ลำนำดอกเหมย (จบแล้ว)

ตอนที่ 15 : ภาควังหลวง : 2 (110%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    20 ก.ค. 61


หลังจากแยกกับตงอิงเฮ่าแล้วหานชุนก็กลับมายังบ้านหลังไม่เล็กไม่ใหญ่ที่เป็นน้ำพักน้ำแรงของเขาเอง มันประกาศขายด่วนยามที่เขาเพิ่งผ่านการคัดเลือกเป็นองครักษ์เงา เมื่อเห็นว่าราคาของบ้านหลังนี้ไม่แพงมากอีกทั้งมีห้องกว้างอยู่หลายห้องเขาจึงตัดสินใจซื้อทันทีและคิดจะย้ายมาพำนักอยู่เมืองหลวงสักหลายๆ ปี

แต่เป็นเพราะการเงินยังขัดสนอยู่ บ้านหลังนี้จึงมีแต่เขาเพียงคนเดียว พ่อบ้านยังไม่มีอีกทั้งเขามีความลับมากเกินไป หากรับบ่าวไพร่เข้ามาใหม่โดยไม่ได้ตรวจสอบให้แน่นอนก่อนอาจจะเป็นปัญหาในการดำเนินชีวิตได้ ดังนั้นรอสาวใช้ที่อยู่ที่บ้านเดิมเดินทางมาคงจะดีกว่า

แต่เขาก็ต้องทอดถอนใจเมื่อคิดว่าคนที่เขาต้องอารักขานั้นคือผู้ใด หากรู้อย่างนี้เขาจะไม่ซื้อบ้านหลังนี้เป็นแน่ เขาลงเงินกับบ้านหลังนี้ไปเยอะ หากไม่รับงานองครักษ์ไว้ก่อนเป็นไปได้ว่าอาจจะทำให้ผู้อื่นต้องลำบากด้วยเรื่องเงินทองที่ขัดสนของเขา

คิดได้ก็ต้องทอดถอนใจอีกครั้งก่อนจะลุกขยับกายไปตักน้ำเพื่อชำระร่างกายตนเอง

ในห้องนอนของหานชุนนั้นการตกแต่งนั้นดูไม่ออกว่าเจ้าของห้องนั้นเป็นบุรุษและสตรีซึ่งเป็นการตกแต่งมาแต่เดิมของมันอยู่แล้ว มันเรียบง่ายและดูดีทำให้เขาพอใจ หลังจากเขาแบกน้ำมาหลายรอบจนเหงื่อตกก็ค่อยเดินไปที่หลังฉาก แกะหน้ากากแปลงโฉมออกมาวางไว้ก่อนจะเปลื้องอาภรณ์ออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงผ้าแถบพันหน้าอกที่พันเอาไว้หลายชั้นเมื่อแก้ออกจนหมด

เมื่อถอดอาภรณ์ออกจนหมดร่าง จากเป็นบุรุษหนุ่มสูงเพรียวใบหน้าธรรมดาก็กลายเป็นสตรีผู้มีใบหน้างดงามเฉิดฉันปานเทพธิดาในทันใด นางระบายลมหายใจออกอย่างปลอดโปร่ง ขยับเรือนกายอันงดงามก้าวเดินลงอ่างน้ำชำระร่างกายอย่างสบายใจ

แม้น้ำจะเย็นอยู่บ้างแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ชำระร่างกาย แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้างดงามที่มีน้ำเกาะพราวยังคงไม่ได้สบายใจอย่างที่คิด นางกำลังคิดถึงบุรุษที่นางเจอในวันนี้ นางไม่คิดจะเจอเขาแต่เหตุใดต้องเจอกัน นางไม่คิดจะตามหาเขาด้วยซ้ำเพราะคิดว่าเขาไม่สำคัญ นางลืมเขาไปแล้ว บุรุษผู้ไร้สัจจะเช่นเขา ไม่แปลกใจเหตุใดเขาจึงไม่ทำตามสัญญาเพราะเขาคือฮ่องเต้อย่างไรเล่า ฮ่องเต้นั้นมีสนมอยู่นับร้อยนับพันแล้วจะมาสนใจสตรีเช่นนาง จะรักษาสัตย์เพื่อนางด้วยเหตุใด

ถูกต้องแล้ว นางคือหานหนิงเซียน นางไม่คิดว่าการปลอมเป็นบุรุษหนุ่มนามว่าหานชุนไปสมัครเป็นองครักษ์เงาจะทำให้นางได้เจอเขา แม้นางจะโกรธจะแค้นเขาเพียงไรแต่นางก็คิดได้มานานแล้ว เคยคิดกับตัวเองหลายต่อหลายคราว่าหากเจอเขานางจะทำอย่างไร เคยคิดว่าหากเจอเขานางจะร้องไห้ด่าทอเขามากเพียงไหน เคยคิดว่าเมื่อเจอเขาแล้วนางจะคร่ำครวญเพียงใด...แต่เปล่าเลย

นางเพิ่งรู้ว่านางเจ็บจนหัวใจของนางด้านชาไปหมดแล้ว เจ็บจนสามารถยืนอยู่ตรงหน้าเขาโดยทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาได้อย่างง่ายดาย ยิ่งยามที่นางปลอมเป็นบุรุษนามว่าหานชุนเป็นเรื่องยากที่เขาจะจำนางได้ เพราะเขาคงจำไม่ได้แม้แต่สตรีที่มีนามว่าหานหนิงเซียนแล้วนับประสาอะไรกับบุรุษที่เขาไม่เคยเจอหน้า เขาจำนางไม่ได้

ก่อนหน้านี้นางเคยคิดจะล้างแค้น แต่เมื่อคิดได้ว่าหากล้างแค้นไปก็รังแต่จะทำให้นางยิ่งทรมานเจ็บปวด สู้ให้เขาตายไปจากใจนาง ตายไปจากชีวิตนางเสียยังดีกว่า ต่อไปนี้นางจะไม่คิดแค้นต่อเขาทำเพียงว่าเรื่องทั้งหมดระหว่างนางและเขานั้นมันได้จบลงไปแล้ว หากนางไม่เปิดเผยว่าตัวจริงของนางคือผู้ใด เขาย่อมจำนางไม่ได้ แต่ถึงนางจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง เขาก็อาจจะจำนางไม่ได้ก็เป็นได้ เพราะเขาคือฮ่องเต้ผู้ผ่านสตรีมาเป็นร้อยเป็นพัน นางเป็นแค่หนึ่งในร้อยในพันเขาจะจำนางได้อย่างไร

คิดได้ดังนั้นนางก็พรูลมหายใจอย่างปลอดโปร่ง นางต้องไม่คิดถึงสิ่งใด ยามนี้นางต้องพยายามหาเงินให้มากๆ เท่านั้นก็เพียงพอต่อนางในยามนี้

 

วันต่อมา...

หานหนิงเซียนเริ่มรับหน้าที่องครักษ์เงา นางมาผลัดเวรกับตงอิงเฮ่าโดยตงอิงเฮ่าจะรับหน้าที่เป็นองครักษ์เงาตั้งแต่ เลยยามไฮ่ไปจนถึงยามซื่อ  ส่วนนางนั้นรับหน้าที่ตั้งแต่เลยยามซื่อไปจนถึงยามไฮ่

หน้าที่ของนางไม่มีอะไรมาแค่อยู่นิ่งๆ ในที่ที่ผู้อื่นมองไม่เห็น และดีที่นางมีตงอิงเฮ่าเป็นสหาย เพราะทุกที่ในวังหลวงตงอิงเฮ่ามักจะทำที่หลบซ่อนให้แก่ตนเอง ดังนั้นเมื่อนางมาแทนที่เขา ตงอิงเฮ่าก็จะบอกสถานที่หลบซ่อนกายของเขาให้นางรู้ดังนั้นนางจึงเพียงหลบเร้นกายอยู่ในสถานที่แห่งนั้น ซึ่งส่วนมาก็จะเป็นบนขื่อหรือไม่ก็ห้องว่างห้องถัดไป

ยามนี้เฟยหลงซ่างอยู่ในห้องพระอักษร นางก็เพียงแค่นั่งนิ่งอยู่ในห้องข้างๆ ฟังเพียงว่ามีเหตุการณ์ผิดปกติหรือไม่หากไม่มีนางก็ไม่ต้องทำสิ่งใด แต่เมื่อวานนางยังจำได้กับสิ่งที่ตงอิงเฮ่าเตือน

เขาให้สิ่งใดเจ้าอย่าไปกิน เพราะของเหล่านั้นมันอาจจะทำให้เจ้าตกงานได้

เขาพาเจ้าไปที่ใดก็ต้องไป แต่ห้ามเพลิดเพลินกับสถานที่ที่เจ้าไป ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เจ้าตกงานได้

เขาเอ่ยสิ่งใดกับเจ้าก็ขอให้เอ่ยตอบ แต่อย่าเอ่ยให้มากความเพราะอาจจะทำให้เจ้าตกงานได้

นี่ตกลงข้ามาทำงานหรือมาหาเรื่องตกงานกันแน่ในที่สุดหานหนิงเซียนที่อยู่ในคราบหานชุนก็เอ่ยออกมาในที่สุด

ตงอิงเฮ่าหัวเราะชอบใจเอ่ยต่อ เจ้ามาทำงาน แต่คนผู้นั้นอยากให้เจ้าตกงาน ดังนั้นหากอยากอยู่นานๆ จงทำตามที่ข้าเตือนเอาไว้

เหตุใดเขาจึงไม่ชอบองครักษ์เงา...เอ่อ...หมายถึงเหตุใดฝ่าบาทจึงไม่โปรดองครักษ์เงานางเปลี่ยนคำพูด

อยู่กับข้าเอ่ยปกติได้ ข้าไม่ถือสาแต่อยู่กับคนอื่นเจ้าต้องเอ่ยเป็นพิธีการเอ่ยจบก็อธิบายต่อ เพราะคนผู้นั้นเย่อหยิ่งคิดว่าตนเองคุ้มครองตนเองได้ อีกทั้งไม่ชอบให้ผู้อื่นมาตามเพราะไม่มีความเป็นส่วนตัวแม้กระทั่งเข้าห้องน้ำองครักษ์เงายังต้องไปคอยฟังเพราะเกรงจะมีภัย รวมถึงกิจบนเตียงด้วย

หานหนิงเซียนใบหน้าร้อนผ่าว ท่านก็ไปฟังยามเขา...

ตงอิงเฮ่าโบกมือปฏิเสธ ข้าไม่ได้ฟัง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมีข้าคอยตามหรือเปล่าเขาจึงไม่ได้ทำกิจอย่างว่า แต่เขาห่างเรื่องกิจแบบนั้นมานานมากแล้วดังนั้นข้าจึงไม่ต้องฟัง

หานหนิงเซียนพยักหน้าเข้าใจ แต่ในใจก็อดถามไม่ได้ว่าเขาไม่เคยมีกิจเช่นนั้นจริงๆ หรือ...

องครักษ์เงาเสียงทุ้มต่ำของเขาทำลายความคิดของนาง หานหนิงเซียนเมื่อได้ยินก็รีบถลันกายออกจากห้องเข้าไปในห้องทรงพระอักษรของเฟยหลงซ่างคุกเข่าตรงหน้าโต๊ะพระอักษรในทันที

ถวายบังคมฝ่าบาท

ดวงตาประกายคมกล้าของเฟยหลงซ่างลอบพิจารณาชายหนุ่มร่างเพรียวบางที่คุกเข่าก้มหน้าอยู่ตรงหน้าโต๊ะอีกครั้งด้วยใบหน้าอารี

ลุกขึ้นๆ ไม่ต้องมากพิธี วันนี้ข้าจะออกไปข้างนอก เจ้าไม่ต้องทำตัวเป็นองครักษ์เงาก็ได้ เพียงแค่ติดตามข้างกายข้าดังเช่น ชีซาและไป๋เฉิงก็เพียงพอ

แต่เช่นนั้น...หานหนิงเซียนในคราบหานชุนกำลังคิดว่าไม่เหมาะ

เอาเถิด ข้าไม่ได้เรื่องมากเช่นนั้น ไปกันเถิดอย่าได้เสียเวลาเอ่ยจบเฟยหลงซ่างก็ไม่ได้ฟังคำทัดทาน เดินออกจากห้องทรงพระอักษรไปพร้อมกับหลิ่วเย่ที่เดินตาม ด้านนอกมีไป๋เฉิงและชีซารออยู่ เมื่อหานหนิงเซียนเดินออกไปคนทั้งสองก็แนะนำตนเองนางจึงแนะนำตนเองให้คนทั้งสองรู้จักเช่นกัน

กว่าจะออกจากเขตพระราชฐานก็ค่ำแล้ว นางนึกไม่ออกว่าบุรุษผู้นี้จะไปที่ใด แต่เมื่อรู้ว่าเขาพานางไปที่ใดหานหนิงเซียนก็เจ็บแปลบในอก แต่ก็เพียงไม่นานก็เอ่ยในใจ โชคดีของนางแล้วที่หลุดพ้นจากเขามาได้ เขาพานางเข้าไปยังหอร้อยบุปผา นางอดไม่ได้ที่จะดูหมิ่นและลอบด่าเขาในใจ

สนมในวังน่าเบื่อหรืออย่างไรจึงมาหาหญิงสาวในหอคณิกาเช่นนี้

เจ้ากำลังใช้สายตาดูหมิ่นข้าใครจะรู้ว่าเฟยหลงซ่างผู้นี้จะมีตาหลังนางแค่เผลอเพียงนิดเดียวเท่านั้น

นางก้มหน้าพร้อมกับเอ่ยเสียงจริงจัง ผู้น้อยไม่ได้ดูหมิ่นนายท่านขอรับ ผู้น้อยเพียงคิดว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ควรค่าให้นายท่านต้องเข้ามา

อย่างนั้นหรือเฟยหลงซ่างเอ่ยเสียงเนิบนาบเดินนำไปอีกครั้ง

หานหนิงเซียนลอบถอนหายใจก่อนจะเดินตาม คิดในใจว่านางต้องเก็บสีหน้าและความรู้สึกให้มากกว่านี้

แต่เมื่อเดินตามจะเข้าไปในห้องรับรองหลิ่วเย่กับเดินเข้ามาขวางพร้อมกับเอ่ย นายท่านสั่งให้ข้าบอกกับเจ้าว่า ให้ไปรอในห้องข้างๆ

ได้ยินดังนั้นหานหนิงเซียนก็พยักหน้า เดินเข้าไปรอห้องข้างๆตามที่หลิ่วเย่สั่ง แปลกใจที่เหตุใดนางต้องเข้ามารออยู่เพียงลำพัง

แต่นั่งรอไม่นานหญิงสาวในชุดผ้าแพรตัวบางก็เข้ามาในห้องพร้อมกับอาหารและสุรา

ข้าไม่ได้สั่งหานหนิงเซียนในคราบหานชุนเอ่ยเสียงขรึม

นายท่านห้องข้างๆสั่งให้พวกข้ามารับรองนายท่านเจ้าค่ะ มาเจ้าค่ะคืนข้าน้อยเซียงฮัวจะปรนนิบัติท่านเองเอ่ยจบสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มก็มานั่งข้างกายนางพร้อมกับยกจอกสุราที่รินจนเกือบเต็มมาจ่อที่ปาก ครั้งแรกนางคิดจะดื่มสุรากลิ่นหอมนี้แต่เมื่อคิดถึงคำเตือนของตงอิงเฮ่าก็ต้องหยุดชะงัก ยิ้มหวานให้เซียนฮัวและแม่นางน้อยอีกสองคนก่อนจะเอ่ย

ที่จริงข้าก็ชอบมีผู้อื่นปรนนิบัติเอ่ยแล้วก็เชยคางพวกนางขึ้นดูทีละคนด้วยแววตากรุ้มกริ่ม แต่แม่นางทั้งสามถูกใจข้ายิ่งจนเลือกไม่ถูก อีกทั้งข้าเป็นประเภทต้องเลือกเพียงหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นถ้าผู้ใดคอแข็งที่สุดข้าจะยอมให้แม่นางคนนั้นปรนนิบัติข้า

แม่นางน้อยทั้งสาม เมื่อได้ยินชายหนุ่มใบหน้าธรรมดาแต่แววตาประกายงดงามก็อดเขินอายไม่ได้ พวกนางจึงมองหน้ากันก่อนจะแข่งกันว่าผู้ใดจะคอแข็งกว่ากัน

สุราถูกนำมาเติมกาแล้วกาเล่า แม้จะเป็นแม่นางน้อยผู้เลอโฉมแต่อย่างไรก็เป็นหญิงสาวในหอคณิกา ไม่แปลกที่พวกนางจะคอแข็ง หากเป็นวันอื่นพวกนางคงทำเป็นคอพับคออ่อนให้เหล่าบุรุษได้เชยชมโดยง่าย แต่ครั้งนี้มันต่างกัน เพราะพวกนางต้องอยู่รั้งเป็นคนสุดท้ายนางจึงจะได้ครองบุรุษใบหน้าธรรมดาแต่ปากหวานยิ่งผู้นี้

สุดท้ายก็เป็นเซียงฮัวที่คอแข็งที่สุด นางตบมือดีใจเมื่อเห็น เหอฮัวและหลันฮัวฟุบหน้าลงบนโต๊ะทีละคน นางยิ้มประกายดวงตาเชื่อมหันมาทางหานหนิงเซียน ข้าเก่งหรือไม่คุณชาย

หานหนิงเซียนตบมือรัวให้กำลังใจพร้อมเอ่ย เก่งมากแม่นางเซียงฮัว มาๆ ฉลองแด่ชัยชนะ อีกจอกหนึ่งเถิด

ได้เจ้าค่ะนายท่านนางยิ้มร่างกายโอนเอน

เซียงฮัวถูกสุรามอมเข้าไปอีกหลายจอกสุดท้ายก็หลับฟุบลงไปบนโต๊ะเช่นกัน หญิงสาวทั้งสามแน่นิ่งไป หานหนิงเซียนจึงลุกขึ้นแอบฟังห้องข้างๆ ไม่ได้ยินเสียงรื่นเริงใดๆทั้งสิ้น แต่ในขณะนั้นนางได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมายังห้องของนาง หานหนิงเซียนจึงรีบกลับไปที่โต๊ะ ทำเป็นฟุบหลับเมื่อแม่นางทั้งสาม

ประตูห้องรับรองถูกเปิดออก เสียงฝีเท้าไม่ได้แผ่วเบาแสดงว่าไม่ใช่ผู้เป็นยุทธ องครักษ์หานเป็นหลิ่วเย่ที่มาเรียกนาง

นางยังทำนิ่งเพราะต้องการรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา

องครักษ์หาน

เป็นอย่างไรบ้างเสียงทุ้มเอ่ยมาจากทางหน้าประตู

สงสัยคงจะเมาแล้วหลับไปขอรับนายท่านหลิ่วเย่เอ่ย

เช่นนั้นก็กลับกันเถิด พรุ่งนี้ข้าจะได้สั่งให้อิงเฮ่าไล่คนผู้นี้ออก

ขอรับนายท่าน

เป็นจริงดังตงอิงเฮ่าเตือนไว้ เขาต้องการปลดนางออกจากตำแหน่ง ที่จริงแล้วนางก็ไม่ได้อยากทำหน้าที่นี้ หากไม่ติดที่ว่าเงินเดือนดีและตอนนี้นางขัดสนด้านการเงิน แต่หากนางต้องการลาออกจากตำแหน่งนี้ต้องเป็นนางที่ขอลาออกเอง ไม่ให้ให้คนผู้นั้นมาไล่นางเช่นนี้ แม้จะรู้ว่าเขาไม่ชอบมีองครักษ์เงา แต่การถูกเขาหาทางไล่นางออกแบบนี้นางก็อดหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้ เขามีสิทธิ์ใดมาไล่นางหากนางไม่ไปเสียอย่างจะทำไม

ได้ยินเสียงฝีเท้าของหลิ่วเย่กำลังจะเดินออกไป หานหนิงเซียนก็เงยหน้าทำท่างัวเงียลุกขึ้นมาจากโต๊ะ หาววอดเสียงดังพร้อมกับบิดขี้เกียจ

ฮ้าว...

หลิ่วเย่ที่กำลังเดินออกไปหันกลับมามองหานชุนตาโต

จะกลับกันแล้วหรือ ไยไม่เรียกข้าเล่าปล่อยให้ข้ารอจนหลับ หากพวกท่านกลับไปก่อนมิได้แปลว่าข้าบ่งพร่องในหน้าที่หรอกหรือหานหนิงเซียนเอ่ยหลังจากหาววอดใหญ่

หลิ่วเย่นั้นเอ่ยสิ่งใดไม่ออก เฟยหลงซ่างที่เพิ่งจะหมุนตัวออกไปหันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้ม ช่างเป็นบุรุษที่อ่านรอยยิ้มไม่ออกเสียจริงๆ

ตื่นแล้วหรือ ข้าคิดว่าเจ้าดื่มสุราเคล้านารีจนหมดแรงไปเสียแล้ว

ได้ยินดังนั้นนางก็ลุกขึ้นด้วยท่าทางแข็งขันเดินมาอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมกับเอ่ยด้วยใบหน้าที่จริงจังประหนึ่งว่าไม่ได้รู้เรื่องว่าเฟยหลงซ่างต้องการกำจัดนางให้พ้นจากตำแหน่ง...บางครั้งการโง่งมบ้างก็เป็นทางออกที่ดีที่สุด

ข้าน้อยนั้นเป็นผู้ไม่ฉลาดและขาดเฉลียวหากมีสิ่งใดที่นายท่านต้องการชี้แนะโปรดชี้แนะ ข้าน้อยจะทำสุดกำลัง

เฟยหลงซ่างมองชายหนุ่มที่ยืนก้มหน้าท่าทางจริงจังอยู่ตรงหน้าก็ผุดรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง ได้ เช่นนั้นข้าจะชี้แนะเจ้าเอง

ขอบคุณนายท่านนางรับคำด้วยน้ำเสียงยินดี

ในใจลอบคิด...แล้วจะได้รู้กันว่าเขาหรือนางจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

หลายวันผ่านไป... หานหนิงเซียนยังคงไปทำงานเช่นเวลาเดิม ก่อนเดินทางเข้าวังหลวงนางได้ส่งข่าวไปยังบ้านเดิมเพื่อให้คนทางบ้านเตรียมตัวย้ายมาเมืองหลวง แม้ยามนี้ชีวิตในเมืองหลวงของนางจะไม่แน่นอน แต่ในเมื่อนางซื้อบ้านมาแล้วอีกทั้งตอนนี้ในเมืองที่บ้านเดิมของนางอยู่ก็มีคนสำนักวิหคสวรรค์มากขึ้น หากรั้งอยู่ต่อไปสักวันพวกเขาต้องรู้ว่านางคือหานหนิงเซียนบุตรสาวของหานตง ดังนั้นที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด ย้ายมาอยู่ที่เมืองหลวงนี่แหละดีที่สุด

ที่จริงนางไม่จำเป็นต้องหลบหนีก็ได้ แต่นางคิดว่าการอยู่ให้ห่างสำนักวิหคสวรรค์นั้นถือเป็นสิ่งดีที่สุด ดีต่อนางและดีต่อจิ้นติ้ง ในยามนี้จิ้นติ้งก็โตเป็นบุรุษรูปงามแล้ว นางไม่อยากให้ฉายาศิษย์เนรคุณทำให้จิ้นติ้งต้องเสื่อมเสีย เพราะสิ่งที่เขาทำไปก็เพื่อนางทั้งนั้น เขาคือน้องชายที่ดีที่สุดของนาง นางต้องการให้เขาแต่งภรรยาดีๆสักคน ดังนั้นอยู่ในเมืองหลวงก็เป็นทางเลือกที่นางจะหาภรรยาให้จิ้นติ้งได้อย่างดีเช่นกัน แม้เขาจะไม่เคยยอมให้นางหาภรรยาให้แต่นางเชื่อว่าสักวันเขาต้องยินยอม

วันนี้นางยังคงทำหน้าที่เป็นองครักษ์เงาให้เฟยหลงซ่าง ไม่ค่อยมีเหตุการณ์ใดให้นางต้องกังวลใจ จนล่วงเลยเข้ายามไฮ่

ทุกวันเวลานี้จะเป็นเวลาที่เฟยหลงซ่างอ่านราชกิจ แม้ยามที่นางเปลี่ยนเวรกับตงอิงเฮ่าเขาก็ยังคงนั่งอ่านราชกิจอยู่ในห้องบรรทม มีเพียงวันนี้ที่เขาเข้าบรรทมไวกว่าทุกวัน

หลิ่วเย่เสียงทุ้มเอ่ยเรียกหลิ่วเย่ให้ปรนนิบัติก่อนเข้าบรรทม นางที่หลบอยู่ก็ไม่ได้ร้อนใจ จนได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยอีกครั้ง องครักษ์หาน

หานหนิงเซียนครุ่นคิดว่าวันนี้เขาจะมีแผนใดกับนางอีก บุรุษผู้นี้หาทางทุกวิถีทางทำให้นางถูกปลดออกจากตำแหน่งให้ได้ หากไม่ติดที่ว่าเขาเกรงใจองค์ไทเฮาเพราะตงอิงเฮ่าขู่เอาไว้ป่านนี้เขาคงเอ่ยไล่นางออกไปแล้ว หรือดีไม่ดีอาจจะหัวหลุดไปก่อน

ฝ่าบาทมีสิ่งใดให้กระหม่อมรับใช้พ่ะย่ะค่ะหานหนิงเซียนคุกเข่าอยู่ที่หน้าแท่นบรรทมเอ่ยถาม

เฟยหลงซ่างอยู่ในชุดผ้าต่วนแสนสบาย นอนชันกายอยู่ในแท่นบรรทมมีผ้าม่านสีทองปกปิดอยู่ทั้งสี่ด้านจึงเพียงแค่เห็นรางๆ เท่านั้น

เราง่วงนอนเหลือเกินน้ำเสียงตอบกลับมาเนิบนาบชวนเกียจคร้าน นางไม่เอ่ยอะไรจนเสียงทุ้มเอ่ยต่อ เจ้าช่วยกล่อมเรานอนได้หรือไม่

ได้ยินแล้วนางต้องเหลือบไปทางหลิ่วเย่ เห็นเขาถอยหลังออกไปแถมหลุบตาต่ำ วันนี้ใช้แผนอะไรเพื่อขับไล่นางอีกล่ะ!

กระหม่อมกล่อมผู้ใดไม่เป็นพ่ะย่ะค่ะ

เช่นนั้นเจ้าก็ช่วยมานวดศีรษะให้เราหน่อยได้หรือไม่เสียงเนิบนาบเอ่ยกลับมาจากแท่นบรรทม

กระหม่อมไม่ค่อยสันทัดเรื่องการนวดสักเท่าใดนัก คิดว่าหากเป็นท่านมหาขันทีหลิ่วเย่คงจะเหมาะกว่านางเอ่ยเสียงทุ้มตอบกลับไป

ตอนนี้หลิ่วเย่เจ็บข้อมือ เราเห็นเจ้าดูรูปร่างเพรียวบางแรงคงไม่เยอะ หากให้ผู้อื่นข้าคงจะกะโหลกแตกไปเสียก่อน

นางเหลียวหลังไปมองหลิ่วเย่ เขาเอามือไพล่หลังทันที

เจ้าคนเจ้าเล่ห์...นางคิดในใจ

มาเถิดองครักษ์หาน เราปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว

ได้ยินเช่นนั้นนางก็คิดจะเอ่ยถามว่าไยไม่ให้นางสนมนวดให้เล่า แต่เมื่อคิดว่านี่เป็นการกลั่นแกล้งนาง อย่างไรเขาคงมีข้ออ้างมาอ้างได้เสมอ คิดเช่นนั้นจึงได้แต่ตัดปัญหา

เช่นนั้นกระหม่อมบังอาจล่วงเกินแล้วเอ่ยจบหานหนิงเซียนก็ลุกขึ้น ก้าวไปประชิดแท่นบรรทม

เข้ามาเถิดเฟยหลงซ่างเอ่ย

สุดท้ายนางก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเปิดผ้าม่านถอดรองเท้าขึ้นไปนั่งอยู่ที่แท่นบรรทม

เฟยหลงซ่างมองนางในคราบหานชุนด้วยแววตาแปลกๆ แต่นางก็ไม่ได้สนใจ เขานอนตะแคงข้างแขนข้างชันศอกมือเท้าที่แก้ม

มาสิมานวดศีรษะให้ข้าหน่อยเห็นแววตานั้นอีกครั้งนางก็พอจะรู้แผนของเขาออก

นางทำเป็นไม่รู้เรื่องขยับมานั่งใกล้แล้วนวดศีรษะเขาเบาๆ

อืม มือของเจ้าผ่อนแรงดีเหลือเกิน

ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงชม

เจ้ารู้หรือไม่ว่าช่วงนี้เราไม่ได้ไปหาเหล่าสนมนางใดเลยเขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย

กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะนางยังคงนวดขมับเขาต่อไป แต่ก็ต้องตัวแข็งทื่อเมื่อเขาจับมือนางเอาไว้

มือของเจ้านุ่มเนียนและเรียวยาวดีเหลือเกินเขาเอ่ยพร้อมกับลูบไล้ที่มือของนางแผ่วเบาพร้อมกับรอยยิ้มชวนเสน่หา

ขอบพระทัยผ่าบาทที่ทรงชมนางดึงมือกลับ หากฝ่าบาททรงสบายดีแล้วกระหม่อมขอตัวนางทำท่าจะลุกแต่กลับถูกมือหนารั้งนางกลับมาอีกครั้ง

ช้าก่อนองครักษ์หาน

ฝ่าบาทมีสิ่งใดให้กระหม่อมรับใช้อีกหรือพ่ะย่ะค่ะแม้จะพยายามดึงมือออกแต่เขายังคงจับไม่ปล่อย เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขานางก็คิดโกรธในใจ

เขาดึงนางเข้าใกล้แล้วโน้มใบหน้าเข้าหา เอ่ยเสียงพร่าที่ใบหูของนาง คืนนี้เรารู้สึกหนาวเหลือเกินช่วยอุ่นเตียงให้เราได้หรือไม่

แม้จะรู้ว่าบุรุษผู้นี้หน้าหนาเพียงใด แต่นางไม่คิดว่าเขาจะหน้าหนาเพียงนี้ เขาต้องการขับไล่นางโดยใช้วิธีนี้ หากเป็นองครักษ์คนอื่นคงจะขอลาออกในวันต่อมา แต่นางหากลัวไม่ ใช้แผนตัดแขนเสื้อหรอกหรือ

นางหลุบตาต่ำคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

ฝ่าบาทท่านทรงตรัสสิ่งใดออกมา

เรารู้องครักษ์หาน แต่เราไม่รู้ว่ามันเป็นเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน เราไม่ได้สนใจในสตรีเพศอีกแล้ว แต่เรากลับสนใจบุรุษรูปร่างสูงเพรียวเช่นเจ้าเขาเอ่ยพร้อมกับกุมมือของนางไว้ มองนางซึ่งคือหานชุนด้วยแววตาเว้าวอน

ชายหนุ่มนี้ไม่รู้สึกรังเกียจตัวเองเลยหรือไร เขากำลังกุมมือบุรุษอยู่นะ ในเมื่อกุมมือยังไม่รู้สึกเช่นนั้นนางจะทำให้เขารู้สึกเอง

หากเป็นรับสั่งของฝ่าบาท กระหม่อมยอมพลีกายถวายชีวิตพ่ะย่ะค่ะเอ่ยจบก็พลิกมือหนาของเขามากุมแทน พร้อมกับเอ่ยอย่างลนลาน ผ่าบาท ท่านอาจจะทรงไม่รู้แต่ข้าเองนั้น...เอ่ยตะกุกตะกักพร้อมกับหลุบตาอย่างเอียงอาย ข้านั้นก็ชื่นชอบบุรุษเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ

เอ่ยจบมือใหญ่ที่นางกุมไว้ก็ชักออกจากมือของนางอย่างรวดเร็ว จนนางแทบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหว แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังคงไม่หยุด คลานเข้าไปหาเขาพร้อมกับเอ่ยต่อ

หากฝ่าบาทต้องการให้กระหม่อมอุ่นเตียง กระหม่อมก็ยินดีพ่ะย่ะค่ะเห็นสีหน้าของเขานางก็ต้องกลั้นยิ้มเพราะตอนนี้เขาแทบจะไม่หลงเหลือคราบฮ่องเต้ผู้ทรงเสน่ห์

เฟยหลงซ่างขยับกายถอยหนีขณะที่องครักษ์หนุ่มหานชุนคลานเข้าหา

หากนางสนมเหล่านั้นทำให้ฝ่าบาททรงพึงพอใจไม่ได้ เช่นนั้นกระหม่อมหานชุนจะยินยอมลองทำให้ฝ่าบาททรงพึงพอใจดูสักครั้ง ควรมิควรแล้วแต่จะกรุณาแล้วเอ่ยจบก็ตะครุบไปที่ร่างหนาจับชายเสื้อของเขาทำท่าจะเปิดอ้าออก

ช้าก่อน...องครักษ์หาน อยู่ดีๆเราก็รู้สึกเพลียขึ้นมาเห็นทีคงต้องเป็นวันอื่นเสียแล้วเฟยหลงซ่างยังคงเอ่ยด้วยเสียงเนิบนาบเช่นเดิม แต่นางเห็นว่าเส้นเลือดที่ลำคอของเขาเต้นไวขึ้น

นางโน้มใบหน้าเข้าใกล้เขามือกระชับชายเสื้อที่อกของเขาแน่นแล้วกระซิบเสียงพร่าที่ข้างใบหูเลียนแบบเขา คืนนี้กระหม่อมจะทำให้ฝ่าบาทสบายขึ้นเอง

หลิ่วเย่!” เฟยหลงซ่างตะโกนเรียกหลิ่วเย่ในทันใด ขนในกายลุกชันไปหมด ผู้ใดจะคิดว่าบุรุษหนุ่มนามหานชุนจะมีรสนิยมเช่นนี้ เขาเดินหมากผิดไปแล้ว

พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาทหลิ่วเย่นั้นก็รวดเร็วพอกัน หลังจากที่เฟยหลงซ่างเอ่ยจบผ้าแพรสีทองอร่ามก็ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร่างสูงเพรียวของหลิ่วเย่

ส่งองครักษ์หาน

พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท องครักษ์หานเชิญลงมาจากแท่นบรรทมเถิดหลิวเย่หันมาเอ่ยกับนาง มองนางด้วยสายตาแปลกๆ

หานหนิงเซียนไม่สนใจ หันไปมองเฟยหลงซ่างด้วยแววตาเสียดายอีกครั้งก่อนจะเอ่ย ฝ่าบาท...

เจ้าไปเถิด เราต้องการพักผ่อนเฟยหลงซ่างเอ่ยด้วยน้ำเสียงปรานีแต่งนางเห็นเหงื่อเม็ดหนึ่งผุดที่ข้างขมับ ได้แต่กลั้นยิ้มก่อนจะเอ่ย

ขอฝ่าบาทโปรดรักษาพระวรกายเอ่ยจบจึงลงจากแท่นบรรทม ด้วยสีหน้าโศกเศร้าคอตกออกจากห้องบรรทมไป

หลังจากร่างสูงเพรียวของหานชุนออกจากห้องบรรทม เฟยหลงซ่างก็ต้องพรูลมหายใจออกมายาวเหยียด ปาดเหงื่อเม็ดหนึ่งที่ซึมออกมา เมื่อครู่นั้นเขาตกใจมาก ไม่คิดว่าหานชุนผู้นี้จะยอมต่อเขา แต่ครู่หนึ่งช่วงที่หานชุนขยับเข้ามาใกล้ เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆที่คุ้นเคย แต่เขานึกไม่ออกว่ากลิ่นหอมนั้นเคยได้กลิ่นมาจากที่ใด มือที่เขาสัมผัสมือหานชุนนั้น เหตุใดมือของหานชุนจึงนิ่มเหลือเกิน

ฝ่าบาท ทรงเป็นอะไรหรือไม่พ่ะย่ะค่ะหลิ่วเย่เดินกลับมาถามด้วยท่าทางเป็นห่วง

ไม่ แต่เราจะอาบน้ำ เตรียมน้ำให้ข้าอาบ

แต่ทรง...กำลังจะบอกว่าอาบไปแล้ว แต่เมื่อคิดได้ว่าฝ่าบาทคงรู้สึกไม่ดีที่มีสัมผัสของบุรุษอื่นอยู่จึงไม่ได้เอ่ยอะไร เดินออกไปสั่งคนที่ตักน้ำมาในห้อง ไปได้เสร็จไปที่สระสรง

หานหนิงเซียนยามออกมาจากห้องได้ก็กลั้นหัวเราะอยู่นานจนเดินมาไกลจึงหัวเราะออกมาเสียท้องคัดท้องแข็ง นางไม่เคยเห็นท่าทางเช่นนี้ของเขามาก่อน เขาคงรังเกียจพวกบุรุษตัดแขนเสื้อ แต่ก็ต้องยอมทำเพราะต้องการกลั่นแกล้งนาง บุรุษผู้นี้คิดผิดเสียแล้ว

อย่างน้อยตอนนี้นางก็ได้รู้แล้วว่าบุรุษผู้นี้รังเกียจสิ่งใด นางเห็นว่าเขาตกใจมากที่นางเป็นฝ่ายรุก แถมไม่ว่าเรื่องใดนางไม่เคยเห็นเขามีเหงื่อหรือวิตกสักนิด ยกเว้นเรื่องนี้ ในที่สุดนางก็กุมความลับเขาไว้ได้หนึ่งอย่าง

 

ในคืนเดือนมืดคืนหนึ่ง...

เฟยหลงซ่างนั่งอ่านราชกิจอยู่ในห้องบรรทมเช่นเดิม ส่วนหานหนิงเซียนก็ยังคงหลบอยู่ในมุมของนางเช่นเดิม หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเฟยหลงซ่างมักจะไม่เรียกองครักษ์หานชุนออกมาพบหน้าสักเท่าใด ซึ่งนี่คงเป็นข้อดีของการที่เขาไม่นิยมบุรุษตัดแขนเสื้อ ทำให้นางอยู่รอดมาได้จนเกือบจะครบเดือนหนึ่งแล้ว

คืนนี้แม้ทุกอย่างจะดูปกติ แต่หานหนิงเซียนกลับรู้สึกถึงความไม่ปกติบางอย่าง นางได้ยินเสียงกลุ่มคนสองสามคนแอบลอบเข้ามาในตำหนัก เสียงนั้นทำให้นางตื่นตัวพร้อมกับจับกระบี่ที่เอวทันที

ไป๋เฉิงและชีซาที่อารักขาอยู่ที่หน้าห้องบรรทมก็ได้ยินเช่นกัน คนทั้งสองเมื่อได้ยินเสียงกลุ่มคนที่ลอบเข้ามาก็รีบติดตามไปทันที เหลือเพียงนางที่รั้งอยู่เพื่อคุ้มครองเฟยหลงซ่าง

ตัวเฟยหลงซ่างเองนั้นก็เหมือนจะรู้ แต่เขายังคงทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ไม่นานนางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนสองคนกำลังเข้ามาทางห้องบรรทม นางมองลอดช่องที่ตงอิงเฮ่าทำไว้เห็นเพื่อมองเห็นห้องบรรทมได้อย่างชัดเจน เห็นคนชุดดำสองคนกำลังบุกเข้ามา เห็นดังนั้นหานหนิงเซียนจึงออกมาจากที่หลบซ่อนและยืนขวางคนชุดดำทั้งสองเอาไว้

หลิ่วเย่เมื่อเห็นเหตุการณ์ก็ตกใจจนแท่งหมึกที่ตนฝนอยู่ร่วงหล่นพื้นน้ำหมึกแตกกระจาย ส่วนเฟยหลงซ่างนั้นยังคงก้มหน้าอ่านหนังสือราชกิจต่อ

อารักษ์...หลิ่วเย่กำลังจะเอ่ยตะโกนให้ทหารองครักษ์ด้านนอกมาอารักขาฮ่องเต้ แต่เฟยหลงซ่างกลับสั่งให้เขาหยุดพร้อมกับเอ่ย

ไม่เห็นหรือว่าเรามีคนอารักขาอยู่แล้ว จะทำให้คนทั้งวังแตกตื่นไปไย

แต่ว่าหลิ่วเย่จะแย้ง แต่ก็ไม่ทันเมื่อหนึ่งในคนชุดดำเอ่ยขึ้น

เรียกไปก็เปล่าประโยชน์ คนพวกนั้นถูกพวกข้าฆ่าตายไปหมดแล้วเสียงทุ้มเอ่ย

เจ้าต้องการสิ่งใดเฟยหลงซ่างเงยหน้าจากราชกิจมองคนชุดดำที่ยืนกร่างอยู่ห้องบรรทมของเขา

กระหม่อมจะหวังสิ่งใดได้เล่าหากไม่ใช่ชีวิตของฝ่าบาทเสียงทุ้มของคนชุดดำเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงกลัว

เฟยหลงซ่างหรี่ตามองรอยยิ้มผุดขึ้นที่ใบหน้า เช่นนั้นก็ต้องดูว่าเจ้าจะสามารถฝ่าองครักษ์เงาของข้ามาได้หรือไม่

คนชุดดำสองคนมองไปที่องครักษ์เงาที่ตอนนี้ถือกระบี่จ้องสองคนนั้นไม่วางตา คนชุดดำหันไปแลกสายตากันเพียงครู่ พยักหน้าให้กันเพียงครั้งเดียวก็พุ่งกระบี่ไปทางบุรุษผู้ยืนขวางโต๊ะทรงอักษรโดยพร้อมเพรียง

หานหนิงเซียนที่เตรียมตัวตั้งรับไว้อยู่แล้วเมื่อเจอสองรุมหนึ่งก็ไม่ได้เกรงกลัว เบี่ยงตัวหลบกระบี่คมของคนชุดดำคู่นั้นก่อนจะเปลี่ยนเป็นฝ่ายโจมตีและตั้งรับไปพร้อมกัน คนชุดดำที่ตัวใหญ่ว่าอีกคนหนึ่งถูกนางจู่โจมจนได้แต่เป็นฝ่ายตั้งรับ ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นก็หาช่องจู่โจม หานหนิงเซียนวาดกระบี่อย่างรวดเร็ว ครั้งหนึ่งรับครั้งหนึ่งจู่โจมพร้อมกับหลบกระบี่นั้นได้อย่างหวุดหวิด จนนางโจมตีคนชุดดำที่ตัวใหญ่กว่าไปได้หลายกระบวนท่าจนคนผู้นั้นต้องล่าถอย นางถือโอกาสตีรุกพร้อมกับหลบกระบี่ด้านหลังไปพร้อมกันกระบี่ของนางฟันไปที่ต้นแขนของคนชุดดำได้ครั้งหนึ่ง มันเสียหลักเซออกห่าง เป็นช่องว่างให้นางหันกลับไปตั้งรับและโจมตีคนชุดดำอีกคนหนึ่ง

คนผู้นี้แม้จะตัวเล็กกว่าอีกคนหนึ่งแต่วรยุทธของเขาใช่อ่อนด้อย แต่สิ่งที่นางแปลกใจคือกระบวนท่าทั้งการตั้งรับและโจมตีนี่เป็นกระบวนท่าของศิษย์สำนักวิหคสวรรค์ทั้งสิ้น

เกิดสิ่งใดขึ้น เหตุใดศิษย์สำนักวิหคสวรรค์จึงมาลอบโจมตีฮ่องเต้ได้ หรือคนผู้นี้แอบเรียนวิชาสำนักวิหคสวรรค์กัน นางคิดไปพร้อมกับจู่โจมไปพร้อมกัน

แม้หานหนิงเซียนจะเคยเป็นศิษย์สำนักวิหคสวรรค์ วรยุทธที่ล่ำเรียนมาก็เป็นวรยุทธของสำนักวิหคสวรรค์ทั้งสิ้น แต่ถึงอย่างนั้นนางก็รู้ตัวว่าหากใช้กระบวนท่าออกไปจนหมดคนที่รู้จักกระบวนท่าพวกนี้ต้องรู้แน่ว่านางเคยเป็นศิษย์สำนักวิหคสวรรค์ นางจึงพลิกแพลงกระบวนท่าอยู่หลายส่วน ทำให้ผู้อื่นไม่รู้ว่านางใช้วรยุทธสำนักใด

ระหว่างที่ประมืออยู่กับผู้ที่ใช้วรยุทธสำนักเดียวกับนาง คนชุดดำอีกคนนั้นเมื่อเห็นว่าองครักษ์เงาของเฟยหลงซ่างไม่ได้สนใจมัน มันจึงพุ่งปลายกระบี่ทะยานตัวไปที่โต๊ะทรงอักษรหมายฆ่าฟันคนที่นั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะอักษรให้สิ้นซาก

หานหนิงเซียนที่ติดพันอยู่กับการต่อสู้เมื่อปรายตามาเห็นนางก็พลิกตัวหมุนใช้กระบี่เข้าขวางกระบี่ที่พุ่งไปยังเฟยหลงซ่างเป็นช่องว่างให้คนชุดดำอีกคนฟันลงมาที่หัวไหล่ของนาง

หัวไหล่ของนางเจ็บปร่า แต่นางก็กัดฟันตวัดกระบี่ง้างกระบี่ของคนชุดดำที่บาดเจ็บจนกระบี่นั้นหลุดมือคนผู้นั้นลอยคว้างอยู่กลางอากาศ นางกระโจนขึ้นไปหากระบี่นั้นก่อนจะแตะให้กระบี่หันกลับพุ่งไปยังเจ้าของของมัน ปลายกระบี่แทงทะลุหน้าอกข้างซ้ายของมันพอดี มันจับด้ามกระบี่ที่ปักอยู่บนอกของมันกระอักเลือดขาดใจตาย

หานหนิงเซียนเหินลงมาอีกครั้งประมือกับคนชุดดำอีกหนึ่ง แต่เพราะรู้ว่าสู้องครักษ์เงาของเฟยหลงซ่างไม่ได้คนชุดดำที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวจึงปาระเบิดควันใส่แล้วทะยานหนีไป ขณะที่หานหนิงเซียนกำลังจะตามไปเฟยหลงซ่างกลับเอ่ยรั้งไว้เสียก่อน

ไม่ต้องตาม

เท้าของหานหนิงเซียนก็หยุดชะงัก ไม่นานนางก็กระอักเลือดออกมาร่างกายโงเงยนางเข่าทรุดลงไปที่พื้นจนต้องใช้กระบี่ยันเอาไว้ เมื่อครู่นางข่มใจต่อสู้แต่เมื่อคนชุดดำออกไปแล้วความเจ็บก็เข้ามาโจมตีนาง

อาชุน!” ตงอิงเฮ่าที่เพิ่งมาใหม่เห็นว่าหานชุนกระอักเลือดก็รีบเข้าประคองทันที

พี่อิงเฮ่านางบาดคราบเลือดที่ริมฝีปากเอ่ยเรียกเขาอย่างยินดี รู้แน่ว่าคงไม่มีแรงจะปกป้องคนผู้นั้นได้แล้วในยามนี้

ตงอิงเฮ่าจับชีพจรแล้วก็ต้องรีบสกัดจุดให้ เจ้าได้รับพิษ

เล็กน้อยแค่ใช้ลมปราณขับสองสามวันคงจะหมด

เห็นหานชุนเอ่ยอย่างอ่อนแรงตงอิงเฮ่าก็ตวัดสายตาไปมองคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะมังกรเอ่ยถามด้วยความโมโห ไยเจ้าไม่ช่วยเขา

หน้าที่เขาคืออารักขาเราแล้วเหตุใดข้าต้องช่วยเขา

องครักษ์คนอื่นเล่า ผู้อื่นหายไปไหนหมดเอ่ยถามจบ ไป๋เฉิงและชีซาก็เข้ามาทันที

คนทั้งสองทิ้งเข่าอยู่หน้าโต๊ะทรงอักษรเอ่ยพร้อมกัน กระหม่อมบกพร่องในหน้าที่ ขอฝ่าบาทโปรดลงทัณฑ์

ช่างเถิด มันคงเป็นแผนของคนพวกนั้นลวงเจ้าสองคนออกไป เรียกคนมานำศพคนผู้นี้ไปชันสูตร

ไป๋เฉิงและชีซารับคำแต่ตงอิงเฮ่ากลับเงยหน้ามองเขา

รู้ว่าเป็นแผนแล้วไยต้องให้อาชุนของข้าสู้เพียงลำพัง เจ้ามันร้ายกาจนักต้องการให้เขาตายไวๆหรืออย่างไร รู้ก็รู้ว่าคนพวกนั้นฝีมือร้ายกาจเพียงใดตงอิงเฮ่าเอ่ยอย่างมีโทสะไม่สนใจว่าคนตรงหน้าคือใคร

ช่างเถิด ข้าสบายดีเห็นตงอิงเฮ่าเป็นเดือดเป็นร้อนแทนนางก็อดรู้สึกดีไม่ได้ ผิดกับคนผู้นั้นที่มองนางต่อสู้โดยไม่ได้กระดิกแม้ปลายก้อย หมดเวรของข้าพอดี ต่อจากนี้รบกวนพี่อิงเฮ่าแล้ว

เจ้ากลับเองไหวหรือ ไหนขอข้าดูแผลของเจ้าหน่อยไม่รอช้ามือหนาของเขากระชากสาบเสื้อตรงหัวไหล่เปิดเปลือยหัวไหล่มนที่มีรอยบาดแผลเป็นทางยาวให้ผู้อื่นเห็นจนหมด

เพราะเหนื่อยจากการต่อสู้อีกทั้งได้รับพิษหานหนิงเซียนจึงมีปฏิกิริยาช้ากว่าเดิม นางรั้งมือของตงอิงเฮ่าไม่ทัน เมื่อเขาเปิดสาบเสื้อตรงหัวไหล่ออกนางก็รีบดึงกลับอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อแผลนั้นถูกเสื้อบาดเอา

จะปิดไปไยพี่น้องกันทั้งนั้น เดี๋ยวข้าจะช่วยใส่ยาทำแผลให้ตงอิงเฮ่าเอ่ย แต่เสียงทุ้มด้านหลังกลับเอ่ยออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร่างสูงที่ยืนประชิดคนทั้งสอง

เราดูเองเฟยหลงซ่างลุกมาจากโต๊ะทรงอักษรเมื่อใดไม่รู้ หันไปเอ่ยกับหลิ่วเย่ ไปเอายาสมานแผลและสลายพิษมา

หลิ่วเย่เมื่อได้ยินก็รับคำและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

ที่นี่เราจัดการเอง พวกเจ้าออกไปเถิดเฟยหลงซ่างเอ่ยกับทุกคน

ไป๋เฉิงและชีซาคำนับแล้วออกไป แต่ตงอิงเฮ่ายังคงยืนตระหง่านเอ่ยเสียงแข็ง เขาลูกน้องของข้าข้าดูแลเอง

แต่เขาเป็นคนของเรา เราดูแลเองเฟยหลงซ่างเอ่ยด้วยดวงตาประกายวาวโรจน์

เห็นดังนั้นตงอิงเฮ่าจึงได้แต่ฮึดฮัดแล้วเดินออกไป

มานี่เฟยหลงซ่างเดินไปที่แท่นบรรทม สั่งให้นางนั่งลง

แผลเล็กน้อยแค่นี้กระหม่อมจัดการได้ ฝ่าบาทอย่าได้ร้อนใจไปเลยนางเอ่ยไปอย่างนั้นเองที่จริงคือนางไม่อยากให้เขามายุ่งกับเรื่องของนาง ที่นางบาดเจ็บไม่ใช่เพราะเขาหรือ ตอนแรกไม่เห็นสนใจแต่มาตอนนี้กลับสนใจ

ถือว่าเป็นการขออภัยจากเรา เราประเมินเจ้าต่ำไปเฟยหลงซ่างเอ่ย รั้งแขนนางให้นั่งลงสุดท้ายนางก็นั่งลงบนแท่นบรรทมตามเขาสั่ง เขาเปิดสาบเสื้อของนางออก นางจึงได้แต่กำสาบเสื้อตรงคอเอาไว้เพื่อเขาจะได้ไม่เห็นเรือนกายส่วนอื่นของนาง

เฟยหลงซ่างมองหัวไหล่ขาว เขามองใบหน้าของหานชุนอีกครั้ง หัวไหล่ของหานชุนเล็กเหลือเกินขาวเนียนไม่ต่างกับหัวไหล่สตรี เสียอยู่ที่ว่ารอยกระบี่นี้อาจจะทำให้เขาเป็นแผลเป็นได้

หลิ่วเย่ให้คนยกอ่างน้ำและผ้าสะอาดเข้ามา ส่วนเขานั้นเอายาสมานแผลและยาลูกกลอนสลายพิษมาให้แล้วก็ถอยออกจากห้องไป

เฟยหลงซ่างทำความสะอาดบาดแผลให้หานชุนพร้อมกับเอ่ยเสียงขรึม ที่เราทำเช่นนั้น ประการแรกเพื่อต้องการดูฝีมือของเจ้า ส่วนประการที่สองเราอยากรู้ว่าเจ้าจะปกป้องเราได้มากเพียงใด แต่ยามนี้เมื่อเห็นว่าเจ้าตั้งใจปกป้องเราเพียงใดมันทำให้เราตาสว่าง

ทุกคนล้วนทำไปเพราะหน้าที่ หน้าที่กระหม่อมคือปกป้องฝ่าบาทอย่างไรก็ต้องทำ หากคืนนี้เป็นตงอิงเฮ่า เขาคงปกป้องฝ่าบาทได้ดีกว่ากระหม่อม

เรื่องนั้นเรารู้...เอ่ยพร้อมกับใส่ยาที่หัวไหล่เล็กนั้น

กระหม่อมก็บอกแล้วอย่างไรว่าทำตามหน้าที่ หากปกป้องฝ่าบาทไม่ได้กระหม่อมก็ตายเช่นกัน ในเมื่อไม่ว่าจะอย่างไรก็ตายเท่ากัน ดังนั้นสู้ทำให้ดีที่สุดไม่ดีกว่าเหรอ

ก็ถูกของเจ้าเขายิ้มให้นาง เป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่เข้ามาในวังหลวงแห่งนี้ที่นางได้รอยยิ้มจากใจของเขา เช่นนั้นต่อไปนี้เราจะไม่คอยหาเรื่องปลดเจ้าออกแล้ว เช่นนี้สบายใจได้หรือยัง

แค่ฝ่าบาทไม่หาเรื่องให้กระหม่อมตกงานกระหม่อมก็สบายใจแล้วนางเอ่ยรวบสาบเสื้อขณะที่เขาโรยยาสมานแผลให้นางเสร็จ

ยังไม่ได้พันแผลเขาเอ่ย

กระหม่อมกลับไปพันเองได้พ่ะย่ะค่ะ

มาเถิดเราพันให้

เอ่อ...จะพันได้อย่างไรเล่า พันก็เห็นกันหมดน่ะสิ คิดได้ดังนั้นจึงเอ่ยออกมา กระหม่อมไม่ต้องการให้ฝ่าบาททรงเห็นเรือนกายอันน่าอับอายของกระหม่อม รอให้กระหม่อมอาบน้ำบ่อยกว่านี้แล้วมาปรนนิบัติอุ่นเตียงให้ คืนนั้นกระหม่อมจะยอมถอดให้หมดพ่ะย่ะค่ะ

ได้ยินดังนั้นมือของเฟยหลงซ่างก็ลดลงและหนีออกห่างในทันที เช่นนั้นก็กินยาลูกกลอนนี่เสีย แม้เจ้าจะทนพิษได้แต่ถึงอย่างนั้นยานี้จะช่วยให้พิษสลายไปไวขึ้น

ขอบพระทัยฝ่าบาทเมื่อกินยาสลายพิษไป หานหนิงเซียนก็ทูลลาทันที นางเหนื่อยเกินไปยามนี้นางต้องการพักผ่อนเหลือเกิน...

------------------




---


ส่วนใหญ่จะแจ้งข่าวสารทางเพจ ฝากกดถูกใจไว้ด้วยนะคะ
กดแฟนเพจตรงนี้จ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,060 ความคิดเห็น

  1. #1548 fahnatee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 01:38
    ครอบครัวของนาง? ย้ำหลายครั้งหมายถึงลูกแน่เลย
    #1,548
    1
  2. #452 Brink Pitt (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 16:43
    ค่ดเท่ ชอบเวลานางเอกเข้มแข็งขึ้น
    #452
    1
  3. #216 0970521536 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 13:15
    ติดหนึบไปอี๊กกกกเรื่องนี้>///<
    สนุกและอินไปกับเรื่องราวจนวางไม่ลง
    ค้างฝุดๆ รอค่ะไรท์^^
    #216
    1
    • #216-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      19 พฤศจิกายน 2560 / 17:27
      ขอบคุณนะคะ ฝากติดตามต่อค่ะ
      #216-1
  4. #214 ผู้หญิงชอบอ่าน (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 10:55
    มีความรู้สึกอยากโบกกบาลฮ่องเต้ เอาให้ทิ่มโต๊ะเลย
    #214
    1
    • #214-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      19 พฤศจิกายน 2560 / 17:26
      ไม่เอานะเป็นสาวเป็นนาง
      #214-1
  5. #213 Angiemammy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 23:54
    เฮียเป็นไรเนี้ย เมื่อไหร่จะหายสมองเสื่อมซะที
    ตั้งสามปีเชียวนะ มาเจอกันยังใจร้ายอีก
    เทซะเลยดีมะ
    #213
    1
    • #213-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      19 พฤศจิกายน 2560 / 09:05
      เทกันไปหลายกระจาดแล้วจ้า 555
      #213-1
  6. #212 primo xxii (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 22:10
    ทำไมจำไม่ได้ ทำมายยยย เสียใจนะเนี่ยย หน่วงงงงเลย แล้วนางเอกเราเมื่อไรจะรู้ว่าพระเอกความจำเสื่อมมม โอ้ยยยยไรท์ //ปาาระเบิด
    #212
    1
    • #212-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      19 พฤศจิกายน 2560 / 09:05
      เอาน่า เดี๋ยวก็คงจำได้ สู้ๆ
      #212-1
  7. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:33
    จะเอาปังตอสับเรือให้เละเลยฝ่าบาท!!!
    #210
    1
    • #210-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 21:36
      สงสัยคนทีมนี้จะมีเยอะนะคะ ฮาไปอีก555

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:36
      #210-1
  8. #209 baimon-0533 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:29
    รู้สึกว่าฮ้องเต้เสียความทรงจำรึเปล่าอะ
    #209
    1
    • #209-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 21:32
      ใช่มั้ยๆ เราว่าใช่นะ ต้องติดตามดูจ้า
      #209-1
  9. #208 Pang_happy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:21
    ขออภัยข้าอิน
    #208
    1
    • #208-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 21:24
      ให้อภัย ข้าเข้าใจ #ทีมล่มเรือ
      #208-1
  10. #207 Pang_happy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:19
    ข้าจิเกลียดผู้ชายในเรื่องนี้ไปอีกนาน ข้าขอติดทีมล่มเรือด้วยคน ข้าอลิสซับพอร์ตของทีม ส่งตรงจากเกมส์rovมาช่วยล่มเรือ
    #207
    1
    • #207-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 21:23
      หัวเราะไป 5 วิ ตามมาด้วยสตั๋นไปอีกสามวิ พูดไม่ออก 555+ (หัวเราะต่อ)
      #207-1
  11. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 19:22
    ก็ยังเกลียดฮ่องเต้อยู่ดี ของไม่ขึ้นเรือเลยซักลำไม่ว่าจะเก่า&ใหม่ ของอยู่หน่วยล่มเรือแทนล่ะกัน จะได้ไม่ต้องนั่งลุ้นว่าพระเอกคือใครง่ายดี
    #206
    1
    • #206-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 21:22
      เยี่ยม! ช่วยล่มเรือคนอื่นให้ด้วยนะคะ 555+
      #206-1
  12. #204 9395066 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 17:34
    นางเอกสวยขึ้น หรือขี้เหร่ เลยทำให้เฮียเค้าลืม 555
    #204
    1
    • #204-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 21:22
      นางเอกแก่เฮียเลยลืม 555
      #204-1
  13. #203 Nao Ng Sverige (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 16:44
    ยาวไปป๊ะ เปล่าเลยกำลังดีจ้า
    #203
    1
    • #203-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 16:47
      โอเคจ้า ไรท์เข้าใจ เขียนสั้นไปเองทำให้เข้าใจไปหลายทาง
      #203-1
  14. #202 LowSugarPink (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 16:28
    3 ปีก่นเกิดอะไร ขึ้นมีคนลอบปลงพระชน หรือ โดนพิษ โดนทำร้ายสาหัส จนความจำเสื่อม // นางเอก เข้มแข็งไว้นะ อย่าไปยอมฮ่องเต้ ไร๊ทขอเรือลำไหม่ ด่วน
    #202
    1
    • #202-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 16:43
      เรือลำใหม่เพิ่งแล่นออกจากท่าอน่างช้าๆ รอหน่อยนะ อาจจะเป็นเรือเกลือ 555+
      #202-1
  15. #201 Areerat Au Amoncharoensasat (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 16:16
    ทำไมความจำเสื่อมอะ
    #201
    1
    • #201-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 16:42
      ต้องติดตามต่อไปถึงจะรู้ค่ะ
      #201-1
  16. #200 1000nanana (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 13:07
    หรือจะมีเหตุให้ลืมนางเอก ToT
    #200
    1
    • #200-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 16:02
      อันนี้ตอบเลยมีชัวร์ 555 เข้าข้างพระเอกเกิ้น
      #200-1
  17. #199 raisinas13 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 12:54
    นางเอกของเราได้โตขึ้นแล้ว ติดตามค่ะไรท์
    #199
    1
    • #199-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 16:02
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
      #199-1
  18. #198 Pooh645 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 12:09
    เหมือนฮ่องเต้ความจำเสื่อมเลย
    #198
    1
    • #198-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 16:02
      เสื่อมมั้ยน้อ
      #198-1
  19. #197 Pang_happy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 12:02
    ก็ยังคงขัดใจเฮียฮ่องเต้
    #197
    1
    • #197-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 16:02
      เรื่องนี้มีขัดอยู่สองคน หนึ่งพระเอก สองนางเอก 555 ไม่เหลือให้ขัดใจแล้ว ต่อมาคงเป็นไรท์ 555
      #197-1
  20. #196 Pang_happy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 07:30
    โถ่ถังกะลามัง อิเต้ชั้นหมั่นไส้แก 3ปีมานี้ท่านไม่ได้เหลืออยู่ในใจข้าสักนิด ก็แค่วันไนท์แสตร์น ใครจะจำ
    #196
    2
    • #196-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 08:19
      ชอบอ่ะ555
      #196-1
  21. #194 ธัญญกร (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 23:25
    ชอบไรท์ อารมณ์ดีจัง
    #194
    1
    • #194-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 08:18
      ขอบคุณค่า ^^
      #194-1
  22. #193 V1trur1an (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 22:46
    ตามมาติดตามต่อเรื่องใหม่ ไรท์รีบมานะคะ 
    #193
    1
    • #193-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 08:17
      ขอบคุณนะคะที่ตามมา ^^
      #193-1
  23. #192 Nekuta (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 20:11
    รู้สึกว่า มันแปลกๆ มันจะมีมาม่าต่ออีกมั้ยหนอ ไม่อยากกินแล้วด้วยอ่ะ เบื่อมาม่า

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2560 / 20:13
    #192
    1
    • #192-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 08:17
      มีมั้ย ไม่มีน่า
      #192-1
  24. วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 18:02
    หักมุมไปอีกกก เหมือนติดอยู่บนยอดไม้ ค้างสุดๆไปเลยค่ะ TT
    #189
    1
    • #189-1 เวิ่นเว้อ(จากตอนที่ 15)
      17 พฤศจิกายน 2560 / 18:12
      พรุ่งนี้จะรีบมาสอยนะจ๊ะ
      #189-1