|| steal. onghoon | danwoon

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 506 Views

  • 31 Comments

  • 81 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    115

    Overall
    506

ตอนที่ 3 : ABO-AU || steal. : ch.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    27 ก.พ. 62

2 

 

ถ้วยเซรามิคสีดำแตกกระจายบนพื้นเย็น ของเหลวร้อนที่อยู่ภายในสาดกระเซ็น กลิ่นของชาอู่หลงกระจายทั่วแผนก เสียงเพื่อนร่วมงานเรียกชื่อเขาดังขึ้นอย่างเป็นห่วงเป็นใย ซองอูทำเพียงยกมือเพื่อบอกว่าเขาไม่เป็นไร เพียงแค่แก้วเซรามิคมันร้อนเกินไป และเขาไม่ระวังเอง ก่อนที่จะขอตัวออกมา เพื่อเรียกคนมาทำความสะอาด 



เมื่อลับสายตาเพื่อนร่วมงาน เขาถึงยกมือยันผนัง ดวงตาพร่า เสียงในหูหวีดหวิว มือใหญ่ถูกยกขึ้นกอบกำเสื้อเชิ้ตบริเวณหน้าอกเบียงไปทางซ้าย ก้อนเนื้อด้านในเต้นระทึก ความหวาดกลัวที่ไม่ใช่ของเขาโถมใส่ 



 

...จีฮุน... 



 

ชื่อของโอเมก้าตัวเล็กก้องเข้ามาในหัว เขาไม่รู้ว่าทำไมต้องเป็นชื่อนี้ เขาไม่สามารถเข้าใจได้ด้วยซ้ำว่ามันมีนัยยะอะไร เขารู้แค่ความกลัวที่เขากำลังรู้สึกอยู่นี้ไม่ใช่ของเขา 



จีฮุนเหรอ?

  

ไวเท่าความคิด เข้าหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา ไล่นิ้วมือหาเบอร์โทรศัพท์ของคนที่เขาคิดว่าน่าจะพึ่งพาได้ นึกขัดใจตัวเองที่ไม่ได้หาทางติดต่อ เด็กนั่น ไว้เลย มือใหญ่กดต่อสายโทรออกหาคนในรายชื่อทันที 



‘มีไร? กูเข้างานอยู่’เสียงปลายสายเอ่ยรับ แต่ก่อนที่เจ้าของธุระจะได้พูดต่อ กลับเป็น มินฮยอนจากอีกฝั่งที่พูดขัดขึ้นก่อน 



‘จีฮุน?’ มินฮยอน เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพศอัลฟ่า ด้วยหน้าที่การงานอาจจะทำให้อีกคนอนุมานได้ดี แต่ก็ไม่แปลก เพราะช่วงหลังมานี้ เขาติดต่อกับมินฮยอนบ่อยครั้ง โดยมีสาเหตุมาจากโอเมก้าเจ้าของชื่อ เมื่อมินฮยอนรู้จุดประสงค์ในการโทรมาของเขา ซองอูจึงไม่สาธยายอะไรให้มากความ พูดตรงเข้าประเด็นที่ต้องการทันที 



“ช่วยดูหน่อย วันนี้มีใครมาแจ้งอะไรที่มีชื่อนี้ไหม?” 



‘เฮ้ ไอ้เพื่อนอง  กูไม่ใช่ศูนย์แจ้งเด็กหายนะ เผื่อลืม’ ปลายสายสวนกลับด้วยถ้อยเสียงทีีเล่นทีจริง แต่เจ้าของธุระเหมือนจะไม่ได้มีแก่ใจจะคุยเล่นด้วยเสียเท่าไหร่ ซองอูตอบกลับเสียงแข็ง 



“เออน่ะ ดูให้กูหน่อย”อัลฟ่าถือสายรออยู่สักพักใหญ่ ก่อนอีกคนจะตอบกลับมาว่า ไม่พบว่าจีฮุนไปก่อเรื่องอะไร เจ้าโอเมก้าไม่ได้มาที่โรงพัก ได้ยินเช่นนั้นเขาก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง 



‘มีไรวะ มึงดูไม่โอเค’ สมแล้วที่อีกคนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้ในเมืองนี้จะไม่ได้มีคดีความใหญ่โต หรือ คดีฆาตกรรมให้อีกคนได้โชว์ออฟ แต่ดูเหมือนเซนส์ของเพื่อนเขาจะดีใช่ย่อย แค่ฟังจากน้ำเสียงก็รับรู้ได้ว่าเขากำลังมีปัญหา 



“ไม่รู้ดิ...”เขาหมายความเช่นนั้น เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้เหมือนกันว่าตามหาจีฮุนทำไม ตอนนี้เขาแค่อยากรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน ทำอะไร ยังดีอยู่หรือเปล่า สิ้นคำตอบเขาได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากปลายสาย บอกว่าตนต้องไปทำงานต่อ และพูดทิ้งท้ายเพื่อหาหนทางช่วยบรรเทาความกระวนกระวายใจของเขา 



‘เอางี้ มึงลองโทรไปหาพี่ซองอุนไหม? เผื่อจะไม่ได้โผล่ที่นี่ แต่ไปโผล่ที่พี่เขา’เจ้าหน้าที่หนุ่มเอ่ยแนะนำ ซองอูพยักหน้ารับแม้อีกฝ่ายไม่เห็น คนที่ใช้ชีวิตโลดโผนอย่างจีฮุน ดูท่าว่า ถ้าไม่อยู่โรงพัก ก็คงไปโผล่ โรงพยาบาล เขาเอ่ยของคุณมินฮยอน ก่อนกดวางสาย  



มือใหญ่เลื่อนหารายชื่อในสมาร์ทโฟนต่อทันที หน้าจอสี่เหลี่ยมขึ้นรายชื่อคนที่เขาคุ้นเคยอย่างดี เป็นเบอร์ที่เขาติดต่อบ่อยครั้งในช่วงหนึ่ง แม้ระยะนี้จะห่างหายจากการติดต่อไป แต่ก็ยังเป็นเบอร์ที่เขาไว้ใจได้เสมอ  



ชื่อของ ฮาซองอุนที่ต่อท้ายด้วยอีโมจิรูปก้อนเมฆ 



เจ้าของชื่อไม่ปล่อยให้เขาถือสายรอนาน เสียงใสจากปลายสายก็ตอบกลับมา 



‘ว่าไง?’ 



“พี่...จีฮุนอยู่ที่โรงพยาบาลหรือเปล่า?”ซองอูเอ่ยถามอีกคนทันที  



พี่ซองอุนเป็นนักจิตบำบัดที่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าโอเมก้ารุ่นพี่ตัวเล็กจะให้คำตอบเขาได้หรือไม่ ชื่อของจีฮุนเป็นชื่อที่คนใกล้ตัวเขาพอจะรู้บ้างว่า เป็นคนๆหนึ่งที่เข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ตัวเขาในช่วงนี้ โดยที่ไม่มีใครเคยถามถึงสถานะระหว่างเรา 



‘หืม? ตอนนี้พี่ไม่ได้อยู่ที่โรง’บาลอะ... นายโอเคนะ?’สมแล้วที่เป็นนักจิตบำบัด ไม่สิ สมแล้วที่เป็นพี่ซองอุน เช่นเดียวกับมินฮยอน อีกคนจับน้ำเสียงเขาได้ทันที แต่เพราะเป็นพี่ซองอุนเขาถึงกล้าที่จะเล่ามากกว่า 



“ผมไม่รู้เหมือนกัน แค่ รู้สึกไม่ดี...” 



‘ไม่ดียังไง เล่าได้ไหม?’น้ำเสียงสบายๆ ลอดผ่านสาย ทำให้เขารู้สึกเบาใจขึ้น อีกคนเงียบเพื่อรับฟังสถานการณ์ในฝั่งของเขา เพราะด้วยอาชีพ หรือนิสัย หรืออะไรก็ตามในตัวพี่ซองอุน ทำให้เป็นเรื่องง่ายที่เขาจะเปิดใจเล่าสิ่งที่ตัวเองประสบอยู่ให้อีกคนรับฟัง

   

“ผมรู้สึกกลัว แต่เหมือนว่า ความกลัวมันไม่ใช่ของผม...” 



‘ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นหรือยัง หรือว่ายังกลัวอยู่’ปลายสายถามต่อตามประสานักจิตวิทยา คำถามนั้นทำให้เขากลับมาสังเกตตัวเอง ว่าความรู้สึกนั้นไม่ได้รุนแรงเหมือนก่อนหน้า ความกลัวค่อยๆทุเลาลง แต่อาจเพราะเขายังไม่ได้คำตอบที่ต้องการ ว่าจีฮุนอยู่ที่ไหน จึงทำให้ความรู้สึกนั้นตกตะกอนเป็นความไม่สบายใจ 



“ดีขึ้นแล้วครับ แต่ว่า มัน..เหมือนไม่สบายใจ” 



‘โอเค พี่จะรีบตามให้นะ ยังไงเดี๋ยวข้อความไปบอก’ แต่ก่อนที่อีกคนจะตัดสาย เป็นอัลฟ่าที่เอ่ยขัดขึ้นก่อน 



“เดี๋ยวพี่ ...”ปลายสายเงียบเพื่อให้เขาพูดต่อ 



“ถ้าพี่เลิกงานแล้ว มาหาหน่อยได้ไหม?”ปลายเสียงคล้ายเว้าวอน แต่โทนเสียงของอัลฟ่าอาจทำให้อีกคนเข้าใจว่ามันเป็นคำสั่งได้ ซองอุนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยตอบ  



‘...ได้ดิ เจอกัน...’ 



“ครับ เจอกัน..” 

 

ปลายสายตัดไป เขายืนนิ่งอยู่ตรงที่เดิมครู่หนึ่ง  



 

เจ้าเด็กโอเมก้า นายอยู่ที่ไหนกันแน่นะ... 



 

 

 

“...จีฮุน?...”อัลฟ่าร่างสูงว่าพลางขยับตัวขึ้นยืนบนเข่า คลายจากการจับกุมโอเมก้าตัวเล็กตรงหน้า อีกคนตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด แน่ล่ะ ร้อยทั้งร้อยของโอเมก้าที่โดนกดลงพื้น ต่อให้ใจแข็งแค่ไหน ก็ต้องตื่นกลัว ยิ่งในกรณีที่โดนจับได้หลังจากขึ้นมายกเค้าบ้านคนอื่นเช่นนี้ ไม่ต้องได้กลิ่น เขามองแววตาก็รู้ว่าอีกคนกำลังตระหนก 



แดเนียลเหลือบมองกระเป๋าเป้ที่เหมือนจะบรรจุของบางอย่างไว้ มือใหญ่ยื้อแย่งกระเป๋าใบที่ว่าทันที เมื่อตรวจดูก็พบหลักฐานชิ้นสำคัญ ทั้งนาฬิกา ทอง และแหวน แดเนียลมององค์ประกอบของภาพตรงหน้า ข้าวของบ้านเขาในกระเป๋าโอเมก้าที่ไม่ใช่คนในบ้าน แต่งกายปิดหน้าปิดตา  ร้อยทั้งร้อยคนตรงหน้าต้องเป็นขโมยแน่นอน ปัญหามันอยู่ที่ใบหน้าของขโมยตัวเล็กนี่สิ  



...พัคจีฮุน...เพื่อนเล่นของเขาในวัยเด็ก...จำได้ไม่แน่ชัดว่า เรามาเป็นเพื่อนกันได้ยังไง แต่ความทรงจำของเขาไม่ใช่เรื่องโกหกแน่ๆ แม้เวลาจะผ่านไปนานจนเขาลืมว่ากลิ่นประจำตัวของอีกคนคือกลิ่นอะไร นานจนแม้กระทั่งตัวเขาเองก็สูญเสียประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นไปแล้ว แต่ใบหน้าของจีฮุน ไม่ใช่ใบหน้าที่ใครจะลืมได้ง่ายๆ 



 

ไม่มีใครลืมรักครั้งแรกได้หรอก จริงไหม? 


 

“ฉันแดเนียลไง...”เขาแนะนำตัวเอง เขาไม่ลืม มันใช่ว่าจีฮุนจะไม่ลืม เขาถอยตัวออก ยกมือขึ้นตรงหน้าตัวเองทั้งสองข้าง บอกอีกคนเป็นนัยว่าเขาไม่ได้จะทำร้าย นั่นทำให้ท่าทางตื่นกลัวของจีฮุนทุเลาลง คนตัวเล็กพยักหน้ารับรู้ ก่อนที่ต่างคนก็ต่างเงียบ เพราะไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรไปต่อกับสถานการณ์ตรงหน้า แจ้งตำรวจเหรอ? แต่นี่เพื่อนเขา แถมอีกคนยังไม่ได้อะไรไปสักชิ้น ขณะนั้นเอง เขาเห็นรอยช้ำตรงโหนกแก้มของอีกคน ไวเท่าความคิด เขาเอื้อมมือไปจับบริเวณนั้น จนจีฮุนนิ่วหน้า แต่ก็ยังนิ่งราวกลับถ้าขยับนิดเดียวเขาจะกระโจนใส่อีกรอบ 



วินาทีนั้น เขาอยากรู้ขึ้นมาว่า ระหว่างที่เขาไปอยู่ต่างประเทศ อะไรกันที่พาชีวิตของคนคนนี้มาอยู่ตรงจุดนี้ 



“...มีคนอยู่หน้าบ้าน”เป็นคำแรกที่จีฮุนพูดขึ้น ท่าทางตื่นตระหนกขึ้นมาอีกครั้ง มองซ้ายมองขวาราวกับหาทางหนีทีไล่ แดเนียลเอะใจขึ้นมาว่าทำไมคนตรงหน้าถึงประสาทการรับรู้ไวถึงขนาดนั้น ก่อนจะมานึกได้เองว่า อาจจะไม่ใช่เพราะจีฮุนจมูกไว แต่มันเป็นเพราะเขาไม่ได้กลิ่นอะไรเลยต่างหาก ทำให้ไม่รู้ว่ามีใครอยู่ที่หน้าบ้าน  



“นายรีบไปเหอะ...”อัลฟ่าว่าพลาง รื้อนาฬิกาหลายเรือนออกมาจากกระเป๋า และสิ่งของอื่น ก่อนยัดกระเป๋าใบแฟ่บใส่อกอีกคน เขายึดของส่วนตัวของโอเมก้าไว้ไม่ได้ เพราะมันจะทิ้งกลิ่นประจำตัวที่ติดมา และแน่นอนพ่อเขาเป็นอัลฟ่าที่ยังจมูกใช้การได้ แถมจมูกไวกว่าชาวบ้านชาวเมืองเขาอีกต่างหาก 



เขานำทุกอย่างที่หยิบออกมาจากกระเป๋าอีกคน ยัดลงใส่ชั้นใส่ของสักชั้นแถวนั้น ไว้ค่อยหาจังหวะนำมันไปคืนที่ 



หางตาเขาเห็นโอเมก้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาจึงใช้ความว่องไวของอัลฟ่าฉุดแขนรั้งอีกคนเอาไว้  



“สัญญาได้ไหม ว่าจะต้องได้เจอกันอีก...”สิ้นคำโอเมก้าได้แต่เงียบ อึกอักไม่ให้คำตอบเขา แดเนียลจึงเอ่ยย้ำ 



“สัญญาสิ”ขณะที่เขาพูดอยู่นั้นเอง เขาได้ยินเสียงเรียกของบิดาดังขึ้น จีฮุนรีบพยักหน้ารัวรับคำ  



“ได้ๆ ฉันสัญญา” 



สิ้นคำสัตย์เขาถึงได้ปล่อยอีกคนไป เห็นคนตัวเล็กยันตัวเองขึ้นปีนข้างกำแพงหลังบ้านเขาอย่างคล่องแคล่ว คนตัวเล็กที่นั่งคร่อมอยู่บนขอบกำแพงหันมาหาเขา ขยับปากพูดบางอย่างที่เขาอ่านได้ว่า ขอบคุณนะ ก่อนร่างเล็กจะกระโดดหายเข้าไปในพื้นที่รกร้าง  

 

คล้อยหลังของอีกคนไป แดเนียลรู้สึกตกใจเล็กน้อย ที่อยู่ๆก็เหมือนกับจมูกของเขาได้กลิ่นบางอย่าง กลิ่นของขนม ที่มีส่วนผสมของ วานิลา ครีม ไข่ และ นม เป็นคาราเมลคัสตาร์ด แฝงด้วยกลิ่นชวนน้ำลายสอ จากผลไม้รสเปรี้ยวจำพวกเบอร์รี่ เหมือนแคลมบูเล ที่ด้านบนเป็นหน้าน้ำตาลไหม้ ตกแต่งด้วยเบอร์รี่สีสด  



เขาสะบัดหัวไล่ความคิด ประสาทการรับกลิ่นของเขาเพิ่งมาบอดสนิทเมื่อไม่กี่เดือนก่อน การรักษาด้วยยากระตุ้นต่างๆไม่เป็นผล สุดท้ายพ่อเขาจึงตัดสินใจพากลับมาที่บ้านเกิด เมื่อไม่เห็นวี่แววว่าสิ่งที่เขาเป็นมันจะหายขาดได้  



เป็นอัลฟ่าจมูกดับ ก็ไม่ได้แย่อะไร เว้นก็แต่ว่าพอไม่ได้กลิ่นมันก็พลอยจะกินอะไรก็ไม่อร่อยไปด้วย 



แต่กลิ่นขนมหอมหวานนี่มาจากไหนกันล่ะ หรือจมูกเขาจะเพี้ยนไปเอง



.

.

.

 

ซองอุนเดินตามอัลฟ่าวัยกลางคนเจ้าของบ้าน มองโดยรอบดูเหมือนบ้านนี้จะขนาดใหญ่จนดูว้าเหว่วังเวงเกินไปสำหรับการอาศัยอยู่สองคน แต่เขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไร คุณคังเป็นเจ้าของธุรกิจส่งออกรายใหญ่ ปลูกบ้านอยู่ในเขตอัพทาวน์ แถมยังลือกันว่านี่เป็นเพียงบ้านที่ปลูกไว้ให้ลูกชายพักร้อนเท่านั้น ตัวคุณคังมาอยู่บ้างเป็นครั้งคราว และก็ไม่แปลกอะไรที่คนคนนี้จะดึงตัวนักจิตวิทยาคลินิกอย่างเขา ออกมาในเวลางานเพื่อทำตามใจตนเอง และเขาก็ไม่มีสิทธิพูดอะไร เพราะเบื้องบนก็กำกับเขาลงมาอีกที 



ลูกชายของคุณคัง ชื่อ แดเนียล ดูชื่อแล้ว อาจเป็นเด็กฝรั่งหัวทอง เพศอัลฟ่า เห็นว่าอายุสิบแปดในปีนี้ คุณคังเอ่ยเรียกลูกชายทันทีที่เดินเข้ามาในตัวบ้าน เพราะเห็นรถอีกคันจอดอยู่ก่อนแล้ว  



“แดเนียล อยู่นี่เอง ฉันเรียกแกตั้งนาน” 



ผิดคาดจากเด็กฝรั่งหัวทองไปนิด แต่ก็ตัวสูงใหญ่สมเป็นอัลฟ่า ผมสีน้ำตาลบลอนด์รับกับดวงตาคมสีน้ำตาลเข้ม มีตำหนิจุดเล็กๆที่ใต้ตาด้านขวา แต่เขาต้องหลบสายตาทันทีเมื่ออีกฝ่ายจ้องมาอย่างตั้งคำถามว่าเขาเป็นใคร มันจะเป็นการเสียมารยาทเกินไปหน่อยถ้าเอาแต่จ้องคนที่เพิ่งเจอหน้ากันเช่นนี้ เป็นคุณคังที่เอ่ยแนะนำตัวแทนเขา 



“นี่ คุณหมอซองอุน ต่อไปนี้เขาจะมาช่วยดูแก”สิ้นคำ อัลฟ่าหนุ่มถึงมองคุณหมอที่ว่าหัวจรดเท้า จริงๆให้เรียกว่าเป็นหมอเลยก็ไม่ใช่สักทีเดียว เขาเป็นนักจิตวิทยา ไม่ใช่จิตแพทย์ที่เรียนต่อเฉพาะทาง แต่เขาก็ทำงานประจำในโรงพยาบาล และอาจเพราะผมเขาสีน้ำตาลโทนเข้ม ใส่แว่นสายตาหนาเตอะ เดินป้วนเปี้ยนในวอร์ดคุยกับคนไข้ อยู่แต่ในตึกจนตัวขาววอก คนทั่วไปก็เหมารวมเรียกเขาว่าหมอไปด้วย 



“พ่อ พอเหอะ หามากี่หมอแล้ว มันดีขึ้นไหมล่ะ”เขาจับกระแสความไม่พอใจได้จากน้ำเสียงของอีกคน คนลูกที่ถอดแบบมาจากอัลฟ่าคนพ่อดูพร้อมจะแรงใส่ ส่วนคนพ่อก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเข้มข้นในปริมาณเท่ากัน   



“แดน ที่แกเป็นมันอาจจะเป็นปัญหาทางใจ นี่พ่อก็เลยพานักจิตบำบัดมาให้” 



“อย่าทำมาเป็นห่วงหน่อยเหอะ ถ้าอยากคุยกับหมอนักพ่อก็คุยเองดิ!” 



“ให้มันมีเหตุผลหน่อย แดน! แก่ไม่ใช่เด็กแล้วนะ!”  



“พ่อก็แก่เกินจะมายุ่งเรื่องของผมแล้ว!”ภาพตรงหน้าเขาเหมือนเห็นราชสีห์สองรุ่นกำลังขับเคี่ยวกัน ส่วนเขาเป็นแค่หนูตัวเล็กๆที่บังเอิญมายืนอยู่ตรงนี้ กลิ่นอายของสองอัลฟ่ายิ่งกดเขาให้เหลือตัวเล็กกว่าที่เป็น แม้ปกติแล้วโอเมก้าจะไม่ได้กลิ่นที่นอกเหนือจากประสาทการรับกลิ่นปกติ แต่รัศมีของอัลฟ่ายังไงก็มีผลกับโอเมก้าอย่างเขาเสมอ เหมือนเขาเห็นสายตาของอัลฟ่าหนุ่มมองมาที่เขาเพียงหนึ่งกระพริบตา ก่อนที่คนตัวสูงจะหมุนตัว ขายาวๆนั้นจ้ำขึ้นบันไดไป  



“แดเนียล คังแดเนียล!”เสียงที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจตะโกนไล่หลัง แต่ดูไม่ได้ผลกับอัลฟ่าหนุ่มเลือดร้อนสักนิด เสียงเดินขึ้นบันไดเงียบลงชั่ววินาที ก่อนตามด้วยเสียงปิดประตูปังใหญ่ 



“คุณคังครับ ไม่เป็นไรครับ”เขารวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้น เจ้าของบ้านที่หันมาเห็นเขาหดเหลือสองนิ้ว จึงใจเย็นลงก่อนพูดต่อ  



“ขอโทษด้วยนะ เดี๋ยวไปตามมันลงมา” 



“ไม่เป็นไรครับ การทำจิตบำบัด ถ้าอีกฝ่ายไม่พร้อมเปิดใจคุย มันก็ไม่มีความหมาย”เขาหมายความเช่นนั้น การทำจิตบำบัดก็ไม่ต่างอะไรกับการพูดคุยกันเพื่อหาสาเหตุของปัญหา เท่าที่เขารู้ข้อมูลของแดเนียลคร่าวๆคือ อีกคนมีปัญหาเรื่องประสาทการรับกลิ่น ซึ่งแต่ละกลิ่นที่เคยรับได้ค่อยๆหายไป ตั้งแต่ 7- 8 ขวบ ใช้เวลากว่าสิบปี ถึงดับสนิท ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุหรืออะไรที่กระทบกระเทือนสมอง ไม่เคยผ่าตัดที่มีความเสี่ยงกับระบบที่ว่า  อยู่ๆมันก็หายไปเฉยๆ ลองรักษามาหลายรูปแบบ ดูเหมือนการบำบัดทางจิตจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ที่เจ้าตัวไม่ได้เลือกเอง 



คนเป็นพ่อได้แต่ส่ายหน้ากับการกระทำที่ไม่รู้จักโตของลูกชาย แต่เขาก็เห็นสีหน้ากังวล และความเป็นห่วงเป็นใยจากอีกคนได้อย่างดี 

 

“คุณคังไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวเราค่อยลองหาทางอื่นกัน”อัลฟ่าวัยกลางคนเอ่ยขอโทษเขาอีกครั้ง ที่ทำให้เสียเวลามาถึงนี่เพื่อมาเจอลูกชายเขาทำตัวเอาแต่ใจตัวเอง โอเมก้าโค้งกลับอย่างไม่ถือสา เขาเคยเจอคนไข้มาหลายรูปแบบ แดเนียลไม่ใช่แบบที่กู่ไม่กลับ เขาคิดว่ายังพอมีหวังที่จะได้พูดคุยกับอัลฟ่าตัวสูง 



ก่อนเขาจะขอตัวกลับ ก็นึกขึ้นได้ ว่ามีถุงใส่ขนมในมือ ขนมหวานจากร้านขนมฝรั่งเศสชื่อดังที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโรงพยาบาลที่เขาทำงานอยู่นัก พอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นวัยรุ่นอายุย่างสิบแปดปี เขาถึงได้หยิบขนมติดไม้ติดมือมาฝาก แม้อีกคนจะดูไม่เด็กแล้วก็ตาม แต่อย่างน้อยของหวานอย่างแครมบูเลคงไม่มีใครต่อต้านได้ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่  



“ออ อันนี้ซื้อมาฝากคุณคังกับน้องน่ะครับ ยังไงให้กินอะไรหวานๆเผื่อจะอารมณ์ดีขึ้น แล้วค่อยๆคุยกันนะครับ”สิ้นคำเขาจึงเอ่ยขอตัวกลับ 

 



 

จีฮุนเดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนน กระชับเสื้อฮู้ดสีดำ จิปากอย่างขัดใจเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น กระป๋องเครื่องดื่มวางเปล่าที่ถูกทิ้งขวางทางเดินเขาชวนให้อารมณ์เสียจนอดไม่ได้ที่จะยกเท้าขึ้นเตะมันออกไปให้พ้นหูพ้นตา เจ้ากระป๋องไร้ค่าถึงกระเด็นกระทบผนังไปตกอยู่หน้าร้านนาฬิกาที่เขามาแวะเวียนมาอยู่ทุกวัน 



แต่วันนี้เขาทำได้เพียงมองผ่านหน้ากระจกร้าน มองภาพสะท้อนน่าเวทนาของตัวเอง แค่นาฬิกาเรือนเดียวก็ยังหาเงินมาซื้อไม่ได้ …ไม่สิ ก็ไม่มีปัญญาหาเงินอย่างถูกวิธีมาซื้อได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นอาจจะดีอยู่แล้วที่มันจะตั้งโชว์อยู่ที่เดิม ในที่ในทางของมัน  



นึกถึงนาฬิกาหรูหรายี่สิบเรือนในลิ้นชักของบ้านที่เขาเพิ่งหนีออกมา รู้เช่นนี้ยังไงคงจะหยิบติดมือมาให้ได้สักเรือน บ้านนั้นคงขนหน้าแข้งไม่ร่วง  



“เฮ้! นาย!”เสียงทุ้มดังขึ้น จนเด็กหนุ่มต้องหันไปมอง  



“พัคจีฮุน!”เจ้าของชื่อสะดุ้งสุดตัว เมื่อพบว่าเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อเขาไม่ใช่ของใครที่ไหน แต่เป็นของนายตำรวจ ฮวังมินฮยอน แม้ตอนนี้อีกคนจะอยู่ในชุดเครื่องแบบแค่ครึ่งท่อน แต่เขาก็จำใบหน้าของคุณตำรวจคนนี้ได้ดี 



สัญชาตญาณบอกเขาให้กลับตัววิ่งทันที  



 

…ไหนว่าจะปล่อยไปไง คังแดเนียล…  



 

แต่ในบันดาลอัลฟ่าที่เขาเคยได้พบเจอมา มินฮยอนเป็นหนึ่งในอัลฟ่าที่ขายาวพอจะตามเขาทันได้ไม่ยากเย็นนัก ไม่ทันได้ตั้งตัว หมวกเสื้อฮู้ดของเขาก็ถูกดึงจนรั้งที่ลำคอ ทุกคนเป็นอะไรนักชอบดึงหมวกเขาเหมือนดึงหนังคอแมว จีฮุนสัญญากับตัวเองว่าถ้ารอดจากตรงนี้ได้ เขาจะเอาเสื้อตัวนี้ไปเผาให้สิ้นซาก 



“ปล่อย! เราไม่ได้ขโมยอะไรมาสักหน่อย!”โอเมก้าเจ้าปัญหาโวยวายทันที พยายามดิ้นหนีจากการจับกุม กลิ่นอะดรีนาลีนหลั่งกระจายออกรอบๆตัว จนมินฮยอนต้องยู่หน้า และพยายามพูดอย่างใจเย็นไม่ให้อีกคนเตลิดไปมากว่านี้ 



“เฮ้ๆ ใจเย็น ไม่ได้จะมาจับนาย” 



“ไม่จับอะไรล่ะ ก็จับอยู่นี่ไง”คนที่โดนหิ้วคอ ทั้งผลักทั้งดันเขา จนเริ่มจะเจ็บตัว ตำรวจหนุ่มพาลคิดถึงคดีลักเล็กขโมยน้อยที่คนตรงหน้าช่างสรรหาเรื่องมาทำเหลือเกิน แต่ก็ได้ไอ้เพื่อนรักของเขาคอยปกป้องทุกที ซองอูคอยมาไกล่เกลี่ยปัญหา ดูแลยิ่งกว่าผู้ปกครองแท้ๆ แต่เด็กนี่ก็ยังหาเรื่องมาให้ชาวบ้านเขาเดือดร้อนได้ทุกวัน  



“ซองอูถามหานาย”สิ้นคำนั่นแหละเด็กหนุ่มถึงหยุดดิ้น อัลฟ่าจึงปล่อยอีกคนยืนด้วยขาตัวเอง จีฮุนนิ่งไปเหมือนใช้ความคิด ดวงตาสีกาแฟคั่วอ่อนมองมาเขาอย่างไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน  



“เหรอ พี่ซองอูถามหาเราเหรอ? 



“จะโกหกทำไมล่ะ”เมื่อตรวจสอบไม่พบกลิ่นว่าคุณตำรวจตรงหน้าโกหก รอยยิ้มเล็กๆถึงปรากฏบนใบหน้าหวาน เด็กหนุ่มออกตัววิ่งทันที ไม่ลืมจะหันมาโบกไม้โบกมือ เอ่ยตะโกนของคุณคุณเจ้าหน้าที่  



 

ก้อนเนื้อในอกเต้นอย่างลิงโลด เขาตัดสินใจแล้วว่าวันนี้เขาจะไม่รอเวลาหกโมงเย็น จีฮุนก็พอจะรู้ว่าอัลฟ่าอีกคนทำงานอยู่ที่ไหน คงจะไม่เป็นไรถ้าอยู่ๆเขาก็โผล่ไป  



ใช้เวลาเดินทางไม่กี่อึดใจ เขาก็มาถึงที่หมาย ตึกสูงระฟ้าใจกลางเมืองใหญ่ ด้านใต้บริเวณที่ติดถนนของมันเป็นร้านกาแฟแบรนด์ดัง อยู่ห่างจากที่เขายืนอยู่เพียงหนึ่งสัญญาณไฟข้ามถนน และบังเอิญว่าคนที่เขาอยากเจอนั้น อยู่ในร้านอยู่ก่อนแล้ว เขามองผ่านกระจกใส เห็นร่างสูงนั่งหลังเหยียดตรง จดจ่อที่เครื่องดื่มตรงหน้า จนไม่ทันสังเกตเขาที่อยู่อีกฝั่งถนน เรียกรอยยิ้มขึ้นมาประดับใบหน้าหวานได้  



สัญญาณไฟจราจรไม่กี่วินาที แต่มันกลับนานเกินใจคนรอ แต่ก่อนที่สัญญาณข้ามถนนจะเป็นสีเขียว โอเมก้ากลับสังเกตเห็นว่า ที่นั่งตรงข้ามของอีกคน ไม่ได้ว่างอย่างที่มันควรเป็น มันกลับถูกจับจองด้วยคนตัวเล็กอีกคน  



ใบหน้าน่ารัก และผิวที่ขาวดุจน้ำนม คือสิ่งแรกที่เขาเห็น แม้อีกคนจะใส่แว่นหนาก็แต่ไม่ได้ทำให้ดูดีน้อยลงเลย 

การแต่งตัวสะอาดสะอ้าน ดูมีการศึกษา ราวกับเป็นโอเมก้าที่เกิดมาจากคนละโลกกับเขา  



มือเล็กๆ เอื้อมสอดกับมือใหญ่ของคนที่นั่งตรงข้าม อย่างสนิทชิดเชื้อเกินกว่าเป็นเพียง คนรู้จัก 



 

...เขาเพิ่งรู้ว่า ใจหาย เป็นเช่นนี้ ... ใจหายไปจากอกเขาในเวลานั้น... 



 

 

 

ซองอูหันไปออกนอกกระจก มองอีกฝั่งถนน สัญญาณไฟข้ามถนนเปลี่ยนเป็นสีเขียว ผู้คนที่ยืนอยู่ริมฟุตปาธก่อนหน้า เดินสวนกันไปมาขวักไ่ขว่ อยู่ๆสายตาเขากลับกวาดมองหาใครบางคนที่ช่วงนี้ดูจะเข้ามามีอิทธิพลในหัวเขาเหลือเกิน 



...เขาคงรู้สึกไปเอง... 



มือเรียวเล็กของรุ่นพี่นักจิตบำบัดยังคงกุมมือของเขาเอาไว้บนโต๊ะ ออกแรงบีบเบาๆ เพื่อให้เขาสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ก่อนโอเมก้าตัวเล็กจะเอ่ยถาม 



“อาการมันกลับมานานหรือยังซองอู” 



เขายกมือข้างที่เป็นอิสระจากการกอบกุมขึ้นกดหัวคิ้วตัวเอง สัมผัสจากมือของโอเมก้าบนมือเขา ชวนให้รู้สึก 



เหมือนมือเขาหลุดหายไปจากข้อมือ กลิ่นหอมหวานของแคลมบูเล ที่เขาแน่ใจว่าไม่ได้มาจากตู้ขนมในร้านทำเขารู้สึกคลื่นเหียน แม้พี่ซองอุนจะเป็นโอเมก้าที่เขารู้จักดี และอีกคนไว้ใจได้ แถมยังเคยเป็นคนที่ขยับความสัมพันธ์เป็นเหนือกว่าคนใกล้ชิดไปหนึ่งขั้น แต่การถูกสัมผัสโดยโอเมก้า ยังทำให้เขาหน้ามืด วินเวียน เหงื่อแตกซิกลงมาตามไรผม แม้เครื่องปรับอากาศในร้านนี้ยังทำงานอยู่ก็ตาม  



 

...ซองอูเป็นอัลฟ่า...แต่เขาหวาดกลัวทุกครั้งที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโอเมก้า... 



 

เช่นนั้น เพดานความสัมพันธ์ของเขากับนักจิตบำบัดตรงหน้าถึงไปไกลสุดได้แค่เป็นพี่น้องคนสนิทเท่านั้น  



“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็เพิ่งกลับมาเป็นช่วงนี้...”มือใหญ่ถูกดึงออกจากการกอบกุมเมื่อถึงขีดจำกัด ซองอุนยินยอม 

ให้อีกคนถอนมือออกแต่โดยดี เมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของอัลฟ่าตรงหน้า 



ซองอูเคยเป็นคนไข้ของเขา บำบัดกันอยู่พักใหญ่ จนอาการดี สามารถใช้ชีวิตประจำวันคลุกคลีกับโอเมก้าได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ คิดว่าจะบำบัดจนหายแล้ว แต่อยู่ๆ ไอ้อาการกลัวโอเมก้าก็แวะกับมาทักทายเสียอย่างนั้น เป็นไปได้ว่า อาจมีบางอย่างกลับมากระตุ้น สะกิดโดนสิ่งที่อยู่ในใจของซองอู 



“จีฮุนเหรอ?”โอเมก้าตัวเล็กเอ่ยถาม แต่กลับได้คำตอบมาเป็นคำถามเช่นกัน 



“พี่เชื่อเรื่องโซลเมทไหม?”คนได้ฟังคำถามทำหน้าคิด มองแววตาสีรัตติกาลไม่มีแววล้อเล่น ซองอุนเลือกตอบตามความคิด  



“ก็เคยได้ยินมาบ้างนะ แต่มันยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์...แต่ก็อาจจะมีจริงๆก็ได้” 



โซลเมท คือ คู่ชีวิต ที่มีสารบางอย่างที่โซลเมทสามารถรับรู้ร่วมกันได้ ส่วนมากอัลฟ่าที่มีประสาทสัมผัสดีกว่ามัก 

จะเป็นคนที่รู้ตัวก่อนเสมอเมื่อเจอกับคู่ กลับกันในด้านของโอเมก้าที่มีประสาทสัมผัสที่อ่อนกว่า จะรับรู้ถึงตัวตนของอีกคนได้ก็ต่อเมื่อ ผ่านการทำพันธะโดยการกัดตรงบริเวณด้านหลังของลำคอ แล้วชั่วชีวิต โซลเมทก็จะไม่แยกจากกันอีก 



 

ถ้ารักกันตราบชั่วฟ้าดีสลายก็เป็นเรื่องที่ดี  



 

แต่ถ้าตรงกันข้ามก็ไม่ต่างจากการถูกขังไว้ในกรงทองที่ไร้ทางหนี   



 

“ทำไมอยู่ๆก็ถาม?”โอเมก้าตัวเล็กถามกลับ อัลฟ่าหนุ่ม เสตามองออกไปยังริมถนนอีกครั้ง อยู่ๆดวงใจที่อยู่ในอกก็หายวับไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ 



 

“ผมรู้สึกถึงเขาได้...”โอเมก้าคู่สนทนาเงียบเพื่อเปิดโอกาสให้อีกคนพูดต่อ 



 

“จีฮุนน่ะครับ...”ซองอุนได้ยินชื่อของเด็กคนนี้เป็นรอบที่สองของวัน เขาพอรู้มาบ้างว่าช่วงนี้ มีใครเขามาปรากฏในชีวิตของอีกฝ่ายบ้าง เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าอีกคนมีอยู่ในสถานะอะไร แม้ว่าจมูกของโอเมก้าไม่สามารถได้กลิ่นของโอเมก้าด้วยกัน แต่เขาก็พอจะรู้ว่าห้องของซองอูไม่ได้มีผู้อาศัยประจำแค่รายเดียว แต่ยังมีใครอีกคนที่เข้าๆออกๆห้องของซองอูได้ 



โดยปกติ อัลฟ่าจะหวงอาณาเขต การเปิดรับคนนอกให้เข้ามาใกล้ชิดสนิทสนมก็คงแปลไปได้ไม่กี่อย่าง.. 



 

“นายหมายความว่า...” 



 

“ครับ ผมคิดว่า...”ซองอูหยุดพูดเล็กน้อย สูดหายใจเข้าปอด ก่อนถอนมันออกมาเฮือกใหญ่ วินาทีถัดมาจึงตัดสินใจพูดสิ่งที่ตนเองคิด 



 

“จีฮุนอาจจะเป็นโซลเมทของผม...” 



 

 

Tbc. 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #29 snownoona (@nnarjs) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 23:41
    น่าสนใจมากเลยค่ะที่พี่ซองอูมีอาการหวาดกลัวโอเมก้า ถึงขั้นคลื่นเ-ยนเวียนหัว
    อยากรู้เลยค่ะว่าเกิดจากวาเหตุอะไร
    ไม่รู้ตอนนี้คนน้องหนีหายไปไหนแล้ว จะเข้าใจผิดยังไงบ้าง ไม่อยากให้เค้าห่างกันนานเลยค่ะ
    ส่วนแดน การที่แดนได้กลิ่นพี่ซองอุน พี่เค้าก็น่าจะเป็นสิ่งพิเศษในชีวิตแดนเหมือนกันนะ อยากให้เปิดใจ
    #29
    0
  2. #20 mmmyyyy (@mmmyyyy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 18:57
    ชอบเวลาคนหิ้วน้องเหมือนแมว55555
    #20
    0
  3. #15 numthanutcha (@numthanutcha) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 17:38
    กริ้ดด คือเป็นเขินแล้ว คือเขาเป็นโซลเมทกันจริงๆด้วย ;___;) แต่น้องงอนหนีไปแล้วพี่ค่ะ ไปตามเร็ววว
    #15
    0
  4. #8 Cloud (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 19:14

    แง ชอบมากกก กำลังสนุกเลยค่ะ ให้กำลังใจไรท์นะคะ ????

    #8
    1
    • #8-1 june_ath (@june_ath) (จากตอนที่ 3)
      4 เมษายน 2562 / 12:47
      ขอบคุณนะคะะะะ
      #8-1
  5. #5 InaFrame (@framefram) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 19:15
    พึ่งมาตามอ่าน เรื่องดีมากแม่ ;^; ติดตามค่ะ~ อย่าหายไปนะคะ ฮืออ
    #5
    2
    • #5-1 june_ath (@june_ath) (จากตอนที่ 3)
      9 มีนาคม 2562 / 17:38
      ไม่หายค่า จะลงเรื่อยๆน้า ขอบคุณที่ติดตามนะคะ รักกก
      #5-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #3 Azaleaaaa (@AzaleaNight) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:40
    อุแง้้้้้ ชอบกลิ่นอายของเรื่องนี้จัง
    #3
    1
    • #3-1 june_ath (@june_ath) (จากตอนที่ 3)
      27 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:39
      ดีใจที่ชอบนะคะะะ ขอบคุณค่ะะ 😭😭
      #3-1