นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[Fic Nura]Snow time กลิ่นอายรักยามหิมะโปรยปราย

โดย yamrol

เคยรู้สึกมั้ย? ว่าหิมะที่หนาวเย็นก็อบอุ่นได้เหมือนกัน

ยอดวิวรวม

5,326

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


5,326

ความคิดเห็น


21

คนติดตาม


94
เรทติ้ง : 85 % จำนวนโหวต : 2
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 ส.ค. 55 / 23:50 น.
นิยาย [Fic Nura]Snow time ѡ»

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
THE★ FARRY



...ぬらりひょんの孫...
หิมะที่เเสนอบอุ่นของพวกเขา

open : 2012  08  04 |  time : 23:20 
Snow time กลิ่นอายรักยามหิมะโปรยปราย | Nurarihoyn short fic of love 






'เมื่อขึ้นฤดูกาลใหม่ หิมะเริ่มร่วงโรยโปรปรายลงมา
เป็นสัญญาณให้ความหนาวเหน็บเข้ามาเยือนมาเเทนที่
เเต่จะมีใครกันที่จะได้รู้บ้างว่า ณ เวลาเช่นนี้
ความหนาวจะทำให้หัวใจทั้งสองดวงอบอุ่นเเละเต็มไปด้วยรักเพียงใด'












 
 ::Thank you::

 the Blue space


SF.Snow time @ dek-d 840936
THX.THEME by THE FARRY
POSTER by Blue Espace design +
and all reader
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 ส.ค. 55 / 23:50


 

 

 

 

 

 

ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้า ถึงจะดูว่าไม่สมควรในเวลานี้ก็เถอะ

ท่านถามข้าได้ทุกเมื่อค่ะ

สิ่งที่ข้าอยากจะถามก็คือเจ้าหน้าแดงเพราะพิษไข้...

...

หรือเพราะข้ากันแน่ซึราระ

 

           

 

 

 

 

 

 

ท่ามกลางหิมะสีขาวบริสุทธิ์ดูเย็นเหยียบจับใจกลับปรากฏรอยยิ้มบางเบาจากร่างเล็กของปีศาจสาวตนหนึ่งซึ่งบรรยากาศเช่นนี้ไม่ได้สร้างความหนาวเหน็บให้แก่เธอเลยแม้แต่น้อยตรงกันข้ามมันทำให้เธอรู้สึกชื่นชอบและสดชื่นกับมันมากกว่าทำให้บนใบหน้าของเธอถูกประดับเต็มไปด้วยรอยยิ้มทั้งวัน

 

จนกระทั่ง...

 

“ฮัดชิ้ว!

 

       “หืม ซึราระเจ้าเป็นหวัดรึ?

 

       “ก็แค่หวัดน่ะเคนโจโร่ ข้าไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกน่า”

 

       “จะไม่เป็นอะไรมากได้ยังไงกันอากาศหนาวขนาดนี้ แถมเจ้าก็เอาแต่ยิ้มหน้าระรื่นอยู่ได้ทั้งวันไม่ได้คิดเลยว่าอากาศเช่นนี้จะทำให้เจ้าไม่สบายเอาได้”

 

            “แหม ก็อากาศแบบนี้มันเหมาะกับข้านี่นา อีกอย่างข้าก็ชอบหิมะและอากาศเย็นๆแบบนี้ที่สุดเลยด้วย” ซึราระตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง

 

            “ระวังเถอะ เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้งไปอย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ” เคนโจโร่ถอนหายใจอย่างเอือมระอาเมื่อเพื่อนสาวที่บอกตนว่าสบายดีดูท่าว่ากำลังจะฝืนตัวเองมาทำงานบ้านอยู่ไม่น้อยแม้จะเป็นในเวลาเย็นแล้วก็ตาม ทำให้เธออดที่จะรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้ถึงฤดูกาลแบบนี้จะเหมาะกับซึราระจริงๆก็เถอะ

 

       “ข้าแข็งแรงนะอย่าห่วงเลย” คนเป็นหวัดชูกำปั้นอย่างแข็งขันเพื่อให้เพื่อนของเธอสบายใจว่าตนเองไม่ได้เจ็บป่วยอะไรมากนักอย่างที่เป็นห่วง

 

ซึ่งท่าทีนี้ทำเอาเคนโจ่โร่นึกขันขึ้นมาไม่น้อย ก็คนตรงหน้าเล่นทำท่าแปลกๆให้ดูนี่แต่ก็นะเธอคิดว่ามันก็ดูน่ารักในแบบที่สมกับเป็นซึราระดีเหมือนกัน

 

“จ้าๆอย่าฝืนตัวเองมากไปแล้วกัน เดี๋ยวข้าขอตัวไปหาคุบินาชิหน่อย”

 

“จะไปสวีตหรือไปเดทกันก็บอกมาตรงก็ได้นี่เคนโจโร่ ไม่เห็นต้องโกหกข้าเลย!” ซึราระยืนเท้าสะเอวเบ้หน้าเล็กน้อยเสมือนว่าเธอไม่พอใจที่เพื่อนโกหกทั้งที่จริงแล้วเธอก็แค่อยากจะแกล้งเคนโจโร่ก็เท่านั้น

 

ก็แกล้งเคนโจโร่เรื่องคุบินาชิทีไรมันสนุกนี่นา~

 

“เจ้าจะบ้าหรือซึราระ! ค่ะ ข้าไม่มีวันไปสวีตหรือเดทอะไรกับไอ้บ้าผีหัวขาดนั้นหรอกน่า!

 

เคนโจโร่เถียงขึ้นทันควันช่างแตกต่างจากใบหน้าของเธอที่แดงระเรื่อขึ้นมาโดยสิ้นเชิง นั่นยิ่งทำให้คนแกล้งอย่างซึราระได้ใจเข้าไปกันใหญ่ทีเดียวที่การแกล้งของเธอนั้นได้ผลและมันก็ดูว่าจะได้ผลดีเกินคาดเสียด้วยเมื่อเธอเหลือบสายตาไปเห็นคุบินาชิที่กำลังเดินผ่านมาทางนี้พอดี คิดว่าเขาคงมาตามเคนโจโร่แน่นอน

 

“อ้าว นี่ข้าเข้าใจผิดไปเองเหรอเนี่ยที่คิดว่าพวกเจ้าสองคนมีใจให้กันอยู่”

 

“ช่ะ ใช่! เจ้ามันเพ้อเจ้อไปเองเออเองคนเดียว ข้าไม่ได้มีใจให้คุบินาชิซักหน่อย”

 

“แต่เจ้าหน้าแดงนี่นา” ซึราระอย่างกลั่นแกล้งเพื่อนรักอย่างสนุกสนานต่อไปโดยที่มีคุบินาชิคอยยืนแอบฟังอยู่

 

“ค่ะ ข้าร้อน! ใช่ ข้าร้อนไงหน้ามันถึงแดง”

 

“แสดงว่าเจ้าไม่ได้คิดอะไรกับคุบินาชิเลยหรือ?

 

“ข้าไม่เคยคิด...”

 

“แต่ข้าว่าเจ้าคิด...”

 

“จะบ้า...คุบินาชิ!

 

“แล้วข้าเองก็คิดด้วยเช่นกัน”

 

“...” น่ะ นี่มันอะไรกัน เจ้า...เจ้าจะสารภาพรักกับข้าหรือ ต่ะ แต่ข้ายังไม่ได้เตรียมตัวเลยนะ ใจข้าก็ยังไม่เตรียม! ที่สำคัญตอนนี้ข้าก็ไม่ได้แต่งหน้ายังไม่สวยเลยนะเจ้าบ้า!

 

เคนโจ่โรบริภาษในใจอย่างสับสนเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากปากของเขา ใบหน้าที่แดงระเรื่ออยู่แล้วกลับแดงซ่านขึ้นไปอีกจนตอนนี้แทบแดงไปทั้งตัวแล้วก็ว่าได้ ในขณะนั้นเธอไม่ได้ทันสังเกตเลยซักเล็กน้อย ไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่ายังมีใครอีกคนที่กำลังกลั้นเสียงขันอย่างเต็มที่เมื่อเห็นท่าทางของเธอ

 

“ข้าคิดว่าเราคงมีเรื่องต้องคุยกัน สองต่อสองหน่อยกระมัง” คุบินาชิยืนกอดอกมองหญิงสาวที่เขายืนแอบฟังเธอพูดมานานด้วยความรู้สึกที่หลายหลายแต่จะเป็นความรู้สึกใดบ้างก็คงไม่มีใครรู้ได้นอกจากเจ้าตัวเท่านั้น

 

“อ่ะ เอ๊ะ?

 

“ข้าพูดอะไรผิดไปหรือ”

 

“ม่ะ ไม่ใช่เหรอ”

 

“เจ้าพูดอะไรน่ะข้าไม่ได้ยิน”

 

“ป่ะ เปล่า! ไม่มีอะไรหรอก เมื่อกี้เจ้าบอกใช่มั้ยว่ามีเรื่องที่จะคุยกับข้าน่ะเราไปกันเถอะจะได้เสร็จๆไป” เคนโจโร่ที่รู้สึกเหมือนตนเองหน้าแตกเป็นเสี่ยงๆจนเก็บขึ้นมาประกอบทีละชิ้นไม่ได้ ดันหลังของคุโรโบชิไปเบาๆเหมือนต้องการที่จะออกจากตรงนี้เร็วๆ

 

“อืม...แต่เดี๋ยวนะ ซึราระ”

 

“หืม?

 

“ขอบใจเจ้าที่ทำให้ข้าคิดได้ว่ายังต้องคุยอะไรๆกับเคนโจโร่ในอีกหลายๆเรื่อง”

 

ข้าแค่ต้องการแกล้งเพื่อนข้าต่างหากเล่า “อืม ไม่เป็นไรหรอกแต่เลี้ยงน้ำแข็งใสข้าก็จะดีมากเลย~

 

“เจ้าเนี่ยน้า~ อากาศเย็นจนจะแข็งได้ขนาดนี้ยังมีอารมณ์กินของแบบนั้นอีกระวังจะไม่สบายเอาได้นะซึราระ แต่...ไว้คราวหลังข้าจะเลี้ยงก็แล้วกัน”

 

“ฮุๆ จ้า~ ไปเถอะคุบินาชิ เคนโจโร่รีบจะแย่แล้วแนะ”

 

“เฮ้ ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ เจ้ากับข้ายังมีเวลาอีกคุยกันอีกเยอะ” คุบินาชิหันไปพูดหญิงสาวที่กำลังดันหลังเขาด้วยท่าทีที่รีบร้อนอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยใบหน้าที่เจือไปด้วยรอยยิ้ม

 

รอยยิ้มที่ทำให้เคนโจโร่คิดว่ามันสร้างความหวาดหวั่นและหวั่นไหวให้กับหัวใจของเธอได้ไม่น้อย จนตัวเธอเองยังกลัวว่าเสียงหัวใจที่เต้นแรงแบบนี้เพียงเพราะได้เห็นรอยยิ้มของเขามันจะดังออกไปจนเขานั้นได้ยินเสียง...

 

เสียงของหัวใจที่มอบให้เขาไว้เพียงผู้เดียว...

 

“วันนี้อากาศหนาวเย็นออกจะเย็นกว่าทุกวันเสียด้วยซ้ำ ทำไมเจ้าถึงหน้าแดงแบบนั้นล่ะ...คิโนะ” ถ้อยคำหลังนั้นเขาช่างเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาราวกับสายลม เมื่อไม่ต้องการที่จะให้ใครได้ยินชื่อของผู้หญิงตรงหน้าเขาคนนี้

 

ชื่อที่เขาได้รับสิทธิ์ที่จะเรียกเพียงคนเดียว เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น...

 

“ใครบอกกันว่าข้าหน้าแดง เจ้าตาฝาดไปต่างหากล่ะผีหัวขาดบ้า!

 

“ตาข้าไม่ได้ตาฝาด หรือเจ้าจะไม่สบาย...”

 

“ไม่...อ๊ะ”

 

เคนโจโร่ถึงกับผงะด้วยความตกใจที่จู่ๆคนที่ทำให้หัวใจเธอเต้นระส่ำอยู่เมื่อครู่กลับยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้และก่ายหน้าผากของเขามาชนกับหน้าผากของเธอเพื่อวัดอุณหภูมิในร่างกายที่ตอนนี้ดูจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะพิษไข้หากแต่เป็นเพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นนั้นมาจากความใกล้ชิดของผู้ชายตรงนี้ต่างหากเล่าที่ทำให้เธอเป็นเช่นนี้!

 

“คุ..คุบินาชิ...ม่ะ มันจะใกล้เกินไปแล้วนะ” คุบินาชิเลือกที่จะเงียบไม่ตอบโต้อะไรออกไปนอกจากก่ายหน้าผากของเขากับเธออยู่เช่นนั้น

 

รู้แล้วล่ะว่าไม่มีไข้หรืออะไรให้น่าเป็นห่วงแต่...อยู่แบบนี้มันรู้สึกดีนี่นา

 

“จ่ะ เจ้าผีหัวขาดบ้า! ข้าก็อายเป็นนะยะ! เมื่อไม่อาจทนต่อความใกล้ชิดแบบนี้ได้อีกต่อไปจึงพยายามใช้มือที่สั่นเทาของตนเองผลักดันตัวของคุบินาชิออกเบาๆราวกับว่าเรี่ยวแรงของเธอถูกสูบออกไปจนหมดจากความชิดใกล้ของเขาและเธอเมื่อกี้

 

คนถูกผลักออกมาไม่ได้ว่าอะไรเพียงแค่ยิ้มออกมาอย่างขบขันกับท่าทีของเธอที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่ารู้สึกอย่างไรกับเขา เพียงแต่เขายังอยากจะคุยและได้ยินจากริมฝีปากของเจ้าตัวโดยตรง อยากจะได้ยินคำๆนั้นจากเธอ...เพราะฉะนั้น

 

หมับ!

 

“ข้าไปแล้วนะซึราระ” พูดเพียงแค่นั้นก่อนจะจับมือของเคนโจโร่แล้วออกตัวเดินไปจากตรงนั้นทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายที่ยังคงจับเรื่องชนปลายไม่ค่อยถูกจากเหตุการณ์เมื่อกี้ได้ทันตั้งตัวแม้แต่น้อย

 

“อ๊ะ อ่ะ...เอ่อ ซึราระข้าไปก่อนนะ แล้วถ้าเจ้าไม่ไหวจริงๆก็พักซะอย่าฝืนล่ะ เข้าใจมั๊ย!” เสียงเตือนที่เจือเต็มไปด้วยความเป็นห่วงของเคนโจโร่ค่อยๆเบาลงเมื่อคนใจร้อนที่อยากจะคุยเธอนั้นไม่อยากจะรีรออะไรต่อไป

 

ซึราระได้แต่มองตามแผ่นหลังของเพื่อนเธอ จากความขบขันที่กลั่นแกล้งเพื่อนได้สำเร็จในคราแรกเปลี่ยนแปรเป็นอารมณ์ที่หลากหลาย มันปนเปกันไปหมดจนเธอเริ่มไม่เข้าใจว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไรกันแน่

 

ดีใจ...ที่ได้เห็นเพื่อนของเธอมีความสุขกับคนที่รัก

            อิจฉา...ที่ทั้งสองคนนั้นช่างเหมาะสมกันเหลือเกิน

            เหงา...หากแต่เธอไม่แน่ใจว่าจะเป็นความเหงาหรือความเศร้ากันแน่ที่เธอรู้สึกอยู่

 

            ที่รู้ในตอนนี้คือเธอกับเคนโจโร่นั้นช่างแตกต่าง...แตกต่างกันเกือบทุกอย่าง

 

            เคนโจโร่สามารถเผยความรู้สึกต่อคุบินาชิได้ในขณะที่เธอต้องเก็บงำ

       เคนโจโร่สามารถยืนอยู่ข้างกายคุบินาชิในขณะที่เธอไม่สมควรที่จะยืนอยู่ตรงนั้น

            เคนโจโร่กับคุบินาชิดูมีความสุขในขณะที่เธอได้แต่เศร้าสร้อย

 

เขาทั้งสองคนดูช่างเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกในขณะที่เธอกับเขาช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว...

 

ใช่ ท่านริคุโอะดูไม่เหมาะสมกับเธอแม้เพียงน้อยนิด...ไม่เลยแม้แต่น้อย

 

“อา...ตาชักหน่วงๆซะแล้วสิ” ซึราระยกมือขึ้นกุมใบหน้าของตนที่เริ่มร้อนผ่าวแตกต่างจากเมื่อกี้ที่ยังดูปกติดีอยู่

 

ทั้งที่เมื่อกี้เรายังรู้สึกดีอยู่แท้ๆ...

 

“หรือว่าจะมีไข้จริงๆอย่างที่เคนโจโร่บอกกันนะ” ซึราระคิดก่อนจะสั่นศีรษะไล่ความคิดนี้ออกจากหัวของเธอแล้วเริ่มลงมือทำงานที่คั่งค้างอยู่มาตั้งแต่เมื่อกี้นี้อีกครั้งโดยที่ไม่ทันได้รู้สึกตัวเลยว่าด้านหลังของเธอกำลังถูกใครอีกคนยืนซ้อนทับอยู่

 

“ซึราระ”

 

มือที่กำลังทำงานชะงักค้างทันใดเมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้นอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวเธอเท่าใดนัก ไวเท่าความคิดร่างบางไม่รีรอสิ่งใด รีบหันหลังมาพร้อมๆกับเสียงหัวใจที่เต้นดังระรัวขึ้นเมื่อคิดว่าคนข้างหลังคือใคร...

 

และด้วยความรีบนั้นทำให้เธอไม่ทันได้คำนึงถึงระยะห่างระหว่างตัวเขากับเธอนั้นช่างน้อยเพียงใด เป็นเหตุให้ใบหน้างามของเธอชนกับแผ่นอกแข็งแกร่งของเขาอย่างจังจนเธอร้องครางออกมาแผ่วเบาด้วยความเจ็บ ต่างจากอีกคนที่โดนชนสิ้นเชิงเพราะเขากลับแยกยิ้มให้กับความซุ่มซ่ามที่แทบจะสนิทเป็นเพื่อนรักกับคนร่างเล็กอยู่แล้วอย่างอารมณ์ดี

 

เขาคงจะแปลกหรือไม่ก็บ้าที่รู้สึกชอบความซุ่มซ่ามของเธอคนนี้

 

“เจ็บมากรึเปล่า” ริคุโอะถามด้วยเสียงอ่อนโยนพร้อมกับกอบกุมใบหน้าของคนเจ็บอย่างเบามือโดยที่เขายังคงประดับรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าไม่หาย

 

“ท่านริคุโอะกลับมาแล้วหรือคะ” ซึราระถามคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบางๆ ไม่ได้สนใจคำถามของตัวตัวสูงแม้แต่น้อยเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องสนใจอะไรมากในความคิดของเธอ

 

แต่ไม่ใช่ในความคิดของเขา...

 

“เจ็บรึเปล่า” เมื่อไม่ได้คำตอบที่ต้องการจึงถามซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดูแข็งขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกให้ซึราระตอบคำถามของตนแต่โดยดี

 

“ไม่เจ็บหรอกค่ะ ท่านริคุโอะอย่าห่วงเลยแล้วนี่ท่านกลับมาตั้งแต่เมื่อไรกันคะทำไมข้าไม่รู้”

 

“สักพักน่ะ เธอมีไข้หรือเปล่าซึราระ”

 

“สักพักหรือคะ ทำไมข้าถึงไม่รู้เรื่องเลย” ซึราระยืนทำหน้างุนงงไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดเธอจึงไม่รู้ว่าเขากลับมาด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังไม่น้อย

 

หรือเพราะเธอมัวแต่คิดเรื่องเขาเมื่อกี้อยู่นะถึงไม่รู้สึกตัว?

 

ดูเหมือนว่าการเมินคำถาม(อีกครั้ง)ของเธอครั้งนี้จะสร้างความหงุดหงิดให้ริคุโอะไม่น้อยเมื่อยังไม่ได้คำตอบจากร่างบางให้ตนเองได้กระจ่าง

 

เขารู้สึกว่าคนตรงหน้าไม่สบายก็ตอนที่ยกมือขึ้นกุมใบหน้าของเธอเมื่อกี้ ปกติเวลาที่อยู่ใกล้ตัวเธอเขาจะรู้สึกถึงความเย็นจากร่างบางเสมอแต่ทว่าครั้งนี้ความเย็นนั่นกลับถูกแทนที่ด้วยความอุ่นร้อนที่เขาไม่คุ้นเคยและไม่ชอบมันเลย ตรงกันข้ามความเย็นของเธอยามใกล้ชิดกัน เขากลับรู้สึกชอบมันซะมากกว่าเพราะแบบนี้...มันไม่สบายใจเอาเสียเลย

 

ใช่! ทั้งๆที่เขากำลังว้าวุ่นใจว่าเธอจะไม่สบายจริงๆอย่างที่คิดรึเปล่าจึงถามออกไปด้วยความเป็นห่วงแต่เธอกลับเมินคำถามของเขาเสียอย่างงั้น!

 

จะซื่อไปถึงไหนกัน!

 

“ซึราระ”

 

“คะ”

 

“ตอบคำถามฉัน”

 

“คำถาม? คำถามอะไรหรือคะ”

 

นี่เมินคำถามเขาไม่พอยังไม่สนใจอีกด้วยงั้นหรือ!

 

“ฉันถามว่าเธอไม่สบายหรือเปล่า”

 

“อ่อ~ไม่ต้องเป็น...”

 

“ริคุโอะคุง” บทสนทนาของซึราระและริคุโอะเป็นอันต้องจบลงเมื่อมีเสียงหวานของใครอีกคนดังขึ้นจากทางด้านหลังของพวกเขา

 

“คานะจัง...”

 

เสียงหวานของ คานะหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทในวัยเยาว์ของริคุโอะเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาพร้อมดวงใบหน้าที่ขึ้นสีจนมือบางจำต้องกอบกุมไว้เพราะความเขินอายที่มีต่อชายตรงหน้า ชายผู้ที่เธอหลงรักเขามานาน...

 

ซึราระมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก มีเพียงความรู้สึกเจ็บที่หัวใจ เท่านั้นที่ทำให้เธอรู้ว่าแบบนี้ไม่ชอบเลย...

 

ตั้งแต่เช้าจนถึงเมื่อกี้เธอรู้สึกดีและชอบกับบรรยากาศแบบนี้มากถึงมากที่สุดเพราะมันเป็นอะไรที่เหมาะกับตัวเธอแล้วยังทำให้เธอรู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ได้เห็นได้สัมผัสความเย็นจากมันแต่ทว่า ณ ตอนนี้เวลานี้ทำไม...

 

ทำไมเธอถึงรู้สึกไม่ชอบเอาเสียเลยกับความหนาวเหน็บเช่นนี้...หนาวเหน็บจนข้างในหัวใจเจ็บได้เช่นนี้...

 

“เอ่อ...พอดีว่าเห็นริคุโอะคุงออกมานานฉันเลยเป็นห่วงน่ะจ้ะ” ไม่พูดเปล่าสองขาเรียวของคานะกลับก้าวเข้ายืนชิดใกล้กับร่างสูงที่ดูจะอารมณ์เสียนิดหน่อยกับการเข้ามาขัดจังหวะของคำตอบของเขา

 

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอก คานะจังไม่ต้องห่วง”

 

“ก็อากาศเริ่มจะหนาวแล้วนี่นา ริคุโอะคุงยิ่งไม่ค่อยดูแลตัวเองอยู่ด้วย”

 

“ฉันรู้ตัวข้าเองน่า คานะจังเถอะกลับเข้าไปได้แล้วเดี๋ยวจะมีไข้ซะเปล่าๆ” ฉันเป็นห่วงซึราระน่ะ...

 

ประโยคหลังที่เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยออกไปเพราะต้องการรักษาน้ำใจของเพื่อนสาวหากแต่สายตาของเขาก็ยังคงเหลือบมองดูหญิงสาวที่เขาเป็นห่วงไม่น้อยอยู่เป็นระยะๆ

 

โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าความรู้สึกนั้นของเขาไม่ได้ถูกส่งไปให้อีกฝ่ายได้รับรู้เลย...

 

ว่าเขาเป็นห่วงมากเพียงใด

 

อยากรู้คำตอบของคำถามนั้นเพียงใด

 

ไม่สบายใจเพียงใดที่เห็นใบหน้าแดงก่ำด้วยพิษไข้นั่น

 

และ...ความรู้สึกหนึ่ง ที่เขาอยากเป็นผู้บอกให้เธอได้รับรู้...

 

“งั้นเรากลับเข้าไปด้วยกันเลยสิ”

 

“...”

 

“คุณโอคิคาวะจะเข้าไปด้วยกันเลยมั้ยจ๊ะ?” คานะเอียงศีรษะถามร่างบางที่ยืนเงียบมาตั้งแต่ที่เธอเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มดั่งเช่นทุกครา

 

“...”

 

“คุณโอคิคาวะ”

 

“ข้าไม่ล่ะค่ะ อากาศหนาวเย็นแบบนี้เหมาะสมสำหรับข้าจะตายไป ท่านริคุโอะกับคุณอิเอนากะเข้าไปในบ้านด้วยกันเถอะค่ะ”

 

ไม่ใช่...ข้าไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้ ข้าไม่ได้อยากให้ท่านไป...

 

คำพูดจากริมฝีปากและคำพูดจากใจช่างสวนทางซะเหลือเกินทั้งที่ในใจของเธอเรียกร้องที่จะไม่ให้เขาไปแต่ริมฝีปากกลับพูดโป้ปดคำโตต่างจากที่ในใจคิด ถึงกระนั้นซึราระก็ยังเลือกที่จะยิ้มกว้างให้กับคำตอบที่กัดกินหัวใจของเธอเหลือเกิน...

 

แย่ล่ะสิ...ชักรู้สึกปวดหัวซะแล้ว

 

ซึราระยกมือขึ้นกุมศีรษะของตัวเองเมื่อรู้สึกถึงความปวดแล่นผ่านเข้ามาพร้อมกับสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักจนเธอเองยังรู้สึกได้ว่านี่คงไม่ใช่อาการไข้หวัดธรรมดาๆอย่างที่คิดไว้แล้วก็ได้

 

เพราะมันอาจเป็นอาการของสิ่งที่เรียกว่า...ไข้ใจ

 

“นั่นสินะ ฉันนี่ก็บื้อซะจริงๆเลย”

 

“ไม่ใช่...”

 

“เอ๊ะ”

 

“ถ้าซึราระพูดความจริงแล้วล่ะก็”

 

“...”

 

“เธอจะฝืนยิ้มให้ฉันทำไม...ซึราระ”

 

!!!” ซึราระได้นิ่งงันราวถูกสาปด้วยสายตาที่ทรงอำนาจของเขายามที่มองมาทางเธอ เมื่อคาดไม่ถึงว่าเขาจะมองเธอออกอย่างทะลุปรุโปร่ง มาออกทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับเธอ...

 

ไม่ว่าจะเป็นเขาในยามกลางวันหรือกลางคืน...

 

“ว่ามาสิ”

 

“ข้า...ข้าไม่ได้ฝืนยิ้มเสียหน่อยนะคะท่านริคุโอะ”

 

ริคุโอะขมวดคิ้วเข้าหาด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดเมื่อหญิงสาวตรงหน้าหลบตาเขายามพูด ทั้งๆที่เธอไม่เคยทำแบบนั้น...และเขาเองก็ไม่อยากเห็นเธอหลบตาเขาด้วย!

 

“มองหน้าฉันซึราระ”

 

ริคุโอะสั่งด้วยน้ำเสียงเข้มที่แสดงออกถึงความไม่พอใจได้อย่างชัดเจนแต่กระนั้นคนถูกสั่งก็ยังหลบหน้าเขาอยู่ดีนั่นยิ่งทำให้เขาไม่พอใจกันเข้าไปใหญ่

 

“ฉันบอกให้มองหน้าซึราระ” คราวนี้เขาไม่พูดด้วยปากเปล่าเพราะร่างกายของเขาได้ขยับเข้าไปใกล้ชิดร่างบางที่ยังยืนก้มหน้าไม่แม้แต่จะสบตาเขา

 

ทันทีที่ระยะห่างของทั้งสองคนนั้นใกล้กัน ไม่รอช้ามือหนารีบยื่นเข้าหาคนตรงหน้าเพื่อที่จะเชยคางของเธอให้เงยหน้าขึ้นสบตากับเขาแต่ทว่าทันทีที่เขาได้สัมผัสผิวขาวดั่งหิมะของเธอแล้วอารมณ์ที่พุ่งสูงด้วยความไม่พอใจก่อนหน้าที่ต้องลดฮวบลงจนไม่หลงเหลือความขุ่นข้องใจอีกต่อไปโดยมีความตกใจยามที่ได้สัมผัสผิวของเธอที่ร้อนดั่งไฟเข้ามาแทนที่

 

เหนือสิ่งอื่นใดคือความรู้สึกเป็นห่วงของเขาที่มีต่อเธอนั้นกลับยิ่งมากขึ้นทุกทีเมื่อในที่สุดคำตอบของเขาก็กระจ่างและเป็นอย่างที่คาดไว้ไม่มีผิดว่าเธอไม่สบายเพียงแต่ไม่ได้คิดว่าเธอจะมีอาการหนักถึงเพียงนี้

 

เขาอยากฆ่าตัวเองนัก หากเขาไม่มัวแต่ตั้งคำถามใส่เธอแทนที่จะเดินเข้าไปหาเพื่อตรวจดูอาการเองป่านนี้เขาก็คงพาเธอเข้าไปนอนพักในบ้านแล้ว คงไม่เป็นหนักถึงขนาดนี้...เขามันไม่ได้เรื่อง!

 

“ดูเหมือนข้าจะไม่สบายจริงๆซะแล้วสิคะ”

 

“บอกมา...”

 

“...”

 

“ตอนนี้เธอรู้สึกยังไงบอกฉันมา!” ริคุโอะที่ทนเก็บความเป็นห่วงของตนเองไว้ไม่ได้อีกต่อไปจึงพูดขึ้นเสียงที่ดังใส่ซึราระโดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่ายังมีใครอีกคนที่ยืนมองเหตุการณ์นี้อยู่ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดเพียงใดเมื่อตระหนักได้แล้วว่า...

 

เขาเลือกใคร...

 

“ค่ะ...ข้าปวดหัวแล้วก็รู้สึกจะมีไข้นิดๆน่ะค่ะ” ซึราระพูดด้วยน้ำเสียงสั่นที่แหบพร่าด้วยที่มีไข้บวกกับความสั่นเทาเพราะมีเพียงไม่กี่ครั้งที่จะเห็นท่านริคุโอะผู้นี้พูดใส่หน้าของเธอเสียงดังแต่จะด้วยความรู้สึกไหนเธอเองก็ยังคงไม่รู้...ไม่รู้เพราะในตอนนี้เธอแทบจะควบคุมหรือประคองสติตัวเองไว้ไม่ได้แล้ว

 

ทำไมในหัวมันช่างหนักอึ้งอะไรขนาดนี้กันนะ...

 

ริคุโอะที่ได้ฟังดังนั้นจึงใช้มือของตนเองขึ้นทาบทับหน้าผากของเธอเพื่อวัดอุณหภูมิคนตรงหน้าที่บอกเขาว่า มีไข้นิดๆ

 

แต่มัน นิดๆอย่างที่เจ้าตัวบอกเสียเมื่อไรในเมื่อมือของเขาในตอนนี้ไม่ต่างหากโดนความร้อนหลายองศาแผดเผาเลยซักนิด! แล้วยิ่งเธอเป็นปีศาจหิมะด้วยยิ่งแล้วใหญ่เลย ฮึ่ย! รอให้หายไข้เมื่อไรก่อน คอยดูเถอะ...คอยดู!

 

ฉันอยากจะจับเธอมาตีเสียจริงๆซึราระ!

 

“งั้นตามฉันมา คานะจังกลับไปก่อนเถอะวันนี้ต้องขอโทษด้วยแล้วกันนะ” พูดจบไม่ทันไรเจ้าของมือใหญ่อย่างเขาก็คว้ามือบางที่ร้อนไม่แพ้กันกับหน้าผากมนนั่นขึ้นมากอบกุมก่อนจะเดินจูงมือเธอเข้าไปในบ้านอย่างรีบร้อนเมื่อตัวเขาเองนั้นไม่สามารถอดถอนความรู้สึกที่เป็นห่วงเธอได้แล้ว ไม่สามารถจริงๆทว่า...

 

ตุบ!

 

“ซึราระ!!

 

เพียงแค่เดินไปได้สองก้าวร่างเจ้าของมือบางที่ร้อนจัดอย่างซึราระกลับล้มลงหมดสติไปกับพื้นด้วยใบหน้าที่แดงด้วยพิษไข้มากกว่าเดิมดูจากลมหายใจที่ติดขัดไม่ราบรื่นแล้วเธอคงทรมานไม่น้อยซึ่งไม่ต่างจากอีกคนที่ยังกุมมือของเธออย่างแนบแน่ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นอย่างเร่งรีบเพื่อที่จะพาเธอเข้าไปในบ้านให้เร็วที่สุด

 

เขาทรมานไม่ต่างจากเธอยิ่งเห็นเธอล้มไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้แล้ว...เขารู้สึกเหมือนอยากจะบ้าจริงๆ...

 

ริคุโอะคงไม่ได้สังเกตเพราะความเป็นห่วงที่มีเกินกว่าจะหันมาสนใจหรือสังเกตใครอีกคน แต่หากเขาลองมองมาล่ะก็...หากว่าเขามองมาตรงนี้ล่ะก็ถึงจะเพียงแค่ชั่วเวลาเพียงเสี้ยวเดียวก็ตามเขาก็คงจะเห็นใบหน้าหวานสวยที่ยืนมองพวกเขานั้นมีน้ำตาไหลออกมามากมายเพียงใด...

 

 

 

 

 

 

 

“อืม...”

 

“ซึราระ!

 

“ค่ะ เคนโจโร่”

 

“เจ้าเป็นยังไงบ้าง รู้สึกดีขึ้นบ้างรึยัง”

 

“อืม รู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะแล้ว...ข้าอยู่ที่ไหนเหรอ” ซึราระถามพลางพยุงร่างที่ถูกรุมเร้าด้วยพิษไข้ลุกขึ้นนั่งโดยมีเคนโจโร่คอยช่วยเธอด้วยอีกแรง

 

“ห้องท่านริคุโอะน่ะสิ นี่เจ้าเป็นไข้จนเพ้อเลยเหรอเนี่ย”

 

ซึราระเหล่ตามองเพื่อนสาวอย่างคาดโทษที่พูดประชดประชันเธอ มีคนไม่สบายที่ไหนเขาจะสังเกตเก็บรายละเอียดรอบๆตัวเองได้บ้างเล่าแค่จะพยุงตัวเองหรือเอ่ยปากพูดด้วยยังแทบจะไม่ไหวเลยด้วยซ้ำ

 

แต่เดี๋ยวนะ...

 

“เมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไรนะเคนโจโร่” ซึราระถามย้ำเพื่อยืนยันในสิ่งที่ตนเองได้ยินว่าไม่ได้ฟังผิดเพี้ยนไปเพราะไอ้อาการที่กำลังรุมเร้าเธออยู่นั้นบางที...บางทีมันเธออาจทำให้เธอฟังผิดไปก็ได้

 

“อาการเจ้าหนักจริงๆนะซึราระ”

 

“เจ้าอย่าแกล้งข้าเช่นนั้นนะเคนโจโร่” ซึราระมองเคนโจโร่ที่แกล้งเธอด้วยสายตาเว้าวอนแลดูน่ารักยิ่งในสายตาคนแกล้ง

 

เชื่อสิว่าตอนนี้ซึราระพอจะรู้ถึงความรู้สึกของเคนโจโร่กับริคุโอะบ้างแล้วในยามที่โดนเธอกลั่นแกล้งหรือเมินต่อคำถามแบบนั้นและที่สำคัญเธอเองก็รู้สึกไม่ชอบใจเสียเท่าไรเลยด้วย

 

ขอสัญญาเลยว่าข้าจะไม่ทำแบบนั้นอีก!

 

“เอ...ว่าไงดีน้า~” เคนโจโร่ยังคงไม่ยอมรามือจากโอกาสที่จะได้ เอาคืนจากเรื่องเมื่อช่วงเย็น ก็แหม...ขอแกล้งนิดแกล้งหน่อยคงไม่เป็นไรหรอก อีกอย่างเพื่อนของเธอในยามนี้ดูเหมือนลูกแมวเชื่องๆน่ารักน่าแกล้งหยอกจะตายไป

 

“โธ่ เคนโจโร่”

 

 “คิกๆ ห้องของท่านริคุโอะนั่นแหละจ้ะ”

 

“จริงหรือเนี่ย...” เคนโจโร่จ้องมองใบหน้าของซึราระที่ถึงแม้จะแดงด้วยพิษไข้แต่เธอก็ยังพอที่จะใช้สายตาแยกออกว่าใบหน้าไหนที่แดงเพราะไข้ ใบหน้าไหนที่แดงเพราะความดีใจ “แล้วท่านริคุโอะล่ะเคนโจโร่”

 

“...”

 

“เคนโจโร่?

 

“ท่าน...ออกไปตอนที่เจ้ากำลังหลับอยู่น่ะซึราระ”

 

“...”

 

“แต่เจ้าอย่าคิดมากนะซึราระ ท่านริคุโอะน่ะเป็นห่วงเจ้ามากนะรู้มั้ย ตอนที่พาเจ้ามาน่ะสีหน้าของเขาดูไม่ดีเลย”

 

“...”

 

“ซึราระ...” เคนโจโร่เรียกชื่อเพื่อนของซึราระแผ่วเบาเมื่อไม่มีท่าทีตอบรับจากคนตรงหน้าแม้แต่น้อยมีเพียงใบหน้านิ่งเงียบไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆราวกับว่ารอยยิ้มเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ไม่เคยปรากฏขึ้นบนหน้าของเพื่อนเธอเลย

 

“แล้ว...ท่านริคุโอะไปไหนเหรอเคนโจโร่”

 

“เอ่อ...”

 

“...”

 

“ท่านไปหา...”

 

“คุณอิเอนากะสินะ”

 

“...”

 

“ข้าเดาถูกใช่มั้ยล่ะเคนโจโร่ แหมๆข้านี่เก่งจริงๆเลยนะว่ามั้ย” ซึราระหันมาแสร้งยิ้มทำร่าเริงเพื่อให้เคนโจโร่ที่มีสีหน้าไม่สบายใจไม่ต้องกังวลกับเรื่องของเธอ ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วก็ตามว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ในเมื่อยิ้มของเธอที่แสดงออกมาดูเพียงแวบเดียวก็รู้แล้วว่าฝืนมันเพียงใด

 

ไม่ปฏิเสธเลยว่าตอนนี้เธออยากจะร้องไห้จริงๆ

 

“ซึรา...”

 

“ฮ่า! ข้าอยากออกไปข้างนอกจังอยู่ในที่ร้อนแบบนี้ข้าไม่สบายตัวเลยเผลอๆมันอาจจะทำให้ข้าไม่หายไข้ด้วยน่ะเนี่ย”

 

“แต่เจ้ายัง...”

 

 “นี่เคนโจโร่”

 

“ห่ะ หืม”

 

“ข้าอยากออกไปข้างนอก”

 

“...”

 

“ข้ารู้ว่าข้างนอกมันหนาวมันไม่เหมาะที่ข้าจะออกไปแต่รู้อะไรมั้ย...ข้าคิดว่าที่นี่มันหนาวกว่าข้างนอกเสียอีก”

 

“...”

 

“มันหนาวจนข้าทรมานกว่าที่เป็นไข้อยู่เสียอีกนะเคนโจโร่”

 

“...”

 

“ข้าไม่อยากอยู่ในห้องของท่านริคุโอะแล้ว”

 

“...”

 

“ข้าทนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวแล้วล่ะเคนโจโร่...”

 

ครืด!!

 

ทันทีที่ซึราระหยุดพูด เสียงประตูหน้าห้องก็ถูกเปิดออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังด้วยแรงฝีมือของคนเป็นเจ้าของห้องที่ทันกลับมาได้ยินทุกคำพูดของคนที่ทำให้เขาต้องเป็นกระวนกระวายใจอยู่จนถึงตอนนี้

 

“ท่าน...ริคุโอะ”

 

“...”

 

ริคุโอะกระตุกคิ้วด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวยามที่มองเห็นว่าคนที่เขาเป็นห่วงนักเป็นห่วงหนาหันหน้าหนีเขาโดยที่ไม่มีแม้แต่คำทักทายหรือรอยยิ้มดั่งเช่นทุกคราที่เจอเขา

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลเปลือกไม้บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงสดน่าเกรงขามเมื่อยามวิกาลมาเยือนมองไปยังร่างบางๆของซึราระที่ยังนั่งอยู่บนฟูกของเขาก่อนจะลากสายตาไปที่คนเฝ้าไข้จำเป็น

 

“เคนโจโร่เจ้าออกไปก่อน เดี๋ยวข้าดูแลซึราระต่อเอง”

 

“แต่...”

 

“ข้าจะอยู่ดูแลเอง เพียงคนเดียวใครมีธุระตอนนี้กับข้าช่วยปฏิเสธให้ด้วยแล้วกัน...”

 

“...”

 

“ข้าจะปิดประตูตีแมว”

 

เคนโจโร่ยิ้มกว้างออกมาทันใดเมื่อเหตุการณ์มันไม่ได้เลวร้ายอะไรอย่างที่คิดหรือกังวลไปเองแม้แต่น้อยตรงกันข้ามมันกลับดียิ่งกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำเพราะตอนนี้เธอรู้แล้วว่าระหว่างเจ้านายของเธอกับแม่ผู้หญิงคนนั้นไม่มีอะไรเกินเลยเกินไปกว่าคำว่า เพื่อนแต่สำหรับซึราระกับเขานั้น...ลองดูเอาเองเถอะไม่ต้องพูดก็คงจะรู้เพียงแต่อาจจะใช้เวลาปรับจูนกันสักหน่อยก็คงจะลงตัวแล้ว...ในคืนนี้

 

แล้วเธอจะอยู่เป็น กขคส. ก้างขวางความสุขคู่นี้ไปทำไมทางที่ดีควรจะรีบไปเสียดีกว่าถึงแม้ตัวเธออยากจะเห็น อะไรดีๆก็ตามเถอะแต่เก็บไว้ถามเจ้าเพื่อนรักของเธอวันพรุ่งนี้ก็ได้เพราะงั้นตอนนี้...

 

“ข้าไปก่อนนะซึราระ หายไวๆล่ะข้า เอาใจช่วยฮิๆ” เคนโจโร่พูดไว้แค่งั้นก่อนจะพาตนเองออกไปจากห้องนี้โดยเร็วที่สุดเพราะไม่อยากจะรบกวนคนทั้งสองไปมากกว่านี้โดยไม่ลืมที่จะทิ้งคำพูดสองแง่สองง่ามเอาไว้ให้ซึราระใจเต้นเล่นๆ

 

ส่วนอีกคนที่ได้ฟังเช่นนั้นก็หันหน้าหมายจะต่อว่าเพื่อนสาวแต่ดูท่าจะคิดผิดไปเสียแล้ว เมื่อหันหน้ามาแทนที่จะเจอเคนโจโร่เพื่อจะต่อว่ากลับกลายเป็นคนที่ถูกเธอผาดผิงเมื่อสักครู่นี้แทน นั่นทำให้เธอต้องฝากบัญชีนี้ไว้กับคนที่พึ่งหนีออกไปเสียก่อน เมื่อคิดดังนั้นศีรษะที่หันมาเมื่อกี้จังรีบหันไปทางเดิมแทบจะทันทีไม่ได้สนใจชายหนุ่มในชุดกิโมโนที่อารมณ์เสียเพราะตัวเธอแม้แต่น้อย

 

ริคุโอะที่เห็นแบบนั้นจึงต้องระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของตนเองไว้ก่อนแล้วตั้งสติปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด “เมื่อกี้นี้...เจ้าบอกว่าเจ้าจะร้องไห้ทำไม”

 

“...”

 

“ซึราระ”

 

“ไม่ใช่เรื่องของท่านริคุโอะหรอกค่ะ”

 

“ทำไมจะไม่ใช่ ในเมื่อข้าเป็นห่วงเจ้า”

 

“...ข้าเป็นแค่ตัวถ่วงเพราะฉะนั้นอย่าห่วงข้าเลยค่ะท่านริคุโอะ คนที่ท่านควรจะห่วงมากที่สุดคือ...” ซึราระหยุดคำพูดไว้เพียงแค่นั้นเพราะคำพูดต่อไปมันยากเหลือเกินที่เธอจะเอื้อนเอ่ยมันออกมาต่อหน้าคนคนนี้

 

“ใคร”

 

“...คุณอิเอนากะ คนที่ท่านริคุโอะควรจะเป็นห่วงไม่ใช่ข้าแต่เป็นเธอค่ะ”

 

ริคุโอะนิ่งเงียบไป...ไม่ใช่เพราะสิ่งที่หญิงสาวตรงหน้าพูดมานั้นเป็นเรื่องที่ถูกแต่เป็นเพราะเขาพอจะรู้แล้วล่ะว่าเหตุใดเธอจึงหันหน้าหนีเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่เมื่อยามเย็นจนถึงตอนนี้ ยามดึก...ในร่างของเขาอีกคนเธอก็ยังคงหลบหน้า

 

นั่นเพราะเธอกำลังเข้าใจผิดและน้อยใจเขาเรื่องนี้เป็นแน่

 

พอคิดแบบนี้แล้วมันก็ทำให้เขานึกดีใจจนต้องระบายยิ้มไม่น้อยเลยแต่คงจะผิดจังหวะไปเสียหน่อยเมื่อคนที่กำลังเข้าใจเขาผิดอยู่ดันหันหน้ากลับมาพอดีในตอนที่เขายิ้ม ดูเธอจะไม่พอใจซะด้วยนะ

 

“ท่านยิ้มทำไมคะ”

 

“ข้าก็แค่ดีใจ”

 

“ฮึ!” ซึราระที่หมดความอดทนเพราะคิดว่าเขาไม่ได้สนใจในความรู้สึกของเธอเลย จึงลุกขึ้นยืนขึ้นมาทั้งๆอย่างนั้นด้วยร่างกายที่ยังไม่พร้อมและยังมีไข้อยู่ ประกอบกับการลุกขึ้นอย่างกระทันกันทำให้ทันทีที่เธอลุกขึ้นยืนร่างบางๆของเธอก็โงนเงนซวนเซจะล้มลงไปกระแทกกับพื้นที่นอนรอรับอยู่จนเธอต้องหลับตาปี๋เพื่อรับความเจ็บที่มาจากความบ้าบิ่นของเธอเอง

 

ทว่า...

 

“ถ้าเจ้าหายเมื่อไร...ข้าจะลงโทษเจ้าแน่ๆซึราระ”

 

ริคุโอะที่ประคองซึราระไว้อยู่ด้วยมือแกร่งทั้งสองข้างเอ่ยคาดโทษเอาไว้กับความบ้าบิ่นของซึราระก่อนจะนำพาร่างบอบบางวางลงบนฟูกเช่นเดิมโดยที่เขาเองก็นั่งลงข้างๆกายเธอที่สำคัญมุมปากของเขามีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่ด้วย

 

เพราะอะไรน่ะหรือ?...

 

“ค่ะ ขอโทษค่ะ”

 

“ซึราระ”

 

“คะ คะ!

 

“ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้า ถึงจะดูว่าไม่สมควรในเวลานี้ก็เถอะ”

 

“ท่านถามข้าได้ทุกเมื่อค่ะ” ริคุโอะยิ้มเมื่อเห็นเธอต้องหลุมพรางของเขาเข้าให้แล้ว

 

“สิ่งที่ข้าอยากจะถามก็คือเจ้าหน้าแดงเพราะพิษไข้...”

 

“...”

 

“หรือเพราะข้ากันแน่ซึราระ”

 

!!!

 

“ว่ายังไง หืม”

 

ซึราระที่ไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองได้ตกหลุมพรางของเขาเพราะยังคงสับสนกับคำถามของริคุโอะ ยิ่งหน้าแดงกว่าเก่าเมื่อเขายื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆที่รดใส่ใบหน้าของเธอ

 

แต่คงน่าแปลกไม่น้อยสำหรับเธอที่รู้สึกอยากจะตอบคำถามของเขาออกไปถึงแม้จะหน้าอายเพียงแค่ไหนก็ตามแต่ถ้าแค่ได้พูดออกไปล่ะก็...แค่ได้พูดออกไปบ้างล่ะก็เธอคงได้ปลดปล่อยความรู้สึกออกไปให้เขาได้รับรู้บ้างถึงรู้อยู่แก่ใจก็ตามว่าไม่มีสิทธิ์

 

“ข้า...ข้า น่ะ หน้าแดงเพราะ...เพราะท่านค่ะ” ซึราระกลั้นใจตอบออกไปด้วยใจที่เต้นระรัวก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพื่อดูสีหน้าของเขาและสิ่งที่เธอเห็นก็คือ...รอยยิ้ม...

 

ใช่! เธอไม่ได้ตาฝาด ท่านริคุโอะยิ้มให้เธอจริงๆ!

 

“ท่ะ ท่านริคุโอะ” ซึราระเอ่ยเสียงสั่นเมื่อเธอถูกลำแขนอันแข็งแกร่งเกี่ยวเอวก่อนจะใช้ความว่องไวนำเธอมานั่งบนตักของเขาได้อย่างไม่ยากเย็น

 

“ชู่...ข้ามีอะไรบ้างอย่างจะบอกเจ้า” นิ้วเรียวยาวของริคุโอะแตะลงไปที่ริมฝีปากบางอย่างแผ่วเพื่อหยุดการพูดของซึราระโดยที่เขาเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าวิธีนี้จะทำให้ใบหน้าหวานที่เขาหลงใหลนั่นขึ้นสีเพียงใด

 

แต่ก็เพราะชอบ...เขาจึงทำหรอกนะ

 

“ข้าขอโทษที่ไม่อยู่ดูเจ้าฟื้นเป็นคนแรกเพราะข้าไปหาคานะจังมาจริงๆแต่ไปหาเพราะต้องการบอกว่าระหว่างข้ากับคานะจังไม่มีอะไรพิเศษเกินไปกว่าเพื่อน”

 

“...”

 

“และสำหรับข้า เจ้าไม่ใช่ตัวถ่วง”

 

“...”

 

“สำหรับข้า เจ้าคือคนที่ข้าเชื่อใจมากที่สุด”

 

“...”

 

“สำหรับข้า เจ้าคือคนที่สำคัญเสมอ”

 

“...”

 

“เพราะฉะนั้นสำหรับข้า เจ้าจึงไม่ใช่คนสนิท” เมื่อฟังถึงตรงนี้หัวใจของซึราระกระตุกวูบจำต้องเงยหน้ามองคนพูดอย่างตกใจแต่ก็มีเพียงรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นส่งมาให้ราวกับว่าให้เธอฟังต่อไป

 

“หากแต่ เจ้าคือผู้ที่กุมหัวใจดวงนี้เอาไว้ ซึราระ” 

 

ริคุโอะยิ้มอีกครั้งเมื่อเห็นแววตาตื่นตระหนกของหญิงสาวก่อนที่มันแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตาที่รื้อออกมาจากนัยน์ตาแสนโดดเด่นทั้งสองข้างนั่นจนเขาต้องเอื้อมมือไปปาดน้ำตาให้เธอเพราะถึงแม้มันจะเป็นน้ำตาแห่งความดีใจแต่เขาก็ไม่ชอบเอาเสียเลยที่ได้เห็นน้ำตาของเธอคนนี้

 

ริคุโอะมองซึราระอีกครั้งก่อนจะเอื้อมมือไปกอบกุมมือของเธอมาไว้แนบอกของตนและเริ่มต้นพูดอีกครั้งว่า

 

“หัวใจและร่างกายของข้ามันเป็นของเจ้า”

 

“...”

 

“และถ้าข้าคิดไม่ผิดทั้งหัวใจและร่างกายของเจ้าเป็นของข้าด้วยเช่นกัน”

 

“...”

 

“แต่ถ้าไม่...เจ้าพร้อมที่จะมอบหัวใจและร่างกายให้ข้าได้รึเปล่าซึราระ” เขาถามเธอ อย่างน้อยเขาก็ต้องการที่จะได้ยินจากปากของซึราระตรงๆไม่ใช่เพราะการตีความไปเองคนเดียว ใช่ว่าเขาจะมั่นใจในตัวเองอะไรนักหนาหรอกนะ

 

ถึงเป็นครึ่งปีศาจแต่ก็มีบ้าง ที่อารมณ์จะอ่อนไหวเป็นเหมือนกัน!!

 

“ข้าไม่มอบให้ท่านหรอก”

 

“...”

 

ซึราระนึกขันกับใบหน้าของเขาในตอนนี้เสียเหลือเกิน ดูสิตานี่ค้างไปเลยนี่แค่เธอแกล้งนิดแกล้งหน่อยเพียงแค่นั้นเองนะโทษฐานที่ทำให้เธอหลงรักข้างเดียวมาเป็นสิบปีแถมยังให้เธอเศร้าแล้วเศร้าอีกไม่รู้กี่หนขอเอาคืนแค่นี้คงไม่เป็นไรหรอกเพราะนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะแกล้งเขาแบบนี้แล้วล่ะ

 

“เพราะร่างกายและหัวใจของข้าได้มอบให้ท่านมาตั้งนานแล้วต่างหากค่ะท่านริคุโอะ เก็บรักษาไว้ให้ดีนะคะ”

 

“เจ้าแกล้งข้า”

 

“นิดๆหน่อยๆเองค่า”

 

“ข้าไม่สนแล้ว”

 

“คะ?

 

“ถึงเจ้าจะไม่สบาย ถึงข้าอาจจะติดไข้เจ้าก็ตาม”

 

“...”

 

“คืนนี้ข้าก็จะจูบเจ้าเป็นการลงโทษให้ได้!

 

“ว่ะ ว้าย” ซึราระร้องเสียงหลงเมื่อคนลงโทษเลื่อนใบหน้าของเขาเข้ามาใกล้ชิดกับเธอจนหน้าผากเกยกัน ทั้งคู่มองหน้ากันและกันอยู่อย่างนั้นโดยที่มือของเขาทั้งสองค่อยเลื่อนสอดผสานเข้าหากัน ดวงตาประสานดวงตาและ...

 

ใจทั้งสองดวงที่ประสานเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน...

 

“ข้ารักท่านริคุโอะนะคะ”

 

ซึราระหยุดทุกคำพูดและความคิดทุกอย่างลงแค่นั้นเมื่อใบหน้าของคนที่เธอรักค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้าๆจนระยะห่างแทบไม่หลงเหลือมีเพียงแค่ลมหายใจอุ่นๆของเขาและเธอเท่านั้นที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

 

สัมผัสคำว่า รักที่มีอยู่เต็มล้นหัวใจ

 

“ข้าก็รักเจ้าเช่นกันซึราระ”

 

คำพูดสิ้นสุดลงเพียงแค่นั้นเมื่อริมฝีปากของทั้งสองคนไม่ว่างอีกต่อไปเฉกเช่นดังหัวใจทั้งสองดวงที่รับรู้ถึงรักและความอบอุ่นที่ถ่ายทอดให้แก่กันและกันท่ามกลางความหนาวที่จะไม่หนาวเย็นอีกต่อไปสำหรับความรู้สึกของทั้งสองคนที่อบอวนเต็มไปด้วยกลิ่นอายของ...ความรัก

 

 

END

 

 

 

 

 

 

 

-Special end-

 

...เบื้องหลังก่อนหน้านั้น...

 

ย้อนกลับไปยังตอนที่ภูตหิมะสาวยังไม่ได้ฟื้นคืนสติ ข้างกายของเธอมีเพียงชายหนุ่มที่อุ้มเธอมานอนในห้องนี้เท่านั้น มือบอบบางถูกกุมไว้แนบสนิทกับมือหนาที่ไม่คิดจะยอมปล่อยออกแม้แต่น้อยจนกระทั่งดูสีหน้าและอาการเธอไม่สู้ดีนักนั่นแหละมันคือสาเหตุที่มากพอที่จะยอมให้เขาปล่อยมือออกจากร่างบางทั้งที่ไม่อยากจะทำนักหากเป็นไปได้

 

“เช็ดตัวน่าจะดีขึ้น...” พูดจบริคุโอะก็หันไปบิดผ้าชุบน้ำในอ่างข้างตัวที่สั่งให้ภูตตนหนึ่งนำมาให้ไว้ก่อนอยู่แล้วแต่เห็นว่ามันร้อนเกินไปจึงตั้งแช่รอให้เย็นเพราะเขาเองก็ไม่มั่นใจนักว่าวิธีการดูแลรักษาแบบปกติจะทำให้อาการของคนมีไข้อย่างซึราระทุเลาลงหรือไม่ในเมื่อเธอคือภูตหิมะที่แม้แต่ตัวเขาเวลาไม่สบายเธอยังแตะต้องไม่ได้

 

ตอนนี้เขาห่วงไปหมด...ห่วงจนไม่รู้จะทำยังไงให้มันดีไปกว่านี้

 

ริคุโอะบรรจงเช็ดตัวให้ซึราระอย่างนุ่มนวลด้วยเกรงว่าจะทำให้หญิงสาวตื่น ไล้จากใบหน้างามงอนที่เปลือกตายังคงปิดสนิทซ่อนสีนัยน์ตาโดดเด่นที่เขาชอบมองอยู่เป็นประจำไว้ ริมฝีปากแดงระเรื่องทว่าแดงกว่าปกติเพราะพิษไข้ที่รุมเร้า ริคุโอะใช้นิ้วมือของเขาปัดป่ายไปทั่วริมฝีปากแดงนั่นอย่างแผ่วเบาราวกับหลงใหลและหวงแหนพลางคิดไปว่าหากริมฝีปากนี้ถูกใครครอบครองที่ไม่ใช่เขา

 

...เขาคงจะไปฆ่ามัน...

 

ชายหนุ่มส่ายหน้านึกขันตัวเองที่คิดอย่างนั้น “แต่ถ้าหากมันเป็นความจริงฉันก็คงจะทำอย่างที่คิดไว้” แวบหนึ่งแววตาสีน้ำตาลดูแข็งกร้าวเมื่อนึกว่าสิ่งที่คิดนั้นจะเป็นความจริง ก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วเช็คตัวให้ซึราระต่อไปยังต้นคอขาวที่บัดนี้ไม่ได้มีผ้าผันดังเช่นทุกคราเพราะเขาถือวิสาสะเอามันออกกด้วยตนเอง คงไม่ดีเท่าไรนักหากยังพันไว้เช่นนั้นแล้วไล่ไปที่ลำแขนเรียวทั้งสองข้างของร่างบางแล้วหยุดไว้แค่นั้นและผ้าชุบน้ำก็ถูกวางลงบนอ่างเหมือนเดิม

 

ที่จริงเขาอยากจะเช็ดตัวให้เธอมากกว่านั้นแต่คงไม่ใช่เรื่องดีหากเขาทำดั่งใจนึก ในเมื่อคนข้างหน้าเขาเป็นหญิงสาว ใช่ เป็นหญิงสาวที่สวยคนหนึ่งอาจไม่สวยมากนักถ้าเทียบกับใครคนอื่นแต่เธอก็สวยยิ่งนักในสายตาเขาเพราะความน่ารัก ความซุ่มซ่าม ความพยายามและเป็นตัวเองของเธอ...ทุกๆอย่างที่รวมเป็นซึราระเขาชอบทั้งหมด...เพราะงั้นหากเขายังทำมากกว่านั้นมันก็ไม่แน่ที่เขาอาจทำตามใจตัวเองเผลอสำรวจร่างกายเธอ...ทุกตางรางนิ้ว

 

“เรานี่มันจริงๆเลย” ริคุโอะถอนหายใจให้ตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหวานของร่างบางแล้วยิ้มขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าที่ดีขึ้นของเธอ “รีบตื่นขึ้นมาล่ะซึราระ ฉันมีเรื่องอยากจะบอกเธอ...”

 

“ก่อนที่จะบอกอะไรนางไปเจ้าไปสะสางเรื่องที่คั่งค้างอยู่จะไม่ดีกว่าหรือ” เสียงทุ้มต่ำที่ดั่งขึ้นภายในหัวของริคุโอะทำเอาเขาหุบยิ้มนั่นลงกะทันหันจนเป็นตีสีหน้านิ่งแล้วหลับตา...ก่อนจะพบว่าตนเองมาหยุดยืนที่หน้าต้นซากุระบายสะพรั่งเหมือนเคย...เหมือนที่เขาเข้ามายืนสนทนากับอีกตัวตนของเขาอยู่เป็นประจำ ใครอีกคนที่เป็นอีกครึ่งหนึ่งของเขาที่กำลังนั่งชันเช่าอยู่บนต้นซากุระบานสะพรั่งนั่น

 

“ก็คิดว่าจะทำอย่างนั้นอยู่เหมือนกัน”

 

“เรื่องอะไร”

 

เรื่องที่คั้งค้าง” เรื่องที่ว่านั่นคงเป็นเรื่องของคานะ...เพื่อนสาวของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ใช่ว่าเขาจะซื่อเหมือนก่อนจนไม่รู้ว่าเธอคิดยังไง...กับอีกตัวตนของเขา

 

ใช่ เธอคิดกับอีกตัวตนของเขาไม่ใช่เขาที่เป็นเขายืนอยู่ตรงนี้ ถ้าให้คิดจริงๆแล้วล่ะก็คานะคงหลงรักอีกตัวตนของเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอด้วยซ้ำจนมาถึงเรื่องเมื่อตอนปะทะกับพวกร้อยเรื่องเล่าเมื่อครานั้นแหละที่เขาเผยตัวตนอีกคนให้เธอเห็น เพราะนับจากครั้งนั้นมาเธอดูจะเขินอายเวลาอยู่กับเขาประจำ

 

            เพราะงั้นถึงต้องรีบไปสะสางเรื่องนี้ให้จบ

 

            แต่ไม่ใช่เขาหรอกนะที่ต้องเป็นคนทำ...

 

            ริคุโอะในร่างกลางวันหันไประบายยิ้มให้ร่างของเขาในยามกลางคืนจนคนที่ได้รับรอยยิ้มอดสงสัยและเสียงสันหลังเล่นไม่ได้

 

            แน่ล่ะ มีไม่กี่ครั้งที่หมอนี่จะส่งยิ้มเย็นๆมาให้เขารู้สึกเสียวเล่นแบบนี้และในไม่กี่ครั้งนั้นมันก็ได้เรื่องทุกที!

 

            “เจ้ากำลังมีเรื่องให้ข้าใช่มั้ย”

 

            “ก็นะครับ คิดว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมเพราะนับจากนี้เป็นต้นไปผมจะต้องอยู่ในนี้และคุณก็ต้องออกไปดูแลซึราระต่อ”

 

            “...”

 

            “ถึงจะเสียดายนิดหน่อยแต่คงไม่ต่างกันเท่าไร”

 

            “...”

 

            “เพราะงั้นเรื่องที่ต้องสะสาง...”

 

            ชัด...ชัดเลยจริงๆ

 

            “ฝากด้วยนะครับ” ว่าจบก็กระโดดขึ้นไปนั่งสบายใจเชิบบนต้นซากุระแทนอีกคนที่เคยนั่งอยู่โดยที่ไม่ลืมโบกมือบ๊ายบายให้อีกร่างของตนเองเป็นการส่งท้ายโดยที่ไม่ได้สนเลยว่าอีกร่างของตนนั้นจะมีสีหน้าแบบไหน

 

            ให้ตายสิ! ค่าตอบแทนที่เท่าเทียมงั้นเหรอ หมอนี่หาเรื่องให้ข้าชัดๆ!!

 

Talk with yamrol

       ฮู่ววววว์!!~ ในที่สุดเรื่องสั้นเรื่องนี้ก็สำมะเร็จในสี่สิบห้าหน้าเวิร์ด! ดีใจที่ซู้ดดดดดด ส่วนตัวพยายามอย่างเต็มที่เพราะหลงคู่นี้สุดๆ หลงไปหลงมาจนต้องมานั่งแต่งฟิคสนองตัวเอง 55555 (ย้ำนะคะว่าสนองตัวเองจริงๆ!) อยากให้ทุกคนอ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นปนความหวานที่ไม่รู้จะหวานตามไรท์กันรึเปล่า แฮะๆ = =;;  ที่จริงฟิคนี้เกิดขึ้นพร้อมๆกับของพี่โบเลย แต่ออกมาช้ากว่ามากกก(เพราะมัวแต่อู้) ใครที่ยังไม่เคยอ่านก็ไปอ่านกันได้นะคะหวานสุดๆสุดท้ายยังไงก็ขอให้อ่านกันอย่างสนุกนะคะแค่นี้ก็ดีใจจะแย่แล้ว ><.

ผลงานอื่นๆ ของ yamrol

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

"แต่งได้เจ๋งค่ะ!!"

(แจ้งลบ)

เอ่อ...ขออนุญาติวิจารณ์นะคะ คือว่าช่วงนี้ชอบนูระมาก แล้วก็ประทับใจคู่ซึราระกับริคุโอะเป็นพิเศษเลยมาฟิคอ่าน แล้วก... อ่านต่อ

เอ่อ...ขออนุญาติวิจารณ์นะคะ คือว่าช่วงนี้ชอบนูระมาก แล้วก็ประทับใจคู่ซึราระกับริคุโอะเป็นพิเศษเลยมาฟิคอ่าน แล้วก็มาเจอของไรท์เตอร์เนี่ยล่ะค่ะ ^^ ประทับใจธีมมากค่ะ มันดูเรียบๆแต่บิรสุทธิ์มากค่ะ ตัวภาพหลักก็เข้ากับสีธีม ทำออกมาแล้วดูดีมาก สีจัวอักษรก็เข้าโทนค่ะ ออกแนวทันสมัยดี ชอบการวรรคค่ะ! นักอ่านทุกคนไม่ชอบหน้าที่มีตัวอักษรเยอะๆค่ะ แต่ไรท์เตอร์จัดหน้าหลักได้โอเคเลยค่ะ การวรรคของแต่คอลัมทำให้ไม่เบื่อหรือท้อเวลาอ่านค่ะ ถ้าสังเกตจากการวางตัวอักษรไรท์เตอร์คงแหวกแนวน่าดูแสดงว่าเป็นคนไม่ชอบทำตามแบบใครหรือเปล่าคะ หรือ เป็นพวกที่ไม่ชอบอะไรที่เลี่ยนจนเกินไป ประมาณเนี้ย บทแรกแต่งได้น่ารักดีค่ะ แต่มันดูขัดๆกับคำเกริ่นเรื่องอ่ะค่ะ คำเกริ่นเรื่องดูนิ่มนวลแล้วก็อบอุ่น แต่พอแต่งมันดูน่ารักและกระฉับกระเฉงค่ะ เนื่องจากไม่แน่ใจแนวการแต่งของไรท์เตอร์เลยไม่รู้ว่าที่วิจารณ์ไปจะถูกต้องรึเปล่านะคะ เพราะลายธีมมันออกแนวซึราระอย่าทิ้งข้าไปนะ... แต่บทแรกมันกลายเป็น ซึราระเรามาเป็นผัวเมียกันเถอะ... ไรเงี้ยอ่ะค่ะ คือริคุโอะร่างภูติเนี่ยจะแตกต่างจากรุ่นหนึ่งกับรุ่นสองคือทางนิสัยอย่างที่ไรท์เตอร์เข้าใจแหล่ะค่ะ รุ่นแรกจะออกแนวเจ้าชู้ไม่กลัวใครแต่มีคุณธรรมใช่ไม๊คะ รุ่นสองจะเป็นแนวมั่นคงพึ่งพาได้และอบอุ่นค่ะ ส่วนรุ่นสามจะเป็นคุณธรรมและคิดอะไรแหวกแนวกับมีความน่าเกรงขาม บุคคลิกของรุ่นสามจึงควรเยือกเย็นแบบภาคสเปเชี่ยวค่ะ ชอบคำพูดของตัวละครมากค่ะ สั้นๆแต่ได้ใจความและอ่านง่าย เป็นแง่ดีของการเขียนแบบนี้ค่ะ แต่เเง่เสียคือ ไม่สามารถแสดงอารมณ์ของตัวละครออกมาได้ชัดเจนน่ะค่ะ อันนี้เป็นคามคิดของคนอ่านเองนะคะ อ้อ เกือบลืมค่ะ บแรกรวมๆคือโอเคค่ะ เสียอย่างเดียวใช้คำพูดเปล่งๆค่ะ มันอาจจะเป็นเอกลักษณ์ก็ได้นะคะ แต่พอเอาคำเปล่งๆมาอ่านจากอารมณ์กำลังบิ้ว พอเจอคำเปล่งปุ๊บมันฉุดลงเหวอ่ะค่ะ แบบฉากจบอ่ะค่ะ คำพูดสิ้นสุดเพียงแค่นั้นเมื่อริมฝีปากของทั้งสองคนไม่ว่างอีกต่อไป มันฉุดอารมณ์น่ะค่ะ อาจจะเปลี่ยนเป็น คำเอื้อนเอ่ยสิ้นสุดเพียงเท่านั้นคราริมฝีปากทั้งสอง...อะไรแบบเนี้ยค่ะ ^^ รับรองว่าเรียกอารมณ์ได้แน่ เพราะกำลังอ่านแบบได้ฟิวอยู่ดีๆ พอเห็นประโยคนี้ก็เผลอขำออกมาค่ะ อีกนิดเดียวเอง สู้ๆนะคะ แต่ที่ประทับใจสุดๆคือภาคสเปเชี่ยวค่ะ แต่งได้ดีมากค่ะ นี่แหล่ะค่ะ ที่เข้ากับธีม สมกับเป็นริคุโอะ กรี๊ดดดดด >///< ปล.อันนี้จากใจนะคะ ไรท์เตอร์โคตรเก่งอ่ะ ขนาดไม่มีดนตรียังทำให้รู้สึกอินได้เจ๋งมากๆค่ะ ปล.ของปล.แต่ถ้ามีดนตรีประกอบจะดีสุดๆเลยค่ะ ย่อ

Wⓘtch of Happⓘness | 27 ก.พ. 56

  • 3

  • 0

คำนิยมล่าสุด

"แต่งได้เจ๋งค่ะ!!"

(แจ้งลบ)

เอ่อ...ขออนุญาติวิจารณ์นะคะ คือว่าช่วงนี้ชอบนูระมาก แล้วก็ประทับใจคู่ซึราระกับริคุโอะเป็นพิเศษเลยมาฟิคอ่าน แล้วก... อ่านต่อ

เอ่อ...ขออนุญาติวิจารณ์นะคะ คือว่าช่วงนี้ชอบนูระมาก แล้วก็ประทับใจคู่ซึราระกับริคุโอะเป็นพิเศษเลยมาฟิคอ่าน แล้วก็มาเจอของไรท์เตอร์เนี่ยล่ะค่ะ ^^ ประทับใจธีมมากค่ะ มันดูเรียบๆแต่บิรสุทธิ์มากค่ะ ตัวภาพหลักก็เข้ากับสีธีม ทำออกมาแล้วดูดีมาก สีจัวอักษรก็เข้าโทนค่ะ ออกแนวทันสมัยดี ชอบการวรรคค่ะ! นักอ่านทุกคนไม่ชอบหน้าที่มีตัวอักษรเยอะๆค่ะ แต่ไรท์เตอร์จัดหน้าหลักได้โอเคเลยค่ะ การวรรคของแต่คอลัมทำให้ไม่เบื่อหรือท้อเวลาอ่านค่ะ ถ้าสังเกตจากการวางตัวอักษรไรท์เตอร์คงแหวกแนวน่าดูแสดงว่าเป็นคนไม่ชอบทำตามแบบใครหรือเปล่าคะ หรือ เป็นพวกที่ไม่ชอบอะไรที่เลี่ยนจนเกินไป ประมาณเนี้ย บทแรกแต่งได้น่ารักดีค่ะ แต่มันดูขัดๆกับคำเกริ่นเรื่องอ่ะค่ะ คำเกริ่นเรื่องดูนิ่มนวลแล้วก็อบอุ่น แต่พอแต่งมันดูน่ารักและกระฉับกระเฉงค่ะ เนื่องจากไม่แน่ใจแนวการแต่งของไรท์เตอร์เลยไม่รู้ว่าที่วิจารณ์ไปจะถูกต้องรึเปล่านะคะ เพราะลายธีมมันออกแนวซึราระอย่าทิ้งข้าไปนะ... แต่บทแรกมันกลายเป็น ซึราระเรามาเป็นผัวเมียกันเถอะ... ไรเงี้ยอ่ะค่ะ คือริคุโอะร่างภูติเนี่ยจะแตกต่างจากรุ่นหนึ่งกับรุ่นสองคือทางนิสัยอย่างที่ไรท์เตอร์เข้าใจแหล่ะค่ะ รุ่นแรกจะออกแนวเจ้าชู้ไม่กลัวใครแต่มีคุณธรรมใช่ไม๊คะ รุ่นสองจะเป็นแนวมั่นคงพึ่งพาได้และอบอุ่นค่ะ ส่วนรุ่นสามจะเป็นคุณธรรมและคิดอะไรแหวกแนวกับมีความน่าเกรงขาม บุคคลิกของรุ่นสามจึงควรเยือกเย็นแบบภาคสเปเชี่ยวค่ะ ชอบคำพูดของตัวละครมากค่ะ สั้นๆแต่ได้ใจความและอ่านง่าย เป็นแง่ดีของการเขียนแบบนี้ค่ะ แต่เเง่เสียคือ ไม่สามารถแสดงอารมณ์ของตัวละครออกมาได้ชัดเจนน่ะค่ะ อันนี้เป็นคามคิดของคนอ่านเองนะคะ อ้อ เกือบลืมค่ะ บแรกรวมๆคือโอเคค่ะ เสียอย่างเดียวใช้คำพูดเปล่งๆค่ะ มันอาจจะเป็นเอกลักษณ์ก็ได้นะคะ แต่พอเอาคำเปล่งๆมาอ่านจากอารมณ์กำลังบิ้ว พอเจอคำเปล่งปุ๊บมันฉุดลงเหวอ่ะค่ะ แบบฉากจบอ่ะค่ะ คำพูดสิ้นสุดเพียงแค่นั้นเมื่อริมฝีปากของทั้งสองคนไม่ว่างอีกต่อไป มันฉุดอารมณ์น่ะค่ะ อาจจะเปลี่ยนเป็น คำเอื้อนเอ่ยสิ้นสุดเพียงเท่านั้นคราริมฝีปากทั้งสอง...อะไรแบบเนี้ยค่ะ ^^ รับรองว่าเรียกอารมณ์ได้แน่ เพราะกำลังอ่านแบบได้ฟิวอยู่ดีๆ พอเห็นประโยคนี้ก็เผลอขำออกมาค่ะ อีกนิดเดียวเอง สู้ๆนะคะ แต่ที่ประทับใจสุดๆคือภาคสเปเชี่ยวค่ะ แต่งได้ดีมากค่ะ นี่แหล่ะค่ะ ที่เข้ากับธีม สมกับเป็นริคุโอะ กรี๊ดดดดด >///< ปล.อันนี้จากใจนะคะ ไรท์เตอร์โคตรเก่งอ่ะ ขนาดไม่มีดนตรียังทำให้รู้สึกอินได้เจ๋งมากๆค่ะ ปล.ของปล.แต่ถ้ามีดนตรีประกอบจะดีสุดๆเลยค่ะ ย่อ

Wⓘtch of Happⓘness | 27 ก.พ. 56

  • 3

  • 0

21 ความคิดเห็น

  1. #21 earnnaruk
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 20:40
    ชอบมาก จริงๆ ถ้านี่เป็นร่างกลางวันจะตอบว่าเรื่องของใครคนนั้นต้องจัดการเองสิ5555555
    #21
    0
  2. #20 Acnologia0109 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 12:17
    โอ้ยยยฟินนนนน~~~
    #20
    0
  3. #19 โออิคาวะ
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 13:01
    แต่งได้ดีค่ะ สนุกมาก
    #19
    0
  4. #18 PP_patty
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 21:44
    💕💕💕So cute 💕💕💕
    #18
    0
  5. #17 pengdaw
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 06:10
    สนุกมากเลยจร้าาา. ชอบซึราระกับริคุโอะสุดๆ
    #17
    0
  6. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 23:37
    >_< ชอบซึราระกับริคุโอะมากมายยยยย
    #16
    0
  7. #15 Cindy.com (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 22:29
    ฟินแทนซึราระ สมหวังสักทีนะซึราระ ริคุโอะดูแลซึราระดีดีหล่ะ สนุกค่ะ
    #15
    0
  8. #14 aryamae
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 02:39
    ชอบมากๆเลยค่ะ >< คู่นี้ น่ารัก สนุกและฟินมากๆเลยค่ะ ถึงจะมีอารมณ์เศร้าอยู่ด้วย แต่งเก่งมากๆเลยค่ะ

    ขอบคุณนะคะ สนุกสุดๆ ^^
    #14
    0
  9. #13 Ploy.Ling
    วันที่ 15 มกราคม 2557 / 00:18
    ชอบคู่นี้มากกกกกกก อ่านแล้วฟินเลย ><"

    แต่งออกมาอีกเยอะๆนะคะ
    #13
    0
  10. #12 polyholy
    วันที่ 27 กันยายน 2556 / 15:27
    สนุกมากเลยค่ะ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ
    #12
    0
  11. #11 Firbii.st
    วันที่ 9 กันยายน 2556 / 22:26
    ฟินมากกกกกกกกกกกก เราไม่เคยอ่านนูระแต่เพื่อนส่งฟิคเรื่องนี้มาให้อ่าน
    ขอบอกว่าชอบมากเลยค่ะถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าใครเป็นใครในเรื่องนี้ก็เถอะ =0=;;;
    เป็นกำลังใจให้นะคะ <3

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 กันยายน 2556 / 22:27
    #11
    0
  12. #10 nat
    วันที่ 5 เมษายน 2556 / 13:50
    สนุกมากๆๆๆ

    ชอบริคุโอะกับซึราระมากเลยอ่ะ
    #10
    0
  13. วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 00:18
    แบบว่าชอบโฮกๆ แต่งฟิคนูระอีก ข้าน้อยอยากอ่านๆๆๆ
    #9
    0
  14. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 11:12
    แต่งดีมากเลยอ่าา น่ารักมั่ก อิอิ ขอบคุณนะคะไรทเตอร์ >w<
    #8
    0
  15. #7 เกล็ดหิมะ...บัวหยก
    วันที่ 2 ธันวาคม 2555 / 17:08
    สุดยอดค่ะ แปะๆๆๆ
    #7
    0
  16. #6 MOHAN
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2555 / 15:36
    หนุกมากจ้า โรแมนติกสุดๆเลย
    ขอฝาก แฟนฟิคของเรามั่งนะ
    แฟนฟิคนูระ เรื่องเสียงสะท้อนของหัวใจ ในวันหิมะขาวโปรยปราย
    ว่างๆอย่าลืมไปอ่านนะ ถ้าเม้นด้วยจะดีใจมากเลย ^^


    #6
    0
  17. วันที่ 16 สิงหาคม 2555 / 00:35
    ชอบคู่นี้มากค่ะ หวานมาก

    เขินแทนซึราระจังเลย >///<
    #5
    0
  18. วันที่ 11 สิงหาคม 2555 / 18:05
    แต่งดีมากค่ะ อ่านไปเขินไปลุ้นไป
    #4
    0
  19. #3 สาวีดัด
    วันที่ 9 สิงหาคม 2555 / 19:52
    สนุกมากๆเลยค่ะแต่งอีกนะค่ะ :-)
    #3
    0
  20. วันที่ 5 สิงหาคม 2555 / 16:41
    อุ!!! โดนใจมาก >////< เขินแทนกลิ้งๆ
    #2
    0
  21. วันที่ 2 สิงหาคม 2555 / 09:52
    รออ่านอยู่ นะ ^W^~~
    แปะ
    #1
    0