นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

Avengers x Reader: Yuki-onna ตำนานปีศาจสาวหิมะ

เรื่องราววันธรรมดาวันหนึ่งของเหล่าอเวนเจอร์สที่ไปพักร้อน

ยอดวิวรวม

592

ยอดวิวเดือนนี้

12

ยอดวิวรวม


592

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


32
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 มิ.ย. 62 / 03:09 น.
นิยาย Avengers x Reader: Yuki-onna ӹҹҨ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีค่ะทุกคนนน ตอนนี้หนีมาแต่งเรื่องใหม่แล้ว //โดนปาหิน ไม่ต้องห่วงนะคะเพราะเรื่องนี้จบในตอน พร้อมกันมั้ยเอ่ยยยย ไปอ่านกันเล้ยยยยยย

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 มิ.ย. 62 / 03:09


Ps. ขอขอบคุณคนที่เขียนเรื่องยูกิ อนนะด้วยนะคะ และเราก็ได้ทำการแก้ไขและเพิ่มเติมเนื้อหาบางส่วนเกี่ยวกับยูกิ อนนะไปด้วย สามารถอ่านออริจินัลได้ที่: https://my.dek-d.com/chanin34/writer/viewlongc.php?id=595593&chapter=56



นานมาแล้วที่จังหวัดมุซะชิ ตอนนั้นเป็นช่วงหน้าหนาวและมีหิมะตกแรงมาก มีพ่อลูกที่ยึดอาชีพตัดไม้ทำฟืนเลี้ยงชีพ คนพ่อชื่อ"โมะซะกุ" และลูกชายชื่อ "มิโนะคิชิ" จำใจต้องไปหาเศษไม้และตัดไม้บนเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ มันทั้งหนาวและเย็นแสนทรมานจนเขากระดูก แต่พวกเขาด้วยอดทนเพื่อตัดไม้ไปขายหาเงินเลี้ยงชีพ ระหว่างเขาทั้งสองหอบไม้กลับบ้าน เกิดพายุหิมะลำบากต่อการเดินทางกลับบ้าน มองเห็นว่ามีกระท่อมอยู่ไม่ไกลจึงเข้าไปพักหลบพายุ แต่พายุหิมะช่างยาวนานเสียจริง จึงค้างแรมที่กระท่อม

   พ่อและลูกนอนหลับพักอยู่นั้น ประตูกระท่อมก็ถูกเปิดออก แสงสว่างจ้าพลันปรากฏขึ้น หญิงสาวในกิโมโนสีขาวแววตาสีฟ้าเย็นยะเยือกดั่งแท่งน้ำแข็ง มิโนะคิชิแอบลืมตาดูก็เห็นหญิงสาวกิโมโนสีขาว เขาสัมผัสได้ถึงไอความเย็นที่รุนแรงมากจากนาง หญิงสาวเดินเข้ามายังข้างกายของผู้เป็นพ่อ พื้นที่หญิงสาวเดินผ่านพลันก็เกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่ที่พื้น เด็กน้อยมิโนะคิชิรู้สึกได้ถึงความกลัวตัวเอง มิโนะคิชิพยายามบังคับตัวเองไม่ให้สั่น

หญิงสาวก้มหน้าลงเบื้องหน้าของโมะซะกุ ไอสีขาวก็ลอยออกจากปากของโมะซะกุ เธอสูบควันนั้นเข้าไปในจมูก เด็กน้อยตื่นเมื่อเห็นว่าหญิงสาวคนนั้นทำอะไรกับพ่อของตน

  "เจ้าทำอะไรพ่อข้า..." มิโนคิชิลุกพรวดขึ้นนั่งพร้อมกับเอ่ยถามอย่างกลัวๆ

  "หนูน้อย...ข้าคิดจะให้เจ้ารอด แต่ชะตาเจ้าคงไม่รอดเสียแล้ว..." หญิงสาวคนนั้นเอ่ย นางผันหน้ามาหามิโนะคิชิก่อนจะสบตากับเขา มิโนะคิชิสั่นไปทั้งตัว

  หญิงสาวมองมิโนะคิชินิ่งก่อนจะเดินเข้ามาหาเด็กน้อยช้าๆ

"พ่อ...พ่อ...."

ถึงเด็กน้อยจะเรียกพ่อเขาอย่างไรพ่อเขาก็ไม่ตอบกลับ แท้จริงหญิงสาวคนนี้คือ ยูกิ อนนะ ปีศาจหิมะ นางสูบไอวิญญาณของพ่อมิโนะคิชิไปแล้ว

หญิงสาวกำลังจะก้มหน้าลง ตาของทั้งคู่สบกันอีกครั้ง คราวนี้เด็กน้อยร้องไห้ด้วยความกลัว

"อย่าทำอะไรผมเลยนะครับ...ขอร้อง...ผมกลัวแล้ว..."

ยูกิ อนนะก็ถอยหน้าของนางพ้นจากเด็กน้อย นางยืนและจ้องมองเด็กน้อยด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่งแต่ดวงตากลับวูบไหวเล็กน้อย

"หนูน้อย...พ่อของเจ้าตายแล้ว..."

"พ่อ...."

"ข้า ยูกิ อนนะ วิญญาณหิมะ จำเป็นต้องอาศัยดวงวิญญาณของผู้ชายหล่อเลี้ยงชีพ ความจริงเจ้าเห็นข้า เท่ากับเจ้าต้องชะตาขาด แต่เจ้าทำให้ข้ามีจิตสัมผัสถึง.....” นางเงียบไปสักพักหนึ่งก่อนจะเอ่ย “ข้าจะปล่อยเจ้าไปแต่เจ้าจงอย่าเล่าให้ใครฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าและพ่อของเจ้าในคืนนี้ หากวันใดเจ้าบอกเรื่องนี้แก่ผู้ใด วันนั้นชีวิตของเจ้าจะจบลง"

จากนั้นยูกิ อนนะก็หายไป เด็กน้อยจำคำพูดของยูกิ อนนะไว้ มิโนะคิชินั่งตัวสั่นน้ำตาไหล เขากอดร่างที่ไร้วิญญาณของพ่อเขาทั้งคืนด้วยความกลัวและเสียใจ วันรุ่งขึ้นเขากลับมาหาแม่ของเขาและบอกว่าพ่อเขาตายด้วยความหนาวเย็น ผู้เป็นแม่ยินดีที่ลูกปลอดภัย แต่นางก็เสียใจที่คู่ร่วมชีวิตที่อยู่กินกันมาได้ตายจาก


  วันเวลาผ่านพ้นล่วงเลยจนกระทั่งมิโนะคิชิเติบโตเป็นชายหนุ่มผู้หล่อเหลา เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวแทนพ่อที่จากไป ช่วยทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูแลครอบครัว แม่และน้องๆ เขายังคงยึดอาชีพตัดไม้อยู่ และเขามักจะนึกถึงเหตุการณ์คืนนั้นทุกครั้งที่หน้าหนาวมาเยือน แม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ฝูงเป็ดป่าบินลงใต้ไปหาดินแดนที่อบอุ่น เขายังคงคิดถึงวันนั้นวันที่ยูกิ อนนะบอกว่าจะมาเอาชีวิต

  วันหนึ่งมีสาวงามนามว่า "โอ ยูกิ" มาพักอาศัยที่หมู่บ้าน นางมีผิวที่ขาวสวยงามดั่งหิมะในฤดูหนาว และมีใบหน้าที่สวยงามไม่แพ้หญิงใด มิโนะคิชิตกหลุมรักนางโอ ยูกิทันทีตั้งแต่แรกเห็น หลังจากที่เขาเกี้ยวนางอยู่นานและพอจะรู้ว่านางก็มีใจให้ เลยขอนางแต่งงาน และนางก็ยินยอมด้วยว่าเขาเป็นคนขยันและอบอุ่น ทั้งสองแต่งงานอยู่กินกันฉันสามีภรรยามาหลายปี นานเป็น 10 ปี จนมีลูกด้วยกัน 10 คน ชาย 5 หญิง 5 คน

   มิโนะคิชินั่งพินิจพิจารณา โอ ยูกิ ซึ่งกำลังนั่งเย็บผ้าเพื่อส่งไปขายยังตัวเมือง มิโนะคิชิ สังเกตว่าภรรยาของตนอายุก็มากขึ้นแล้ว แต่ผิวและใบหน้าหาได้มีริ้วรอยแสดงถึงความมีอายุไม่ กลับยังคงความสาวเหมือนตอนที่ตนพบครั้งแรก ซึ่งใครๆในหมู่บ้านก็พากันลือไปว่าโอ ยูกินั้นมียาวิเศษหรือวิชาดีที่สามารถคงความงามไว้ได้ ซึ่งมิโนะคิชิเองที่ได้ยินข่าวลือนี้ก็สงสัยในตัวภรรยาของเขาเช่นเดียวกันกับชาวบ้าน

  มิโนะคิชินั่งมองไปมา จนโอ ยูกิรำคาญ

  "ท่านพี่มองอะไรน้องหรือคะ"

  "ก็มองความงามของเจ้านะสิ พี่เจอเจ้าเมื่อ10ปีก่อน เจ้าก็ยังคงความงามเหมือนเมื่อ10ปีก่อนไม่มีผิด" มิโนะคิชิว่าพลางยิ้มหวาน ดวงตาเป็นประกายด้วยความรักใคร่

  "ท่านพี่ก็ชมข้ามากไปแล้ว คนผิวขาวอย่างข้าใครๆก็ดูว่าไม่แก่" โอ ยูกิตอบพลางยิ้มอ่อนๆให้สามี

  "แต่ว่า....เจ้าทำให้พี่นึกถึงใครบางคน...."

  "ใครหรือคะท่านพี่ คนรักเก่าของท่านหรือ"

  "ไม่ใช่หรอก"

  "แล้วใครกันค่ะ...ข้าอย่ารู้"

  "ปีศาจหิมะ ยูกิ อนนะ ตอนนั้นพี่ยังเด็กนางปีศาจมันสูบวิญญาณพ่อพี่ไป...พี่แค้นมันจริงๆ ปีศาจร้ายที่อาศัยชีวิตคนเพื่อตัวมันเอง..."

"ท่าน....พี่....." โอ ยูกิหยุดชะงักมือที่กำลังเย็บผ้าอยู่ เสียงของนางเปลี่ยนไป โคมไฟที่จุดไว้ก็ดับลง บรรยากาศเกิดหนาวขึ้นมาทันทีมิโนะคิชิถึงกับควันออกปาก โอ ยูกิจ้องมองเขาด้วยความความที่ไม่พอใจจากเสียงที่อ่อนนุ่มก็เปลี่ยนเป็นเสียงที่แข็งกระด้าง

"ไหนเจ้าสัญญากับข้าว่าจะไม่บอกเล่าให้ใครฟังถึงเรื่องที่เกิดคืนนั้นไง...."

มิโนะคิชิถึงกลับตะลึงเมื่อโอ ยูกิแปลงเปลี่ยนกลายเป็นยูกิ อนนะ จากกิโมโนธรรมดากลายเป็นกิโมโนสีขาว แววตาที่สดใสกลายเป็นดวงตาสีฟ้าและเยือกเย็น แต่ข้างในกลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวด

"เจ้าจำได้ไหมว่า เมื่อเจ้าบอกเรื่องนี้แก่ใครวันนั้นจะเป็นวันตายของเจ้า....."

"ไม่นะ...โอ ยูกิ เจ้าเป็นอะไรกันแน่.."

"โอ ยูกิ ก็คือข้า"

"นางปีศาจ เจ้าปลอมตัวมาหลอกข้าหรือ...." มิโนะคิชิถามด้วยเสียงสั่นเครือ คนรักของเขาคือปีศาจหรือนี่

หัวใจพลันแตกสลาย มิโนะคิชิมองนางปีศาจหิมะด้วยแววตาที่เจ็บปวดและอ้อนวอน

"ไม่...ข้ารักเจ้า...และข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าก็คือเด็กน้อยในคืนนั้น....ดีล่ะทีนี้ ข้าก็จะได้ดูดเอาพลังวิญญาณเจ้าเป็นการปิดปากไม่ใ้ห้เรื่องของข้าเป็นที่รู้แก่คนทั่วไป..."

แม้นจะบอกไปอย่างงั้นแต่น้ำเสียงของปีศาจหิมะก็สั่นเครือมิต่างจากสามีของนางเลย ดวงตาสีฟ้าใสคล้ายแก้วที่แสนเปราะบางก็มีน้ำสีใสคลออยู่

"เจ้าเตรียมตัวไปพบพ่อเจ้าที่ปรโลกได้"


อยู่ๆ ยูกิ อนนะก็ต้องหยุด

"หนาวจังเลย"

"พ่อครับหนาวจัง"

"แม่จ๋าหนูหนาวจังเลย..."

เสียงลูกๆที่หลับอยู่ตื่นด้วยความหนาวเย็นทำให้ยูกิ อนนะหันไปมองทางห้องของลูกๆ นางนิ่งไปสักพักพลันน้ำตาก็ไหลออกมาก่อนที่นางจะค่อยๆหันหน้ากลับมามองสามีของนางด้วยน้ำตานองหน้า

"ข้าจะไม่ฆ่าท่านพี่..."

"โอ ยูกิ...."

"ท่านพี่...ข้าไปก่อน...ข้าฝากลูกๆของเราด้วย..."

"ทำไม...โอ ยูกิ ได้โปรดพี่ขอโทษ...อย่าไป พี่ขอร้องเจ้า เมียพี่"

"ข้าอยู่กับท่านพี่ไม่ได้ ท่านทราบแล้วว่าข้าเป็นยูกิ อนนะ และท่านผิดสัญญากับข้า...ข้าอยู่กับท่านไม่ได้"

มิโนะคิชิลุกขึ้นพยายามจะเข้ากอดยูกิ อนนะ แต่ไอเย็นจากตัวนางรุนแรงมากจนแทบจะเหมือนกอดกับน้ำแข็ง แต่มิโนะคิชิไม่ได้สนใจ เขาสวมกอดนางปีศาจแน่นด้วยความกลัวว่านางจะหายไปต่อให้เขาคนนี้ต้องแข็งตายก็ตาม


“อย่าไปเลย ได้โปรด พี่รักเจ้า พี่ไม่สนหรอกว่าเจ้าจะเป็นมนุษย์หรือปีศาจ เจ้าคือเมียของพี่ พี่ไม่มีทางเกลียดเจ้าโอ ยูกิไม่ว่าเจ้าจะเป็นอะไร พี่รักเจ้าและจะรักเจ้าตลอดไป” มิโนะคิชิสวมกอดภรรยาของเขาด้วยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา เขากอดนางแน่นแม้ว่าร่างกายของเขาจะแข็งจนชาก็ตาม

"ท่านพี่...ข้าต้องไปแล้ว ข้าคิดว่าจะอยู่กับท่านและลูกๆได้ แต่ลิขิตแห่งฟ้าภูตกับมนุษย์มิอาจจะอยู่ร่วมกันได้...ข้าฝากลูกด้วย...ท่านต้องเลี้ยงเขาให้ดีๆ ไม่เช่นนั้นข้าอาจจะมาปลิดชีพท่านไม่วันใดก็วันหนึ่ง"

ยูกิ อนนะหายวับไปพร้อมกับความหนาวเย็น บรรยากาศในบ้านกลับมาปกติ มิโนะคิชิวิ่งออกจากบ้านและตะโกนเรียก

"โอ....ยู..กิ....."

จากนั้นมาเขาต้องรับหน้าที่เป็นพ่อของลูกๆทั้ง 10 คน ทุกคนล้วนหน้าตาดีและผิวพรรณขาวสะอาดเหมือนโอ ยูกิผู้เป็นแม่ มิโนะคิชิไม่เคยคิดจะมองหญิงอื่นหรือหาแม่ใหม่ให้กับลูกๆ ทุกคืนวันเขาเฝ้านึกถึงแต่โอ ยูกิ แค่นางคนเดียวเท่านั้น

ยามเข้าหน้าหนาวเขามักจะขึ้นเขาไปหาฟืน และเขามักจะมองหาทั่วยังเขาที่มีหิมะปกคลุม และยังคงหวังยังคงรอคอยว่าอาจจะไ้ด้พบเจอโอ ยูกิ ภรรยาที่รักของเขาอีกครั้ง....




“เป็นไง เศร้าใช่ม้าา ฉันบอกแล้วว่าพวกนายต้องร้องแน่” (y/n)พูดหลังจากเล่าจบแล้ว


“ไร้สาระน่า(y/n) ไม่มีใครร้องเลยนะยัยบ๊อง” ไอออนแมนหรือแอนโธนี่ เอ็ดเวิร์ด สตาร์คว่าพลางใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำสีใสที่ไหลไปตามคาง ก่อนจะหยิบแว่นตากันแดดสีชามาสวม (y/n)ส่ายหน้าอย่างเอือมๆก่อนจะมองไปรอบๆห้องที่ตอนนี้อเวนเจอร์สทั้งทีมกำลังรวมตัวอยู่ด้วยสาเหตุที่วันนี้วันหยุดและพวกเขาก็โดนตาแก่ตาเดียว นิก ฟิวรี่ถีบมายังประเทศหนึ่งและบอกให้พวกเขาพักร้อน แต่ขอประทานโทษทีเถอะท่านครับ เพราะอากาศที่นี่มันร้อนมากจนไม่น่าเรียกพักร้อนแต่ควรเรียกว่ามาหาร้อนแทน และอากาศก็ร้อนมากจนไม่มีใครอยากออกไปข้างนอก ตอนนั้นเองธอร์เลยเสนอให้พากันเล่าเรื่องหรือตำนานทุกคนเห็นด้วย(ถึงตอนแรกพ่อมหาเศรษฐีผู้ใจบุญจะบ่นใส่ธอร์ว่าปัญญาอ่อนแล้วกำลังจะไปที่บาร์เพื่อหาเหล้าดื่มแทนก็เถอะ แต่พอ(y/n)เสนอว่าจะเล่าตำนานเรื่องโปรดของตัวเองให้ฟัง เขาก็สงบปากสงบคำและนั่งฟังตำนานอย่างเงียบๆ) เลยเป็นเหตุให้ตอนนี้สตีฟที่นั่งริมสุดตรงข้ามของ(y/n)กำลังเช็ดน้ำตาเงียบๆ นาตาชาที่นั่งข้างสตีฟปลอบดร.แบนเนอร์ที่นั่งอยู่ฝั่งขวาของเธอ คลิ้นท์ที่นั่งโซฟาเดี่ยวเอาหน้าไปซุกหมอนอย่างเงียบๆแต่ตัวโยกไม่หยุด ส่วน(y/n)นั่งโซฟาคู่กับปีเตอร์ สไปเดอร์บอยคนเก่งซึ่งตอนนี้กำลังร้องไห้อยู่จน(y/n)ต้องกอดปลอบ นาตาชามองไปรอบๆแล้วก็ได้แต่กลอกตาอย่างรำคาญ


อะไรของพวกนายกันวะไอ้ผู้ชายพวกนี้! นี่เป็นฮีโร่กันจริงๆหรือเปล่าเนี่ย ปฏิบัติภารกิจมาก็ตั้งมากมาย ทั้งระเบิด ทั้งโดนทรมาณ เจออะไรมาก็นักต่อนักแล้ว สำออยจริงๆเลย


“เฮ้ยย ไอ้คลิ้นท์ไอ้บ้านี่ หมอนตัวนั้นมาจากอินเดียนะเว้ยลิมิเต็ดอิดิชั่นเชียวนะ แกเล่นร้องไห้ใส่หมอนฉันแบบนั้น ถ้าเสียหายมาแกต้องรับผิดชอบนะ และอีกอย่างลูกผู้ชายน่ะเค้าไม่ร้องไห้เพราะนิทานแบบนี้หรอก ฟืดดดดด” โทนี่ว่าอีกครั้งก่อนที่จะเอาเท้าเขี่ยๆขาอีกคนและสูดน้ำมูกฟืดใหญ่


ไม่ร้องเล้ยยยยยย


“แต่ข้าร้องนะ เหตุใดเรื่องเล่าของชาวมิดการ์ดถึงได้เศร้ามากมายถึงเพียงนี้กันนะ ฮืออออ” ธอร์ โอดินสัน เทพเจ้าสายฟ้าว่าพร้อมกับซับน้ำตาไปด้วย


“ปัญญาอ่อนน่าไอ้พี่บ้า หยุดร้องได้แล้ว เป็นถึงราชาแต่กลับทำตัวเยี่ยงชายอกสามศอก น่าขายหน้าเสียจริง” โลกิว่าอย่างเอือมๆแบบไม่จริงจังนัก ก่อนจะหยิบทิชชู่ให้พี่ชายบองตน


“พวกนายนี่น้า ตลกกันจริงๆเลย คิกคิก โอ๋ๆๆไม่ร้องนะสไปเดอร์บอย เสื้อพี่เปียกไปหมดแล้วนะ” (y/n)ว่าเบาๆแต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้ชายทั้งห้องหันมาจ้องปีเตอร์เขม็ง


ไอ้เจ้าหนูปีเตอร์! ไอ้เด็กเวรนั่นกำลังซุกที่หน้าท้องบางๆของ(y/n)!


ปีเตอร์ยังคงสะอื้นต่อไปแต่ก็เนียนเหลือบตาขึ้นมองพวกผู้ชายที่มองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อแล้วแลบลิ้นใส่ แล้วซุกหน้าลงที่หน้าท้องหอมๆนั่นอีกครั้งพร้อมสูดกลิ่นหอมของหญิงสาวที่เขามีใจให้


หอมสุดๆ!


“ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์!! ฉัน!ยึด!ชุด!นาย!” โทนี่ตะโกนใส่ปีเตอร์อย่างเหลืออด


“คุณสตาร์คอ่าา คุณโรเจอร์สฮะ ช่วยผ—”


“ตั้งแต่นี้ต่อไปนายไม่ต้องทำภารกิจกับพวกเราแล้วนะสไปเดอร์แมน” สตีฟว่าเสียงนิ่ง และจ้องปีเตอร์เขม็ง


“พี่(y/n)ฮะ ดูสิ พวกเขาแกล้งผมล่ะ” ปีเตอร์ฟ้องพร้อมทำปากยื่น จน(y/n)หัวเราะอย่างเอ็นดูแล้วหันไปเอ็ดกับพวกผู้ชายแบบไม่จริงจังนัก


“พวกนายอย่าแกล้งเด็กสิ”


“ถึงจะเด็กแต่ผมไม่เล็กนะฮะ เย้ยยย” เป็นคลิ้นท์นั่นเองที่ปาหมอนใส่ปีเตอร์แต่พลาดไปโดนโทนี่แทน


“โอ้ยย ไอ้บ้าคลิ้นท์”


หลังจากนั้นในทีมอเวนเจอร์สก็มีสงครามหมอนกลางห้องนั่งเล่นนานเป็นชั่วโมงจนทุกคนพากันหิวและยุติสงคราม


“หิวข้าวแล้ว~” ทีมอเวนเจอร์ส


“พวกนายนี่น้า งั้นกินอะไรกันดีละ ตอนนี้ก็สี่โมงเย็น… อืมมม ทำบาร์บีคิวกันดีมั้ย?” (y/n)เสนอก่อนที่ทุกคนจะตาเป็นประกาย


(y/n)’s part


“โอ๊สสสสสส”


“ถ้างั้นเรามาทำบาร์บีคิวกัน พี่นาตาชามาช่วยฉันทีนะคะ” ฉันถามพี่นาตาชา เธอพยักหน้าให้ฉันก่อนจะยิ้มให้แล้วเดินไปที่ตู้เย็นก่อนจะเปิดมันเพื่อเช็คของ


“ส่วนโทนี่นายช่วยไปซื้อเครื่องดื่มละกันนะ แล้วก็ของกินเล่น” ฉันบอก

“เครื่องดื่มฉันก็มีเยอะแยะจะไปซื้อทำไมกัน” ดูท่าแล้วเขาจะไม่อยากไปเท่าไหร่แฮะ อย่างนี้ต้องใช้ท่าไม้ตาย


รอยยิ้มอ้อนแบบแมวเหมียว


“แต่ปีเตอร์กินไม่ได้นี่คะ นะคะคุณสตาร์ค~”


“อึก ก็ได้” เสร็จล่ะ


“แต่ต้องมีรางวัลนะ หึหึ”


คนเจ้าเล่ห์




“พี่สตีฟคะ ช่วยหยิบไม้เสียบมาเพิ่มให้ฉันหน่อยได้มั้ยคะ อ๊ะ” ฉันถาม เพราะตอนนี้กำลังง่วนอยู่กับการเสียบเนื้อใส่ไม้ มือก็เปื้อนไปหมด


“(y/n)เป็นอะไรมั้ย” ร่างสูงของเขารีบเดินมาหาฉันพร้อมกับสำรวจร่างฉันเสียยกใหญ่


อบอุ่นจริงๆนะผู้ชายคนนี้ ฉันจะละลายอยู่แล้ว..


“เปล่าค่ะ แค่ผมมันเข้าตาน่ะ” ฉันว่าพลางสะบัดผมสีเงินของตัวเองออกเบาๆ แต่ก็ไม่ยอมออกสักทีจนเขาน่าจะรำคาญเลยทำให้แทน


ฟึบ


“ผมเธอสวยจัง ลื่นด้วย” เอ่อ..คุณพี่คะ ช่วยเอาหน้าออกไปห่างๆฉันได้มั้ยคะ หน้าฉันร้อนหมดแล้วนะ


“พี่สตีฟ..คือว่า..”


“..อ เอ่อคือ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทกับเธอนะ” นี่ ช่วยฟังฉันหน่อยได้มั้ยคะ


“พี่สตีฟ..”


“ต แต่ว่า..ฉันไม่ได้คิดอะไรเกินเลยเลยนะ” ฟังฉันสิวะ


“พี่สตีฟคะ!! เป้ากางเกงพี่ตุงไปหมดแล้วค่ะ!!”


“เฮ้ยยย”



“เฮ้อออ ร้อนจังเลยนะ”


“ไง(y/n)อาหารเป็นอย่างไรบ้าง เสร็จหรือยัง” ธอร์เดินมาพร้อมกับถามฉันและโลกิเดินขนาบข้างมาจากหลังบ้าน


ได้ข่าวว่าข้างหลังบ้านมันเป็นป่า ไปทำอะไรกันสองคนฟะ


ฉันหรี่ตามองทั้งคู่ก่อนจะเพ่งตามองที่ท่าเดินที่น่าสงสัยของโลกิ เราทั้งคู่สบตากันนานเป็นนาทีก่อนที่เราทั้งสองจะทำสงครามกันไปมากกว่านี้


“มีอะไรกันรึ เอ้อโลกิ เจ้ามีเรื่องอยากบอกนางมิใช่รึ เรื่องของเจ้ากับข้าที่ในป-- อื้อออ” ดูเหมือนว่าธอร์กำลังจะพูดอะไรบางอย่างนะ ป?อะไรอ่ะ ป่าหรอ?


“เงียบน่าเจ้าพี่บ้า ข้าขอตัวก่อนแล้วกันนะ” แล้วโลกิก็เดินจากไปพร้อมกับลากธอร์ไปด้วย


อะไรของเค้ากันนะ มาทำให้อยาก(รู้)แล้วก็จากไป


ฉันคิดก่อนจะยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ถอนหายใจอีกครั้งพลางมองนาฬิกา


“หกโมงเย็นแล้วทำไมโทนี่ยังไม่มาอีกนะ ไปหลีสาวอีกล่ะสิเนี่ย”


“ไม่ได้หลีสาวที่ไหนสักหน่อย ในใจฉันมีแต่เธอนะ” โทนี่พูดพร้อมเดินเข้ามานั่งที่โซฟาข้างๆฉัน โซฟายวบลงเล็กน้อยตามน้ำหนักตัวของเขา


โทนี่ยกแขนขึ้นมาโอบไหล่ฉันไว้แล้วหันมายิ้มให้ฉัน ฉันเผลอจ้องมองเข้าไปยังดวงตาสีเฮเซลนัทเป็นประกายคู่นั้น ริมฝีปากได้รูปที่แตกเล็กน้อย เราจ้องกันอยู่นานก่อนที่โทนี่จะขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆและ--


“โทนี่!(y/n)!บาร์บีคิวพร้อมแล้ว” เสียงของพี่นาตาชาดังขึ้นเรียกสติของฉันให้กลับมา ใบหน้าของฉันร้อนผ่าว ริมฝีปากและลำคอแห้งผากไปหมด


“จุ๊บ” เฮ้ยยย


“ออกไปกันเถอะ ถ้าอยู่นานกว่านี้พวกเราคงพัฒนาความสัมพันธ์แบบก้าวกระโดดแน่ๆ”


ฉ่าาาาาาา



ฉันกับโทนี่เดินไปที่สวนพร้อมกัน เมื่อมาถึงก็มีเสียงผิวปากแซวต้อนรับของพี่นาตาชาที่ยิ้มกริ่มมาให้ด้วย โทนี่ยกนิ้วโป้งให้เธอฉันตีแขนเขาเบาๆพร้อมกับเดินหนีไปหารุ่นพี่สตีฟและดร.แบนเนอร์ที่กำลังย่างบาร์บีคิวอยู่แทน


ปาร์ตี้บาร์บีคิวดำเนินไปอย่างสนุกสนาน แต่หลังจากงานเลี้ยงเริ่มไปได้สักสองชั่วโมง อยู่ๆฝนก็พากันตกลงมาทำให้พวกเราทุกคนต้องย้ายข้าวของเข้ามาข้างในและเปลี่ยนปาร์ตี้บาร์บีคิวให้เป็นการแข่งกินเหล้าแทน


ทุกคนเมาแอ๋ไม่เว้นแม้แต่ปีเตอร์(แน่นอนว่าเมย์ไม่รู้เรื่องนี้)มีแค่ฉันและพี่นาตาชาเท่านั้นที่สติยังครบถ้วนแม้ว่าจะง่วงอยู่ระดับนึงก็เถอะ


“เอาไงดีคะ ฉันว่าพวกเราแบกพวกผู้ชายทั้งหมดขึ้นห้องไม่ไหวแน่” ฉันเอามือเท้าสะเอวแล้วมองภาพความเสียหาย


“ก็นอนกันที่นี่ทั้งหมดนี่แหละ ฉันก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน” เธอว่าพลางหาวเบาๆแล้วโน้มตัวลงนอนไปที่โซฟา ฉันถอนใจและทำอย่างเดียวกัน


“รตรีสวัสดิ์(y/n)”


“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”


End (y/n)’s part




หลังจากที่ทุกคนหลับอยู่ๆก็เกิดสายลมแห่งความหนาววูบหนึ่งแล้วจากนั้นก็ปรากฏร่างหญิงสาวนางหนึ่งในชุดกิโมโนสีขาว (y/n)ลืมตาขึ้นและลุกขึ้นยืน เธอค่อยๆคืนร่างและพยายามควบคุมอากาศรอบข้างไม่ให้หนาวเย็นจนเกินไปจนพวกเขาต้องตื่น (y/n)มองไปที่หญิงสาว นางพยักหน้า


“ขอโทษนะคะทุกคน แต่ปีศาจไม่สามารถอยู่กับมนุษย์ได้ ขอให้พวกคุณมีฝันที่ดีและตื่นมาพร้อมวันที่สดใส...ที่ไม่มีฉัน”


“ขอบคุณสำหรับความรักและความอบอุ่นที่พวกคุณมีให้ฉันนะ ฉันรู้สึกดีมากจนแทบจะละลายเลยล่ะ..”


“แต่ว่านะ ปีศาจน่ะไม่สามารถอยู่กับมนุษย์ได้หรอก ลาก่อนค่ะ”


จบคำ(y/n)และหญิงสาวก็หายไปพร้อมกับอุณหภูมิก็กลับมาเป็นปกติ


หากแต่อุณหภูมิในจิตใจของทุกคนในห้องกลับเย็นเยียบเป็นน้ำแข็ง พวกเขาพยายามกลั้นน้ำตาที่ไหลมาจากหัวใจ….


ลาก่อน(y/n) หวังว่าเราจะได้เจอกันอีก






จบกันไปแล้วนะคะสำหรับฟิคเรื่องนี้ หวังว่าทุกคนจะสนุกกับเรื่องน้าาา (ถึงแม้ว่าตอนจบจะไม่ค่อยสนุกก็ตาม) หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ ขอบคุณค่าาาาา




ผลงานอื่นๆ ของ ไม้กวาดล่องหน

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 krewpetch (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 18:49
    อยากให้มีต่อค่าาาา/น้ำคาไหลTOT
    #3
    0
  2. #2 ssoomm
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 20:56

    ตอนจบเศร้าอะ แต่เราชอบภาษาแบบนี้นะ ภาษาสวยดี

    #2
    1
    • 6 มิถุนายน 2562 / 01:02
      ขอบคุณมากๆค่ะ!
      #2-1
  3. #1 kamzaza62 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 14:21

    อ่าว...จบเศร้าเฉย555+ว่าแล้วมันต้องมาแนวนี้แต่ไม่คิดว่าจบจะแบบนั้นอ่ะนะฮ่าๆ//ปีเตอร์นี่ร้ายใช่ย่อยนะคะคุณน้อง~(พี่หมีกับน้องกิไปทำไรกันในป่าน่ะ?)
    #1
    2
    • #1-1 Ziiny_JJChoco(จากตอนที่ 1)
      2 มิถุนายน 2562 / 14:26
      เรื่องของพี่น้อง เราเข้าไปยุ่งมะด้ายยยย
      #1-1
    • #1-2 kamzaza62
      2 มิถุนายน 2562 / 14:51
      หุวววววแสดงว่ามันต้องมีซัมติง555
      #1-2