[Chonnatee] ชลนที #Boy's Love #จบแล้ว

ตอนที่ 21 : บทที่ 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,446
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    16 ก.ย. 59


บทที่ 17


สองสาวนั่งคุกเข่าทำหน้าสลดอยู่บนพรมหน้าโซฟาในฐานะผู้เป็นต้นเหตุให้น้องคนเล็กของบ้านคิดทำเรื่องแผลงๆ จนเจ็บตัว


เจ้าตัวเล็กพึ่งพูดฟ้องทั้งน้ำตาเมื่อกี้ ว่าโดนพี่สาวสั่งห้ามลงมาเหยียบโดนพรมหน้าโซฟาเด็ดขาด ถ้าทำไม่ได้จะโดนแกล้งหนักๆ แต่เพราะอยากลงเลยหาหนทางใหม่ ปีนป่ายที่พักแขน กระโดดข้ามจากโซฟายาวไปหาโซฟาเดี่ยว เจ้าตัวเล็กทำสำเร็จ แต่โซฟาบ้านผมเป็นแบบยกลอย (ด้านล่างโซฟาเป็นขาไม้ครับ) โซฟาเดียวคล้ายเก้าอี้อยู่แล้ว เลยไม่แปลกถ้าจะหงายหลังล้มโครม เพราะโดนร่างเด็กห้าขวบกระโจนเข้าใส่อย่างแรง


น้องอันเลยได้รอยแดงตรงหน้าผากเป็นของฝากเลยครับ


“ที”


ผมยื่นมือไปรับน้ำแข็งห่อผ้าขนหนูจากพาร์ อีกมือลูบหลังเจ้าตัวเล็กที่เอาแต่ซุกหน้าสะอื้นกับไหล่ผมให้รู้ตัว


“มา เดี๋ยวพี่ช่วยทำให้ความเจ็บลดลง” 


แต่ประคบน้ำแข็งท่านี้คงไม่ถนัด เลยให้น้องลุกยืน จับพลิกตัวร้อยแปดสิบองศา ค่อยดึงให้นั่งตักอีกรอบ ปล่อยน้องทิ้งตัวนอนพิงอก


“การแข่งเมื่อกี้” พาร์พูดเกริ่นขึ้นมา


ดีที่มันยืนเท้าแขนกับขอบพนักพิงอยู่ด้านหลัง ผมเลยไม่จำเป็นต้องมองหน้าคนพูด


“พวกพี่เป็นพ่ายแพ้”


“แต่” ผมพูดขัดก่อนสองสาวทำหน้าดีใจหลังได้ยินที่พาร์พูดสรุปไปเมื่อกี้ “เพื่อเป็นการลงโทษ รางวัลที่ได้มาพี่จะริบคืน”


“พี่อ่ะ!


ผมเมินเสียงโอดครวญของน้องสาว “ตามนี่แหละ”


น้องสาวทำหน้าบูด เบอร์ดี้ถอนหายใจ แต่อย่าคิดว่าเรื่องจะจบนะ เพราะผมยังไม่คิดบัญชีอีกเรื่อง


หึๆๆ รอถึงมื้อเย็นก่อนเถอะ!



 

ผมหนีสองสาว ทิ้งพาร์ให้คอยดูแลน้องอยู่บ้าน หิ้วแค่ตัวเล็กออกมาด้วยกัน ถือโอกาสพาน้องอันมาเลี้ยงไอศกรีมปลอบใจ


ผมทำตามที่พูดทุกคำก็จริง แต่ในใจรู้ดียิ่งกว่า ผมแค่หาเรื่องออกนอกบ้านไม่งั้นจะถ่วงเวลาจนถึงเย็นทำไม แถมยังมาจอดแช่อยู่ห่างจากซอยบ้านแค่สองซอยตั้งนาน


ไอ้อารมณ์ไม่อยากกลับบ้านไปเจอหน้าใครบางคนเป็นอย่างนี้นี่เอง


ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ใส่พวงมาลัย เหลือบมองเจ้าตัวเล็กนอนน้ำลายยืด หลับปุ๋ยตั้งแต่ขึ้นรถ สงสัยได้เล่นสนุกเต็มที่จนเพลีย ผมแอบอิจฉาน้อง ชักอยากย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กอีกรอบ จะได้ไม่ต้องมีเรื่องให้คิดมากจนปวดหัว


“เฮ้อ


ผมถอนหายใจยาวเหยียดส่งท้าย จำยอมจับพวงมาลัย เหยียบคันเร่ง ขับรถกลับบ้าน หนีไปก็ไม่ช่วยอะไรนี่ครับ แถมยังมีคนหิ้วท้องรอกินข้าวเย็นอีกสี่ชีวิต รวมผมก็ห้าล่ะ


ทันทีที่จอดรถคนโดนทิ้งอยู่บ้านก็พากันโผล่หน้ามาหา สองสาวเตรียมถลามาเอาเรื่อง แต่เห็นสีหน้าขรึมของผมมั้ง น้องถึงพากันถอยไปตั้งหลัก


ผมหันไปพูดกับพาร์สั้นๆ “อันหลับ อุ้มเข้าบ้านให้หน่อย”


ก่อนเปิดประตูหลังเอาวัตถุดิบมื้อเย็นลงจากรถปุ๊บก็เดินตรงดิ่งเข้าครัวเลย ขลุกอยู่ที่นั้นจนทำอาหารเสร็จ ยกไปวางบนโต๊ะเรียบร้อย ถึงตะโกนเรียกให้มากินข้าว


เมนูมื้อเย็นวันนี้เป็นข้าวผัดครับ ฟังดูธรรมดาใช่ไหม แต่สามคนที่เดินเข้ามาพากันชะงักกึกทันทีที่เห็น สองสาวชำเลืองมองผมอย่างหวาดๆ ตามประสาคนเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แม้แต่พาร์ยังขมวดคิ้วจ้องข้าวผัดสลับกับหน้าผม


“กินให้หมดนะ ห้ามเหลือ ห้ามเขี่ยทิ้ง ห้ามเอาไปให้คนอื่นกินแทนเด็ดขาด!


ผมย้ำเสียงเข้มจนน้องอันที่พึ่งเดินเข้าครัวสะดุ้ง แถมขู่เพิ่มเสร็จสรรพ “ใครทำไม่ได้ ต่อไปก็หาข้าวกินเอาเอง แล้วอย่ามาเรียกร้องขอทำอะไรให้กินอีก”


ภายนอกผมยังปั้นหน้านิ่ง แต่ภายในใจขำก๊ากตั้งแต่เห็นสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของสองสาวกับพาร์แล้วครับ ผมหันไปคลี่ยิ้มให้ตัวเล็ก น้องถึงเลิกทำตัวกล้าๆ กลัวๆ รีบวิ่งเข้ามา ปีนเก้าอี้ขาสูงของเด็ก นั่งประจำที่เรียบร้อยก็ตักข้าวเข้าปาก ไม่มีอิดออด


ทั้งสามยอมนั่งลงจับช้อนบ้าง พาร์ยังมองข้าวผัดนิ่ง ยัยน้ำเขี่ยข้าวไปมา ส่วนเบอร์ดี้เหมือนพยายามเล็งหามุมจ้วงช้อน แต่หลังทั้งสามทำใจตักคำเล็กๆ เข้าปากปุ๊บ แต่ละคนรีบวางช้อนลงปั๊บ พากันยกน้ำดื่มตามด้วยสีหน้าปุเลี่ยนๆ ทันที


ผมขำรอบสองในใจ ตักข้าวผัดเข้าปากเคี้ยวแบบไม่สะทกสะท้าน


ยัยน้ำไม่ชอบปลาหมึกลวก ผมจัดการลวกแล้วสับให้ชิ้นเล็กลง เบอร์ดี้ไม่ชอบหัวหอม สบายครับ มีในข้าวผัดไม่แปลก ส่วนพาร์ นอกจากไม่ชอบของรสขมแล้ว ยังเกลียดถั่วลันเตาด้วย ผมเลยหั่นครึ่งผสมลงไปด้วยซะเลย แน่นอนว่ายังใส่มะเขือเทศกับไข่อยู่ เพิ่มข้าวโพดฝักอ่อนของโปรดผมเข้าไป ปรุงรส โรยพริกไทยกับต้นหอมซอย บีบมะนาวสักหน่อย ออกมาอร่อยดีออก


แต่ผมไม่กล้าทำให้น้องอันกิน เพราะน้องเกลียดถั่วลันเตาเหมือนกัน เวลาทำข้าวผัดอเมริกัน ห้ามใส่ลงไปเด็ดขาด น้องอันยอมอดข้าวประท้วงครับ เจ้าตัวเล็กเลยได้ข้าวไข่เจียวหมูสับราดซอสมะเขือเทศเป็นพิเศษคนเดียว ตักเข้าปากทั้งที่หน้างัวเงีย ไม่ได้รับรู้เลย ว่ามีสายตาอีกสามคู่มองอย่างอิจฉา


บรรยากาศบนโต๊ะเงียบกริบ ผมทำหน้านิ่งตักเข้าปากเคี้ยวช้าๆ หมดแล้วก็นั่งเท้าคางมองแต่ละคนที่ข้าวยังไม่หด สองสาวหน้าเจื่อน คงรู้แน่แล้วว่าผมคิดปักหลักเฝ้าจนกว่าจะหมดจาน เลยฝืนใจตักข้าวคำน้ำคำด้วยท่าทางพะอืดพะอมจนหมดจาน ก่อนรีบพากันลุกไปหยิบเยลลี่ผลไม้ในตู้เย็นออกมากินล้างปาก


ผมเห็นตั้งแต่ตอนเอาของสดที่ซื้อมาไปเก็บแล้วครับ สุดท้ายพาร์ก็ทนน้องสาวรบเร้าไม่ไหว ทำออกมาจนได้ เจ้าตัวเล็กนี่ตาวาวเลย ตักข้าวไข่เจียวคำสุดท้ายเข้าปากปุ๊บก็รีบไถลตัวลงจากเก้าอี้ วิ่งไปหน้าตู้เย็น แต่ยัยน้ำคงหมั่นไส้น้อง เลยปิดตู้เย็นยืนขวางไม่ให้น้องเปิดได้


ผมรอดูว่าน้องอันจะทำยังไง เจ้าตัวเล็กก็ใช่จะยอมพี่สาวทุกเรื่อง แต่เพราะอายุน้อยกว่าหลายปี ตัวเล็กกว่าเยอะ สู้ด้วยทีไรเลยแพ้ทุกที สุดท้ายก็ทำให้พี่สาวขยับจากจุดเดิมไม่ได้ แถมยังเป็นฝ่ายกระเด็นจากแรงกระแทกลงไปนั่งแปะกับพื้นซะเอง น้ำตาคลอเลยครับ แต่ไม่ร้องสักแอะ แค่ลุกขึ้นปาดหยาดน้ำตา หมุนตัวเดินกลับมาหาผม ชูมือขอให้อุ้ม


ผมยกตัวเล็กมานั่งตัก ปล่อยให้น้องซุกอกเหมือนปกติ โดยไม่พูดอะไรทั้งที่เห็นตำตาว่าน้องคนรองแกล้งน้องคนเล็ก ผมไม่สปอยเจ้าตัวเล็กด้วยการให้ยัยน้ำเอาเยลลี่มาให้หรอก อุปสรรคเป็นอย่างหนึ่งที่ต้องเผชิญนี่ครับ ผมเลยปล่อยให้น้องคิดหาหนทางเอาของที่อยากได้มาเอง


ตอนนี้เลยเหลือคนเดียวที่ยังไม่ยอมกินข้าวผัด


“พี่พาร์กินข้าวเถอะ เพราะต่อให้ถ่วงเวลาถึงเที่ยงคืน พี่ทีก็พร้อมจะนั่งเฝ้านะ”


ผมกระตุกยิ้ม ก่อนรีบกลับมาปั้นหน้านิ่ง ขำที่น้องสาวพูดมากครับ นั่นน่ะประสบการณ์ตรงนะ


น้องเคยบอกผมว่า ยังไงก็ต้องกินลงท้อง สู้เอาเข้าปากตอนยังอร่อยดีกว่าตอนเย็นชืดไม่น่ากิน  


พาร์นิ่วหน้ามองผม ยัยน้ำ จานข้าว วนอยู่อย่างนี้สามรอบ ก่อนจำใจฝืนกินอีกคน แต่วิธีของพาร์ต่างออกไป เขี่ยเอาของไม่ชอบออกไปกองรวมๆ กันก่อน ตัดส่วนที่ไม่เป็นปัญหาเข้าปากเรื่อยๆ แล้วค่อยโกยของไม่ชอบใส่ช้อน ตักเข้าปากทีเดียวหมด เคี้ยวสักพักก็คว้าน้ำดื่มตาม เผ่นไปหยิบเยลลี่มากินล้างปากอีกคน


เจ้าตัวเล็กดิ้นจะลงพื้น ผมเลยปล่อยน้อง ลุกยืนดึงจานเปล่าบนโต๊ะมาซ้อนกันเตรียมยกไปล้าง แว่วเสียงเจ้าตัวเล็กร้องขออย่างออดอ้อน


“น้องอันขอกินเยลลี่นะ”   


ผมยกยิ้ม ไม่ต้องหันไปมองก็เดาได้ เจ้าตัวเล็กต้องได้กินแน่ ไม่เบอร์ดี้หยิบให้ ก็เป็นพาร์นั่นแหละ ส่วนยัยน้ำคงไม่ห้ามหรอก รายนั้นแพ้น้ำเสียงออดอ้อนของน้องคนเล็กจะตาย แต่ชอบตีหน้านิ่ง ปล่อยเบอร์ดี้ทำแทนตัวเอง ไม่ยอมแสดงออกให้น้องอันรู้สักที


ท่ามากปากแข็งจนน้องอันรักพี่เบอร์มากกว่าเมื่อไหร่ ผมจะหัวเราะให้    



 

หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ผมเข้าห้องนอน ก็เห็นพาร์อาบน้ำนั่งอ่านชีทเรียนอยู่บนเตียงแล้ว เลยหยิบผ้าขนหนูไปอาบน้ำบ้าง ตอนเดินผ่านตู้เสื้อผ้า ผมลังเลชั่ววูบหนึ่ง แต่ก็เดินผ่านโดยไม่เอาเสื้อผ้าเข้าไปด้วย ทุกวันนี้ผมยังแต่งตัวข้างนอกอยู่เลย เพราะไม่เห็นรูมเมทสนใจร่างกายผมนี่ มองเฉยเหมือนเพื่อนผู้ชายคนอื่น


แต่วันนี้ผมไม่แน่ใจ และอยากลองทดสอบอะไรดูด้วย เลยจงใจยืนแต่งตัวหน้าตู้เสื้อผ้าตั้งนาน คงผิดสังเกตจนพาร์มองมา แววตาปกติเหมือนทุกที ก่อนก้มมองชีทต่อ นั่นทำผมโล่งใจไปเยอะสงสัยสายตาอ่อนหวานนั่นจะแค่บทเพลงพาไปล่ะมั้ง


แต่ดันทำคนอื่นเครียดตั้งนานนะมึง!


พาร์เงยหน้าขึ้นมาอีกที เจอผมส่งสายตาหงุดหงิดเข้าพอดี เลยย่นคิ้วใส่


“มองกูอย่างนั้นทำไม”


ผมหันหน้าหนี สวมเสื้อยืดตัวใหญ่ปิดท้าย เอาผ้าขนหนูไปตาก มองเวลา แค่สามทุ่มกว่า แต่ผมอยากนอนแล้ว ระหว่างกำลังสอดตัวเข้าผ้าห่ม คนข้างๆ กลับพูดขัดขวาง


“อย่าพึ่งนอน มาคุยกันก่อน”


ใครสน


ผมทิ้งหัวบนหมอนหนุน หลับตาลงทันที แต่ต้องรีบลืมตากะทันหันเมื่อโดนพาร์ขึ้นคร่อมไม่ใช่ทั้งตัว แค่ส่วนบนเหมือนป้องกันไม่ให้ผมพลิกตัวหนีมากกว่า ไม่มีทางทีคุกคามทางเพศ ผมเลยผ่อนลมหายใจลง ปล่อยร่างกายให้คลายตัวจากอาการเกร็ง 


“สองสาวบอกว่าถ้ามึงเอาของไม่ชอบใส่ลงไปให้กิน แสดงว่ากำลังโกรธ โมโห หรือไม่พอใจคนๆ นั่นอยู่ กูเลยอยากรู้ว่ามึงโมโหกูเรื่องอะไร?”


ผมไม่ตอบคำถาม ซ้ำเบือนหน้าหนีเหมือนไม่อยากคุยด้วย


“เรื่องก่อนกินข้าวเที่ยงหรือเปล่า”


ผมยังเงียบ


“น้องบอกว่าได้แนวความคิดนี้มาจากเพื่อน เรื่องเพลงก็เลือกกันเอง เห็นว่าเหมาะกับเราดีเลยเลือกเพลงนั่นมามึงฟังกูอยู่หรือเปล่า”


ผมนอนหลับตานิ่ง ช่วยคิดว่าหลับไปแล้วทีเถอะ


“ที”


ผมสะดุ้ง เมื่อโดนลมหายใจร้อนรินรดต้นคอในระยะประชิด เฮ้ยๆๆ รีบลืมตา ยันหน้าคนด้านบนออกห่างแทบไม่ทัน 


“จะทำอะไร!


พาร์เลิกคิ้ว “ยอมคุยกับกูแล้ว?”


ผมเงียบอีกครั้ง


“สบตากับกูหน่อย มึงไม่ยอมสบตาด้วยตั้งแต่จบเพลงนั่น”


ผมพ่นลมหายใจใส่หน้ามันเลย ยอมสบตาด้วยเป็นครั้งที่สอง เอ๊ะ หรือสาม ในรอบครึ่งวัน แม้ใจจะแกว่งเล็กๆ กลัวได้เห็นความรู้สึกของอีกคนก็ตาม แต่ผมก็อยากเคลียร์ให้รู้เรื่องเหมือนกัน


“กูขอถามตรงๆ นะ มึงชอบกูจริงอ่ะ?”


เป็นพาร์ที่เงียบบ้าง แววตาสับสนเอาเรื่อง โดยเฉพาะเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของผม


“กูเป็นผู้ชาย มึงก็เห็นอยู่ นี่คือความจริงนะพาร์ ความเป็นจริงตอนนี้ อย่าเอาเรื่องในอดีตมาปนกันได้ไหมวะ”


พาร์ผละออกห่าง ทิ้งตัวนอนข้างผม ยกแขนข้างหนึ่งก่ายหน้าผาก ท่าทางกลุ้มใจเอาเรื่อง


“กูแค่อยากเตือน เก็บไปคิดให้ดี วันนี้มึงทำกูเขินได้ก็จริง แต่ก็แค่นั้น แล้วถ้ามากกว่านี้เมื่อไหร่ แล้วมึงกลับมาบอกทีหลังว่าไม่ใช่ นอกจากทำกูเสียใจแล้ว แม้แต่ความเป็นเพื่อนที่มีตอนนี้ก็คงไม่เหลือเข้าใจที่กูพูดใช่ไหม”


“อืม”


“แล้วก็ ถ้ามึงยังสับสนอยู่แบบนี้ ก็อย่ามองกูด้วยแววตาแบบนั้นอีก”


ผมพลิกตัวนอนหันหลังให้พาร์ พูดซ้ำอีกครั้ง


“กูขอ เพราะมนุษย์ส่วนใหญ่ก็อยากเป็นคนที่ถูกรัก และเป็นคนสำคัญสำหรับใครสักคนเสมอนั่นแหละ”


มึงสำคัญนะ”


ประโยคแรกได้ยินชัด แต่ประโยคหลังแผ่วมาก แต่ผมก็ยังได้ยิน


“สำคัญมาตั้งนานแล้ว”


ขอแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินดีกว่า


ผมหลับตาอีกครั้ง รู้สึกเพลียๆ สงสัยจะโดนเรื่องวันนี้สูบพลังงานไปเยอะมั้ง



 

ผมไม่รู้ว่าเมื่อคืนพ่อแม่พวกเรากลับมาตอนไหน เผลอลืมไปด้วยซ้ำว่าพวกท่านจะกลับมา ต้องโทษพาร์ ทำผมคิดมากจนลืมเรื่องอื่นไปหมด


ผมปล่อยให้แม่ทาบหลังมือกับหน้าผาก 


ตัวร้อนจริงๆ ด้วย”


พ่อเลิกคิ้ว แล้วยิ้มขำ “มีใครไปทำอะไรให้ทีเครียดหรือเปล่าเนี่ย”


“เป็นไข้ แล้วเกี่ยวอะไรกับเครียด?”


ลุงแทนถามอย่างไม่เข้าใจ บนตัวสวมชุดทำงานคุ้นตาแบบเดียวกับที่พาร์เอามาจากบ้านนู้นเลย แสดงว่าลุงแทนกับป้าเจนอยู่ค้างที่นี่พาร์คงอยู่รอเปิดประตูให้พวกท่านแน่ๆ ไม่งั้นพวกท่านจะรู้ได้ไงว่าค้างที่นี่ได้


“ปกติเจ้าทีแข็งแรงจะตาย ยกเว้นว่าไปทำตัวพิลึกอย่างยืนตากฝนสักครึ่งวัน หรือไปซนจนบาดเจ็บกลับมา ไม่ก็มีเรื่องให้คิดมากจนเครียดเกินไป ร่างกายเลยประท้วงด้วยการเป็นไข้นี่แหละ”


พ่อไม่ต้องอธิบายจนเห็นภาพขนาดนั้นก็ได้ คนทำผมเครียดมองมาด้วยสายตารู้สึกผิดแล้วนั่น


“จะไปเรียนเหรอลูก แม่ว่าพักอยู่บ้านดีกว่านะ”


“ผมไม่เป็นอะไรหรอก แค่ตัวร้อนกว่าปกตินิดหน่อยเอง”


“ตามใจ ถ้ากลับมาแล้วเป็นหนักกว่าเดิม แม่จะให้หมอมาฉีดยาลูกถึงบ้าน!


ผมยักไหล่ไม่แคร์ แม่เอาเรื่องนี้ขู่น้องได้ แต่ขู่ผมไม่สำเร็จหรอก ผมไม่ได้กลัวเข็มฉีดยานี่ครับ


กินข้าวเช้ากันเสร็จก็ถึงเวลาแยกย้าย พวกเราออกเป็นกลุ่มสุดท้าย โดยมีน้องอันพ่วงมาหนึ่ง เพราะวันนี้แม่ไม่ได้ออกไปไหน


“เลิกเรียนก็รีบกลับบ้านนะ เรื่องอัน เดี๋ยวแม่รับที่โรงเรียนเอง”


ผมพยักหน้าหงึกๆ


“งั้นน้าฝากทีด้วยนะพาร์”


“ครับ”




ตลอดทางไปมหาลัยมีแต่ความเงียบ แต่ไม่ได้อึดอัดเท่าที่คิด ช่วงกำลังเคลิ้มเกือบหลับ ผมได้ยินพาร์พูดอะไรสักอย่าง จนต้องรีบหันไปมอง


“พูดอีกทีสิ”


พาร์เม้มปาก แววตามองมาเหมือนคาดโทษ


อะไร ผมไม่ได้แกล้งนะ ก็คนมันได้ยินไม่ถนัดจริงๆ นี่หว่า


“กูบอกว่า เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ”


“ฮะ?” ผมรีบเขยิบตัวนั่งดีๆ อาการง่วงเริ่มจางหาย “เริ่มแบบไหน?”


“กูลองคิดดูทั้งคืนแล้ว”


ผมอ้าปากเหวอ “ทั้งคืน! มึงไม่ได้นอนเรอะ แล้วมาขับรถไปจอดข้างทางเลย เดี๋ยวกูขับเอง!


“กูไม่ง่วงตอนนี้หรอกน่า จนกว่าจะพูดเคลียร์กับมึงให้รู้เรื่อง”


“งั้นไปถึงมหาลัยค่อยว่ากัน”


พาร์พ่นลมออกจากปาก “มึงถ่วงเวลา”


“แล้วแต่มึงคิด”


ผมเลยหลับไม่ลง ต้องคอยสังเกตอาการคนขับ กลัวพาร์หลับในเป็นบ้า แต่มันก็สามารถพาทั้งคนทั้งรถมาถึงลานจอดรถประจำวันจันทร์โดยสวัสดิภาพ แต่วันนี้ต่างจากทุกทีเมื่อเรานั่งอยู่ในรถกันต่อ


“นึกว่ามึงจะรีบลงจากรถซะอีก”


“กูไม่หนีหรอกน่า อยากจะพูดอะไรก็ว่ามาให้หมด”


พาร์เงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนเริ่มต้นพูดเข้าเรื่องตรงๆ ตามสไตล์ “หลังจากนี้กูจะมองมึงเป็นมึง”


ผมขมวดคิ้ว “ยังไง?”


“ก็มองแค่ตัวตนของคนที่ชื่อชลนที


ถ้อยคำหวานหูเป็นบ้า!


“มึงจะจีบกู?”


“เปล่า” พาร์ปฏิเสธเร็วมาก “ทั้งมึงทั้งกูยังไม่มีใครแน่ใจทั้งคู่ เพราะงั้นเริ่มต้นแบบนี้ก่อนนี่แหละ มองแค่ตัวตนของกันและกัน ไม่ต้องเอาเรื่องเพศมาคิดให้หนักหัว”


ผมพ่นลมหายใจ “อย่างกับหนีความจริง”


“กูไม่ได้หนี!


“รู้น่า แต่กูเห็นต่างจากมึง” ผมสบตาเพื่อนตรงๆ “การมองถึงตัวตนของอีกคนเป็นเรื่องดี แต่รูปกายภายนอกก็ส่งผลต่ออีกคนเช่นกัน อย่างเช่น” ผมกรอกตามองออกไปนอกรถ เจอคู่รักชายหญิงกำลังเดินผ่านหน้าพอดี “เอาตัวอย่างคู่ข้างหน้านี่แหละ”


ผมชี้ให้พาร์มองตาม


“ถ้ากูกับมึงคบกันคงจับมือกระหนุงกระหนิงเดินเคียงคู่แบบนั้นไม่ได้หรอก หรือถ้าบังเอิญเจอญาติผู้ใหญ่ หรือเพื่อนที่ทำงานของพ่อแม่ มึงจะกล้าแนะนำกูเป็นแฟนหรือเป็นแค่เพื่อน?”


พาร์เงียบ ผมปล่อยเพื่อนครุ่นคิดพักใหญ่ แล้วพูดต่อ


“ถึงสมัยนี้ผู้คนจะยอมรับได้มากขึ้น แต่มันยังไม่เปิดกว้างพอ นี่คือสิ่งที่กูอยากเตือน แล้วก็ไม่ต้องใช้เวลาคิดทั้งคืนอีกล่ะ ค่อยๆ เก็บไปคิดทีละนิดดีกว่า เรื่องใหญ่ขนาดนี้มึงคิดให้ตายคืนเดียวก็หาข้อสรุปไม่เจอหรอก”


ผมปลดล็อก กำลังจะเปิดประตูลงจากรถ แต่โดนจับไหล่รั้งไว้เสียก่อน เลยเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่ามีอะไร


“ทำไมมึงดูรู้ดีจัง?”


ผมขมวดคิ้วใส่ “ทำไมถามแบบนี้?”


“เคยคบผู้ชายมาก่อน?”


ผมโบกหัวพาร์ไปหนึ่งที “ไม่เคยโว้ย!


“แต่มึงดูรู้ดีในหลายเรื่องมาก จนกูอดสงสัยไม่ได้”


“จะสงสัยทำบ้าอะไร คราวก่อนกูก็เล่าเรื่องเพื่อนเก่ากับเพื่อนใหม่คบกันให้มึงฟังอยู่หยกๆ ทำไมไม่คิดว่ากูเรียนรู้เรื่องพวกนี้จากสองคนนั้นเล่า!


จริงของมึง”


“มันเรื่องจริงต่างหาก!


“แต่มึงเคยบอกว่าโตขึ้นจะแต่งงานกับผู้ชายนี่หว่า”


ประโยคโคตรเด็ด เกือบทำผมหัวทิ่มไปโขกคอนโซลรถ มันไปรู้เรื่องพรรค์นี้มาจากไหน?!


“ใครเล่าให้มึงฟัง?”


“เถอะน่า จริงหรือเปล่า?”


ผมนวดขมับ “กูเคยพูดตอนสามขวบ”


กับพี่หมอพีท?”


“เออ”


ผมชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีมาคุที่แผ่ออกมาจากคนข้างๆ


“แล้วตอนนี้ยังอยากจะแต่งอยู่ไหม?”


มันจะกัดฟันพูดทำเผื่อ!


“ใครจะไปอยาก!


มึงไม่ได้แอบชอบหรือรักใครอยู่ในใจใช่ไหม?”


“ไม่มี!


“ทั้งชายทั้งหญิง”


“เออ!


“ก็ดี


ผมไม่รู้สึกดีด้วยสักนิด ฟังคำถามแต่ละอย่างของพาร์สิ!


“มึงให้กูไปคิด กูก็จะกลับไปคิดให้ดี แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน จนกว่ากูจะหาคำตอบมาให้มึงได้ ก็ช่วยทำหัวใจให้ว่างไร้เจ้าของไปก่อนได้หรือเปล่า?”


ผมแยกเขี้ยวใส่พาร์ทันที “ไม่ติดป้ายบอกจองไปเลยล่ะ!


พาร์เลิกคิ้วขึ้น “ทำได้?”


“ไม่”


บนรถเงียบกริบทันที ผ่านไปสักพักพาร์ก็ไม่พูดอะไร แต่จ้องผมแทบจะพรุนอยู่แล้ว จนผมต้องพูดโผล่ออกมาอย่างทนไม่ไหว


“เรื่องหัวใจมันห้ามกันได้ซะทีไหน”


ก็จริง”


เสียงหงอยเป็นบ้า!


ผมพ่นลมหายใจออก คราวนี้เปิดประตูรถจากรถจริงๆ แล้ว แต่ก่อนจะผลักประตูปิด ก็บอกส่งท้ายให้ใครบางคนที่ทำหน้าเหมือนน้องหมาโดนเจ้าของทิ้งฟังชัดๆ


“อยากให้ว่างก็คอยดูแลเอาเองแล้วกัน”


พูดเองแท้ๆ แต่หน้าชักเริ่มร้อนผ่าวๆมานึกดูอีกทีโคตรน่าอายเลยนี่หว่า พูดไปได้ยังไงวะ!


ผมเลยเร่งฝีเท้าเดินจากมาก่อน ให้สู้หน้าพาร์ตอนนี้คงไม่ไหว


แต่สุดท้ายพาร์ก็ไล่ตามผมทันอยู่ดี ผมเหล่มองสีหน้าอมยิ้มของมัน บังเกิดความรู้สึกหมั่นไส้กลบฝังความอายซะสิ้น    


“โอ๊ย เตะขากูทำไมเนี่ย”


“หมั่นไส้!


“หมั่นไส้มากจนต้องใส่มาเต็มแรง?”


“เออ!” ผมจ้องพาร์อย่างหาเรื่อง “จะถามอะไรอีกไหม”


“มะ ไม่แล้ว”


ผมพยักหน้าเป็นเชิงสื่อว่าก็ดี 


ระหว่างมองทางเดินข้างหน้า แว่วเสียงคนข้างๆ งึมงำเสียงเบา


“ไม่เอาถั่วลันเตาแล้วนะ”


ผมรีบเบือนหน้าหนีทั้งที่คลี่ยิ้มขบขันดูท่าจะฝังใจ



 

“โย่ ไอ้ที”


ผมหยุดเดินพูดทักทายเพื่อนต่างคณะกลับ “ไง”


“ได้ข่าวว่ามีแฟนใหม่แล้ว” ยิ้มล้อเลียนมาเลย


“อ้อก็


ผมตอบไม่ถูก เพราะเมื่อวานรับรู้แล้วว่าพวกรุ่นพี่อยากให้คนต่างคณะเข้าใจผิด


“เอาน่า กูเข้าใจ มึงคงผิดหวังจากผู้หญิงมาเยอะเลยลองเปลี่ยนเส้นทางสินะ”


“ฮะ?”


“ไม่ต้องห่วง ต่อให้มึงมีแฟนเป็นหนุ่มหล่อ กูกับมึงยังเป็นเพื่อนกันเสมอ”


ผมกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไอ้คนตรงหน้าโดนเรียกตัวซะก่อน เลยบอกลาผมลวกๆ แล้วเดินจากไปเลย


ก้าวเดินเกือบจะถึงใต้ตึกเรียนก็โดนทักอีกครั้ง แนวเดียวกันกับคนเมื่อกี้เลย แต่ผมได้ข้อมูลเพิ่ม


“มึงคบผู้ชายแบบนี้ก็ดี ไอ้ข่าวเสียๆ หายๆ ของมึงเลยพลิกกลับกลายเป็นเรื่องดีไปแทน ตอนนี้ฝ่ายที่เสียหน้าคือพวกที่เอามึงไปนินทา แถมพวกนั้นยังเจอพวกหมั่นไส้ หรือเคยมีเรื่องมาก่อนฉวยโอกาสตอนนี้ใส่ฟืนโหมไฟให้รุนแรงเหมือนเตรียมย่างกลางดงข่าวลือเลยล่ะ”


ท่าทางเพื่อนผมจะสะใจมาก อ้อ ลืมไป คนพวกนั้นเคยเกือบทำให้มันต้องเลิกคบกับแฟนนี่หว่า


ผมเข้าใจทันทีว่าทำไมเพื่อนข้อมูลแน่น สงสัยแฟนมันจะเป็นหนึ่งในแกนนำใส่ฟืนในกองไฟแน่ๆ


หลังจากนั้นผมก็โดนเพื่อนต่างคณะเข้ามาพูดแสดงความยินดีบ้าง บางรายมาสอบถามด้วยความกังวลตั้งแต่เรื่องนิสัยพื้นฐานของพาร์ยันเรื่องบนเตียง (ตามเลเวลความสนิท ยิ่งสนิทมากเรื่องยิ่งเจาะลึก) ผมเลยไม่กล้าแวะไปโต๊ะประจำกลุ่ม จ้ำอ้าวหนีขึ้นไปถึงห้องเรียนอย่างเดียว


เข้าห้องเรียนปุ๊บ อย่างกับหลุดเข้ามาอีกโลก เพื่อนร่วมคณะเพียงแค่ยิ้มทักทายตามปกติ ชวนคุยเรื่องทั่วไป จนผมชักมึนๆ ว่าเผลอก้าวผ่านประตูย้อนอดีตมาหรือเปล่า สับสนหนักจนต้องปรี่ไปหากลุ่มประธานชั้นปี สุ่มหัวกับบรรดาสมุนทั้งสามเพื่อหาคำตอบ


“บอกกูตามตรงทีเถอะ กูงงมาก”


ลูกสมุนหัวเราะยกใหญ่กับเรื่องเล่า และท่าทางจนปัญญาของผม


“คำตอบแรก มึงไม่ได้ย้อนอดีตแต่อย่างใด เพราะกูยังจำเรื่องวันศุกร์ได้ ฮ่าๆๆ”


“คำถามที่สอง พวกกูจะแซวมึงไปทำไม อ้อ แต่ถ้าถึงเวลาต้องแซวก็ขอให้เตรียมทำใจไว้ล่วงหน้าด้วย”


“แต่มึงมีเรื่องต้องรู้วะที อย่างแรกเมื่อวันศุกร์ ชั้นปีเราคนไปไม่ครบ” ทอมกระซิบข้างหูผม “พี่นันสั่งให้ตัดคนพวกนี้ออกไป ให้รับรู้เท่าที่คนนอกรู้”


ผมขมวดคิ้วทันที “มีใครบ้าง?”


สมุนสาวถึกเอาใบรายชื่อคนขาดกิจกรรมมาผมดูเงียบๆ ส่วนใหญ่ก็พวกที่ไม่สนใจกิจกรรมคณะครับ แต่ผมสะดุดชื่อของไอ้เด็น


“นี่ด้วยเหรอ?”


สมุนสาวถึกก้มมองชื่อที่ผมชี้ ก่อนพยักหน้ารับ “วันนั้นมันมาเรียน แต่หมดชั่วโมงก็หายหน้าไปเลย เห็นแยกไปนั่งเรียนตามลำพังด้วย”


ผมพยักหน้ารับรู้ทั้งที่ขมวดคิ้ว “แล้วเรื่องที่ต้องรู้อีกอย่างล่ะ?”


สมุนทั้งสามคลี่ยิ้ม เป็นสมุนทอมที่กระซิบบอกอีกครั้ง “จะหลอกศัตรูต้องหลอกพวกเดียวกันก่อน พี่เขาว่ามาอย่างนี้”


“สรุปคือ ที่จริงพวกกูต้องร้องแซวมึง แต่ดันรู้ความจริง อารมณ์ร่วมเลยไม่มี จึงแก้ปัญหาด้วยการมีข้อตกลงลับๆ ว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ให้มึงลำบากใจกรณีมึงอยู่คนเดียวนะ แต่ถ้าคู่ของมึงโผล่มาเมื่อไหร่ แล้วเราเห็นช่องทางในการแซว มึงคงจะโดนเละวะ”


“ขอบใจสำหรับคำตอบตรงไปตรงมา”


สมุนชายแท้ยักไหล่ “มึงรู้ไว้ก็ดี จะได้ไม่มาโกรธพวกกูทีหลัง”


“แล้วพวกรุ่นพี่โกหกทำไม?”


สมุนทั้งสามมองหน้ากันอย่างปรึกษา และส่งสมุนสาวถึกมาอธิบาย


“เอ่อ เรื่องนี้พวกกูบอกอะไรมึงมากไม่ได้ แต่ที่ทำทุกอย่างเนี่ย เพื่อปกป้องมึงทั้งนั้น จำเรื่องนี้ไว้ให้ขึ้นใจนะที”


ผมจับประเด็นบางอย่างได้ทันที “กูไม่มีสิทธิ์รู้?”


สมุนทั้งสามพยักหน้า สมุนทอมส่งยิ้มให้กำลังใจ


“อีกไม่นานมึงจะเข้าใจ”


“แต่ถ้ามึงสงสัยมาก ไปถามจากฝ่ายนิติน่าจะได้คำตอบเร็วกว่า”


สมุนชายแท้พูดเสริม มีสมุนสาวถึกพยักหน้าเห็นด้วยหงึกๆ


ผมถอนหายใจ ลุกขึ้นคว้ากระเป๋า พูดส่งท้าย “ขอบใจ”


ถึงไม่ได้คำตอบแน่ชัด แต่อย่างน้อยเพื่อนก็ช่วยชี้ทางไปสู่คำตอบให้


“จะลุกไปไหน? เดี๋ยวจารย์มาแล้วนะ”


“กลับกลุ่มกูสิ ตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่ได้ไปเคลียร์เลย”


“อ้อ งั้นก็โชคดี”


แต่ก่อนจะได้เดินจาก หันไปเจอมลเดินเข้าห้องเรียนพอดี มันรีบปรี่มาหาผมทันทีที่สบตา กระชากแขนให้ก้มหน้าลงไปหา เอ่ยเสียงกระซิบ 


“เด็นไม่ได้เข้าร่วมงานวันศุกร์ เพื่อนมึงทั้งกลุ่มรับรู้แล้ว เหลือแค่มึง


“กูรู้เรื่องจากสมุนของมึงแล้ว”


“รู้ใช่ไหมต้องทำยังไง”


“เออ ไม่หลุดปากบอกไปหรอก”


ท่านประธานพยักหน้าพอใจ ปล่อยแขนผมเป็นอิสระ “แล้วจะไปไหน?”


“กลับถิ่นกู”


“อ้อ ขอให้เคลียร์ได้เร็วๆ ล่ะ”


ผมไปถึงที่ประจำ นนท์ ศิ มินต์ คลี่ยิ้มต้อนรับผมทันที แต่ขาดไปสอง คู่กรณีของผมกับลูกหว้ายังไม่มาครับ


“หายไปไหนสอง?”


“ยังไม่มามั้ง” นนท์ว่า “วันนี้เห็นมึงเดินไปหากลุ่มประธาน พวกกูนี่ใจแป้วเลย นึกว่ามึงจะไม่กลับมาทางนี้แล้ว”


“แค่มีเรื่องไปถามเฉยๆ แต่กูมีเรื่องสงสัย เมื่อพุธที่แล้วเป็นอะไรกัน?”


ทั้งสามถอนหายใจเฮือกหนึ่ง นนท์เป็นคนเล่า


“ก่อนเข้าเรียนลูกหว้าฟิวส์ขาด องค์ลงฉะไอ้เด็นต่อจากมึงไปน่ะสิ”


ผมเลิกคิ้วคาดไม่ถึง “ทำไมล่ะ?”


“ทั้งที่พวกเราเก็บคำพูดของทีมาคิด แต่เด็นทำตัวเหมือนมีอะไรเกิดขึ้น เพราะคิดว่ามีพวกเราสี่คนคอยให้ท้าย ลูกหว้าเลยโมโห” สาวน้อยไม่ค่อยพูดของกลุ่มร่ายยาวเหมือนอึดอั้นมานาน “วันนั้นที่หลบตา ขอโทษนะ พวกเราแค่รู้สึกตัวว่าเป็นฝ่ายผิดน่ะ”


“มินต์พูดถูก กูต้องขอโทษเหมือนกัน”


ศิเพียงแค่ถอนหายใจ โดยไม่ได้พูดอะไร เพื่อนคนนี้คงลำบากใจสุด ถึงไม่ได้รับคำขอโทษมา แต่แววตาศิก็สื่อความหมายนั้น แถมยังมีความกังวลปนกลุ้มใจอยู่ด้วย คงรู้สึกไม่ดีที่เห็นคนในกลุ่มเกิดเรื่องระหองระแหง


“เลยกลายเป็นว่าทั้งมึง ทั้งหว้า ทั้งเด็น ไม่มีใครกลับมารวมกลุ่ม


“ที!


ลูกหว้าโผมากอดจากข้างหลังทั้งตัว “ขอโทษนะๆๆ”


“หนักใครก็ได้เอาหมูลงจากตัวกูที”


“ไอ้บ้า! กูไม่มีห่วงยางตรงเอวสักหน่อย!


แว่วเสียงหัวเราะจากอีกสามคน ลูกหว้านิ่งไป สักพักก็หัวเราะตามเพื่อนไปด้วย ผมยิ้ม ถึงคนจะยังไม่ครบ แต่บรรยากาศภายในกลุ่มก็กลับมาสดใสแล้ว


แล้วจะปล่อยกูได้ยัง?”


“ลืม” ลูกหว้ารีบผละออก ยิ้มทะเล้น “ลืมไปว่ามึงมีสามีแล้ว ต่อไปนี้เวลาแตะต้องมึต้องระมัดระวัง”


ผมคิ้วกระตุก “ไม่เอาแล้วเหรอ พ่อของลูกน่ะ”


“ยอมถอยค่ะ พอดีรู้ตัวว่าหน้าสวยสู้เพื่อนไม่ได้”


“ฮ่าๆๆ จริง วันนั้นมึงโดนจับแต่งตัวซะพวกกูตะลึง”


“ลืมมันไปเถอะ!


อาจารย์มา คู่กรณีของผมก็ยังไม่โผล่หน้ามาให้เห็น พวกเรามองหน้ากัน


“สงสัยมันจะขาดเรียน”


ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยครับ


คาบนี้เป็นคาบสุดท้าย อาจารย์เลยแนะแนวเนื้อหาที่จะออกสอบส่งท้าย จบแล้วก็ปล่อยเลยทั้งที่ยังไม่หมดชั่วโมงเรียน


“ไปไหนกันดี?”


“ห้องอาหารไหม หรือห้องสมุด ไม่ก็ใต้ตึกเอ่อ คงไปไม่ได้แล้วแหละ”


ลูกหว้าบุ้ยปากไปทางหน้าห้อง


“สวัสดีน้องๆ ทุกคน”


เสียงพี่นันดังออกจากลำโพง เรียกทุกสายตา รวมถึงผมหันไปหน้าห้อง ประธานปีสี่คราวนี้ไม่ได้ฉายเดี่ยว แต่ยกโขยงกันมาเลยครับ ไม่ได้มาตัวเปล่าด้วย ตอนผมหันไปมอง เห็นกำลังช่วยกันวางลังกระดาษสองสามกล่องลงพื้นแล้ว


“พวกพี่มีเรื่องจะแจ้งให้รู้ ขอเวลานิดหน่อยนะทุกคน”



---------------------------------------------------------

Talk 

15/12/2015 - แก้ไขคำผิด 

17/12/2015 - แก้ไขคำผิด 

---------------------------------------------------------

ช่วงตอบคอมเม้น (14/12/2015)


ThePrikPanther - มาด้วยความเห็นต่างจนเราอึ้งเลยค่ะ (ยิ้ม) / เราเคยอ่านนิยายเรื่องหนึ่ง มีประโยคหนึ่งบอกว่าคนที่ตกหลุมรักก่อนเป็นฝ่ายเสียเปรียบ พาร์อาจจะอยู่ในกรณีนี้ล่ะมั้งค่ะ และถ้าพาร์ยังไม่ชัดเจนพอ ทีคงไม่เอาด้วย (รายนี้เกราะป้องกันแข็งเอาเรื่อง) ก็รอลุ้นกันไปค่ะ   


PuiPui - (19) หมอพีทแกล้งพาร์เรื่องอะไรเฉลยแล้วนะ 555 เรื่องสามีเด็นชอบทีไหม อันนี้เราไม่รู้ค่ะ รอไปถามเจ้าตัวเอาเนอะ ใครมีบทเต็มๆ แล้ว / (20) 555 ต่างคนก็ต่างยังอยู่ในช่วงไม่แน่ใจค่ะ ให้เวลาพวกเขาหน่อยน้า  


เนรุ - ทีเหมือนโดนรุมรังแกเนอะ บทล่าสุดทีเลยแก้เผ็ด เล่นงานครั้งเดียวครบทั้งสามคนไปเรียบร้อย (ขำ)


Raina - น้อมรับคำทั้งติทั้งชมค่ะ / ที่จริงมันก็ไม่ได้ซับซ้อนแต่อย่างใด แต่ไม่มีใคร (รุ่นพี่) อธิบายให้รุ่นน้องปี1ฟังชัดเจน ทีเลยพูดถึงแบบมึนๆ งงๆ คาดเดาไปตามสภาพ (พลอยทำคนอ่านงงตามไปด้วย) แต่ถ้าบทหน้าที่มีรุ่นพี่มาพูดอธิบาย คุณนักอ่านยังไม่เข้าใจอีก เราจะรีบกลับมาพิจารณาคำอธิบายใหม่ทันทีค่ะ ดังนั้นหลังท่านประธานปี4 อธิบายแล้วยังไม่เข้าใจอีก รบกวนบอกกันด้วยนะคะ  


TaN_Na_Tea - ระวังโดนทีกระทืบนะคะ (มองซ้ายมองขวา เผ่นก่อนล่ะค่ะ) 


KillerKill - น้องอันทั้งตกใจทั้งเจ็บเลยร้องลั่นบ้านเลย / พาร์พึ่งประกาศไปหยกๆ ว่ายังไม่จีบค่ะ 555 / ถึงยังไม่จีบกันก็หวั่นไหวได้นะ (ฮา)


nong2547 -  555 ก็ต้องดูกันต่อไปค่ะ คู่นี้เขาไม่คิดจะคบกันเล่นๆ อยู่แล้วค่ะ


หมวยตัวกลม - ก็มากพอออกอาการเขินเลยล่ะค่ะ


( . * M o O Y o N g * . ) - กดไลค์ให้เลย ยิงเพลงไปบทเดียว กระตุ้นพาร์ไม่พอ ยังตกทีได้อีก (ขำกลิ้ง)


DAlSY - ทีรีบชูสองมือขึ้น ส่ายหน้าปฏิเสธข้อกล่าวหาเต็มที่ 


nam3 - ขอบคุณที่ไล่ตามอ่านแล้วคอมเมนต์ให้ทุกตอนนะคะ / ชื่อสามีเด็นกับเพื่อนเก่าแก่ เริ่มมีเฉลยบ้างแล้ว เดี๋ยวตอนเปิดตัว ทีจะแนะนำอย่างเป็นทางการอีกทีค่ะ / เห็นทีเป็นแบบนี้ แต่รายนั้นหวงน้องนะคะ ก่อนถึงตัวพ่อแม่ อาจต้องมาเจอภูเขาทีก่อน 555 / รับทราบค่ะ (ขอบคุณสำหรับคำผิดนะคะ) / แฟนคลับ PT มาอีกคนแล้ว / น้ำขอยืมแผนอะไรจากเพื่อนมา เฉลยแล้วค่ะในบทล่าสุด / อ้อ อันนี้เราพิมพ์ผิดค่ะ ต้องเป็นกับน้องสาว / ใช่ค่ะ ต้องเป็นปุ๊บปั๊บ (เสียงสูง) / รับทราบค่ะ ถ้าคำไหนผิดเยอะๆ เราคงต้องขอแก้หลังลงเรื่องนี้จบนะคะ อันนี้แจ้งให้ทราบเฉยๆ ค่ะ กลัวเข้าใจผิดว่าเรารู้แล้ว แต่ไม่เห็นแก้ไขในเว็บเลย แต่ถ้าบทไหนเราย้อนกลับไปแก้ในเว็บ เราก็พยายามหาแล้วแก้ไขเลยนะ / ขอบคุณที่ติดตามค่ะ จะพยายามลงนิยายอย่างสม่ำเสมอนะคะ  


อิงะเดะมอ - เฉลยแล้วนะ ทีก็ยังโกงน้องอยู่ดี 555+


Bks Bongkiz -  ปักป้าย 'ช่ายยย' ให้เลย


PreawMaKa - ชูป้าย 'เห็นด้วย' รัวๆ


รอยพิมพ์ - 555+ / ตัวเล็กไม่ได้หงายหลังตกโซฟานะ แต่ล้มหน้าคว่ำพร้อมโซฟาเดี่ยวเลยค่ะ (หัวเราะ)


Youareinsideme - เขินเหมือนกันค่ะ 


Power - ดีใจที่ชอบค่ะ (ยิ้ม)


nene nana - ปักป้าย 'ช่ายยยย' ให้เลย


Tari - ทีลุกขึ้นเถียงเลยค่ะว่าไม่ได้เป็นลม! (ขำ) 


I'm beautiful - ยิ้มเขินเหมือนกันค่ะ


อวยพร รักจิงไม่ติงนัง - กดไลค์ให้เลยค่ะ (555)


ZiDEXiDE - น้องอัน >>> วิ่งไปหลบหลังพี่ชาย ชะโงกแค่หน้ามาดูท่าที่ตาปริบๆ


PRF •_• - เรื่องสอบอาทิตย์นี้ สู้ๆ นะคะ / เรื่องทำรูปเล่มยังไม่ได้คิดเลยค่ะ (ขอเขียนให้จบก่อนนะคะ) / คอมเมนต์เก่าๆ จะใส่หลังจากนี้นะ ตัวเลขที่ในวงเล็บหมายถึงตอนค่ะ >>> เราเริ่มตอบคอมเมนต์ทุกคนที่ตอน 13 ค่ะ ป.ล.ช่วงตอนที่17,18 ตอนนั้นเรายังไม่รู้ปัญหาของทางคุณ PRF•_• ค่ะ คำตอบเรื่องข้อความหายเลยอาจจะแปลกๆ หน่อยนะคะ

(13) ขอบคุณสำหรับคำชมนะ แต่เรายังไม่เก่งหรอก ยังอยู่ในช่วงฝึกหัดอยู่เลยค่ะ ป.ล. นั่งเงียบๆ น่าจะเหงา ลุกขึ้นมาโวยวายใส่ก็ได้ค่ะ (ช่วงแรกๆ ของแบบซอฟท์ก่อนนะคะ ยังอยู่ในช่วงตกใจง่าย แต่ต่อไปจะเป็นแบบสีทนได้ค่ะ 555)

(14) เอ...เรียกว่ารุมล้อได้ไหมนะ เหมือนรุมซักถามมากกว่า (ฮา)  

(15) น้องน้ำอนุญาตเข้ากลุ่มแน่นอน แต่ไปขอกับเบอร์ดี้ดีกว่านะคะ / เราก็เสียดายค่ะ (แต่ทีอาจร้องไชโย)

(17) ต้องขอโทษด้วยค่ะ เอ่อ แต่กรณีเม้นต์ Q&A มา เราไม่เห็นข้อความของคุณนะ / เดาถูกค่ะ พาร์ทั้งเขินทั้งดีใจ (อารมณ์คล้ายๆ มีลูกค้ามาชมกุ๊กมือสมัครเล่นว่าอาหารที่เขาทำอร่อยมาก แต่นี่คนชมดันเป็นคนใกล้ตัว เลยออกอาการเขินกว่าปกติค่ะ)

(18) (เรื่องการ์ด) ท้ายบทวันเพ็ญลอยกระทง น้องเบอร์บอกว่าจะทำป้ายผู้ร่วมอุดมการณ์ให้ แต่ป้ายมันใหญ่ไป (เดี๋ยวพวกพี่ชายมาเห็น) เลยย่อลงมาเหลือแค่การ์ดค่ะ / จินตนาการตามสบายเลยค่ะ / เรื่องติดต่อผ่านทางเมลไปก่อนนะคะ  --> katzep18@gmail.com  / ป.ล. (อันนี้แค่บอกเฉยๆ เผื่อยังไม่รู้) คอมเม้นบทที่13 (ตอนที่14)ของคุณPRF เราตอบอยู่ใน Q&A ไปแล้วนะคะ 

---------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,841 ความคิดเห็น

  1. #2782 KiHaE*129 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 23:24

    ไม่รู้เด็นยังไง

    ถ้ามาเคลียร์ได้ก็คงดี

    แต่ถ้าชีวิตจริงเราเป็นเด็นเราก็คงมาขอโทษ

    แล้วหลังจากนี้จะเป็นกันต่อรึเปล่าเราก็กระดากใจพอสมควร

    แล้วพฤติกรรมเพื่อนดันรู้ทั้งตลาสอีก

    ให้เข้าหน้ากับใครคงไม่ค่อยกล้า

    แต่ความผิดไม่ได้ร้ายแรงมากคิดว่าถ้าขอโทษอย่างจริงใจเพื่อนก็คงให้อภัยได้

    พาร์ต้องเลิกสับสนให้ได้ก่อนนนน

    #2,782
    0
  2. #2747 MmNn__ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 13:45
    งงมันไม่เครียร์​ถึงทีจะะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแต่คนอ่านดันงง​ ฮื่อออออออรึนี่อ่านข้ามอะไรไป​

    ก็ไม่นะ
    #2,747
    0
  3. #2661 bwp_k (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 19:43
    ยังคงงงเรื่องสะใภ้อะไรนี่ ตกลงปิดบังอะไรกันแน่
    #2,661
    0
  4. #2632 Mistyblack (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 18:44
    อยากรู้ววววว์
    #2,632
    0
  5. #2551 FairyP718 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 00:52
    ชักอยากรู้ว่าสะใภ้คณะเป็นธรรมเนียมของมหาลัยไหน น่าสนุกอ่ะ หรือไรเตอร์สมมติขึ้นมาคะ
    #2,551
    0
  6. #2177 shshshx (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:45
    เด็นนี้ยังไง
    #2,177
    0
  7. #1964 baekbow (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 00:19
    เด็นทำไมทำนิสัยแบบนี้วะ โกรธตั้งแต่เล่นละครโกหกคนทั้งชั้นปีแล้วนะ ไม่สำนึกบ้างเลย แล้วพี่นันมีอะไรอีกเนี่ย
    #1,964
    0
  8. #1819 milkc (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 00:13
    นี่เราค้างคาใจมาก
    ความลับเยอะมาก ต้องการที่จะรู้ววววว
    คือมันดูยิ่งใหญ่อ่ะะ
    แล้วเด็นไปไหน
    และ.. พบคนกำลังจีบกันค่ะ
    ฮื่อออออออ เขืลลลลล
    ต้องเขิลจริม ๆ
    #1,819
    0
  9. #725 Dairy-nana (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มกราคม 2559 / 22:19
    ไม่เอาไม่ทะเลาะกัน ดีกันเถอะๆ พี่นันมาครั้งนี้จะพกปัญหามาด้วยหรือเปล่าคะเนี่ยยย?
    #725
    0
  10. #563 Dark Diamond (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 19:20
    ชีส-ชีท(sheet)
    #563
    0
  11. #277 PuiPui (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 23:47
    ขุ่นแม่ทีดุมากกก ขุ่นพ่อพาร์ช่วยอะไรสาวๆไม่ได้เลย(คือตัวเองก็ยังเอาตัวไม่รอด) เห็นจะมีแต่น้องอันที่ปลอดภัย

    ทีพูดอะไรลงป๊ายยย อ่อยค่ะลูกสาวแบบนี้เขาเรียกว่าอ่อยชัดๆ พาร์ยิ่งฉับฉนคิดไม่ตกอยู่ด้วย

    ฉันเบื่อเธอมากๆเด็น
    #277
    0
  12. #273 คิมดงจุน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2558 / 13:32
    ดูแลกันดีๆน้าาา อิอิอิ รู้สึกอยากเป็นเจ๊ดาด๊ากะทันหัน เจอจริงๆคงฟินหน้าดู เขินกับคำพูดของแต่ละคนนน
    #273
    0
  13. #272 เนรุ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2558 / 11:37
    "จนกว่าจะหาคำตอบมาให้ได้ ช่วยทำหัวใจให้ว่างไร้เจ้าของ ไว้ก่อนได้เปล่า"



    ฉันฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

    ติดป้ายจองเลยพาร์
    #272
    0
  14. #271 May.pT (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 15:33
    ดูแลให้ดีนะพาร์ #ทีมพาร์ ค่ะ 555555555555555555
    #271
    0
  15. #270 ลีลีข้าวสาร- (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 14:11
    ก่อนอื่นเราชอบทีและพาร์มากที่ดูเป็นผู้ใหญ่ มีเหตุผลมีอะไรก็คุยกันตรงๆ เลยไม่อึดอัดคนอ่านก็พลอยสบายใจในการอ่านนิยายไปด้วย แต่ก็มีเรื่องคาใจพอให้ลุ้นติดตามดีค่ะ ส่วนเรื่องเพื่อนกับสถานะทั้งสองในมอเรายังงงๆนิดหน่อย เดี๋ยวต้องไปตามค่ะ^_^ สรุปแล้วไรเตอร์แต่งได้ดีมากๆเลยค่ะ อินตามตลอดทั้งเรื่อง จะคอยติดตามเป็นกำลังใจให้ไรเตอร์สู้ๆค่ะ ปล.เม้นยาวๆครั้งแรกรู้สึกเขินจัง>_< #ผิด
    #270
    0
  16. #268 PRF •_• (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 12:16
    แหม ในที่สุดก็ได้อ่านเมนท์ ดีใจจริงๆ รู้สึกว่าจะเมนท์ทุกตอนตั้งแต่มาอ่านนะ อืม... ก็นานละ ขึ้นไม่ขึ้นนี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน555 เรื่องนี้จากที่ดูเหมือนไม่มีอะไร ก็เริ่มซับซ้อนและมีปมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ น่าสงสัย คาใจจังง 5555 พี่คนเขียนแต่งเก่งแล้วน่าค่ะ55 เรียนคณะอะไรคะเนี่ย :43 งึมๆ ขอบคุณสำหรับเรื่องสอบค่ะ(าทิตย์นี้สอบกลางภาค หนังสือหนังหายังไม่แตะ555) จริงๆจิ้นเบอร์น้ำด้วย (จิ้นมานานละ555) โมเมนท์2คนนี้เยอะอยู่ ที่ให้คนเขียนเอาเมนท์มาใส่ให้ใหม่เป็นการรบกวนไปหรือเปล่าคะเนี่ย ถ้าใล่ก็ขิอภัยด้วย แต่ดีใจที่ได้อ่าน
    #268
    0
  17. #267 pure-spcn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 11:40
    ตัดได้เจ็บปวด ฮรึก TT เขินมากถึงมากที่สุด -//- มาต่อเร็วๆนะคะ ทีมเบอร์ เชียร์ ทีมพาร์ ค่ะ
    #267
    0
  18. วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 10:51
    งื้ออออ คู่นี้น่ารักกกกก
    อ่านละเขิลลล

    เด็นดูเหมือนจะมีงานเข้า

    #266
    0
  19. #265 PreawMaKa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 10:24
    ตอนนี้หลายอารมณ์มากกก พูดไม่ออกเลย
    #265
    0
  20. วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 09:03
    รู้สึกเหมือนว่าพาร์กับทีกำลังเป็นฮีโร่ปกป้องคณะเลย แต่พาร์สับสนน่าดูเลย
    #264
    0
  21. #263 ZiDEXiDE (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 07:51
    พาร์ รังสีหึงหวงนี่ไม่เคยปิดเลยนะ แล้วเด็นมีปัญหาอะไรรึเปล่า หรือแค่ไม่กล้ากลับมาสู้หน้าเพ่ื่อน
    #263
    0
  22. #262 Ladyyaoi211945 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 07:17
    ชอบอ่ะ ชอบๆๆๆๆ เขิน อ่ะ(???)
    #262
    0
  23. #260 กล้วยทับ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 01:28
    งุ้ยยย. เขิน อ่านแล้วเขิน. ตรงๆกันดีอ่ะชอบ แมนๆ. 55555
    #260
    0
  24. #259 DAlSY (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 01:20
    อยากให้ว่างก็ดูแลเองสิ ที่แกอ่อยชัดๆ อะ #อ่อยแรง

    ปล. คำว่า 'สาวทึก' นี่คือ 'สาวถึก' หรือเปล่าคะ แบบบึกบึนสตรองมากๆ อะไรงี้ ถ้าใช่ เราว่าน่าจะเป็น ถึก มากกว่านะคะ
    #259
    0
  25. #258 หมวยตัวกลม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 00:59
    ชอบโมเม้นท์ที่คุยกันบนรถในมหาลัย มันดูเหมือนคนที่กำลังรู้สึกดีต่อกันจริงๆ^^
    #258
    0
  26. #252 สิมิชิกิ บาโท (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 22:28
    เม้นแรก เอ้ย. ไม่ใช่ คิดถุงคุณแมวใจจิขาด โหรอนานมาก โทรศัพท์โดนครูยึดเพราะเพื่อนเลยอดอ่านแทบกราบเท้าคุณครู เด็นนี่เหงาหงอยมาแต่ไกลเลย. สามีเด็นนี่รักเด็นจริงป่ะเนี่ยแอบสงสัยนิดๆ โธ่ น้องอัน//ลูบหัว. เจ็บมากรึเปล่า. แต่ขัดจังหวะ แต่ให้อภัยกลัวโดยธีร์(ที)ทืบในภายหลัง. คุณแมวเรื่องนี่มีคู่รองรึเปล่าถ้าตอบแล้วบอกด้วยนะพอดีขึ้ลืมอ่ะจ้ะ. พาร์นี่แพ้อาหารอะไรรึเปล่าคุณแมวมีรูปอิมเมจตัวละครรึเปล่าอันนี้นิยายทุกนิยายมีแต่ถ้าคุณแมวไม่มีเราช่วยหาได้
    #252
    1
    • #252-1 สิมิชิกิ บาโท(จากตอนที่ 21)
      15 ธันวาคม 2558 / 21:24
      แต่ถ้าไม่มีอิมเมจรอแฟนอาร์ต(คงอีกนานถ้าคนรู้จักเป็นนักวาดเดี๋ยวขอให้วาดให้)เพื่อเป็นอิมเอจและแฟนอาร์ต
      #252-1