อุบัติรัก ผ่ากาลเวลา

ตอนที่ 41 : 7 วัน แห่งสัญญา 7 วันแห่งความวุ่นวาย? มาลงให้ใหม่แล้วค่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14789
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    24 ก.พ. 52

                    


                             สาวน้อยน่ารักซีซี                                  ก้างขวางคอชิ้นโตเฟยจิ้ง



            
     

                ไท้สือเปิดประตูเข้ามาในห้องเห็นร่างบางกำลังพยุงตัวลุกขึ้นมาจากที่นอนผ่านฉากกั้น จึงเร่งเดินผ่านฉากกั้นเข้าไปยังแท่นบรรทม
                ทำไมไม่ให้นางข้าหลวงเข้ามาช่วย?
                ซันนี่มองชายหนุ่มที่ตอนนี้กลายเป็นสามีโดยพฤตินัยไปเรียบร้อยโรงเรียนไท้สือแล้วก็หน้าแดง  ก็แหมนี่เธอยังไม่ชินกับการมีสามีเป็นตัวเป็นตนเลยนะเนี่ย!
                ข้าไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อยทำไมต้องมีคนช่วยด้วย!
                ไท้สือได้ยินเสียงพาลๆ ของคนตรงหน้าก็ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม
                อ่อ.....แล้วที่เจ้าทำเหมือนคนหมดแรงนี่ก็คงแกล้งทำละซิ
                ซันนี่มองค้อนคนพูดเสียหนึ่งที ก็เป็นเพราะใครกันล่ะที่ทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้ เมื่อคืน อ๊าย! คิดแล้วเขิน  ก็เมื่อคืนน่ะกว่าไท้สือจะยอมปล่อยเธอก็ปาเข้าไปเกือบวันใหม่แล้วล่ะมั้ง  ไม่เคยคิดเลยว่าคนเจ็บอย่างไท้สือจะเอาเรี่ยวแรงมากมายขนาดนี้มาจากไหนกัน  ซันนี่ยังไม่รู้ว่าไท้สือรอคอยเวลานี้มานานเมื่อได้สมใจก็เลยแสดงออกถึงความต้องการอย่างเต็มที่  และคงต้องขอบคุณบรรดาเครื่องบำรุงที่เหล่านางข้าหลวงที่ได้รับคำสั่งจากไทเฮาให้เตรียมจัดหาอย่าได้ขาด  เพราะพระนางอยากอุ้มหลานเต็มแก่เสียแล้ว  เห็นทีงานนี้ซันนี่คงจะไม่ได้ออกไปกลั่นแกล้งพวกขุนนางอีกนาน เพราะต้องติดภารกิจผลิตรัชทายาทให้ป้าอ๋องเสียก่อน  อืม....ช่างเป็นงานที่หนักหน่วงเสียจริงๆ.....
                งั้นก็ดีแล้วจะได้ต่ออีกรอบ....มามะ หึหึ
                อ๊า....พอเลยนะ ท่านน่ะ!ข้าไม่เคยคิดเลยว่าท่านจะเป็นตาแก่ที่ลามกขนาดนี้   อะไรกัน? นี่ข้าก็แค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นนะ ข้าก็เคยบอกเจ้าแล้วว่าข้าน่ะเรียกร้องสูงเจ้าก็ไม่เชื่อ
                ท่าน!
                ปลายนิ้วขาวอันสั่นระริกกำลังยกชี้มาที่ไท้สือ ไม่รู้เป็นยังไงซิน่าตั้งแต่เธอแพ้ใจตนเองได้ไท้สือมาครอง แต่กลับรู้สึกได้เลยว่าเธอกลับแพ้ทางไท้สือมากกว่าตอนที่ยังไม่ได้เป็นสามีภรรยากันเสียอีก  เอ....หรือว่าเธอเริ่มเกรงใจเขากันนะ.....ไหนเธอเคยได้ยินว่ามีสามีแก่แล้วจะได้ถูกตามใจอย่างไรล่ะ ไม่เห็นเหมือนเลย ฮือออ......เอาเวอร์จิ้นของช้านนนคืนมาน้า.....(สม...อิอิ)
                เอาล่ะ!เจ้าอย่าได้โมโหไปเลยเดี๋ยวไม่งามนะ  ข้าจะเรียกพวกนางข้าหลวงมาจัดการเรื่องอาบน้ำกับเครื่องเสวยให้เจ้า
                ไท้สือส่งเสียงเรียกนางข้าหลวงที่อยู่ด้านนอกให้เข้ามารับคำสั่ง ก่อนที่ทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อยภายในเวลาไม่นาน ตอนนี้ซันนี่กำลังอยู่ในถังไม้ท่ามกลางควันที่ลอยขึ้นเอื่อยๆ เพราะความร้อนซันนี่กำลังรู้สึกสบายเพราะน้ำกำลังอุ่นได้ที่ ไท้สือตะโกนผ่านฉากกั้นเข้ามาด้วยน้ำเสียงรื่นเริงยิ่งนัก
                เจ้าจะให้ข้าช่วยอาบให้หรือไม่?เหมือนกับคราวที่แล้วอย่างไรเล่า
                ห๊า! เอ่อ...คือก็ดี เอ๊ย....ไม่ต้องหรอก ไม่ต้องเข้ามานะ ข้าจะเสร็จแล้ว
                ตายล่ะถ้าปล่อยให้เข้ามามีหวังเหมือนกับคราวที่แล้วแน่เลย...ซันนี่รีบล้างตัวก่อนที่จะส่งเสียงเรียกนางข้าหลวงให้เข้ามาแต่งตัวให้อย่างเร่งรีบ  ทุกอย่างที่ซันนี่ทำอยู่ในสายตาของไท้สือ ชายหนุ่มเพียงแต่แกล้งพูดเพื่อให้นางรีบอาบน้ำเท่านั้น เพราะเมื่อเขาเห็นเงาร่างที่อยู่หลังฉากกั้นแล้วอารมณ์ที่สะกดเอาไว้กลับพุ่งขึ้น เขาจึงต้องแกล้งบอกนางเช่นนั้น ไม่อย่างนั้นนางคงไม่มีโอกาสได้ออกไปจากแท่นบรรทมอีกวันเป็นแน่
                ทั้งคู่กำลังนั่งอยู่ต่อหน้าอาหารบำรุงมากมาย ที่ถูกส่งมาจากตำหนักของไทเฮา ไท้สือกำลังเอาใจซันนี่โดยการคีบขาหมูรมควันให้อย่างเอาอกเอาใจ  แต่คราวนี้คงไม่มีพิษมาเป็นของหวานอีกนะซันนี่คิดในใจก่อนที่จะจิบน้ำชาที่นางข้าหลวงรินมาให้(อยู่ที่เล่ม 1 ตอนที่27ค่ะ)
                เมื่อครู่ท่านไปที่ใดมาอย่างนั้นหรือ?
                ซันนี่ถามทั้งที่ตากำลังมองว่าจะกินอะไรเป็นจานต่อไปดี
                ไท้สือนิ่งไปนิดก่อนที่จะกล่าวเรื่อยๆ ตอบกลับไป
                ข้าไปที่ห้องหนังสือมา ซีซีมาขอเข้าเฝ้าให้ข้าปล่อยเฟยจิ้งออกมาจึงเสียเวลาไปบ้าง
                ซันนี่ได้ยินชื่อของน้องสาวบุญธรรมถึงกับวางตะเกียบลง
                น่าแปลกทำไมซีซีถึงได้สนใจเฟยจิ้งได้นะ? ข้าไม่เข้าใจเลย
                อะ....อันนี้ก็น่ากินนะเจ้าชอบไม่ใช่หรือ?
                ไท้สือคีบอาหารให้ซันนี่ไม่หยุดมือ ทำให้ซันนี่มองหน้าชายหนุ่มอย่างจับผิด
                ท่านมีอะไรจะบอกข้าหรือเปล่า?
                มี....ข้าให้ราชโองการกับซีซีไปแล้ว และยังสั่งให้นางไปปล่อยเฟยจิ้งอีกด้วย
                อ้าว! แล้วทำไมท่านไม่ไปเองล่ะ? หรือว่าท่านแอบมีแผนอะไรไม่ยอมบอกข้ากันแน่
                ไท้สือมองร่างบางที่เลิกกินกับข้าวที่แสนอร่อยตรงหน้า ช่างผิดกันกับนิสัยช่างกินของนางยิ่งนัก แสดงว่าซีซีคงมีความสำคัญไม่น้อยในใจนางกระมัง
                ข้าก็แค่ให้นางสัญญาว่า ให้นางดูแลเฟยจิ้งไม่ให้มาเข้าใกล้พวกเราได้เป็นเวลา 7 วันก็เท่านั้น
                หา!...ท่าน...ท่านทำเช่นนั้นจริงๆ หรือ ทำไมท่านถึงทำกับซีซีอย่างนี้ละ ทำไมไม่สั่งขังนางกับเฟยจิ้งไปเลย (อ้าว)
                หืมมม
                ไท้สือกำลังกลั้นหัวเราะอยู่จนแก้มแทบแตก นางช่างมีความคิดไม่เหมือนกับคนอื่นเขาเสียจริง(ยัยนี่มันบ้า)
                ข้าจะไปทำอย่างนั้นได้อย่างไร นางไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย                              แหม...อย่ามาทำเป็นไร้เดียงสากับข้าหน่อยเลย ถ้าท่านจะทำก็ทำได้แค่ท่านพูดว่าท่านเบื่อหน้านางเหมือนกับที่ท่านเบื่อท่านเฟยจิ้ง ท่านก็สั่งขังนางได้แล้ว เฮ้อ.....ท่านนี่นะทำให้เรื่องมันยุ่งเข้าไปอีก แต่ข้าว่าจะให้ดีนะจับสองคนนั่นแต่งงานกันเลยดีไหม
                ไท้สือวางตะเกียบลงแล้วรับน้ำชาจากนางข้าหลวงมาจิบเสียอึกใหญ่ ก่อนที่จะมองซันนี่ยิ้มๆ
                เจ้านี่ก็ใจร้อนเหมือนกันนะ ไม่เห็นเหมือนกับตอนที่เจ้าทรมานข้าเลย เจ้าทำให้ข้าต้องรอเจ้าอยู่ตั้งนานกว่าข้าจะได้เชยชมเจ้า
                ท่าน...ท่าน....ฮึ ไม่ต้องมาเบี่ยงเบนประเด็น แล้วท่านว่านางจะทำอย่างที่ท่านพูดหรือไม่
                ข้าว่านางต้องทำได้แน่ เพราะถ้านางทำไม่ได้ทั้งนางและเฟยจิ้งก็ต้องถูกขังด้วยกันอยู่ดี
                อ๊าย! นี่ท่านทำอย่างที่ข้าบอกด้วยหรือท่านนี่ช่างร้ายกาจเสียจริงๆ
                ข้าไม่ได้บอกเจ้าหรือว่าข้านั้นร้ายกาจยิ่งนัก
                ไท้สือทำหน้าเคร่งก่อนที่จะโดนมือพิฆาตมาบีบปลายจมูกเอาไว้
                นี่ๆๆ ไม่ต้องมาทำเป็นขู่ข้าเลยนะข้าไม่กลัวท่านหรอก ยิ่งกว่าท่านข้าก็เจอมาแล้ว...ฮึ
                ไท้สือจับมือบางเอาไว้ก่อนที่จะหงายฝ่ามือขึ้นแล้วกดริมฝีปากไปที่ใจกลางฝ่ามือ ริมฝีปากอันร้อนรุ่มที่อยู่ใจกลางฝ่ามือทำให้เธอสะท้านใจยิ่งนัก ไท้สือเงยหน้ามองเธอยิ้มๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นและตวัดร่างบางไว้ในอ้อมแขนก่อนที่จะก้าวเดินไปยังหลังฉากกั้น
                ข้าว่าเรามาต่อด้วยของหวานกันดีกว่า
                นางข้าหลวงทั้งหลายรีบเข้ามาเก็บสำรับตั้งแต่ไท้สือเดินพ้นฉากกั้นไป ไท้สือวางซันนี่ลงบนแท่นบรรทมพอหลังแตะถึงฟูกนอน  นางข้าหลวงทั้งหลายก็ชักแถวออกไปจนหมดแล้วปิดประตูตามหลังพร้อมทั้งยังยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องเผื่อเรียกใช้อีกด้วย ตอนสายของวันนั้นซันนี่ก็กลายเป็นของหวานอีกครั้ง ในตอนนี้ทั้งคู่กำลังมีความสุขไท้สือได้แต่หวังว่าความสุขนี้อย่างน้อยจะยังไม่หนีไปไหน เมื่อยามใดที่ไฟแห่งสงครามมากล้ำกลาย เขาจะต้องปกป้องผืนแผ่นดินและนางอันเป็นที่รักให้จงได้ เมื่อยามนี้เขามีนางในอ้อมแขน เขาจะตักตวงเวลาทั้งหมดที่มีเพื่อเก็บวันเวลานี้ไว้ตลอดกาล เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาไม่อาจมีชีวิตอยู่เพื่อปกป้องนางได้ เขาเชื่อว่านางจะต้องนำพาแคว้นรอดพ้นไปได้อย่างแน่นอน ไท้สือ  มองซันนี่ด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่ผ่านแววตาออกมาให้เห็นก่อนที่จะเริ่มจุมพิตนางอีกครั้ง
จวนท่านมหาเสนาบดี.....
                แม่นางซีซีเป็นเจ้าเองหรอกหรือ
                คาราวะท่านมหาเสนาบดีเจ้าค่ะ
                ไม่ต้องมากพิธีเจ้ามีเรื่องอันใดเล่าถึงได้มาถึงที่นี่ได้?
                เฟยหรงมองสาวน้อยร่างบางตรงหน้า เขารู้มาว่าฮองเฮาทรงรับนางเป็นน้องสาวบุญธรรม แต่ทว่ายังไม่มีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ แต่ก็พอจะรู้อยู่ว่าหากฮองเฮาต้องการทำสิ่งใดนั้น ไม่มีคำว่าไม่ได้จากป้าอ๋องอย่างแน่นอน...ยกเว้นเรื่องเสด็จหนีออกนอกวัง.....
                ข้าน้อยได้รับคำสั่งให้ถือราชโองการมาปล่อยท่านเสนาธิการเจ้าค่ะ
                ฝ่าบาททรงให้เจ้ามาอย่างนั้นหรือ?
                เสนาเฒ่าทำหน้าแปลกใจ ราชโองการควรให้ผู้ที่ทำหน้าที่อัญเชิญอย่างท่านแม่ทัพจะไม่เป็นการควรกว่าอย่างนั้นหรือ โดยเฉพาะราชโองการปล่อยตัวเสนาธิการทหาร หรือว่าฝ่าบาททรงคิดอะไรอยู่กันแน่ เฟยหรงมองร่างบางตรงหน้าอย่างพินิจ ซีซีรู้สึกได้จึงทำเป็นเฉยเสีย ก่อนที่จะกล่าวต่อไป
                เจ้าค่ะใต้เท้า ซีซียังได้รับคำสั่งมาอีกว่า ให้คอยดูแลไม่ได้ท่านเฟยจิ้งไปรบกวนเวลาพระสำราญอีก7วันเจ้าค่ะ ไม่อย่างนั้นทั้งข้าน้อยและท่านเฟยจิ้งจะต้องถูกขังด้วยกันทั้งสองคนเจ้าค่ะ
                ซีซีจำต้องพูดความจริงกับท่านมหาเสนา เพราะนางคิดว่าเวลาทั้งหมดในเจ็ดวันนี้นางต้องการคนช่วยที่จะต้องสามารถกำราบชายที่ถูกขังอยู่ได้ ไม่อย่างนั้นนางคงต้องถูกขังลืมไปพร้อมกับเขาอย่างแน่นอน
                ฝ่าบาทจะทรงทำเช่นนั้นจริงๆหรือ?
                สิ่งที่ได้ยินทำให้เสนาเฒ่าต้องคิดหนัก ซีซียังกล่าวอีกว่าไท้สือยังสั่งห้ามมิให้บอกเรื่องนี้ต่อเฟยจิ้ง เห็นทีคงต้องพึ่งความสามารถของหญิงสาวตรงหน้าแล้วกระมัง                                                                                                                                         ข้าน้อยแน่ใจเช่นนั้นท่านมหาเสนา ข้าน้อยว่าตอนนี้เราควรจะปล่อยตัวท่าน     เฟยจิ้งก่อนจะดีกว่าหรือไม่
                เฟยหรงพยักหน้าก่อนที่จะเดินนำซีซีไปยังเรือนด้านหลัง หลังจากที่ตัดผ่านเรือนหลายหลังก็มาถึงเรือนหลังหนึ่งที่ถูกปลูกแยกเอาไว้ แต่ทว่ากลับได้รับการตกแต่งอย่างดีแม้แต่เครื่องเรือนภายในก็เป็นของดีที่มีราคาแพง ซีซีมองเครื่องเรือนที่ถูกตกแต่งอยู่ หากนางไม่รู้ว่าที่นี่เป็นเรือนของท่านเฟยจิ้งเสนาธิการทหาร นางคงคิดว่าได้เข้ามาอยู่ในวังอีกวังของป้าอ๋องเป็นแน่
                ที่นี่...เดิมทีคิดใช้เป็นเรือนหอของเฟยจิ้งมาก่อน
                เฟยหรงที่เดินนำอยู่กลับพูดออกมา ซีซีรีบเปลี่ยนสีหน้าทันที ไม่นึกเลยว่าสีหน้าที่ดูสงสัยความเป็นมาของเรือนนี้จะทำให้เฟยหรงสังเกตเห็นจนพูดออกมาให้ฟัง! เรื่องบางเรื่องให้มันถูกลืมไปบ้างอาจเป็นการดีที่สุดก็เป็นได้ 
                เฟยหรงพาซีซีมายังห้องของเฟยจิ้งที่ด้านหลังถัดจากเรือนด้านหน้าออกมาไกลไม่น้อย พอเดินเข้าไปใกล้ก็สังเกตุเห็นทหารกำลังยืนเฝ้าประตูห้องอยู่ห้องหนึ่ง ด้านหน้าของตัวเรือนก็ยังมีทหารอีก4-5คนยืนเฝ้าอยู่เช่นกัน หนึ่งในนั้นเป็นคนที่เธอพอจะรู้จักเช่นกัน นั่นก็คือนายกองเถานั่นเอง.......
                คาราวะท่านมหาเสนา แม่นางซีซี
                เฟยจิ้งเป็นอย่างไรบ้างเช้านี้
                ท่านเสนาก็ยังเหมือนเดิม อ่านหนังสือและฝึกวรยุทธ์ขอรับ
                แม่นางซีซีนำราชโองการปล่อยตัวเฟยจิ้งมาด้วย
                นี่ค่ะ
                ซีซีมอบราชโองการให้ท่านนายกองเถา ก่อนที่จะรับคืนเมื่อนายกองเถาได้อ่านเนื้อความในราชโองการเป็นที่เรียบร้อย แต่ซีซีรู้สึกแปลกใจอยู่อย่างหนึ่งว่าเหตุใดท่านนายกองเถาหลังจากที่อ่านราชโองการแล้วถึงได้ทำหน้าเหมือนกับมีเรื่องอะไรซักอย่างเพียงแต่เขากลับไม่ยอมกล่าวออกมา
                นายกองเถาเดินนำทั้งสองคนไปยังห้องของเฟยจิ้งที่อยู่ด้านในเมื่อไปถึงห้องห้องหนึ่ง นายกองเถาก็ยกมือขึ้นเคาะประตู
                ก๊อก...ก๊อก
                ท่านเสนาเฟย....ข้านายกองเถาขอรับ ท่านเสนาบดีมาขอรับ
                เฟยจิ้งที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องได้ยินเสียงนายกองเถาเรียก กลับนอนเอกเขนกต่อเพราะเขากำลังเบื่อที่ถูกขังอยู่ในนี้เต็มทน และท่านพ่อก็ยังเห็นดีเห็นงามไปด้วยอีก(ช่างไม่สำนึกซะเลย)
                ทั้งสามคนรออยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่นายกองเถาจะพูดประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง เฟยจิ้งถึงได้โต้ตอบออกมาว่าเขากำลังอ่านหนังสืออยู่ ไม่อยากให้ใครกวน...
                ดูมันสิ! เจ้าลูกคนนี้
                เฟยจิ้งได้ยินเสียงของบิดากล่าว เพียงแต่เขาคิดว่าเฟยหรงคงกล่าวกับนายกองเถา ไม่นานเฟยหรงกลับเป็นฝ่ายเคาะประตูแทน.....
                นี่เจ้าลูกบ้า! เจ้าจะไม่ออกมาพบหน้าพ่อคนนี้หน่อยอย่างนั้นหรือ และยังมีแม่นางซีซีอีก เจ้านี่ช่าง....อะ
                พอได้ยินชื่อแม่นางซีซี เฟยจิ้งก็ลุกพรวดขึ้นมาเปิดประตูก่อนที่เฟยหรงจะพูดจบเสียอีก
                เจ้ามาได้อย่างไร?
                เฟยจิ้งมองซีซีก่อนที่จะถามออกมาเป็นประโยคแรกโดยไม่ได้มองเฟยหรงและนายกองเถาที่กำลังมองอยู่อย่างไม่เชื่อสายตา ดูแล้วช่างขัดกับปรกติที่เฟยจิ้งมักจะสุขุมและรอบคอบอยู่เสมอยิ่งนัก
                คารวะท่านเสนาธิการเฟย ข้าได้รับคำสั่งให้นำราชโองการปล่อยตัวท่านมาส่งให้
                ซีซีกล่าวยิ้มๆ ก่อนที่จะคลี่ราชโองการออกเพื่ออ่านให้เฟยจิ้งฟัง
                ทั้งสามคนนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นเพื่อรับราชโองการ โดยมีซีซีเป็นผู้ถ่ายทอดราชโองการ
                ท่านเสนาธิการทหารเฟยจิ้ง รับราชโองการ เหตุเพราะท่านเสนาธิการเฟยได้เข้าไปขัดเวลาพระสำราญหลายครั้งป้าอ๋องจึงได้รับสั่งให้ขังเอาไว้โดยไม่มีกำหนด แต่ด้วย...ด้วย
                ทั้งสามคนเงยหน้าขึ้นเมื่อซีซีไม่ยอมอ่านราชโองการต่อ
                เนื่องด้วยอะไรกันแม่นางซีซี ท่านมีปัญหาอะไรหรือเปล่า
                หนึ่งในนั้นคือท่านนายกองเถาที่กำลังทำหน้าเหมือนกับพูดไม่ออก ซีซีก็รู้ได้ว่าท่านนายกองเถาคงจะอ่านมาถึงตรงนี้แล้วจึงได้ทำหน้าตาแปลกๆใส่นาง แต่จะทำอย่างไรได้เล่า ยังไงก็ต้องอ่านให้จบ ไม่เช่นนั้นเรื่องที่นางอุตส่าห์ทำมาทั้งหมดก็สูญเปล่าน่ะสิ
                ไม่มีอะไรท่านเสนาเฟย ข้ากำลังจะอ่านต่อเดี๋ยวนี้
                ซีซีหันไปตอบเฟยจิ้งก่อนที่จะเริ่มอ่านต่ออีกครั้ง
                เนื่องด้วยแม่นางซีซีผู้เป็นพระขนิษฐาบุญธรรมของฮองเฮาได้ขอเข้าเฝ้าเพื่อขอความกรุณาให้ ข้าจึงอนุญาตให้ปล่อยตัวตามที่ขอ แต่ทว่าโทษยังคงมีอยู่ ดังนั้นภายในเวลา 7 วัน เสนาธิการทหารเฟยจิ้งจะต้องอยู่ในความดูแลของแม่นางซีซีอย่างเคร่งครัด จบราชโองการ
                พอซีซีลดมือที่ถือราชโองการอยู่ ก็พบกับชายทั้งสามคนที่กำลังทำหน้าเหมือนกับเจอสิ่งแปลกประหลาดที่สุด โดยที่เฟยจิ้งเป็นคนแรกที่มีปฏิกิริยา
                ข้าจะเข้าเฝ้าป้าอ๋อง! พระองค์ทรงทำเกินไปแล้ว
                ทั้งสามคนลุกขึ้น เฟยจิ้งทำท่ากำลังจะเดินออกจากเรือนเพื่อไปเข้าเฝ้า แต่กลับมีเสียงเรียกเอาไว้ก่อน
                ช้าก่อน!ท่านเสนาเฟย
                เสียงที่หยุดเฟยจิ้งเอาไว้ก็คือซีซีนั่นเอง เหตุใดซีซีถึงได้เรียกเฟยจิ้งเอาไว้เป็นเรื่องที่ชายสองคนที่ยืนอยู่กำลังนึกสงสัย

 

          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

4,581 ความคิดเห็น

  1. #2832 tier (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 เมษายน 2552 / 14:39
    อิอิ สนุกจัง เหอะๆ
    #2832
    0