือนดีขึ้นในทุกๆวัน แต่วันเวลาที่ผ่านไปนั้นไม่ได้ช่วยเยียวยาความเจ็บปวดให้หายไปเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ฝังมันไว้ในส่วนลึกของจิตใจเท่านั้นเอง

 

            ผมสีน้ำตาลเข้มถูกจัดลวกๆให้เป็นทรงรับกับใบหน้าข้าวเอิบอิ่ม ใบหน้าใสถูกทาด้วยครีมบำรุงและครีมกันแดดอีกเล็กน้อย เสื้อแขนยาวสีดำกับกางเกงยีนส์เข้ารุปสีเข้มขับให้ผิวขาวนั้นดูผ่องขึ้นไปอีก คนตัวบางเดินลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากห้องพักห้องพักห้องเดิมที่เขาเคยแชร์กับมยองซู

 

            ร่างบางเร่งฝีเท้าเพราะกลัวจะตกเครื่อง ซองยอลถูกดึงตัวไปทำงานให้กับบริษัทใหญ่ในอเมริกา ช่วยออกแบบอาคารที่จะใช้เป็นสำนักงานในอนาคต และร่างบางต้องอยู่ที่นั่นถึง 6 เดือน เพราะยังต้องมีการร่วมงานกับวิศวกรและสถาปนิกรายอื่นๆอีกด้วย แต่เพราะทางบริษัทออกค่าใช้จ่ายให้เกือบทั้งหมดเขาจึงไม่เดือดร้อนอะไร บริษัทนั้นถึงจะตั้งอยู่ในอเมริกาแต่เจ้าของก็เป็นคนเกาหลี และสาเหตุที่ต้องการสถาปิกชาวเกาหลีไปทำงานด้วยก็เพราะเจ้าของบริษัทมีแผนจะขยายบริษัทย่อยมาตั้งที่เกาหลีด้วย



 

            เมื่อการเดินทางเป็นเวลาหลายสิบชั่วโมงสิ้นสุดลง สุดท้ายร่างบางก็มาถึงอเมริกาในเวลาสายๆ เมื่อออกมาพ้นจากตัวเครื่องบินซองยอลก็ยืดแขนขาเพื่อคลายความเมื่อย มือเรียวถูกยกขึ้นมาเสยผมทีหนึ่ง ก่อนจะรีบตั้งหน้าเดินไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อจัดการอะไรให้เสร็จเรียบร้อยและจะได้เดินทางต่อไปยังบริษัทที่จ้างเขาทันที

 

คุณอีซองยอลรึเปล่าครับเมื่อร่างบางผ่านกระบวนการตรวจทุกอย่างเสร็จแล้วก็เดินออกมาหาคนที่บริษัทบอกว่าจะส่งมารับเขา แต่เหมือนว่าคนคนนั้นจะเจอเขาก่อนที่เขาจะหาตัวคนคนนั้นเสียอีก

 

อ่าฮะ สวัสดีฮะซองยอลตอบคนที่เข้ามาทักกลับไปเป็นภาษาอังกฤษ พาภาษาเดียวกับที่คนคนนี้ใช้ทักเขาเมื่อครู่ เห็นอย่างงี้ซองยอลก็พูดภาษาอังกฤษได้นะ!

 

ผมชื่อโลแกน เลอร์แมนนะครับ เดี๋ยววันนี้ผมจะพาคุณซองยอลไปส่งที่บริษัทและตอนเย็นก็จะพาไปส่งที่ที่พักที่ทางเราได้เตรียมไว้ให้นะครับ

 

ครับซองยอลพยักหน้ารับ

 

งั้นไปกันเลยนะครับว่าจบหนุ่มอเมริกันหน้าหล่อก็ส่งยิ้มให้กับร่างบางแล้วเดินนำไปที่รถฟอร์ดสีดำคันหรู จากนั้นก็ขับพาซองยอลไปส่งถึงบริษัทเพื่อให้ร่างบางได้ไปรายงานตัวและทำความรู้จักกับคนที่นั่น

 


 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

            เมื่อมาถึงอาคารที่ใช้เป็นบริษัทชั่วคราว โลแกนก็พาซองยอลไปทักทายทำความรู้จักกับคนที่ต้องร่วมงานด้วย ทั้งที่ตำแหน่งเท่ากันและสูงกว่า จนกระทั่งมาถึงห้องชั้นบนสุดซึ่งเป็นห้องของคนสุดท้ายที่ซองยอลจะต้องเข้าไปแนะนำตัวในวันนี้

 

สุดท้ายแล้วครับคุณซองยอล คนนี้เป็นคนเกาหลี คุณซองยอลน่าจะคุยง่ายหน่อยโลแกนหันมาบอกข้อมูลของคนที่จะเข้าไปทักทายคร่าวๆกับซองยอลขณะที่ยืนอยู่หน้าประตูเลื่อนทำจากไม้ดูทันสมัยของห้องห้องหนึ่งเขาเป็นรองประธานบริษัทซึ่งเขาเองก็จบสถาปัตย์มาและจะเป็นคนมาคอยดูงานของคุณซองยอลโดยตรงเลยครับ

 

อ่าฮะร่างบางพยักหน้ารับ

 

งั้นเชิญเลยครับว่าจบก็เอื้อมมือมาเปิดประตูให้ร่างบางเดินเข้าไปก่อน ตามด้วยร่างของโลแกนที่เข้ามายืนรอตรงประตู

 

สวัสดีฮะครั้งนี้ร่างบางเอ่ยทักทายเป็นภาษาเกาหลี เสียงใสของซองยอลเรียกให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูงซึ่งกำลังหันหลังให้ซองยอลและมองผ่านกระจกออกไปยังวิวของเมืองต้องหันกลับมาอย่างรวดเร็ว

 

ขวับ!

 

“!!!” ทั้งชายหนุ่มบนเก้าอี้และซองยอลต่างก็ตกใจไม่แพ้กันเมื่อได้เห็นหน้าของอีกฝ่าย

 

มยองซู..”

 

ซองยอล!” ร่างหนาเจ้าของนามมยองซูรีบลุกขึ้นจากโต๊ะและตรงรี่มาประชิดตัวซองยอล หวังจะโอบกอดให้หายคิดถึงหลังจากไม่ได้เจอหน้ากันมา 6 ปี แต่

 

เพี้ยะ!

 

            เสียงฝ่ามือกระทบกับแก้มสากดังขึ้น น้ำตาอุ่นกลับคลอขึ้นมาที่ขอบตาของร่างบาง ใบหน้าหล่อแบบเอเชียหันไปตามแรงตบอย่างไม่ทันตั้งตัวแล้วนิ่งค้างอยู่แบบนั้น ส่วนโลแกนที่เห็นเหตุการณ์ก็พอจะรู้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งคู่แน่ๆ จึงค่อยๆแอบเปิดประตูออกมาเงียบๆเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับผู้เป็นนาย

 

ซองยอล…” มยองซูตั้งสติแล้วค่อยๆหันกลับมาสบตาร่างบางอีกครั้ง ดวงตาคมจ้องเข้าไปในดวงตาหวานที่มีน้ำต่าเอ่ออยู่ รับรู้ได้ถึงความเศร้าของคนตรงหน้า เขาไม่แปลกใจหรอถ้าซองยอลจะโกรธเขา

 

ไปไหนทำไมไม่บอก ฮึก..” เสียงหวานเอ่ยสะอึกสะอื้นและกล่าวตัดพ้อออกมา รู้มั้ยว่าฉัน ฮึก.. ใจหายแค่ไหน ฮึก.. เป็นห่วงว่านายจะเป็นอะไรไป ฮึก.. ติดต่อก็ไม่ได้ ฮึก.. ฮือ.. แต่สุดท้าย ฮึก.. ก็ทิ้งฉันมาอยู่อเมริกานี่เอง ฮึก.. ไหนบอกว่ามีอะไรก็จะบอกกันไง! แล้วนี่ ฮึก.. อยู่ๆนายหายมาแบบนี้หมายความว่าไง ฮึก.. นายไม่รักฉันแล้วใช่มั้ย! ฮึก.. ฮือ…”

 

ซองยอล ฟังก่อนนะ…” ร่างหนาพูดด้วยเสียงนุ่มแล้วเอื้อมมือสองข้างออกไปจับไหล่บางที่สั่นไหวเพราะการร้องไห้เอาไว้

 

ไม่! ฮึก.. นายมันคนใจร้าย ทิ้งฉันไว้คนเดียวไม่บอกไม่กล่าว แล้วตัวเองก็มาอยู่สบายๆที่อเมริกา นายมันใจร้าย! ฮึก.. หลอกลวงที่สุด!” คนตัวบางใช้แรงที่มีดิ้นออกจากการเกาะกุม สบัดแขนจนมือทั้งสองของมยองซูหลุดออกจากไหล่

 

ฉันมีเหตุผลนะ ฉัน…”

 

ไม่เอา! ฉันไม่อยากฟังนายแล้ว ฮึก.. ฉันจะไม่เชื่อนายอีกแล้ว ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย ฮึก..” ร่างบางโวยวายขัดประโยคของร่างหนาขึ้นจากนั้นก็ปาดน้ำตาลวกๆแล้วหันหลังเดินออกมาจากห้องของมยองซูและให้โลแกนรีบพาไปส่งที่ที่พักทันที

 

            ร่างหนาเองก็รีบตามร่างบางออกไป แต่สุดท้ายเขาก็หยุดอยู่แค่ตรงประตูห้องทำงานของตน อยู่ๆเขาหายไปแบบนั้นก็ไม่แปลกที่ซองยอลจะโกรธ บางทีเขาก็ควรจะปล่อยซองยอลสให้อารมณ์เย็นก่อนแล้วค่อยไปคุยกัน อย่างน้อยซองยอลก็ยังอยู่ในอำนาจสัญญาของบริษัทเขาซึ่งก็นับว่าเป็นโชคของมยองซูเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ซองยอลกลับมาถึงที่พักก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนทันที น้ำตาอุ่นไหลออกมาไม่หยุด หมอนใบหนึ่งถูกใช้เป็นที่ซับน้ำตาของร่างบางไม่ต่างจากวันแรกที่ร่างหนาหายไปความเจ็บปวดมันไม่ได้ลดลงเลยสักนิด

 

นายคงเห็นว่าฉันเป็นตัวถ่วงชีวิตนายสินะ.. ถึงทิ้งกันมาแล้วไม่บอกกล่าวกันแบบนี้ร่างบางคิดคำนึงกับตัวเอง แต่เหมือนความคิดพวกนั้นยิ่งทำให้ร่างบางร้องไห้หนักกว่าเก่านายมันใจร้ายคิมมยองซูคนใจร้าย ถ้าไม่รักกันก็บอกกันดีๆสิ ทำไมต้องปล่อยให้ฉันรอ ปล่อยให้ฉันนอนร้องไห้ทุกวันเหมือนคนบ้าแบบนี้อยู่ทำไมตั้งนาน

 

            ซองยอลร้องไห้อยู่พักหนึ่งจนกระทั่งเพลียและเผลอหลับไป และร่างบางตื่นมาอีกครั้งตอนประมาณเกือบสองทุ่ม คนตัวบางใช้มือเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าลวกๆแล้วพาตัวเองไปล้างหน้าในห้องน้ำ เมื่อส่องกระจกดูก็พบว่าดวงตาทั้งสองข้างกลายเป็นสีแดงและบวมเล็กน้อยไม่ต่างจากเมื่อ 6 ปีที่แล้วเลย

 

จ๊อกกกกกกก~~

 

            อยู่ๆกระเพาะของเขาก็ส่งเสียงร้องขึ้น ก่อนที่ซองยอลจะตระหนักได้ว่าตั้งแต่เมื่อตอนสายเขายังไม่ได้กินอะไรเลย ร่างบางจึงสวมรองเท้าแล้วลงลิฟท์ออกมาจากอพาร์ทเมนท์ไปยังร้านสะดวกซื้อข้างๆ ซื้อของกินเล็กน้อยให้พออิ่มท้องแล้วก็ถือกลับขึ้นมาบนห้อง

 

            ระหว่างที่นั่งกินมื้อค่ำของตนไปนั้น ร่างบางก็คิดและตัดสินใจว่าเขาจะต้องตัดใจจากคิมมยองซูให้ได้! เพื่อการทำงานที่ซองยอลได้เซ็นสัญญาไปเรียบร้อยแล้ว และเพื่อตัวเขาเองที่จะได้ไม่ต้องมาจมอยู่กับความทุกข์แบบที่เป็นมาตลอด 6 ปี

 

            เมื่อกินอะไรเสร็จแล้ว ซองยอลก็เก็บเศษขยะไปทิ้งและเตรียมตัวจะเข้าไปจัดของและอาบน้ำนอน แต่ก็ดันมีเสียงออดประตูดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน

 

            คนตัวบางเดินตรงไปยังประตูแล้วส่องดูทางตาแมว ก็พบว่าคนที่มาหานั้นคือคิมมยองซู ร่างบางเห็นดังนั้นก็รีบตะโกนกลับไปทั้งที่รู้สึกเจ็บจี๊ดในใจ

 

กลับไป! ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย

 

ไม่เอาน่า ซองยอล มาคุยกันดีๆหน่อยเถอะเสียงทุ้มของคนข้างนอกดังขึ้น

 

“…” ซองยอลไม่ตอบ เพราะคิดว่าถ้าตนไม่พูดด้วยเดี๋ยวมยองซูก็กลับไปเอง ร่างบางจึงเดินมาเปิดประเป๋าเดินทางของตนแล้วลงมือจัดของ

 

แต่อีซองยอลคิดผิดเสียงออดดังขึ้นเป็นระยะๆตลอด ตั้งแต่ซองยอลเริ่มจัดของจนกระทั่งเขาเอากางเกงตัวสุดท้ายมาแขวนในตู้เสื้อผ้าจนเสร็จ เสียงออดก็ยังไม่หยุด ทำให้สุดท้ายซองยอลก็ต้องยอมเดินมาเปิดประตูห้องเพื่อให้มยองซูก็ออดจนเสียงไปรบกวนห้องอื่นๆ

 

เมื่อประตูถูกแง้มออกมยองซูก็รีบก้าวขาเข้ามาในห้องทันทีเพราะกลัวว่าซองยอลจะไล่เขาอีก

 

เฮ่ย! เข้ามาทำไม ออกไปเลยนะ!” ซองยอลออกปากไล่มยองซูอีกครั้ง แต่ร่างหนาก็ไม่มีทีท่าว่าจะออกไปเลย สุดท้ายร่างบางก็ได้แต่นั่งกอดอกตรงขอบเตียงแล้วเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากเห็นหน้ามยองซู แต่มยองซูเองเมื่อเห็นว่าซองยอลเป็นแบบนั้นก็เลยยังไม่พูดอะไรเช่นกัน เพียงแต่ยืนอยู่ตรงหน้าร่างบางแล้วก็ได้แต่เงียบ จนเวลาผ่านไปสักพัก

 

สามทุ่มแล้วนะซองยอลร่างหนาพูดทำลายความเงียบขึ้น

 

อ๋อ นายจำได้ด้วยหรอร่างบางประชดประชัน

 

ฉันไม่เคยลืม…”

 

แต่ฉันน่ะเกือบจะลืมไปแล้วล่ะว่าเคยมีคนที่ชื่อมยองซูอยู่บนโลกกล่าวจบความเงียบก็เข้าปกคฃุมบรรยากาศอีกครั้ง

 

โอเค ถ้านายไม่มีอะไรจะพูดแล้วก็ตาฉันบ้างมยองซูเอ่ย คืนนั้นเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ตอนประมาณเที่ยงคืนอยู่ๆพ่อฉันก็มากดกริ่งถึงหอพัก แล้วก็เข้ามาบอกให้ฉันรีบเก็บของด่วน ต้องย้ายมาที่อเมริกา พ่อต้องรีบกลับมาจัดการเรื่องบริษัทที่นี่ เพราะญาติที่บริหารอยู่ก่อนประสบอุบัติเหตุตาย และตอนนั้นบริษัทก็กำลังจะเจ๊ง พ่อเลยต้องรีบมาดูบริษัทที่นี่และต้องอยู่ยาวเพื่อฟื้นสภาพการเงินของบริษัท ฉันรีบเก็บของที่จำเป็นออกมา แต่ฉันรีบจนลืมโทรศัพท์ไว้ ตอนแรกฉันพยายามจะปลุกนายแล้วแต่นายไม่ตื่น และฉันก็ไม่มีเวลาแล้วด้วย ฉันก็เลยต้องรีบออกมาจน…. ไม่มีโอกาสแม้แต่จะทิ้งโน้ตไว้ให้นาย…”

 

“…”

 

ฉันขอโทษ

 

“…” ร่างบางก็ยังคงเงียบ

 

ฉันคิดถึงนายเสมอนะ ไม่มีวันไหนที่ฉันไม่คิดถึงนาย…” มยองซูว่า เรากลับมาคืนดีกันได้มั้ยซองยอล

 

“…” ร่างบางยังคงไม่ปริปากพูดอะไรเหมือนเดิมแต่แววตาหวานคู่นั้นเริ่มสั่นไหว ความโกรธและไม่พอใจที่มีก็เหมือนจะลดลง เหมือนว่าตนเองเริ่มใจอ่อนให้ร่างหนาอย่างง่ายดาย แต่ซองยอลก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองควรจะตอบมยองซูไปอย่างไรดีอยู่ดี เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เขาควรรู้สึกอย่างไร ควรพูดอะไร ควรทำอะไร และซองยอลเกลียดความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้แบบนี้ที่สุด!

 

งั้น…” ร่างหนาถอนหายใจออกมาเบาๆทีหนึ่งแล้วเริ่มพูด นี่นามบัตรฉันนะ ในนี้มีเบอร์ติดต่ออยู่ว่าพลางเดินเอานามบัตรของตนไปวางตรงหน้าทีวีเครื่องเล็กตรงปลายเตียงที่อพาร์ทเมนท์มีให้สำหรับผู้มาพักอาศัย เสร็จแล้วสายตาคมก็กลับมาจ้องที่ร่างบางเหมือนเดิม รอว่าร่างบางจะพูดอะไรกับตนอีกหรือไม่

 

นายกลับไปเหอะ ฉันจะนอนแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเมื่อซองยอลเห็นว่าร่างหนาเอาแต่จ้องตนอยู่อย่างนั้นจึงพูดขึ้นอย่างเย็นชา แต่ความโกรธในน้ำเสียงและสำเนียงการประชดประชันที่มีในตอนแรกนั้นหายไปแล้ว ซึ่งมยองซูก็เม้มปากพยักหน้ารับน้อยๆ

 

ฉันขอโทษจริงๆนะพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงสลดก่อนจะเดินออกจากห้องของซองยอลไปพร้อมกับคอที่ตกลงมาเล็กน้อยเพราะความผิดหวัง แต่สักพักเขาก็เงยหน้าขึ้นมา สูดหายใจเข้าลึกๆครั้งหนึ่งแล้วบอกกับตัวเองว่าอย่างไรเสียเขาก็ต้องเอาคนรักของเขากลับมาให้ได้คิมมยองซูจะเอาอีซองยอลคนเดิมกลับมา! ตราบใดที่เขายังมีชีวิต เขาเชื่อว่าเขามีความหวังเสมอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คืนต่อมา

 

 

 

 

 

 

 

            ซองยอลกำลังนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงพลางคิดอะไรเพลินๆ วันนี้เขาเหนื่อยมาทั้งวัน เกือบสามทุ่มแล้วเดี๋ยวสักพักเขาคงหลับเป็นตายแน่ๆ        และอีกไม่นานต่อมาเสียงออดประตูก็ดังขึ้น ซองยอลจึงหยัดกายลุกจากเตียงไปดูว่าใครมากดออดห้องเขาเอาเวลานี้และเขาสังหรณ์ใจไม่ผิดเลยเป็นมยองซูจริงๆด้วย

 

มีอะไรซองยอลเปิดประตูมาสบตากับมยองซูแต่ก็ยังยืนขวางทางไม่ให้ร่างหนาเข้ามาในห้องของตน และเอ่ยคำพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

 

ขอเข้าไปหน่อยนะ ข้างนอกอากาศเย็นอ่ะไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง ว่าจบมยองซูก็แทรกกายเบียดร่างบางเข้ามาในห้องทันที ทำเอาร่างบางอ้าปากหวออย่างงงๆ

 

ตกลงมาทำไมอีกร่างบางปิดประตูแล้วรีบเดินตามร่างหนาเข้ามาในห้อง

 

ก็สามทุ่มแล้ว

 

อุ๊บ!” ว่าจบมยองซูก็โน้มตัวเข้ามาขโมยจูบร่างบางอย่างรวดเร็ว กลีบปากอุ่นของซองยอลเขาคิดถึงมันเหลือเกิน แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีมยองซูก็รีบผละออกมาเพราะกลัวว่าคนตรงหน้าจะโกรธไปมากกว่านี้ทำบ้าไรเนี่ยมยองซู!” เมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ ร่างบางก็ร้องแหวใส่ร่างหนาทันทีพร้อมกับพวงแก้มขาวที่ขึ้นสีชมพูระเรื่อเล็กน้อย ดวงตาเบิกโพลงอย่างตกใจ พนันได้เลยว่ามยองซูค้างจูบไว้ไม่ถึงสองวิ แต่อีซองยอลกลับรู้สึกว่ามันนานราวกับสองชั่วโมง

 

ก็ทำตามปกติไง

 

“…”

 

ฉันคิดถึงนายนะร่างหนากล่าวอย่างจริงใจแต่ร่างบางก็ยังคงเงียบและเบือนหน้าไปทางอื่น ไม่ยอมสบตาเขา ขอโทษนะ…”

 

“…” ซองยอลทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงและไม่ยอมสบตากับมยองซู ร่างหนาเองก็ค่อยๆทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ

 

ซองยอล นายไม่ชอบโกรธใครนานๆไม่ใช่เหรอ อย่างนั้นถ้านายไม่สบายใจที่เราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยคุยกันดีๆได้มั้ย ซองยอล…”

 

“…” ร่างบางหันกลับมามองหน้าร่างหนาช้าๆ

 

ฉันยอมรับผิดทุกอย่างเลย ยกโทษให้ฉันแล้วเรากลับมาคุยกันดีๆเถอะนะมยองซูขอร้องด้วยเสียงนุ่มนวลจนซองยอลรู้สึกสงสารและใจอ่อน

 

“…ก็ได้

 

จริงนะ!” ตอนนั้นเองรอยยิ้มของมยองซูก็ปรากฏขึ้น เป็นรอยยิ้มที่สดใสที่สุดในรอบ 6 ปีที่ผ่านมานี้ของมยองซู

 

เออ~” ซองยอลตอบ

 

ถ้างั้นฉันมีอีกเรื่องจะบอกอ่ะมยองซูลากเสียงอย่างลังเลเล็กน้อย

 

อะไร?”

 

มื้อเช้าพรุ่งนี้ไปเจอพ่อแม่ฉันได้มั้ยคือว่า พอพ่อฉันรู้ว่าคนที่จะมาทำงานด้วยเป็นนายท่านก็ดีใจใหญ่แล้วแม่ก็บอกว่าคิดถึงนายด้วย พวกท่านอยากเจอนายน่ะร่างหนามองร่างบางด้วยสายตาคาดหวังซึ่งสายตานั้นก็ทำให้ซองยอลลังเลไม่น้อย

 

อ่า…”

 

แต่ถ้านายไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะ

 

ไม่เป็นไรหรอก ฉันว่า ฉันไปก็ได้และสุดท้ายคนตัวบางก็ต้านทานต่อสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังของมยองซูไม่ไหว มยองซูก็ยังคงเป็นมยองซูเหมือนเดิมเลยจริงๆบทจะเป็นผู้นำ ดูมีวุฒิภาวะก็ดูน่าเกรงขามและน่าหลงใหล แต่บทจะอ้อนหรือจะง้อก็ไม่ต่างอะไรจากแมวตัวหนึ่งนี่เอง

 

ขอบคุณนะร่างหนาส่งยิ้มให้ซึ่งร่างบางก็พยักหน้ารับ วันนี้เป็นไงบ้าง เหนื่อยล่ะสิ ต้องปรับตัวเยอะเลย

 

อือก็เพลียๆนิดหน่อย แต่ก็สนุกดี

 

งั้นนายนอนเถอะ ฉันไม่กวนแล้วล่ะร่างหนาลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินไปที่ประตูห้องโดยมีร่างบางเดินตามไปส่งเงียบๆ และก่อนที่ประตูจะถูกปิดลงด้วยฝีมือของร่างหนาเอง เขาก็ไม่ลืมที่จะกล่าวอะไรบางอย่างกับร่างบาง ฝันดีนะ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

            เช้าวันต่อมา ซองยอลกาพบกับพ่อและแม่ของมยองซูตามที่ตกปากรับคำไว้ ซึ่งผู้ใหญ่ทั้งสองก็ยังคงเอ็นดูซองยอลเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน พวกท่านได้ขอโทษซองยอลที่จากมาโดยไม่ได้บอกลาด้วย และท่านก็คุยกับร่างบางด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสดใสขณะร่วมโต๊ะอาหารกันโดยมีมยองซูนั่งยิ้มเงียบๆขณะที่ฟังบทสนทนาเหล่านั้น

 

แล้วนี้คุณพ่อคุณแม่จะกลับเกาหลีกันเมื่อไหร่หรอฮะ?” ร่างบางเอ่ยถาม

 

ปีสองปีให้อะไรคงที่ก็กลับได้แล้วล่ะพ่อของมยองซูตอบอย่างไม่ปิดบัง

 

เนี่ยนะ..” เสียงของผู้เป็นแม่ดังขึ้นบ้าง มยองซูมันบ่นคิดถึงหนูซองยอลทุกวันเลย เผลอๆมันเรียกชื่อหนูซองยอลบ่อยกว่าเรียกแม่มันอีกมั้งเนี่ย

 

แม่~” ครั้งนี้เป็นมยองซูที่ท้วงขึ้นเพราะกลัวว่าถ้าแม่พูดเรื่องนี้แล้วซองยอลจะอึดอัด

 

เอ้า! ก็หรือไม่จริง แกดันลืมโทรศัพท์ไว้ที่เกาหลีเองนี่ ทีนี้ก็เลยติดต่อใครไม่ได้เลย ป่านนี้เพื่อนฝูงคิดว่าแกตายหมดแล้วมั้งเนี่ย

 

คิกๆๆร่างบางหลุดขำเบาๆกับบทสนทนาของผู้เป็นแม่ต่อลูกชายตัวเอง

 

            และการสนทนาในวงอาหารเช้าก็ดำเนินต่อไป บรรยากาศอบอุ่น ไม่ตึงเครียด แบบเดิมๆเหมือนที่ซองยอลเคยประสบเมื่อหลายปีก่อนยังคงเหมือนเดิม และเมื่อเสร็จจากมื้อเช้า ซองยอลก็ขอแยกตัวไปทำงานของตนด้วยความสดใส

 

            ทุกๆอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิมหมด ครอบครัวที่คอยต้อนรับร่างบางอยู่เสมอ และความเป็นห่วงเป็นใยของร่างหนาที่ร่างบางรู้ว่ามันเป็นของจริงก็ยังคงเหมือนเดิม เผลอๆอาจจะมีแค่ซองยอลก็ได้ที่เปลี่ยนไปมากที่สุด บางทีเขาก็ควรจะลดทิฐิของตัวเองลงบ้าง ปล่อยให้ปัจจุบันดำเนินต่อไปอย่างที่ควรจะเป็น และละทิ้งเรื่องราวในอดีตไปบ้าง

 

 

 

 








 

และคืนนั้น

 

 

 

 

 

 

 

            เหมือนกับเมื่อสองคืนที่ผ่านมา มยองซูก็มาเคาะประตูห้องซองยอลเหมือนเดิม และร่างบางก็รู้ว่าไล่ยังไงร่างหนาก็ไม่ไปอยู่แล้ว ครั้งนี้จึงยอมให้ร่างหนาเข้ามาในห้องแต่โดยดี

 

            หลังจากปล่อยให้มยองซูนั่งอยู่คนเดียวตรงขอบเตียงประมาณ 10 นาที ซองยอลก็เดินออกมาจากห้องน้ำในเสื้อแขนยาวสีดำตัวใหญ่กับกางเกงขากระบอกสีเดียวกันยาวถึงเข่า ผมสีน้ำตาลเข้มที่เปียกปอนเพราะการสระผมถูกพาดด้วยผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็ก ร่างบางหย่อนตัวลงนั่งข้างๆร่างหนาห่างกันประมาณ 1 ฟุตโดยไม่ได้พูดอะไร มือเล็กก็ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมตัวเองไปพลาง

 

มา ฉันเช็ดให้ไม่ต้องรอให้ร่างบางพูดอะไรต่อ ร่างหนาก็แย่งผ้าขนหนูออกมาจากมือเล็กแล้วขยับตัวมานั่งซ้อนหลังซองยอลให้สะดวกต่อการเช็ดผม ซึ่งร่างบางก็ได้แต่นั่งเงียบปล่อยให้ร่างหนาได้เช็ดผมให้ตามต้องการ วันนี้เหนื่อยไหมร่างหนาเอ่ยถาม

 

ไม่หรอกเสียงหวานตอบ

 

            มยองซูเงยหน้ามองนาฬิกาที่แขวนอยู่ในห้องขณะที่มือใหญ่ก็เช็ดผมให้กับร่างบางอย่างเบามือ และพบว่าตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มแล้ว.. สามคืนมานี้เขาตั้งใจมาหาซองยอลตอนสามทุ่มเพราะมันเป็นเวลาที่จะเรียกว่าเป็นเวลาของทั้งสองเลยก็ว่าได้ เขาอยากให้ซองยอลรู้ว่าเขาไม่เคยลืมมัน และเขาก็รู้อีกด้วยว่าซองยอลรับรู้ถึงจุดประสงค์ของเขา เพียงแต่ไม่ได้พูดอะไร

 

            ร่างหนาหยุดมือที่เช็ดผมให้ร่างบางและค่อยๆยื่นหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆแล้วเกยคางของตนเองที่ไหล่บางของซองยอล

 

สามทุ่มแล้วนะ…” เจ้าของใบหน้าหล่อกล่าว

 

อืมซองยอลตอบเสียงเบาในลำคอ เขากะอยู่แล้วล่ะว่าพอสามทุ่มมยองซูก็ต้องทำอะไรแปลกๆอีกเหมือนเมื่อสองคืนที่ผ่านมา

 

นี่…” เสียงทุ้มเรียก รู้มั้ยว่าพ่อแม่ฉันน่ะ ถามถึงนายด้วยนะ แล้วพอฉันบอกว่าฉันติดต่อนายไม่ได้ แม่น่ะงอนฉันไปสองวันเลยแหละ

 

แล้วไงแม้จะทำเป็นไม่สนใจ แต่จริงๆแล้วใจของร่างบางกลับเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะเพราะความใกล้ชิดและความอยากรู้ว่ามยองซูจะพูดอะไรต่อ

 

พ่อกับแม่ฉันชอบนายนะ

 

“…”

 

ส่วนฉันก็ไม่ลังเลเลยตอนที่เจอนายที่นี่ ฉันยังคิดว่านายเป็นแฟนฉันเสมอ ฉันรักนาย ทุกวินาทีฉันคิดถึงแต่นายเสียงทุ้มเอ่ยเบาลงและกลายมาเป็นเสียงกระซิบตรงข้างหูร่างบาง ลมหายใจอุ่นตรงกกหูและข้างแก้มรวมถึงมือใหญ่ข้างหนึ่งที่วางอยู่บนไหล่อีกข้างของตนทำให้ร่างบางรู้สึกราวกับว่ากำลังโดนหลอมละลาย และทุกๆสามทุ่ม ฉันก็คิดถึงรสจูบของนาย

 

            ร่างบางนิ่งไปครู่หนึ่งปล่อยให้ร่างหนาใช้ปลายจมูกโด่งเขี่ยแก้มใสเล่นในขณะที่ร่างบางก็กำลังตัดสินใจว่าเขาควรจะให้โอกาสร่างหนาอีกครั้งหรือไม่

 

มยองซู ซองยอลเอ่ยเรียกเบาๆ หันหน้ามาหาร่างหนาพร้อมกับน้ำตาใสหยดหนึ่งไหลออกมาจากดวงตาข้างซ้าย ฉันก็คิดถึงนาย คิดถึงมากๆ..” และแล้วหัวใจของร่างบางก็เลือกที่จะให้โอกาสร่างหนาอีกครั้ง ฉันก็หวังอยู่เสมอว่าวันหนึ่งนายจะกลับมา

 

            เมื่อมยองซูได้ฟังดังนั้นเขาก็ยิ้มออกมาบางๆ ไม่ได้ตอบอะไรต่อ เพียงแต่จับไหล่เล็กให้ร่างบางหันหน้ามาหาตน ริมฝีปากอุ่นแตะเบาๆลงตรงเปลือกตาข้างซ้ายของซองยอลเพื่อซับน้ำตาให้ ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากลงมาตามสันจมูกสวยได้รูปแล้วหยุดตรงที่กลีบปากบางแล้วกดจูบลงไปจูบที่เขาคิดถึงมาตลอด

 

            ซองยอลยกมือของตนขึ้นมาวางบนไหล่แกร่งและเอียงหน้ารับจูบจากร่างหนาอย่างเคยชิน มยองซูบดคลึงกลีบปากเล็กจนบวมช้ำเพราะความโหยหาไม่ต่างจากที่คนตัวบางจูบตอบเขาอย่างต้องการเช่นกัน

 

            ร่างหนาค่อยๆดันให้ร่างบางนอนลงบนเตียงอย่างช้าๆและนุ่มนวลที่สุด ก่อนจะขึ้นไปคร่อมร่างบางเอาไว้และกดจูบหวานอย่างไม่หยุดยั้ง

 

            ลิ้นหนาค่อยๆแทรกเข้าไปในโพรงปากอุ่น กลิ่นมินท์จางๆของยาสีฟันลอยมากระทบจมูก ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็กอย่างชำนาญจนร่างบางเผลอหลุดเสียงครางออกมาเบาๆ คนตัวบางหายใจเร็วขึ้นเพราะถูกช่วงชิงลมหายใจไปจนกระทั่งที่เขาไม่สามารถทนต่อไปได้ มือบางก็ทุบลงตรงไหล่แกร่งเบาๆให้เจ้าของรู้ ซึ่งร่างหนาก็ยอมละจูบออกมา

 

ทำนะเสียงทุ้มเอ่ยแหบพร่า

 

            แม้ว่าร่างบางจะไม่ได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธ แต่ก็ไม่ได้ได้คิดจะต่อต้านเมื่อมยองซูซุกใบหน้าหล่อเข้าที่ซอกคอของเขาและกดจูบไปทั่วลำคอ ขบเม้มเบาๆให้เกิดรอยรักสีจางเป็นจุดๆ มือหยาบซุกซนสอดเข้าไปใต้เสื้อและลูบไล้เรือนกายบางอย่างเพลิดเพลิน

 

            ซองยอลแอ่นตัวรับสัมผัสหวามของมยองซูอย่างเสียวกระสัน แม้ว่าคืนนี้อากาศจะเย็น แต่เขากลับรู้สึกร้อนรุ่มไปหมด

 

อะ.. อืม…” ร่างบางงับปากล่างตัวเองพยายามจะไม่ส่งเสียงครางน่าอายออกมา

 

ร้องออกมาเลยซองยอล ไม่เป็นไรร่างหนากระซิบ ขณะที่มือหนาก็เลิกเสื้อของซองยอลขึ้นช้าๆและถอดมันออกในที่สุด เผยให้เห็นร่างกายขาวเนียนปรากฏแก่สายตา

 

            ร่างหนาลากลิ้นร้อนลงมาตามผิวละเอียดและมาหยุดอยู่ที่ยอดอกข้างหนึ่ง ไม่รอช้า มันก็ถูกครอบครองด้วยโพรงปากอุ่น ปลายลิ้นสะกิดเอาตรงยอดอกสีสวยจนมันแข็งขึ้นเป็นไต สร้างความเสียวกระสันจนร่างบางต้องแอ่นอกรับ

 

อะมยองซูอ่า…” ซองยอลหลับตาแน่นใบหน้าขึ้นสีเพราะแรงอารมณ์

 

            มยองซูพอใจเมื่อได้ยินชื่อของตนหลุดจากปากของร่างบาง เขาจึงแกล้งลากลิ้นวนรอบฐานของยอดอกสีสวยนั้นละสะกิดเบาๆตรงปลายให้ร่างบางด้านล่างเสียวเล่นมากกว่าเดิม

 

            ร่างหนากระตุกกางเกงผ้าเนื้อดีของซองยอลให้หลุดไปพร้อมกับชั้นใน ก่อนจะถอดอาภรณ์ของตนออกบ้าง เผยร่างกายที่ประดับไปด้วยมัดกล้ามไม่มากหรือน้อยเกินไปของมยองซู ตอนนี้ทั้งสองมีแค่ร่างเปลือยเปล่าที่แนบชิดกัน

 

            มยองซูประกบจูบที่กลีบปากบางของซองยอลอีกครั้ง ขณะนั้นเองมือหนาก็เอื้อมไปที่หมอนอีกใบข้างๆใบที่ร่างบางหนุนอยู่มาไว้ในมือ ยกสะโพกบางนั้นขึ้นและใช้หมอนรองไว้เพื่อไม่ให้ร่างบางเมื่อย

 

เบาๆนะเสียงหวานเอ่ยสั่นๆ ดวงตาหวานเยิ้มมองเข้ามาในดวงตาคมของร่างหนา

 

ครับร่างหนาตอบพร้อมยกยิ้มมุมปาก

 

อึก..” นิ้วยาวนิ้วหนึ่งถูกใช้เพื่อเบิกทางทำเอาร่างบางกระตุกเกร็ง

 

อ่า ผ่อนคลายนะ จะได้ไม่เจ็บร่างหนาพูด เพราะตอนนี้เขาเพิ่งจะสอดนิ้วเข้าไปได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น และเมื่อร่างบางเริ่มผ่อนคลายเขาก็เตรียมความพร้อมให้คนใต้ร่างต่อ

 

อ๊า!” เสียงหวานหลุดออกมาดังลั่นเมื่อมยองซูขยับไปถูกจุดอ่อนไหว

 

ตรงนี้เหรอ ไม่ถามเปล่า ร่างหนากดย้ำๆที่จุดรวมความรู้สึกนั้นและยิ้มอย่างพอใจเมื่อได้ยิ้นเสียงหวานหลุดร้องออกมา

 

            เมื่อเห็นว่าซองยอลพร้อมแล้วร่างหนาก็หยุดและเริ่มก้าวไปสู่ขั้นต่อไป ร่างหนาขยับเข้าไปชิดกว่าเดิมและกดแทรกเข้าไป

 

อื้อ~” ร่างบางครางเมื่อสิ่งที่ใหญ่กว่านิ้วมือเมื่อครู่รุกล้ำเข้ามาในตัว

 

อ่านายแน่นเกินไปมยองซูครางเสียงต่ำบอก แม้ว่าจะเข้าไปได้จนสุด แต่ซองยอลก็รัดเขาแน่นเกินไปจนเขาปวดตุบและไม่สามารถขยับได้ ร่างหนาใช้มือของตนเค้นคลึงที่บั้นท้ายกลมกลึงเบาๆจนร่างบางรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเขาจึงเริ่มขยับ

 

            ร่างหนาขยับเป็นจังหวะเนิบนาบในตอนแรก และค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆและพยายามกระแทกย้ำเข้าที่จุดสำคัญของคนใต้ร่างย้ำๆจนร่างบางต้องบิดสะโพกมนไปมาเพราะความเสียว องศาที่พอดีจากการใช้หมอนรองตรงสะโพกทำให้ร่างหนาสามารถเข้าไปได้ลึกกว่าปกติ แขนเรียวยกขึ้นมาคล้องคอร่างหนาเอาไว้และจิกลงไปเบาๆตรงลาดไหล่แกร่งเพื่อระบายความเสียวซ่าน เสียงเนื้อกระทบกันดังคลอไปกับเสียงครางหวานและเสียงครางอึงในลำคอเป็นระยะๆ

 

            มือหนาที่บีบคลึงสะโพกมนอยู่เมื่อครู่เลื่อนมาช่วยปรนเปรอให้ซองยอลบ้าง มยองซูทำให้เป็นจังหวะเดียวกับที่สะโพกสอบของตนทำงาน

 

อึก อา.. มยองซู~”

 

อืมมม ซองยอล

 

            บทรักร้อนดำเนินต่อไปไม่ได้หยุด กระทั่งซองยอลใกล้ถึงฝั่งฝัน

 

อะ.. มยองซู.. ..ฉันไม่ไหวอือ แล้วร่างบางเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก มยองซูได้ยินดังนั้นก็เร่งจังหวะสะโพกและมือของตนให้เร็วและแรงกว่าเดิม เพียงไม่นานคนด้านล่างก็ปล่อยออกมาเต็มมือหนา

 

อีกนิดนะ..” มยองซูยังคงไม่หยุดจังหวะสะโพกของตน ร่างหนาโถมกายเข้าหาคนใต้ร่างอย่างแรงอีกสี่ห้าทีและเมื่อซองยอลตอดรัดเขา เขาก็ได้ปลดปล่อยเข้าไปในตัวอีกฝ่าย อ่า..” มยองซูก้มลงมากดจูบหนักๆลงบนริมฝีปากสวยได้รูปอีกครั้งและค่อยๆถอนกายออกมา เอาหมอนที่รองสะโพกบางอยู่โยนออกไปข้างเตียง

 

            มยองซูขยับตัวขึ้นมานอนบนหมอนที่ร่างบางใช้ก่อนหน้านี้และให้ร่างบางหนุนลำแขนแข็งแรงของตนแทน

 

อือ…” เสียงหวานดังเบาๆในลำคออย่างเหนื่อยหอบ เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายเต็มหน้าผากมน

 

ตกลงเรากลับมาคบกันนะเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น

 

ได้ขนาดนี้แล้ว คงไม่คบมั้งร่างบางพูดโดยไม่เงยขึ้นมาสบตาร่างหนา

 

ขอบคุณที่ให้โอกาสฉันนะมยองซูยิ้มอย่างดีใจปีหน้าพอฉันกลับไปเกาหลีแล้วแต่งงานกันนะ

 

หืม?” คราวนี้ร่างบางช้อนตาขึ้นมามองร่างหนาแล้วพูดอมยิ้มน้อยๆ ของี้เลย?”

 

อื้ม ฉันกะว่าอีก 6 เดือนนายกลับไปเกาหลี นายก็ทำงานที่บริษัทเดิมก่อน แล้วพออีกครึ่งปีฉันกลับและเปิดบริษัทที่เกาหลี นายก็มาอยู่กับฉันนะ

 

“…ก็ได้ซองยอลตอบรับ แต่ขอแบบนี้ไม่โรแมนติกเลยอ่ะ กลับไปเกาหลีขอใหม่ด้วยแกล้งทำหน้างอง้ำ ซึ่งก็เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากมยองซูได้ไม่ยาก

 

ได้เลย

 

งี้ครึ่งปีที่ฉันอยู่เกาหลีคนเดียวนายจะทำไง จะหายไปอีกมั้ย…”

 

ไม่หายแล้ว ไม่ไปไหนแล้วร่างหนายกมือมาขยี้หัวคนรักเบาๆอย่างเอ็นดู เขาเข้าใจความรู้สึกของร่างบางที่ถามออกมาแบบนี้ สัญญาเลย จะโทร.หาบ่อยๆ จะวิดีโอคอลกันทุกวันเลย…”

 

“…”

 

นายรอฉันนะ

 

อื้อ ฉันจะรอ สัญญาแล้วนะ

 

อื้มร่างบางยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากร่างหนา

 

“…”

 

ขอบคุณนะเสียงหวานเอ่ยพร้อมกับยื่นหน้ามามอบจูบเบาๆตรงปลายคางของมยองซู ก่อนที่ซองยอลจะขยับตัวซุกเข้ากับแผงอกอุ่นของมยองซูแล้วหลับตาลง มือหนายกขึ้นมาลูบหัวทุยนั้นเบาๆเพื่อกล่อมให้ร่างบางหลับ

 

รักนะเสียงทุ้มตอบอย่างรักใคร่

 

รักเหมือนกัน

 

ฝันดีนะ ว่าจบก็กดจูบเบาๆลงบนหน้าผากมนของคนในอ้อมแขนก่อนที่ทั้งสองจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมๆกัน และต่างก็ตระหนักในหัวใจว่าต่อจานี้จะไม่มีใครมาพรากเขาทั้งสองให้ห่างจากกันได้อีกต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

…The End…

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จบแล้วววว ในที่สุดก็จบ ฮ่าๆๆๆ เป็นไงบ้างคะ เม้นท์บอกกันหน่อยยย
มยองง้อเมียได้ใน 3 วัน เก่งมากค่ะมยอง ถถถถถ
ก็...ขอบคุณทุกคอมเมนท์ ทุกการติดตาม และขอบคุณที่สละเวลามาอ่านฟิคเรื่องนี้กันนะคะ ไรท์มีความสุขมากเลย 
รักรีดเดอร์นะคะ เจอกันเรื่องหน้าจ้า บ๊ายบายยย

-มีคำผิดขออภัยค่ะ-

ที่มาภาพ

https://www.koreanair.com/content/dam/koreanair/Global/backgrounds/Traveling/Fleet/Marquee%20Fleet%20A380.jpg
http://m.img.brothersoft.com/android/93/931b5fe5e22617e95ca1eefe06e6fc0e_screen2.jpg

ผลงานอื่นๆ ของ Kiratar

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. #11 llinklink (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 02:22
    ฟิคน่ารักอ่า. ไว้มาแต่งคู่มยองยอลอีกน๊าาาา ^^
    #11
    0
  2. #10 190642 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 20:18
    งือออออน่ารักอ่าไรท์คร้าาาขอตอนแต่งงานด้วยจิๆอยากอ่านหวานๆแบบนั้นง่ะไรท์คร้าาาา
    #10
    0
  3. #9 LoveYaDong ><'
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 14:44
    งื้อออออ น่ารักอ่าาา>< มาต่อเร็วๆๆนร้าา รอๆๆค่ะ^^ ไรท์สู้ๆๆ!!!
    #9
    0
  4. #8 190642 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 11:48
    น่ารักอ่า ชอบบบบขอให้คืนดีกันไวๆนะคะไรท์ สู้คร้าๆ
    #8
    0
  5. #7 190642 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 13:55
    ใจนึ่งมยองมันก็เสียใจแต่อีกใจนึ่งพี่ยอลไม่เจ็บกว่าหรอ ฉันงอลแกอิมยอง โป้งงงงง
    #7
    0
  6. วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 13:04
    สามทุ่มแล้ว โอ้ย มยองซูอย่ามาทำให้เราใจอ่อนตามซองยอลไปนะ เราโกรธนายอยู่
    #6
    0
  7. #5 190642 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 10:43
    มยองหายไปไหน ไรท์คร้าาาไม่เอาดราม่าไม่เอาาาาาามาต่อไวๆนะคร้าสู้ๆคร้า
    #5
    0
  8. #4 Micky P.bear (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 12:54
    โอ๊ยยยยยย หวานนนนน หวานมาก ชอบๆ มาต่อเร็วๆนะคะ รอ
    #4
    0
  9. #3 190642 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 19:10
    งือออออน่ารักจัง เป็นวิธีที่ดีนะชีวิตคู่จะได้ยืนยาว ชอบบบคร้า มาต่อไวๆนะคร้าสู้ๆคร้า
    #3
    0
  10. #2 190642 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 11:28
    3ทุ่มแล้วเค้าทำอะไรกันนะ รอเลยคร้าไรท์มาต่อไวๆนะคร้าาสู้ๆคร้า
    #2
    0
  11. #1 190642
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 21:59
    รอนะคร้าสู้ๆคร้า
    #1
    0