kkaeka3
ดู Blog ทั้งหมด

ช็อก นามงาน + อื่นๆ

เขียนโดย kkaeka3
ช็อก!! นางงาม "เบนโล"ทำเวทีขาอ่อนมะกันฉาวอีก
 เอพี – หนังสือพิมพ์ฟิลาเดลเฟียเดลี ฉบับวานนี้ (15) รายงานข่าวฉาววงการนางงามมะกันอีกครั้ง เมื่อ มิสนิวเจอร์ซีย์ แอชลีย์ ฮาร์เดอร์ ขอคืนมงกุฎนางงาม และลาออกจากตำแหน่ง โดยยอมรับว่าเธอท้อง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มีข่าวไม่ดีของนางงาม ไม่ว่าจะเป็นเสพยา มั่วเซ็กซ์ และภาพสยิวที่แพร่ทางอินเทอร์เน็ต
       
       ฮาร์เดอร์ วัย 20 ปี บอกกับหนังสือพิมพ์ว่า เธอสมัครใจที่จะลงจากตำแหน่ง เพราะการแข่งชิงมงกุฎนางงามขณะตั้งครรภ์ เป็นการฝ่าฝืนกฎของกองประกวด โดยทางกองประกวดพร้อมฮาร์เดอร์ออกมายืนยันวานนี้ (15) ว่า ตำแหน่งมิสนิวเจอร์ซีย์จะเปลี่ยนมือไปให้ เอริน อับราฮัมสัน วัย 23 ปี ผู้รั้งตำแหน่งรองอันดับ 1
       
       เธอยังบอกกับทางหนังสือพิมพ์ดังกล่าว อีกว่า เธอน่าจะคลอดลูกปลายฤดูร้อนนี้ และมีแผนแต่งงานกับแฟนหนุ่มที่อยู่กินด้วยกันแล้ว
       
       ด้าน อับราฮัมสัน กล่าวถึงฮาร์เดอร์ ว่า “ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เธอลาออก ฉันก็ขอให้เธอโชคดี และหวังว่าเธอจะไม่เป็นอะไร” โดยเสริมว่า เจ้าหน้าที่กองประกวดไม่ได้บอกเหตุผลว่าทำไมเธอจึงได้ครองตำแหน่งมิสนิวเจอร์ซีย์ และเป็นผู้ลงชิงมงกุฎมิสยูเอสเอแทน
       
       ทั้งนี้ การลาออกของฮาร์เดอร์ เป็นข่าวช็อกวงการนางงามมะกันล่าสุด โดยก่อนหน้านี้ เคที รีส มิสเนวาดา ก็ถูกถอดมงกุฎ เนื่องจากภาพสุดสยิวของเธอปรากฏบนอินเทอร์เน็ต รวมถึงมิสยูเอสเอ ทารา คอร์เนอร์ ก็เจอข่าวลือทั้งเสพยา มั่วเซ็กซ์ แต่เธอก็ได้รับโอกาสให้รักษามงกุฎของเธอต่อไปได้ เพราะไม่มีหลักฐาน
       
       อย่างไรก็ดี การประกวดมิสยูเอสเอ จะจัดขึ้นในวันที่ 23 มีนาคม ที่นครลอสแองเจลีส และผู้ที่ชนะการประกวดเวทีนี้ ก็จะเป็นผู้แทนของประเทศไปชิงมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส ซึ่งทั้ง 2 เวทีประกวดนี้เป็นของโดนัลด์ ทรัมป์ และเอ็นบีซี เหมือนกัน

----------------------------------
วัยรุ่น"จีน" ใจกล้าเรื่องเซ็กซ์
ที่ขึ้น "หัวเรื่อง" เช่นนั้น ไม่ใช่ชมนะว่าวัยรุ่นจีนเก่งที่ "ใจกล้า" เรื่องเซ็กซ์ แต่อยากจะเล่าให้ฟังตามผลสำรวจในกรุงปักกิ่งที่พบว่า วัยรุ่นที่นั่นกล้าจะมีเพศสัมพันธ์มากกว่าที่พวกพ่อแม่คาดคิด โดยจากผลสำรวจที่ได้จากเขตอำเภอเพียงแห่งเดียวในกรุงปักกิ่ง พบว่ามีวัยรุ่นมากกว่าครึ่งที่มองการมีเพศสัมพันธ์เพียงข้ามคืนไม่ใช่เรื่องเสียหาย และมีวัยรุ่นร้อยละ 6.2 ที่บอกว่าเคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว

หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี่ เล่าถึงผลสำรวจที่ได้จากการไปพูดคุย สอบถามความเห็นของเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาจำนวน 2,300 คน ในเขตซวนหวูของกรุงปักกิ่ง เมื่อปีที่แล้ว ที่ระบุว่าโดยเฉลี่ยเด็กจะมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกตอนอายุ 15

และจากโพลที่ไปสอบถามเด็กนักเรียนหญิง 1,300 คน ด้วยคำถามว่า พวกเธอจะยินยอมมีเพศสัมพันธ์กับแฟนหรือไม่ หากแฟนขอ ปรากฏว่ามีนักเรียนหญิงที่ตอบว่า "ไม่" อยู่เพียง 6 คนเท่านั้น นอกนั้นจะตอบว่ายอม และว่า "ตราบใดที่เขายังรักฉัน ก็โอเค"

ในผลสำรวจ ยังบอกด้วยว่า มีวัยรุ่น 30% ที่บอกว่า เพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ตราบใดที่เป็นไปด้วยความสมัครใจของสองฝ่าย ขณะที่มีอยู่ 55% ที่บอกว่า ขึ้นอยู่กับว่าทั้งสองรักกันมากแค่ไหน

และสิ่งน่าเป็นห่วงก็คือ วัยรุ่นที่ตอบโพลสำรวจ ยังขาดความรู้ ความเข้าใจเรื่องเพศสัมพันธ์ และมีกว่า 40% ที่ไม่ได้คุมกำเนิดตอนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ขณะที่อัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นก็เพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และในกลุ่มหญิงที่ไปทำแท้ง ปรากฏว่ามีเด็กสาวอยู่ถึง 1 ใน 4
--------------------------------
เมืองช้างฮือฮาคลิปวิดีโอฉาว! “ผอ.มั่วเซ็กซ์ครูหญิง” บนห้องพักใน ร.ร.






       ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ครูเมืองช้างฉาวโฉ่รับ “วันครู” พบคลิปวิดีโอกระทำการอันไม่เหมาะสมของครูชาย-หญิง ระดับ ผอ.มั่วเซ็กซ์กันในห้องพักครูโรงเรียนในเขต อ.รัตนบุรี ระบาดฮือฮากันทั่วทั้งจังหวัด ขณะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 2 สั่งย้ายครูทั้งสองคนออกจากพื้นที่ พร้อมตั้งกรรมการสอบเอาผิดทางวินัยแล้ว
       

       วันนี้ (16 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรื่องฉาวโฉ่ของการกระทำอันไม่เหมาะสม รับวันครูปี 2550 ดังกล่าวได้ถูกเปิดเผยขึ้นจากการมีภาพคลิปวิดีโอการร่วมรักกันภายในห้องพักครูระหว่างครูผู้ชายที่เป็นถึงระดับผู้อำนวยการ (ผอ.) สถานศึกษา กับครูผู้สอน (หญิง) ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สุรินทร์ เขต 2 ถูกเผยแพร่ทางโทรศัพท์มือถือ และกำลังระบาดอย่างหนักไปทั่วจังหวัดสุรินทร์อยู่ในขณะนี้
       
       โดยภาพคลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นภาพการพลอดรัก และร่วมรักกันของผู้อำนวยการโรงเรียนกับครูสาวโรงเรียนเดียวกันในห้องพักครู คาดว่า ถูกบันทึกไว้จากกล้องถ่ายภาพวิดีโอโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นภาพถ่ายจากรอยแยกเป็นรูของผนังห้องพักครู และเห็นโต๊ะเก้าอี้รวมทั้งสภาพภายในห้องพักครูอย่างชัดเจน แบ่งเป็นคลิปวิดีโอเคลื่อนไหวย่อยๆ จำนวน 2 คลิป มีความยาวประมาณคลิปละ 20-25 วินาที
       
       ทั้งนี้ ผู้ที่บันทึกภาพฉาวโฉ่ดังกล่าวนี้ไว้ น่าจะเป็นคนภายในสถานศึกษาแห่งนั้นที่รู้พฤติกรรมของครูทั้งสองคนเป็นอย่างดี
       
       อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวได้กลายเป็นเรื่องราวอื้อฉาวรับรู้ถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) สุรินทร์ เขต 2 จึงได้เรียกผู้บริหารสถานศึกษาแห่งนั้นมาสอบสวน เบื้องต้นให้การปฏิเสธ แต่มายอมรับในภายหลังว่าเป็นภาพตัวเองจริง ผู้บริหาร สพท.สุรินทร์ เขต 2 ได้สั่งย้ายครูทั้ง 2 คน ออกจากพื้นที่เป็นการด่วน และอยู่ในระหว่างตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อเอาผิดทางวินัยกับครูทั้ง 2 รายแล้ว


---------------------------------------
เพิ่มโทษคุก1ปี พวกเมาขับรถ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ว่า ในการประชุมครม.วันที่ 16 ม.ค.นี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะเสนอให้ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.จราจรทางบก จำนวน 3 ฉบับ ซึ่งมีการปรับปรุงบทลงโทษให้หนักขึ้น เพื่อให้เกิดความเกรงกลัวการกระทำผิดกฎหมาย โดยเป็นร่าง พ.ร.บ.ที่ ครม.ชุดก่อนมีมติอนุมัติในหลักการ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว แต่ค้างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร หลังเปลี่ยนรัฐบาลแล้ว สตช.จึงเสนอกลับมาพิจารณาอีกครั้ง ประกอบด้วย 1. ร่าง พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับที่... พ.ศ...(กำหนดให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และคนโดยสารต้องสวมหมวกที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อป้องกันอันตราย) มีสาระสำคัญกำหนดโทษผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกกันน็อก เป็นโทษปรับไม่เกิน 500 บาท และถ้าทั้งผู้ขับขี่กับผู้โดยสารไม่สวมหมวกกันน็อกให้มีโทษปรับเป็น 2 เท่า

 2. ร่าง พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับที่... พ.ศ...(เพิ่มโทษผู้ขับขี่รถในขณะเมาสุรา เสพยาเสพติดให้โทษ หรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท) มีสาระสำคัญเป็นการเพิ่มความผิดฐานขับขี่รถขณะเมาสุรา หรือเมาอย่างอื่นที่ต้องห้าม ที่ห้ามไม่ให้เจ้าพนักงานว่ากล่าวตักเตือนหรือเปรียบเทียบปรับ โดยผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ตรวจการที่ให้มีการทดสอบผู้ขับขี่ มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท สำหรับความผิดฐานขับขี่รถในขณะเมาสุรานั้น มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 2 เดือน แต่หากทำให้ ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มีโทษจำคุก 1-5 ปี และปรับ 20,000-100,000 บาท และให้ศาลสั่งพักใช้ ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน ส่วนกรณีเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส มีโทษจำคุกเพิ่มขึ้นเป็น 2-6 ปี และปรับ 40,000-120,000 บาท และให้ศาลสั่งพักใช้ ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ แต่ถ้าการกระทำเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุก 3-10 ปี และปรับ 60,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ 

3. ร่าง พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับที่... พ.ศ...(กำหนดมาตรการเกี่ยวกับการบรรทุกของรถทุกประเภท) จากเดิมที่มีมาตรการควบคุมเฉพาะรถโรงเรียน รถบรรทุก และรถบรรทุกคนโดยสารเท่านั้น แต่ไม่มีมาตรการควบคุมถึงการบรรทุกของรถประเภทอื่น จึงแก้ไขคำนิยามให้มีการควบคุมดูแลในเรื่องการใช้รถบรรทุกคน สัตว์ หรือสิ่งของ ให้ครอบคลุมไปถึงการใช้รถทุกประเภท ทั้งในส่วนของพิกัดน้ำหนัก ความกว้าง และความยาวของสิ่งที่บรรทุกเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอ ครม.คณะที่ 2 ที่มีนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกฯ เป็นประธาน จะเสนอให้ ครม.อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับผลประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งเสนอโดยนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีสาระ สำคัญ เช่น มาตรา 2 กำหนดห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ คู่สมรส หรือญาติ เข้าไปมีส่วนร่วมได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือโดยอ้อม ซึ่งเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ กับประโยชน์ส่วนรวม

สำหรับลักษณะการกระทำที่ถือว่าเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมกำหนดไว้ 5 ประการคือ (1) การกระทำตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายป.ป.ช.มาตรา 100 มาตรา 101 และมาตรา 103 (2) การใช้ ข้อมูลที่ตนได้รับรู้จากการปฏิบัติราชการหรือในตำแหน่งหน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์สำหรับตนเองหรือบุคคลอื่น (3) การใช้ทรัพย์สินของราชการหรือหน่วยงานของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของตนหรือบุคคลอื่น (4) การริเริ่ม เสนอหรือจัดทำโครงการของรัฐ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ (5) การใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ไปมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่น เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิดในลักษณะดังกล่าวมีโทษจำคุก 1-10 ปี และปรับ 40,000-400,000 บาท ถ้าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทำผิดมีโทษจำคุก 2-15 ปี และปรับตั้งแต่ 80,000-600,000 บาท หากคู่สมรสหรือญาติเป็นตัวการกระทำผิดให้ได้รับโทษเช่นเดียวกัน และถ้าบุคคลหรือผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นมีส่วนร่วมกระทำผิด ต้องรับโทษเหมือนผู้กระทำผิดด้วย


--------------------------------
หนุ่มยุโรปแห่ซื้อ"เบียร์อกตู้ม"หวังให้เมียดื่มเสริมอิ๋ม?!
       อนาโนวา - หนุ่มยุโรปแห่ไปบัลแกเรียเพื่อซื้อ 'เบียร์อกตู้ม' หลังจากมาตรการขยายสมาชิกของสหภาพยุโรปส่งผลให้มีการยกเลิกการเรียกเก็บภาษีจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
       
       
เจ้าของบาร์ ร้านค้า และลูกค้าจากทั่วยุโรป พร้อมใจกันกว้านซื้อเบียร์ที่หมักจากข้าวฟ่างชื่อว่า 'โบซา' ไปฝากภรรยาหรือแฟนสาว เพราะเชื่อตามที่ผู้ผลิตอวดอ้างว่า โบซาจะช่วยให้หน้าอกของผู้หญิงใหญ่ขึ้น
       
        คอนแสตนติน บาร์บู อุตสาหะข้ามแม่น้ำดานูบจากโรมาเนียไปซื้อโบซาถึงเมืองรูเซ เมืองชายแดนของบัลแกเรีย
       
        "ผมซื้อไปให้ภรรยาลองดื่มดูลังนึง หวังจริงๆ ว่าคงจะเห็นผล"
       
        เคลาส์ ชมิดต์ จากสกีรีสอร์ตในชแลดมิง ออสเตรีย บอกเหมือนกันว่าเตรียมขับรถไปซื้อโบซากับเขาเหมือนกัน
       
        "ผมได้ยินข่าวเบียร์ยี่ห้อนี้มานานแล้ว แต่ก่อนนี้ที่ยังมีภาษีราคาแพงมาก เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วค่อยยังชั่วหน่อย ผมกำลังจะขับรถไปซื้อมาขายลูกค้าที่มาเล่นสกีเสียหน่อย"

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น