นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF] a fox & a rose...สุนัขจิ้งจอกกับดอกกุหลาบ (YaDong of INFINITE)

โดย Kiratar

เมื่อกุหลาบป่าหลงรักสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่ง กุหลาบป่าจึงพยายามเบ่งบานและชูช่อขึ้นหวังให้สุนัขจิ้งจอกสนใจ แต่สัตว์ป่าแสนปราดเปรียวอย่างสุนัขจิ้งจอกจะชายตามามองดอกไม้ดอกเล็กๆอย่างกุหลาบป่าหรือ?

ยอดวิวรวม

419

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


419

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 ก.ย. 59 / 23:20 น.
นิยาย [SF] a fox & a rose...عѢ駨͡Ѻ͡Һ (YaDong of INFINITE)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาเป็น ชxช ใครไม่ชอบกดปิดได้เลยค่ะ

เนื้อหาเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น

 

 

 

 

Characters

 

 

 

 

จางดงอู

ผู้จัดการส่วนตัวของโฮย่าหรืออีโฮวอน เป็นคนเงียบๆ ใจเย็น ดูแลและช่วยเหลือโฮย่าในทุกๆเรื่อง

 

 

 

โฮย่า หรือ อีโฮวอน

นักร้องและนักแสดงชื่อดังของเกาหลี รักในหน้าที่การงานของตน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.......................................................................................................................................................................................

อาทิตย์หน้าเปิดเทอม แต่ก็ยังจะอัพ5555555555 ไรท์ไงจะใครล่ะ:3 กลับมาพร้อมกับฟิคสั้นย่าดงอีกตามเคย จะค่อยๆทยอยอัพให้เมื่อมีเวลาว่างนะคะ^^ อาจจะช้าสักหน่อยแต่ก็หวังว่าทุกคนจะให้ความสนใจฟิคสั้นเรื่องนี้น้าาา ชุ้ฟๆ

 

ป.ล. บุคลิกของพี่จางอาจจะไม่ตรงความเป็นจริงเท่าไหร่นะคะ เห็นได้จากคำว่า 'เงียบๆ' 5555555+

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 ก.ย. 59 / 23:20


 
 
 

          เช้าวันหนึ่ง สุนัขจิ้งจอกที่โตเกือบเต็มที่ก็ออกมาเดินหาอาหารเองตามปกติเหมือนทุกวัน แต่วันนี้ในป่ากลับมีชีวิตใหม่เพิ่มขึ้นมา ต้นอ่อนเล็กๆของกุหลาบป่าเติบโตขึ้นริมทางที่สุนัขจิ้งจอกเดินผ่าน ใบเล็กๆขยับไปตามแรงลมเบาๆที่พัดในยามเช้า และเมื่อกุหลาบป่าต้นน้อยได้เห็นสุนัขจิ้งจอกนั้นก็เกิดหลงรักสัตว์ป่าผู้ปราดเปรียวขึ้นมาทันที

 

          ทุกๆวันหลังจากนั้น ดอกกุหลาบก็คอยเฝ้ารอให้สุนัขจิ้งจอกที่ตนหลงรักเดินผ่านมาทางเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า และดอกกุหลาบก็ไม่เคยหนีสุนัขจิ้งจอกไปไหนเพราะไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ และนั่นทำให้โลกใบเล็กของกุหลาบป่ามีเพียงสุนัขจิ้งจอกตัวนี้เท่านั้นที่ผ่านไปมาทุกวันราวกับดวงอาทิตย์ดวงเดิมที่ขึ้นตรงขอบฟ้าทิศตะวันออกแล้ววนไปตกทางทิศตะวันตกซ้ำๆ แต่เพียงเท่านี้พืชต้นน้อยอย่างกุหลาบป่าก็มีความสุขมากแล้ว

 

 

 

            วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่โฮย่ายังต้องออกไปทำงานตามตารางเหมือนเดิม เรียกได้ว่าช่วงนี้เขาไม่ได้พักสักเท่าไรเลยเพราะโฮย่ากำลังเป็นดารายอดนิยมที่ได้รับความรักอย่างล้นหลาม ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่จะมีตางรางงานแน่นเอี้ยดเกือบทุกวัน

 

จบงานนี้ยังเหลืออะไรอีกมั้ยครับดงอูฮยอง?” เสียงทุ้มที่ใครๆต่างก็หลงรักของโฮย่าหันไปถามผู้จัดการส่วนตัวของตนที่นั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับของรถตู้คันใหญ่

 

งานแคสบทละครนี้เป็นตางรางสุดท้ายแล้วล่ะโฮวอนเสียงหวานเอ่ยตอบคนที่นั่งอยู่ที่เบาะข้างหลัง สู้ๆนะ เดี๋ยวก็ได้พักแล้วคนตัวเล็กเจ้าของนามดงอูยกกำปั้นขึ้นมาเป็นท่าประกอบคำให้กำลังใจ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความจริงใจถูกส่งไปถึงคู่สนทนาพร้อมกับนัยน์ตาหวานใต้แว่นกรอบหนาที่หรี่เล็กลงยามส่งยิ้ม

 

ครับร่างหนาของโฮย่ายิ้มรับด้วยความคุ้นเคยกับท่าทางของผู้จัดการของตน ตั้งแต่ได้เดบิวต์มาจนถึงตอนนี้ซึ่งก็เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วผู้จัดการตัวเล็กคนนี้ก็จะคอยให้กำลังใจเขาอยู่เสมอทุกครั้งที่เขาเหนื่อยหรือท้อ

.

.

.

.

.

            หลังจากการแคสบทละครจบลงแล้ว โปรดิวเซอร์ก็เดินมาหาโฮย่าด้วยสีหน้าพอใจ ใครๆก็เดาออกจากแววตาคู่นั้นว่าโปรดิวเซอร์ต้องการให้โฮย่ามารับบทนี้แน่ๆ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรนักเพราะฝีมือการแสดงอันยอดเยี่ยมของร่างหนา

 

โฮย่า ฮยองชอบการแสดงของนายมากเลย ฮยองอยากให้นายมารับบทนี้นะเมื่อเดินมาถึงตัวโฮย่า โปรดิวเซอร์ก็พูดขึ้นทันที นายอยากทำมั้ย

 

อยากสิครับ^^” ร่างหนายิ้มตอบรับพี่ไปคุยเรื่องตารางเวลากับผู้จัดการผมได้เลยโฮย่าพูดอย่างไว้ใจในตัวผู้จัดการของตน เพราะดงอูไม่เคยจัดตางรางงานของเขาให้แน่นจนเกินไปจนเขารับไม่ไหวเลยสักครั้ง

 

ไหนล่ะผู้จัดการนาย?”

 

คนนั้นครับโฮย่าชี้ไปที่ผู้จัดการตัวเล็กของเขาที่อยู่ห่างจากจุดที่เขายืนอยู่ไปประมาณ 5 เมตร

 

คนนั้นผู้จัดการนายหรอ!?” โปรดิวเซอร์ทวนคำตอบอย่างประหลาดใจ เพราะปกติแล้วผู้จัดการดาราส่วนใหญ่ที่เขาเห็นนั้น มักจะแต่งตัวกันอย่างดูดีมีสไตล์ราวกับเป็นดารา แต่ผู้จัดการของโฮย่านั้นใส่แค่กางเกงยีนส์ขากระบอกเชยๆขาดๆ เสื้อยืดธรรมดาๆตัวหนึ่ง รองเท้าผ้าใบคู่เก่า ใบหน้าถูกปรกด้วยผมหน้าม้าที่ดูก็รู้ว่าไม่ค่อยได้จัดทรงมันเสียเท่าไรนัก กับแว่นกรอบหนาวางอยู่บนดั้งจมูกเป็นสัน พร้อมสะพายเป้ใบโต บอกตรงๆคือฮยองไม่เคยเจอผู้จัดการคนไหนแต่งตัวเฉิ่มขนาดนี้มาก่อนเลยล่ะโปรดิวเซอร์พูดเสียงเบาลงเล็กน้อยกับโฮวอน แต่เขาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเสียงของเขานั้นเข้าไปในความรับรู้ของคนตัวเล็กเต็มๆ

 

งั้นเหรอครับ ฮ่าๆๆๆโฮย่าหัวเราะเบาๆอย่างไม่ใส่ใจกับคำพูดของโปรดิวเซอร์นักก่อนจะยกข้อดีที่ตนรู้ดีที่สุดของผู้จัดการตัวเล็กของตนขึ้นมาพูดพร้อมพยักหน้าอย่างมั่นใจ แต่ผมรับรองว่าดงอูฮยองทำงานดีไม่แพ้ใครแน่นอนครับ

 

อาๆ เอาเป็นว่าเดี๋ยวฮยองจะไปคุยกับผู้จัดการของนายนะ แล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลังพูดจบโปรดิวเซอร์ก็เดินไปคุยกับดงอู แต่ทันทีที่โปรดิวเซอร์เดินจากไป นักแสดงสาวในชุดเดรสสั้นสีขาวก็เดินเข้ามาหาโฮย่าแทน

 

สวัสดีค่ะหญิงสาวเอ่ยทัก

 

อ่อ สวัสดีครับ คุณนาอึนร่างหนากล่าวทักทายกลับ มาแคสเหมือนกันเหรอครับ

 

ใช่ค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะได้รึเปล่านักแสดงสาวตอบ แต่จะถือเป็นเกียรติมากเลยล่ะค่ะถ้าได้ร่วมงานกับคุณ ฉันติดตามผลงานของคุณมาตลอดเลยล่ะค่ะ

 

ถึงจะไม่ได้ร่วมงานกันในงานนี้ แต่โอกาสหน้าต้องได้ร่วมงานกันแน่ครับโฮย่าตอบอย่างสุภาพกับเพื่อนร่วมอาชีพ

 

ค่ะหญิงสาวยิ้ม ว่าแต่ว่าคนนั้นเป็นผู้จัดการของคุณจริงๆเหรอคะ? ขอโทษทีนะคะ แต่เมื่อกี้บังเอิญได้ยิน

 

ครับโฮย่าตอบ ทำไมเหรอครับ?”

 

ก็ถ้าจะให้พูดตรงๆก็คงต้องบอกว่าแต่ตัวได้ดับราศีมากเลยล่ะค่ะหญิงสาวพูด แล้วแบบนี้มันจะไม่มีผลกับภาพลักษณ์ของคุณเหรอคะ

 

ผมว่าถ้าเขาทำงานดีมันก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะครับ ซึ่งเขาก็ทำงานได้ดีจริงๆ

 

ฉันแค่เป็นห่วงภาพลักษณ์ของคุณน่ะค่ะ

 

ครับ ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วงร่างหนาพยักหน้ารับ ไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจที่ผู้จัดการคนสนิทของตนถูกพูดถึงในทางไม่ดีแต่อย่างใด ยังไงวันนี้ผมขอตัวก่อนนะครับ โชคดีนะครับ

 

เช่นกันค่ะ

 

ร่างหนาบอกลาอย่างสุภาพก่อนจะเดินจากหญิงสาวมาแล้วตรงมาหาผู้จัดการตัวเล็กของตนที่คุยกับโปรดิวเซอร์เสร็จเรียบร้อยพอดีเช่นกัน โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนตัวเล็กนั้นได้ยินคำพูดของนักแสดงหญิงชัดเต็มสองหู

 

มันจะมีผลต่อภาพลักษณ์ขอโฮวอนงั้นเหรอเราไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยดงอูคิดคำนึงอยู่ในใจอย่างเงียบๆ ขณะที่นั่งรถกลับที่พัก แต่เนื่องจากบุคลิกของเขานั้นเป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว จึงไม่มีใครสังเกตเลยว่าคนตัวเล็กมีเรื่องรบกวนใจอยู่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

          กุหลาบป่าค่อยๆเติบโตขึ้นทุกๆวันในขณะที่สุนัขจิ้งจอกก็โตขึ้นกลายเป็นสุนัขจิ้งจอกหนุ่มแสนสง่าเช่นกัน

 

กุหลาบป่าพยายามชูช่อเบ่งบานขึ้นเพื่อที่ว่าสุนัขจิ้งจอกจะได้เห็นตัวเองในสายตาบ้าง จนกระทั่งวันหนึ่งขณะที่สุนัขจิ้งจอกออกไปหาอาหารตามปกติ แทนที่สัตว์ป่าทรงเสน่ห์จะเดินผ่านไปเหมือนทุกครั้ง แต่วันนี้มันกลับหยุดฝีเท้าลงแล้วกล่าวทักทายกุหลาบต้นน้อยอย่างเป็นมิตร

 

อรุณสวัสดิ์สุนัขจิ้งจอกกล่าวขณะที่สายตาจับจ้องมาที่ดอกกุหลาบสีแดงสดบานสะพรั่ง

 

อาเธอคุยกับฉันเหรอ?” กุหลาบป่าถาม

 

ใช่สุนัขจิ้งจอกพยักหน้าเบาๆ

 

อรุณสวัสดิ์เมื่อเป็นดังนั้นดอกกุหลาบจึงเอ่ยทักทายสุนัขจิ้งจอกอย่างขัดเขินเนื่องจากเป็นการคุยกันครั้งแรก รวมไปถึงสุนัขจิ้งจอกเป็นฝ่ายทักทายตนก่อนด้วย

 

เธอบานแล้วสวยจังเลยนะพูดพร้อมส่งยิ้มให้ดอกไม้สีแดงสดตรงหน้า ฉันชอบจังเลย

 

จริงเหรอ ขอบคุณนะเมื่อได้รับคำชมอย่างไม่ทันตั้งตัว ดอกกุหลาบดอกน้อยก็ได้แต่กล่าวขอบคุณไปอย่างตะกุกตะกัก

 

          หลังจากวันนั้น สุนัขจิ้งจอกก็หยุดเพื่อพูดคุยกับดอกกุหลาบทุกเช้าและเย็นที่ผ่านไปทางนั้น บอกเล่าเรื่องราวของโลกกว้างให้กุหลาบดอกน้อยได้รับรู้ เล่าว่าตนได้ไปผจญภัยที่ไหนมาบ้างในแต่ละวัน เล่าเรื่องราวของครอบครัวนกน้อยที่อาศัยอยู่ห่างจากที่ตรงนี้ไปครึ่งไมล์ ส่วนกุหลาบดอกน้อยก็ได้เล่าให้สุนัขจิ้งจอกได้ฟังเรื่องของผีเสื้อและแมลงตัวน้อยอื่นๆที่สัตว์ป่าอย่างสุนัขจิ้งจอกไม่เคยรู้มาก่อน

 

          ทั้งสองพูดคุยกันได้ทุกวันโดยไม่มีเบื่อ เรื่องราวของป่ากว้างถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงได้ไม่ซ้ำวัน สุนัขจิ้งจอกกับดอกกุหลาบแลกเปลี่ยนเรื่องราวและแบ่งปันความสุขให้แก่กันและกัน

 

 

 

            จางดงอูแอบชอบอีโฮวอนมานานแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่านานเท่าไร แต่รู้แค่ว่าเป็นเวลานานแล้วที่จางดงอูจะคอยแอบมองเวลาอีโฮวอนหรือโฮย่าทำงานอย่างตั้นใจ สายตามุ่งมั่นนั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหลที่ดงอูไม่สามารถต้านทานมันได้ บุคลิกของร่างหนาแม้ว่าจะเป็นคนที่ดูเงียบและหยิ่ง แต่จริงๆโฮวอนเป็นคนจิตใจดีมาก ให้เกียรติคนอื่น มีมารยาท และมีความเป็นสุภาพบุรุษ ยิ่งประกอบกับใบหน้าอันหล่อเหลาและความสามารถอันหลากหลายแล้ว ถือได้ว่าเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบคนหนึ่ง แล้วใครล่ะจะไม่หลงรัก ยิ่งกับคนที่ใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างจางดงอูแล้วด้วย

 

            หลังจากที่ผู้จัดการตัวเล็กได้คิดทบทวนถึงสิ่งที่ตนได้ยินมา ว่าภาพลักษณ์ของตนจะส่งผลต่อหน้าที่การงานของโฮย่าคนที่ตนแอบรัก ดงอูก็เลือกที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูน่าเชื่อถือและน่าเข้าหามากขึ้น จากที่สวมเสื้อยืดเชยๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นใส่เสื้อ sweat shirt เสื้อฮู้ด หรือไม่ก็เสื้อเชิ้ตแทน เปลี่ยนจากกางเกงยีนส์เก่าๆเป็นกางเกงขาเดฟเข้ารูปทันสมัย สวมรองเท้าผ้าใบแฟชั่นหรือรองเท้าหนัง เปิดผมด้านหน้าขึ้นแล้วเซ็ตให้เป็นทรงด้วยแว็กซ์ และใส่คอนแท็กเลนส์แทนที่จะใส่แว่นเฉิ่มเชยเหมือนเก่า แน่นอนว่าช่วงแรกๆคนตัวเล็กก็ออกจะเคอะเขินอยู่บ้าง แต่เมื่อแต่งตัวแบบนี้ไปได้สักพักเจ้าตัวก็เริ่มชินและชอบสไตล์แบบนี้มากขึ้น

 

            ในส่วนของโฮย่านั้น เดิมทีเขาก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับการแต่งตัวหรือภาพลักษณ์ของจางดงอูอยู่แล้ว เขาเข้าใจว่าคนเรามีความชอบและสไตล์ที่แตกต่างกัน แต่เมื่อผู้จัดการตัวเล็กของเขาเปลี่ยนลุคอย่างกระทันหันมาแต่งตัวตามสมัยนิยมแบบนี้ ร่างหนาก็ยอมรับเลยว่าครั้งแรกที่เห็นก็ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย

 

            จากเดิมที่โฮย่ามักจะชอบแอบมองเวลาดงอูทำงานและวางแผนงานให้เขาอย่างขะมักเขม้นอยู่แล้ว เมื่อดงอูเปลี่ยนการแต่งตัวเป็นแบบนี้โฮย่าก็ยิ่งแทบจะละสายตาไปจากคนตัวเล็กไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าคนตัวเล็กจะไม่ได้สังเกตเลยเพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับงาน

 

            การแต่งตัวแบบนี้มันเข้ากับคนตัวเล็กได้อย่างไม่น่าเชื่อ ดวงตาสวยที่ร่างหนามองว่ามันสวยกว่าตาคู่ไหนๆที่เคยเห็นมากลับเป็นประกายหวานชัดขึ้นอีกเมื่อปราศจากแว่น ร่างหนาแอบนึกเสียดายอยู่น้อยๆที่คนตัวเล็กนั้นซ่อนนัยน์ตาคู่สวยเอาไว้ใต้กรอบแว่นเสียตั้งนาน

 

ฮยองแต่งตัวแบบนี้แล้วน่ารักดีนะครับร่างหนาเอ่ยปากชมจนทำให้พวงแก้มใสของดงอูเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อจนแทบจะตัดกับเสื้อเชิ้ตสีมินท์ที่คนตัวเล็กสวมอยู่ แต่โฮย่าก็ยังมองว่ามันดูน่ารักอยู่ดี

 

ขอบคุณนะดงอูกล่าวพร้อมฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงเพราะความดีใจที่ร่างหนาชอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
[50%]

























 

 

            ด้วยความนิยมของโฮย่าที่ไม่มีทีท่าว่าจะตกลงไปได้ง่ายๆ ทำให้นิตยสารหลายฉบับติดต่อมาเพื่อขอสัมภาษณ์โฮย่ารวมถึงถ่ายรูปขึ้นปก ซึ่งเมื่อโฮย่าตกลงใจที่จะรับงานนี้แล้ว ดงอูก็รีบจัดแจงเรื่องตารางเวลาและธุระต่างๆให้ทันที

 

และวันนี้ก็คือวันที่โฮย่าจะไปให้สัมภาษณ์กับนิตยสารรายเดือนชื่อดัง

 

สวัสดีค่ะเมื่อมาถึงสถานที่ถ่ายภาพปกและให้สัมภาษณ์ หญิงสาวตัวเล็กคนหนึ่งก็ตรงเข้ามาทักทายโฮย่าและดงอูอย่างสุภาพทันที พี่ชื่อแทยอนนะคะ จะเป็นคนสัมภาษณ์ในวันนี้ แต่ว่าทางเราเพิ่งจะเพิ่มหัวข้อใหม่ที่จะสัมภาษณ์เข้ามาน่ะค่ะ ซึ่งหัวข้อส่วนนี้ก็ไม่ได้อยู่ในแนวคำถามที่ส่งไปให้ดูล่วงหน้าด้วย หวังว่าคงจะไม่เป็นไรใช่ไหมคะ

 

ไม่เป็นไรครับโฮย่าตอบยิ้มๆ แล้วเพิ่มหัวข้ออะไรมาเหรอครับ?”

 

จริงๆแล้ว ก็ไม่เชิงเป็นหัวข้อหรอกค่ะ แต่ทางบ..บอกว่าอยากจะขอสัมภาษณ์ผู้จัดการส่วนตัวของคุณโฮย่าด้วย อยากจะสัมภาษณ์เรื่องการร่วมงานกันระหว่างผู้จัดการกับศิลปินและการทำงานของผู้จัดการน่ะค่ะ เพราะคนที่เคยร่วมงานกับคุณโฮย่ามาก่อนต่างบอกว่าตางรางงานของคุณค่อนข้างแน่นแต่ก็มีความแน่นอนซึ่งหลายคนก็เอ่ยชมมาที่ผู้จัดการด้วยว่าทำงานได้ดี บ..จึงอยากให้เพิ่มส่วนนี้เข้าไปในนิตยสารของเราด้วยน่ะค่ะ

 

อ่าได้ฮะดงอูตอบตกลงหลังจากฟังคำอธิบายยาวเหยียด

 

ดีเลยค่ะหญิงสาวยิ้มออกมา ถ้าอย่างนั้นเชิญทั้งคู่มาถ่ายรูปทางนี้ก่อนเลยนะคะ และเราจะไปสัมภาษณ์กันทีหลัง

 

ผมด้วยเหรอฮะ?” เมื่อได้ยินดังนั้นดงอูก็ชี้นิ้วมาที่ตัวเองเป็นเชิงถามจะให้เขาถ่ายรูปลงนิตยสารงั้นเหรอ

 

ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ช่างแต่งหน้าพร้อมแล้วและเราก็เตรียมชุดไว้ให้แล้วด้วยค่ะหญิงสาวพยักหน้ารับพร้อมส่งรอยยิ้มมาให้ จากนั้นก็เดินนำโฮย่ากับดงอูเข้าไปในห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็ว

 

 

            ใครๆก็ชินกับการแต่งหน้าทำผมของโฮย่ากันทั้งนั้น แต่ไม่ใช่กับดงอูผู้จัดการร่างเล็ก ดงอูสวมเสื้อแขนกุดสีขาว กับกางเกงยีนส์สีเทาลายขาวเข้ารูป หมวกสีทรายซีดถูกสวมไว้บนศีรษะ และมีกำไลข้อมือประดับอยู่ที่ข้อมือด้านขวา เครื่องสำอางบางๆถูกแต่งแต้มลงไปบนใบหน้าขับให้ใบหน้าหวานนั้นดูเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น เหล่าโคดี้นูน่าและสไตลิสต์ต่างพากันชมความน่ารักของคนตัวเล็กกันอย่างไม่หยุดปาก ส่วนโฮย่านั้นก็ได้แต่ลอบมองผู้จัดการตัวเล็กของเขาอยู่เงียบๆ

 

 

น่ารัก..’ นี่คือคำแรกที่ปรากฏขึ้นในหัวของร่างหนา และราวกับมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่างที่ทำให้ร่างหนาไม่สามารถละสายตาคมจากคนตัวเล็กได้เลย

 

มองอะไรน่ะโฮวอนร่างเล็กถามเมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาของร่างหนาที่จับจ้องมา

 

อะเปล่าครับร่างหนาส่ายหน้าปฏิเสธไป

 

ไปเถอะ เขาเรียกให้ไปถ่ายรูปแล้วสิ้นเสียงหวาน คนตัวเล็กก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปในสตูดิโอ

 

            แรกๆดงอูก็ดูเก้ๆกังๆกับการถ่ายรูป ซึ่งก็เป็นธรรมดาของคนที่เพิ่งเคยทำเป็นครั้งแรก แต่ทุกคนในสตูดิโอรวมถึงโฮย่าด้วย ต่างก็คอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือตลอดการถ่าย จนในที่สุดก็ได้รูปผู้จัดการตัวเล็กในลุคน่ารักสดใสออกมาหลายรูปทั้งรูปเดี่ยวและรูปที่ถ่ายคู่กับโฮย่า

 

            หลังจากถ่ายภาพเสร็จก็มาถึงกระบวนการให้สัมภาณ์ ซึ่งก็ดำเนินไปได้อย่างปกติ โฮย่าถูกสัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องของงานละคร เพลงOST และผลงานเพลงของตนเองตามปกติ ส่วนดงอูนั้นก็ถูกสัมภาษณ์ในเรื่องของเทคนิคการทำงานเสียเป็นส่วนใหญ่

 

“…อย่างไรเสียงานของคุณโฮย่าก็ต้องมาเป็นอันดับหนึ่งฮะ

 

โอเคค่ะ…” แทยอนกดปุ่มปิดการบันทึกเสียงหลังจากดงอูกล่าวตอบคำถามสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อย วันนี้จบเท่านี้แหละค่ะ ขอบคุณมากนะคะหญิงสาวกล่าวขอบคุณแล้วส่งยิ้มหวานให้กับทั้งสองอย่างเป็นมิตร บอกลากันอีกเล็กน้อย จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับไปทำงานอื่นตามเดิม

 

 
 

            ในห้องแต่งตัวขณะที่กำลังเก็บของ โฮย่าลอบมองใบหน้าด้านข้างของดงอูขณะที่คนตัวเล็กกำลังง่วนอยู่กับการบันทึกตารางงานของเขาลงในสมุดเล่มขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ที่ดงอูใช้ประจำ สีหน้าที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิดของคนตัวเล็กมันช่างน่ารักยิ่งกว่าอะไรในสายตาของร่างหนา และมันก็มักจะทำให้เขาใจสั่นได้อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะพักหลังๆมานี้

 

วันนี้ไม่มีตารางต้องไปไหนแล้วใช่มั้ย?” โฮย่าถามขึ้น

 

ใช่ ทำไมเหรอ?” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาถามร่างหนา

 

ไปหาอะไรกินกันมั้ยครับ?” ร่างหนาเอ่ยชวน

 

ฮยองคิดว่านายจะอยากกลับไปนอนซะอีกดงอูแกล้งแซวคนเด็กกว่าเล่น

 

ก็ไม่ทุกครั้งนี่โฮย่าปฏิเสธยิ้มๆ ไปด้วยกันนะครับ

 

อื้อ ไปก็ได้คนตัวเล็กก็ตอบตกลง และสุดท้ายมื้อค่ำของทั้งสองก็จบลงที่ร้านอาหารใจกลางกรุงโซลแห่งหนึ่ง แต่แม้ว่ามื้ออาหารจะสิ้นสุดลงแล้ว รอยยิ้มของทั้งคู่ก็ยังคงไม่จางไปจากใบหน้า แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่การใช้เวลาร่วมกันแบบธรรมดาๆ แต่หากขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่รู้สึกพิเศษด้วยแล้วมันย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 
 

 

 

 

          แต่ยังไม่ทันที่สุขนัขจิ้งจอกและดอกกุหลาบจะได้รู้จักกันมากขึ้น กุหลาบดอกน้อยก็ใกล้ถึงเวลาร่วงโรยเต็มที การที่กุหลาบได้ผลิดอกนั้นแส่งว่าเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว และก็มีแต่จะโรยราไปตามกาลเวลา ไม้ล้มลุกอย่างกุหลาบก็คงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานพอจะให้สุนัขจิ้งจอกตัวนั้นหันมาบอกว่ามันรู้สึกอย่างไรกับดอกไม้ป่าสีสดจนกระทั่งเวลานั้นดำเนินมาถึงเช้าวันที่กุหลาบป่าจะได้เห็นและกล่าวคำว่า อรุณสวัสดิ์กับสุนัขจิ้งจอกเป็นครั้งสุดท้าย

 

 

 

            งานภาพยนตร์งานหนึ่งได้ติดต่อโฮย่าไว้แล้วว่าจะให้โฮย่าได้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งโฮย่าก็ตอบตกลงไปในทันทีเพราะด้วยบทที่เขาคิดว่าเหมาะสมกับตัวเขารวมถึงภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาด้วย แต่แล้วเย็นวันนี้ซึ่งเหลืออีก 3 สัปดาห์ก่อนเปิดกล้อง ทีมงานคนหนึ่งก็ติดต่อมาแล้วบอกโฮย่าว่าเขาไม่ต้องแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว คุยไปคุยมาทีมงานคนนั้นก็เผลอหลุดออกมาว่ามีนักแสดงคนหนึ่งจ่ายเงินให้กับทีมงานเพื่อให้ตนได้รับบทนำแทนโฮย่า

 

            ถ้าเป็นเพราะนักแสดงคนนั้นเก่งและเหมาะกับคาแรคเตอร์ในบทมากกว่าเขา เขาจะไม่ว่าอะไรเลย แต่ถ้าด้วยวิธีการแบบนี้แน่นอนว่าโฮย่าไม่พอใจมากๆ ประกอบกับเขาต้องการที่จะแสดงในบทนี้มากด้วยแล้ว

 

ใจเย็นนะโฮวอนเสียงหวานของจางดงอูพูดขึ้นขณะที่นั่งอยู่กับร่างหนาในห้องแต่งตัวของรายการทอล์กโชว์รายการหนึ่งที่ร่างหนาได้มาเป็นแขกรับเชิญ

 

“…” โฮย่ายังคงเงียบ เพราะความไม่พอใจเขาจึงยังไม่อยากจะพูดอะไรมากนัก

 

เชิญเข้าฉากได้เลยค่ะทีมงานคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาบอกจากนั้นเธอก็ออกไปทำงานอื่นต่อ

 

ไปเถอะโฮวอนดงอูพูด ซึ่งโฮย่าก็ลุกขึ้นตรงไปที่ประตูตามที่บอก แล้วถ่ายเสร็จเจอกันนะ

 

ครับ

 

            หลังจากโฮย่าเข้าฉากไปแล้ว ดงอูก็ไม่ได้อยู่เฉย แต่กลับตรงไปที่รถเก๋งคันหรูซึ่งเขาเป็นคนขับพาโฮย่ามา สตาร์ทรถแล้วเร่งเครื่องออกไปทันที

 

            ดงอูมุ่งหน้าไปหาโปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อเจรจาให้โฮย่าได้กลับมารับบทเดิมอีกครั้ง เพราะเขาจำได้ว่าครั้งแรกที่โฮย่าได้รู้ว่าเขาจะได้แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ร่างหนาดีใจและมีความสุขแค่ไหน และด้วยความสุขุม ความรอบคอบ และความมีเหตุผลของดงอู การเจรจาจึงเป็นผลสำเร็จ โปรดิวเซอร์ยอมให้โฮย่ากลับมารับบทเดิมอีกครั้งรวมถึงฝากไปขอโทษโฮย่าด้วย

 

            หลังจากการเจรจาเสร็จสิ้นแล้วก็เป็นเวลาหัวค่ำพอดี ฝนของฤดูใบไม้ผลิโปรยปรายลงมาทำให้อากาศในยามค่ำคืนเย็นลงว่าคืนก่อนๆ แต่ระหว่างที่ดงอูขับรถกลับไปที่สตูดิโอถ่ายทำทอล์กโชว์นั้น กลับมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Your sugar~ Yes, please.~ Won't you come and put it down on me

 

            โฮย่ากดรับโทรศัพท์เครื่องหรูของตนเมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้า ตอนนี้เขากำลังรอดงอูกลับมารับเขาอยู่ ทีมงานคนหนึ่งบอกโฮย่าว่าดงอูออกไปธุระ

 

ครับบอสโฮย่ารับสายเมื่อบอสใหญ่ของต้นสังกัดของตนโทร.มา

 

//เดี๋ยวบอสจะส่งรถไปรับที่สตูดิโอนะ//

 

อ่าว!? แล้วดงอูฮยองล่ะครับ?”

 

//นายไม่รู้เหรอ ดงอูเขาไปคุยกับโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ไง แต่โดนรถตู้หลับในชนเอารถคว่ำเลย//  บอสว่า

 

“…” ร่างหนาเงียบไปด้วยความตกใจเมื่อได้ยินคำตอบ

 

//เดี๋ยวบอสส่งรถไปนะ รอแป๊บนึง//  พูดจบบอสก็วางสายไป

 

            ต่อมาไม่นาน รถของบริษัทก็มาถึงโฮย่าก็บอกคนขับให้พาตนไปที่โรงพยาบาลที่ดงอูเข้ารับการรักษาทันที

 

            โฮย่ามาถึงโรงพยาบาลพร้อมกับรถพยาบาลคันหนึ่ง เจ้าหน้าที่รีบลงจากรถมาเปิดประตูหลัง จากนั้นเตียงผู้ป่วยก็ถูกเข็นออกมาร่างหนาจำได้ทันทีว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงนั้นคือจางดงอูผู้จัดการของเขา และไม่รอช้า ร่างหนารีบเปิดประตูรถแล้ววิ่งตรงมาหาดงอูทันที

 

ฮยอง! ดงอูฮยอง!” ร่างหนาเรียกชื่อคนตัวเล็กที่นอนอยู่บนเตียง เลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนร่างกายเล็กของดงอูเต็มไปหมด

 

โฮวอนอาฮยอง อึก.. เคลียร์ให้แล้วนะคนตัวเล็กพูดขึ้นอย่างยากลำบากเมื่อเห็นว่าคนที่ตามมาเป็นใคร ดวงตาคู่สวยปรือเปิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองหน้าของโฮย่าที่อาจได้เห็นเป็นครั้งสุดท้าย

 

            รอยยิ้มบางของจางดงอูถูกส่งมาให้ร่างหนาก่อนที่โฮย่าจะถูกพยาบาลกันตัวออกไปไม่ให้เข้ามาในเขตของห้องฉุกเฉิน ซึ่งก็ทำให้ร่างหนาได้แต่นั่งรออยู่บนเก้าอี้หน้าห้อง และในเวลาไม่นานพ่อแม่ของคนตัวเล็กก็ตามมาสมทบเพราะทางบริษัทโทร.ไปแจ้งให้พวกท่านทราบ โฮย่านั่งอยู่กับพ่อและแม่ของดงอู คอยปลอบให้พวกท่านใจเย็นลงทั้งที่จริงๆแล้วในใจของเขากลับร้อนรุ่มขึ้นทุกวินาทีที่ผ่านไป แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอจนกระทั่งไฟหน้าห้องฉุกเฉินดับลง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

          ทุกวันที่สุนัขจิ้งจอกออกหาอาหาร มันก็จะหันกลับมาที่ริมทางเสมอ แม้ว่าตอนนี้จะเหลือแต่ก้อนกรวด เศษดินกับใบไม้แห้ง และกลีบดอกไม้สีแดงเข้มจนเกือบดำเท่านั้น แต่สุนัขจิ้งจอกก็ยังคงคิดถึงดอกไม้สีแดงสดกับคำว่า อรุณสวัสดิ์ จากกุหลาบป่าอยู่เสมอ

 

 

 

            โฮย่ายังคงทำงานอยู่ในวงการบันเทิงอยู่ ตอนนี้เขาทำงานร่วมกับผู้จัดการคนใหม่ที่ชื่อว่า อิมยุนอา โฮย่าเรียกเธอว่านูน่าเพราะเธออายุมากกว่าเขาเกือบ 1 ปี ยุนอาเป็นผู้หญิงที่สวย ตาโต และผิวขาว ทำงานไวและมีไหวพริบดี เรียกได้ว่าทำงานได้เก่งไม่แพ้จางดงอูเลย แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น โฮย่าก็ยังคงรู้สึกว่ามีอะไรขาดหายไปจากชีวิตของเขาอยู่ดี

 

            ร่างหนายังไม่สามารถลืมผู้จัดการตัวเล็กของเขาไปได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ถึงจะทำงานกับยุนอา แต่ใบหน้าของจางดงอูก็มักจะปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาเสมอ แม้ว่าทุกอย่างจะไม่ได้เปลี่ยนไป แต่ร่างหนากลับรู้สึกว่าชีวิตของเขาไม่เหมือนเดิม ทั้งที่เขาก็ยังคงทำงานในฐานะโฮย่าเหมือนเดิม แต่เขาก็ยังคงมีความสุขกับงานของตนเหมือนเดิม ยกเว้นแต่เพียงจางดงอูเท่านั้นที่หายไปจากชีวิตเขา หรือว่าเป็นเพราะจางดงอูนะเขาจึงรู้สึกแบบนี้

 
 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บ้านโฮย่า

 

 

 

            วันนี้โฮย่าไม่มีงาน ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะนานๆทีเขาถึงจะได้พักผ่อนอยู่บ้านบ้าง ร่างหนานั่งอยู่บนโซฟานุ่มสบายหน้าทีวี กดรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ แต่เวลาสายๆของวันธรรมดาแบบนี้มันไม่มีรายการอะไรน่าสนใจเลยสักนิด

 

            สุดท้ายร่างหนาก็กดปิดทีวีด้วยความรำคาญเล็กน้อยแล้วหันไปให้ความสนใจกับกองนิตยสารที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ยๆข้างโซฟาแทน มือหนาค่อยๆหยิบนิตยสารเหล่านั้นดูทีละเล่มเผื่อจะเจออะไรที่สนใจจะอ่าน แต่แล้วก็ต้องสะดุดเข้ากับนิตยสารเล่มหนึ่ง

 

            โฮย่ามองภาพปกพื้นสีฟ้าอ่อนของนิตยสารเล่มนั้น เพราะนอกจากตัวอักษรที่ถูกจัดเรียงให้ดูน่าสนใจแล้ว สิ่งที่อยู่บนปกนั้นคือรูปคู่ของเขากับจางดงอูมันคือนิตยสารฉบับที่เขาได้ถ่ายกับดงอูเมื่อหลายเดือนก่อน

 

            ร่างหนาเปิดไปยังหน้าที่เป็นบทสัมาภาษณ์ของดงอูซึ่งอยู่ติดกับหน้าของเขา ไล่อ่านทุกตัวอักษรที่ปรากฏอยู่ในนั้น รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าคม แววตาโหยหานั้นจ้องไปที่รูปของผู้จัดการตัวเล็กด้วยความหลงใหลเอ็นดู

 

พอฮยองไม่อยู่ ความรู้สึกของผมก็กลับชัดขึ้น ผมคิดถึงฮยองนะ และตอนนี้ผมก็แน่ใจแล้วว่าผมรู้สึกยังไง ผมอยากให้ฮยองได้ยินผมบอกชอบฮยองนะดงอูฮยอง

 

ดิ๊งดอง~ ดิ๊งด่อง~

 

            แต่ระหว่างที่ร่างหนากำลังจะจมเข้าไปในความคิดและความทรงจำของตนเอง เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้นเรียกให้เขากลับมาอยู่กับปัจจุบัน ร่างหนาจึงเดินออกไปเปิดประตูด้วยความสงสัยว่าใครกันนะจะมากดกริ่งประตูบ้านดาราอย่างเขา

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.
.
.
.
.
.
.

            ประตูหน้าบ้านค่อยๆถูกเปิดออกด้วยแรงของโฮย่า ก่อนที่ร่างหนาจะต้องตกใจเมื่อได้เห็นว่าใครคือคนที่มาหาเขาในเวลาแบบนี้

 

ไง~” เสียงหวานเอ่ยทักอย่างยิ้มแย้ม

 

ดงอูฮยอง!!” ร่างหนาเรียกชื่อคนตัวเล็กเสียงดัง เป็นยังไงบ้างครับ ดีขึ้นแล้วเหรอไม่พูดเปล่า มือหนาเอื้อมออกไปจับไหล่เล็กแล้วหันไปหันมาอย่างสำรวจด้วยความดีใจ

 

นี่ ปล่อยก่อนสิโฮวอน คิกๆๆดงอูหัวเราะคิกคักกับพฤติกรรมของคนตรงหน้า ฮยองไม่เป็นไรแล้ว หายดีแล้ว

 

อ่า.. ขอโทษทีครับฮยองโฮย่าว่า หลังจากนั้นก็พาคนตัวเล็กกว่าเข้ามาในบ้านเพราะเขาไม่อยากให้ดงอูยืนตากแดดนานฮยองเข้ามาก่อนสิครับ เข้ามาคุยกันข้างในดีกว่า

 

อื้ม^^”

 

แล้วฮยองรู้ได้ไงว่าผมจะอยู่บ้านเมื่อเข้ามาในบ้านและหาน้ำเย็นใส่แก้วมาให้ดงอูแล้วก็เริ่มบทสนทนาขึ้นอีกครั้ง

 

ก็ถามจากยุนอาไงคนตัวเล็กตอบ ว่าจะมาเซอร์ไพรส์นายนี่แหละ คิกๆๆๆ ตอนนายเห็นฮยองนายดูตกใจมากเลยนะ

 

ก็แหงสิ ไม่ได้เจอฮยองตั้งนาน

 

แล้วนายก็ไปเยี่ยมฮยองอยู่ครั้งเดียวเองด้วยดงอูแกล้งกอดอกอมลมไว้ในแก้มอย่างน่ารัก โกรธซะดีมั้ยนะ

 

โถ่ฮยอง~ อย่าโกรธผมเลยนะ ผมพยายามเคลียร์งานแล้วแต่มันได้แค่นั้นจริงๆโฮย่าพูดอย่างรู้สึกผิด

 

รู้แล้ว~ ฮยองเข้าใจนายหรอกน่า ไม่ได้โกรธด้วย ฮ่าๆๆๆร่างเล็กส่งยิ้มสดใสให้กับร่างหนา

 

“…”

 

“…”

 

ฮยอง…” โฮย่าเรียกด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิม ผมคิดถึงฮยองนะครับ

 

เอ่อ…” คำพูดที่ถูกกล่าวออกมาอย่างกะทันหันของร่างหนาทำเอาคนตัวเล็กถึงกับไปไม่เป็น ทำได้แค่หลบสายตาคมของโฮย่าแล้วก้มหน้างุดซ่อนใบหน้าร้อนผ่าวของตัวเองเอาไว้ ซึ่งการกระทำนั้นก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของร่างหนาไปได้อย่างแน่นอน

 

เขินหรอ? หูแดงเชียวโฮย่าทักเหมือนจะเป็นการแกล้งคนตัวเล็กอีกเพราะมันยิ่งทำให้ใบหน้าหวานที่แดงอยู่แล้วกลับมีสีชัดขึ้นไปอีก รอยยิ้มขี้เล่นและขบขันที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นมากนักปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อ

 

ฮยองรู้มั้ย…” ร่างหนาเริ่มพูดต่อ ถึงยุนอานูน่าจะทำงานได้ดีเกือบเท่าฮยอง ผมก็ยังคิดถึงแต่ฮยองอยู่ดีผมอยากทำงานกับฮยอง อยากเจอฮยองทุกๆวันฮยองเป็นส่วนสำคัญในความสำเร็จของผม แล้วก็เป็นคนที่ผมขาดไม่ได้เลยนะครับ

 

“…” ดงอูได้แต่นั่งเงียบเพราะไม่รู้ว่าควรจะตอบร่างหนาอย่างไรดี หัวใจดวงน้อยเต้นเร็วจนน่ากลัวว่าร่างหนาจะได้ยินมัน ทั้งที่อากาศรอบตัวเย็นสบายเพราะเครื่องปรับอากาศ แต่ใบหน้าของคนตัวเล็กกลับรู้สึกร้อนผ่าวอย่างน่าประหลาด มือเล็กทั้งสองข้างสอดประสานกันแล้วออกแรงบีบเบาๆเพื่อข่มให้ตัวเองใจเย็นลง

 

แล้วฮยองล่ะครับ คิดถึงผมบ้างมั้ย?”

 

“…อือเงียบไปพักหนึ่งแต่สุดท้ายดงอูก็ส่งเสียงตอบรับออกมาเบาๆในลำคอทั้งที่ยังก้มหน้างุดอยู่แบบนั้น ซึ่งเท่านี้ก็มากพอแล้วที่จะสร้างรอยยิ้มให้กับโฮย่า

 

ฮะอะไรนะครับ?” แต่พฤติกรรมน่ารักๆของคนที่นั่งอยู่บนโซฟาข้างร่างหนานั้นมันช่างชวนให้แกล้งเสียเหลือเกิน

 

อือ.. คิดถึงเหมือนกันไงเสียงหวานตอบออกมาอีกครั้งอย่างเขินอาย

 

ดงอูฮยองผมไม่เคยรู้สึกแล้วก็ไม่เคยทำแบบนี้กับใครเลยนะ แต่ผมมักจะชอบแอบมองฮยองอยู่บ่อยๆ ยิ่งตอนฮยองจดจ่ออยู่กับงานอ่ะ น่ารักมากเลยนะร่างหนาพูดต่อ ฮยองผมชอบฮยองนะ

 

“…”

 

ฮยองคบกับผมได้มั้ย?” สิ้นประโยคนี้ของร่างหนา ดงอูก็เงยหน้าขึ้นมามองร่างหนาอย่างแปลกใจ คนตัวเล็กสัมผัสได้ถึงความจจริงจังในสายตาของโฮย่าที่จับจ้องมายังตน

 

แต่ถ้าเราคคบกันนายจะไม่มีปัญหาเหรอเสียงใสถูกเปล่งออกมาอย่างตะกุกตะกักเพราะคำพูดนี้มันก็เหมือนเป็นการยอมรับไปในตัวว่าคนตัวเล็กรู้สึกดีกับร่างหนาเช่นเดียวกัน

 

ไม่หรอกครับฮยอง แฟนคลับของผมต้องรักในสิ่งที่ผมเป็น แต่ถ้าเขาไม่พอใจผมก็ไปห้ามให้เขาเลิกติดตามผมไม่ได้หรอก

 

“…”

 

ผมไม่สนใจเรื่องเรทติ้งหรอกนะครับฮยอง.. เพราะตอนนี้ผมมีทุกอย่างที่ผมต้องการแล้ว จะขาดก็แต่ฮยองนี่แหละ…” ร่างหนาอธิบายเหตุผลแต่สุดท้ายก็ตบด้วยการหยอดคำหวานใส่ร่างเล็กให้เขินกันเข้าไปอีก

 

บ้า!” มือเล็กถูกยกขึ้นมาตีเข้าที่แขนแกร่ง แต่มันก็ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับร่างหนาเลย

 

เดี๋ยวพออาทิตย์หน้าฮยองกลับมาทำงานกับผมเหมือนเดิม ผมสัญญาว่าผมจะดูแลฮยองเอง จะหาเวลาว่างให้ฮยองบ่อยๆด้วยโฮย่ากล่าว ฮยองคบกับผมนะครับ

 

“…”

 

“…”

 

“…อื้อสิ้นเสียงขานรับของร่างเล็ก ร่างหนาก็ดึงคนตัวเล็กเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของตัวเองทันที ตอนแรกดงอูก็ตกใจแต่สุดท้ายก็ยอมยกมือขึ้นมาโอบเอวสอบตอบเช่นกัน ความอบอุ่นใจถูกแลกเปลี่ยนผ่านการกอดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ตระหนักอยู่ในใจว่าไม่สามารถขาดกันและกันได้ ทั้งคู่ต่างเติมเต็มซึ่งกันและกันให้ชีวิตสมบูรณ์ให้ความรักนี้สมบูรณ์ 

 

 

 

         ถ้าจางดงอูเป็นกุหลาบป่า ก็คงจะเป็นกุหลาบป่าที่โชคดีมากเพราะเขามีโอกาสได้ฟังความในใจของสุนัขจิ้งจอกที่มีต่อกุหลาบดอกน้อยเพียงเท่านี้ก็คุ้มค่าสำหรับชีวิตของดอกกุหลาบแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

…The End…

 

 

 

 
 

 

[100%]

 .........................................................................................................................................
ในที่สุดก็ครบ เย่>< ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ
อ่านแล้วเมนท์หน่อยจิ >W<

-หากมีคำผิดขออภัยด้วยค่ะ-



ที่มาภาพ

http://koreangirlshd.com/wp-content/picture/2015/06/apink-naeun-peripera-3.jpg
http://maxcdn.fooyoh.com/files/attach/images02/14989425/328/264/015/taeyeon.jpg
https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/236x/a6/08/fe/a608fec103f8d78cb7b1b2936cbf7bfb.jpg


ผลงานอื่นๆ ของ Kiratar

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 4 มกราคม 2560 / 00:01
    ง่าาาาา น่าร้ากกกกก
    #6
    0
  2. #5 Panawee
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 / 22:51
    ฮื้อแฮปปี้ ดีใจอ่านๆมานึกว่าเราจะเสียคุณจางไปในเรื่องนี้อีกแล้ว ฮรื้อออออออออออ น่ารักกุ๊กกิ๊กกิงก่องแก้วมากๆเลยค่ะไรท์>.< อ่านไปเขินไป~

    เปิดเทอมแล้วไรท์ก็สู้ๆนะคะ
    #5
    0
  3. #4 nannie95 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 06:21
    น่ารักจังง
    #4
    0
  4. #3 LoveYaDong ><`
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 02:35
    ไรท์สู้ๆๆค่ะ รอๆๆค่ะ
    #3
    0
  5. วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 00:09
    พี่ดงอูไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม? แค่นอนอยู่ที่โรง'บาล แล้วบริษัทก็ให้คนอื่นมาดูแลโฮย่าแทนแค่นั้นเอง T T
    #2
    0
  6. #1 Punch.N
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 23:12
    น่าย๊ากกกกก 
    #1
    0