นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

พระเจ้าครับชีวิตมันเป็นอย่างนี้จริงๆหรอ

โดย NaNikaz

ความเป็นจริงในโลกนี้มันเป็นอย่างไรกันแน่ ยังไม่มีใครรู้มากนักหรือว่าทุกอย่างในโลกนี้มันพลิกกลับกันไปหมด (สิ่งนี้ทำมาขึ้นเล่นๆเท่านั้น)

ยอดวิวรวม

179

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


179

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 ต.ค. 58 / 13:32 น.
นิยาย ҤѺԵѹҧԧ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ความเป็นจริงในโลกนี้มันเป็นอย่างไรกันแน่
ยังไม่มีใครรู้มากนักหรือว่าทุกอย่างในโลกนี้มันพลิกกลับกันไปหมด 
(สิ่งนี้ทำมาขึ้นเล่นๆเท่านั้นนะเอ่อ)
เอามาจาก
นิยาย พระเจ้าครับชีวิตมันเป็นอย่างนี้จริงหรอ



โดย นักเขียนผู้อ่อนหัด

เพจ: NaNika

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 ต.ค. 58 / 13:32


ชีวิตตอนนี้ของคุณเป็นยังไง....

พระเจ้าครับทำไมชีวิตคนเราเป็นแบบนี้ ทำไมต้องมีหลายๆเรื่องเกิดขึ้น

มีทั้งเรื่องดีและร้าย 
แต่สุดท้ายก็รอดด้วยดีเพราะว่าปัญหาน่ะ
มันไม่ใช่สิ่งอื่นใกลหรอกนะ มันคือส่วนหนึ่งของเรา

"คนหนึ่งคนเป็นตัวประกอบให้กับทุกคน
        ทุกคนก็เป็นตัวประกอบให้กับคนหนึ่งคน"


เพราะว่าแต่ละคนก็มีเรื่องราวของตัวเอง แต่ว่า.....
ไม่ใช่ว่าทุกคนหรอกนะที่จะสำเร็จตามที่คาดไว้น่ะ 

ตัวเอกในโลกจริงๆน่ะมันอาจจะมีแค่100,000คนในโลกนี้ก็ได้ หรืออาจจะ10,000
หรือน้อยกว่านั้น

โลกเนี่ยมันดูจะสมดุลนะ แต่จริงๆคำที่พูดว่า "ไม่มีอะไรเฟอเฟค"
มันก็จริงๆนะ แล้วมันก็กระทบกับธรรมชาติด้วย

จริงๆธรรมชาติน่ะมันไม่เฟอเฟคเลย ชะตาชีวิตน่ะตอนแรกคนก็บอกกันว่า
เราฝ่าความตาย เราฝ่าชะตาชีวิตนี้ไม่ได้หรอก แต่ก็มีคนทำได้
นั้นอาจจะเพราะเขาเป็นหนึ่งในตัวเอกก็ได้

แล้วคำก็ถูกเปลี่ยนเป็น ไม่มีใครกำหนดชีวิตเราแต่เราต้องกำหนดมันเอง
สุดท้ายแล้วจะท้ายๆๆ ยังไงก็ตาม มันก็มีคนกำหนดเรา โดยเราไม่รู้ตัว

พวกตัวเอกน่ะเหมือนได้สิทธิพิเศษอะไรไม่รู้ เรียนจบป.4 ยังดังระดับโลกเลย
ตายแล้วยังดังอยู่เลย แต่เขาก็ทำได้ดีจริงๆ

เพราะตัวเอกน่ะ คือคนที่จะมาเปลี่ยนโลกของเรา มาเปลี่ยนความเชื่อผิดๆ
มาปรับมุมมอง

ถ้าวันๆหนึ่งน่ะเราไม่มีปัญหา เราเอาแต่หนี มันก็จะไม่มีเราในวันนี้หรอก

เลข 13 น่ะ เขาถือว่าเป็นเลขโชคร้าย เลข 7 เลข 9 ก็โชคดีอะไรต่างๆว่าไป
แต่ยังไงๆ เราก็ต้องผ่านเลข 7 9 และ 13 อยู่ดี ยังไงก็ข้ามไปไม่ได้
ยังไงเราก็ต้องผ่านเรื่องดีและเรื่องร้าย

การดูทำนายคือการที่เรามาดูชีวิตของตัวเองที่รู้อยู่อล้วแต่ไม่มั่นใจเลยมาดู
คนทำนายก็ทำนายไป เรารู้อยู่แล้ว แค่ไม่มั่นใจ

"บางทีสิ่งที่เชื่อมันก็เป็นอย่างที่เชื่อนั้นแหละ 
                                             แค่ไม่ตัดใจเชื่อ"

ปัญหาน่ะคือสิ่งที่สร้างบุคคลิกของเราทุกวันนี้ จริงไหม?
เช่น ตอนเด็กๆเห็นพ่อแม่โดนฆ่าต่อหน้าต่อตาเหมือนในการ์ตูน
ก็จะทำให้นิสัยเก็บตัวเอาแต่คิดๆ หรือ ตอนเด็กๆโดนหมากัด โตมาก็กลัวหมา

ปมมันคือปัญหาที่เราผ่านมันไปไม่ได้ หรือจะคิดอย่างอื่นก็ได้ 
ไม่ว่าเรามีความคิดของตัวเอง ความคิดน่ะมันพลังเยอะนะ 

"ความคิดของเราเปลี่ยนได้ทุกอย่าง แม้แต่ชีวิต จงคิดให้ดี"

มันคือพื้นฐานมากๆเลยละนะก็เหมือนจะพูดอะไรกับเพื่อนไม่คิดให้ดี
จนทุกวันนี้ไม่มองหน้ากัน หรือไปขโมยของ จนต้องติดคุก เพราะความคิดชัดๆ
ถ้าอยู่เฉยๆ ไม่ไปขโมยก็ไม่ติดคุกหรอก หรือคิดว่า 'ถ้าไม่ถูกจับ' หรอ

แต่ถ้าคิดว่ามันดีก็ได้นะเรื่องติดคุกน่ะเพราะ

"ทุกอย่างมีข้อดีและข้อเสียในตัวมันเอง"

ถ้าจน จนต้องไปขโมยของ ก็ได้ติดคุก 'อย่างน้อย' คำนี้แหละ
อย่างน้อยก็มีที่อยู่ มีข้าวกิน

ว่ามะธรรมชาตินี้ขีโกงจริงๆเลยนะทะอะไรเกินไปก็ไม่ได้

บางทีนะจะทำเรื่องบ้าๆบ้างก็ดี เพราะเกือบครึ่งชีวิตของคนเดี๋ยวนี้
เอาแต่เรียนๆๆๆ ไปวันๆ ไม่ได้ทำอะไร พออยู่ดีๆประสบอุบัติเหตุก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลย
อยู่ดีๆก็ตายไปเฉย...โดยเสียเปล่าเลยอยากให้ครูหลายๆคนที่เข้าใจบ้างและควบคุมบ้าง
แต่อย่ามาก อย่างไปว่าเด็ก ไปทำนู้นนี้นั้นกับเด็ก ครูไม่รู้หรอกว่าเด็กเขาเจออะไรมาบ้าง
แล้วเด็กก็ไม่รู้หรอกว่าครูเจออะไรมาบ้าง

จริงนะความคิดทำได้ทุกอย่างจริงๆแม้แต่ออกกำลังกายโดยนั่งเฉยๆ
เคยได้ยินมะละ แค่คุณคิดว่ากำลังออกกำลังกายอยู่ มันก็จะน้ำหนักลดเองอะไรแบบเนี่ย

คือการหลอกตัวเองทำได้หมดจริงๆ แฮะๆ มันยาก ไปออกกำลังจริงๆดีกว่านะ

ผมเคยคิดว่าถ้าไม่ใช้ชีวิตแบบในการ์ตูนนี้คงไม่คุ้มค่าแน่เลย อย่างจะเอา
ชีวิตแบบในการ์ตูนมาใส่ในชีวิตจริง จริงจริ๊งเลยยย ตอนนี้ก็ยังคิดอยู่

ทุกวันนี้ผมแค่คนปกติธรรมดา ที่ดูภายนอกเหมือนไม่ได้คิดอะไร
แต่จริงๆคิดมาก เป็นคนไม่ได้เรื่องไปซะทุกอย่าง ใช่ชีวิตแบบบ้าๆ 
เพราะคิดไม่เหมือนชาวบ้านเขา

คุณเคยคิดว่าพระเจ้ามีจริงๆไหมละ แล้วก็พูดลอยๆไปคนเดียว
บอกเลย ผมเคย!!!! พูดคนเดียวบ่นกับชีวิตตัวเองบ่อยมาก
จนถ้าคนอื่นมาเห็นนี้นึกว่าคนบ้าเลยละ ผมเป็นคนปากกับใจไม่ตรงกัน
แบบคนละโลก เห็นผม ผมคงจะโดนว่าจูนิเบียวเลย แล้วก็คุณเคยเป็นไหม

"บางทีคพูดอาจจะเจ็บกว่าการกระทำ"

คือถึงจะโดนมีดบาดแต่รักษาเดี๋ยวก็หายหรือบางทีเป็นแผลเป็น แต่ก็ไม่ตายจริงไหม
คำพูดบางทีต้องคิดบ้างนะ บางทีแค่พูดไปอาจจะทำให้คนๆนั้นไปฆ่าตัวตายได้เลยนะ

"ความสบาย คือ ต้นเหตุของความตายใจ"

เช่น สบายใจว่า เอ๊ะ!!! เสียงน้ำแปลก แต่น้ำก็ไม่เป็นไรไม่รั่ว
เอ่อ...ก็ไม่มีอะไรนิไปนอนดีกว่า ตื่นมาน้ำท่วมห้องท่อน้ำขาดใต้ดิน
อะไรแบบเนี่ย อันนี้คงยังตัวอย่างห่วยไปหน่อย
ที่จริงจะเอาอีกอันแต่กลัวมันจะทรหดเกินไป

"ความประมาทเป็นที่มาของ ความผิดพลาด
              ความผิดพลาดเป็นที่มาของความสำเร็จ"

มันดูขัดๆกันก็จริงนะ แต่มันก็จริง เหมือนเราเคยพลาดตรงนี้ไป
เพราะประมาท แต่ครั้งต่อไปเรารู้ละ ครั้งนี้เราก็เลยทำสำเร็จ อะไรแบบนี้
แล้วก็ไอ้คำทู่ๆเนี่ย ผมคิดเองนะครับ ไม่ได้เอามาจากไหน
ผมเขียนในสมุดจดไว้ในเดอารี่เถื่อน คือเดอารี่ที่ ให้คนอื่นอ่านได้อะนะ

"ถ้าไปโลกใหม่ไม่ได้ ก็จัดการ โลกเก่าให่้เสร็จซะก่อน"

มันก็คือคำพูดของคนเหนือโลกอย่างผมนี่้เองงงง คือตอนนั้น
คิดอยากจะไปในโลกการ์ตูนมา อย่างหนีความเป็นจริง แต่ทำไม่ได้
ก็เลยต้องจัดการโลกเก่าให้เสร็จก่อน แล้วก็ไป New World ไปหาวันพีช
ประมาณนี้..... ทุกประโยคที่พิมพ์ลงไปมันแปลได้หายแบบนะ

"การกระทำสำคัญกว่าคำพูด แต่บางที คำพูดก็สำคัญพอๆกับการกระทำ"

มันก็จริงนะที่การกระทำสำคัญเหมือน เอาแต่พูดๆๆ บ่นๆๆ แต่ไม่ทำอะไร
อย่างนั้นแหละ แต่บางเวลา คำพูดมันก็สำคัญพอๆกัน
มันจะไม่ใช่เรื่องคุยกับพระเจ้าแล้วเนี่ย ผม้ป็นคนชอบออกนอกเรื่องอยู่เรื่อยเลย

"ถ้าชีวิตเราไม่ยอมเปลี่ยน เราก็ต้องเปลี่ยนชีวิต"

มันจริงๆนะ อยู่เฉยๆ ไม่มีเมฆลอยมาหาหรอกนะ ต้องบินขึ้นไป ว่าแต่...ทำไงวะ
ชั่งมันเหอะครับ เราต้องพยายามเปลี่ยนชีวิตตัวเองวันละนิดก็ดี
หรือว่าถ้าคิดว่าชีวิตทุกวันนี้ดีอยู่แล้ว ไม่เปลี่ยนหรอก ผิดครับ!!! 
นั้นแหละครับคือหนึ่งสัญญานว่าคุณกำลังเปลี่ยนตัวเอง 
ถึงจะไม่อยากเปลี่ยนชีวิต มันก็จะเปลี่ยนไปทีละนิดโดยไม่รู้ตัว 

"การเบี่ยนเบน บางทีไม่ใช่แค่ทำร้ายจิตใจคนอื่น แต่ยังทำร้ายตัวเองด้วย"

ก็คือการเปลี่ยนเรื่องนั้นแหละ บางเรื่องที่สำคัญๆ ก็โดนเปลี่ยนไปซะหมด
คืออยากรู้เรื่้องนี้อยู่ดีๆถูกเปลี่้ยนเรื่องทีละน้อยๆ จนไปคนละโลกเลย
จระ บร้าาาา ตรายยยย เฮื่อยยย....หลายๆคนคงเคยโดน หรือเคยทำไปบ้างฃ

"น้ำตาเทียมนั้นมีราคาขายตามร้านค้า 
        แต่น้ำตาจริงๆไม่มีขายที่ไหนกลับไร้ค่า ไม่มีราคา"

ก็นะ......น้ำตาจริงๆไม่มีขายนะเฮ้ยยยสนในหน่อยยยย
น้ำตาเทียมแพงอยู่ น้ำตาจริงๆให้ฟรียังไม่ได้ ยังไม่มีใครสนเลย
เอาไปแปลได้หลายความหมาย

"หากเชื่อใครไม่ได้จงเชื่อตัวเอง แต่หากเชื่อตัวเองไม่ได้ จงเชื่อสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่"

มันก็นะ.....เอาไงดี เชื่อใครไม่ได้มาเชื่อตัวเอง เอ๊า!! ตูดันเป็นคนไม่ได้เรื่องอีก
งั้น...ตอนนี้เราเป็นอะไรอยู่ละ....  เราต้องเชื่อสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่!!!

"จงอย่าติดกับอดีต ปัจจุบัน หรือ อนาคตให้มากเกินไป"

ปกติคนเขาพูดแค่ อย่ายึดติดกับ อดีตสิ แต่ที่จริงอย่าไปยึดติดกับอดีต ปัจจุบัน
และอนาคตด้วย ถ้าไปมองแต่อนาคต ก็ไม่ได้ทำอะไรเลยอะดิ
ไม่ก็ทำมากเกินไป ถ้ามองแต่ปัจจุบันก็จะ ไม่คิดเรื่องอนาคตเลยสักนิดไม่ดีนะไม่ดี
มองอดีตก็ไม่ดี แต่ไม่ใช่ว่าไม่ให้ดูหมดเลยนะ ดูนู้นนี้นั้นบ้างอะไรแบบนี้
ถึงตอนที่จำเป็นก็จะรู้เองแหละน่า

"คนที่พร้อมจะทำอะไรให้คนอื่น คือ คนที่พร้อมจะรับสิ่งนั้นกลับมา"

เช่น จะไปต่อยกับคนอื่นก็ต้องเตรียมคนอื่นจะต่อยมา
จะไปรักคนอื่นก็ต้องเตรียมคนนั้นจะส่งรักกลับคืน
ผมก็แบบว่าจะเอาเค้กไปให้เพื่อนในวันเกิดผม
แต่อยู่ดีๆเพื่อนให้เค้กกลับคืน คือ...เค้กนี้ไม่ใช่เล็กๆนะเว้ย..
ตูซื้อให้พวกมรึงทั้งห้องกินครับบบ ผมกลับใด้กินของทั้งห้องคนเดียว 
แล้วก็มีเพื่อนอีกคนมาช่วยกินมาเลี่ยนด้วยกัน เลี่ยนเค้กยันพรุ่งนี้น่ะ
ผมกับเพื่อนคนนั้นอิ่มยันเย็นเลย ขอขอบคุณเพื่อนคนนั้นมากเลย
ไม่งั้นคงเลี่ยนตายคาที่แน่ เหมือนจะให้น้ำใจดันถูกส่งกลับเหมือน
ตูกลัวมรึงหิวกินเถอะ.....ถ้าเจอคนให้ก็กินๆไปเถอะครับ
นิดนึงก็ดี ผมไม่อยากให้เขาคนนั้นเจอแบบผม

"จงอย่าเสียใจที่จะตาย เพราะคุณแค่เกิดมาตายอีกรอบเท่านั้นเอง"
     
ก็แค่คุณเกิดมาตายอีกรอบเท่านั้นเอง ที่เสียดายก็แค่ความทรงจำและอื่นๆ
คนรัก สมบัติ อะไรอย่างเนี่ยแล้วก็

"จงอย่าห่วงตัวเองมากเกินไป และ อย่าห่วงคนอื่นมากเกินไป"

ห่วงอะไรมากเกินไปไม่ได้จริงๆนะ ลองห่วงแต่รักแร้ตัวเองดูสิ
เดี๋ยวได้เท้าเหม็นหัวยุ่งขี้กากขึ้นแน่ แค่เทียบนะ นอกนั้นเอาไปคิดเอง

"วิธีที่จะรับรู้อนาคตที่ดีที่สุด คือ การสร้างมันขึ้นมาจากปัจจุบัน"

ทำไมพูดแล้วดูแก่เลย เหมือนแม่บอกว่าอนาคตเริ่มที่วันนี้....
แล้ว...แล้ว....วันไหนดีอะ....เอ่อ....ก็เอาไปคิดละกัน

หลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย ใช่ไหมละ
แต่ว่าจริงๆน่ะมมันสั้นมากเหลือแค่ เกิด กับ ตาย เท่านั้นเอง
เกิดมา สุดท้ายก็ตาย แต่ไม่อยากให้คิดลบแบบนั้นนะ
แค่เพิ่มแก่กับเจ็บเข้ามาเท่านั้นเอง ทำให้เหมือนชีวิตยาวเท่านั้นเอง....

หลายๆคนที่เรียนมาก็มีหลายเหตุผล แต่เหตุผลหลักทำไมกลับเป็นอย่างอื่น
ก็สุดท้ายทำงาน หาเงิน หาอาชีพ นั้นคือสิ่งที่คนส่งเราเรียนหวังกัน

ก็....ถึงคุณจะเรียนดีมีรางวัลเป็นร้อยพันขนาดไหน
สุดท้ายเวลาหางาน ก็ต้องหางานดีๆทำ พอเขารับ ก็ทำและได้เงิน ก็จบ
เรียนเพื่อหาเงินแล้วก็จบ...งั้นหรอ? แล้วที่เรียนไปครึ่งชีวิตน่ะ
ใช้แค่ไปแปปเดียว แล้วที่มีเพื่อน มีความสุข มีวันดีๆแบบนั้นน่ะ
มันแค่ของแถม งั้นหรอ?....

คนน่ะนะ ถ้าเปรียบก็น่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดอยู่ระดับหนึ่งและทั้งโลกนี้มีคนเยอะมาก
ซึ่งที่อยู่ตรงนี้เพราะถูกเลือกมา จากอะไรไม่รู้ ซึ่งมีคนคุมที่มองไม่เห็นไม่มีใครแน่ใจ
ว่ามีจริงอยู่เรียกว่า พระเจ้าอยู่ คนที่ว่าอยู่บนโลกเยอะแล้ว ที่จริงอาจจะ
มีวิญญานเยอะกว่าอีกที่ยังไม่เกิด ทั้งหมดก็ประมาณเยอะกว่าคนที่ั้งโลก 5-10เท่า
ฉะนั้น คนที่อยู่ตรงนี้อย่าคิดสั้นให้มาก เพราะ คุณถูกเลือกแล้ว
แล้วคุณจะทิ้งโอกาสนี้หรอ

ที่คุณถูกเลือกมาเนี่ยอาจจะมาเพื่อนเป็นหนูทดลองอะไรสักอย่างก็ได้นะ
เหมือนเรียกว่า กล่องทดลองสารพัดละมั้งนะ

คุณไม่ลองคิดว่าตัวเองถูกส่งมาทำภารกิจอะไรสักกะอย่าง
แล้วยังทำไมเสร็จ เขาก็เลยส่งคนมาเรื่อยๆ จนเยอะ ไม่ทันคิด ดูสิ...
แล้วชุดที่คุณได้ใส่ในภารกินนี้คือ เนื้อหนังหรือตัวตนนั้นเอง
ทำภารกิจไม่สำเร็จจนชุดพังก็เลยเอาไปฝั่งหรือเผา
และก็เลยต้องออกจากชุดนั้น หรือถอดชุดนั้นทิ้งนั้นเอง

สิ่งที่ผมจะบอกต่างๆก็เยอะกว่านี้แต่มันเยอะเกินมีอะไรก็บอกกันได้นะ...

----จบ----


ดูที่เป็นเรื่องเป็นราวได้ที่นี้
หรือ
นิยาย พระเจ้าครับชีวิตมันเป็นอย่างนี้จริงหรอ

ผิดพลาดที่ไหนก็ขอโทษด้วยนะครับ
ติดตามเรื่องต่างๆได้ที่
เพจ: NaNika




ผลงานอื่นๆ ของ NaNikaz

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น