|| steal. onghoon | danwoon

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 505 Views

  • 31 Comments

  • 81 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    114

    Overall
    505

ตอนที่ 4 : ABO-AU || steal. : ch.3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    9 มี.ค. 62

3

 

 

“จีฮุนอาจจะเป็นโซลเมทของผม...” 

 

              

               บางวันที่อากาศแจ่มใส แดดจ้า บนท้องฟ้าสีครามมีเมฆก้อนขาวปุกปุย ไม่มีทีท่าว่าจะมีฝนฟ้าคะนอง แต่ฟ้าก็ดันผ่าลงมากลางแจ้ง อีกด้านของกระจกใส ผู้คนเริ่มวิ่งกันอลหม่านหลบเม็ดฝนที่จู่ๆก็โปรยลงมาไร้ซุ่มเสียง แม้แดดช่วงบ่ายคล้อยยังจ้าอยู่เช่นนี้ ไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ รุ่นน้องร่างสูงก็ขอตัวลุกออกไปเพราะมีคนเรียกให้กลับขึ้นไปสะสางงานที่เจ้าตัวอู้ลงมาหาเขา เมื่อแผ่นหลังกว้างลับสายตาไป ภาพเบื้องหน้าเขาก็พร่ามัว จนต้องพยายามกระพริบตาอยู่หลายครั้งไม่ให้เม็ดของหยาดฝนร่วงหล่นลงมา


               ซองอุนไม่รู้ว่าข้างนอกนั่น ฟ้าผ่าบนท้องฟ้า หรือจริงๆแล้ว ฟ้ามันผ่าลงมาที่ใจเขากันแน่ แล้วฝนที่ตกนั่นล่ะ เป็นฝนจริงๆ หรือ ภาพลวงจากน้ำตา?


               โอเมก้าตัวเล็กรีบกลืนก้อนขมลงคอ แล้วลุกออกจากที่นั่งบ้าง อย่างน้อยออกนอกร้าน ก็หวังว่ากลิ่นฝนมันจะพอช่วยชะกลิ่นจากความเศร้าให้เบาบางพอที่จะไม่ให้ใครรับรู้


               สถานะของคนเคยใกล้ชิดกันในช่วงขณะหนึ่ง จะเรียกว่าคนรักเก่าก็ไม่ได้ เพราะความสัมพันธ์ไม่ได้พัฒนาไปถึงจุดนั้น หรือจะเรียกว่าคนคุยก็กระดากใจ เพราะถ้าถูกนิยามด้วยสถานะนี้ถ้าไม่สานต่อแล้วกลัวจะเข้าหน้ากันไม่ติดกันเสียเปล่าๆ ความสัมพันธ์ของเราจึงห้อยต่องแต่งอยู่ตรง คนสนิท และยุติอยู่ตรงนั้นมานานแค่ไหนไม่อาจรู้ แต่ก็ยังเป็นเขาเสมอที่คอยรับฟังเมื่ออีกคนเจอปัญหา


               ปัญหาครั้งนี้ก็คือ จีฮุน


               ชื่อของคนที่เข้ามามีอิทธิพลกับ คนสนิทของเขา เหลือเกินในช่วงนี้ แต่ก็ไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าโอเมก้าที่มาใหม่จะเป็นโซลเมทของอีกคน แม้ว่าเรื่องโซลเมทจะไม่ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน แต่การที่อีกคนพูดออกมาเช่นนั้น มันก็แปลได้ว่า อัลฟ่าได้เปิดใจให้ใครอีกคนแล้ว อีกคนที่ไม่ใช่เขา ไม่มีวันเป็นเขา


               มันไม่ใช่แค่เพราะซองอูกลัวโอเมก้า ความสัมพันธ์ของเราถึงไม่ต่อไม่ได้ แต่มันเป็นเพราะ คนที่ไม่ใช่ มันกลายเป็นคนที่ใช่ไม่ได้ เหตุผลมันมีอยู่เพียงเท่านั้น ต่อให้ไม่มีจีฮุน ก็ใช่ว่าเขาจะลงเอยกับซองอู นั่นคือความจริง


               ความริษยานั่นทำให้ด้านมืดในใจเขา ภาวนาให้มันเป็นโรคที่รักษาไม่หาย ภาวนาให้อีกคนไม่ได้เป็นของใคร แต่ความคิดนั้นกลับทำให้เขารู้สึกเกลียดตัวเอง ทำไมเขาถึงอยากจะใจร้ายกับคนที่ดีกับเขาอย่างซองอูด้วย กับคนที่เขาอยากให้มีความสุขที่สุด


               สุดท้าย สมาร์ทโฟนของเขาถึงถูกหยิบขึ้นมา ส่งข้อความหาซองอูอย่างคุ้นเคย แนะนำเรื่องการบำบัดตามอาการของอีกคน สิ่งที่เขาแนะนำอีกคนได้ในเวลานี้ คือ ต้องลองเข้าหาและเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำให้เกิดอาการกลัว ถ้าโชคดีอาจจะคุ้ยเจอปมที่แท้จริงของอาการ และสามารถนำมาปรับใช้ในการบำบัดอาการกลัวให้หายในที่สุด


               แม้ว่านั่นคือการแนะนำให้อีกคนไปงอกเงยความรู้สึกกับใครอื่นก็ตาม แต่เขาทำอะไรได้ในเมื่อความรักไม่ใช่รางวัลของความดี เขาดีให้ตายก็ไม่มีวันได้ใจอีกคน หรือต่อให้เขาเลวให้ตายผลลัพท์มันก็เป็นเหมือนเดิมอยู่ดี


ผลลัพท์ก็คือซองอูไม่เลือกเขา...เช่นนั้นการรักษาสถานะ คนสนิท เอาไว้คงเป็นสิ่งเดียวที่เขาทำได้


เขายิ้มเจื่อนรับคำขอบคุณจากแชทของอีกคน


มันเป็นเกม เกมที่ใครรู้สึกมากกว่าต้องเป็นคนแพ้ เขารู้เงื่อนไขนี้มาแต่แรกก็ยังดึงดันลงเล่น หวังว่าวันนึงความรู้สึกของเราจะเท่ากันในสักวัน ...


 

 

 

แครมบรูเล กลายเป็นกลิ่นแรกในรอบหลายเดือนที่แดเนียลได้กลิ่น พ่อของเขากลับออกไปพร้อมๆกับคุณหมอตัวเล็กคนนั้น ทิ้งเขาเอาไว้ในบ้านหลังใหญ่อ้างว้างวังเวง เดิมทีบ้านหลังนี้มันก็ถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะอยู่แล้ว เพราะก่อนที่เขาจะไปต่างประเทศวัยต่อต้านอย่างเขามีปัญหาจนอยู่ร่วมบ้านกับผู้เป็นพ่อไม่ได้ ดังนั้น ปราสาทโดดเดี่ยวหลังนี้จึงเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว


ถุงกระดาษบรรจุขนมฝรั่งเศสที่ว่า ถูกวางไว้บนโต๊ะในครัว พ่อออกจากบ้านหลังนี้ไปโดยแทบจะไม่ได้บอกเขาด้วยซ้ำว่ามีของกินวางทิ้งเอาไว้ ดีแล้วที่มดไม่หอบเอาไปเสียก่อน เพราะตกค่ำ พ่อบ้าน แม่บ้านก็กลับกันไปหมด ตู้เย็นในบ้านที่ไร้ผู้อาศัยก็ว่างเปล่ากว่าที่จะหาอะไรมาเติมใส่ท้องเขา ตัวเขาเองก็ไม่มีอารมณ์จะสนทนากับร้านอาหารเดลิเวอร์รี่ในตอนนี้ แถมกลิ่นที่โดดออกมาจากประสาทสัมผัสที่หายไปได้พักใหญ่ของเขา ก็เรียกร้องให้เขาละเลียดชิมมันเสีย จนท้องเขาร้องประท้วงราวกับมีการชุมนุมครั้งใหญ่


ด้านบนที่เคลือบด้วยคาราเมลถูกกระเทาะออก กลิ่นหอมหวานฟุ้งกระจายในอากาศ เขาจัดการแครมบรูเลสองชิ้นใหญ่อย่างตะกรุมตะกราม ราวกับเขาหิวโหยมาแสนนาน แต่แทนที่มันจะเติมเต็มท้องที่ว่างเปล่า แต่มันกลับเติมเต็มดวงใจของเขาที่กรวงโบ๋ไปด้วย เขาไม่ได้รับรู้รสชาติของความหวานเช่นนี้มานานแล้วจริงๆ


แครมบรูเล คือ ขนมหวานที่เขาได้กลิ่นบ่อยๆในสมัยเด็ก แต่ความทรงจำเลือนลางของเขา เห็นเพียงแผ่นหลังของผู้เป็นแม่เท่านั้น...


ใจหวนนึกถึงเพื่อนวัยเดียวกัน ที่เป็นเสี้ยวของความทรงจำที่เขาพอจะย้อนถึงได้บ้าง...


 

การที่เขากลับมาเจอเพื่อนสนิทสมัยเด็ก....


 

การที่เขาได้มาพบกับ รักครั้งแรก ในวันนี้


 

กับ การที่อยู่ๆเขาก็ได้กลิ่นนี้ขึ้นมา...


 

คนบนโลกนี้มีกี่พันล้านคน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่โลกจะเหวี่ยงใครสักคนออกไป แล้วจะเหวี่ยงกลับเข้ามา ในกระแสชีวิตของคนเรา เราพบปะผู้คนมากหน้าหลายตา บางคนก็ถูกกระแสที่ว่านั่นกลืนหายไป ไม่ได้หวนกลับมาพบกันอีกแม้แต่หนึ่งกระพริบตา แต่บางคนบทจะได้เจอก็เจอกันในสถานการณ์ไม่คาดฝัน


 

การปรากฏตัวของ จีฮุน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ...


 

การที่ประสาทสัมผัสด้านกลิ่นที่ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการใช้ชีวิตของเขาหายไป เขาไม่ต่างอะไรจากวาฬ 52Hz ที่ถูกตัดขาดการจากวาฬตัวอื่น นั่นมันทำให้ประสาทสัมผัสการรับรู้ด้านอื่นๆพลอยจะด้อยประสิทธิภาพไปด้วย ใจเขาวูบโหวงขึ้นมา เมื่อความคิดหนึ่งของเขาจุดติดขึ้น...


ถ้าจีฮุนเป็นโซลเมทของเขาล่ะ?... สิ่งที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้ มันจะทำให้เราคลาดกันหรือเปล่า... แดเนียลได้แต่คิดอย่างร้อนใจ พลอยจะอดรนทนไม่ไหว อยากเร่งลี้เวลาให้การพบกันครั้งต่อไปของเราเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุด ยิ่งเร็วเท่าไหร่ได้ยิ่งดี


 

 

 

ซองอูหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องตัวเอง นึกขบขำขึ้นมาเมื่อเขาได้กลิ่นประจำตัวของเจ้าเด็กโอเมก้าที่ทำเขาวิ่งเต้นตลอดช่วงกลางวัน มือใหญ่ถึงเปิดบานประตูออก ก้าวกลับเขามาในรังนอนของตนเอง และพบว่ามีอีกคนนอนซุกหน้ากับมองอิงบนโซฟา หันหน้าหาผนังพิง แต่ไม่ได้กำลังนอนหลับ เพราะเขาได้กลิ่นบางอย่างลอยฟุ้งออกมา กลิ่นที่เขาไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ว่ามันคือกลิ่นแบบไหน เพราะมันเป็นกลิ่นที่เกิดจากอารมณ์ขุ่นมัวบางอย่าง


เขาเรียกมันว่า กลิ่นแสนงอน แล้วกัน


เขาได้กลิ่นนี้บางครั้งที่เขาไปเล่นกับแมวตัวอื่น ก่อนจะมาเจอเจ้าลูกแมวสามสีใต้อพาร์ทเม้นท์เขา จีฮุนกำลังส่งกลิ่นทำนองนั้นออกมา และไหนจะความรู้สึกน้อยใจที่เขาสัมผัสได้นี่อีก...


ซองอูไม่ได้สนใจคนที่กำลังงอนตุ๊บป่องได้ที่ไปมากกว่าการ เดินไปยังโซนครัว และเริ่มหยิบอาหารเย็นออกมา จากถุงพลาสติก


มื้อนี้เป็นปลาซาบะย่างตัวโต กับข้าวสวยร้อนๆ ไข่ม้วน และซุปมิโซะสาหร่าย


เขาจัดจานชามบนเค้าเตอร์ตัวสูงวางถ้วยใส่ข้าวไว้ตรงข้ามกันเป็นชุดอาหารสำหรับสองคน ที่มีปลาซาบะย่างวางอยู่ตรงกลาง และลงมือกินโดยไม่เรียก แต่เสียงตะเกียบสแตนเลสกระทบกับถ้วยกระเบื้องได้ทำหน้าที่เรียกคนที่ยังซุกหน้านิ่งกับหมอนแทนเขาแล้ว เขาพุ้ยข้าวเขาปากพลางนับถอยหลังในใจ ...


 

สาม สอง หนึ่ง...


 

เสียงเรียกร้องจากกระเพาะอีกคนร้องลั่นทำลายความเงียบทั้งหมดที่เจ้าเด็กตั้งใจ เสียงต่อมาคือเสียงหัวเราะของเจ้าของห้อง ดวงตาคู่สวยตวัดควบมองเจ้าของเสียงทันที แต่ชั่ววิที่สบตากัน ดวงแก้วสีคาราเมลก็รีบหลบ จบด้วยซุกหน้ากับหมอนเหมือนก่อนหน้า


               ปลายตะเกียบสแตนเลสถูกใช้แกะเนื้อปลาส่วนท้อง วางบนข้าวสวยของถ้วยที่อยู่ฝั่งตรงข้าม คราวนี้ไม่ต้องนับถอยหลังในใจแล้ว เพราะเด็กหนุ่มลุกเดินตรงมาหาเขา ทิ้งตัวนั่งปุ๊กตรงหน้า หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อปลาข้าวปากอย่างไม่ต้องบอก


               เอาแต่เคี้ยวตุ้ยๆ สงสัยยังไม่หายงอนแฮะ


อีกคนยังคงเอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่สนใจเขา ที่คีบเอาไข่ม้วนไปวางบนข้าวให้สักนิด เขาจึงต้องนึกเรื่องคุยเปลี่ยนบรรยากาศ...


“เรื่องโรงเรียน...ครูจีซองตอบมาแล้วนะ ว่าเทอมที่ขาดไป ค่อยไปเก็บเกรดเป็นวิชาเอา...เปิดเทอมให้ไปเรียนชั้นเดียวกับเพื่อนก่อนได้ ไม่ต้องซ้ำชั้น เพราะติดไม่กี่วิชา”


ก่อนหน้าที่จีฮุนจะมาเจอกับเขา เจ้าเด็กนี่เรียนมัธยมปลายปีสองแล้ว แต่อยู่ๆก็ไม่ไปโรงเรียนทั้งๆที่ผลการเรียนก็อยู่ในขั้นดี แต่อยู่ๆกลับมาทำตัวเกเร ปั่นหัวคนที่สถานีตำรวจให้ได้ปวดหัวเล่นๆ ส่วนคนแปลกหน้าที่เพิ่งเปลี่ยนสถานะเป็นคนรู้จักได้ไม่นาน ก็ยื่นมือเข้าช่วยอย่างไร้เหตุผลเช่น


เหตุผลของเขามันอาจจะอยู่ในประโยคที่เขาบอกกับรุ่นพี่ตัวเล็กไป...


 

คนตรงหน้า คือ โซลเมทของเขา...คนที่ถูกผูกกันเอาไว้ด้วยจิตวิญญาณ คนที่โชคชะตากำหนดเอาไว้แล้วว่าเราต้องได้พบกัน คนที่ทำให้ทุกสิ่งมันดูเกินจริงอย่างไร้เหตุผล อะไรที่ไม่ควรจะรู้สึก ก็รู้สึกจนร้อนรุ่มอยู่ในอก ใครสักคนที่ทำให้เราสูญเสียความเป็นตัวเองไปจนหมดสิ้น นั่นคือสิ่งที่คนอื่นพูดกัน


แต่สำหรับเขา โซลเมทอาจจะคือคนที่ทำให้รู้สึกสงบ... สงบเหมือนได้กลับไปอยู่ในที่ที่คุ้นเคย สงบจากความวุ่นวายอึกทึกจากการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ซึ่งกลิ่นประจำตัวของจีฮุน กลิ่นหอมกาแฟทำมือ มันทำให้เขาสงบทุกครั้ง เขาชอบห้องที่มีจีฮุนอยู่...


 

 “ไม่ได้อยากเรียนสักหน่อย...”คนที่เงียบอยู่นานเอ่ยอย่างไม่ทุกข์ร้อน ก้อนไข่ม้วนถูกส่งเข้าปากทั้งคำ จนแก้มตุ่ยขึ้นมา ซองอูส่ายหน้า เพราะคนที่โชคชะตาส่งมาให้ ท่าทางจะพยศน่าดูชม แต่ปลายตะเกียบแสตนเลสของเขาก็ยังคีบเนื้อปลาให้คนที่ก้มหน้าใส่ถ้วยข้าวไม่ยอมมองเขา พลางถามต่อจากประโยคที่อีกคนกล่าว


“ทำไมไม่อยากเรียนล่ะ?”


“...เรียนไปทำไม โอเมก้า ก็เป็นได้แค่โอเมก้า”เสียงนั้นตอบอ้อมแอ้มไม่เต็มคำ คนได้ยินคำตอบถึงกับเลิกคิ้ว วางตะเกียบในมือลงเหมือนกำลังจะคุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง ไม่รู้จีฮุนไปเอาความคิดนี้มาจากไหน แต่เขาก็พอจะเดาได้ โลกใบนี้มันปฏิบัติต่อเรามาแบบนี้ แม้การแบ่งชนชั้นในยุคนี้จะไม่ได้เข้มข้นเท่าสมัยก่อน แต่มันก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย และเขาที่เป็นอัลฟ่า อาจจะไม่มีวันเข้าในสิ่งที่อีกคนเป็นได้อย่างถ่องแท้ตลอดชีวิตนี้


แต่เขาก็อยากเข้าใจ อยากเรียนรู้จากอีกคนให้มากขึ้น


“งั้นถ้าเป็นโอเมก้าที่มีความรู้ด้วย แบบนี้ดีไหม?”เขาใช้น้ำเสียงเหมือนหลอกล่อเด็ก แต่จะว่าอย่างนั้นก็ไม่แปลก เพราะอีกไม่กี่วันอายุเขาก็จะเต็ม 27 ปีแล้ว ขณะที่คนตรงหน้าอายุ 17 ย่าง 18 ช่องว่างของอายุราวๆสิบปี จะบอกว่าอีกคนยังเด็กสำหรับเขาก็คงจะไม่ได้พูดเกินจริง


“เรียนแล้วก็จะได้เจอโอกาสที่ดี มีชีวิตที่ดีขึ้น มีอาชีพการงานมั่นคง...”


“เหมือนคนนั้นน่ะเหรอ?”สิ้นประโยค ซองอูชะงักเล็กน้อย ประมวลผลประโยคยอกย้อนของคนตัวเล็กกว่าว่าหมายถึงอะไรกันแน่ คนนั้นที่ว่า คือคนไหน จีฮุนงับริมฝีปากตัวเอง เสตามองไปทางอื่นไม่เผชิญหน้ากับเขา คล้ายรู้สึกผิดที่เอ่ยประโยคที่ว่าออกมา วินาทีถัดมาเขาได้ถึงบางอ้อ ว่าอีกคนหมายถึงใครกันแน่ ภาพที่เขาอยู่ในร้านกาแฟกับรุ่นพี่ตัวเล็กฉายกลับเข้ามาในหัว ไม่รู้ว่าจีฮุนไปเห็นได้ยังไง


“คนนั้นคือ พี่ซองอุน”เขาอธิบาย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องอธิบาย เรื่องของเขากับพี่ซองอุนไม่มีอะไรในกอไผ่ เพียงแต่เขารู้สึกได้ว่าเขาต้องอธิบาย ไม่ต้องการให้คนตรงหน้าเก็บไปคิดเล็กคิดน้อย


“...พี่ซองอุนเป็นนักจิตบำบัด เป็นรุ่นพี่ที่ฉันสนิท”


“...”จีฮุนเงียบเพื่อให้เขาพูดต่อ แม้จะทำหน้าบอกบุญไม่รับ


“เขานิสัยดีนะ นายต้องชอบเขา ไว้มีโอกาสจะแนะนำให้รู้จัก”


“ไม่ได้อยากรู้จัก...”จีฮุนสวนขึ้นทันควัน คนหน้าตาน่ารักกำลังทำกิริยาไม่น่ารักเอาซะเลย จีฮุนรวบตะเกียบวางลงบนปากถ้วย ทำท่าจะขยับลงจากที่นั่ง


“จีฮุน...”เขาเอ่ยปรามด้วยการเรียกชื่อ พยายามรักษาน้ำเสียง หลีกเลี่ยงการใช้กลิ่นอายของอัลฟ่าเข้าข่ม แน่นอนว่า ไร้ผล จอมพยศดีดตัวลงจากเก้าอี้


“อิ่มแล้ว...”คนตัวเล็กกว่าเอ่ย แต่เขาเองก็ไม่ยอมปล่อยให้อีกคนหนีไปง่ายๆ


“แต่พี่ยังไม่อิ่มเลย นั่งก่อนสิ...”


สรรพนามที่ใช้เรียกตัวเขาเองเปลี่ยนไป โอเมก้าหยุดชะงักทันทีเมื่อได้ยิน เขารู้ แมวยิ่งดุ ยิ่งเตลิด ยิ่งวิ่งไล่ ยิ่งวิ่งหนี ทางเดียวที่จะหยุดจีฮุนได้ก็คือการประนีประนอม


 

จะว่าเขาเห็นแก่ตัวก็ได้ วันนี้เขาคงไม่หยิบจีฮุนไปนอกห้องเหมือนวันก่อน ตราบเท่าที่จีฮุนไม่ได้ขออะไรแปลกๆ


วันนี้เขาอยากอยู่กับอีกคนเพิ่มอีกนิด


โอเมก้าถอยหลังลงนั่งเก้าอี้ตัวเดิมอยากไม่ต้องบอกซ้ำ แถมยังหยิบตะเกียบมากินข้าวต่อ เขาหัวเราะเล็กน้อยกับภาพตรงหน้า ก่อนโดนมองค้อนเข้าให้หนึ่งวง อยู่ๆเขาก็คิดถึงสิ่งที่พี่ซองอุนบอกเขาในแชท ว่าให้ลองเข้าหาและเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำให้เกิดอาการกลัว เขากลัวการสัมผัสกับโอเมก้า ร่างกายมันเป็นไปเองที่อยู่ๆจะรู้สึกแบบนั้นขึ้นมา แต่พอเป็นจีฮุนแล้ว เขากลับคิดว่า อาจจะไม่เป็นอะไร


ไวเท่าความคิด เขาวางตะเกียบลง ยื่นมือไป ใช้ปลายนิ้วแตะลงบนหลังมืออีกคนเบาๆ วางเอาไว้เช่นนั้น จีฮุนสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรมากว่านั้น หูของอัลฟ่าอย่างเขา ก็เหมือนสเต็ตโทสโคปดีๆสักอัน ที่ไม่ต้องเอาไปแนบบนแผ่นอก ถ้าตั้งใจดีๆ ก็จะสามารถได้ยินอวัยวะขนาดเท่ากำปั้นที่กำลังบีบรัดในจังหวะที่ผิดปกติออกไปได้อย่างชัดเจน…


อากาศโดยรอบร้อนขึ้นมาเล็กน้อย เขาสำรวจไม่พบกลิ่นของความตื่นกลัวในอากาศ แต่มันเป็นกลิ่นความประหม่าเล็กๆ เขาเลื่อนนิ้วสัมผัสลงบนแหวนเงินเกลี้ยงบนนิ้วโป้งของอีกคน เอ่ยถามว่ามันมาจากไหน เพราะเขาเพิ่งเคยเห็น จีฮุนก้มหน้างุดไม่ตอบคำถาม แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะเอาคำตอบอะไร


ส่วนใหญ่โอเมก้าไม่ได้มีประสาทสัมผัสที่ดีพอจะได้ยินเสียงเท่าอัลฟ่า พวกเขาจะไม่ได้ยินเสียงที่อยู่นอกเหนือระยะการได้ยินปกติ ส่วนอัลฟ่าก็ตรงกันข้ามทั้งหมด... ดังนั้น... เมื่อใครเกิดตกหลุมรักกันขึ้นมา อัลฟ่าจะเป็นคนรับรู้ก่อนเสมอ...

 


แต่ใจเต้นให้มันน้อยๆหน่อยเถอะ พัคจีฮุน... เขารู้กันหมดแล้ว...


 

เขาเท้าคางมองอีกคน ที่หูแดงเถือกเพียงเพราะสัมผัสเล็กๆ วินาทีต่อมาเขาถึงถอนมือออก ลิมิตของเขาวันนี้มีเท่านี้เหมือนกัน ความกลัวไม่ใช่สิ่งที่จะหายวับไปง่ายๆในวันสองวัน


 

แต่เขารู้ ถ้าเป็นกับจีฮุน มันจะไม่เป็นไร ...


 

 .

.

.

 

สุดท้ายเขาก็ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ค้างที่ห้องของอัลฟ่าสักครั้ง


 

ไม่สักครั้ง!


 

จีฮุนค่อนขอดอีกคนในใจว่า ขี้งก หวงเหลือเกินนะห้อง แต่ลึกๆเขาก็รู้ว่า การที่คนพี่ไม่ยอมตามใจเขา มันมีเจตนาเพื่อเป็นการปกป้องเขา กันเขาออกมาจากสถานการณ์เสี่ยง แถมยังใจดีขับรถออกมาส่งถึงอพาร์ทเม้นต์เพราะท้องฟ้ามืดแล้ว เขามองว่าคนพี่ทำท่าเหมือนจะกลับขึ้นไปในตัวอาคาร แต่พอรถยนต์ของอีกคนลับสายตาไป เขาก็กลับลงมา


สู้ไปเตร่เตร็ดข้างถนนซะยังดีกว่า กลับไปรองมือรองเท้าคนที่บ้าน


โอเมก้าส่งเสียงเหอะผ่านลำคอ บ้านเหรอ? มันไม่ใช่ทุกที่บนโลกที่มีหลังคาไว้คลุมหัวแล้วจะเรียกว่าบ้านได้ ไม่อย่างนั้นเขาก็เรียกป้ายรถเมลล์แถวนี้ว่าบ้านได้ เรียกหน้าร้านสะดวกซื้อที่เขานั่งกอดเข่าอยู่ตรงนี้ว่าบ้านได้ เพราะมันก็เป็นที่หลบฝน หลบแดดได้เหมือนกัน


บางทีบ้าน อาจจะคือที่ที่เขาอยู่แล้วข้างในอกรู้สึกสงบสุข ...


ปลายนิ้วเผลอเขี่ยสัมผัสแหวนเงินวงเกลี้ยงบนนิ้วโป้งของตัวเองอย่างไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ บริเวณสุดท้ายที่มีใครบางคนทิ้งสัมผัสอุ่นๆเอาไว้ ความสุขก็ถูกจุดติดขึ้นมา ลอยฟุ้งในอากาศ เพียงแค่ได้คิดถึงคนที่เพิ่งแยกกันเท่านั้น


 

“มีความสุขดีหนิมึง”


 

เสียงหนึ่งดังขึ้น จีฮุนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที มันคือเสียงของซังกยุน คำทักทายลอยมาพร้อมกลิ่นที่ไม่ประสงค์ดีนักทำให้เด็กหนุ่มต้องยืนขึ้นอย่างระแวงระวังตามสัญชาตญาณ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้ป้องกัน หรือ หลบหนีได้ทันท่วงที


อัลฟ่าอดีตเพื่อนร่วมอุดมการณ์ตรงเข้ามากอดคอเขา โดยมีอูจิน กับ เคนตะที่เดินเข้ามาสมทบแม้ทั้งสองคนจะไม่ได้มีท่าทีคุกคามเขาเท่ากับซังกยุน


“ไหนเปอร์เซนที่ต้องมาแบ่งพวกกูอะ?”


“แบ่งเหี้ยไร กูได้อะไรออกมาเหรอ?”เขาแกะมืออีกคนออกจากบ่า ขยับตัวหนี อัลฟ่ายอมปล่อยเขาแต่โดยดี ก่อนจะบิดคอตัวเองจนเสียงกระดูกลั่น พลางพูดคาดคั้นกับเขาต่อ


“แล้วทำไมมึงถึงรอดออกมา”


“ก็เขาปล่อยกู”


 “โกหก ไอ้เหี้ย!”มือใหญ่กระชากคอเสื้อเขา จนเสตามเพราะไม่ได้ทันตั้งตัว เขาผลักอีกคนออกทันที แต่ไม่หลุด คอเสื้อรั้งหลังคอเขาไว้จนเจ็บ


“โกหกพ่อมึงดิ!”เขารู้ คำพูดเขาเหมือนข้ออ้าง ใครจะปล่อยให้ขโมยที่จับได้คาหนังคาเขา รอดออกมาได้โดยไม่แจ้งความอะไรเลย แถมตัวเขาเองก็ยังปกติดีทุกอย่าง ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ ไม่แปลกที่อีกคนจะคิดว่าเขาโกหก


“ซังกยุน มึงหยุด! มึงก็รู้ว่ามันไม่ได้โกหก..”เป็นอูจินที่เข้ามาขวางตรงกลาง พยายามกันซังกยุนออกจากเขา


ใช่ ทุกคนตรงนี้ต้องรู้ตั้งแต่ได้กลิ่นแล้ว ว่าตอนเขาพูดเขาไม่มีทางกุเรื่องขึ้นมาโกหกได้ เพราะถ้าเขาโกหกกลิ่นมันจะฟ้องอยู่แล้ว แต่เขารู้ว่าคนอย่างซังกยุนไม่อยากยอมรับว่างานมันผิดพลาด และหวังว่าจะได้โทษว่าเป็นความผิดเขา


อัลฟ่าท่าทางอารมณ์ร้อน ถ่มถุยน้ำลายมาโดนรองเท้าเขา


“กูแม่งไม่น่าไว้ใจเอาโอเมก้ามาทำงาน” เส้นบางอย่างในหัวเขาขาดผึง พุ่งเข้าใส่ซังกยุน ในหัวคิดไปว่า อย่าคิดว่าเขาเป็นโอเมก้า แล้วต่อยคนไม่เป็น เขาคว้าคอเสื้ออีกคนไว้แต่ แต่เคนตะ กับอูจิน ก็เข้ามาแยกพวกเขาออก สองเสียงตะโกนบอกให้หยุด แต่เขากับซังกยุนก็ยังพยายามจะมีเรื่องกันให้ได้


“ถึงกูจะได้อะไรออกมา มึงควรมาแบ่งเหรอ หนีหางจุกตูด อัลฟ่าเวร”สิ้นคำ เคนตะถึงปล่อยจากตัวเขา ไปช่วยอูจินรั้งซังกยุนไว้ เพราะซังกยุนท่าทางเอาเรื่อง ถ้าถึงตัวเขา ต้องมีเลือดตกยางออก


 “จีฮุน มึงไป”อูจินเอ่ยไล่ เขารู้ตัวว่ากำลังของโอเมก้ายังไงก็สู้อีกคนไม่ได้ เอาไปแลกคงไม่คุ้ม ถึงเดินถอยหลัง ก่อนกลับตัวก้าวขาเร็วๆออกจากบริเวณนั้น  


 

 

 

 

สุดท้ายแครมบูเลสองชิ้น ก็เติมเต็มกระเพาะแดเนียลได้แค่ชั่วคราว ร่างสูงถึงได้นำมอเตอร์ไซด์ลูกรักออกมาขับรับลมในเวลานี้ ร้านรวงสองข้างทางเริ่มปิดทำการเนื่องจากตอนนี้ก็ดึกพอสมควร ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะหาร้านสะดวกซื้อที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงสักร้าน เพื่อฝากท้องในเวลานี้


แม้เขาจะอยู่บนมอเตอร์ไซด์ที่ความเร็วพอสมควร แต่เขาก็ตาไวพอจะเห็นใครบางคนที่เขาเพิ่งพบเมื่อตอนกลางวัน แม้อีกคนจะสวมฮู้ดขึ้นมาคลุมศีรษะ แต่เขาเชื่อในเซนส์ห่วยๆของตัวเอง ว่าคนที่เพิ่งสวนกันไปคือ จีฮุน


แดเนียลตัดสินใจตีรถกลับ ขับตามโอเมก้าที่ยังเดินอยู่ ก่อนเอ่ยเรียกเพื่อความแน่ใจ


“จีฮุน?”คนที่คาดว่าจะเป็นเจ้าของชื่อหยุดชะงักหันตามเสียงเรียก เขาลดความเร็วลงจนจอดสนิทในที่สุด ถอดหมวกกันน็อคออก พร้อมๆกับอีกคนที่หยุดเดิน


“นายจริงๆด้วย”


“แดเนียล?”อีกคนมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อย ที่บังเอิญพบเขาที่นี่เวลานี้ สองมือยกสอดเข้ากระเป๋าด้านหน้าของเสื้อ พลางก้าวถอยเล็กน้อย เว้นช่องว่างตามประสาคนไม่คุ้นเคย แต่ก็ไม่ได้แสนท่าทางตื่นกลัวแต่อย่างใด โอเมก้าอย่างจีฮุนดูไม่กลัวอะไรนักหรอก ถ้าคิดจากเรื่องเมื่อตอนกลางวัน


“ออกมาทำอะไรป่านนี้”เอ่ยถามเรื่องที่เขาสงสัย เพราะนี่ก็ดึกแล้ว ช่วงเวลาที่คนไม่ได้หิวโซแบบเขาควรจะหัวถึงหมอนเตรียมเข้านอน สังเกตดูสองไม้สองมือของอีกคนก็ไม่พบว่าจะออกมาซื้อของกินกลางดึกแบบเขา


“ไม่ได้ทำอะไร ก็แค่เดิน”จีฮุนยักไหล่


 “งั้นขึ้นมาก่อนดิ จะไปไหนเดี๋ยวไปส่ง”เขาเพยิดหน้าไปด้านหลังที่เบาะยังว่างอยู่ โอเมก้าดูลังเลเล็กน้อย แน่ล่ะ ใครจะอยากไปกับอัลฟ่าแปลกหน้า แต่ตัวเขาเองก็แสดงออกอย่างจริงใจว่าไม่ได้มีประสงค์ร้าย คิดว่าอีกคนคงสังเกตได้เช่นกัน ถึงได้ลดการ์ดลง และเอ่ยตอบเขา


“..ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปไหน”ใบหน้าหวานติดเศร้าทันทีเมื่อพูดจบ งั้นคงแปลได้ว่าอาจจะมีปัญหากับที่บ้าน และกำลังไร้ที่ไป ถึงได้ออกมาเดินเตร็ดเตร่ในเวลานี้คนเดียว เขาไม่คิดจะถามเพื่อตอบย้ำอีกคนถึงสิ่งที่พอคาดเดาได้ จึงเลือกจะเสนอทางเลือกของเขาบ้าง


“เอางี้ คือ มันดึกมากแล้ว นาย... ออกมาเดินแบบนี้มันอันตราย” ตั้งใจเว้นคำว่า นายเป็นโอเมก้า ตรงกลางประโยค ทดเอาไว้ในใจเพราะไม่อยากพูดอะไรที่อาจทำให้คนฟังรู้สึกไม่ดี จีฮุนเงียบเพื่อเปิดโอกาสให้เขาพูดต่อ


“ไปที่บ้านฉันก่อนไหม...”สิ้นคำจีฮุนมีท่าทีตกใจกับสิ่งที่เขาพูด เพราะว่านั่นมันกำลังแปลว่า เขากำลังพาขโมยที่พยายามขึ้นบ้าน ยกเค้าบ้านตัวเอง กลับไปที่บ้านของตัวเอง สายตาของอีกคนมองมาเหมือนกำลังจะตำหนิเขาว่าเสียสติไปแล้วเหรอ แต่ท่าทีสบายๆของเขา และแสดงออกว่าเชื่อใจว่าอีกคนจะไม่ทำเรื่องเมื่อกลางวันอีก ทำให้จีฮุนลดกำแพงลง


 เขายื่นข้อเสนออีกครั้ง


 “น่า ไม่เป็นไรหรอก ถ้านายคิดออกแล้วว่าต้องไปไหน ฉันค่อยออกมาส่ง...โอเคไหม?”ว่าจบเขายื่นหมวกกันน็อคให้คนตัวเล็กกว่า จีฮุนมีท่าทีลังเลอยู่เล็กน้อย แต่สุดท้ายก็รับหมวกกันน็อคจากมือเขาไป


               “งั้น ขอรบกวนหน่อยนะ...”จีฮุนว่าเสียงแผ่ว ก่อนทิ้งน้ำหนัก ซ้อนเบาะหลังมอเตอร์ไซด์ของเขาที่ยังว่าง ไม่ลืมที่จะขยับเว้นระยะห่างออกไปไม่ชิดกับเขาจนเกินไป ก่อนมอเตอร์ไซด์เขา จะทะยานตัวออกไป


 

Tbc.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #30 snownoona (@nnarjs) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 04:54
    แดเนียลล เทอเข้าใจผิดแล้ววว ทั้งขนมและกลิ่นเครมบูเร่นั้นมันของพี่ซองอุน
    เป็นตุเป็นตะว่าเป็นโซลเมทจีฮุนซะงั้นน55555

    ส่วนนี่เขินพี่ซองอูกับจีฮุนมากค่ะ ละมุนอบอุ่นเหมือนในร้านกาแฟจริงๆ
    #30
    0
  2. #21 mmmyyyy (@mmmyyyy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 20:02
    สงสารพี่ซองอุน แต่แบบเขินพี่ซองอูกับจีฮุนมากกก คุณพี่ต้องปราบคนน้องหน่อยนะคะ พยศสุดๆ
    #21
    1
    • #21-1 june_ath (@june_ath) (จากตอนที่ 4)
      4 เมษายน 2562 / 12:51
      ดีใจที่ชอบนะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่าาา
      #21-1
  3. #16 numthanutcha (@numthanutcha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 17:55
    ฮือออ เป็นกริ้ดตรงที่ คนพี่บอกให้น้องใจเต้นๆให้มันเบาๆหน่อย เขารู้กันหมดแล้ว บ้าจริงงงงงง เขินนนนน ตัวจะแตกแล้วค่า ฮือออออออออออออออ พี่ก็รู้นี่ว่าน้องชอบ โอ้ยยย >\\\\\\\\\<
    #16
    1
    • #16-1 june_ath (@june_ath) (จากตอนที่ 4)
      4 เมษายน 2562 / 12:50
      ดีใจที่ชอบนะคะะ ขอบคุณค่ะะะะ
      #16-1
  4. #12 Laimaprang (@maprang190346) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 22:43
    เลือกไม่ได้เลยอ่ะ เป็นกำลังใจให้คุณไรท์นะคะ รอๆ
    #12
    2
    • #12-2 june_ath (@june_ath) (จากตอนที่ 4)
      4 เมษายน 2562 / 12:49
      ใช่แล้วค่าาา ลงเรือลำเดียวกันแล้วนะคะะ
      #12-2
  5. #11 Azaleaaaa (@AzaleaNight) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 06:11
    อมก. ล้อมไปด้วยผุชายแส้บๆ แง
    #11
    1
    • #11-1 june_ath (@june_ath) (จากตอนที่ 4)
      4 เมษายน 2562 / 12:47
      แสงสว่างในความมืดของน้อนน ขอบคุณนะคะ
      #11-1
  6. #10 InaFrame (@framefram) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 02:02
    จะลงเอยกันยังไงเนี่ย
    #10
    1
    • #10-1 june_ath (@june_ath) (จากตอนที่ 4)
      4 เมษายน 2562 / 12:46
      ต้องติดตามแล้วค่า
      #10-1
  7. #9 Lady (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 20:37

    รอไรท์มาต่อนะคะ ????????

    #9
    1
    • #9-1 june_ath (@june_ath) (จากตอนที่ 4)
      4 เมษายน 2562 / 12:46
      มาต่อแล้ววว ขอโทษที่มาช้านะคะ ;;
      #9-1