ลำนำดอกเหมย (จบแล้ว)

ตอนที่ 14 : ภาควังหลวง : 1 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    20 ก.ค. 61


สามปีผ่านไป... เมืองหลวง

ช่วยด้วย! คุณชาย โปรดปล่อยข้าไปเถิด ใครก็ได้ช่วยข้าทีหญิงสาวผู้งดงามผู้หนึ่งร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่เดินผ่านไปผ่านมา แม้ยามนี้ตลาดผู้คนจะคลาคลั่งเพียงใดกลับไม่มีผู้ใดยื่นมือช่วยเหลือนางเลยสักคน

นายท่านได้โปรดปล่อยแม่นางอิงฮวาของข้าเถิดนะเจ้าสาวใช้ข้างกายพยายามปกป้องเจ้านายที่กำลังถูกชายหนุ่มแต่งกายหรูหราลวนลามอยู่หน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง

 “เจ้าอย่ามาแส่ชายหนุ่มผู้นั้นผลักสาวใช้กระเด็นไปก่อนจะมองอิงฮวาด้วยแววตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่มแล้วเอ่ยต่อ จะร้องไปไยอิงฮวา นานๆข้าจะได้เจอเจ้าเสียที ที่ร้อยบุปผาเจ้าไม่ยอมออกมาพบข้า วันนี้ได้เจอเจ้าข้างนอก ถือว่าเป็นวาสนาของเราแล้ว ไปกับข้าเถิดข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขเองเอ่ยจบก็ฉุดกระชากหญิงสาวไปยังพยายามพานางขึ้นเกี้ยวที่เขาเรียกให้คนยกมา

ไม่ นายท่านได้โปรดปล่อยข้าไปเถิด ช่วยด้วยอิงฮวาปฏิเสธสุดกำลัง

เจ้าก็รู้ว่าเรียกร้องให้ผู้อื่นช่วยก็เสียแรงเปล่า ผู้ใดมันกล้ายื่นมือมาข้าจะให้คนไปฆ่ามันไม่เลี้ยงเขานั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม ทำเอาผู้คนแถวนั้นต่างรีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

ปล่อยข้าไปเถิดคุณชาย อย่าได้ทำเช่นนี้

อิงฮวาอ้อนวอนด้วยน้ำตานองหน้า นางรู้ว่าบุรุษผู้นี้คือลูกชายของเสนาบดีอินจวี๋ผู้มีอิทธิพล เขามีนามว่าอินซ่งฉือ บุรุษผู้นี้เป็นแขกประจำของหอร้อยบุปผาซึ่งเป็นหอคณิกา นางเป็นคณิกาแต่ไม่ได้ขายตัว ดังนั้นยามที่อินซ่งฉือเรียกตัวนางไปนั้นนางจะไม่ไป ทุกคนล้วนรู้ว่าคุณชายซ่งฉือนั้น มักมากในกามเพียงใดดังนั้นนางจึงหลีกเลี่ยงเขา ไม่คาดคิดว่าวันนั้นจะโชคร้ายมาเจอเขาที่กลางตลาด

คุณหนูอิ๋งอิ๋ง สาวใช้ของอิงฮวาจะเข้าไปช่วย แต่ถูกบ่าวของอินซ่งฉือขวางเอาไว้ ปล่อยคุณหนูข้าไปนะ

นังสาวใช้ไม่รู้ความ คุณหนูของเจ้ากำลังจะได้ดีไม่เห็นหรือไรบ่าวของอินซ่งฉือเอ่ยตะคอก

อิ๋งอิ๋งอิงฮวารูปร่างบอบบางอ้อนแอ้นไหนเลยจะสู้แรงบุรุษได้ เขากระชากนางให้เข้าไปในเกี้ยวแต่นางก็ยังคงเกาะขอบเกี้ยวเอาไว้ไม่เข้าไป ในขณะที่นางร่ำไห้ด้วยความหมดหวัง กลับได้ยินเสียงทุ้มสายหนึ่งเอ่ยออกมาอย่างไม่ร้อนใจ

ช้าก่อนคุณชาย กลางวันแสกๆ จะฉุดกระชากแม่นางผู้นี้ไปที่ใดกัน

ไม่ใช่เรื่องของเจ้า ทางที่ดีอย่ายื่นมาเข้ามาแส่จะดีกว่าอินซ่งฉือหันไปตอบมองใบหน้าคนที่เอ่ยถามด้วยแววตาเยี่ยงอันธพาล

แต่ข้าเห็นว่าแม่นางเขาไม่อยากไปกับท่าน หากนางอยากไปข้าจะไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งเลย

นางอยากไป ไม่อยากไป ก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า มีเหตุอันใดต้องมายุ่งกับเรื่องของข้าด้วย

ข้าแค่เป็นโรคแพ้น้ำตาสตรี เห็นทีไรใจอ่อนต้องยื่นมือเข้าช่วยทุกครั้ง เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน วันนี้ถือว่าข้าขอร้อง ปล่อยนางไปเถิด หากวันหน้าท่านเจอนางอีกท่านจะฉุดกระชากนางไปที่ใดข้าก็ไม่ว่า เพราะถือว่าข้าไม่เห็น

ชายหนุ่มรูปร่างเพรียวสูงหน้าตาแสนธรรมดาเอ่ย

เหลวไหล เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังเอ่ยกับผู้ใดอยู่

ไยข้าจะไม่รู้ เมื่อครู่ข้าได้ยินผู้คนขนานนามท่านมากมาย แม้ข้าเพิ่งมาเมืองหลวงไม่กี่วันยังรู้จัก

พวกเขาขนานนามข้าว่าอย่างไรอินซ่งฉือเอ่ยถามสีหน้าลำพอง

บุรุษผู้อันธพาลแห่งเมืองหลวง มักมากในกามเป็นที่หนึ่งเขาเอ่ยเสียงดัง

เจ้า!” อินซ่งฉือหน้าคล้ำชี้หน้าชายหนุ่มผู้มาใหม่ สามหาวยิ่งนัก กล้าดีอย่างไรมาว่าข้า

ชายหนุ่มทำหน้าตาเหลอหลา ข้าเอ่ยผิดหรือ เมื่อครู่เดินผ่านป้าคนหนึ่งเห็นนางเอ่ยชื่ออินซ่งฉือ แล้วบอกว่าเจ้าเต้าหู้ ส่วนท่านลุงอีกคนก็เอ่ยนามเจ้าแล้วเรียกเจ้าว่าไอ้อันธพาล หรือท่านไมใช่อินซ่งฉือหากไม่ใช่ต้องขออภัย

เอ่ยพร้อมกับทำสีหน้าสำนึกผิด แต่อินซ่งฉือนั้นเดือดดาลเพราะถูกหลอกด่าไปหลายคำจึงยกขาหมายจะถีบชายหนุ่มสามหาว แต่เมื่อยกขาถีบไปแล้วก็ต้องคิดผิดเพราะนอกจากจะถีบไม่โดนมันแล้วยังถูกมันถีบกลับจนหงายหลังดังอั๊ก

อ๊าก! หลังข้า โอย...เพราะหลังไปกระแทกโดนพื้น ทำให้อิงซ่งฉือร้องโอดโอยเพราะความเจ็บปวด

ขออภัย ข้าเป็นโรคชักกระตุก หากผู้ใดเอาขากระตุกมาใกล้ ขาของข้าก็จะกระตุกสวนออกไปเอง ล่วงเกินแล้ว ล่วงเกินแล้ว

ยามนี้เหล่าชาวบ้านเริ่มสนใจงิ้วฉากใหญ่นี้เสียแล้ว พวกเขาต่างเริ่มหยุดดู

เจ้าๆอินซ่งฉือนอนหงายหลังชี้หน้าชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาผู้นั้นก่อนจะหันไปสั่งบ่าวคนสนิท มองอะไรเล่า รีบพยุงข้าลุกสิบ่าวคนสนิทรีบเข้าไปประคองในทันที

อิงฮวาที่เห็นอิงซ่งฉือล้มหงายอยู่บนพื้นก็รีบวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังชายหนุ่มร่างเพรียวสูง เอ่ยขอร้อง คุณชายช่วยข้าด้วยคุณชายอิ๋งอิ๋งสาวใช้ของอิงฮวารีบมาอยู่ข้างกายคุณหนูของนางทันที

เป็นอะไรมากหรือไม่ชายหนุ่มร่างเพรียวรีบเดินมาดู แต่อินซ่งฉือกลับมองเขาด้วยแววตามาดร้าย หันไปสั่งผู้ติดตามอีกสองคน พวกเจ้าจะยืนดูหาอะไรกัน จัดการมันสิ!” เอ่ยจบผู้ติดตามร่างใหญ่สองคนก็เข้ามาขวางหน้าชายหนุ่มแล้วเริ่มลงมือโดยไม่บอกกล่าวทันที

ชายหนุ่มนั้นแม้ไม่ได้ตั้งตัวแต่ก็ตั้งรับได้อย่างรวดเร็ว หลบหลีกฝ่ามือขอผู้ติดตามสองคนนั้นได้อย่างง่ายดายก่อนจะสวนกลับไปเพียงแค่คนละฝ่ามือจนผู้ติดตามสองคนกระเด็นหงายหลังไปทั้งคู่ ก่อนจะเอ่ยขออภัยผู้ติดตามร่างใหญ่ทั้งสอง

ข้าบอกแล้วว่าข้าเป็นโรคชักกระตุก ต้องขออภัยเอ่ยจบก็หันไปทางอินซ่งฉือ วันนี้ข้าขอตัวก่อนนะคุณชาย ส่วนแม่นางท่านนี้ข้าจะไปส่งนางเอง

อินซ่งฉือไม่ยอมลดล่ะ ขณะที่ชายหนุ่มผู้นั้นหันกลับไปหาอิงฮวา อินฉ่งซือก็ชักระบี่ออกมาจากฝักของผู้ติดตามคนหนึ่ง หมายจะแทงไปที่ร่างเพรียวตรงหน้า

คุณชายระวัง! ” อิงฮวาที่เห็นว่าอินซ่งฉือกำลังหมายจะแทงผู้มีพระคุณของนางงตะโกนด้วยความตกใจ

ชายหนุ่มรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวตั้งแต่แรก เขายิ้มให้อิงฮวาด้วยท่าทางผ่อนคลาย หันหลังกลับไปขณะที่ปลายกระบี่ห่างจากตัวเพียงแค่คืบ

ว้าย!” อิงฮวาหวีดร้องด้วยความตกใจใช้มือปิดหน้าเพราะไม่กล้ามอง แต่กลับได้ยินเสียงอินซ่งฮือร้องเสียงหลงจึงเปิดหน้าออกมาดู

ที่นางไม่เห็นคือชายหนุ่มหันกลับไปใช้มือข้างหนึ่งคีบปลายกระบี่เอาไว้ พลิกนิ้วแค่เล็กน้อยกระบี่ด้านนั้นก็หักครึ่ง เขาซัดกระบี่กลับไปที่อินซ่งฉืออย่างรวดเร็วจนอินซงฉือหลับตาปี๋ร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อคิดว่าปลายกระบี่กำลังพุ่งเป้ามาหาตน

“อ๊าก!

ปลายกระบี่หักเฉือนปอยผมของอินซ่งฉือไปปอยหนึ่งก่อนจะไปปักเข้าไปอยู่ที่เสาประตูโรงเตี๊ยมจนมิด

ชายหนุ่มเดินเข้าใกล้อินซ่งฉือตบหน้าเขาเบาๆให้เขาลืมตา เมื่ออินซ่งฉือลืมตาขึ้นมาเขาจึงเอ่ย

ขออภัย กระบี่ไม่มีตา ครั้งนี้ข้าตกใจมากไปหน่อย ทำให้เสียปอยผมของท่านไปปอยหนึ่ง แต่ครั้งหน้าข้ารับรองว่าจะไม่พลาดแน่ วันนี้ขอลา

อินซ่งฉือที่ทั้งอับอายและเสียหน้าใบหน้าแดงก่ำ จำเอาไว้แล้วเจ้าหาเรื่องใส่ตัวเอง ข้าไม่ยอมปล่อยเจ้าไปแน่ กลับ!” เพราะไม่เคยเสียหน้าเช่นนี้จึงรีบเอ่ยสั่งบ่าวและผู้ติดตาม เมื่อบ่าวคนสนิทขวางทางอยู่เขาก็ผลักบ่าวคนสนิทจะล้มแล้วแหวกผู้คนเดินหนีไปทันที

คุณชาย ข้าทำให้ท่านลำบากแล้วอิงฮวาเอ่ยกับชายหนุ่มด้วยท่าทางกังวลใจ

เขาหันกลับไปหานาง สีหน้าไม่ได้ดูสบายๆดังเช่นยามเอ่ยวาจากับอินซ่งฉือ แต่กลับเอ่ยเสียงดุใส่นาง หากรู้ว่าจะทำให้ผู้อื่นลำบากแล้วไยไม่ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ ใบหน้าของเจ้าก็งามเช่นนี้เดินไปที่ใดก็สะดุดตาอีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อตัวเจ้าอีกต่างหาก เหตุใดไม่หาผ้ามาคลุมใบหน้าของเจ้าไว้

ข้า...อิงฮวาไม่คิดว่าจะโดนชายหนุ่มผู้นี้ดุกลางตลาดจึงเอ่ยสิ่งใดไม่ถูก

ท่านไยต้องมาดุคุณหนูของข้าด้วย แค่นี้นางก็ตกใจจะแย่อยู่แล้วอิ๋งอิ๋งที่เป็นสาวใช้เขามาปกป้องอิงฮวา

ข้าเอ่ยความจริง เจ้าก็เช่นกัน เป็นสาวใช้เข้าข้างนายเจ้าแบบผิดๆ จึงเป็นเช่นนี้อย่างไรเล่า หากข้าไม่ช่วยป่านนี้คุณหนูของเจ้าไม่ต้องขึ้นเกี้ยวของคนแซ่อินไปแล้วหรือ วันนี้คุณหนูเจ้าโชคดี แต่ไม่ได้แปลว่านางจะโชคดีไปตลอด

แต่ว่าอิ๋งอิ๋งพยายามจะเอ่ยแก้แต่อิงฮวากลับเอ่ยขึ้นมาก่อน

ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะคุณชาย ครั้งนี้เป็นข้าเองที่หละหลวม ความหวังดีของคุณชายข้าน้อยขอน้อมรับเจ้าค่ะ และขอบคุณท่านที่ยอมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือข้าเอ่ยจบนางก็ย่อกายถอนสายบัวอ่อนน้อมให้เขา

ชายหนุ่มควักของบางอย่างในอกเสื้อออกมาแล้วนำมาคลุมไว้บนศีรษะของนางเอ่ยเสียงอ่อนลง บังเอิญข้าเพิ่งจะซื้อสิ่งนี้มาข้ายกให้เจ้าก็แล้วกัน ต่อไปเจ้าก็หาซื้อมาแล้วเวลาจะออกไปไหนก็คลุมใบหน้าอันงดงามของเข้าไว้จะได้ไม่เป็นปัญหาเช่นวันนี้

ยามที่ถูกชายหนุ่มนำผ้าแพรผืนบางมาคลุมศีรษะให้หัวใจของนางก็เต้นระรัว ใบหน้าร้อนผ่าว ไม่เคยมีบุรุษใดปกป้องนางเช่นนี้มาก่อน

ชายหนุ่มมองผ้าแพรที่คลุมใบหน้างามของอิงฮวาด้วยท่าทีพอใจ แบบนี้ก็ไม่มีผู้ใดมองเห็นใบหน้างดงามของเจ้าได้แล้ว รีบกลับไปเถิดก่อนที่คนผู้นั้นจะพาคนกลับมา

ขอบคุณมากเจ้าค่ะคุณชาย ไม่ทราบว่าคุณชายมีนามว่าอะไร อิงเอ๋อร์ยังไม่รู้จักนามของท่านเลยนางเอ่ยใบหน้าร้อนผ่าวยามที่เขาจับจ้องใบหน้าของนาง ทั้งที่นางก็รู้ว่าเขามองใบหน้านางไม่ชัดแล้วเพราะผ้าแพรปิดใบหน้านางอยู่

เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ ข้าไม่ได้หวังสิ่งใดเขาเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ แต่อิงฮวากลับหน้าเสียแต่ยังพยายามเอ่ยเสียงราบเรียบ

เป็นความผิดของอิงฮวาเองเจ้าค่ะที่ไม่เจียมตน เป็นเพียงแค่คณิกาตัวเล็กๆ แต่อาจเอื้อมถามนามของท่าน

ได้ยินนางเอ่ยเช่นนั้นเขาก็รู้ว่านางน้อยเนื้อต่ำใจในฐานะของนาง จึงเอ่ยออกมาในที่สุด ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าคือผู้ใดหากเจ้าไม่บอก เช่นนั้นในเมื่อเจ้าเอ่ยว่าเจ้าคืออิงฮวา เช่นนั้นข้าก็จะบอกนามของข้าให้เจ้ารู้ ข้ามีนามว่าหานชุน

อิงฮวาเมื่อได้ยินเขาเอ่ยนางก็ยิ้มกว้าง ทวนชื่อเขา หานชุน

ใช่ ข้ามีนามว่าหานชุน วันนี้เพราะมีเรื่องต้องผ่านมาทางนี้จึงบังเอิญมาช่วยเจ้าไว้ได้ทัน แต่ครั้งหน้าเจ้าต้องดูแลตัวเองแล้ว

เจ้าค่ะคุณชาย บุญคุณครั้งนี้อิงฮวาจะไม่ลืมท่านเลย หากมีสิ่งใดที่ข้าน้อยพอจะช่วยได้โปรดมาหาข้าที่หอร้อยบุปผาแค่เอ่ยชื่อท่านข้าจะรีบออกมาหาท่านทันที

อย่าได้ถือเป็นบุญคุณ ข้าแค่ช่วยเหลือเพราะทนเห็นสตรีถูกรังแกไม่ได้เท่านั้น และข้าก็สายมากแล้วด้วย คงต้องรีบไปเสียที

เช่นนั้นคุณชายโปรดระวังตัวด้วย หากมีโอกาสเราคงได้พบกัน ข้าอิงฮวาจะรอท่านอยู่ที่หอร้อยบุปผา

โปรดรักษาตัวชายหนุ่มยิ้มให้นางอีกครั้ง

ดวงตาของเขาช่างงดงามเหลือเกิน งดงามกว่าดวงตาของนางเสียอีก

อิงฮวามองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เดินห่างไปด้วยดวงตาเป็นประกาย อิ๋งอิ๋งมองนางก่อนจะเอ่ยคุณหนูรีบไปเถิดเจ้าค่ะ

นางพยักหน้ามองแผ่นหลังของเขาอีกครั้งจนหายลับไปกลางฝูงชน ยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยกับสาวใช้ อิ๋งอิ๋ง เจ้าว่าคนผู้นั้นซื้อผ้าแพรผืนนี้ให้ผู้ใด เขาจะซื้อให้คนรักเขาหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นใจข้าคงเจ็บปวดไม่น้อย

คุณหนู...อิ๋งอิ๋งตกใจ

ข้ารู้...ถึงแม้ข้าเป็นคณิกาแต่ก็มีหัวใจ กลับกันเถิดนางยิ้มเศร้าก่อนจะชวนกันกลับหอร้อยบุปผาอันเป็นที่พำนักแห่งเดียวในชีวิตของนางยามนี้

 

วังหลวง...

หานชุนถูกทหารผู้หนึ่งนำเขามายังเขตพระราชฐาน แล้วนายทหารผู้นั้นก็ทิ้งเขาเอาไว้ที่อุทยานดอกไม้กลางทาง หานชุนแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ถูกนายทหารผู้นั้นนำมาทิ้งไว้กลางทาง

วันนี้เขามารับตำแหน่งใหม่ในวังหลวง เขาไม่เคยมีความคิดจะเข้ามาทำงานในวังหลวงแห่งนี้แม้แต่น้อย แต่จะมีที่แห่งใดได้เงินดีเท่ากับในวังหลวงอีกเล่า หน้าที่ของเขาคือเป็นองครักษ์เงาให้นางสนมนางหนึ่ง แต่เหตุใดเขาถูกพามาทิ้งเอาไว้กลางอุทยานดอกไม้เล่า

ในขณะที่เขาไม่รู้จะเดินไปทางใดก็มีบุรุษชุดดำผู้หนึ่งเดินตรงมาทางเขา

เจ้ามาช้าบุรุษชุดดำเอ่ยกับเขา

หานชุนจำได้ว่าบุรุษผู้นี้เป็นหนึ่งในผู้คัดเลือกองครักษ์ เขาจึงประสานมือให้และเอ่ยกลับ ต้องขออภัยที่ข้ามาช้าเขาไม่คิดที่จะอธิบายเรื่องที่เขามาช้าเพราะไม่มีเหตุผลที่จำเป็นต้องอธิบาย มาช้าอย่างไรก็คือมาช้า แต่กำลังคิดว่าเหตุนี้หรือเปล่าเขาจึงถูกทหารนำมาปล่อยไว้ที่แห่งนี้ หรือเขาจะพลาดตำแหน่งงานใหม่เพราะมาช้ากัน แต่ในขณะที่คิดอยู่นั้นคนผู้นั้นก็เอ่ยออกมาอีก

ตามข้ามาเอ่ยจบเขาก็เดินนำออกไปหานชุนเดินตาม แต่เหมือนคนผู้นั้นชะลอฝีเท้าหานชุนจึงเดินก้าวขายาวๆไปเดินเคียงข้างเขา ชายหนุ่มผู้นั้นจึงเดินด้วยฝีเท้าปกติ

ข้ามีนามว่าตงอิงเฮ่า แซ่ตง

ข้าหานชุน แซ่หาน ชื่อคำเดียวว่าชุน

ตงอิงเฮ่าพยักหน้า หานชุนนั้นไม่รู้ว่าถูกพาไปที่ใดแต่ก็เดินไปพร้อมกับฟังตงอิงเฮ่าเอ่ยต่อ หน้าที่ของเจ้าคือคุ้มกันคนผู้หนึ่ง อย่างที่เจ้ารู้ตำแหน่งองครักษ์เงา เจ้าถือว่าโชคดีมากที่ผ่านการคัดเลือกมาได้จนกลายเป็นผู้ที่ถูกเลือก ทักษะการต่อสู้และไหวพริบของเจ้าดีมาก

ได้ยินดังนั้นหานชุนก็ได้แต่หัวเราะ ผู้อื่นอาจจะไม่รู้แต่เขารู้อยู่เต็มอก ในตอนแรกเขาไม่ใช่คนที่จะต้องมายืนอยู่ที่แห่งนี้เพราะคู่แข่งคนสุดท้ายของเขานั้น แข็งแกร่งมากเหลือเกิน ด้วยเรือนกายอันกำยำพละกำลังอันมหาศาลและยุทธอันยอดเยี่ยมของคู่แข่งคนสุดท้ายนั้นทำให้เขาแทบจะตั้งรับไม่ไหว แต่เพราะสุดท้ายคิดว่าต้องได้ตำแหน่งนี้มาให้ได้ เขาหวังในเบี้ยหวัดของตำแหน่งนี้เป็นอย่างมากสุดท้ายเขาจึงแอบใช้ผงคันคะเยอกับคนผู้นั้นระหว่างที่ปะทะฝ่ามือ คนผู้นั้นเมื่อรู้สึกคันก็รีบถอยหลังสกัดจุดแก้คัน แต่เพราะผงคันคะเยอนี้มันไม่ใช่ผงคันธรรมดาแม้จะสกัดจุดไม่ให้รู้สึกแล้วแต่มันก็ยังคันไปถึงจุดต่างๆ ของร่างกายทำให้คนผู้นั้นเสียสมาธิ

สุดท้ายเขาก็ชนะมาด้วยแผนการอันชั่วร้ายของเขาเอง ส่วนอาการคันนั้นเพียงแค่เขาพ่นผงแก้คันให้กับคนผู้นั้น คนผู้นั้นก็หายคันเป็นปลิดทิ้ง ผงคันไม่มีสีไม่มีกลิ่นไม่มีผู้ใดจับได้ นอกเสียจากจะมีคนเห็นว่าเขาแอบใช้ลมปราณซัดเข้าใส่ขณะที่ปะทะฝ่ามือกับคนผู้นั้นเท่านั้นเอง

แม้จะได้ตำแหน่งนี้มาด้วยวิธีอันชั่วร้ายแต่เขาก็ไม่สนใจ โลกใบนี้ใครดีใครได้ ผู้ใดฉลาดกว่าย่อมมีโอกาสชนะมากกว่า

หานชุนถูกพามาถึงตรงกลางอุทยานซึ่งตรงส่วนนี้มีแต่ต้นไห่ถางเต็มไปหมด ยามนี้กำลังเข้าเหมันต์ดอกไห่ถางจึงโรยราไปเกือบหมดแล้ว แต่ก็ยังเหลือเค้าสีขาว ชมพู และแดง แซมอยู่บ้างประปราย แต่ในขณะที่หานชุนกำลังชื่นชมความสวยงามของไห่ถางอยู่นั้น เขาก็เห็นขบวนคนกลุ่มหนึ่งเดินอยู่ด้านในลึกเข้าไปในอุทยาน

ไปเถิด ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จักผู้เป็นนายของเจ้าตงอิงเฮ่าเอ่ยพร้อมกับเดินนำเขาไป

หานชุนเดินเข้าไปใกล้ เขาแปลกใจว่าผู้ที่เดินนำขบวนขันทีและนางสนมนั้นเป็นบุรุษสวมชุดมังกรอยู่ จึงเอ่ยถาม ข้ามารับตำแหน่งองครักษ์เงาถวายอารักขาให้พระสนมไม่ใช่เหรอ เหตุใด...

สนมส่วนใหญ่ไม่มีองครักษ์เงา ที่ต้องประกาศไปเช่นนั้นเพราะไม่ต้องการเปิดเผยให้ผู้อื่นรู้เท่านั้น ที่จริงเป็นองครักษ์เงาให้กับคนผู้นั้นต่างหาก เจ้าเข้าใจถูกแล้วแม้จะรู้ว่าเอ่ยถึงผู้ใดแต่ตงอิงเฮ่าก็ยังคงเอ่ยเหมือนคนผู้นั้นเป็นคนปกติทั่วไปไม่น่าเกรงขามแต่อย่างใด

ในขณะที่เดินเข้าไปใกล้ หานชุนกลับเริ่มรู้สึกว่าบุรุษในชุดมังกรเหลืองอร่ามผู้นั้นช่างคุ้นตายิ่ง ยิ่งเดินเข้าใกล้ก็ยิ่งคุ้นตา และเมื่ออยู่ห่างไม่ไกลที่บุรุษในชุดมังกรรู้ว่ามีผู้มาใหม่เดินเข้ามาบุรุษผู้นั้นจึงหันกายมามอง ใบหน้าของคนผู้นั้นทำให้หานชุนชะงักเท้า เอ่ยเสียงเยียบเย็น

ข้าไม่ขอรับตำแหน่งนี้

ตงอิงเฮ่าที่ได้ยินเท้าก็ชะงักกึกเช่นกัน หันไปมองหานชุนด้วยแววตาไม่เข้าใจ เกิดสิ่งใดขึ้น หรือเจ้าหวาดกลัวว่าคนผู้นั้นเป็นเสือจึงไม่กล้า หากเช่นนั้นเจ้าไม่ต้องกลัว คนผู้นั้นแม้เป็นเสือแต่มีข้าอยู่ข้าปกป้องเจ้าได้ หากเขาไร้เหตุผลกับเจ้าข้าผู้เป็นสหายร่วมหน้าที่ต้องปกป้องเจ้าอย่างถึงที่สุดอยู่แล้วตงอิงเฮ่าคิดว่าคนผู้นี้คงหวาดกลัวอำนาจและบารมีของบุรุษในชุดมังกรเหลืองอร่าม

หานชุนยังคงมองบุรุษที่เพียงแค่หันมามองด้วยดวงตาประกายเย็นเยียบ เขาไม่คิดว่าจะมาเจอคนผู้นี้ที่นี่ เขารู้ว่าบุรุษผู้นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวังหลวงแต่ไม่คิดว่า...ยิ่งเห็นขันทีที่อยู่ข้างกายของเขา หานชุนก็แทบจะไม่เชื่อสายตา หัวใจบีบรัดรุนแรงก่อนจะคลายออกอย่างรวดเร็ว เขาเบือนหน้าหนีใบหน้าของบุรุษผู้นั้นหันไปทางตงอิงเฮ่า

ข้าคิดว่าข้าคงจะไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้ ท่านเรียกคนแซ่จิวที่พ่ายแพ้ต่อข้ามาเถิด ที่จริงเขาไม่ได้พ่ายแพ้ต่อข้าแต่เป็นข้าเองที่ใช้วิธีสกปรก จึงชนะเขามาได้หานชุนเอ่ยถึงคู่แข่งคนสุดท้ายของเขา

ตงอิงเฮ่ายิ้ม เรื่องนั้นข้าย่อมรู้ เพียงแค่ข้าไม่รู้เท่านั้นว่าเจ้าใช้สิ่งใด อีกอย่างข้าเลือกเจ้าตั้งแต่ก่อนที่จะประลองรอบสุดท้ายแล้ว คนแซ่จิวนั้นแม้จะเยี่ยมยุทธพละกำลังมหาศาล แต่เขาตัวใหญ่เกินไปอีกทั้งวิชาตัวเบาของเขานั้นเทียบกับเจ้าไม่ได้ การเป็นองครักษ์เงานั้นต้องไปมาไร้ร่องรอย หากเยี่ยมยุทธแต่ไปยังคงทิ้งร่องรอยไว้อาจจะทำให้มีผลต่อการถวายการอารักขาฮ่องเต้ ดังนั้นเป็นเจ้านั่นแหละที่ข้าเลือก ข้าชอบไหวพริบและวิธีการตั้งรับของเจ้า

ข้าไม่รับ ข้าไม่ต้องการอารักขาคนผู้นั้นหานชุนเอ่ยออกมาในที่สุด

ตงอิงเฮ่าทอดถอนใจก่อนจะเอ่ย เจ้าอาจจะคิดว่าเงินค่าเบี้ยหวัดน้อยไป เช่นนั้นก็ได้ ข้ายอมรับว่าแอบหักเงินของเจ้าไปส่วนหนึ่งข้าขอคืนก็แล้วกัน ยามนี้เงินเดือนของเจ้าเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าหนึ่งเจ้ายังคิดจะทำหน้าที่นี้อีกหรือไม่ แต่ข้าบอกไว้ก่อนหากเจ้าไม่คิดจะทำหน้าที่นี้จริงๆ ต้องมีเหตุผลที่ดีพอ เพราะเจ้าสมัครเข้ามาแล้วอีกทั้งเจ้าก็ผ่านการเห็นชอบจากคนผู้นั้นแล้ว หากเหตุผลไม่ดีอาจจะทำให้เจ้าต้องทิ้งหัวไว้ที่นี่ก็เป็นได้ตงอิงเฮ่าขู่

หานชุนนั้นหวั่นไหวตั้งแต่รู้ว่าเบี้ยหวัดของเขาเพิ่มมาอีกเท่าแล้ว แค่ว่าอัตราที่รู้ตอนแรกว่ามากแล้วยามนี้มากขึ้นเป็นสองเท่า ถูกต้องแล้วอารักขาฮ่องเต้ย่อมได้เงินมากกว่า อย่างไรก็ไม่รู้จะเอ่ยปฏิเสธอย่างไรแล้ว สู้ทนทำไปสักสองสามเดือนแล้วค่อยลาออกก็แล้วกัน อย่างน้อยเงินเบี้ยหวัดมากเพียงนี้มันก็ทำให้เขาสามารถเบาใจไม่ต้องคิดถึงรายจ่ายมากมายไปได้สักพัก

ขณะที่หานชุนปลงใจได้ ร่างสูงในชุดมังกรก็เดินเข้ามาหาเขาและตงอิงเฮ่าพอดี ตงอิงเฮ่ากระซิบถาม ตกลงเจ้าจะเอาอย่างไร แต่บอกไว้ก่อนว่าเจ้าห้ามนำเรื่องที่ข้าคิดจะยักยอกเงินเดือนของเจ้าบอกให้คนผู้นั้นรู้ ไม่เช่นนั้นแม้คนผู้นั้นอยากให้เจ้าอยู่แต่ก็อย่าคิดว่าจะได้อยู่

ข้าย่อมไม่เอาเรื่องลับของผู้ใดไปพูดแน่นอน อีกทั้งท่านบอกว่าท่านเป็นสหายร่วมตำแหน่งไม่ใช่หรือ ข้าจะหักหลังสหายได้อย่างไรหานชุนเอ่ยยิ้มให้ตงอิงเฮ่า

ตงอิงเฮ่าตาเป็นประกาย ตบไหล่หานชุนแรงๆ ไม่เสียแรง ไม่เสียแรง

พวกเจ้าสนทนาสิ่งใดสำคัญนักจึงต้องปล่อยให้ฮ่องเต้อย่างข้าต้องเดินมาหาเองเฟยหลงซ่างเอ่ยถามตงอิงเฮ่าดวงตากวางมองชายหนุ่มอีกคนที่เขารู้ว่าวันนี้ตงอิงเฮ่าจะพามาแนะนำ

ถวายบังคมฝ่าบาทตงอิงเฮ่าคารวะเฟยหลงซ่างด้วยท่าทางขอไปทีก่อนจะยืนนิ่งอีกครั้ง สะกิดให้หานชุนคารวะเฟยหลงซ่างต่อ

ข้าน้อยหานชุนถวายบังคมฝ่าบาท

ไม่ต้องมากพิธีเฟยหลงซ่างเอ่ย มองชายหนุ่มรูปร่างเพรียวผู้นี้ทุกกระเบียดนิ้ว เจ้าหรือคือองครักษ์เงาคนใหม่ของข้า

ถูกต้องฝ่าบาท คนผู้นี้ข้าคัดเลือกมาเอง อีกทั้งข้าเพิ่งจะนับเขาเป็นสหายด้วย ท่านห้ามรังแกเขาตงอิงเฮ่าเอ่ยตอบปกป้องหานชุนในทันที

เจ้าคิดได้อย่างไรว่าข้าจะรังแกเขาเฟยหลงซ่างหรี่ตามอง

ไม่ใช่เพราะท่านหรอกหรือ ข้าถึงต้องปวดหัวหาองครักษ์เงามาเติมตำแหน่งที่หายไปเดือนเว้นเดือนอยู่เช่นนี้ อีกทั้งหากท่านไม่เกรงใจท่านป้า...เอ่อ องค์ไทเฮา ที่ยอมสละตำแหน่งองครักษ์เงาประจำตัวองค์ไทเฮามาเป็นองครักษ์เงาให้ท่านป่านนี้ข้าก็ไม่อยู่ทนมาจนจะสี่ปีหรอกพ่ะย่ะค่ะตงอิงเฮ่าต่อปากอย่างไม่เกรงกลัว

สาเหตุที่ตงอิงเฮ่าไม่เกรงกลัวเฟยหลงซ่างฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั้นเพราะเขามีองค์ไทเฮาถือหาง เพราะนอกจากที่องค์ไทเฮานั้นจะเป็นพระมารดาของฮ่องเต้แล้ว แต่ก็เป็นป้าของตงอิงเฮ่าคนผู้นี้เหมือนกัน เพราะเขาเป็นลูกของน้องสาวองค์ไทเฮาแต่มารดาของตงอิงเฮ่าจากไปตั้งแต่เด็ก พระนางหนิงจิ้งหรือองค์ไทเฮาจึงสงสารเลี้ยงดูเขาไม่ต่างกับบุตรอีกคน

แต่เพราะเลี้ยงดูอยู่นอกวังดังนั้นตงอิงเฮ่าจึงมีนิสัยเหมือนอันธพาลอยู่บ้าง แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังมีจิตใจดีรู้บุญคุณพระนางหนิงจิ้งมาโดยตลอด ในตอนแรกเขาทำหน้าที่เป็นองครักษ์เงาให้พระนางหนิงจิ้ง แต่เมื่อประมาณสามปีที่แล้วเขาเพิ่งจะถูกโยกย้ายมาคุ้มครองเฟยหลงซ่างแทน แต่ถึงอย่างนั้นตงอิงเฮ่าก็ยังไม่ค่อยพอใจเพราะตัวเขาเองนั้นห่วงพระนางหนิงจิ้งที่ไม่ต่างกับมารดาตนเองมากกว่าห่วงเฟยหลงซ่าง ฮ่องเต้ผู้มีวรยุทธล้ำเลิศแต่ต้องมาตกม้าตายเพราะนางสนมเล็กๆ เพียงนางเดียว

เช่นนั้นก็ต้องมาดูกันว่าองครักษ์เงาผู้นี้จะอยู่ได้สักกี่เดือนเฟยหลงซ่างเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่ไม่สามารถแปลความหมายออก แต่หานชุนรู้ว่ารอยยิ้มแบบนี้ของเขานั้นไม่ดีต่อตำแหน่งองครักษ์เงาของเขาแน่ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็จะต้องทนจนกว่าจะได้เบี้ยหวัดเดือนแรกมาเสียก่อน แค่เดือนเดียวก็ยังดี เห็นเฟยหลงซ่างยังคงมองไม่เลิกเขาจึงเป็นฝ่ายก้มหน้าต่ำกว่าเดิม

หากไม่มีสิ่งใดแล้วข้าน้อยขอตัว วันนี้ข้าขอลากิจไปทำกิจส่วนตัวด้วย ส่วนหานชุนจะมารับหน้าที่พรุ่งนี้ ขอลาพ่ะย่ะค่ะเอ่ยจบตงอิงเฮ่าก็คารวะเฟยหลงซ่างอีกรอบ หานชุนไม่รอช้าคารวะเขาเช่นกันก่อนจะถอยออกมาตามตงอิงเฮ่า

เมื่อสี่ปีก่อนฮ่องเต้ไม่มีองครักษ์เงาหรือเขาเอ่ยถามเมื่อจับใจความจากวาจาของตงอิงเฮ่าได้

ถูกต้อง คนผู้นั้นถือตนว่าวรยุทธล้ำเลิศจึงไม่คิดว่าจะต้องมีองครักษ์เงาจนองค์ไทเฮาบังคับ คนผู้นั้นจึงจะยอม

เพราะเหตุใดบอกข้าได้หรือไม่

เรื่องนั้นคงจะไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เช่นนั้นข้าขอบอกเจ้าไว้เลยว่าการอยู่ที่นี่แม้เห็นอะไรก็ต้องทำเป็นไม่เห็น ได้ยินอะไรก็ต้องทำเป็นไม่ได้ยิน ห้ามเอาสิ่งใดไปเปิดเผยไม่เช่นนั้นเจ้าอาจจะลำบากเอง เข้าใจหรือไม่

ข้าเข้าใจหานชุนพยักหน้า

เช่นนั้นก็ดี ข้าจะพาเจ้าไปดูที่ๆ องครักษ์เงาอย่างพวกเราว่าต้องอยู่ที่ใดและทำสิ่งใดบ้าง

ท่านจำได้หรือไม่ว่าข้าต้องกลับบ้านทุกวันหานชุนเอ่ยถาม กลัวว่าตงอิงเฮ่าจะลืมเงื่อนไขที่เขาเขียนไว้ในใบสมัคร

จำได้ทุกเจ็ดวันเจ้าจะได้วันหยุดหนึ่งวันและทำงานหกชั่วยาม บางครั้งอาจจะต้องแลกยามกับข้าแต่ส่วนใหญ่ข้าอยู่ในวังหลวงตลอด ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร หากต้องการลาล่วงหน้าบอกข้าก่อน แม้ว่าข้าจะนับเจ้าเป็นสหายแล้ว แต่หากมีความจำเป็นต้องลาเจ้าต้องบอกข้า

ขอรับท่านหัวหน้าหานชุนยิ้มเมื่อได้ยินว่าเงื่อนไขของเขานั้นไม่มีสิ่งใดที่ขาดตกไป

ไม่ต้องเรียกข้าว่าหัวหน้า เรียกข้าว่าอิงเฮ่าก็พอ ต่อไปข้าก็จะเรียกเจ้าว่าอาชุน ไปเถิดๆ วันนี้ข้าจะพาเจ้าไปเลี้ยงเหล้าฉลองตำแหน่งใหม่เอง

ขอบคุณพี่อิงเฮ่าที่เมตตาหานชุนยิ้มกว้างนับเขาเป็นพี่ทันที

ตงอิงเฮ่าเมื่อได้ยินก็หัวเราะชอบใจ ดีมากน้องชุน ฮ่าๆๆๆๆไปๆ วันนี้ไม่เมาไม่เลิกราตงอิงเฮ่าโอบไหล่สหายใหม่ออกจากอุทยานด้วยอารมณ์ดียิ่ง

เฟยหลงซ่างมองคนสองคนนั้นเดินออกไปจนลับสายตา เอ่ยเสียงขรึม

หลิ่วเย่...

พ่ะย่ะค่ะ ผ่าบาทหลิ่วเย่รีบเดินมาตรงหน้าเขา

องครักษ์คนใหม่ของข้า เจ้าว่าดวงตาของเขาดูคุ้นๆหรือไม่”

หลิ่วเย่ซึ่งยามนี้เป็นมหาขันที ครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะเอ่ย ไม่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่คุ้นพ่ะย่ะค่ะ

เช่นนั้นก็ช่างเถิดเฟยหลงซ่างเอ่ยแต่ยังคงเหมือนมีดวงตาคู่งามของคนผู้หนึ่งแทรกเข้ามาในห้วงคำนึง ขณะที่ดวงตาคู่งามในห้วงคำนึงกำลังจะเด่นชัดขึ้นมา ร่างสูงก็โงนเงนจนหลิ่วเย่ต้องรีบมาประคองร่างของเขาเอ่ยถามด้วยความกังวล

ฝ่าบาท ฝ่าบาทเป็นอะไรพ่ะย่ะค่ะ

ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรเฟยหลงซ่างเอ่ยมือกุมขมับ ดันร่างออกจากการพยุงของหลิวเย่และเดินอย่างมั่นคงนำเขาออกไป

หลิ่วเย่รีบเดินตามพร้อมกับเหล่าขันทีและนางกำนัล แต่ในใจอดคิดไม่ได้ อาการเช่นนี้ไม่ต่างกับเมื่อสามปีที่แล้วไม่มีผิด มีสิ่งใดผิดแปลกไปหรือไม่ หรืออาการของฝ่าบาทจะกำเริบอีกแล้ว แต่หมอหลวงยืนยันว่าอาการของฝ่าบาทถูกการฝังเข็มกดเอาไว้แล้วไม่ใช่หรือ เกิดสิ่งใดกับฝ่าบาทกันแน่


------------------





---


ส่วนใหญ่จะแจ้งข่าวสารทางเพจ ฝากกดถูกใจไว้ด้วยนะคะ
กดแฟนเพจตรงนี้จ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,060 ความคิดเห็น

  1. #1456 sank (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 22:43
    เฮ้อ ถ้าเป็นหญิงสาวธรรมดาคงผูกคอตายโดนหลอกยิ้ม
    #1,456
    1
    • #1456-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      21 ธันวาคม 2560 / 14:20
      ถูกค่ะ ถ้าเป็นหญิงธรรมดาคงตายไปแล้ว555
      #1456-1
  2. #1352 Biebm (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 14:16
    แล้วไปตกม้าตายกับใครล่ะนั่น เฮ้ออ เอาให้แสบน่ะไรท์ไม่ยอมจริงๆด้วยถ้ามาง้อนางเอกแปปเดียวแล้วคืนดีเนี่ย
    #1,352
    1
    • #1352-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      18 ธันวาคม 2560 / 22:16
      ก็ยอมบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ง้อบ้างนั่นแหละ 555
      #1352-1
  3. #1009 thanyahyaprom (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 15:39
    ความจำเสื่อม เฮ้อๆๆขอเถอะน่ะ อย่าดราม่านาน
    #1,009
    1
    • #1009-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      11 ธันวาคม 2560 / 21:24
      ตามนั้นเลยจ้า
      #1009-1
  4. #432 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 00:22
    เป็นอะไร ท่านหลง
    #432
    1
    • #432-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      28 พฤศจิกายน 2560 / 12:18
      เป็นอย่างนั้นแหละค่ะ
      #432-1
  5. #248 ประกายแสงสีทอง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 19:47
    พลอตนี้อีกแล้วเหรอ! อุสส่าคาดหวังไว้สูงแต่...เฮ้อ...
    #248
    1
    • #248-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      20 พฤศจิกายน 2560 / 21:33
      ขออภัยที่ทำให้ผิดหวังนะคะ นิยายเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการคาดหวังสูงอาจจะทำให้ผิดหวังค่ะ อิอิ
      #248-1
  6. #195 ' MR.lEE3. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 01:43
    ความจำเสื่อม น่ารำคาญไปอีกก
    แนะนำหาคนใหม่ไปเลยเสียแล้วเสียไปเอาตรงๆเกลียดพล็อตแบบนี้มากเลยรู้สึกจะไม่ถูกจริตเราแล้วตอนแรกกะอ่านต่อเจอพล็อตแบบนี้ต้องขอบายแล้ว
    #195
    1
    • #195-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 08:18
      ไม่เป็นไรจ้า ไม่ว่ากันขอบคุณนะคะที่ติดตามกันมาถึงตรงนี้
      #195-1
  7. #190 MeaniE_18 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 18:34
    ขอเรือใหม่ด้วยคน นี่ขอเรือบินเลย เอาให้เหนือกว่า 55555
    #190
    1
    • #190-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 08:16
      เรือบินนี่คงต้องแบบทะลุมิติมานะ มันล้ำหน้าไป 555
      #190-1
  8. วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 16:44
    เบื่อพล็อตนิยายแบบนี้จัง พระเอกความจำเสื่อม พอนางเอกรู้ก็มา ง้อคือดีกัน มันน่าเบื่อนะ และอีกอย่างเกลียดพระเอกไปแล้วว่ะ ขอเรือลำใหม่ล่ะกัน
    #188
    1
    • #188-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      17 พฤศจิกายน 2560 / 18:04
      เอาน่ามาดูกันมีเรืออีกมั้ย
      #188-1
  9. #187 NattreyaNajaiyen (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 16:32
    ขอเรือลำใหม่
    #187
    1
    • #187-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      17 พฤศจิกายน 2560 / 18:04
      ลำใหม่ๆแต่รอก่อนนะ
      #187-1
  10. #186 munongmu (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 16:27
    พล็อตเดิมๆ และเหมือนเดิม คือเราอยากได้เรือใหม่ ชังน้ำหน้าฮ่องเต้ ตัดแล้วตัดเลยเถ๊อะ เจ็บมาตั้งหลายปี เบื่อแล้วอ่ะที่ว่าพอนางเอกรู้ความจริง พอพระเอกจำได้ตามง้อแล้วกะมาดีกัน จบ เราอยากได้เรือดำน้ำ เรือสำเภาเราไม่อยากได้ ฮือๆๆๆ
    #186
    1
    • #186-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      17 พฤศจิกายน 2560 / 18:03
      555 เดี๋ยวเอาสำเภาไประเบิดเรือดำน้ำก่อน
      #186-1
  11. #185 ทีวีสีฟ้า (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 16:11
    หาเรือลำใหม่ให้นางเหอะ ปล่อยให้ฮ่องเต้ปากเบี้ยว น้ำลายยืดด้วยความเสียดายและเสียใจแต่ทำไรมิได้ เหอ เหอ เหอ
    #185
    1
    • #185-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      17 พฤศจิกายน 2560 / 18:03
      555น้ำลายยืด แน่นะว่าคือฮ่องเต้
      #185-1
  12. #184 Pang_happy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 15:55
    อิบ้าฮ่องเต้ตูงอนเลิกรอลืมแกแล้วไม่ต้องกลับมา อิ-
    #184
    1
    • #184-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      17 พฤศจิกายน 2560 / 18:02
      555 เรื่องนี้ไม่มีใครดีสักคน
      #184-1
  13. #183 ryokicharlotte (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 14:40
    ความจำเสื่อม?
    #183
    1
    • #183-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      17 พฤศจิกายน 2560 / 18:02
      แน่ๆ มันต้องแน่ๆ...
      #183-1
  14. #182 ถานเม่ยฟู่ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 14:23
    เฟยหลงซ่าง ความจำเสื่อมแน่เลยยยย ใช่มั้ยๆๆๆ
    #182
    1
    • #182-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      17 พฤศจิกายน 2560 / 18:01
      ช่ายม้ายยยยย. T T. เดาง่ายเนาะ. แล้วใช่ป้าวววว555
      #182-1
  15. #181 Pang_happy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 11:30
    อิพระเอกไปไหน? ฮ่องเต้แกทำอารายยยย ตั้ง3ปีน่าให้อภับป่ะ ลืมไปเหอะ
    #181
    1
    • #181-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      17 พฤศจิกายน 2560 / 12:33
      น่าจะคิดอย่างนี้กันหลายนาง 555
      #181-1
  16. #180 Nao Ng Sverige (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 03:48
    เย้!!!!มาแล้ววววว
    #180
    1
    • #180-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      17 พฤศจิกายน 2560 / 12:33
      มาแหล่ววววอิอิ
      #180-1
  17. #179 0832239576 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 18:26
    ในที่สุดก็มาซักที รอจนใจจะขาดแล้ว 555
    #179
    1
    • #179-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 14)
      17 พฤศจิกายน 2560 / 12:32
      รอโหน่ยยยยย
      #179-1