คัดลอกลิงก์เเล้ว

รองเท้าแตะ นี่แหละมหัศจรรย์

โดย Charoite

ประวัติที่มาของรองเท้าแตะ หาข้อมูลมาจากเว็บต่างประเทศ ไม่ค่อยเห็นเว็บไทยมีข้อมูลเรื่องรองเท้าแตะเท่าไหร่ เลยเอามาลงให้ดูจ้า

ยอดวิวรวม

1,543

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,543

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 มี.ค. 54 / 19:57 น.
นิยาย ͧ Ȩ รองเท้าแตะ นี่แหละมหัศจรรย์ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 มี.ค. 54 / 19:57


ใครเอาไปเป็นฐานข้อมูลทำงาน อย่าลืมอ้างเครดิตให้ด้วยนะ (เพื่อนเราเคยเอาผลงานคนอื่นไปใช้เป็นฐานแล้วไม่อ้างอิง โดนครูท่านว่าเละ =_=)
 

             “รองเท้าแตะ” อาจจะเป็นเพียงสิ่งของธรรมดาๆอย่างหนึ่งในชีวิตคุณ ถ้าจะให้ลองนึกถึงมัน บางคนอาจจะนึกถึงอดีตในตอนเด็กที่ใส่รองเท้าแตะไปโรงเรียนแล้วโดนทำโทษ แต่คุณเชื่อหรือไม่ ว่ารองเท้าแตะที่เห็นกันอยู่ทั่วๆ ไปเนี่ย มหัศจรรย์มากแค่ไหน หากลองคิดดูดีๆ พวกเราทุกคนล้วนต่างก็ใช้รองเท้าแตะกันอยู่บ่อยๆ ไม่แบ่งเพศ ฐานะ หรือชนชาติ ถึงขนาดพบหลักฐานว่าแม้แต่ฟาโรห์แห่งอียิปต์ก็สวมรองเท้าแตะ!

            หากนับกันตามความเป็นจริงแล้ว ถ้าพวกเราจะเรียกรองเท้าแตะว่าโบราณวัตถุก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร เพราะรองเท้าแตะนั้นมีอายุเทียบเท่ากับหลุมศพโบราณต่างๆในประเทศอียิปต์ ถึงขนาดที่พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษได้เก็บรักษารองเท้าแตะอายุประมาณ 4,000 ปี ช่วงเวลาที่รองเท้าแตะมีขึ้นนั้นไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่ที่รู้กันแน่ชัด คือ เจ้าของแฟชั่นรองเท้าแตะนั้นเป็นคนอียิปต์โบราณ เพราะมีการพบภาพจิตกรรมฝาผนังที่บันทึกภาพเทพเจ้าอียิปต์หลายๆองค์ สวมรองเท้าที่หน้าตาคล้ายรองเท้าแตะ

หลังจากที่รองเท้าแตะถือกำเนิดขึ้นในอียิปต์แล้ว ตอนแรกผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่นิยมใช้กัน จะใส่กันเฉพาะโอกาสพิเศษ หรือ ตอนที่เจ็บเท้าจริงๆ เท่านั้น ในสมัยนั้นรองเท้าแตะสามารถบอกฐานะของผู้ใส่ได้เหมือนกับการใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมดังๆ ส่วนมากรองเท้าแตะจะทำมาจากหนังสัตว์และใบต้นกก โดยมักจะมีสายหนังรัดกับเท้าให้สะดวกต่อการทำกิจกรรมต่างๆ สำหรับคนที่มีฐานะ รองเท้าแตะจะทำมาจากทองและประดับด้วยอัญมณีต่างๆ ฟาโรห์ในสมัยก่อนเองก็ใช้รองเท้าแตะเหมือนกัน ฟาโรห์ธุตโมซิสที่3กษัตริย์นักรบผู้ได้รับการขนานนามว่า นโปเลียนแห่งอียิปต์ เคยกล่าวเปรียบเทียบชัยชนะของตนว่า “ดินแดนทั้งหมดต่างตกอยู่เบื้องใต้รองเท้าแตะของข้า”

                กระแสความนิยมนั้นเป็นสิ่งที่ไม่หยุดนิ่ง จากนั้นรองเท้าแตะได้กลายเป็นแฟชั่นที่นิยมมากขึ้นในอียิปต์โบราณ และได้กระจายความนิยมนี้ไปทั่วโลกโดยเริ่มแรกในกลุ่มประเทศอารยธรรมโบราณต่างๆ เช่น กรีก โรมัน จีน ญี่ปุ่น อินเดีย อเมริกาใต้  เม็กซิโกฯ ลฯ จากนั้นนับตั้งแต่ปีค..1529 ความนิยมก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขยายเป็นทอดๆ ลักษณะหน้าตาของรองเท้าแตะก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป ตามความเหมาะสมทางสภาพอากาศ และวัสดุในการสร้าง เช่น ประเทศอินเดีย รองเท้าแตะจะทำมาจากไม้ ประเทศเม็กซิโกใช้ไม้โขด ส่วนประเทศจีนและญี่ปุ่นใช้ฟางข้าว เป็นต้น

                อย่างที่รู้กันแล้วว่ารองเท้าแตะเป็นแฟชั่นที่เก่าและโบราณ แต่ประเทศน้องใหม่ที่เพิ่งค้นพบกันไม่กี่ร้อยปีอย่างอเมริกาก็ฮิตแฟชั่นนี้มากเหมือนกัน กระแสนิยมรองเท้าแตะเดินทางไปประเทศอเมริกาได้เพราะหลังจากสงครามโลกครั้งที่2 ทหารชาวอเมริกันได้เอารองเท้าแตะจากประเทศญี่ปุ่นกลับบ้านเกิดในฐานะของฝาก (เหมือนเวลาเราไปเที่ยวแล้วซื้อที่ติดตู้เย็นมาฝากครอบครัว แต่นี้เป็นรองเท้า) แล้วหลังจากนั้นแฟชั่นรองเท้าแตะก็ระเบิดดังไปทั่ว มีการนำยางมาทำรองเท้าแตะเหมือนในปัจจุบัน จนในช่วงปี พ.. 2493 หากใครไปเที่ยวทะเล หรือ สระว่ายน้ำโดยไม่ได้ใส่รองเท้าแตะไป คนๆ นั้นจะถือเป็นคนที่เชยยิ่งกว่าใคร

                หลังจากที่มีการใช้ยางทำรองเท้าแตะในช่วงปีค..1950 การจะหารองเท้าแตะสักคู่จึงเป็นเรื่องง่ายดาย ในปัจจุบันนี้ ผู้คนในแต่ละประเทศต่างใช้รองเท้าแตะกันอยู่ทั่ว เช่น ผู้คนในประเทศทางตะวันออกจะใช้รองเท้าแตะเพราะอากาศร้อน หรือ ประเทศทางตะวันตกที่มีอากาศหนาว จะใส่รองเท้าแตะตามแฟชั่น ดังนั้นรองเท้าแตะจึงได้กลมกลืนไปกับวิถีชีวิตของผู้คนประเทศต่างๆทั่วโลก หรือแม้แต่ประเทศไทยของพวกเราเองก็เช่นกัน เพราะรองเท้าแตะนั้นราคาไม่แพง ใช้ได้สะดวก และเป็นที่ฮิตของคนหนุ่มสาวยุคใหม่หลังสงคราม

                แฟชั่นที่เก่าแก่อย่างรองเท้าแตะนี้ ฉันเองก็เป็นหนึ่งในคนที่นิยมเหมือนกัน (คนยุคใหม่ที่นิยมแฟชั่นโบราณ) ความรู้สึกที่ฉันมีต่อรองเท้าแตะ เรียกง่ายๆว่า“สาม ส ” ได้แก่ “สะดวก”เพราะรองท้าแตะนั้นใส่ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาผูกนู่นผูกนี่ ต่างจากรองเท้าแบบอื่น “สบาย”ข้อนี้คงจะไม่มีคนปฎิเสธ นับว่าเป็นจุดเด่นสุดของรองเท้าแตะเลยก็ว่าได้ (ขนาดครูสอนพิเศษฉันที่สวมรองเท้าส้นสูงยังแอบยืมรองเท้าแตะของนักเรียนในห้องมาใส่อยู่บ่อยๆ) และ”สดใส” คนอื่นคงจะคิดว่าฉันหมายถึงสี แต่เหตุผลที่ฉันคิดว่าช่วงเวลาที่ใส่รองเท้าแตะ คือ ช่วงเวลาที่สดใสนั้นเป็นเพราะว่าฉันจะใส่รองเท้าแตะเฉพาะเวลาพักผ่อน หรือ เวลาไปเที่ยว ซึ่งไม่ต้องกังวล หรือเครียดอะไร

            เมื่อค่านิยมการใส่รองเท้าแตะกลมกลืมกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้คนแต่ละประเทศ ผู้คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกชนชาติฐานะต่างใช้รองเท้าแตะ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแฟชั่นที่เก่าแก่นับเป็นพันๆปี ก็ยังคงเป็นแฟชั่นอมตะที่นิยมไม่เลิก(ยิ่งกว่าอุลตร้าแมนที่ฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า) และที่สำคัญรองเท้าแตะยังเป็นต้นกำนัดของรองเท้าทั้งหลายในโลกนี้ ด้วยเหตุผลหลายๆ ข้อแล้ว ฉันจึงคิดว่ารองแตะนั้นเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ ทั้งๆ ที่มันอาจจะเป็นเพียงสิ่งของธรรมดาๆในสายตาของหลายๆคน แต่ในความเป็นจริงแล้วกล้าบมีอะไรมากกว่าที่คิดเยอะ ดังนั้นคำที่จะบรรยายรองเท้าแตะได้อย่างครอบคลุมนั้นคงไม่พ้นคำว่า”มหัศจรรย์”

แหล่งอ้างอิง

André Dollinger.  Ancient Egyptian clothes.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : http://www.reshafim.org.il/ad/Egypt /timelines/ topics/clothing.htm#rem11.  (วันที่ค้นข้อมูล : 14 กุมภาพันธ์ 2554).            

Kelly Nuttall.  History of Flip Flop Sandals.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก :  http://www.ehow.com /about_5043049  _history-flip-flop-sandals.html.  (วันที่ค้นข้อมูล : 14 กุมภาพันธ์ 2554).

PêcheBluhttp.  THE HISTORY OF FLIP FLOPS.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : //www.pecheblu.com/history.php.(วันที่ค้นข้อมูล : 14 กุมภาพันธ์ 2554).         

.  The history of flip-flops.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : http://www.sunsentinel.com/features/printedition/search/sfl-liflipflop8jul08,0,140782.story.   (วันที่ค้นข้อมูล : 26 กุมภาพันธ์ 2554).         

ผลงานอื่นๆ ของ Charoite

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น