คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF NAMJIN] WINDOW

โดย jupiterpp

"มีใครคนนึง..เค้าเฝ้ามองผมทางหน้าต่าง"

ยอดวิวรวม

230

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


230

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  20 พ.ค. 62 / 21:31 น.
นิยาย [SF NAMJIN] WINDOW [SF NAMJIN] WINDOW | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
B
E
R
L
I
N
 





 window  ❥

Namjin



ผมเป็นเด็กนักเรียนเมืองนอก


เมื่อเรียนจบ ผมต้องกลับมาที่เกาหลีเพื่อมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆประถมวัยในโซล


และต้องเช่าห้องอยู่เพราะบ้านจริงๆของผมอยู่ที่ต่างจังหวัด


แล้วมันก็มีเรื่องบางอย่าง ที่ผมรู้สึกว่ามันแปลกๆ.....




"มีใครคนนึง..เค้าเฝ้ามองผมทางหน้าต่าง"
     
___________

สวัสดีวันเปิดเทอมปีการศึกษา 2562 (อาาาา ไม่ใช่ละๆ 555) ช่วงนี้เป็นสัปดาห์แห่งการเปิดเทอมไงละ 555 เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า นี้ก็เป็นเรื่องที่ 2 ของไรท์เอง ของเก่ายังแต่งไม่เสร็จเลย ยังไงก็ขอเปิดเรื่องนี้ไว้ก่อน ซักพักเดี๋ยวจะมาลงน้า เป็นเรื่องสั้นๆ ไม่มีไรมากมาย งงๆ ปนน่าสงสัย 555 เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยน้าาาาา 

สำหรับเรื่องนี้ไม่ได้มีแรงบันดาลใจไรเป็นพิเศษ เนื้อเรื่องนี้ก็งั้นๆอ่ะ 555 มาดูกันว่าจะออกมาเป็นยังไง ไงก็อย่าลืมให้กำลังด้วยนะ อิอิ






-twitter : @jupiperp251   
-open : 19/05/19
-close : 20/05/19

  B E R L I N   T H E M E ❀




BTS (방탄소년단) - Mikrokosmos (소우주)

เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 พ.ค. 62 / 21:31


B
E
R
L
I
N
 





 window  ❥namjin

09 : 00  A.M.

บรรยากาศในเช้าวันนี้ทำให้ผู้คนไม่ค่อยอยากออกจากบ้านนัก ด้วยท้องฟ้าที่ดูขุ่นมัวเพราะนี่คือเพิ่งต้นเดือนธันวาคม เรื่องอากาศต้องบอกเลยว่าหนาวแทบขาดใจ แต่ชายหนุ่มที่ลงจากเครื่องมาได้ซักพักแล้ว อากาศแค่นี้ไม่ได้ระคายเคืองผิวเค้าเลยซักนิด


คิมซอกจิน  หนุ่มเจ้าของชื่อนี้เองที่มุ่งหน้าและก้าวขาฉับๆ ไม่ได้รู้สึกอ่อนไหวกับอากาศหรือผู้คนที่ต่างจับจ้องกันเพียงตาเดียว เพราะอะไรที่คนพวกนี้มองน่ะหรอ? ถ้าให้หนุ่มคนนี้ตอบเอง ง่ายๆเลยคือ


world wide handsome ไงครับ ยากตรงไหน...


รูปร่าง ทรวดทรง หน้าตาที่ดูเข้ากัน ไหนจะความสูงที่ดูไม่ได้เตี้ยหรือสูงมาก แต่ก็เรียกได้ว่า นี่แหละ หุ่นนายแบบน่ะ


เค้ากลายเป็นเทวดาที่ตกจากสวรรค์มาได้ไม่นานในสายตาของคนที่เดินผ่านไปมา แต่หนุ่มคนนี้ นอกจากไม่ได้คิดไรมาก ก็เดินมาเรื่อยๆจนถึงรถที่เค้ากะจะนั่งไปที่หมายปลายทางของเค้าเอง


ซอกจินเลือกไปรถเท็กซี่ที่จอดอยู่บริเวณนั้นและไม่นานมากเค้าก็ถึงที่หมายและเข้าไปข้างใน คุยสนทนากับพนักงานในที่พักเสร็จสรรพก็เดินหาห้องพักของตัวเอง ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบลื่น ด้วยความที่เค้ามีความคิดที่ยังไงก็ได้ สบายๆ ชิลๆ สไตล์หนุ่มสายเลือดเมืองนอกเกือบจะ 80 เปอร์เซ็น 


ซอกจินเป็นหนุ่มที่เก่งทางด้านภาษาตั้งแต่เด็กและได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนตั้งแต่ 10 ขวบ พรสวรรค์นี้จึงทำให้เค้าได้ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศจวบจนอายุ 24 ปี นั้นก็คือเป็นเวลา 14 ปีของเค้าที่ต่างประเทศของเค้า อะไรๆที่เป็นตะวันตก ทั้งวัฒนธรรม ทั้งทัศนคติ และหลายๆอย่างได้อยู่ในสายเลือดของซอกจิน และเป็นที่มาของ 80 เปอร์เซ็นของซอกจิน

อีก 20 เปอร์เซ็นคือความเป็นชาวเกาหลีของเค้า ด้วยความไม่ได้กลับมานาน ในตัวเค้าอาจจะเป็นเด็กแลกเปลี่ยนซะมากกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เค้าจะลืมบ้านเกิดเมืองนอนของเค้า

เพราะชีวิตนี้เค้าคิดว่า ยังไงก็ไม่พ้นบ้านเกิดของเค้า การไปเมืองนอกคือการไปศึกษา นั้นคือสิ่งที่เค้าคิด แต่ก็มีบ้างที่มีความคิดรักอิสระ เสรี อะไรก็ได้ แต่มันก็แค่นั้นจริงๆ 

เค้าเลือกเรียนครูเพราะชอบการสอนและถ่ายทอดสิ่งที่ตัวเองสนใจให้ผู้อื่น และอยากให้คนอื่นๆได้เรียนรู้และรู้ในสิ่งที่พวกเค้าไม่เคยรู้ เพราะกำไรชีวิตของซอกจินนั้นเอง คือการไปอยู่เมืองนอกที่ต้องเจอแต่ความอันตรายและต้องปรับตัวให้ได้ แต่หลังๆมา ซอกจินเลือกแค่สอนเน้นวิชาการ เสริมเรื่องเล่าสนุกๆของเค้าให้คนอื่นฟังจะดีกว่า และกลุ่มวัยไหนที่ซอกจินเลือกอยากจะสอนคือเด็กประถมวัย


น่าจะสนุกดี^^


บรรยากาศรอบๆ บอกได้เหมือนเดิมคือเต็มไปด้วยเมฆเทาๆ ดูเป็นบรรยาที่ชวนเหงาๆได้เหมือนกัน แถมรอบๆอพาร์ทเมนต์นี้ก็ดูจะอึดอัดเพราะมันไม่ได้มีแค่อพาร์ทเม้นที่ซอกจินอยู่ มันยังมีข้างๆ ทั้งซ้ายและขวา หน้าหลังที่ดูอึดอัดอยู่บ้าง แต่ซอกจินก็ไม่ได้คิดอะไรและมองว่า มันก็เงียบๆดี ดูเป็นส่วนตัว เหมาะกับทำหลักสูตรการเรียนการสอนของเค้าได้ดีด้วยเช่นกัน


อพาร์ทเม้นของซอกจินและอพาร์ทเม้นข้างๆดูปกติดี เว้นแต่...ห้องๆนึงของอพาร์ทเม้นทางด้านซ้ายมือของเค้าดูไม่มีแสงไฟเหมือนห้องอื่นๆ ชั้นอื่นๆ และห้องๆนั้นดันเป็นฝังตรงข้ามห้องของซอกจินพอดิบพอดี นั้นคือ ห้องของซอกจินคือชั้นที่ 3 ห้องนั้นก็คือชั้นที่ 3 เช่นกัน

ถามว่าระยะห่างของอพาร์ทเม้นเราและเขาห่างกันมากมั้ย? ตอบได้ว่าไม่ได้ห่างกันมาก ไม่ได้ใกล้กันมาก และเอื้อมมือไปอีกฝังก็ไม่ได้ เพราะไกลเกิน จะเรียกได้ว่าปานกลางก็ได้ แต่เท่าที่ได้รู้สึกคือ ได้ยินเสียงกะทะดังจากห้องฝังตรงข้ามอยู่บ้าง นั้นคือ มีคนอยู่ แต่ไม่มีแสงไฟ 


อา....นั้นมันแปลกไปแล้ว....











ตกดึกแสนรวดเร็ว ซอกจินที่กินข้าวกินปลาเสร็จก็ย้ายตัวเองมานั่งหน้าคอม ทำงานของตัวเอง พรุ่งนี้เค้าจะลองไปสมัครงานที่สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในโซล ว่าจะเป็นครูฝึกหัดก่อน พอให้รู้วิธีการทำงาน  หลังจากนั้นก็ค่อยมาเปิดสถาบันเป็นของตัวเอง ตอนนี้คงต้องทำงานหนักหน่อยเพราะเพิ่งตั้งตัว


ระหว่างที่นั่งทำงานไป เสียงเพลงก็คลอเบาๆพอกลบความเงียบ แต่ความรู้สึกผิดปกติจากทางห้องฝั่งตรงข้าม ทำให้ซอกจินแอบเงยหน้าไปมองบ้าง แต่เมื่อมองไปก็ไม่เจอใคร มีแต่ผ้าม่านสีครีมปกปิดไว้ไม่ให้ใครมองเข้าไปเหมือนเดิม และนั้นก็ทำให้ซอกจินรู้สึกเสียเปรียบเพราะห้องเค้าไม่มีผ้าม่าน ต้องให้คอยมาระแวดระวังเอง ซึ่งมันก็ทำให้ซอกจินรู้สึกเพลียเล็กน้อย


ไว้วันหลังละกันนะซอกจิน...เฮ้อ



ประมาณตีหนึ่งกว่า ซอกจินเริ่มรู้สึกว่าตัวเองก็ทำงานมานานพอสมควรแต่งานมันยังไปได้แค่ครึ่งเดียว.....ความรู้สึกแปลกๆเหมือนกำลังถูกจับจ้องจากสายตาของใครคนนึงที่ห้องฝ่ายตรงข้าม





ขวับ!!! 




ซอกจินหันไปมองที่ห้องฝั่งตรงข้าม ก็เห็นว่าผ้าม่านถูกปิดลงทันทีเมื่อซอกจินหันไปมอง มันไม่เนียนสำหรับซอกจินเลย







"อา....คนในห้องนั้นแอบมองอยู่แน่ๆ"







รู้ดังนั้น เค้าก็ไม่ได้สนใจที่จะตะโกนด่าไป ตอนนี้คงต้องทำงานให้เสร็จ พรุ่งนี้จะได้ไปสมัครงาน ถึงตอนนั้น ค่อยซื้อผ้าม่านมาติด




นายเป็นใครกันนะ?










ซอกจินที่เริ่มเป็นคุณครูฝึกสอน วันแรกๆก็มีตื่นๆบ้างเพราะเด็กก็พากันนั่งเงียบให้คุณครูสอนไป วันที่สองสามก็เริ่มอยู่ยากเพราะเด็กเริ่มเล่น หยอกกับเพื่อนข้างๆบ้าง ซอกจินก็กำราบเด็กด้วยเสียงใสๆของเค้าบ้างแต่ก็ไม่อยู่จนครูจากห้องข้างๆต้องมาช่วยกำราบให้


คุณครูวิทยาศาสตร์สายโหด ตัวเล็กแต่หน้านิ่งที่พร้อมแผ่รังสีเอกซ์ชนิดทำลายล้าง ทะลุทะลวงได้ทุกเมื่อ นั้นคือ มินยุนกิ 


น่าสงสารซอกจินจริงๆ ที่เค้าดันไปคุยอะไรก็ไม่รู้แล้วดันถูกปากถูกคอกับครูคนนี้เข้าจนไป ( คุยกันเงียบๆน่ะ ไม่ได้หัวเราะหรือเฮฮาอะไรขนาดนั้น) ด้วยบุคคลิกที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ดันเข้ากันไปจนครูหลายท่านอึ้งไปชั่วโมงกว่าๆ


"ยุนกิ ฉันซื้อลาเต้มาให้ ร้านนี้อร่อยนะ"
"ขอบใจ"

บุคคลิกเย็นชาแต่ก็ไม่ได้ทำให้ซอกจินรู้สึกน้อยใจอะไรแต่อย่างใด การกระทำของยุนกิอาจจะดูเหวี่ยงๆ ไม่ค่อยใส่ใจเพื่อนร่วมงานจนนำมาซึ่งความน้อยใจ แต่อย่าลืม คนแบบนี้อาจจะใส่ใจเราอยู่ห่างๆก็ได้ ใครจะไปรู้...

ยุนกิดูดลาเต้สบายๆ ก่อนจะวางลงข้างๆตัวแล้วรัวแป้นพิมพ์ของตัวเองต่อ เพราะครูวิทยเครียดมาก ต้องใส่ใจทุกรายละเอียด แต่ครูสายชิลที่สอนภาษาอังกฤษอย่างซอกจิน มีหรอคำว่าเครียด เค้าไม่เคยเครียดมานานแล้ว


แต่ไม่สิ...ห้องฝั่งตรงข้ามไง ....ทำให้เค้าเครียดอยู่ทุกวัน


"นายคิดเรื่องห้องฝั่งตรงข้ามอยู่หรอซอกจิน?"

ยุนกิถามแบบไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนตัวสูงของเค้า  ซอกจินอ้ำอึ้งเล็กน้อยก่อนจะสะบัดหัวแรงๆ แน่นอนว่าคนอย่างซอกจิน มีหรอจะไม่บ่นเรื่องตัวเองให้เพื่อนของเค้าฟัง และดูยุนกิจะสนใจเรื่องนี้มากด้วยเพราะเค้ากลัวว่าจะเป็นพวกโรคจิต

"ไม่หรอก...เอ่อ..ก็เรียกได้ว่านิดหน่อยก็ได้"
"แล้วไปซื้อผ้าม่านยัง?"
"ยังเลยน่ะสิ กลับบ้านไปก็ลืมแวะไปซื้อทุกทีเลย"

เรื่องงานไม่เคยลืม แต่ดันลืมซื้อผ้าม่านซะได้ ยุนกิที่นั่งพิมพ์งานอยู่พลางส่ายหัวไปมาอย่างเอือมระอากับเพื่อนขี้ลืมแสนขี้ลืมของเค้า


ด้วยความที่นับวันสายตาจากห้องตรงข้ามเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น วันแรกแค่มองๆ วันที่สองเริ่มมีเงามาให้เห็นบ้าง วันที่สามห้องฝั่งตรงข้ามก็เปิดผ้าม่านเอาไว้ จนเห็นว่าข้างในก็เป็นของใช้ธรรมดา เว้นแต่ไฟที่ไม่เคยเปิด


นี่เค้าจะประหยัดไปถึงไหนกัน!


"ไปซื้อซะ โรคจิตมันมาหานายขึ้นมาละก็.."
"ไม่มีทาง!"


ซอกจินปฏิเสธเสียงแข็งก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของคุณครูสายวิทยไปแล้วไปห้องทำงานที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เค้าไม่อยากนึกถึงตอนที่ไอโรคจิตนั้นเข้ามาในห้อง ถึงตอนนั้นถ้าไอโรคจิตมาเค้าคงจะเป็นลมล้มทั้งยืนไปเลยก็ได้ แต่ยังไงซะ


มัน จะ ไม่ มี วัน เป็น จริง!!!!!


เมื่อนึกอะไรบ้างอย่างได้ คือ ต้องไปซื้อผ้าม่าน ไม่รอช้าซอกจินจึงเริ่มลิสต์ข้อความแจ้งเตือนไว้ในโทรศัพท์มือถือของตัวเองทันที ก่อนจะเริ่มแช่งไอคนที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้ามนั้น


อย่าหวังว่าจะได้มองห้องฉันอีกเลย 55555555555555 




ตกเย็น ซอกจินเริ่มติดผ้าม่านที่หน้าต่างทุกบานของตัวเอง เสร็จสรรพก็ยกยิ้มอย่างพอใจ เมื่อคิดว่าหมอนั้นคงหัวเสียน่าดู แค่นี้ก็รู้สึกซะใจมากแล้ว


ผ่านมาได้ 1 วัน ความรู้สึกว่าตัวเองไม่ต้องมาถูกสายตาแปลกๆจ้องมาที่ตัวของเค้าเองอีกแล้ว มันทำให้ชีวิตดูเป็นปกติ โดยเฉพาะชีวิตประจำวันที่กลับมาเป็นปกติแบบคนทั่วไปคือกิน ทำงาน และเข้านอน เพิ่มเติมคือความสบายใจ 


สบายใจแบบบอกไม่ถูก



แต่ก็นะ สบายใจแต่สภาพอ่อนเพลียจนร่างกายเรียกหาที่นอนแบบนี้ 


แต่ยังเข้านอนไม่ได้ เพราะมีงานเล็กๆน้อยๆต้องทำก่อนเข้านอนคือการคิดแผนกำราบเด็กหน้ามึนหลังห้องเรียนของเค้า


พอพูดเรื่องเด็กหน้ามึน มันก็มีหลายครั้งที่ยุนกิทนไม่ไหวต้องเดินมาเปิดประตูห้องเรียนกระทันหัน  บ่นนักเรียนหลังห้องโดยที่ซอกจินอึ้งไปเล็กน้อยกับความเลือดเย็นของเพื่อนตัวเล็ก


ความเย็นจากคนๆนี้ วัดอุณหภูมิไม่ได้เลยจริงๆ



ระหว่างที่ซอกจินเริ่มนั่งใช้ความคิดอยู่คนเดียวโดยไม่ได้มาค่อยนั่งระแวงกับสายตาของห้องฝั่งตรงข้ามเหมือนเมื่อก่อน นั้นทำให้เค้ามีสมาธิและจดจ่อกับสิ่งที่เค้าทำ  งานมันก็เสร็จเร็วขึ้น ประหยัดเวลา เข้านอนเร็ว เรื่องไข้หวัดไม่ต้องห่วง ปัดปัญหานั้นทิ้งไปได้เลย


แต่มันก็เท่านั้น....

ชายหนุ่มเริ่มเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่เค้าติดผ้าม่านมาได้ไม่กี่วันก็เกิดความสงสัยขึ้นมาตลอดเวลาที่เค้านั่งทำงาน จนกระทั่งงานเสร็จและกำลังจะก้าวขาเข้าห้องนอนไป 


ไอโรคจิตนั้นจะแอบมองเค้าอีกมั้ยนะ?


พรึบ!


"เฮ้ย!"


ซอกจินรีบปิดม่านอย่างรวดเร็ว เมื่อเค้าเห็นว่าเจ้าของห้องฝั่งตรงข้ามที่กำลังยืนชมวิวอยู่แล้วก็ดันหันมาเจอะเจอกับเค้าเข้าพอดี คราวนี้เป็นซอกจินที่เป็นฝ่ายมองโรคจิตคนนั้นก่อนแล้วก็ตกลงใจที่ไอโรคจิตคนนั้นหันมามอง ซอกจินรู้ตัวได้จึงรีบวิ่งเข้าห้องนอนของตัวเองไป และไม่ลืมที่จะเอาผ้าห่มมาห่มแล้วเหลือแค่ส่วนหัวไว้


กลัว นั้นคือคำเดียวที่ซอกจินรู้ในตอนนี้

ถึงจะข่มสายตาแล้วบอกให้ตัวเองหลับ แต่มันก็ไม่หลับ


เค้าเห็นเพียงเสี้ยวหน้าของคนคนนั้น แต่มันก็ยังไม่ชัดพอที่จะประเมินได้ว่าคนคนนั้นเป็นยังไง รู้แค่ว่าเค้าก็ผิวขาว ตัวสูง และดูเหมือนเป็นคนเหงาที่โผล่หน้ามารับลมตอนกลางคืนหนาวๆแบบนี้

สายตาคมๆนั้นก็หันมาเจอกับเค้าพอดี ถึงอย่างนั้นซอกจินก็ไม่ได้อยากจะมองหน้าอีกคนแล้ว รู้แค่ว่าตกใจจนต้องหนีมาในห้องแบบนี้


ไปแอบมองเค้าทำไมกันนะ ซอกจินนนน ไอคนโง่!!!!


หรือเราจะเป็นโรคจิตเสียเอง?

แล้วเรารู้ได้ไงว่าสายตาเค้าคม?


โอ้ยยยยยยยย ต้องรีบนอนซะแล้ว





และตั้งแต่วันนั้นมา ยิ่งทำให้เค้าสงสัยขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเรื่องที่เค้ามาแอบมองตอนแรกที่เค้ามาที่เกาหลี จนตอนนี้จะติดม่านไปแล้ว แต่มันก็ยังอยากรู้ ว่าคนๆนั้นยังจะแอบมองเค้าอยู่มั้ย หรือคำถามที่ว่า ทำไมต้องทำหน้าเหม่อลอยแบบนั้นด้วย

หรือคืนนี้เราจะแอบมองเค้าอีกนะ...

แต่ถ้าจะแอบมอง ครั้งนี้ต้องพกแว่นด้วย จะได้เห็นหน้าเค้าชัด      


อา ไม่นะซอกจิน นายเหมือนโรคจิตมากเลยรู้ตัวมั้ย


"ซอกจิน"


ถ้านายทำแบบนั้น ไปหาเค้าเลย ไม่ดีกว่าหรอ?"


"ซอกจิน"


จะบ้าหรอ เราไม่รู้จักกันเลยนะเว้ย


"ซอกจิน!!!"
"เฮ้ย! ตะโกนไรเสียงดังจังยุนกิ!"
"ก็ฉันเรียกนายตั้งนานแล้ว นายคิดไรอยู่เนี่ย"

ยุนกิที่เริ่มสังเกตเห็นเพื่อนของตัวเองนั่งเหม่อลอย สติหลุดไปไกลแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ เห็นแบบนั้นยุนกิต้องช่วยดึงสติซอกจินกลับมา 

ซอกจินที่ดูเด๋อๆด๋าๆทำไรไม่ถูกเมื่อเพื่อนตัวดีของเค้าถามคำถามขึ้นมา

ไปไม่เป็น ตอบไม่ถูก เอาไงดีเรา

ตอบเค้าไปเลยหรอ?

"เรื่องไอโรคจิตหรอ?"

อา....นั้นไง

" อืม..."
"ทำไมอ่ะ นายก็ติดม่านแล้วหนิ?"
"ไอติดมันก็ติดอ่ะ แต่ฉันแค่สงสัย"
"สงสัยไรอ่ะ?"

เมื่อเริ่มอธิบายเรื่องราวตั้งต้นจนจบ ยุนกิทำท่าคิดหนักอยู่พักหนึ่งแต่สุดท้ายก็ตอบออกมาแบบสบายๆ

"ก็คุยกับเค้าสิ ถามเค้าว่าทำไมชอบมอง แค่นั้น จบเลย"
"บ้าหรอ!!!!!!"

ซอกจินตะโกนใส่หน้าเพื่อนตัวเล็กของเค้า เห็นทำท่าคิดนานแล้วก็คิดหนัก นี้มันคือไรว้าาาาาาา!!!!!!!!  แต่ยังไงเพื่อนของเค้าก็ยังคงตีหน้านิ่งๆเหมือนเดิม ดูจะเป็นซอกจินที่รู้สึกร้อนที่หน้าทั้งๆที่อุณหภูมิที่นี้ก็หนาวแทบขาดใจ 

"จะกลัวไร นายสงสัยก็ไปถามเค้าสิ ไม่ถามก็มีแต่จะอึดอัดเปล่าๆ"
"ไม่เอาละ........ฉันกลัวว่าเค้าจะตีหน้านิ่งๆใส่น่ะสิ"
"งั้นฉันไม่คุยกับนาย นายจะกลัวมั้ย?"
"เฮ้ยยย ไรว้าาาายุนกิ นี่มันนายเว้ย ไม่ใช่ไอโรคจิตนั้น"
"ไม่รู้ล่ะ ฉันไม่คุยกับนายละกัน ไปละ"
"เอ้า ไรวะไอ้กิ เฮ้ออออออ"







และมันก็เป็นอีกครั้งที่ร่างโปรงของซอกจินต้องมายืนอยู่ตรงหน้าต่างบานหนึ่งในห้องนอน


ไออยากรู้ก็รู้อ่ะนะ แต่มันก็กลัวอยู่ดี


หายใจเข้าจนรู้สึกว่าเต็มปวดแล้วก็ค่อยๆปล่อยออกมา อย่างที่พระพุทธเจ้าเคยสอนไว้อ่ะนะ


พุทธ โธ พุทธ โธ

เฮ้อ อะไรจะจริงจังเบอร์นี้นะซอกจิน


ซอกจินค่อยๆเลื่อนมือไปจับผ้าม่านบางสีขาวที่เค้าเพิ่งซื้อมาเมื่อ 5 วันก่อน แล้วค่อยๆเปิดออกทีละนิด สายตาก็ค่อยๆมองไปที่ห้องฝั่งตรงข้าม สิ่งแรกที่เห็นคงจะเป็นแสงไฟจากห้องตรงข้าม เป็นครั้งแรกที่เค้าเห็นว่าห้องนั้นเปิดไฟแล้ว แต่ผ้าม่านสีครีมยังคงปิดอยู่เหมือนเดิม ทำให้ซอกจินรีบเปิดผ้าม่านออกและมองไปที่ห้องฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง 

และแล้วเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว...

 1 สัปดาห์กับอีก 1 วันที่ผ่านมา ณ เวลานี้ ตี 1 กับอีก 10 นาทีผู้ชายคนนั้นน่าจะมาที่หน้าต่างสิ แต่นี้ไม่เห็นเค้าเลย ทำให้ซอกจินรู้สึกว่า...



มันแปลกๆนะ....



เค้าไปไหนนะ...


ไม่ใช่ว่าซอกจินจะไม่สังเกตเจ้าตัวทุกวันนะจ๊ะ จะบอกเลยว่าเค้าแอบมองทุกวันจนแน่ใจว่าเวลานี้แหละที่เจ้าตัวมา อันที่จริงมันมี 2 เวลาคือ ตอน 3 ทุ่มกับตี 1 ซึ่งตอน 3 ทุ่มเป็นนานๆครั้งที่เจ้าของห้องฝั่งตรงข้ามจะโผล่หัวมา แล้วไอตอนที่วิ่งหนีเข้าห้องก็เป็นเวลา 3 ทุ่มกว่าๆเท่านั้น ซึ่งวันนั้นก็คือตอนที่ซอกจินเจอะเจอกับเจ้าของห้องฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นเอง หลังจากนั้นซอกจินก็เริ่มมาแอบดูตั้งแต่ 3 ทุ่ม กับ ตี 1 แล้วส่วนใหญ่เจ้าของห้องฝั่งตรงข้ามก็มาโผล่ให้เห็นตอนตี 1 มากกว่าตอน 3 ทุ่ม 


นี่เราเป็นโรคจิตเสียงเองหรอเนี่ย โอ้ยยยยย ซอกจินเอ้ยยยยยย


ผู้ชำนาญทางด้านการสังเกต + ติดตามพฤติกรรม = คิมซอกจิน


ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่ซอกจินยังคงมองไปที่หน้าต่างของห้องตรงข้ามอย่างใจจดใจจ่อ ทำเหมือนกับว่าเราจะต้องเจอกันให้ได้ แต่ความรู้สึกล้าและง่วงแบบสุดขีด จนทำให้ซอกจินเซๆไปบ้าง




หรือจะถอยก่อน แล้วค่อยมาใหม่ดีนะ














พรืดดด!!







"เฮ้ย !!!"

ขาที่เริ่มก้าวถอยหลังและความคิดที่จะไปเข้าห้องนอนก็ต้องหยุดลงเมื่อเสียงผ้าม่านห้องฝั่งตรงข้ามดังขึ้นและค่อยๆถูกเปิดออก พร้อมหน้าต่างที่ค่อยๆถูกมือใครคนนึงดันออกไปเพื่อให้อากาศถ่ายเทเข้ามาในห้อง 







เจ้าของห้องทั้งสองสบตากันอย่างไม่ได้ตั้งใจ...








อา....ผมเห็นหน้าเค้าแล้วครับทุกคน....

ที่แอบมองมาทุกวันคือผมแอบมองจริงๆแต่ไม่เห็นหน้าเค้านะครับ เฮ้ออออ เพลียจิตมั้ย? 555




"เอ่อ...."
"ครับ?"
"คุณเป็นเจ้าของห้องหรอ?"
"ครับ ใช่ครับ คุณเพิ่งย้ายมาใหม่สินะ"
"ค ครับ"


พวกเค้าไม่ได้ตะโกนคุยกัน เพราะความเงียบในตอนกลางคืนแบบนี้ บรรยากาศก็เป็นใจ ทำให้การคุยกันเป็นเรื่องสบายๆและคุยกันอย่างใจเย็นที่สุด

แต่ไอคนที่กล้าๆกลัวๆอย่างซอกจิน มีหรอคำว่าใจเย็นๆ 

ร้อน โคตรร้อนเลยตอนนี้


"วันนั้นคุณตกใจอะไรผมหรอครับ?"


เจ้าของห้องฝั่งตรงข้ามยิงคำถามใส่คนร่างโปรงทันทีโดยไม่รู้เลยว่านั้นทำให้อุณหภูมิในร่างกายของซอกจินเริ่มพุ่งสูงขึ้นจากเดิม ทำให้ซอกจินมีท่าทางเก้ๆกังๆ เห็นอย่างนั้นคนตัวสูงกว่า (ดูจากตรงนี้ก็รู้แล้วครับว่าสูงกว่าผมชัว!) ก็อมยิ้มเล็กน้อย


อาาาาา ผมเห็นนะคุณโรคจิต


"ก็คุณชอบแอบมองผมหนิ"


นั้นไง คำตอบที่ไม่ได้ตั้งใจจะตอบ

แต่จะให้พูดว่าไงล่ะ...มันอึดอัดหนิ

"อาาาาา ผมเปล่านะครับ สงสัยคงจะเป็นไอโฮซอกมันน่ะ คือหมายถึง....เพื่อนผมน่ะครับ5555"


อ่าว...แล้วที่กลัวๆอยู่คือไม่ใช่คนนี้หรอ?


"จ จริงหรอครับ?"
"ครับ เพื่อนผมมันก็โตแล้วแต่นิสัยมันยังเด็กๆอยู่น่ะ ใครที่ย้ายมาใหม่ๆ ก็เที่ยวมาหลอก มามองแบบนี้ตลอดเลย ยังไงผมก็ขอโทษแทนเพื่อนมันด้วยนะครับ"


ชายเจ้าของห้องคนนั้นดูจะรู้สึกผิดจริงๆเหะ

"ม ไม่เป็นไรครับ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ตกใจคุณในวันนั้น..."
"555 ไม่เป็นไรครับ แต่ผมบอกเลยนะครับ วันนั้นคุณดูตลกมากเลย ผมนึกว่าพวกโรคจิตซะอีก"


อ้าวววววววว ไอนี่มันวอนโดนทีนเหะ


"ผมไม่ใช่โรคจิตนะคุณ"
"ครับๆ ผมเชื่อๆ "
"..."
"เอ่อ ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมชื่อคิมนัมจุน เป็นเชฟอยู่ที่ร้านข้างล่างนี้แหละครับ"


คิมนัมจุน เจ้าของร้าน Namjun's ร้านข้างล่างอพาร์ทเม้นโดยอยู่ห่างจากที่ที่ซอกจินอาศัยอยู่ไม่ไกลนี้เอง หนุ่มเจ้าเสน่ห์แถมลักยิ้มที่เวลายิ้มทีก็ต่างพาให้ลูกค้าตกหลุมรักและนั้นเป็นเหตุที่ทำให้ร้านของนัมจุนมีลูกค้าประจำเยอะแยะมากมาย ทั้งคนในวัยทำงาน วัยเรียน และเด็กๆทั่วไป

เพราะความที่เค้าเปิดร้านประมาณทุ่มถึงเที่ยงคืนทุกคืน ทำให้ซอกจินเจอเค้าในช่วงตี 1 แทบจะทุกวัน ส่วนวันไหนที่โผล่มาช่วง 3 ทุ่ม นั้นเป็นเพราะนัมจุนไม่เปิดร้านและมานั่งคิดสูตรอาหารแทน โดยจะลากเพื่อนตัวดีของเค้าอย่าง จองโฮซอก หนุ่มในเครื่องแบบ(หรอ?)มานั่งเป็นเพื่อน ไม่ก็ถ้าคิดสูตรอาหารเสร็จก็พากันเล่นเกมส์จอย

โฮซอกเป็นเชฟเหมือนผมนี่แหละครับ แต่เค้าชอบมโนไปเองว่าตัวเองเป็นตำรวจ 

เฮ้ออออ น่าสงสารเพื่อนคนนี้จริงๆ สอบตำรวจไม่ได้ก็เลือกเชฟตามผม 555


กลับมาที่คนตัวเล็กที่ยืนอ้ำอึ้ง พูดไม่ออกเมื่อไอ้คนโรคจิตที่เค้าเคยว่าเป็นเชฟที่อยู่ร้านข้างล่างที่เค้าเดินผ่านเป็นประจำ แล้วกะว่าจะแวะเข้าไปซักวันหนึ่ง แต่ด้วยงานที่เยอะ ไหนจะต้องคอยหาวิธิกำราบเด็กหลังห้องอีก 


อาาาาาา ไม่อยากจะเชื่อเลยยยย เค้าเป็นเชฟหรอเนี่ย.....


"ถ้าไม่รังเกลียด...วันพรุ่งนี้ผมขอเลี้ยงมื้อค่ำนะครับ เป็นการขอโทษน่ะ แล้วก็จะลากไอเพื่อนตัวดีมาขอโทษด้วย"
"!!"
"ร้านผมเปิด 1 ทุ่ม ยังไงพรุ่งนี้ช่วยแวะเข้าไปด้วยนะครับ"

ซอกจินพยักหน้าอย่างเข้าใจ นัมจุนที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาพร้อมกับลักยิ้มแสนน่ารักจนซอกจินต้องยิ้มตาม

"อาา จะตีสามแล้ว ผมไม่กวนคุณแล้วนะครับ ยังไงก็.."
"ผมชื่อซอกจินครับ...คิมซอกจิน"


เมื่ออีกฝ่ายยังพูดไม่ทันจบ ซอกจินนึกไรได้จึงรีบพูดออกไป นั้นคือเค้ายังไม่ทันได้แนะนำตัวเองเลย แล้วก็ปล่อยให้อีกคนพูดอยู่คนเดียว แถมอีกฝ่ายยังชวนไปที่ร้านของเค้าไหนจะเลี้ยงมื้อค่ำอีก


ถ้าไม่รีบพูด เค้าคงดูเป็นคนเห็นแก่ตัวยังไงก็ไม่รู้


"อ๋อ...ยินดีที่ได้รู้จักนะครับอีกครั้งนะครับ คุณซอกจิน"
"ยินที่ได้รู้จักนะครับ คุณนัมจุน เอ่อ....ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะครับ"
"ครับ"

ซอกจินเอื้อมมือไปจับบานหน้าต่างทั้งสองข้างก่อนจะค่อยๆดึงมาปิดโดยมีสายตาของเจ้าของห้องฝั่งตรงข้ามมองอยู่

"เดี๋ยวครับคุณซอกจิน!"
"ครับ?"


หน้าใสเงยหน้าไปมองเจ้าของห้องฝั่งตรงข้ามเล็กน้อย คนที่ถูกมองระบายยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยบอกคนร่างโปรงที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงนุ่มจนอีกคนที่กำลังจะปิดหน้าต่างระบายยิ้มตาม

"ฝันดีนะครับ คุณซอกจิน ^^"


ป ไปไม่เป็นเลย...อะไรซอกจิน ยิ้มบื้อไรอยู่ ตอบเค้าไปสิ

ฮื้ออออออ ไรว้าเนี่ยยยยยยยยยยย ปากมันแข็งไปหมดล้าวววววววว ออมม่าาาาาาาา ช่วยผมด้วย ฮื้อออออออ

"เอ่อ....ฝ ฝันดีครับ คุณนัมจุน  ^^"











หลังจากวันนั้น ทุกอย่างมันก็ค่อยๆพัฒนาไปเรื่อยๆ จากเลี้ยงมื้อค่ำก็ค่อยๆพัฒนาไปเป็นคนสนิทที่สนิทกันมากกกกก ผ่านไปก็ค่อยๆเก็บอาการบางอย่าง จนมันรู้สึกอึดอัดก็เปลี่ยนเป็นสัมผัส การจับมือ การกอด และการจูบ ไม่รู้ว่ามันเป็นไปยังไง แต่ที่รู้ๆคือทั้งสองคนต่างก็รู้สึกเหมือนกันตั้งแต่แรกเจอ และทั้งคู่ไม่ได้มองว่าอนาคตทั้งสองจะเป็นอย่างไร แต่ที่อยู่จนถึงทุกวันนี้ มันก็เพราะ


ความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุดของพวกเค้าทั้งสองคนนั้นแหละ ^^






Thank to…


จุดเริ่มต้นจากหน้าต่างสองบาน ที่ตอนแรกไม่ได้เปิดรับอะไรเลย แต่พอได้ลองเปิดมันดู ก็จะพบว่าข้างนอกนั้นหนาวมาก แต่ก็ดันเจอใครคนนึง ที่มาทำให้โลกทั้งใบของเค้ามีความสุขและอบอุ่นขนาดนี้
อย่ามาทำให้เขินอีกนะ แล้วก็ทอดเฟรนฟรายให้กินด้วย^^
คิม ซอกจิน



เพราะไอเพื่อนตัวดีแท้ๆเลยที่ดันไปหลอกเค้าจนได้เรื่อง เค้าแอบมองผมทุกวัน ทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้รู้จักเค้า เค้าก็ไม่ได้รู้จักผม แต่สุดท้ายเราก็รู้จักกัน ที่สำคัญ เค้าก็น่ารักมากด้วย แล้วสุดท้าย เค้ากำราบเด็กนักเรียนของเค้าจนได้ ผมนับถือคุณครูคนนี้จริงๆ ยังไง ที่น่านับถือที่สุด ก็คงเป็นหน้าต่างที่ห้องนอนของผมนี่แหละครับ พาให้ผมมาเจอคนน่ารักๆแบบซอกจินจนได้...
รักนะครับ ครูตัวอ้วนของผม
คิม นัมจุน


สวัสดีครับ ผมยุนกิ ไม่เคยมีไรนอกจากเย็นชาและเย็นชา ขอแสดงกับเพื่อนตัวดีของผมด้วย ไม่ได้มีบทบาทไรมาก แต่ถ้าผมไม่ได้แนะนำให้มันไปคุยกับเจ้าของห้องฝั่งตรงข้ามนั้น ป่านี้มันคงไม่มีแฟนหรอกครับ 
บอกแล้วว่าให้เลิกกลัวแล้วไปคุยกับเค้าดีๆ
มิน ยุนกิ


กระผม นายจองโฮซอก บัดนี้ผมจะไปเป็นเจ้าของร้ายของไอ้นัมจุนมันแล้ว (เล่นไปดูหนังกับไอเจ้าซอกจินทุกวัน ที่สำคัญ ไปค้างบ้านอีกคนอีกตางหาก) ผมละหมั่นไส้คนมีความรักจริงๆเล้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย แล้วก็น้อยใจคนแต่งมากกกกกกกกกกกกกกก คือไม่มีบทพูดให้ผมเลย แต่ก็นั้นแหละครับ รู้สึกเป็นเกิยรติมากแล้วที่เค้ายังหลงเหลือชื่อผมไว้บ้าง เอาเถอะครับ ผมต้องบอกเลยว่า ถ้าผมไม่ไปหลอกคนชื่อซอกจินทุกคืน ไอ้นัมจุนคนแมนเพื่อนรักเพื่อนตายของผมคงไม่ได้ซอกจินมายาไส้หรอกครับ 55555 เพราะฉะนั้น เรื่องทั้งหมด ต้องเอาคำขอบคุณมาให้ผมนะคร้าบบบบบบบ ไม่งั้น....ผมงอลแน่! 
หลอกบุรุษที่สามให้มารักเพื่อนแหละครับ 555
จอง โฮซอก












"The end"

   
___________

จบแล้ววววววว เย้ๆๆๆๆ เป็นเรื่องแรกที่จบเลยอ่ะ ส่วนเรื่องยาวยังไม่ได้ไปต่อให้เลยอ่ะ ต้องขอโทษด้วยน้าาาา


สำหรับเรื่องนี้ก็มาแต่งให้อ่านเล่นๆกันก่อน เพราะช่วงนี้ยุ่งมากแล้วก็ยังคิดว่าถ้าไปต่อเรื่องเก่าให้ คือก็กลัวว่าเดี๋ยวก็หายไปนานอีกแหละ แต่งเรื่องใหม่ให้อ่านเล่นๆก่อนน่าจะดีกว่า 5555


ถามว่าน้อยใจมั้ยที่มีคนมาอ่านไม่เท่าไหร่ ก็น้อยใจบ้างนะ แต่ก็เข้าใจตัวเองอยู่ว่าเป็นไรท์เตอร์มือใหม่อยู่ แต่จุดประสงค์ของไรท์คือที่เข้ามาแต่งนิยายเพราะส่วนตัวชอบฟิคนัมจุนทุกเรื่อง ทุกบ้านที่แต่งฟิคนัมจินคือชอบหมด และด้วยความที่ฟิคนัมจินหาอ่านยากมากๆ ไรท์เลยอยากเป็นคนนึงที่อยากแต่งฟิคนัมจินไว้สำหรับคนที่อยากฟิคนัมจินจริงๆ ไม่ได้กะว่าจะให้คนเข้ามาอ่านเยอะๆอะไรขนาดนั้น อีกอย่างคือ ฟิคทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะบ้านไหน  เรื่องอะไร ถ้าเราได้อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ มันเหมือนเราได้เพิ่มความรักให้กับศิลปินคนนั้น เพิ่มแบบเพิ่มขึ้นไปอีก อันนี้คือความรู้สึกแอดนะ 555 ทั้งหมดนี้ก็คือจุดประสงค์นึงที่ไรท์อยากแต่งนิยายเกี่ยวแฟนฟิคเกาหลี


สุดท้าย ไม่ว่าคุณจะติ่งวงอะไรบ้าง ยังไงก็ขอให้ซอพพอร์ทพวกเค้าเรื่อยๆ ถึงจะไม่มีกำลังทรัพย์แต่คุณก็สามารถมอบความรักให้กับเค้าผ่านหน้าจอ หรือมีโอกาสได้ไปคอน ก็เตรียมหัวใจและแท่งไฟไปโบก ส่งเสียงกรี๊ดดังๆ อยากให้ทุกคนรักศิลปินจริงๆและไม่อยากให้มาทะเลาะกันเอง อยู่ด้อมเดียวกัน ยิ่งต้องสามัคคีกันนะจ๊ะ


ก็เป็นอีกเรื่องที่งงๆ ยังไงก็ถ้าชอบยังไงก็คอมเม้นบอกกันได้น้า จะมาอ่านทุกอันเลย แล้วก็ขอบคุณล่วงหน้าด้วยนะคะ และหวังว่าจะมีเรื่องต่อๆไป ยังไงก็รอดูด้วยนะคะ บาย^^

ยังไงถ้าชอบก็ฝากเม้นให้กำลังใจกันด้วยน้า แล้วก็ทุกๆเรื่อง เรื่องนี้ เรื่องเก่าและเรื่องต่อๆไปในอนาคตเลยน้าาา 555

-twitter : @JUPIPERP251   


ผลงานอื่นๆ ของ jupiterpp

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 micmicbungee04 (@micmicbungee04) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 18:20
    น่าร้ากกกกกกกกเว้ยยยยยยย
    #1
    0