คัดลอกลิงก์เเล้ว

One-shot อาทิตย์โอบจันทร์

ยามยังเยาว์อาทิตย์จำต้องอิงแอบร่มเงาอันอ่อนโยนของพระจันทร์เพื่อให้ดวงไฟดวงน้อยไม่ถูกแรงลมพัดเสียให้ดับไป อาศัยความสว่างนวลตาประดุจแสงส่องให้เห็นหนทางที่ถูกต้อง กาลเวลาผันผ่าน..ยามนี้ลูกไฟลูกเล็กกลับกลายเป็นดวงตะวันที่กล้าแกร่ง ฉายแสงอบอุ่นให้กับคนทุกผ

ยอดวิวรวม

1,017

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,017

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 พ.ค. 54 / 00:05 น.
นิยาย One-shot ҷԵͺѹ One-shot อาทิตย์โอบจันทร์ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ถ้าอ่านไม่ได้ เชิญที่บล็อกค่า

blog ของกะล่อนนะคะ kalondong.exteen.com ค่า


ยามยังเยาว์อาทิตย์จำต้องอิงแอบร่มเงาอันอ่อนโยนของพระจันทร์เพื่อให้ดวงไฟดวงน้อยไม่ถูกแรงลมพัดเสียให้ดับไป อาศัยความสว่างนวลตาประดุจแสงส่องให้เห็นหนทางที่ถูกต้อง

กาลเวลาผันผ่าน..ยามนี้ลูกไฟลูกเล็กกลับกลายเป็นดวงตะวันที่กล้าแกร่ง ฉายแสงอบอุ่นให้กับคนทุกผู้โดยไม่ต้องหวาดกลัวต่อสิ่งใด ..อาทิตย์จึงหมายมั่นที่จะเป็นฝ่ายปกป้องดูแลพระจันทร์  ..ปรารถนาจะโอบจันทร์ไว้แนบดวงใจในอ้อมกอดอย่างมั่นคง

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 พ.ค. 54 / 00:05


อาทิตย์โอบจันทร์

 

ยามยังเยาว์อาทิตย์จำต้องอิงแอบร่มเงาอันอ่อนโยนของพระจันทร์เพื่อให้ดวงไฟดวงน้อยไม่ถูกแรงลมพัดเสียให้ดับไป อาศัยความสว่างนวลตาประดุจแสงส่องให้เห็นหนทางที่ถูกต้อง

 

กาลเวลาผันผ่าน..ยามนี้ลูกไฟลูกเล็กกลับกลายเป็นดวงตะวันที่กล้าแกร่ง ฉายแสงอบอุ่นให้กับคนทุกผู้โดยไม่ต้องหวาดกลัวต่อสิ่งใด ..อาทิตย์จึงหมายมั่นที่จะเป็นฝ่ายปกป้องดูแลพระจันทร์  ..ปรารถนาจะโอบจันทร์ไว้แนบดวงใจในอ้อมกอดอย่างมั่นคง

 

 

 

ร่างสูงใหญ่เฉกเช่นนักกีฬายืนกอดอกมองผลงานของตัวเองอย่างพึงพอใจ เรียวปากบางบิดโค้งขึ้นน้อยๆเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กที่เขาชวนมาทำมื้อเย็นกินกันที่ห้องพักของเขานอนฟุบไปกับโต๊ะอาหารเนื่องจากไวน์แดงที่ถูกคะยั้นคะยอให้ดื่ม ..จะเรียกว่าตั้งใจมอมก็ได้ หากที่ผิดคาดคือไม่นึกว่า พี่ศิน ของเขาจะคออ่อนได้ถึงขนาดนี้ ไม่ทันไรก็ไปเสียแล้ว

 

นัยน์ตาคู่คมมองร่างเล็กด้วยแววแสนรัก ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มีขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ พอรู้ตัวอีกทีก็มีคนๆนี้เข้ามาอยู่เต็มหัวใจ จากครูสอนกวดวิชากับนักเรียนหัวดื้อ กลายมาเป็นพี่ชายที่แสนดี... จนกระทั่งเขาอยากเปลี่ยนสถานภาพระหว่างกันอีกครั้ง

 

 

พี่ศินของเขาน่ารักเหลือเกิน... น่ารักทั้งตัวและหัวใจ

 

 

ในวันที่ลูกชายโทนของบ้านต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปพร้อมๆกันจากอุบัติเหตุทางเครื่องบิน มีเพียงอ้อมกอดจากพี่คนนี้ที่คอยปลอบประโลม เมื่อธุรกิจมูลค่ามหาศาลของครอบครัวทำให้ไม่มีใครที่เข้ามาหากันด้วยใจ..แม้กระทั่งญาติ

 

“วันนี้ไม่ต้องเรียนหรอกดีไหม พักเสียหน่อยนะ พี่จะอยู่เป็นเพื่อน”

 

“เรียนเถอะ ผมไม่อยากให้พ่อแม่ผิดหวัง”

 

อาจจะเป็นความสงสารที่ศศินมีให้ จึงทำให้เด็กมัธยมต้นวัยกำลังโตผลุบไปอยู่ในวงแขนของศศินที่ขณะนั้นยังเรียนอยู่ปี1ในมหาวิทยาลัยชื่อดัง

 

“เสียใจก็แค่ร้องมันออกมา ร้องให้พอ..แล้วจากนี้ก็ก้าวต่อไปอย่างเข้มแข็ง ให้พวกท่านที่คอยมองดูอยู่ได้สบายใจ”

 

สิ่งที่จำได้แม่นคือวันนั้น..ชุดนักศึกษาของศศินฉ่ำชุ่มไปด้วยหยาดน้ำ อ้อมกอดที่อยู่ใต้ผ้าโทเรสีขาวกลายเป็นที่ซับน้ำตาอย่างดี

 

 

นั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาสองคนเข้าใกล้กันมากขึ้น ..วันและเวลาที่เดินไปทำให้ระยะห่างระหว่างกันลดสั้นลงเรื่อยๆจนกลายเป็นเหมือนพี่น้อง ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรกลินท์ก็จะหอบหิ้วความไม่สบายใจนั้นมาปรึกษากับศศิน สำหรับเด็กที่ขาดพ่อขาดแม่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต มีสิทธิใช้เงินมหาศาลเท่าที่มีในบัญชี เหลือแต่เพียงการบริหารธุรกิจที่ยังต้องอาศัยลุงที่เป็นญาติใกล้ชิดที่สุดคอยดูแลและทนายประจำครอบครัวในการจัดการเรื่องต่างๆแทน  การที่เขาไม่เสียผู้เสียคนไปก็คงเป็นเพราะคำสอนคำเตือนของศศิน

 

กลินท์ยังคงเรียนพิเศษกับศศินเรื่อยมาจนกระทั่งเขาสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเดียวกับศศิน วันนั้นศศินที่เรียนจบแล้วจากคณะเศรษศาสตร์ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งและทำงานเป็นครูสอนกวดวิชาเต็มตัวพาเขาไปเลี้ยงข้าว มอบนาฬิกาเรือนที่เขาใส่ติดตัวอยู่นี้ให้เป็นของขวัญ

 

ถึงแม้จะไม่ได้เรียนกวดวิชาตัวต่อตัวกับศศินอีกแล้วแต่กลินท์ก็ยังไปหาศศินอยู่เป็นประจำ ได้เห็นเด็กรุ่นน้องของเขาหลายคนตามเรียกพี่ศิน พี่ศินด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ อยากที่เขาเคยทำและ..อาจจะยังทำอยู่

 

มีสองปีหลังมานี้ที่ศศินเป็นครูกวดวิชาที่โด่งดังมากเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ คงเพราะหลักสูตรที่สับไปเปลี่ยนมา ไม่มีความแน่นอนบีบให้นักเรียนต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมนอกโรงเรียนเอาเอง กวดวิชาจึงได้รับความนิยมมากขึ้น และเมื่อศศินเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ที่มีชื่ออยู่แล้วยิ่งทำให้คิวแน่นมากขึ้นไปอีก เวลาที่ได้เจอกันน้อยลงไปแต่ไม่ได้ทำให้กลินท์รู้สึกว่าห่างไกลกับศศินเลย

 

ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยกลินท์เองก็มีแฟนมาหลายคนเนื่องด้วยหน้าตาที่จัดว่าหล่อเหลาขนาดที่มีแมวมองมาชักชวนให้ไปถ่ายแบบและรูปร่างสูงใหญ่สมชายชาตรี บวกกับการเรียนและกีฬาที่ไม่แพ้ใครทำให้เขาเป็นคนดังประจำมหาวิทยาลัย เพียงแต่คบได้ไม่นานก็มีเหตุให้ต้องเลิกรากัน บางส่วนก็มีสาเหตุมาจากความเอาแต่ใจตัวของบรรดาสาวๆดาวคณะ บางส่วนเองก็มีที่มาจากความรำคาญและขี้เกียจง้อเวลาเธอเหล่านั้นงอน .. แต่สิ่งที่พวกเธอพูดเหมือนกันคือ เธอไม่รู้สึกว่าเขารักเธอ... แม้ว่าจะได้โอบกอดหรือมีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันก็ตาม

 

ก็จริง เพราะที่ผ่านมาพวกเธอทำให้เขารู้สึกได้เพียงแค่ชอบ หรือถูกใจเท่านั้น แต่ไม่เคยมีใครทำให้ใจเขาเต้นได้สักคน

 

กว่าจะมารู้ว่าหัวใจของเขาอยู่ใกล้ตัวแค่ไหนก็ตอนที่อยู่ปีสองแล้ว กลินท์จำได้ว่าครั้งนั้นรู้สึกเหมือนจะฆ่าคนได้เมื่อเห็นศศินอยู่ในวงแขนของครูสอนพิเศษอีกคนตอนที่เขาไปหาที่ศูนย์กวดวิชา แม้ว่าตอนหลังความจริงจะเผยออกมาว่าอีกฝ่ายเข้ามาช่วยประคองตอนศศินกำลังจะตกบันไดเท่านั้น เขาก็ยังรู้สึกหวงและหึงอยู่ดี

 

 

เมื่อได้รู้ความรู้สึกของตัวเองแล้วกลินท์ยังต้องใช้เวลาเพื่อยอมรับมันอยู่พักใหญ่ เขาไม่มาเจอศศินเลยตลอดสองเดือนที่อยู่กับตัวเอง ช่วงเวลานั้นยิ่งทำให้กลินท์ได้รับรู้รสของความทรมานยามเมื่อไม่ได้เห็นดวงหน้าใสๆพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนที่มีให้เขา ถึงจะต้องพบเจอกับคำส่อเสียดในอนาคตกับสิ่งที่เลือกแต่กลินท์ก็แน่ใจว่าคงน้อยกว่าความเจ็บที่หัวใจเมื่อต้องปล่อยให้ศศินไปเป็นของคนอื่น

 

หลังจากรับใจตัวเองได้กลินท์ก็กลับเข้ามาในชีวิตของศศินอีกครั้ง ชายหนุ่มผู้อาวุโสกว่าไม่ได้ซักไซร้อะไรให้มากความนอกจากทักเพียงว่าไม่ได้เห็นหน้านานเป็นเดือนๆเชียว เพราะเชื่อว่าตนรู้จักกลินท์ดี ..ถ้าหากอีกฝ่ายมีเรื่องวุ่นวายใจที่ไม่สามารถจัดการได้ไหวก็คงจะเป็นฝ่ายมาขอคำปรึกษา กลินท์ดีใจกับการเลือกของตัวเองเสียเหลือเกิน ด้วยทันทีที่ได้เห็นหน้าใสๆประดับด้วยรอยยิ้มยินดีเมื่อพบเขากลินท์ก็ตระหนักชัดกับหัวใจ ..จากนี้ไปเขาคงไม่สามารถมีความสุขในชีวิตได้หากปราศจากศศิน

 

 

 

นิ้วเรียวไล้ข้อนิ้วไปกับแก้มนวลเนียนที่บัดนี้สุกปลั่งจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ คนถูกรบกวนส่งเสียงครางฮืออย่างขัดใจพลอยให้เจ้าของเสียงทุ้มห้าวหัวเราะหึหึอยู่ในลำคอ ..ยั่วกันรึเปล่านี่..พี่ศิน

 

“พี่ศินครับ พี่ศิน” กลินท์ก้มตัวลงกระซิบริมหูกับร่างเล็ก พลางเขย่าตัวเบาๆเพื่อช่วยปลุกอีกฝ่าย ไม่นานนักแพรขนตาหนาก็กะพริบถี่ๆก่อนจะค่อยๆปรือขึ้นมอง

 

“หือ.. ตะวัน”  ในนัยน์ตากลมโตฉ่ำเยิ้มหลังเลนส์แว่นแบบไร้กรอบกับริมฝีปากอิ่มที่เผยอเรียกทำเอากลินท์แทบจะห้ามใจไม่ให้กระชากตัวคนเมาเข้ามาประทับจูบรุนแรงไม่ไหว

 

“ผมว่าพี่เมาแล้วนะ ลุกไหวมั้ย”

 

“ฮะ ฮะ อะรายกานนน  พี่ยังไม่มาวน้า”คนไม่เมาตอบมาด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ทำให้กลินท์ยกยิ้มเอ็นดู จากนั้นก็พยายามยันตัวขึ้นยืนแต่ก็เซแท่ดๆจนอีกฝ่ายกลัวว่าศศินจะได้หัวร้างข้างแตกจึงตัดสินใจรวบตัวเข้ามาไว้ในวงแขนแกร่ง ใบหน้าคมก้มลงสัมผัสกลุ่มเส้นผมนุ่มๆด้วยเรียวปาก

 

เพราะรู้สึกหนักหัวเสียเหลือเกินศศินจึงพอใจที่จะเอนพิงแล้วซุกหน้ากับอกอุ่นๆตามที่ถูกจัดท่าไว้ไม่ได้หนีไปไหน

 

“พี่ศินครับ”

 

“หือออ”ยอมยกหัวออกมาเมื่อได้ยินเสียงชื่อ

 

“ผมรักพี่ศินนะ”

 

“พี่ศินก็ร้ากน้องตะวัน”ตอบพลางรั้งคอร่างสูงให้ก้มลงแล้วหอมแก้มเสียฟอดใหญ่

 

 

นัยน์ตาคู่คมของกลินท์เบิกกว้างด้วยความตกใจ เขารู้ว่าคำนี้ของศศินไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าการตอบของคนเมาและเอ็นดูเขาในฐานะน้อง หากแต่ไม่ว่าความคิดใดๆก็ไม่สามารถหยุดยั้งอารมณ์พลุ่งพล่านที่ก่อตัวขึ้นเนื่องจากคนในอ้อมกอดเขาได้อีก

 

ในเมื่อไม่สามารถหยุดได้ กลินท์ก็ไม่คิดจะหยุด อย่างไรเสียเขาก็ตั้งใจจะทำให้ศศินเป็นของเขาในคืนนี้อยู่แล้ว

 

มือใหญ่ดึงแว่นที่ศศินสวมอยู่ออกเพื่อไม่ให้เกะกะ ริมฝีปากบางสัมผัสลงที่หน้าผากเนียน ก่อนจะไล่ลงมายังพวงแก้มใสโดยไม่สนว่าดวงหน้านวลจะคอยผละหนี กลินท์ยังคงดื้อดึงทำตามใจได้ตลอด ชายหนุ่มจูบแก้มแรงๆเสียทั้งสองข้างแล้วค่อยๆลิ้มรสริมฝีปากอิ่ม ขบเม้มทีละน้อยด้วยความนุ่มนวล ฉวยโอกาสยามที่คนสติไม่ค่อยอยู่กับตัวตั้งใจจะประท้วงรุกรานเข้าไปช่วงชิงลมหายใจอย่างอ่อนหวาน

 

เมื่อพบว่าคนในอ้อมกอดเริ่มหายใจขัดก็ยอมผละออกพอแค่ให้ได้สูดอากาศเข้าปอด แล้วก็วกกลับมาบรรจงจุมพิตศศินซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร่างเล็กหมดแรงที่จะพยุงตัวเองไว้ วงแขนแกร่งจึงต้องออกแรงรับน้ำหนักเพื่อประคองให้อยู่แนบชิดเช่นเดิม

 

หวาน.. หวานเหลือเกิน

 

ความใสซื่อที่ศศินแสดงออก ทั้งเรียวลิ้นเล็กที่คอยผละหนี มือบางที่ประเดี๋ยวก็ผลักไสประเดี๋ยวก็รั้งเขาให้แนบสนิทกว่าเดิม ล้วนทำให้กลินท์ยิ่งปรารถนาในตัวศศินมากขึ้น

 

 

ชายหนุ่มยอมหักใจของตัวเองไว้ตรงนี้ไม่เช่นนั้นศศินคงจะถูกกกกอดเอาที่โต๊ะอาหารนี่เอง กลินท์ช้อนตัวอีกฝ่ายขึ้นอุ้ม

 

“ตะวัน ปล่อยยยพี่น้า พี่เดินเองด้ายยยย”

 

“หลังจากโดนจูบจนยืนไม่ไหวเหรอครับ”ดูเหมือนคำเย้าของกลินท์จะส่งไปไม่ถึงเพราะศศินหลับพับไปกับอกเขาเสียแล้ว..ยอมปล่อยให้งีบเอาแค่ช่วงสั้นๆนี้ก็ได้

 

ด้วยจากนี้ไปคงไม่ได้พักอีกเลยตราบจนตะวันขึ้น

 
.....................................


จากนี้ไป ไม่สะดวกที่จะลงแล้วค่ะ อย่างที่เคยบอกไว้กับทุกๆเรื่องนะคะ ถ้าเรื่องไหนหรือบทไหน ไม่สะดวกที่จะลงที่เด็กดี ขอให้ไปอ่านต่อที่บล็อกกะล่อนนะคะ

ผลงานอื่นๆ ของ กะล่อนดง

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 ช็อคโกโลตี้
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 20:09
    เขินมากกกกกกก -///- //เช็ดเลือดดดดดด
    #1
    0