คัดลอกลิงก์เเล้ว

FIC HARRY HP/DM บางสิ่งบางอย่าง

หลังจากจบสงคราม เดรโก มัลฟอย กลับไปที่คฤหาสน์ไปหลุมศพของลูเซียสและนาร์ซิสซาร์ เพื่อสารภาพ..บางสิ่งบางอย่าง

ยอดวิวรวม

9,374

ยอดวิวเดือนนี้

20

ยอดวิวรวม


9,374

ความคิดเห็น


37

คนติดตาม


283
เรทติ้ง : 83 % จำนวนโหวต : 3
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  22 มี.ค. 52 / 19:07 น.
นิยาย FIC HARRY HP/DM ҧ觺ҧҧ FIC HARRY HP/DM บางสิ่งบางอย่าง | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
หลังจากจบสงคราม เดรโก มัลฟอย กลับไปที่คฤหาสน์ไปหลุมศพของลูเซียสและนาร์ซิสซาร์ เพื่อสารภาพ..บางสิ่งบางอย่าง

paring harry/draco

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 มี.ค. 52 / 19:07


บางสิ่งบางอย่าง

...เช้าที่แสนหนาวเหน็บ

ผู้คนบนท้องถนนเดินขวักไขว่ เร่งรีบ ไม่ว่าใครต่างก็พยายามไปให้ถึงที่หมายโดยเร็วเพื่อเลี่ยงอากาศที่เย็นไปจนถึงกระดูกนี้ จะมียกเว้นก็เพียงแต่ชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆที่แม้มีเครื่องห่อหุ้มร่างกายเพียงเสื้อเสว็ตเตอร์คอปิดสีดำตัวบางกับกางเกงยีนส์ในมือถือช่อลิลลี่สีขาว เดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ดวงหน้าขาวซีดเรียบเฉยไร้ความรู้สึกราวกับรูปปั้นที่ไม่แยแสต่อสิ่งใดอีก ขาเรียวพาร่างโปร่งลัดเลาะตรอกซอยจนมาถึงจุดหมายปลายทาง

คฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า สภาพภายนอกทรุดโทรมลงกว่าที่เขาเคยเห็นครั้งสุดท้ายมาก สีที่ทาไว้บางส่วนลอกออกเผยให้เห็นรอยแตกของเนื้อปูน ทั้งจากการเสื่อมเนื่องจากเวลาและผลพวงจากการที่แห่งนี้เคยเป็นหนึ่งในสมรภูมิรบ สนามหญ้าเวลานี้มีวัชพืชขึ้นเต็มไปหมด น้ำตกที่เป็นหนึ่งในของตกแต่งก็กลายเป็นกองหินที่เขียวครึ้ม ไม้บางส่วนที่เป็นไม้เลื้อยก็พันอยู่กับเสา เกาะเกี่ยวอยู่กับตัวคฤหาสน์ ดูรกร้างเสียจนไม่ต้องอาศัยมนต์บทใดเพื่อลวงตาก็คงไม่มีมักเกิ้ลหน้าไหนกล้ากล้ำกรายเข้าไป

แม้สิ่งที่สายตาบอกจะเป็นเช่นนั้น หากภาพที่ใจได้สัมผัสกลับเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่อวลด้วยบรรยากาศแสนอบอุ่น อยู่ตรงกลางพื้นที่กว้าง มีสวนหย่อมที่ได้รับการตัดแต่งอย่างประณีตอยู่ด้านหน้า น้ำตกเล็กๆยังคงไหลส่งเสียงของสายน้ำที่คุ้นเคยให้ดังอยู่ข้างๆหู

ชายหนุ่มปล่อยตัวเองให้ซึมซับ รำลึกถึงวันคืนเก่าๆที่ไม่อาจหวนกลับ อีกชั่วครู่จึงเดินไปทางส่วนหลังของอาณาบริเวณอันกว้างใหญ่ ปฏิเสธที่จะเดินเข้าไปใน 'บ้าน' แม้ใจหนึ่งจะอยากแต่อีกใจก็รั้ง

... ไม่อยากเห็นความเสื่อมโทรมไปมากกว่านี้อีกแล้ว...

แผ่นป้ายหลุมศพเรียงราย สีที่เคยขาวเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นปนกับสีเขียวครึ้มของตะไคร่ที่ขึ้นจับ มีอยู่เพียงแผ่นเดียวที่อยู่ในสภาพดีกว่าแผ่นอื่นเพราะถูกสร้างขึ้นหลังสุด ชายหนุ่มวางช่อดอกไม้ลงตรงด้านหน้าของหลุมศพนี้ พร้อมกับทรุดลงนั่ง เอนตัวพิงพร้อมแนบใบหน้าขาวซีดกับด้านข้างของแผ่นหินอ่อน ซบอยู่อย่างนั้น

"พ่อครับ แม่ครับ ผมมาขอโทษ..แล้วก็..มาสารภาพ " หยาดน้ำใสไหลรินจากดวงตาคู่สวย หากแม้จะเป็นอย่างนั้น รอยยิ้มบางก็ยังถูกวาดบนดวงหน้าเซียวเมื่อนึกย้อนไปถึงวัยเด็กที่ยังไม่รู้ประสา ซุกซบอยู่กับไหล่ของพ่อแม่เมื่อมีเรื่องไม่สบายใจหรือต้องการวอนขอสิ่งใด ...แขนของพ่อ... แขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรงจากการฝึกฝนร่างกายจะให้ความอุ่นใจกับเขาได้เสมอ และแขนของแม่... จะคอยปลอบประโลมเพื่อให้เขาดีขึ้น

"พ่อเคยถามผมว่าทำไม ...ทำไมถึงหักหลังพ่อไปเข้ากับพวกภาคี ทำไมถึงเป็นสายลับให้พวกนั้น" ดวงตาสีเงินที่ตลอดมาไม่เคยสื่อความรู้สึกใดๆบัดนี้ปรากฎรอยร้าวลึก...จนถึงดวงจิต ร่างโปร่งหายใจขัดเล็กน้อยแต่สักพักก็กลับเป็นปกติ

"ผมตอบพ่อเพียงแค่ว่าผมเกลียด'ท่านผู้นั้น'มันเป็นหนึ่งในหลายๆเหตุผลของผม" มือขาวซีดไล้เบาๆไปตามร่องที่สลักอยู่บนแผ่นหินอ่อน เหมือนเด็กคนหนึ่งที่เคยคุยไปจับแขนของพ่อไป...เหมือนที่เคยทำ

"ผมเป็นมัลฟอย มัลฟอยที่จะไม่ยอมก้มหัวให้กับสิ่งเลวร้ายที่ตนไม่ยอมรับ" เจ้าของผมสีบลอนด์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนจะเอ่ยต่อ "แม้ว่าพ่อจะเคยไล่ผมออกจากตระกูลแต่ผมก็ยังคงเป็นมัลฟอย เรามั่นคงในสิ่งที่เราเชื่อ และปกป้องสิ่งสำคัญไว้ด้วยชีวิต ผมทำเต็มที่แล้วเพื่อปกป้องคนๆนั้น เหมือนที่พ่อทำเพื่อปกป้องผมและแม่" ถึงตรงนี้ ดวงหน้าขาวซีดก็เริ่มเรื่อสีจากเลือดที่ถูกสูบฉีดขึ้นผิวหน้า

"ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมมีให้เขามันเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่ ผมเพียงแค่รู้จักเขามาทั้งชีวิต"

...แม้ว่าผมจะรู้จักเขาแต่เพียงฝ่ายเดียว...

"แล้วก็รู้จักความกลัวกับความหวังที่มาคู่กันด้วย ..ตั้งแต่เริ่มรู้ความ ผมก็กลัวว่า'ท่านผู้นั้น'จะกลับมา แล้วผมก็เริ่มหวังในตัวคนๆนั้น จนมาแน่ใจกับสิ่งที่ตัวเองคิดเมื่อตอนเจอกันครั้งแรกที่ร้านตัดชุด" ลูกแก้วสีแพลตินัมปิดลงหากแต่เห็นภาพในวัยเยาว์ย้อนกลับมาฉายบนเปลือกตาบาง

ชื่อร้านอะไรนะ? จำไม่ได้แล้ว จำได้แต่ลูกแก้วสีมรกตคู่นั้น

"ผมเห็นอะไรบางอย่างในดวงตานั้น มันทำให้ผมอุ่นใจและเชื่อในตัวเขา" เสียงที่เปล่งออกมาแผ่วเบาเพียงกระซิบ แต่หากลูเซียส มัลฟอยมีโอกาสได้ยินจริงคงแปลกใจว่าทำไมคนๆนั้นจึงทำให้น้ำเสียงของลูกชายผู้ทระนงในศักดิ์ศรีของเขาเจือแววกระดากได้ถึงเพียงนี้

"ตอนที่พ่อบอกผมว่าให้เป็นเพื่อนกับเขาได้ พ่อไม่รู้หรอกว่าผมดีใจแค่ไหน แต่ก็นั่นแหละ.. โคล่ก โคล่ก" เสียงพูดขาดหายไปเมื่อร่างโปร่งไอเสียจนตัวโยน มือข้างหนึ่งป้องปากไว้ส่วนอีกข้างก็กดที่หน้าอก ของเหลวสีแดงคล้ำตัดกับฝ่ามือซีด บางส่วนยังเปรอะอยู่ที่มุมปาก หากเจ้าตัวก็ไม่ได้ใส่ใจ

"แล้วพอพ่อบอกเหตุผล ให้ผมเข้าใกล้เขา..เพื่อพลัง และเพื่อ'ท่านผู้..นะ..' " ไม่ทันจะจบคำดี เสียงไอจากชายหนุ่มก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องนานจนร่างกายที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้วรู้สึกเหนื่อย ไหล่บางห่อลงเล็กน้อยเมื่อสายลมแรงของฤดูหนาวพัดกรรโชก หิมะสีขาวโปรยปรายมาไม่ขาดสาย ร่างโปร่งเบียดตัวเข้าหาแผ่นหินอ่อนที่เย็นเฉียบยิ่งขึ้น

"จากนั้นมา ผมก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขาเกลียดผม" ชายหนุ่มเหม่อมองออกไปไกล จิตใจประหวัดถึงเรื่องราวที่เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน ภาพทุกภาพแจ่มชัดในความทรงจำราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

...เพียงแต่เมื่อนึกถึงความหลัง ภาพของคนๆนั้นจะโดดเด่นที่สุดเสมอ เพราะเขา ... สำคัญที่สุด...

"ทำเสียจนเขาชินกับการหาเรื่องของผม" เรียวปากเซียวยกมุมขึ้นเล็กน้อย เมื่อนึกรู้ว่าตัวเองมีไอเดียสร้างสรรค์ด้านแกล้งคนมากแค่ไหน เขาหาเรื่องได้หลากรูปแบบหลายวิธีเสียจริง แต่แล้ว รอยยิ้มที่ดูเหมือนจะรื่นเริงก็จางหายไป แทนที่ด้วยรอยยิ้มแสนเศร้า

....รอยยิ้มที่ตรงกับใจมากที่สุดไม่ว่าเวลานั้นหรือเวลานี้

"ดวงตาคู่นั้นที่มองมาอย่างชิงชัง มันทำให้ผมเจ็บ" มือเรียวยกขึ้นมาทาบที่อกด้านซ้าย
มันยังเต้นอยู่ ...แค่เต้นเบาเท่านั้น
"ครั้งแรกที่รู้สึก ผมไม่เข้าใจเลย แต่พอต่อๆมาผมก็ชินเหมือนกัน"

...ชินกับความเจ็บปวดที่ได้รับจนมันชาไปเอง

โคล่ก โคล่ก อีกครั้งที่ของเหลวนั้นเปื้อนมือ รอยเปื้อนเก่าที่เริ่มแห้งกรังปนอยู่กับรอยใหม่ ย้อมมือขาวซีดให้เปลี่ยนเป็นสีแดง ดวงหน้าขาวไซ้กับแผ่นหินอ่อนเล็กน้อย เหมือนเด็กที่หาตำแหน่งเหมาะๆแนบพิงกับไหล่ของพ่อ

"พอโตขึ้นมาหน่อยผมก็ได้รู้จักตัวเอง มันลำบากมากเลยฮะ กว่าผมจะยอมรับได้...ว่าเขา.. มีอิทธิพลต่อผมเหลือเกิน..และ..."

...และถึงแม้จะรู้ชัดในความรู้สึกอีกทั้งยังต้องมาทำงานร่วมกัน แต่เขาก็ยังทำตนเป็นปฏิปักษ์กับคนๆนั้นต่อไป เพราะบทบาทที่ต่างฝ่ายต่างถูกกำหนด

...ฮีโร่ กับ...ลูกชายของผู้เสพความตาย

...ทายาทของมัลฟอย เส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบ

ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอบัดนี้แผ่วลงเรื่อยๆ สายลมที่เคยพัดแรงก็ผ่อนลง เสียงของหญ้าที่ล้อลมก็ราวกับจะขับกล่อมให้ร่างอ่อนแรงเข้าสู่นิทราอันยาวนาน ...เพื่อพักอยู่ในความสงบอันแสนสุข

"ผม..ระ..รัก ขะ..เขา"

คำสามคำที่ไม่เคยเอ่ยให้ใครได้รับรู้แม้กระทั่งคนที่เขารักที่สุดคนนั้น

ดวงตาสีเงินปิดสนิทลง...ปิดความจริงทุกอย่างไว้ให้อยู่กับตัวเอง ไม่มีวันที่จะบอกเล่าเรื่องราวในครั้งอดีตให้คนๆนั้นได้ฟัง

...ไม่มีวันที่จะบอกว่า ตลอดมา เขาเสแสร้งเกลียดอีกฝ่ายเพื่อปกป้อง เขาทำร้ายคนๆนั้นด้วยการกระทำและคำพูดที่เชือดเฉือน แต่สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่ต้องมานั่งร้องไห้อยู่คนเดียว

...ไม่มีวันที่จะบอกว่า ที่เขาเลือกจะไม่เผชิญหน้ากับ 'ท่านผู้นั้น' โดยตรง หากเลือกเป็นสายลับที่เสี่ยงกว่า ก็เพื่อต้องการแบ่งเบาภาระบนบ่าแกร่งนั้นให้ได้มากที่สุด

...เพราะพูดไปมันก็จะกลายเป็นเพียงลมปาก ไม่มีคุณค่าใด โดยเฉพาะกับคนๆนั้นที่ตอนนี้คงกำลังมีความสุข เขาขอเก็บไว้ เก็บสิ่งนี้เอาไว้ ให้ความรู้สึกนี้ทรงคุณค่าอย่างที่สุดในใจเขา

...เท่านี้ก็พอ...

"อีกไม่นานเราก็จะได้เจอกันแล้วนะฮะ พ่อ ... แม่..."

ร่างสองร่างปรากฎเบื้องหน้าของคนที่อ่อนแรง ชายร่างสูงผมสีบลอนด์ที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับชายหนุ่มและหญิงร่างแบบบางที่มีดวงตาคล้ายเขากำลังส่งยิ้มอ่อนโยนให้ มือหนาเอื้อมมาฉุดให้เขายืนขึ้นแล้วรั้งเข้าไปให้อยู่ในอ้อมกอดพร้อมกับดึงหญิงสาวข้างตัวเข้ามาด้วย

"พ่อกับแม่รักลูกนะ"

ดวงหน้าขาวซีดประดับด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่ไม่มีใครเคยได้เห็นในรอบหลายปี ชายร่างสูงพูดอะไรบางอย่างหากเขาฟังไม่ถนัด แต่ก็ไม่เป็นไร

...พ่อกับแม่อยู่ที่นี่...เขาไม่เป็นไรแล้ว...

เดรโก มัลฟอย ไม่รับรู้สิ่งใดอีกแม้แต่ความอบอุ่นที่แสนอ่อนโยนโอบล้อมรอบกายเย็นเฉียบ

.

.

.

ชายหนุ่มผมดำช้อนร่างที่หายใจรวยรินไว้แนบอก กระซิบร้อนรนกับคนที่ไม่ได้สติ

"ฉันไม่มีทางยอมให้นายไปหาพ่อแม่นายเร็วขนาดนี้แน่ เดรโก!!!"

คนที่เดรโกเฝ้าคิดถึงกอดเขาไว้แน่นในอ้อมแขนขณะพาส่งโรงพยาบาล ดวงตาคมพินิจดวงหน้าที่เคยคุ้น มือใหญ่เช็ดของเหลวที่เปื้อนมุมปากของคู่ปรับสมัยเรียนแผ่วเบา แต่แล้วก็ต้องตกใจเพราะเมื่อมองดูดีๆก็พบว่ามันเป็นเลือด เขาจับข้อมือเล็กพลิกเพื่อดูฝ่ามือด้านใน ชายหนุ่มร้อนใจหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นว่ามันมากขนาดไหน

"เดรโก ทำไมนายละเลยตัวเองแบบนี้" เสียงทุ้มที่เคยนุ่มน่าฟังเกร็งเครียดเมื่อเห็นสภาพของคนในอ้อมกอด ร่างโปร่งที่ว่าเล็กอยู่แล้วเมื่อตอนช่วงสงคราม เวลานี้กลับผอมแห้งเสียจนน่าใจหาย ดวงหน้าขาวซีดซูบตอบ ริมฝีปากสีชมพูเข้มที่เคยต่อปากต่อคำกับเขาในสมัยก่อนกลับแห้งแตกจนเลือดออก แววตาที่เคยวาววับอยู่เสมอ ไม่ว่าจะด้วยความโกรธหรือความเจ้าเล่ห์ หากเดรโกที่อยู่ต่อหน้าเขาตอนนี้ รอบดวงตามีรอยคล้ำอย่างคนที่ขาดการพักผ่อน แล้วที่สำคัญที่สุด ...หัวใจที่เต้นอยู่แนบอกเขาทำไมถึงเบาได้ขนาดนี้

วงแขนแกร่งกระชับคนที่แสนห่วงเข้าหาให้แนบชิดอีกอย่างเบามือ เพราะรู้สึกเหมือนร่างตรงหน้าจะแตกสลายได้ทุกเมื่อหากเขารุนแรงไป


ดวงตาสีเงินปรือขึ้นทีละน้อยแล้วกะพริบถี่เพื่อปรับสายตาให้ชินกับความสว่างที่จ้าตาอยู่ในตอนนี้ ...หือม์ เพดานสีขาว นี่เขาอยู่ที่ไหนกัน? โลกหลังความตายหรือ? ...ไม่น่าใช่

หลังจากปรับสายตาได้สักพักประสาทการรับรู้อื่นก็เริ่มกลับคืนมาด้วย กลิ่นของยาฆ่าเชื้อมันทำให้คนป่วยนึกรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ร่างกายอ่อนแอเริ่มขยับด้วยความอึดอัดเพราะมือข้างหนึ่งขยับลำบากเหมือนถูกทับอีกทั้งยังรู้สึกชื้นเหงื่อทั้งที่ส่วนอื่นก็เย็นจนถึงหนาว มันทำให้เขานึกสงสัย แต่แล้วคนที่นอนอยู่บนเตียงก็ได้คำตอบเมื่อเตียงที่สะเทือนเล็กน้อยได้ปลุกให้คนๆหนึ่งตื่นขึ้นมา

มือใหญ่ขยี้ผมสีดำที่ไม่เคยเป็นทรงให้ยุ่งไปมากกว่าเดิม ส่วนมืออีกข้างก็ยังคงกุมมือขาวซีดไว้ ใบหน้าสีน้ำตาลอ่อนด้านหนึ่งเป็นรอยแดงจางๆเหมือนแนบทับอะไรบางอย่างเป็นเวลานาน

"ฟื้นแล้วหรือ เดรโก นายหลับไปตั้ง5วันเชียวนะ" รอยยิ้มดีใจเจือแววอ่อนโยนของอดีตเด็กชายผู้รอดชีวิตถูกส่งมาให้ดวงหน้าขาวที่อยู่ในอาการเหวออย่างหนัก ริมฝีปากเซียวเผยอเล็กน้อย ดวงตาสีเงินเบิกกว้างอย่างน่าขัน จ้องใบหน้าของคนที่เฝ้าคิดถึงไม่กะพริบ

"นะ.. นาย!... " พูดออกมาได้เพียงคำเดียวก็ต้องเงียบ มีเรื่องมากมายที่อยากถามหากแต่เสียงที่ยังแหบแห้งและสมองยังเรียบเรียงไม่ถูก โดยเฉพาะกรณีที่ตื่นมาแล้วเจอคู่ปรับตลอดกาลหลับอยู่ข้างเตียงพร้อมกุมมือเขาแนบแก้มแบบนี้ แล้ว.. แล้วยังแววประหลาดในดวงตาคู่นี้อีก..

ไม่มีทาง!! แฮร์รี่ พอตเตอร์ที่เขารู้จักไม่มีวันทำหน้าแบบนี้ใส่เขา

"ไง เจอฉันนี่ถึงกับพูดไม่ออกเชียว" เจ้าของผมไม่เป็นทรงวางมาดนิ่งเอ่ยเย้าคนที่ทำหน้าตะลึงอยู่บนเตียงอย่างนึกสนุก

"..."

"เอ้า ไม่เจอกันตั้งสามสี่ปี ใจคอจะไม่ทักทายฉันเลยเหรอ ฉันเท่จนพูดไม่ออกเลยเรอะไง " คิ้วเข้มยักล้ออีกฝ่ายอย่างกวนๆ จนดวงหน้าขาวซีดเริ่มเปลี่ยนสี ดวงตาสีเงินกร้าวขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากเซียวขมุบขมิบอะไรบางอย่างที่แฮร์รี่จับความได้ไม่ถนัด

"..."

"นายว่าอะไรนะ" เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มหงุดหงิด คนที่เคยถูกแกล้งบ่อยก็ชักจะอยากเอาคืน ใบหน้าคมโน้มลงไปใกล้คนป่วย หากเพราะใกล้เกินไปใบหน้าเนียนจึงเรื่อสีขึ้นและกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างที่แล่นริ้วขึ้นผิวหน้าด้วยเสียงแว้ดกับคำพูดร้ายๆที่แฮร์รี่คุ้นชินจนต้องถอยห่างออกไป

"ไอ้หน้าบาก!!! ไอ้หัวแผลเป็น !!! ไอ้พอตตี้ยอดยี้งี่เง่า!!!"

"นี่ เดรโก ฟื้นขึ้นมาเจอหน้ากันก็ช่วยทำตัวน่ารักกับฉันหน่อยได้มั้ย "

"แล้วทำไมฉันต้องทำตัวญาติดีกับนายด้วย พอตเตอร์ แล้วฉันก็จำไม่ได้ว่าสนิทกับนายถึงขั้นเรียกชื่อต้นกันตั้งแต่เมื่อไหร่" น้ำเสียงสะบัดๆขุ่นๆเหมือนที่เคยได้ยินเมื่อหลายปีก่อนทำให้รอยยิ้มกว้างสดใสวาดอยู่บนดวงหน้าหล่อเหลาได้ไม่ยาก ดวงตาสีมรกตมองคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน มือใหญ่เอื้อมไปลูบเส้นผมนิ่มของฝ่ายตรงข้ามอย่างเบามือ พลางคิดอย่างระอา 'นี่ขนาดเพิ่งฟื้นยังฤทธิ์มากขนาดนี้'

"ไม่มีโวลเดอร์มอร์แล้วนะ เราไม่ต้องกัดกันแล้วก็ได้" น้ำเสียงของคนพูดก็เรียบๆเรื่อยๆหากทำให้คนฟังถึงกับสะดุ้งในใจ หรือว่าหมอนี่...?

ราวกับจะรู้ทันความคิดของเดรโก แฮร์รี่จึงพูดต่อ เพราะนี่เหมือนจะเป็นโอกาสอันดีที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดของคนตรงหน้าที่มีมายาวนาน

"ฉันได้ยินทุกอย่างที่นายพูดกับพ่อแม่นาย..แล้วฉันก็..."

คำพูดนั้นของแฮร์รี่ดูเหมือนจะเป็นคำตัดสินชีวิต ชายหนุ่มกัดฟันพลิกตัวหันหลังให้กับคู่อริทั้งที่ร่างกายล้าระบม ก่อนจะตัดใจเอ่ยคำที่ต้องฝืนใจอย่างที่สุด ด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ...หน้ากากของสายลับ กลับมาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

"ไปซะ พอตเตอร์"

"ไม่มีทาง เดรโก ฉันตามหานายมาตลอดตั้งแต่สงครามจบ ตั้งแต่นายหายตัวไป ฉันไม่มีทางปล่อยให้นายไปไหนอีก!!" แน่ล่ะ เขาไม่มีวันยอม ตลอดเวลาหลายปี เขาเฝ้าตามหาเท่าไหร่ก็ไม่พบจนกระทั่งเมื่อห้าวันก่อน มือใหญ่เอื้อมไปรวบร่างบางไว้ในอ้อมแขน บังคับให้หันมาเผชิญหน้า

"นายอาจจะไม่ชอบใจ ฉันใช้อุปกรณ์ของมักเกิ้ล เขาเรียกว่าเครื่องดักฟังน่ะ ฉันติดไว้ที่คฤหาสน์มัลฟอยแต่ใช้เวทมนตร์นิดหน่อยเพื่อให้มันใช้งานได้นานและได้ยินเสียงทุกอย่าง ไม่ว่าจะเบาแค่ไหน" ดวงตาสีมรกตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเงินเพื่อค้นหา เพื่อบอกความรู้สึกทั้งหมด หากคนหัวดื้อที่แม้จะไม่มีเรี่ยวแรงพอจะดิ้นหนีแต่ก็ยังรั้นที่จะไม่รับรู้ เสเลี่ยงสายตาไปทางอื่น

"ฉันมั่นใจว่าไม่ว่ายังไง ที่นั่นก็เป็นที่ที่นายจะต้องกลับมา ฉันรู้ตั้งแต่แรกแล้วที่นายเข้าไป แต่ฉันยังไปหานายทันทีไม่ได้เพราะยังต้องประชุมอยู่กับพวกมือปราบมาร พอเสร็จแล้วฉันก็รีบไปหานายทันที" แฮร์รี่รั้งคนในอ้อมกอดให้เขามาใกล้ยิ่งขึ้นเมื่อนึกถึงภาพที่เห็นตอนนั้น ร่างขาวซีดในเสว็ตเตอร์สีดำพิงอยู่กับหลุมศพท่ามกลางหิมะ... ร่างที่แทบจะไม่มีลมหายใจ

"ถึงตอนนี้นายยังไม่สบายดี แต่ฉันก็อยากรีบบอกให้นายรู้" ริมฝีปากบางแตะประทับบนหน้าผากมนนุ่มนวล แผ่วเบา

"ฉันรักนายนะเดรโก" อีกครั้งที่ดวงตาสีเงินเบิกกว้างแต่ต่างกับครั้งที่แล้วตรงที่ครั้งนี้มีน้ำใสๆเอ่ออยู่ในนั้นด้วย

"..."

"ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างที่นายทำเพื่อฉัน แล้วตอนนั้นฉันก็ไม่ได้เกลียดนายด้วย แค่ไม่ชอบใจกับที่นายทำท่าจงเกลียดจงชังใส่ฉันเท่านั้น รู้สึกที่นายทำมาเนี่ย จะมีเรื่องนี้เท่านั้นที่ไม่สำเร็จ เพราะฉันไม่เคยเกลียดนายเลย"

จนป่านนี้ เดรโก มัลฟอย ก็ยังหาเสียงของตัวไม่เจอ ได้แต่นอนอยู่เงียบๆฟังแฮร์รี่

"ฉันแทบบ้าตอนที่นายหายไป ฉันเองก็เหมือนนาย ไม่รู้เมื่อไหร่ที่รัก รู้แต่ว่าช่วงเวลาหลายปีฉันต้องมีนายมาวอแวไม่ห่าง" เขาเลี่ยงใช้คำว่า หาเรื่อง เพื่อรักษาบรรยากาศที่มันหวานนิดๆนี้ไว้ เพราะรู้ว่ามีโอกาสไม่มากที่คนช่างแว้ดจะยอมนอนนิ่งๆให้เขากอด ให้เขาบอกความในใจ

"มาอยู่กับฉันนะ เดรโก"

ไม่มีคำตอบรับใดๆนอกจากการพยักหน้าเล็กน้อย แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับแฮร์รี่ เดรโกไม่จำเป็นต้องบอกอะไรเพื่อยืนยันกับเขาอีก แค่ที่เขาได้ยินอย่าง...ขี้โกงนิดๆ มันก็มากเกินพอ

ในที่สุดก็กลับคืนมา สิ่งที่มีค่าที่สุดที่สูญหายไปหลังสงคราม ริมฝีปากอุ่นจัดแนบประกบกับริมฝีปากเซียวอย่างอ่อนโยน กระซิบแผ่วเบาอีกครั้งเพื่อย้ำความรู้สึก

"ฉันรักนาย"

The end

ผลงานอื่นๆ ของ กะล่อนดง

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

37 ความคิดเห็น

  1. #37 Vibers
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 06:48

    กลับมาอ่านครบ 10 รอบได้แล้วว คือ 10 รอบจริงๆ ดีมากกกกๆเลย

    #37
    0
  2. #36 janniaom (@jjbontavong1412) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 17:44
    น้ำตาซึมเลยตอนน้องไอแล้วมีเลือด ฮื่อออออ
    #36
    0
  3. #35 buaholly (@buaholly) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 00:49
    ฮือออทำไมเราเจอฟิคคุณช้าไปนะเราชอบเเนวนี้มากๆเลยยย
    #35
    0
  4. วันที่ 28 เมษายน 2562 / 21:23
    อุ่นใจอย่างไรบอกไม่ถูก//ปาดน้ำตาาา
    #34
    0
  5. #33 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 20:38
    ฮือ แม่จ๋า
    #33
    0
  6. #32 Hayeon22 (@Hayeon22) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 00:23

    โอย... ฟิคดีมากๆเลย​ค่า... ชอบๆๆ... น้องเดรก์ไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วนะคนดี​
    #32
    0
  7. วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 19:12
    ฮีลลิ่งงงง
    #31
    0
  8. #30 เจ้าชายสีเทา (@sopinpilast) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 13:46
    มันดีมากค่ะ เกือบนึกว่าเดรกจะตายแล้ว ชอบประโยคที่แฮร์รี่บอกว่าจะไม่ปล่อยให้เดรกไปหาพ่อกับแม่ นี้แบบบ แฮร์รี่ช่วยน้องด้วยยย อย่าให้น้องตายยยยย ขอบคุณที่แต่งค่ะ หาอ่านยากมากเลยโพนี้
    #30
    0
  9. วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 20:31
    นอนยัง
    #29
    0
  10. #28 _jkbam_ (@niyay123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 00:34
    โอ๊ยยยย ฮือออ น่ารัก
    อ่านกี่รอบก็ดีต่อใจ
    #28
    0
  11. วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 16:49
    น้ำตาพรากเลยค่ะ อ่านถึงตอนเจอพ่อแม่แล้วไม่ไหวจริงๆ แต่สุดท้ายก็จบดี ฮือออออ ได้หมดความสุขสักทีนะลูกกกก

    แอบคิดว่าเจอพ่อแม่แล้วตัดจบเลยอาจจะดีกว่า5555 มันทำร้ายตับได้ดีมากเลยนะ!! //สายmค่ะ55555
    #27
    0
  12. วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 08:57
    ละมุนมากเลยค่ะ อบอุ่น ฮืออ แต่ตอนที่เดรเห็นพ่อกับแม่นี่น้ำตาไหล TT สงสารเขา แต่จบสวยก็ดีแล้ว ขอบคุณนะคะไรต์ สนุกมาก
    #26
    0
  13. #25 mondayalot (@mondayalot) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 21:48
    เกือบปิดทิ้งเพราะรับตอนจบไม่ได้แต่ที่ไหนใจกล้าอ่านต่อเลยได้พบอะไรที่โคตรหวานนนนน
    #25
    0
  14. วันที่ 3 เมษายน 2557 / 21:50
    ตอนแรกเตรียมใจไว้ซะดิบดีว่าต้องจบดราม่า... แต่ผิดคาด ซํ้ายังหวานกว่าที่คิด -/////-
    #24
    0
  15. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 / 01:12
    เพิ่งอ่าน real of little dragon จบ
    แล้วมาอ่านเรื่องนี้ต่อ รู้สึกมากเลย
    จากปกติก็เศร้ามากอยู่แล้ว ยิ่งเศร้ามากขึ้นไปอีก
    (ไม่ถึงกับร้องไห้แต่เจ็บจี้ดจนทนไม่ไหวเลย)
    แล้วก็มีความสุขมากๆ เลยด้วย
    ขอบคุณพี่กะล่อนดงมากๆ นะคะที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมา
    ทำให้เราเข้าใจสักทีว่าความรักที่ตามหามันเป็นยังไง
    รักคู่นี้มากๆ ค่ะ แล้วก็คิดถึงมากด้วย
    ไว้วันหลังจะกลับมาอ่านอีกนะคะ ^^ ขอบคุณจากใจจริงค่ะ
    #23
    0
  16. #22 *_*
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:51
    ประทับใจมากค่ะ เริ่มแรกมาก็ทำให้ซึ้งเลย และรู้สึกสงสารเดรโกมากๆ
    #22
    0
  17. วันที่ 13 มกราคม 2556 / 07:19
    น่ารัก ♥
    #21
    0
  18. วันที่ 13 มิถุนายน 2555 / 09:53
    น่ารักมากกกกก
    #20
    0
  19. #19 nana
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2555 / 19:46
    น่ารักจัง
    #19
    0
  20. วันที่ 4 มีนาคม 2555 / 00:09
    โอ้ย น่ารักจริง
    #18
    0
  21. วันที่ 16 มกราคม 2555 / 06:49
    หวานซะ มดจะขึ้น
    #17
    0
  22. วันที่ 24 กรกฎาคม 2554 / 10:45
    โอ้ว ไม่นึกว่าจะหวาน ๕๕๕+

    แต่ก็สนุกน้า~ ชอบอ่า หุหุ >< น่ารัก (เพ้อไปแล้ว)
    #16
    0
  23. #15 เยี่ยมชม
    วันที่ 14 ธันวาคม 2553 / 14:33
    ตอนแรกนึกว่าจบเศร้าซะแล้ว

    แต่ในที่สุดก็เข้าใจกัน ซึ้งมากเลยค่ะ
    #15
    0
  24. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 23:36
    T^T มาตอนแรกนึกว่าจะดราม่าซะแล้วววววว แต่สุดท้ายก็หวานจนได้ 55+ เดรโกน่ารักดี ไม่เหมือนนางเอกหนังไทย น่ารำคาญ 55+
    #14
    0
  25. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 15:30
    นึกว่าจะเป็นอะไรไปซะแล้ว
    จบได้ซึ้งมากเลย
    #13
    0