[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 28 : บทที่ 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    16 ก.ย. 59


บทที่ 22


สุดท้ายพี่พีทก็ไม่ได้มานั่งร่วมเสื่อ เพราะผืนเล็กเกินไป พี่พนักงานเลยให้พวกผมลุก ก่อนเลื่อนเสื่อออก เพื่อให้วางเสื่อของพี่พีทไว้ข้างๆ พวกผมได้


พวกผมมอง พนักงานสองสามคนหิ้วของจัดแจงเตรียมพื้นที่ให้คุณหมอ บริการเต็มที่ทั้งโต๊ะญี่ปุ่นคลุมด้วยผ้าสีขาวสะอาดตา ทั้งน้ำดื่ม สมุดรายงานแบบฉีก ปากกา แม้แต่หมอนรองนั่งก็มีครับ เสร็จแล้วก็เดินจากไป พี่พีทไม่ทันนั่งก็มีพ่อแม่จูงบุตรหลานตรงมาหาแล้ว


“ที พี่ฝากสั่งอาหารให้ด้วย”


“อื้อ”


ผมขานรับ เปิดเมนูผ่านๆ แล้วเลือกเป็นเซตอาหารให้ถึงสอง เพราะดูท่าเซตเดียวคงเอาท้องพี่แกไม่อยู่ สักพักพนักงานก็มาจดออเดอร์ สั่งอาหารเรียบร้อย พนักงานทำหน้าแปลกใจ ก็นะเล่นสั่งตั้งสองเซต ผมเลยกระซิบบอกว่าเป็นของหมอถึงทำหน้าบางอ้อ เอ่ยถามต่อ


“รับน้ำเป็นอะไรดีครับ?”


“ชาเขียวเย็นครับ เอาแบบสองลิตร แล้วก็เพิ่มน้ำส้มเย็นของเด็กอีกหนึ่งครับ”


“น้ำส้มเป็นแก้วเก็บความความเย็นนะครับ”


ผมพยักหน้า


“รับเป็นแก้วเล็ก กลาง หรือใหญ่ดีครับ?”


ถ้าจำไม่ผิด แก้วเล็กขนาด 16 ออนซ์ กลาง 22 ออนซ์ ใหญ่นี่ 32 ออนซ์ล่ะมั้งเกือบลิตรเลยนะนั่น ผมชั่งใจว่าเอากลางหรือใหญ่ดี แต่พอเหลือบมองน้อง ไปเล่นกลับมาคงเหนื่อย


“แก้วใหญ่ครับ”


“ขอทวนรายการอาหารครับ” พี่พนักงานพูดทวนทั้งหมด ก่อนจบท้าย “รบกวนรออาหารสักครู่นะครับ”


ตรงจุดที่ผมนั่งหันหน้าไปทางพี่พีทพอดี ผมเลยผงะหลังเห็นแถวสั้นๆ เมื่อครู่กลายเป็นแถวยาวเหยียด


นายแพทย์พีรพัฒน์ฮอตจริงๆ


หลังนั่งรับลมคุยเล่นเกือบสี่สิบนาที พนักงานก็นำอาหารมาเสิร์ฟ


“ขอโทษที่ให้รอนานครับ”


พนักงานกล่าว ระหว่างย่อตัววางห่อผ้าทรงสี่เหลี่ยมทั้งห้าตรงริมเสื่อ ก่อนปลดตะกร้าบุด้วยผ้าลายสวยๆ คล้องแขนมาวางไว้อีกหนึ่ง แล้วผละจากไป


ผมขำกลิ้งตั้งแต่เห็นแววตางงสุดขีดของพาร์แล้ว ดูท่ารายนี้จะไม่รู้จักห่อข้าวสไตล์ญี่ปุ่น ส่วนน้องอันจัดการคว้าของตัวเองมาแกะผ้าออกแล้วครับ (ของเด็กลายผ้าเป็นรูปตัวการ์ตูน) พาร์เลยได้เห็นกล่องข้าวที่อยู่ด้านใน


“อันขอส้อม” เจ้าตัวเล็กนั่งฝั่งตรงข้ามแบมือขออุปกรณ์กินอาหาร


ผมรีบเอื้อมมือไปยกตะกร้ามาวางใกล้ๆ


ด้านในมีข้าวของหลายอย่างจัดเรียงเป็นระเบียบ มีทั้งกระติกน้ำสุญญากาศทรงกระบอกขนาดสองลิตร แก้วเก็บความเย็น (เปิดช่องเสียบหลอดให้ดูดได้เลย) แก้วพลาสติกสามใบ ซองน้ำจิ้มแบบฉีกบรรจุรวมในซองใสใบใหญ่ ซองหลอด ซองช้อนตะเกียบเท่าจำนวนคน ส่วนของเด็กจะเป็นซองช้อนส้อม (ถ้าตอนสั่งอาหาร ใครไม่ถนัดตะเกียบขอเปลี่ยนเป็นส้อมแทนได้ครับ) ซองทิชชู่ทั้งแบบแห้งและเปียก ถุงสำหรับใส่ขยะ ขวดน้ำเปล่าขนาด 330 ml สองขวด (ถ้าผมจำไม่ผิด เจ้านี่เป็นของแถม แต่ผมจำเงื่อนไขไม่ได้)


ผมหยิบซองช้อนส้อมแกะให้น้องอัน ก่อนกระจายให้คนอื่น ยกเว้นพี่พีทที่ยังติดคนไข้ตัวน้อย เลยสอดผ่านปมผ้าวางบนฝากล่องข้าวแทน เป็นเซตจะใส่กล่องข้าวใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสสูงถึงสามชั้น ปกติเซตหนึ่งกินได้สองถึงสามคน (แต่สำหรับพี่พีทสองเซตถึงจะเรียกว่าอิ่ม)


ผมเหลือบเห็นคนด้านซ้ายมือนั่งเฉย ไม่สนกล่องข้าวสักที เลยถาม


“ไม่กินอ่ะ”


มันไม่หิวหรือไง มื้อเย็นก็ไม่มีอะไรตกท้อง นี่เรียกว่ามื้อดึกได้แล้ว อ้อ ไม่ต้องห่วงน้องๆ ถ้าไม่มีใครบ่นหิว แสดงว่าแม่ต้องหาอะไรให้กินรองท้องไปแล้ว


พาร์ไม่ตอบผมทันที แต่พิจารณาซองช้อนตะเกียบสักพัก ก็ชูเล็กน้อยให้ผมดู


เก็บกลับบ้านได้ไหม”


ผมหัวเราะทันที เข้าใจพาร์อยู่หรอก แต่ก็ตลก คือช้อน ส้อม และตะเกียบ ทำจากไม้ไผ่ครับ เป็นแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง สอดอยู่ในซองกระดาษครึ่งเดียวสกรีนตราร้านอาหาร แล้วหุ้มพลาสติกคลุมกันฝุ่นอีกที


ก็เหมาะกับการเก็บไปดูเป็นที่ระลึกดีครับ หึๆ     


ผมเอนตัวไปกระซิบใกล้ๆ กันน้องอันได้ยินคำหยาบ


“เก็บได้ แต่มึงจะใช้อะไรกิน”


พาร์พ่นลมหายใจ หยิบมือถือมาถ่ายรูปเก็บไว้แทน ถ่ายทุกอย่าง ตั้งแต่ห่อผ้ายันตัวอาหารในกล่อง ปล่อยพาร์ไปครับ ผมขอกินข้าวก่อนดีกว่า หิวจนแสบไส้


แชะ


ผมชะงักมือที่กำลังคีบอาหารเข้าปาก หันมองทางพาร์ก็เห็นกำลังยุ่งกับการถ่ายข้าวกล่อง ไม่ได้หันมือถือมาทางนี้อย่างที่คิด แต่ก็ไม่แน่ใจ ผมเอาอาหารใส่ปาก เคี้ยวไปจ้องหน้าพาร์ไปเพื่อดูพิรุธ สักพักก็ถอนสายตากลับมา


คิดไปเองมั้ง


หลังกินสองสามคำ ผมรู้สึกถึงสายตาจับจ้องมา เลยเงยหน้าดู เห็นน้องอันก้มหน้าก้มตากินเงียบๆ คงไม่ใช่ เลยมองข้ามผ่านหัวน้องไปเจอคุณหมอกำลังมองมาทางนี้พอดี ผงะเลยครับ เคยเห็นน้องหมาหิวโซมองขออาหารไหม แววตาพี่พีทเป็นแบบนั้นเปี๊ยบ!


ผมเคยพูดถึงจุดอ่อนตัวเองไปครั้งหนึ่งแล้ว ขอสรุปอีกทีนะครับ ผมแพ้ทางคนที่เหมือนน้องหมา กรณีพาร์แค่บรรยากาศเหมือนหมาที่ผมสนิทสนมด้วย แต่กับพี่พีทมีนิสัยเหมือนหมามาตั้งแต่เด็กๆ


เอา-ข้าว-มา-ให้-หน่อย


ส่งสารมาแล้วครับ ผมส่ายหน้า ขยับปากไร้เสียงบ้าง


ทำ-งาน-ไป-ก่อน


หงอยไปเลย


“เอ่อ คุณหมอ ลูกชายดิฉันเป็นอะไรเหรอคะ?”


หงอยจนแม่ของเด็กเข้าใจผิด พี่พีทคงลืมตัวเหมือนกัน ถึงได้รีบฉีกยิ้มน้อยๆ กลับมารักษาภาพพจน์หมอเต็มที่ ปล่อยพี่แกแก้ตัวไปครับ รายนี้ลื่นเป็นปลาไหล


ผมมองห่อผ้ากล่องข้าวที่เหลืออยู่ถึงสองขืนเอาไปให้ มีหวังโดนใช้ให้ป้อนข้าวต่อแหงๆ


“ที”


ผมละสายตา หันมองคนเรียก ไม่ทันได้เอ่ยปากถาม พาร์ก็คีบอะไรบางอย่างยัดเข้าปากผมแล้ว


“อร่อยไหม?”


ยังไม่ทันเคี้ยวเลยเถอะ!


ผมค่อยๆ เคี้ยวอย่างระวัง กรุบๆ กรอบๆ แต่จืดไปหน่อย ผมเดาไม่ออกว่าคืออะไร เลยเหลือบมองกล่องข้าวพาร์ น่าจะเป็นฟองเต้าหูห่อผักสามอย่างทอด แต่ผมชอบสาหร่ายพันฟองเต้าหูทอดมากกว่า จะมีรสเค็มเกลือนิดๆ  


ผมกลืนอาหารลงคอ มองแววตาคาดหวัง ก็ได้แต่พยักหน้าตอบ


“ก็ดี”


“ดี งั้นมาแบ่งกัน”


“ฮะ?” ผมอุทานงงๆ


“ไหนๆ ก็สั่งไม่เหมือนกันแล้ว


พาร์เอียงหน้าเข้ามาใกล้ เอ่ยเสียงแผ่วแล้วผละออก “กูอยากลองชิมหลายๆ แบบ”


ผมนิ่งไปเลย เหมือนมันไม่ได้หมายถึงอาหารตรงนี้ แต่ไม่ๆ คงไม่ใช่หรอก ผมคงคิดมากไปเองตามประสาคนเกือบโดนคุกคามทางเพศมา


“ไม่ได้เหรอ?”


ผมเผยปากขึ้น หมาป่าตัวโตหน้านิ่ง แต่แววตาออดอ้อนอย่างแรง ผมตกปากรับคำดุจโดนสะกดจิต ตั้งสติได้เพราะน้ำเสียงเข้มกึ่งบังคับ


“งั้นหันมานี่เลย”


ไม่พูดเปล่า มันยังดึงกล่องข้าวในมือผมไปวางบนเสื่อ จับตัวผมให้ขยับหันไปหาทั้งตัว


“พาร์” ผมขมวดคิ้ว หลังต้องนั่งประจันหน้าด้วย “มันพิลึก


“นี่ของมึง”


พาร์ยัดกล่องข้าวใส่มือผมต่อ ส่วนมันน่ะเหรอคีบอาหารผมบ้าง อาหารตัวเองบ้าง เข้าปากหน้าตายมากไม่พอ ยังมีหน้ามาถามได้กวนประสาทมากจนผมคิ้วกระตุก


“ไม่กิน?”


ไอ้ความน่ารักที่เห็นก่อนหน้านี้ คือผมตาฝาดไปเองใช่ไหม!


ผมพ่นลมหายใจระบายความหงุดหงิด จับตะเกียบคืบอาหารเข้าปากบ้าง กินได้สักพักเจ้าตัวเล็กก็ประกาศเสียงดังจนพวกผมสะดุ้ง


“อันอิ่มแล้ว!


แต่ผมบังคับให้น้องนั่งต่ออีกสิบนาที


“อันกินหมดเกลี้ยงแล้วนะ” น้องงอแงใส่


“แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุด”


“อันเปลี่ยนเอง!” เจ้าตัวเล็กลุกยืน มือคว้าเป้


“งั้นระหว่างได้เล่นแค่ชั่วโมงเดียว กับเล่นไม่จำกัด แต่นั่งรอก่อนสิบนาที อันจะเลือกอะไรครับ?”


หมาป่าน้อยหางตก กลับมานั่งแปะกับเสื่อตามเดิม “อันเลือกอย่างหลัง”


ผมพยักหน้า “แต่เมื่อกี้มีคนดื้อ พี่ลงโทษเพิ่มอีกห้านาที รวมเป็นนั่งรอสิบห้านาทีนะ”


“พี่อ่ะ!


สองคำนี้เจ้าตัวเล็กจำมาจากยัยน้ำแหงๆ


“พูดอย่างนี้จะให้พี่เพิ่มอีกห้านาที?”


เจ้าตัวเล็กรีบยกมือปิดปากตัวเอง ส่ายหน้าปฏิเสธใหญ่


“นั่งเงียบๆ อีกสิบห้านาที แล้วพี่จะให้เปลี่ยนชุด”


“อันขอเปลี่ยนก่อนแล้วนั่งรอไม่ได้เหรอ”


ผมยิ้มให้กับความฉลาดของน้อง “ก็ได้ ถ้าใครบางคนสัญญาว่าจะนั่งรอจนครบเวลาที่กำหนดจริงๆ”


“น้องอันสัญญา”


“ถ้าพี่ไม่อนุญาต ห้ามลุกจากเสื่อ ตกลงไหม”


“อันตกลง”


“งั้นเปลี่ยนได้”


เจ้าตัวเล็กยิ้มแป้น รีบรูดซิบหยิบชุดพละของตัวเองออกมา แล้วค่อยๆ มองผมที่ยังนั่งกินข้าวเฉย ไม่สนใจจะช่วยน้องแต่งตัวเหมือนทุกที


“พี่ไม่ช่วยอันเหรอ?”


“เมื่อกี้ใครบางคนปากเก่งบอกจะเปลี่ยนชุดเองนี่”


น้องอันทิ้งเป้ทิ้งชุดพละ พุ่งตรงเข้าใส่กระแทกแผ่นหลังเต็มๆ จนเจ็บแปลบ แขนเล็กกอดรอบเอว ซุกหน้ากับแผ่นหลังผมนิ่งไปเลยดีครับ น้องจะได้อยู่นิ่งๆ สักครึ่งชั่วโมง รออาหารในท้องย่อยสักนิด ค่อยปล่อยตัวไปเล่น 


พาร์มองผมที ชะโงกมองน้องอันที แล้วขยับปากถามแบบไร้เสียง


เป็น-ไร


ผมขยับปากตอบกลับ


กลัว-พี่ชาย-ไม่-สนใจ


พาร์เลิกคิ้วสูง ก่อนยกยิ้มขำแบบไร้เสียงใหญ่ แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู   


อารมณ์เปลี่ยนอีกแล้ว  


ผมขมวดคิ้ว ช่วงนี้พาร์อารมณ์เปลี่ยนบ่อยจริงๆ ครับ บางครั้งก็กะทันหันจนผมตามไม่ทัน แต่คิดมากไปก็ปวดหัวเปล่าๆ ปล่อยไปดีกว่าครับ ผมนั่งกินอาหารจนหมด เหลือบมองเวลา จะครึ่งชั่วโมงแล้ว ถึงเวลาปลอบเจ้าตัวเล็ก ผมขยับตัว น้องอันจับผมแน่นขึ้น ขืนจับแขนหรือลุกเดินหนีตอนนี้ ตัวเล็กมีปล่อยโฮแน่ครับ


“อัน มานั่งตักพี่สิ”


ทำตามแบบไม่ต้องสั่งซ้ำ เจ้าตัวเล็กไม่ได้ร้องไห้ แต่ถ้ามีอะไรไปกระทบอีกนิดก็ไม่แน่


“มีอะไรจะพูดกับพี่ไหม?” ผมถามเสียงนิ่งหน้านิ่ง


น้องเบะปาก น้ำตาเริ่มคลอ “อันขอโทษ”


“งั้นฟังพี่บ้าง พี่ให้เรานั่งรอ เพราะหลังกินอิ่มๆ ไม่ควรไปวิ่งเล่น เดี๋ยวจะปวดท้องเล่นไม่สนุก แถมบางทีของกินในท้องอาจเดินขบวนออกมาทางปากอันแทน แล้วถ้าไปแหวะแถวเครื่องเล่น อันกับเพื่อนคนอื่นต้องอดเล่นจนกว่าพี่พนักงานจะทำความสะอาดเสร็จ ต้องรอนานยิ่งกว่าที่พี่บอกให้อันรออีกเข้าใจที่พี่พูดไหม”


เจ้าตัวเล็กพยักหน้า ซบหัวที่อก กอดผมแน่น ก็ลูบหลังปลอบขวัญน้องไปครับ ดูท่าจะใจเสียหนัก


แชะ


ผมหันมองต้นเสียง นึกว่าพาร์เป็นคนถ่าย แต่เป็นพี่พนักงานครับ พี่เขาโค้งตัวให้เป็นการขอโทษที่ถ่ายรูปกะทันหัน แต่ผมส่ายหน้าสื่อว่าไม่เป็นไร เพราะลูกค้าพิเศษต้องยินยอมให้พนักงานถ่ายรูปเก็บไว้ เนื่องจากพรุ่งนี้ทางร้านจำเป็นต้องเอารูปลงเพจของร้าน เพื่อยืนยันเรื่องกิจกรรม และเป็นการโฆษณาร้านไปในตัว


“เอ่อ พี่ครับ” ผมเรียกพี่พนักงานที่กำลังเดินผ่าน คงไปถ่ายรูปพี่พีทต่อ


“ครับ?”


“หลังถ่ายรูปหมอพีทแล้ว ช่วยปล่อยตัวหมอพักทานข้าวหน่อยนะครับ เพราะดูเหมือนคุณหมอจะหิวมาก”


พี่พนักงานทำหน้าตกใจ “ขอบคุณที่เอ่ยเตือนครับ”


ผมกำลังจะบอกพี่เขาว่าข้าวพี่พีทอยู่ตรงนี้ พี่พนักงานก็จ้ำเท้าเดินผ่านไปแล้ว ดูท่าจะรีบไปถ่ายรูป


พอหันหน้ากลับมาผมก็สะดุ้ง พาร์กำลังหงุดหงิดอะไรสักอย่าง จ้องผมเขม็งไม่พอ ยังส่งเสียงขึ้นจมูกเบือนหน้าหนีกันอีก


อะไรวะ?


 


ระหว่างผมช่วยน้องอันถอดหูหาง ก็ได้ยินเสียงพนักงานประกาศให้คุณหมอหยุดพักทานข้าวครึ่งชั่งโมง พักใหญ่ผมก็รู้สึกเหมือนมีใครมาข้างหลัง ไม่ทันหันไปมองก็โดนหอมแก้มไปฟอดหนึ่ง


“ดีจังที่ทีอยู่แถวนี้ ไม่งั้นกว่าพี่จะได้กินข้าว คงช่วงหลังร้านปิด”


“อ้าว ไม่มีพักเบรกเหรอ?”


“มี แต่ได้กินแค่น้ำกับของว่างนิดหน่อย เพราะถ้าสั่งอาหารต้องรอครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ หมดพักเบรกพอดี”


“สั่งก่อนก็ได้นี่”


“เคยแล้ว แต่เขานึกว่าของคนอื่น เอาไปเสิร์ฟลูกค้าประจำ แต่ถึงบางครั้งได้มาก็กินไม่จุใจซะเลย พาลหิวมากกว่าเดิมอีก พี่เลยทนรอกินทีเดียวหลังร้านปิดน่ะ แล้วไหนข้าวพี่?”


ผมชี้นิ้ว พี่พีทตาโต


“สองเซต!” ถลาเข้าไปหาเลยครับ แถมยังคลี่ยิ้มส่งให้ผม ทั้งที่สองมือแกะผ้าห่อปิ่นโตไม่หยุด ไม่มีก้มมองสักนิด ชำนาญจนน่าทึ่ง “ไม่มีใครรู้ใจพี่เท่าเราแล้วจริงๆ”


ผมเบ้ปาก มันแปลกตรงไหน ในเมื่อโตมาด้วยกันแต่ไอ้รังสีทะมึนที่แผ่มาจากอีกด้านนี่คืออะไร ผมพึ่งหันไปมอง ก็เห็นพาร์ลุกพรวด เดินไปใส่รองเท้า


“ไปไหน?”


“ห้องน้ำ”   


พูดห้วนๆ จบหมาป่าดำก็ผละจากไปเลย แว่วเสียงพี่พีทหัวเราะขบขัน แต่ผมไม่ได้สนใจ เพราะน้องอันจับบ่าผมใส่กางเกงพละขาสั้นอยู่ แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแทนที่จะวิ่งออกไปเลยอย่างทุกที กลับอยู่รายงานตัวกับผมก่อน


“อันไปเล่นแล้วนะ”


“อื้อ”


น้องยืนลังเล ก่อนถาม “ไม่โกรธอันแล้ว?”


“ไม่โกรธ”


เจ้าตัวเล็กค่อยยิ้มออก ขยับมาจุ๊บแก้มผมทีหนึ่ง แล้วผละจากไปอย่างร่าเริง ผมเลิกคิ้ว นานๆ น้องคนเล็กจะหอมแก้มขอบคุณผมสักที


ต้นตำรับหอมแก้มขอบคุณของบ้านผมมาจากคุณปู่ครับ ลุงนิก พ่อ เลยมาถึงรุ่นผมทั้งหมดเลยติดนิสัยหอมแก้มขอบคุณกันหมด ส่วนพี่พีทมาบ้านย่าผมบ่อยเลยซึมซับมา แต่เราโดนย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามไปทำกับคนนอกเด็ดขาด เพราะพวกเขาไม่เข้าใจเหมือนคนในบ้าน แล้วพาลจะเกิดเรื่องเข้าใจผิดเหมือนสมัยลุงนิก


“คนเมื่อกี้ชื่ออะไร?”


ผมขยับตัวนั่งหันหน้าเข้าหาพี่พีท “พาร์”


“น่ารักดี”


ผมขมวดคิ้ว “พี่สนใจ?”  


พี่พีทหัวเราะ “น่ารักของพี่ยังแปลได้อีกความหมายหนึ่ง”


ในหัวผมมีคำตอบทันที น่าแกล้ง ขอไว้อาลัยให้มันล่วงหน้า แต่ไหนๆ ก็มีหมออยู่ตรงหน้า ถึงเป็นหมอเด็ก แต่ก็โตมากับวงการแพทย์ น่าจะรู้อะไรดีๆ เยอะ ขอปรึกษาเลยแล้วกัน


“ทีว่าช่วงนี้พาร์อารมณ์ไม่มั่นคง ขึ้นๆ ลงๆ เหมือนผู้หญิงมีประจำเดือน พี่ว่าทีควรพามันไปหาหมอแผนกไหนดี?”


พี่พีทสำลักข้าวปั้น ผมรีบเทชาเขียวเย็นใส่แก้วให้แทบไม่ทัน พี่แกคว้าไปดื่มอึกๆๆ ก่อนวางแก้วเปล่าลง ขมวดคิ้วมองมา


“แน่ใจนะว่าเราเคยมีแฟนมาหลายคน”


“แน่สิ!


“งั้นพี่ถามหน่อย คบนานสุดเท่าไหร่?”


สามอาทิตย์”


“อ้อ พี่ขอเดาเราคงไม่รู้จักอาการหึงหวง”


“รู้จัก”


“แล้วมันเป็นยังไง?”


“ก็...ไม่ชอบให้แฟนคุยกับเพศตรงข้าม”


“แล้วไงอีก”


“ตามเกาะแกะน่ารำคาญ ต้องรายงานตัวตลอดเวลาไม่ใช่เหรอ?”


พี่พีทถอนหายใจใส่เลย 


“โอเค ทีไม่รู้จักก็ได้” ผมยกมือยอมแพ้


“เพราะเรายังไม่เคยรักใครจริงจัง แล้วคนที่คบเราก็ไม่ได้รู้สึกมากพอที่จะหึงหวงเรา”


ผมคิดตามแล้วพยักหน้า “คงงั้น แล้วพี่พูดถึงเรื่องนี้ทำไม?”


“พ่อหมาป่าดำไม่ได้ป่วย ไม่ต้องพาไปหาหมอ พาร์แค่กำลังมีความรัก”


ผมติดสตันไปสามวิ “เอ่อพี่แน่ใจนะว่ามันกำลังมีความรัก”


“แน่สิ แล้วลองคิดถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาดูสิ ช่วงไหนที่ฝ่ายนั้นอารมณ์แปรปรวน”


“เอ๊ะพี่อย่าบอกนะไอ้ที่หงุดหงิดอารมณ์เสียกะทันหัน เพราะหึงน่ะ”


“เออ!


ผมทำหน้าเหวอ “หึงทีอ่ะนะ?”


“ไม่ใช่เราแล้วจะใคร”


พี่พีทคลี่ยิ้มกริ่ม “แฟนอนาคตของเจ้านั่นคงลำบากไม่น้อย เพราะนอกจากขี้หึงแล้ว ยังขี้หวงไม่เบา พี่ขอทำนายว่าถ้าโดนจับตัวได้แล้ว พ่อหมาป่าดำไม่มีทางปล่อยหลุดมือไปไหนแน่ๆ แถมยังไล่ฆ่าเห็บหมัดที่ตามเกาะแกะตายเรียบ”


ผมทำหน้าเหยเก “ขนาดนั้นเลย”


“ใช่แล้ว เราจะสะอาดหมดจด ขนสวยเงางาม ไร้แมลงร้ายก่อกวนเลยล่ะ”


พี่พีทพูดติดตลก หลังผมนึกภาพตาม ก็เห็นอีกภาพซ้อนเข้ามา หมาป่าขนสวยโดนหมาป่าดำมาเบียดกระแซะคลอเคลียอย่างสบายอกสบายใจ จนต้องยกนิ้วเอ่ยชมคนตรงหน้า


“พี่เปรียบเทียบเก่ง ทีเห็นภาพชัดแจ๋วเลยล่ะ”


คนข้าวเต็มปากยืดอกรับคำชม ผมเทชาเขียวให้พี่พีทเพิ่ม เทให้ตัวเองด้วย ระหว่างนั่งจิบชาเขียวเย็นๆ ก็นึกถึงอาการเมื่อกี้ของคนที่บอกไปห้องน้ำ แล้วเหลือบมองพี่พีท


อย่าบอกนะว่ามันเห็นพี่พีทเป็นคู่แข่ง?


ผมส่ายหน้าทันที คิดเข้าไปได้ยังไง


“ว่าแต่เราล่ะ สนใจพ่อหมาป่านั่นหรือเปล่า?”


ผมคลึงแก้วในมือเล่น ชั่งใจอยู่นานว่าจะแย้มบอกดีหรือเปล่า รายนี้แค่พูดไปสั้นๆ ก็เข้าใจผมแล้ว คิดไปคิดมาก็เลือกประโยคอ้อมโลกสุด แต่สื่อความหมายชัดที่สุด    


“เขาเหมือนเดซี่”


“เหมือนพี่เคยได้ยินเราพูดแบบนี้มาก่อน เมื่อไหร่นะ?”


อย่าพึ่งนึกออกเลย แต่ฟ้าไม่เมตตา ไม่สิ สมองพี่พีทไม่เมตตาต่างหาก


“อ้อ เด็กคนที่ทำขนมฝากแม่มาให้เราบ่อยๆ”


ผมจิบน้ำเงียบๆ พี่แกคลี่ยิ้มน่าหมั่นไส้


“คนเดียวกันล่ะสิ”


“แล้วแต่พี่จะคิด”


“ตอบแบบนี้คนเดียวกันชัวร์แล้วคนสำคัญเมื่อตอนนั้น ยังสำคัญในตอนนี้อยู่หรือเปล่า”


“สำคัญสิ เพื่อนกันนี่”


“เพื่อนสินะ” น้ำเสียงล้อเลียนชะมัด


“แปลกตรงไหนล่ะ”


“ไม่แปลก” พี่พีทพูดเสียงสูง “แต่ถ้าเขารู้ว่าเราเก็บข้ออุ๊บ”


“กินไปเงียบๆ แล้วก็เหยียบเรื่องนั้นให้มิดด้วย!


พี่พีทไม่เดือดร้อน เคี้ยวไส้กรอกหน้าตาเฉย แถมส่งแววตาล้อเลียนให้อีกต่างหาก


ผมพ่นลมหายใจ วางตะเกียบลงทีเดิม เพราะแบบนี้ไงถึงไม่อยากพูดให้ฟัง


ผมโดนพี่แกสะกิด พยักเพยิบหน้าให้มองไปด้านหลัง เลยเอี้ยวตัวมองด้วยความสงสัย เจอผู้ถูกกล่าวถึงกำลังมองตรงมาด้วยสีหน้านิ่ง ยากเดาอารมณ์ แต่ที่ผมโล่งใจมากสุดคือระยะห่างมันมากพอ พาร์ไม่ได้ยินพวกผมคุยกันแน่ๆ


“ดูไว้” ผมสะดุ้งเมื่อโดนกระซิบข้างหู “นั่นคืออาการหึงหวง แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะยังไม่มีสิทธิ์ เลยต้องอดทน”


ผมรับฟังเงียบๆ ก่อนรู้สึกโดนพี่แกลูบหัวอย่างเอ็นดู


“พี่เข้าใจว่าเราจะทำอะไร แต่ก็แอบสงสารพ่อหมาป่าตรงนั้น เพราะงั้นอย่าแกล้งเขาให้มากนักล่ะ จิ้งจอกน้อยของพี่”


“อย่างพี่มีสิทธิ์มาพูดเตือนด้วย?”


แว่วเสียงหัวเราะเบาๆ “ก็ไม่มี แต่พี่ไม่อยากให้ใครบางคนเสียใจ เพราะงั้นอย่ามัวชักช้าล่ะ”


หลังพี่พีทผละออก ผมก็หันไปสบตาพี่แก


“ทีชอบช้าๆ ชัวร์ๆ และมั่นใจกับทางที่เลือกมากกว่า ยิ่งกับเส้นทางนี้พี่ก็รู้ว่ามันไม่ง่าย”


แววตาพี่พีทสั่นไหว ก่อนจะกลับมาเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


พูดถึงเรื่องนี้พี่ยังกลัวอยู่เลย”


“ทีก็กลัว แล้วถ้าหลานคนโตอย่างทีคบผู้ชาย คุณย่าพิโรธได้โผล่ให้เห็นอีกรอบแน่นอน”


พูดไปแล้วก็แอบเสียวสันหลังวาบ ภาพในความทรงจำยังชัดเจน เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกเหมือนบ้านที่ปลอดภัยมาตลอดกำลังจะถล่ม ได้แต่ซุกเดซี่หลบอยู่มุมห้องด้วยความกลัวจนตัวสั่นระริก ขนาดพี่พีทโตกว่าตั้งหลายปี ดันมาติดร่างแหวันระเบิดลง ก็ยังมาเบียดกอดผมแน่นเลย  


พี่พีททำหน้าเหยเก “เอ่อ สิทธิ์ของทีอยู่ที่ใครมากกว่ากัน? น้าอรรถ หรือว่า


“ลุกนิก” ผมตอบแบบไม่ต้องคิด “พ่อเซ็นต์ยกทีให้ลุงนิกตั้งแต่ทีเกิดแล้ว ชื่อผู้ปกครองแท้จริงเลยเป็นชื่อลุงนิก ถึงลุงไม่อยู่ในประเทศ พวกเอกสารต่างๆ ของทางโรงเรียนก็ให้พ่อเซ็นต์แทนได้ เพราะนามสกุลเดียวกัน”


“ฟังดูน่าเสียใจ แต่ไม่ยักเห็นเราเสียใจ”


“ทำไมต้องเสียใจ? พ่อไม่ได้ไม่ต้องการที ลุงนิกก็ไม่เคยให้ทีเรียกพ่อ พ่อแม่ก็คือพ่อแม่ ผู้ปกครองก็คือผู้ปกครอง จะยุ่งยากก็แค่เรื่องกฎหมายเท่านั้นแหละ”


พี่พีทยิ้มแห้ง “งั้นพ่อหมาป่าที่กำลังเดินมาจะขบหัวพี่ได้เจอปัญหาใหญ่แล้ว”


ผมพยักหน้า “ทีเองก็ต้องเสี่ยงหลายเรื่อง ถ้าไม่มั่นใจล่ะก็ ทีไม่ยอมเลือกทางนี้แน่”


“แม้คนนั้นจะเป็นคนที่ชอบ?”


“ชอบเรอะ” นึกแล้วก็ยิ้มขำ “จะใช่หรือเปล่ายังไม่แน่ด้วยซ้ำ เพราะถ้าใช่จริงๆ ทีจะเปลี่ยนความคิดหลังจากเกิดเรื่องคุณย่าองค์ลงทำไม แล้วก็คงคบผู้หญิงไม่ได้หรอกนะพี่”


“ลุงนิกของเรายังคบผู้หญิงก่อนผู้ชายได้เลย”


ผมยักไหล่ “ไม่รู้สิ เรื่องแบบนี้ให้เวลาพิสูจน์ไปเถอะ”


“งั้นพี่ขอถามอีกข้อ” พี่พีทลดเสียงลง “ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่น ทีจะให้โอกาสแบบนี้ไหม?”


ผมลดเสียงตาม ให้พี่พีทได้ยินคนเดียว


“ไม่มีทาง”


พี่พีทส่งสัญญาณว่าหมาป่าดำเข้าใกล้เกินกว่าจะคุยเรื่องเดิมกันได้ เลยเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเรื่องอื่นไม่ถึงสามประโยคก็ต้องชะงัก เมื่อคนพึ่งเดินมาถึง ดึงแขนผมให้ลุกขึ้นยืนกะทันหัน สีหน้าเคร่งเครียดมาก


“อะไร?”


“ไปกับกูหน่อย”


------------------------------------------------------

Talk: 08/01/2016 

จากบทที่แล้ว เห็นหลายคนสงสัย บ้านของการันต์ไม่มีจริงนะคะ เราหาร้านถูกใจไม่ได้ เลยสร้างขึ้นมาเองตามนิสัยเจ้าของร้านค่ะ อันที่จริงข้อมูลร้านละเอียดกว่านี้เยอะ เช่น โซนนั่งเล่นเป็นห้องแอร์ เพื่อประหยัดค่าแอร์ต้องใช้วัสดุแบบไหน (อย่างกระจกกับเพดาน เพราะด้านบนเป็นดาดฟ้า) แต่เราตัดทอนส่วนไม่จำเป็นออกไปค่ะ เลยเหลือแค่บรรยายละเอียดตรงโซนที่ทีต้องไปเยือน 

ขนาดทำแบบนี้แล้วตอนอ่านทวนรอบแรก เรายังหลับ ดังนั้นคนอ่านไม่น่ารอด (ฮา) เลยแก้ไขหลายรอบเหมือนกันค่ะ (แต่ก็ยังเจอคำผิดกับตกหล่น) เราก็พยายามแล้วนะ แต่การอ่านซ้ำๆ บทเดิมๆ หลายหน เราก็เบื่อเหมือนกัน บางทีช่วงไหนโอเคเราก็อ่านข้ามๆ ไปค่ะ (ถ้าบทไหนเจอคำผิดหรือคำตกหล่นเยอะ เดาไปเลยค่ะว่าเราไม่ได้อ่านทวน เพราะสองกรณี 1.พึ่งทำเสร็จสดๆ ร้อนๆ 2.คนเขียนแก้ไขจนเบื่อบทนั้นสุดๆ 555) แต่พอเราหายเบื่อก็กลับมาแก้ให้นะ 

ส่วนบทนี้ (ยิ้ม) ...ทีของเราเผยความในใจแล้ว 555 ขอขอบคุณหมอพีทที่ช่วยจุดประเด็นค่ะ    

09/01/2016 - แก้ไขคำผิด

------------------------------------------------------

ช่วงตอบคอมเม้น


PuiPui - (26) ปักป้าย 'เห็นด้วย' / (27) 555+ / อ๊ะ ประเด็นอ่อนไหว ฟังความเห็นจากทีเลยค่ะ >>>

สวัสดีครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณจริงๆ ที่เป็นห่วงครับ ตอนครึ่งปีแรกผมโทษไปหมดทุกอย่างเลยครับ แต่พอทำใจได้ บวกกับได้ข้อคิดเพิ่มมาตอนเรียนศิลปะการต่อสู้ ผมก็กลับมากลับคิดทบทวน ถึงตอนนั้นไม่ได้แต่งหญิงก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะรอด เพราะเมื่อก่อนผมเหมือนเด็กผู้หญิงมาก ต่อให้ใส่กางเกงก็อาจโดนเข้าใจผิดได้ 

ผมไม่ได้แต่งคอสฯ ทุกประเภทเลยจนกระทั่งป.5 ถึงโดนจับเล่นบทเจ้าหญิงในงานโรงเรียน ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลยสักนิด คิดแต่เซ็งเรื่องหน้าตาตัวเองมากกว่า

ส่วนเรื่องที่บ้าน ผมโดนแม่จับแต่งคอสฯ หลังงานละครโรงเรียนครับ สงสัยบทเจ้าหญิงของผมจะไปกระตุ้นแม่เข้า ช่วงแรกๆ ไม่มีชุดผู้หญิงเลย มีแต่ของเด็กผู้ชาย แต่ออกแนวน่ารักๆ พอแม่เห็นผมไม่ต่อต้าน หรือมีปฏิกิริยารุนแรง ก็เริ่มมีกางเกงกระโปรงออกมา อันนี้ความผิดผมเต็มๆ ที่ยอมแม่ ถ้าผมไม่ยอมจริงๆ แม่คงไม่ฝืนจับผมแต่งหรอก พอเข้าม.1 ถึงเริ่มมีกระโปรงครับ ส่วนใหญ่ไม่ได้แต่งออกข้างนอก อยู่บ้านถ่ายรูปเล่นไม่นานก็ถอดออก 

สรุปคือการแต่งคอสฯ ของบ้านผม มันเป็นกิจกรรมภายในครอบครัวครับ ที่ผมไม่ต่อต้าน เพราะรู้สึกเสียดายถ้าหากไม่เข้าร่วมด้วย แต่พอโตแล้วความอยากร่วมก็ลดน้อยลง ยิ่งเข้าม.ปลาย เลี่ยงได้ก็จะเลี่ยงครับ

ผลกระทบของเรื่องนั้นจริงๆ คือรูปร่างของคนที่กระทำกับผมมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ทางบ้านผม รวมถึงครูและเพื่อนที่โรงเรียนพยายามระมัดระวังให้สุดๆ แต่ในมหาลัยยังไม่มีใครรู้ครับ และผมคิดว่าตัวเองพอเอาตัวรอดได้ในระดับหนึ่งเลยไม่ได้บอกใคร แต่หลังเจอเพื่อนพาร์ ความคิดนี้ก็สั่นคลอน สงสัยคงต้องบอกพวกลูกหว้าบ้างแล้วครับ เกิดผมมีอาการขึ้นมา จะได้ไม่ตกใจกัน ก็...แค่นี้แหละครับ (ยิ้ม) // ภาพคลิปวีดีโอสิ้นสุด

/ หลังฟังที เราคิดว่าเพราะตัวทีไม่ได้มองเรื่องคอสเพลย์เป็นปัญหา ฝ่ายพ่อแม่เลยไม่คิดว่าเป็นปัญหาไปด้วยค่ะ / เอ่อ แต่เรื่องแบบนี้ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองที่แตกต่างกันไปด้วยล่ะนะ  


หมวยตัวกลม - เอ จากบทล่าสุด น่าจะได้เห็นทีแพ้ทางแล้วนะ (ฮา) / ช่ายๆ จุดพลุด้วยคน


Zuba1234 - (25) 555+ / (26) ใช่เลย / (27) เรื่องร้านอาหาร เราตอบอยู่อยู่ด้านบนนะ / เหมือนๆ / 555+


emuuchi - 555+ / ขอบคุณค่ะ / กว่าสงครามจะเริ่มอีกนานเลยค่ะ (เทอมสอง)


PRF •_• - ขอบคุณค่ะ / ใช่แล้ว / ออกอาการเหมือนคุณแม่แล้ว (555+)


nong2547 - จากบทล่าสุด เราว่ารักและเอ็นดูตามประสาพี่น้องมากกว่าค่ะ


TNK03 - 555+


ZiDEXiDE - (27) 555+ / เราเอาบทใหม่มาส่งแล้วน้า


แมวน้อยวนิลา - ปักป้าย 'เห็นด้วย'


เนรุ - (26) (เรื่องปีใหม่) ค่ะ / ปักป้าย 'เห็นด้วย' / แต่เรื่องเจอกันนี่ไม่แน่ใจ อาจเพราะสังคมเพื่อนแตกต่างด้วยล่ะมั้ง ม.ต้นพาร์เป็นเด็กเรียน ค่อนข้างเรียบร้อย แต่ทีนี่ออกแนวลุยๆ สร้างความปวดหัวให้ฝ่ายปกครองพอสมควรค่ะ / (27) 555+   


Tari - 555 / จากบทล่าสุด ก็นะ...


เกริด้า(๐-*-๐)v - เรื่องสองสาวไม่ต้องห่วงค่ะ มีผู้ใหญ่ช่วยดูแลอยู่ (เฉลยบทหน้า) / เรียกว่าน่ารักเกินห้ามใจดีกว่ามั้ง (555) / ปักป้าย 'ช่าย' (เรื่องน้องอัน) / เรื่องร้านอาหาร เฉลยด้านบนแล้วน้า


อวยพร รักจิงไม่ติงนัง - ปักป้าย 'เห็นด้วย'


Renga - 555+


NeNe - ขอบคุณค่ะ / ปักป้าย 'ถูกใจ' / ทีก็นึกสงสัยเหมือนกันค่ะ / เราเดาว่าถ้าคุณพ่อพูดขัดอาจโดนไล่นอนนอกห้องก็ได้นะ (ฮา) 


witchbeaming - (ขำตาม) / เอาบทใหม่มาส่งแล้วนะ


Plankton J - เอาบทใหม่มาส่งแล้วค่ะ


อิงะเดะมอ - 555+ / แต่บทนี้เราต้องต้อนรับเฮียแกสิ ไม่งั้นจะได้รู้ความในใจทีได้ไง (ฮา)


Ladyyaoi211945 - มาต่อแล้วค่ะ


pleng_55 - จะฝากข้อความไปบอกพาร์ให้นะคะ (แต่เราขอฮาก่อน 555)


PreawMaKa - ปักป้าย 'เห็นด้วย' / นานๆ พาร์จะรุกหนักสักที / 555+


prumber - 555+ / แต่จากบืล่าสุด ดูท่าคู่นี้จะเข็นไม่ขึ้น


illlua - 555+ / ส่งกระดาษทิชชู่ไว้ให้ซับเลือด


มาดาม ปริ๊นวิลล่า - มาต่อแล้วค่ะ


KillerKill - 555+ / แต่ถ้าทีโกรธขึ้นมา พาร์น่าสงสารแย่ (แอบเห็นใจ)


whitestorys - ทีของเราคงไม่ยอมง่ายๆ (ยิ้ม)


( . * M o O Y o N g * . ) - ปักป้าย 'เห็นด้วย' / เราก็อยากไปกิน555 (เรื่องร้านอธิบายไว้ด้านบนแล้วนะ) / 555+


รอยพิมพ์ - ก็ทำให้หึงได้อยู่นะ / ฝันดีเหมือนกัน (บอกเผื่อล่วงหน้าคืนนี้) / 555+

------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2789 KiHaE*129 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 23:44

    น้องอันน่ารักจริงๆ

    น่อววววววววว

    ทีเก็บซ่อนอะไรไว้อีก

    #2,789
    0
  2. #2713 ThkTheks (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 22:51
    สงสารน้องพาร์เค้านะคะ เปฌนกำลังใจให้ทั้งคู่เลย คุณย่าดูท่าจะดุและหัวโบราณมาก
    #2,713
    0
  3. #2693 lluv KAITO vull (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 17:41
    "ไม่มีทาง" กรี็ดดดดดดดดดดด
    #2,693
    0
  4. #2640 Mistyblack (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 21:24
    หึงจัดๆ
    #2,640
    0
  5. #2558 FairyP718 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 08:00
    หึงหวงแต่ทำอะไรไม่ได้ แหม่ น่าสงสารจังพ่อคุณ 5555
    #2,558
    0
  6. #2514 momosonoerung (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 12:51
    หึงเด้ หึงเด้ 555
    #2,514
    0
  7. #2241 OMMS (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 21:29
    ไปกับกูหน่อย  (กูหึงจะตายอยู่แล้ว)   กริ๊ดๆๆ สีหน้าพระเองมันสือออกมาแบบนี้อะ!
    #2,241
    1
    • #2241-1 KatzeP(จากตอนที่ 28)
      4 เมษายน 2560 / 15:02
      โอ้ เห็นตามเลยค่ะ 555
      #2241-1
  8. #2184 shshshx (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:23
    เอ้าาาาแล้วววทีก็มีความลับนะ
    #2,184
    0
  9. #1971 baekbow (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 12:48
    สถานะขัดแย้งมาก เกือบจะมั่นใจว่าทีเคะ แต่บางทีก็ไม่มั่นใจ 555
    #1,971
    0
  10. #1827 milkc (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 17:53
    คุณพาร์มีอาการหึงหวงทีหนักมากกกกก

    มากมากมาก ! 5555555555555

    พี่พีทอย่าแกล้งหนักนะ สงสารพาร์เค้าาา



    #1,827
    0
  11. #1340 Thedrm. (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 13:28
    อยากให้รู้ใจกันเร็วๆๆๆๆ
    #1,340
    0
  12. #734 Dairy-nana (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 23:51
    โอ้ยยย หึงแรง!
    #734
    0
  13. #503 Ladyyaoi211945 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 16:46
    หึงงงงงง กริ๊ดดดดด ต่ออออ
    #503
    0
  14. #502 NeNe (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 07:10
    พี่หมอพีทไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ ทำให้พาร์หึงจนออกอาการขนาดนั้น555 /พาร์เองก็ใช่ย่อยที่ทีจับไม่ได้เพราะรูปแรกแอบถ่ายแล้วเบี่ยงไปทางอาหารกลบเกลื่อนแทนสินะ /ถ้าทีเป็นพวกหลงตัวเองหน่อยอะไรๆคงดีขึ้น แต่ก็ย่างที่หมอพีทว่า ขอใหัทีโดนพ่อหมาป่าดำจับได้ไวๆ555แล้วจากนั้นก็จับเขมือบซะให้สมกับที่ทึแกล้งมานาน555 /หมอเนี่ย นอกจากจะปรึกษาปัญหาร่างกายไดัแล้วยังปรึกษาปัญหาหัวใจได้ด้วยสินะ แหมมมมม

    #นัองอันน่ารักมากค่ะ ยิ่งอ้อนก็ยิ่งน่ารัก
    #หมอพึทกิตเยอะมากค่ะ- -
    #502
    0
  15. #501 NeNe (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 07:09
    พี่หมอพีทไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ ทำให้พาร์หึงจนออกอาการขนาดนั้น555 /พาร์เองก็ใช่ย่อยที่ทีจับไม่ได้เพราะรูปแรกแอบถ่ายแล้วเบี่ยงไปทางอาหารกลบเกลื่อนแทนสินะ /ถ้าทีเป็นพวกหลงตัวเองหน่อยอะไรๆคงดีขึ้น แต่ก็ย่างที่หมอพีทว่า ขอใหัทีโดนพ่อหมาป่าดำจับได้ไวๆ555แล้วจากนั้นก็จับเขมือบซะให้สมกับที่ทึแกล้งมานาน555 /หมอเนี่ย นอกจากจะปรึกษาปัญหาร่างกายไดัแล้วยังปรึกษาปัญหาหัวใจได้ด้วยสินะ แหมมมมม

    #นัองอันน่ารักมากค่ะ ยิ่งอ้อนก็ยิ่งน่ารัก
    #หมอพึทกิตเยอะมากค่ะ- -
    #501
    0
  16. #499 Tari (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 20:28
    เอาแล้วววว พ่อหมาป่าเดือดแล้วววว ใจเย็นนะพาร์ พี่พีทเค้าช่วยแกอยู่นะเว้ยยยย ????????
    #499
    0
  17. #498 ยิ้มอยู่รู้ยัง (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 17:10
    ตะหู้ววว เริ่มออกตัวแรงหล่ะพาร์ อีกนิดน่ะ อีกนิดมีระเบิดแน่
    #498
    0
  18. #495 PuiPui (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 23:08
    ทีนี่ตกลงคือร้ายใช่มั้ยคะลูก รอความแน่ใจมั่นใจด้วยแกล้งพาร์ไปด้วยว่างั้น ระวังเถอะแกล้งมากๆพ่อหมาป่าดำฟิวส์ขาดจะโดนขย้ำแบบไม่ทันตั้งตัว นี่ก็เครื่องร้อนเต็มที่แล้วนะคร้า~ น้องอันนี่ขี้อ้อนได้ใครน๊าาาาา



    ขอบคุณทีสำหรับวีดีโอแมสเสจนะคะ ก็เข้าใจอะไรเยอะขึ้นแต่ละบ้านก็มีวิธีคิดต่างกันเนาะ แค่รู้ว่าหนูเต็มใจไม่ได้โดนบังคับเจ้ก็โอเคค่ะ
    #495
    0
  19. #494 Miraella (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 14:37
    ก๊ากกกกกกกกกกด พาร์หึง ก๊ากกกกกกก
    เสียสติ!!
    #494
    0
  20. #493 เนรุ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 10:24
    พี่พีท ประนึงแสงสว่างให้พาร์กะที ได้รู้ใจตัวเองเน้อะ

    ทีนี้ ทีรู้ละว่า พาร์แปลกๆไปเพราะหึง ดีเลยจะได้รู้ตัวซะเน้อะ(คงได้แกล้งพาร์สนุกแน่ๆ)

    เอาใจช่วยสองหนุ่ม ถ้าทีมั่นใจว่ารักพาร์ก็คงผ่านด่านคุณย่าได้และ ผูกพันธ์กันมานานมากกกกกก

    เป็นนิยายอบอุ่นทั้งครอบครัว เพื่อน และการผูกเรื่องทำให้อ่านแล้วจินตนาการตามได้

    ขอบคุณสำหรับนิยายน่ารักๆ ค่ะ





    #493
    0
  21. #492 PRF •_• (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 09:58
    อาการเหมือนคุณแม่ อ่ะจ๊ะอ่ะ =[]= ขอชื่อจริงพาร์ทีกับเมลที่ให้ส่งแฟนอาร์ตหน่อยค่ะ วาดแล้ว ไม่สวยหรอก 5555 ตอนนี้หมอพีทคงได้คะแนนจากแม่ยกหลายๆคนไปเยอะ 5555 พูดแบบนี้ถ้าคบกะพาร์คงมีเรื่องวุ่นวายในภายหลังแน่ๆ =*= ฟังดูแล้ว ชีวิตแลดูวุ่นวาย
    #492
    0
  22. #491 Renga (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 06:12
    สนุกมากเลยค่ะ ตลกพาร์แรง น่าแกล้งจริง ๆ ด้วย รออ่านต่อนะคะ
    #491
    0
  23. #490 emucchi (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 01:59
    พาร์หึง ><
    ความในใจที ฟินเบาๆ   
    สู้ๆนะค่ะไรท์ 
    #490
    0
  24. #489 รอยพิมพ์ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 00:57
    พาร์จะทำไรทีน้าาาาาาา// วันนี้มาซะดึกเลย เอาเป็นว่าฝันดีค่ะ คนเขียน
    #489
    0
  25. #488 ZiDEXiDE (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 00:15
    หึงแรงดีจริงงงงง พี่พีทนี่โผล่มาไม่ทำให้ผิดหวัง มันต้องอย่างนี้สิ!! ขออีกตอนฉลองวันเด็กหน่อยจิ เค้า 16 แล้ววว//โดนตบ
    #488
    0