อุบัติรัก ผ่ากาลเวลา

ตอนที่ 42 : แค่วันแรกก็แย่แล้ว!!! มาลงให้แล้วค่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,010
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    24 ก.พ. 52

 

     

เจ้ามีเรื่องอันใดหรือ?                                                      

ท่านจะไปไหนกัน?
            ข้าก็จะไปเข้าเฝ้าน่ะสิ พระองค์ทรงกลั่นแกล้งข้าแบบนี้ก็ไม่เป็นธรรมกับข้านะ
            ข้าว่าท่านคงลืมไปแล้วว่าที่ท่านต้องโดนขังเช่นนี้เพราะเหตุใดกัน
            คำพูดของซีซีทำให้เฟยจิ้งสะดุดเล็กน้อย ก่อนที่จะโต้กลับ
            แต่ข้าก็ไม่เห็นควรที่จะต้องให้ข้าอยู่ในความควบคุมของเจ้าด้วย
            ข้าก็แค่ไปทูลเตือนให้ฝ่าบาทไม่ลืมที่จะปล่อยท่าน แต่กลับกลายเป็นว่าข้าจะต้องผูกติดกับท่าน ข้าไม่ยิ่งแย่กว่าหรือ
            เฟยจิ้งได้ยินเข้าถึงกับหน้าแดงก่อนที่จะพูดกลบเกลื่อนความรู้สึกออกไป
            ข้าต้องขอบคุณเจ้าด้วย แต่ข้าก็ต้องไปเข้าเฝ้าอยู่ดีไม่เช่นนั้นภายใน 7 วันนี้เจ้าจะให้ข้าทำงานได้อย่างไรกัน
            ท่านไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ ข้าให้ท่านทำงานแน่ แต่ท่านจะต้องให้ข้าติดตามไปด้วยทุกหนทุกแห่ง และไม่ว่าท่านจะไปไหนก็ต้องแจ้งข้าก่อนเพราะว่าเป็นราชโองการให้ข้าดูแลท่าน
            ทำแบบนี้ไม่ได้นะ ถ้าข้าเข้าไปประชุมข้าก็ต้องพาเจ้าเข้าไปด้วยอย่างนั้นสิ?
            ถูกต้อง แต่ท่านไม่ต้องเป็นห่วงไป ป้าอ๋องทรงอนุญาตให้ข้าทำได้ทุกอย่างเพื่อยับยั้งไม่ให้ท่านไปขัดความสำราญอีก ดังนั้นข้าขอให้ท่านแต่งตั้งให้ข้าเป็นผู้ช่วยชั่วคราวก็แล้วกันจนกว่าเรื่องนี้จะจบลง
            สีหน้าเฟยจิ้งตอนนี้ตลกเป็นที่สุด ซีซีแทบจะหลุดมาดกุลสตรีที่ดีออกไป ได้แต่อดกลั้นเอาไว้แต่ก็ไม่สามารถปกปิดแววตาที่สั่นระริกเอาไว้ได้ เสนาบดีเฟยหรงกับนายกองเถาเห็นสายตาของซีซีชัดเจน เว้นแต่เฟยจิ้งที่ตอนนี้ถูกความรู้สึกตกใจบดบังจนหมดสิ้น
            ข้า....ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ไม่เคยมีหญิงใดเข้ารับราชการมาก่อน (อ้าวก็ยัยซันนี่ยังเคย)
            แต่ท่านต้องทำ เพราะไม่อย่างนั้นข้าจะไม่สามารถติดตามท่านไปได้ทุกที่ที่ท่านไป ดังนั้นตอนนี้ท่านควรไปที่ทำการเสนาธิการทหารเพื่อแต่งตั้งข้า
            ว่าแล้วก็เดินนำเฟยจิ้งออกไป แต่เหมือนกับนึกอะไรได้จึงได้หันกลับมาอีกครั้งก่อนที่จะกล่าวอีกประโยค
            ข้าลืมไป ท่านนายกองเถา ท่านก็อย่าเพิ่งกลับไปนะคะ งานของท่านยังไม่หมด ข้าขอให้ท่านอยู่เฝ้าท่านเฟยจิ้งตอนกลางคืนและห้ามขาดเรื่องออกนอกเรือนไปไหนอย่างเด็ดขาด หวังว่าท่านจะเข้าใจนะคะ ท่านมหาเสนาบดีเฟยหรงข้าคงต้องขอตัวก่อนนะเจ้าคะ  ท่านเฟยจิ้งท่านก็ตามข้ามาสิ
            เฟยจิ้งเหมือนคนละเมอเดินตามซีซีไปติดๆ.....
            ฮะๆๆๆๆ เจ้าดูสิเจ้าเฟยจิ้งเหมือนข้าสมัยหนุ่มๆ ไม่มีผิด
            นายกองเถาทำหน้าเหลอก่อนที่จะถาม
            เหมือนเรื่องอะไรหรือขอรับ
            ก็พอเป็นเรื่องที่ฮูหยินขอ ข้าไม่เคยขัดได้สักที หึหึ...
            เอ๋...แต่แม่นางซีซี ไม่ใช่ฮูหยินของท่านเฟยจิ้งนี่ขอรับ
            ฮะๆๆ เจ้ามองไม่ออกหรือ ฝ่าบาทคงตั้งใจส่งเสริมลูกข้ากับนาง พระองค์จึงได้ให้นางถือราชโองการมา ไม่อย่างนั้นให้พวกกรมวังถือมาก็ได้ไม่ใช่หรือ อีกทั้งเรื่องที่เจ้า  เฟยจิ้งต้องอยู่ในความควบคุมของนางอีก 7 วันนั่นอีก แค่นี้ข้าก็กล้าพนันเหล้าทั้งจวนของข้าเลยว่า เจ้าเฟยจิ้งต้องถูกจับแต่งงานอีกไม่นานนี้อย่างแน่นอน ฮะๆๆๆๆ
            นายกองเถามองหน้ามหาเสนาบดีอย่างงงงวย ดูเหมือนว่าทั้งท่านมหาเสนาและบุตรชายจะยินดีที่จะทำตามราชโองการที่แสนจะประหลาดอย่างเต็มใจ  โดยเฉพาะท่านมหาเสนาทำเหมือนกับว่าจะพอใจว่าที่สะใภ้ที่ฝ่าบาทจับคู่ให้เป็นอย่างยิ่ง แต่ตัวนายกองเถาเองก็รู้สึกว่าแม่นางซีซี ช่างเป็นหญิงที่หาได้ยาก แววตาที่สดใสของนางเปี่ยมไปด้วยความจริงใจและแน่วแน่ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังอดชื่นชมไม่ได้.....
            ทั้งคู่เดินมาด้วยกันจนถึงหน้าคฤหาสน์ ก่อนที่เฟยจิ้งจะนึกได้ว่าตนเองกำลังจะไปทำอะไร
            เดี๋ยว! รอก่อน! ข้ามีเรื่องจะพูดด้วย
            ซีซีชะงักเท้าที่กำลังเดินอยู่ ก่อนที่จะหันกลับไปประจัญหน้ากับชายหนุ่ม
            เรื่องอันใดหรือ?
            ทำไมเจ้าต้องช่วยข้าด้วย?
            “......”
            ช่างเป็นคำถามที่ตอบได้ยากนัก  ตัวเธอเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน ที่ช่วยนั้นเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ตั้งแต่เด็กของเธอกับเขาหรือเปล่านะ หรือว่าเป็นเพราะมโนธรรมภายในจิตใจกันแน่
            ที่ข้าทำก็เพราะว่า ถ้าข้าไม่ทำ ท่านก็คงไม่มีโอกาสออกมาชมโลกภายนอกไปอีกหลายวัน และข้าก็สงสารท่านมหาเสนาบดีด้วยที่ต้องทำงานแทนท่าน
            แค่นี้เองอย่างนั้นหรือ?
            แล้วท่านจะให้มีแค่ไหนกันล่ะ!
            เฟยจิ้งเดินไปที่รูปปั้นสิงห์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ที่หน้าจวน ก่อนที่จะทำสีหน้าเหมือนกับคิดอะไรบางอย่างอยู่
            เอาไว้เรื่องนี้เจ้ากับข้าไว้คุยกันทีหลังจะดีกว่า เอาล่ะ!ข้าจะไปยังที่ว่าการทหารเดี๋ยวนี้แล้ว

ห้องพระสำราญภายในวัง.....
            ไท้สือกำลังนั่งฟังซันนี่ดีดพิณแบบผิดๆถูกๆอยู่ ช่างเป็นเสียงที่สามารถฆ่าคนให้ตายได้เลยทีเดียว ห้องนี้กลายเป็นห้องทรมานภายในพริบตา ทั้งนางข้าหลวงที่เคยอยู่รับใช้ทั้งหมดยังต้องขอประทานอนุญาตไปเตรียมของว่างโดยทันทีที่ได้ยินเสียงอันน่ากลัวนี้       พอเถอะซันนี่ เจ้าจะลอบสังหารข้าหรือ? ข้าจะได้ใช้ดาบจัดการตัวเองให้เรียบร้อยไปซะทีเดียว
            ไท้สือร้องโอดครวญเมื่อได้ยินเสียงเพลงทรมานใจมาพักใหญ่ เห็นทีว่าหูของเขาคงไม่สามารถกลับไปใช้การได้อีกอย่างแน่นอน(โห!น่าสงสารสุดหล่อของเจ๊)
            ท่านไม่ต้องมาพูดเลยนะ ข้าก็บอกแล้วว่าอย่าให้ข้าดีดก็ไม่เชื่อ
            ซันนี่ฮองเฮาผู้ปราดเปรื่องยอดหญิงแห่งแคว้นจ้าว เก่งกาจรอบด้านแต่กลับไม่มีพรสวรรค์ด้านดนตรีเอาเสียเลย เฮ้อออ......
            ข้าก็ไม่คิดว่าเจ้าจะฝีมือแย่ขนาดนี้นี่นา
            ใครว่าข้าฝีมือแย่ ข้าดีดไม่เป็นต่างหากซันนี่ลุกขึ้นจากที่นั่งเดิม ก่อนที่จะมานั่งแปะอยู่ข้างๆไท้สือที่มีอาหารตั้งอยู่ตรงหน้ามากมายก่อนที่จะลงมือชิมเหมือนเช่นเคย
            ไท้สือมองซันนี่อย่างขำๆ เขาไม่เคยเห็นนางรักษามาดกับเขาเสียที นางช่างไม่เหมือนกับหญิงที่เขาได้เจอมาเลยจริงๆ แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดใจเขายิ่งนัก เห็นทีว่าเขาคงจะชอบของแปลกจริงเสียด้วย
            เจ้าไม่เคยดีดพิณอย่างนั้นหรือ?
            ไม่เคยหรอก ที่บ้านไม่มีพิณมีแต่เครื่องเสียงเอาไว้ฟัง เป็นโฮมเธียร์เตอร์ด้วยน้า
            ซันนี่พูดยิ้มๆ ก่อนที่จะเริ่มค่อยๆ หมดรอยยิ้มลงเรื่อยๆ ปฏิกิริยาของเธอไม่ได้รอดพ้นสายตาของไท้สือไปได้แม้แต่น้อย ชายหนุ่มจับมือของนางไว้ก่อนที่จะกล่าวต่อไป
            เจ้ามีเรื่องอันใดไม่สบายใจหรือไม่ บอกข้าเถอะนะให้ข้าได้รับรู้ความในใจของเจ้าบ้าง
            ซันนี่วางถ้วยชาที่อยู่อีกมือหนึ่งลงก่อนที่จะเขยิบเข้าไปนั่งอยู่บนตักของไท้สือ หน้างามซบอยู่บนอกแกร่งเหมือนกับกำลังหาที่พึ่ง ไท้สือไม่เคยเห็นอาการแบบนี้ของนางมาก่อนจึงรู้สึกแปลกใจมากนัก มือแกร่งโอบประคองร่างบางเอาไว้ก่อนที่จะใช้มืออีกข้างเชยคางมนให้ขึ้นมาสบตากับเขา
            บอกข้าเถอะนะให้ข้าได้ช่วยเจ้าบ้าง อย่างน้อยก็อาจช่วยให้เจ้าสบายใจขึ้นบ้าง ข้าไม่ชอบที่เห็นเจ้าเป็นเช่นนี้เลย                                                              

ข้าเพียงแต่คิดถึงบ้านเท่านั้น ตั้งแต่ข้ามาอยู่ที่นี่ทุกวันล้วนแต่มีเรื่องมากมายต้องจัดการ(หรือไม่ก็ไปป่วนเขา)จึงพอจะลืมเลือนไปบ้าง ไม่รู้ว่าป่านนี้แม่กับพี่ๆ จะเป็นยังไงบ้างนะ?
            ข้าไม่ค่อยได้ฟังเจ้าเล่าเรื่องทางบ้านให้ข้าฟังเลย! ไหนเจ้าลองเล่าให้ข้าฟังซิ” 
            อืม...จะเล่าอะไรให้ฟังดีล่ะ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ดีกว่า ข้าเป็นลูกสาวคนเล็กมีพี่ชายสองคน พ่อของข้าถูกฆ่าตายตั้งแต่ข้ายังเล็กอยู่ ส่วนแม่ก็เป็นคนเลี้ยงข้ากับพี่ชายทั้งสองมาจนโต อืม...ประมาณนี้ล่ะ
            ข้าฟังเจ้าเล่าแล้ว ชักอยากเจอกับพี่ชายทั้งสองของเจ้าเสียแล้ว รวมทั้งท่านแม่ของเจ้าด้วย ข้าจะได้พูดคุยเรื่องของเจ้ากับข้าให้เป็นเรื่องเป็นราว
            ซันนี่แทบจะปล่อยเสียงหัวเราะคิกออกมา จะให้ไท้สือไปเจอกับสองคนนั่นน่ะเหรอ แค่คิดก็บรื๋อออ น่ากลัวมากๆ แค่พี่ชายใหญ่ยังไม่เท่าไหร่แต่พี่ชายรองนี่สิ แต่แหมถ้าคุณแม่เจอกับไท้สือเข้า คงต้องปลื้มจนยิ้มไม่หุบแน่ ก็คุณแม่น่ะแพ้คนหล่อ(เหมือนเจ๊เลย)จะตายไป ขนาดตอนที่เจอกับคาโลน่ะ คุณแม่ยังทำตาวิบวับอยากได้ลูกเขยฝรั่งอยู่เลย หึหึ
            คงจะไม่ได้หรอก ถ้าท่านได้เจอกับพี่ชายทั้งสองของข้า ท่านคงจะไม่มีโอกาสได้อยู่กับข้าอย่างแน่นอน
            ไท้สือขมวดคิ้วคมเข้มทั้งสองข้าง ก่อนที่จะถามให้กระจ่างในความหมายที่ซันนี่เอ่ยออกมา
            ทำไมเป็นเช่นนั้นล่ะ ข้าเป็นถึงป้าอ๋อง ไม่ว่าใครในแผ่นดินก็คิดเกี่ยวดองกับข้าอยู่แล้ว
            ซันนี่ได้ยินไท้สือพูดอวดตัวเองก็คิดหมั่นไส้ ถึงแม้ว่าคนที่เธอเคยคบด้วยจะเป็นคนที่มีฐานะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าไท้สือนั้นรวยกว่าทั้งหมดรวมกันซะอีก แต่อีตาบ้านี่หลงตัวเองชะมัด(แต่ก็หล่อนะ)หุหุ
            ก็ดี!ถ้ามันเป็นอย่างนั้นได้น่ะนะ แต่ว่าพี่ชายทั้งสองของข้า เขาหวงข้ามากเลยนะ เขาไม่ค่อยชอบให้ใครเข้ามาจีบข้าหรอก                                                  

อะไร?คือจีบ
            อ๋อ! ตายจริงขอโทษทีลืมไป จีบหมายถึงเข้ามาเกี้ยวน่ะ อะไรประมาณนี้         ไท้สือขบกรามแน่นนัยน์ตาลุกวาวเมื่อเข้าใจความหมาย ก่อนที่จะถามต่อไป
            แล้วมีคนมาจีบเจ้า เยอะหรือไม่?
            ฮะๆๆ....ไม่อยากจะคุย! ฉันน่ะมีคนมาชอบเยอะนะจะบอกให้ ถ้าไม่ได้มาที่นี่ฉันก็คงแต่งงานกับคนที่มาจีบคนใดคนหนึ่งไปแล้วล่ะ
            ซันนี่ไม่ทันได้เห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของไท้สือ ปากก็กำลังโม้เรื่องคนมาจีบอย่างเมามันส์ สุดที่ใจชายจะทานทนได้ ไท้สือคว้าร่างบางตรงหน้าก่อนที่จะช้อนขึ้นอุ้ม เดินดุ่ยๆ จากห้องทรงพระสำราญออกไป
            เอ๊ย....ไท้สือท่านจะไปไหนน่ะ ข้ายังกินไม่อิ่มเลยนะ
            ไม่ต้องกินแล้ว ข้าจะทำโทษเจ้า มีอย่างที่ไหนพูดถึงผู้ชายอื่นต่อหน้าข้าแล้วยังทำสีหน้าเช่นนั่นอีก
            ไท้สือหมายถึงสีหน้าที่ดูมีความสุขของหญิงสาว
            สีหน้าแบบไหนกัน ข้าแค่รู้สึกดีที่ได้พูดถึงที่บ้านก็เท่านั้นเอง
            ซันนี่ไม่ได้รู้ว่าสีหน้าที่ดูมีความสุขนั้นทำให้ไท้สือคิดว่า หนึ่งในชายที่มาจีบแม่นกน้อยของเขาจะต้องมีคนที่นางชอบพออยู่ด้วยเป็นแน่ แค่คิดเขาก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว มือแกร่งที่กำลังอุ้มนางอยู่รัดร่างบางแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย
            ห้ามพูด! เจ้าจะพูดถึงครอบครัวเจ้าก็ได้แต่ห้ามพูดถึงเจ้าพวกที่มาจีบเจ้าให้ข้าได้ยินอีกนะ ไม่อย่างนั้นจะหาว่าข้าไม่เตือน
            ร่างแกร่งทำหน้าเฉยชาราวกับรูปสลัก ซันนี่รู้ดีว่าภายใต้หน้ากากอันนี้มันเต็มไปด้วยความรุ่มร้อนของอารมณ์ที่เจ้าตัวพยายามจะปกปิดเอาไว้ นี่เขากำลังหึงเธอหรือเนี่ย! เมื่อเห็นท่าไม่ดีซันนี่ก็เปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ ใช้วิธีเอาน้ำเย็นเข้าลูบแทน
            ก็ได้
            อ้อ!.....แล้วก็อีกเรื่องนะ ต่อจากนี้ไปที่นี่คือบ้านของเจ้า และข้าคือครอบครัวของเจ้า อีกหน่อยเจ้าก็จะมีลูกๆ ของพวกเรามาเป็นครอบครัว หรือว่าเจ้ากลัวว่าครอบครัวเราจะน้อยจนเกินไป ถ้าอย่างนั้นข้าจะขยันให้มากขึ้นเริ่มจากตอนนี้เลยเป็นไง
            ไท้สืออุ้มซันนี่มาถึงหน้าประตูห้องบรรทมพอดี ชายหนุ่มใช้เท้าเตะประตูให้เปิดออกก่อนที่จะไล่เหล่านางข้าหลวงที่กำลังทำความสะอาดอยู่ให้ออกไป                           บ้า
            ซันนี่พูดอย่างอายๆ ก่อนที่จะใช้แขนเรียวบางกอดคอร่างสูงให้แน่นขึ้น แล้วประตูก็ปิดลงพร้อมด้วยเสียงหัวเราะของชายหนุ่ม หึหึ.....
            ขอต้อนรับท่านเสนาที่กลับมาทำงานเหมือนเดิม
            ภายในกรมเสนาธิการช่างวุ่นวายเหมือนกับตลาดสดเมื่อทั้งสองคนไปถึง เหล่าทหารทั้งหลายที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนเฟยจิ้งปลื้มใจจนน้ำตาซึม เมื่อรู้ว่าภาระของตนได้เสร็จสิ้นแล้ว มันช่างลำบากมากกว่าการไปกินนอนอยู่ตามหุบเขาเสียอีก งานด้านเอกสารเช่นนี้หากไม่จำเป็นพวกเขาจะไม่ขอแตะต้องอีก ฮึกๆๆๆ......
            ซีซีแอบหันไปอมยิ้มกับกำแพงก่อนที่จะหันกลับมาที่เดิม แต่ก็ไม่ได้พ้นจากสายตาของเฟยจิ้งที่กำลังมองนางทุกฝีก้าวไปได้ เฟยจิ้งได้เห็นรอยยิ้มของนางก็นิ่งไปครู่ ก่อนที่จะกระแอมกลบเกลื่อนการกระทำของตน
            เอาล่ะ! นี่แม่นางซีซี นางจะมาเป็นผู้ช่วยของข้าชั่วคราว นางเป็นบุตรีของท่านเจ้ากรมคลัง พวกเจ้าต้องให้เกียรตินางให้มาก เพราะนางยังเป็นพระขนิษฐาบุญธรรมของฮองเฮาอีกด้วย
            พอได้ยินคำว่าฮองเฮา เหล่าทหารที่แสนจะผึ่งผายเมื่อครู่ ต่างพร้อมใจกันคำนับนางอย่างพร้อมเพรียงและเต็มใจ (ก็ใครจะกล้าไปเป็นศัตรูกับแม่นั่นได้)
            ซีซีกำลังเริ่มงานใหม่ ที่ดูเหมือนว่าจะต้องยุ่งยากมากที่สุดเท่าที่เคยทำมาเลย เมื่อมองไปยังกองเอกสารอันมโหฬารที่คอยเฟยจิ้งอยู่ ก่อนที่จะหันหน้าไปหาชายหนุ่มที่กำลังมองมาทางเธออยู่....
            ถ้าถามว่าอาชีพแม่บ้านและคนชงกาแฟเกิดขึ้นเมื่อไหร่ถ้าได้เห็นภาพที่ซีซีกำลังรินน้ำชา และพัดให้กับเฟยจิ้งที่ตอนนี้กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างขมักเขม้น
            เจ้าไปนั่งพักตรงนั้นก่อนก็ได้ ข้ายังต้องทำงานอีกนาน
            เฟยจิ้งเน้นตรงคำว่านานเป็นพิเศษ ก่อนที่จะปรายตาไปยังกองเอกสารตรงหน้าที่พร่องไปแค่นิดหน่อย
            งั้นมีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่เจ้าค่ะ?
            งั้นหรือ...ข้าไม่รู้ว่าจะรบกวนเจ้าเกินไปหรือเปล่า                                  เรื่องอันใดกันเจ้าคะ?
            เจ้าช่วยเช็ดเหงื่อให้ข้าทีได้หรือไม่พอดีว่ามือข้าไม่ค่อยว่างน่ะ
            ซีซีได้ยินเข้าก็ชะงัก ก่อนที่จะทำท่าไม่แน่ใจว่าเฟยจิ้งมีแผนอันใดอยู่ในใจหรือไม่?
            ถ้าไม่อยากทำก็ไม่เป็นไรนะ ข้าไม่ได้บังคับ
            ถึงแม้ว่าจะบอกไม่ได้บังคับแต่สุ่มเสียงน้อยใจที่แสดงออกมาก็ทำให้รู้ว่าชายตรงหน้าเกิดอาการน้อยใจเข้าให้แล้ว
            ซีซีลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะ มองซ้ายขวาว่าไม่มีผู้ใดอยู่ในห้อง ก่อนที่จะใช้ผ้าซับเหงื่อที่พกติดตัวอยู่เสมอซับบนใบหน้าหวานคมของชายหนุ่ม
            เฟยจิ้งมองเป้าหมายที่เขาเล็งไว้ตั้งแต่แรก นั่นก็คือหยกที่หญิงสาวห้อยติดตัวอยู่ เมื่อครู่เขาเพิ่งจะสังเกตเห็น จึงได้บอกให้นางเช็ดเหงื่อให้เพื่อหาโอกาสมองหยกชิ้นนั้นใกล้ๆ
            เอ๊ะ!...ท่านจะทำอะไรน่ะ?
            ซีซีถามอย่างตกใจเมื่อเฟยจิ้งรวบเอวของนางเอาไว้ก่อนที่จะบังคับให้นางนั่งลงบนตักแกร่ง ในมือของเฟยจิ้งกำลังกำหยกชิ้นหนึ่งที่เพิ่งถูกปลดจากเอวของนางไปเมื่อครู่ ซีซีเห็นหยกชิ้นนั้นก็เข้าใจ ใบหน้าหวานพลันรีบเปลี่ยนสีหน้ากลับเมื่อเฟยจิ้งหันกลับมามองนางแทนที่หยกชิ้นนั้น                                                                  

ทำไมเจ้าถึงไม่บอกข้า?                                                                        บอกเรื่องอันใดกัน?                                                              

เรื่องของข้ากับเจ้าและก็คำสัญญาที่ข้าได้ให้ไว้เมื่อหลายปีก่อนอย่างไรเล่า          มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรมากนี่นา จนแม้กระทั่งท่านเองก็ลืมไปแล้ว                     ข้าไม่ได้ลืม....ตั้งแต่ที่ข้าเจอกับเจ้าที่บ้านของหลิวปัง ข้าก็จำเจ้าได้ลางๆ หลังจากนั้นข้าก็ให้คนไปสืบดูจึงรู้ว่าเป็นเจ้า แต่ที่ข้าไม่พูดอะไรออกมาก็เพราะข้ารอให้เจ้าเปิดเผยตัวออกมา เพราะข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าเจ้าจะยังจำสัญญาของเด็กอายุ 12 ได้หรือไม่?                        ข้าว่าไม่ใช่เพราะเรื่องนั้นกระมัง หากวันนี้ท่านไม่ได้เห็นข้าห้อยหยกชิ้นนี้ท่านก็คงจะไม่ตัดสินใจคุยกับข้าตรงๆ หรอก ท่านเองก็คงกลัวว่าข้าจะไปทวงสัญญากับท่านกระมัง                                                                                     

ถึงแม้ว่าสิ่งที่เฟยจิ้งได้กล่าวไปเมื่อครู่ทำให้นางรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย แต่ชายหนุ่มก็ไม่สามารถทำให้ความรู้สึกน้อยใจของซีซีหายไปได้ทั้งหมด                                  ทำไมเจ้าถึงได้ดื้อขนาดนี้นะ!
            ท่านไม่ได้รู้จักข้าดีจริงๆ ด้วย แม้แต่ท่านพ่อเองยังว่าข้าดื้อเลย แล้วท่านจะปล่อยข้าได้แล้วหรือยัง?
            ตอนนี้ซีซีกำลังนั่งอยู่บนตักของเฟยจิ้งภายในห้องทำงานของชายหนุ่ม เฟยจิ้งเองเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มในอ้อมแขนก็กลับรู้สึกไม่อยากจะกล่าวอะไรกับนางอีกนอกเสียจาก....
            ท่านจะทำอะไรน่ะ? ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!
            เฟยจิ้งทำท่าเข้ามาใกล้เกินจำเป็นซีซีจึงตัดสินใจผลักเฟยจิ้งเต็มแรง ทำให้เฟยจิ้งที่ไม่คิดว่านางจะโต้ตอบถึงขนาดนี้จึงไม่สามารถรั้งนางเอาไว้ได้ 
            ในเมื่อท่านไม่คิดที่จะทำงานอีกแล้ว ข้าก็จะสนองให้.....ทหาร...ทหาร...มีใครอยู่ด้านนอกบ้าง
            ไม่ทันขาดคำทหารที่อยู่ด้านนอกก็กรูกันเข้ามาภายในห้อง 
            ข้าได้รับราชโองการจากป้าอ๋องให้สามารถควบคุมท่านเฟยจิ้งไว้ด้วยวิธีไหนก็ได้
            เฟยจิ้งกำลังยืนนิ่งกับการกระทำของนาง นางจะเรียกทหารเข้ามาทำไมกัน พอได้ยินประโยคต่อไปเฟยจิ้งก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเสียทีนางเสียแล้ว
            ข้าขอสั่งให้เจ้าจับท่านเสนาเอาไว้ แล้วพาไปที่จวนของข้า!
            ขอรับแม่นางซีซี


                     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

4,581 ความคิดเห็น

  1. #2833 [P] a k ^O^=- (@pako_o) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 มีนาคม 2552 / 17:28
    ง่ะ
    พอไปจวน ไปทำอารายยยย


    กรี๊ดๆๆ

    คิดไปถึงไหนแล้วเราา


    555
    #2833
    0