นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

(WMatsui) ถ้าย้อนเวลากลับไปได้..ฉันก็เลือกจะรักเธอเหมือนเดิม

โดย blurlightblue

แฟนฟิคชั่นคู่ WMatsui (Matsui Jurina x Matsui Rena)

ยอดวิวรวม

630

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


630

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


4
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 ต.ค. 56 / 21:36 น.
นิยาย (WMatsui) ͹ҡѺ..ѹ͡ѡ͹

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 ต.ค. 56 / 21:36



ถ้าย้อนเวลากลับไปได้...ฉันก็คงเลือกที่จะรักเธอเหมือนเดิม

 

 

ช่างชวนให้หวนระลึกถึง... ไม่ว่าจะสายลมเอื่อยที่พัดผ่านเข้ามาในห้องเรียน  รวมถึงแสงแดดยามเริ่มสายที่สาดส่องทะลุผ้าม่านขาว  คลับคล้ายกับวันที่เธอยืนแนะนำตัวอยู่หน้ากระดานดำเก่าๆ... สายลมพัดจนปลายผมของทุกคนปลิวไสว  สายตาของฉันจับจ้องไปที่ใบหน้าขาวนวลผุดผ่องของเธอ 

นั่น...คือวินาทีที่ฉันรู้สึกได้ถึงพรหมลิขิตที่เชื่อมโยงฉันไว้กับเธอ... 


            ......


            ....


เราพบกันครั้งแรกเมื่อราวสองปีก่อนตอนเรียนชั้น ม.ปลายปี เธอย้ายมาโรงเรียนนี้ก่อนปิดภาคเรียนที่ 2 เพียงหนึ่งสัปดาห์  คุณครูให้เธอมานั่งข้างฉันซึ่งเป็นโต๊ะว่าง ฉันตื่นเต้นมาก  มันเหมือนโชคชะตากำหนดให้คนนามสกุลเดียวกันอย่างเราจะได้กลายเป็นเพื่อนรักกันอย่างไรอย่างนั้น


             

        ม.ปลาย ปี 2

              “จูรินะ!  เมื่อเย็นวานฉันลองอบคุกกี้ เลยเอามาฝากเธอแหละ”  เธอบอกอย่างร่าเริงพร้อมกับยื่นกล่องพลาสติกสีขาวมาให้ฉัน  ฉันดีใจมากจนรีบหยิบคุกกี้ชิ้นใหญ่ออกมาชิม  “เดี๋ยว!  ก่อนกินดูก่อนสิว่าฉันทำเป็นรูปอะไร...”


              ฉันมองดูคุกกี้สีเหลืองรูปทรงค่อนข้างกลม  เพียงแวบเดียวก็เข้าใจทันทีว่าเธอปั้นออกมาเป็นรูปใบหน้าของฉัน  และก็ออกมาเหมือนซะด้วยสิ!  ความประดิษฐ์ประดอย ใส่ใจในรายละเอียด และความตั้งใจที่จะอบคุ้กกี้ชิ้นนี้ทำให้ฉันซึ้งจนไม่รู้จะขอบคุณเธออย่างไร 


              “รสชาติเป็นไง?”

              “อร่อย!  อร่อยที่สุดเลยเรนะจัง!!  อย่างกับของที่ขายตามร้านเลย... นี่บัตเตอร์คุกกี้ใช่ไหมเนี่ย!?”  แค่เคี้ยวก็ได้รสละมุนกับความหอมหวานกระจายไปทั่วทั้งปาก  “โชคดีจริงๆที่ได้เกิดมาเป็นเพื่อนกับเรนะจัง!

              “ขนาดนั้นเลย?”  เธอหัวเราะเบาๆ  มองดูฉันกินคุกกี้ฝีมือเธออย่างเอร็ดอร่อย  “งั้นถ้าว่างฉันจะทำมาให้บ่อยๆ”

              “ขอบคุณมาก ขอบคุณๆ!  ฉันล่ะรักเธอที่สุดเลย!!”  พูดแล้วก็ยกแขนขึ้นกอดร่างบอบบางของเธอไว้หลวมๆ พร้อมทั้งยื่นหน้าไปใกล้แก้มใสหมายจะกดริมฝีปากลงไป

              “หยุดเลย!!  ปากเธอเลอะแบบนี้มาหอมแก้มฉันก็สิวขึ้นสิ!”  เรนะจังว่าพลางดันตัวฉันออกห่าง  แต่ฉันไม่ยอม  ยังแกล้งยื่นหน้าไปจะหอมแก้มเธอให้ได้  ซึ่งเธอก็หลบได้ทุกครั้งสิน่า...

 เมื่อเล่นไร้สาระกันจนต่างฝ่ายต่างเมื่อย  เราก็เลิกเล่นแล้วหันมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมากับความเป็นเด็กของกันและกัน  พักกลางวันยังไม่หมดเวลา เราสองคนจึงนั่งมองท้องฟ้าสีครามด้วยกันบนดาดฟ้าที่กั้นด้วยรั้วเหล็ก  ผลัดกันบอกว่าเห็นเมฆขาวเป็นรูปอะไร

“นี่... รู้ไหมว่าจูรินะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของฉันเลยนะ”  จู่ๆเรนะจังก็พูดนอกเรื่องขึ้นมา  สายตาเธอยังคงมองไปที่ก้อนเมฆก้อนใหญ่ที่ปกคลุมท้องนภา  พร้อมด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า

“อย่างนั้นเหรอ...?”  ฉันถาม  พลันรู้สึกถึงบางสิ่งที่พุ่งขึ้นมาจุกอยู่บริเวณกลางอก 

“ที่โรงเรียนเก่าของฉันเป็นสหศึกษา  พวกผู้หญิงนิสัยไม่ค่อยจะดี ชอบกลั่นแกล้ง ชอบอิจฉาคนที่ดีกว่า...”  เธอเล่าด้วยสีหน้าเจื่อนราวกับกำลังเวทนาคนที่ถูกรังแกเหล่านั้น  “ฉันเอง...ก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกแกล้งจนต้องย้ายโรงเรียน”

“อะไรนะ?”  ฉันถามอย่างไม่อยากเชื่อว่าคนเงียบๆไม่มีพิษภัยอย่างเธอจะเป็นเป้าหมายในการรังแก  เพราะปกติพวกผู้หญิงชอบรุมแกล้งคนที่โดดเด่นหรือไม่ก็เนื้อหอมมากกว่า

“เธอถึงเป็นเพื่อนคนแรกที่ทำให้ชีวิต ม.ปลาย ของฉันเต็มไปด้วยรอยยิ้มไง”  เรนะจังหันหน้ามาสบตาและยิ้มกว้างให้ฉัน

...ใบหน้าเปี่ยมสุขของเธอในตอนนั้นยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำฉันมาจนถึงตอนนี้  ฉันจำได้ด้วยว่าได้ปฏิญาณกับตนเองว่าจะปกป้องไม่ให้ใครช่วงชิงรอยยิ้มของเธอไปได้อีก  หารู้ไม่ว่าในอนาคต...ตัวฉันนี่แหละที่เป็นคนแย่งรอยยิ้มที่แท้จริงไปจากใบหน้าเธอ       

......


             

              ม.ปลาย ปี 3

        ปีสุดท้ายของชีวิตนักเรียน  พอจบการศึกษาไปพวกเราก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่  แยกย้ายกันไปตามเส้นทางฝันของแต่ละคน  บางคนก็ทำงาน บางคนก็ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย  ไม่ว่าฉันจะเลือกทางใด...เวลาที่จะได้อยู่ใกล้เรนะจังก็ลดน้อยลงไปทุกวัน และมันก็คงต้องหมดลงไปในสักวันหนึ่ง

  วันแล้ววันเล่าที่ฉันปล่อยให้ผ่านเลยโดยไม่ได้บอกเรื่องที่ติดค้างในใจ  เรื่องที่ฉันรู้ดีมาตลอดนับตั้งแต่พบเธอครั้งแรก ได้รู้จักนิสัยกันและกัน คอยช่วยเหลือและสนับสนุนกันมาตลอดจนถึงวันนี้... วันที่เวลาล่วงเลยมาถึงปี 3 เทอม 2

  “เรนะจังตั้งใจจะไปเรียนต่อที่ไหนเหรอ?”  ฉันถามขึ้นขณะกำลังนั่งติวหนังสือกันอยู่ในห้องสมุดโรงเรียน  กลิ่นหอมของกระดาษเก่าๆลอยฟุ้งไปทั่ว

  “วาเซดะ  เคโอ  หรือไม่ก็เมจิล่ะมั้ง”  เธอตอบโดยไม่ยอมละสายตาจากหนังสือเรียนตรงหน้า

  “สรุปคือจะไปโตเกียวสินะ  ไกลจัง...”

  “แล้วเธอล่ะจูรินะ?” 

  “ผลการเรียนห่วยอย่างฉันคงจะวนเวียนอยู่ในไอจินี่แหละ  ไม่ไปไกลหรอก”  ฉันหัวเราะเบาๆกับคำพูดของตัวเอง  น่าสมเพชจริงๆเลยจูรินะเอ๋ย...

              เรนะจังเงยหน้าจากหนังสือขึ้นมองฉัน  อาสาจะติวเข้มให้ฉันเป็นพิเศษโดยตกลงกันว่าหลังจากบรรณารักษ์ปิดห้องสมุดแล้วเราก็จะไปติวกันต่อที่บ้านเธอทุกวัน  เท่ากับว่าฉันจะมีเวลาอยู่กับเธอมากขึ้นอีกนิด

 ถึงอย่างนั้น...ความรู้สึกที่ก่อตัวอยู่ภายในใจก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว  มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกวัน  จนกระทั่งวันหนึ่ง  มันก็หลุดออกมาเป็นคำพูดจนได้...


 

พักกลางวันบนดาดฟ้าของเราต้องเผชิญกับความเงียบงันเมื่อวันหนึ่งเรนะจังบอกว่าอีกสองสัปดาห์เธอจะไม่มาโรงเรียนอีกแล้ว  นั่นหมายถึงเธอจะใช้เวลาไปกับโรงเรียนกวดวิชาสำหรับเข้ามหาวิทยาลัยดัง  เราจะไม่ได้ติวหนังสือด้วยกันอีกแล้ว  ตอนแรกที่ได้ยินฉันก็ตั้งใจจะขอเงินคุณแม่ไปเรียนพิเศษกับเธอ  แต่คิดดูแล้วระดับฉันเรียนไปก็แทบไม่มีโอกาสสอบติด ม.ดังในโตเกียวได้เลย

ทั้งที่ท้องฟ้ายังเป็นสีฟ้าสดใส  แต่ทำไมสำหรับฉันถึงรู้สึกเหมือนฝนกำลังจะตกกันนะ...?  นี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว  นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่ฉันจะได้บอกเธอก่อนที่เธอจะไปไกลจากฉัน  โอกาสสุดท้ายที่จะได้บอกว่า...

“เรนะจัง...ฉันชอบเธอ”  ฉันโพล่งทำลายกำแพงความเงียบระหว่างเรา 

ตะเกียบในมือเธอหล่นลงบนพื้น  แต่เธอก็ไม่ได้เก็บมัน  เธอหันมองหน้าฉันอย่างไม่อยากเชื่อในคำสารภาพ  เมื่อสายตาเราประสานกันเธอกลับหลบตาไปทางอื่น  เนิ่นนานที่ฉันเฝ้ารอคำตอบหรือคำใดก็ได้ที่เธอจะเอ่ยออกมา

“ขอบคุณนะ”  สั้นๆ แต่คลุมเครือสำหรับฉัน  “จะหมดเวลาพักแล้ว  เรากลับห้องกันเถอะ”    

“หมายความว่าฉันถูกปฏิเสธใช่ไหม...”  คำพูดไหลออกมาโดยไม่ผ่านการไตร่ตรอง  ฉันรู้สึกปวดบริเวณกลางอกและหมดเรี่ยวแรงจะลุกขึ้นยืน 

ไร้คำตอบ... มีเพียงปฏิกิริยาที่เธอหันหลังกลับมามองฉันที่ยังนั่งแหมะอยู่กับพื้นเท่านั้น  เธอยืนมองฉันด้วยแววตาเห็นใจ  ฉันหวังอยากได้ยินคำว่า รักจากเธอต่างหาก  แต่ก็รู้...ว่ามันเป็นไปไม่ได้

“ให้เวลาที่เหลือเป็นคนตอบเธอดีกว่านะ”   เรนะจังบอกและมองตาฉันอย่างอ่อนโยน  สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาทางน้ำเสียงไพเราะนุ่มนวลนั่น  “เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอ...”

ฉันใช้เวลาที่เหลืออีกสองสัปดาห์อยู่ใกล้ชิดเรนะจัง  อ้อนวอนขอโชคชะตาให้เธอรู้สึกแบบเดียวกับฉันที  ฉันทำทุกอย่างเหมือนปกติ  คุยเรื่องตลก ยิ้มให้กัน หัวเราะให้กัน  สิ่งที่ทำให้เปลี่ยนแปลงไปคือ...ฉันมอบจูบแรกของฉันให้เป็นของเธอ  จูบแรกที่ฉันเริ่มก่อนทำให้ฉันตื่นเต้นจนร่างกายสั่นเทิ้มไปหมด  เธอถึงกับค้างนิ่งไปแม้ฉันจะผละริมฝีปากออกมาแล้วก็ตาม    

นับจากวันนั้นจนถึงวันสุดท้ายที่ได้ใส่ชุดนักเรียน...รอยยิ้มจากใจเธอก็หายไป  เหลือไว้เพียงรอยยิ้มบางๆที่ฝืนสร้างขึ้นมาเพื่อให้ฉันสบายใจเท่านั้น  ฉันที่รู้อยู่แก่ใจว่าเธอไม่ได้มีความสุขอีกแล้วเวลาอยู่กับฉัน  ก็ยังยื้อประคองความสัมพันธ์ของเราไว้  

            เพราะฉัน...รักเธอหมดหัวใจ



#


พิธีจบการศึกษาในวันนี้เป็นวันที่ฉันจดจำไปตลอดชีวิต  แต่ไม่ใช่เพราะเป็นวันสุดท้ายที่จะเป็นเด็กหรอก  เป็นเพราะวันนี้เป็นวันที่เราจะได้พบกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เรนะจังจะเดินทางไปโตเกียว  และเป็นวันที่แฟนหนุ่มจากโรงเรียนเก่าเธอมาแสดงความยินดีถึงหน้าโรงเรียนต่างหาก...

“ไม่ใช่ความผิดของเธอคนเดียวหรอก  ฉันก็ผิดที่ฝืนบังคับเรนะจังให้อยู่เคียงข้างฉัน  ทั้งๆที่รู้ว่าเธอไม่เคยมีความสุขเลยตั้งแต่ตอนที่ถูกฉันสารภาพรัก  ฉันมันเป็นเพื่อนที่แย่จริงๆ”  ฉันบอกเสียงสั่นหลังเดินมาถึงห้องเรียนพร้อมเธอ

เรนะจังโค้งตัวขอโทษฉัน  เอ่ยคำขอโทษและสารภาพทั้งน้ำตาว่าวันนั้นบนดาดฟ้าเธอไม่บอกเพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจฉัน  แต่ที่ฉันปวดใจยิ่งกว่ารู้ความจริงก็คือ... เห็นน้ำตาของเธอ

“พอแล้ว  ฉันอภัยให้เรนะจังทุกอย่าง  ขออย่างเดียว...ช่วยเป็นเพื่อนกับฉันต่อไปได้ไหม?”    

            “เรายังเป็นเพื่อนรักกันเหมือนเดิมได้จริงๆสินะ  ขอบคุณมากนะจูรินะ  ขอบคุณที่เข้าใจฉัน”

            ทุกเรื่องราวมีเริ่มต้นก็ต้องมีจบเสมอ  เรนะจังต้องไปแล้ว... คำพูดสุดท้ายก่อนเธอจะไปคือ แล้วพบกันใหม่นะ...  ฉันเชื่อมั่นในคำบอกลานี้ของเธอ  เชื่อทั้งใจว่า เราจะได้พบกันอีก


...ลมพัดผ่านหน้าต่างห้องเรียนที่ถูกเปิดไว้  เส้นผมยาวประบ่าของฉันพัดปลิวไปตามกระแสลม...ไปพร้อมพรหมลิขิตที่เคยชักนำเรามาพบกันเมื่อสองปีที่แล้ว  เหลือไว้เพียงรักข้างเดียวที่ยังคงอยู่ตรงนี้...อยู่ในใจมัตสึอิ จูรินะ     

และต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้...ฉันก็คงเลือกที่จะรักเธอเหมือนเดิม






END.


ผลงานอื่นๆ ของ blurlightblue

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น