รักร้ายพิศวาสหวาม

ตอนที่ 17 : ตอนที่9(50%) ฉบับรีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    19 พ.ย. 62

 

ตอนที่ 9rewrite

       ภูผาเดินลงมาชั้นล่างถึงกับชะงัก เมื่อเห็นญาติผู้น้องเดินมาพร้อมกับรัญชิดา ก่อนจะตวัดสายตามองไปยังโต๊ะชั้นสองที่เพื่อนรักนั่งอยู่ หวังว่ามันคงจะไม่เห็น

“ไงธี” เขาเอ่ยทักทายญาติผู้น้อง

“พาคุณดามานั่งดื่มสักหน่อยครับ”

“คุณดาคงจำผมไม่ได้ ผมเป็นเพื่อนของนายติณครับ” ภูผากล่าวแนะนำตัวกับหญิงสาว ซึ่งอีกฝ่ายยกมือไหว้ในฐานะที่อาวุโสกว่า “เชิญตามสบายนะครับ อ้อ...ธี” เขาโน้มตัวมากระซิบย้ำกับญาติผู้น้อง “อย่าลืมว่าคุณดามีสามีแล้ว” ก่อนผละห่างแล้วเดินออกไป

“จะย้ำไปถึงไหน” ธีระวิทย์พึมพำตามหลัง

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” รัญชิดาหันมาถามอย่างแปลกใจ

“เปล่าครับไม่มีอะไร ไปนั่งที่โต๊ะดีกว่าครับคุณดา”

“ค่ะ...เรื่องวันนั้นดาต้องขอโทษด้วยนะคะ”

“เรื่องสามีคุณดาน่ะหรือครับ เรื่องนั้นผมเข้าใจดีครับ” เขาบอกอย่างไม่ติดใจเอาความ ใครเจอแบบนั้นก็สติหลุดได้เหมือนกัน

“เอ่อ...ขอบคุณค่ะ” เมื่อได้ยินคำว่าสามีก็รู้สึกกระดากใจอยู่ไม่น้อย

“คุณดาดื่มอะไรดีครับ” ธีระวิทย์หันมาถามหญิงสาว

“ขอน้ำส้มแล้วกันค่ะ ช่วงนี้รู้สึกไม่ค่อยดี หน้ามืดบ่อยๆ ของดแอลกอฮอล์ชั่วคราว”

“อ้าว...ไม่สบายหรือครับ” ธีระวิทย์ถามพร้อมกับแปลกใจ ทำไมสามีเธอถึงได้ปล่อยให้เธอมาดูงานคนเดียวแบบนี้ทั้งที่กำลังไม่สบาย

“นิดหน่อยค่ะ คงอยู่ฟังเพลงกับคุณธีได้ไม่นานนะคะ”

“งั้นกลับเลยก็ได้นะครับ” เขาไม่อยากถูกสามีเธอมาต่อว่าหากเธอเป็นอะไร และไหนจะญาติผู้พี่ของเขาอีก

“ไม่เป็นไรค่ะ ไหนๆ ก็มาแล้ว นั่งดื่มสักแก้วค่อยกลับก็ได้ค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ แม้จะรู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

“ครับ” เขากวักมือเรียกพนักงานเพื่อสั่งเครื่องดื่มให้กับเธอและของเขาด้วย โดยทั้งคู่ไม่รู้ว่ามีสายตาหนึ่งคู่กำลังมองมาด้วยความไม่ชอบใจ

“พี่ติณมองอะไรคะ” มธุรสหันมาถามเมื่อเห็นเขาจ้องเขม็งลงไปชั้นล่าง

“เอ่อ...พี่มองหานายภูน่ะ ไม่มีอะไร” ติณณภพรีบเบี่ยงเบนความสนใจของคนรักไม่ให้มองลงไป กระทั่งเขาเห็นรัญชิดาเดินออกจากไนต์คลับพร้อมกับผู้ชายคนนั้นที่เขาจำได้ว่าเป็นญาติผู้น้องของภูผา “เดี๋ยวพี่ขอลงไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึง”

“ค่ะ รีบไปรีบมานะคะ”

“ครับ” เขาขานรับคำแล้วเดินลุกออกจากโต๊ะ รีบตามรัญชิดาออกไป ก่อนจะคว้าแขนแทบจะกระชากจนเธอเซถลา

“นี่คุณ!” รัญชิดาตกใจที่เจอติณณภพที่นี่

“ภรรยาคุณไม่ค่อยสบาย ไม่ควรปล่อยเธอมาทำงานเพียงลำพัง” ธีระวิทย์กล่าวตำหนิ

“ไม่ต้องบอก ผมรู้หน้าที่ดี” ติณณภพกล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจที่ถูกอีกฝ่ายต่อว่า

“ถ้ามีคนดูแลแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณดา”

“ค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ดาจะเข้าไปตรวจงานอีกรอบก่อนกลับ”

“ครับ แล้วเจอกัน” ธีระวิทย์กล่าวก่อนจะเดินออกไป เท่านั้นติณณภพก็หันมาหาเรื่องหญิงสาวทันที

“ยังไม่เข็ดใช่ไหม ถึงได้กล้าออกมากับหมอนั่น”

“ก็ไม่มีอะไรเสียหายนี่คะ”

“ไม่เสียหายเหรอ เธออย่าลืมสิว่าเธอใช้นามสกุลฉันอยู่ เกิดเป็นข่าวขึ้นมามันจะเสียไปถึงวงศ์ตระกูลของฉัน” เขาตำหนิกลบเกลื่อนความรู้สึก

“ถ้าการทำงานของดาทำให้นามสกุลคุณเสียหาย วันจันทร์เราก็ไปหย่ากันจะได้สิ้นเรื่อง”

“หย่า!” เขาดูอึ้งไปกับคำว่าหย่า แต่ไม่ทันได้พูดอะไรโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น ทำให้เขาจำต้องล้วงขึ้นมารับสาย “ครับรส”

รัญชิดาหันหลังให้อีกฝ่ายทันทีที่เขาเอ่ยชื่อแฟนสาว จนติณณภพรีบคว้าแขนไว้ไม่ให้เดินหนี แต่นาทีต่อมาก็ต้องปล่อยมือเธอแล้วเดินห่างออกไปคุยโทรศัพท์ รัญชิดาจึงตัดสินใจตรงไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังห้องพัก

“ครับ พี่กำลังไป” เอ่ยแค่นั้นก็วางสาย หมายจะหันมาพูดกับรัญชิดา ปรากฏว่าเธอไม่ได้ยืนอยู่บริเวณนั้นแล้ว จึงคิดว่ากลับกรุงเทพฯ ค่อยคุยกันอีก จากนั้นก็ผละร่างเดินเข้าไปในไนต์คลับอีกครั้ง

“ไปห้องน้ำนานจังเลยพี่ติณ” น้ำเสียงเริ่มงอแงเมื่อเขาปล่อยให้เธออยู่ตามลำพัง

“ขอโทษครับ ท้องเสียนิดหน่อย”

“อ้าวหรือคะ งั้นเรากลับบ้านพักเถอะค่ะ” ความโกรธก่อนหน้าค่อยๆ หายไป

“ก็ดีครับ รู้สึกเพลียๆ” เขาเองก็ไม่มีอารมณ์มานั่งฟังเพลง เพราะคำว่าหย่าของรัญชิดาก้องอยู่ในหัวตลอดเวลา “ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้ไม่สนุกไปด้วย”

“ก็พี่ติณป่วยนี่คะ ไว้พรุ่งนี้ไถ่โทษด้วยการพารสไปดำน้ำแล้วกันค่ะ” แผนการเผด็จศึกติณณภพคงต้องพักเอาไว้ก่อน

“เอ่อ...ก็ได้ครับ” ครั้นจะปฏิเสธเขาก็ไม่กล้า ทั้งที่จริงๆ แล้วอยากจะตามไปดูงานที่บริษัทที่รัญชิดาเข้าไปตกแต่งว่าเกิดปัญหาตรงไหน

 

หลังจัดการเคลียร์ปัญหาเสร็จเรียบร้อยแล้วรัญชิดาก็รีบเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทันที เพื่อเข้าไปคุยกับบวรชัยที่บ้านถึงเรื่องหย่ากับติณณภพ ถึงเวลาที่เธอควรปล่อยเขาเป็นอิสระเสียที

“คุณดา” แจ่มจันทร์ดีใจเมื่อเห็นหญิงสาวเดินลงมาจากรถ

“คุณพ่อคุณแม่อยู่ไหมคะพี่แจ่ม”

“อยู่ค่ะ นั่งเล่นอยู่ที่ห้องโถงค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ นี่ของฝากของทุกคนนะคะ” รัญชิดายื่นถุงขนมกับอาหารทะเลให้กับแม่บ้าน ก่อนจะเดินแยกเข้าไปที่ห้องโถงใหญ่ และการปรากฏตัวของเธอก็ทำให้กนกทิพย์ถึงกับลุกขึ้นโผเข้ากอด หอมแก้มเธอทั้งซ้ายขวาด้วยความคิดถึง

“หายไปไม่ยอมติดต่อมาหาแม่สักนิด”

“ช่วงนี้งานยุ่งค่ะคุณแม่ นี่ดาเพิ่งไปดูงานที่หัวหินมาค่ะ”

“งานมีปัญหาหรือลูก” บวรชัยพอทราบจากบุตรชายมาบ้าง

“ค่ะ แต่ลูกค้าไม่มีปัญหา พอเข้าใจ”

“ทำงานแบบนี้ต้องระวัง สั่งกำชับคนของเราให้ดี ลูกค้าก็จะไม่เสีย” เขาบอกพร้อมสอนไปในตัว

“ค่ะคุณพ่อ งานนี้คงเป็นบทเรียน โชคดีที่คุณธียังให้โอกาสบริษัทเราค่ะ”

“ก็ไม่ได้ใจดีเสียทุกที่ มีอะไรที่ไม่สามารถแก้ไขได้ก็มาปรึกษาพ่อหรือพี่เขาก็ได้นะลูก”

“ดาขอบคุณคุณพ่อคุณแม่และคุณติณมากนะคะที่คอยช่วยเหลือมาตลอด ตั้งแต่คุณพ่อเสียไปดาก็เหมือนคนไร้ญาติ”

“ไม่ต้องคิดมาก ยังไงเราก็ครอบครัวเดียวกันนะลูก” กนกทิพย์แตะหลังมือหญิงสาวที่ตนรักเหมือนลูกในไส้

“คุณแม่ก็รู้ว่าทำไมดาต้องจดทะเบียนสมรสกับคุณติณ และก็ถึงเวลาแล้วที่ดาจะคืนอิสรภาพให้กับเขา”

“หนูดา! ไม่นะลูก”

“คุณแม่คะ คุณติณช่วยดามามากแล้ว ดาควรปล่อยเขาให้มีความสุขเสียที”

“แต่ว่าแม่...” กนกทิพย์ไม่ยอมให้มีการหย่าเกิดขึ้น

“บริษัทก็คลี่คลายไปมากแล้ว คงถึงเวลาที่ดาจะต้องหย่ากับคุณติณได้แล้วนะคะ” รัญชิดาหันไปทางบวรชัยที่เป็นตัวต้นคิดให้ติณณภพกับเธอจดทะเบียนสมรสกัน

“ถ้าเป็นความต้องการของหนู พ่อก็จะไม่ขัดข้อง” คงถึงเวลาแล้วที่จะต้องโอนหุ้นคืนให้รัญชิดาทั้งหมด

“คุณ!” กนกทิพย์มองสามีพร้อมส่ายหน้าไปมา

“ถึงเวลาแล้วคุณ”

“แต่ฉันไม่ยอม หนูดาต้องเป็นสะใภ้ของฉันต่อไป”

การที่เคยสูญเสียบุตรสาว สร้างความเสียใจแก่กนกทิพย์จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า กระทั่งครรชิตพาบุตรสาวมาแนะนำให้รู้จัก ตั้งแต่วันนั้นอาการจึงค่อยๆ เริ่มดีขึ้น รัญชิดาคือยารักษาชั้นดีโดยไม่ต้องพึ่งยารักษาทางการแพทย์ ทำให้นางทั้งรักและเอ็นดูรัญชิดาประหนึ่งเลือดในอก

“คุณแม่คะ ดากับคุณติณเราไม่ได้รักกันนะคะ สักวันก็ต้องหย่า” รัญชิดาพยายามอธิบายให้กนกทิพย์ฟังอย่างใจเย็น เธอก็รักนางประหนึ่งมารดาผู้ให้กำเนิด ตั้งแต่จำความได้เธอก็ไม่เคยเห็นหน้ามารดา เพราะท่านเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจหลังคลอดเธอออกมาเพียงไม่กี่นาที

“ถ้าหนูหย่ากับตาติณไป เราก็จะไม่เจอกัน และอาจจะห่างกันไป” สิ่งนี้แหละที่ทำให้นางกลัวที่สุด

“ไม่ค่ะ ดาจะมาเยี่ยมคุณแม่บ่อยๆ นอกเสียจากคุณแม่...” รัญชิดาพูดเท่านั้นก็เงียบเสียงไป อีกไม่นานท่านคงได้ลูกสะใภ้คนใหม่ และก็คงลืมเธอไป

“แม่อะไรลูก” กนกทิพย์สงสัยในคำพูดของหญิงสาว

“ไม่มีอะไรค่ะ ถ้าคุณแม่ยังเมตตาดาอยู่ ดาจะไม่หายหน้าไปไหนค่ะ”

“สัญญานะ”

“ค่ะ ดาให้สัญญา” รัญชิดาชูนิ้วก้อยขึ้นมา สร้างรอยยิ้มให้กับกนกทิพย์พร้อมเกี่ยวก้อยกับเธอ บวรชัยถึงกับหัวเราะออกมา คงมีแต่รัญชิดาเท่านั้นที่กล่อมภรรยาเขาได้อยู่หมัด

“ถึงจะหย่ากันไปแล้ว ถ้ามีปัญหาเรื่องงานก็มาปรึกษาพ่อกับพี่เขาได้นะหนูดา ไม่ต้องเกรงใจ”

“ค่ะคุณลุง” เธอคิดว่าเปลี่ยนสรรพนามเสียตั้งแต่วันนี้ดีกว่า

“เรียกพ่อเหมือนเดิมดีกว่าลูก”

“นั่นสิ ไม่ทันไรก็ทำตัวห่างเหินแล้ว”

“ค่ะคุณพ่อ” หญิงสาวเพียงแต่ยิ้มแหยๆ แต่รู้สึกอบอุ่นหัวใจที่ทั้งสองยังให้ความเมตตาตนแบบนี้ ทำให้ไม่ได้รู้สึกว่าเหลือตัวคนเดียวในโลก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

126 ความคิดเห็น