นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

ยอดวิวรวม

30

ยอดวิวเดือนนี้

6

ยอดวิวรวม


30

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  22 ก.พ. 64 / 17:17 น.
นิยาย OS | Walking in the rain #任Ѻù

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ขอให้ฝนตกตลอดไปเลยได้ไหม
tb

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 ก.พ. 64 / 17:17


 

.

.

.

.

.

ฤดูฝน อย่าลืม พกร่มกันด้วยนะคะ

.

.

.

.

.

.

.

 

The forecast calls for scattered showers.

.

.

.

 

'วันที่ฝนตก ไหลลงที่หน้าต่าง เธอคิดถึงฉันบ้าง ไหมหนอเธอ' เพลงที่ผมจำได้ ว่าเคยมีคนเดินตากฝน วิ่งข้ามหอมาหาเพื่อจะจีบเขาในวันที่สายฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ช่วงค่ำที่ผู้คนบางตาเพราะเข้าหอกันไปแล้ว

เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ ฝนตกหนักแบบนี้แต่ดันวิ่งข้ามหอตากฝนมาขอจีบ เป็นคนที่แปลกดี เพลงก็ดันดังออกมานอกร้านที่เขายืนรอหลบฝนอยู่ด้วย

พวกเราเรียนด้วยกันบ้าง เพราะคนละสาขา แต่เคยเจอกันเวลาเรียนรวม หรือเดินสวนกันบ้างในมหาลัย เป็นการพบเจอโดยบังเอิญ แต่ครั้งนี้คงเป็นการตั้งใจเจอของเขา ไม่ใช่ผม

ผู้ชายผิวขาวผมดำสนิท ในเชิ้ตสีขาวพอดีตัวที่เปียกจนเห็นผิวกายภายในที่มือกล้ามเนื้ออย่างที่ควรเป็น กางเกงสีดำแนบเนื้อและผ้าใบเก่าๆ เขายื่นถุงพลาสติกที่ด้านในมีเสื้อกันฝนสีม่วงอยู่ กับ USB เล็กๆ สีดำแดง ผมยืนค้างไม่รับสักทีจนอีกคนต้องคว้ามือผมมาให้รับถุงไป ก่อนจะยืนเกาแก้มแล้วเขยิบมากระซิบบอกผมว่า

"อย่าลืมใช้นะ" ก่อนจะวิ่งกลับหอของตัวเองไป

ใครกันแน่ที่ต้องใช้ ตัวเองเปียกมากกว่าแท้ๆ จะไม่สบายหรือเปล่านะ แต่ยังไงก็ขอบคุณ

.

.

.

 

What’ s it like outside? Is it raining?

 

ผมได้เจอเขาอีกครั้งตอนงานกีฬาสีของคณะ เขาเป็นหนึ่งในนักกีฬาฟุตบอล เก่ง ผมดูบอลไม่เก่งนัก แต่เขาเล่นได้ดี และเก่งสำหรับผม อีกอย่าง จากเสื้อฟุตบอลที่เขาใส่ และเสียงแซวจากพิธีกร ทำให้ผมรู้ว่าเขาชื่อว่าไปป์

แฟนคลับเขาก็ดูจะมีบ้าง ฟังจากเสียงกรี๊ดตอนเขาทำประตูได้ หรือว่าเป็นเสียงเชียร์จากเอกตัวเองกัน แต่ขนาดเราไม่ได้อยู่สาขาเดียวกัน ผมยังอดเชียร์เขาในใจไม่ได้เลย

รางวัลที่หนึ่งตกเป็นของสาขาพวกเขา แน่ละ ยิงประตูทิ้งห่างไปสองเท่าแบบนั้น เล่นเพื่อแข่งขันกันจริงๆ

แค่ผมเห็นเหงื่อก็รู้สึกเหนื่อยแทนแล้ว

และโชคดีสำหรับผม ที่ฝนตกลงตอนมอบเหรียญพอดี

จากฝนปรอย ก็เริ่มแรง การอพยพหนีฝนพร้อมเก็บข้าวของทั้งหมดใช้เวลารวดเร็วจนน่าตกใจ เสียงประกาศแจ้งเลิกงานแบบฉุกเฉิน ผู้คนเริ่มเคลื่อนย้ายตัวกันไปคนละทิศละทางกลับหอตัวเอง บ้างก็ยังนั่งอยู่แถวนั้น เพราะฝนตกไม่แรงมาก ผมจึงนั่งรอดูฝน และซึบซับความเย็นเบื้องหน้าต่ออีกสักพัก แรงสั่นจากที่นั่งใกล้ๆ ทำให้ผมหันไปมอง คนเดียวกับที่เตะบอลเก่งๆ ที่สนามเมื่อกี้เลย

"ไง เรน" ผมขมวดคิ้ว ผมมั่นใจว่านี่คือการพบกันครั้งที่สอง ถ้าไม่นับการเรียนร่วมกันในคลาสรวม แต่ว่าเขารู้ชื่อผมได้ยังไง ปกติในคลาสอาจารย์ก็เรียกชื่อจริงตลอด

"อย่าทำหน้าสงสัยแบบนั้นสิ เราได้ยินเพื่อนคุณเรียกไง" ไปป์ตอบแล้วขำน้อยๆ ผมนึกตามแล้วพอจะเข้าใจได้ เพื่อนบางคนชอบตะโกนชวนไปกินข้าวบ่อยๆ เช่นจูเนียร์ ว่าที่เดือนของคณะ ที่รู้จักกันตอนรับน้อง

"เพื่อนไปไหนหมดแล้ว" ไปป์ถามขึ้นอีก เมื่อเห็นผมหันมาหา

"วันนี้จักรหยุด แล้วนายละ" จักร เพื่อนของผมโดด เพราะบ้านอยู่ไกล ไม่เหมือนผมที่อยู่หอ

"พวกมันกลับไปกันหมดแล้ว มีฉลองตอนดึก แต่เราไม่อยากไป" คงหมายถึงเพื่อนร่วมทีม งานฉลองสำหรับเหรียญรางวัล ทำไมเจ้าตัวไม่ไปด้วยเนี่ย "ฝนใกล้หยุดแล้ว ไปกินข้าวกันมั้ย" แล้วทำไมไม่ไปกินข้าวกับเพื่อนคุณเนี่ย

"ไปกินข้าวด้วยกันหน่อย หลังมอนี่เอง" ไปป์พูดอ้อน แล้วขยับมาใกล้ขึ้น โอเค ผมไม่เก่งด้านการเข้าสังคม แต่ดูเหมือนอีกคนจะเก่งด้านนี้อยู่พอตัว

"ก็ได้" มีคนทำดีด้วยก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องปฏิเสธไป ไปป์ยิ้มตอบ แล้วผมก็หันหน้าไปดูฝนต่อ คนข้างๆ ก็ด้วย พอหันหน้ามองฝนด้วยแล้วก็ถามขึ้น "ได้ฟังเพลงที่ให้ไปหรือยัง" ผมหันไปมองเขาอีกรอบ USB ที่เขาให้ผมยังไม่ได้แตะเลย เรียกว่าทั้งถุงที่เขาให้มา ผมแขวนไว้กับลูกบิดประตูห้อง

"ทำหน้าแบบนี้สงสัยยังแน่เลย งั้นมาฟังเพลงรอฝนหยุดตกกันเถอะ" เขาหันไปหยิบโทรศัพท์และสายหูฟังออกมาจากกระเป๋าเป้ข้างๆ กดหน้าจอสักพัก แล้วก็ยื่นหูฟังมาให้ อย่างที่บอกคนทำดีด้วย ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธ ผมเอื้อมมือไปหยิบหูฟังอีกข้างจากเขา เราสูงพอๆ กันแต่ก็เว้นระยะที่นั่งนิดหน่อย พอผมใส่หูฟังเรียบร้อย เขาก็กดเล่น

(https://youtu.be/YVinWJRNpdg) *

"ชื่อเพลงอะไรเหรอ" ฟังไปได้ไม่เท่าไหร่ผมก็ถามขึ้น ถ้าฟังแล้วรู้สึกชอบ ผมจะเริ่มหาเนื้อเพลงมาอ่านความหมาย แต่ก็ดันเป็นเพลงเกาหลี ผมจะแปลก็ไม่ได้ อยากรู้ความหมายก็คงต้องถามชื่อเพลงแล้วค้นเอง ไปป์กลับบอกว่า "แอดไลน์มาสิ เดี๋ยวจะส่งชื่อเพลง นักร้อง เนื้อเพลง และความหมายให้เลย"

.

.

 

.

.

.

.

 

Take your umbrella. It looks like it’ s going to rain.

.

.

จากการนั่งฟังเพลงและไปกินข้าวกันต่อวันนั้น ก็ทำให้พวกเราคุยกันมาเรื่อยๆ แม้จะแค่ผ่านทางไลน์หรือไอจีบ้างก็ตาม มีบ้างที่นัดกินข้าวด้วยกันตอนเลิกเรียน หรือ ตอนพัก ทำให้เพื่อนของพวกเรารู้จักกัน เพื่อนของไปป์ ชื่อก้าน เบล และรัฐ แถมพวกเพื่อนเขาและผม (ที่มีจักรกับจูเนียร์) ก็เข้ากันได้ดี แต่พอเข้าปีสอง วิชาเรียนด้วยกันก็น้อยลงไป แต่ยังไง หอเราก็อยู่ตรงข้ามกัน เดี๋ยวก็นัดลงมานั่งทำงานที่สวนหน้าหอกันบ้างอยู่ดี

"อาจารย์ยุทธ สอนงงมาก ถ้าเขาไม่แจกสไลด์ให้อ่านทวนคงไม่เข้าใจ" ไปป์บ่นขึ้น พวกเรานั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบของปีสองกัน พวกเพื่อนของเขานัดกับอีกกลุ่มไว้ เหมือนผมเองก็ติวเอง และขี้เกียจมา ทำให้เหลือพวกเราอยู่สองคน

"อ่านแล้วทำสรุปหัวข้ออีกทีแล้วกันนะ" ผมเสนอแล้วก้มลงอ่านหนังสือต่อ

"งั้นสอบเสร็จไปดูหนังกันมั้ย" ไปป์บอกขณะยังไถสไลด์อ่านในไอแพดอยู่

"เอาสิ อยากกินบราวนี่ช็อตร้านนั้นด้วย"

"งั้นนัดกันวันที่ 27 นะ สอบเสร็จทั้งคู่พอดี"

"ตกลง ตอนนี้รีบอ่านได้แล้ว จะมืดแล้วเนี่ย" ผมพูดตบไหล่หนานั้นไปสองสามที แต่อีกคนกลับไถตัวนอนหัวหนุนหนังสือแทน

"ง่วงแล้วอะเรน" พออ่านไม่ได้สักพักแล้วชอบฟุบนอนทุกที ไปป์ให้เหตุผลว่าเวลาอยู่กับผมแล้วทำให้ง่วง ผมไม่เข้าใจว่าทำไม เพราะผมน่าเบื่อเหรอ เขาก็บอกว่าปล่อย และก็จะชอบมาขอ "นอนหนุนตักหน่อยดิ" ชอบมาขอนอนหนุนตักตลอด ตอนแรกๆ ก็ไม่ให้ แต่หลังๆ เพราะอีกคนตื๊อหนักเลยยอมแล้วกัน ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาหนุนตักด้วย แต่สงสัยตอนไปดูหนังกันคงต้องซื้อหมอนแบบพกได้ให้ไปป์ไว้สักหน่อยแล้ว

ผมตบตักตัวเองแล้วเขยิบห่างไปให้อีกคนเอนตัวเอาหัวมาหนุนได้พอดี กลายเป็นความเคยชินไปแล้วด้วยซ้ำ

"ทำไมฟ้ามืดไวจัง อากาศก็เย็นๆ หรือว่า.." ผมยังพูดไม่ทันจบ ฝนก็เริ่มตกลงมา โชคดีที่พวกเรานั่งใกล้กับตัวตึก ทำให้สามารถเก็บของแล้วหลบฝนได้ไว

"ชีทเปียกมากมั้ย" ไปป์หันมาถาม

"นิดหน่อย เอาใส่แฟ้มทันพอดี"

"ฝนหลงฤดูมา ตกหนักด้วย ขึ้นไปรอบนห้องเถอะ" ตึกที่ใกล้ที่สุดเป็นหอของไปป์ เท่ากับต้องขึ้นห้องไปป์ครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกัน แถวนี้ไม่มีที่นั่งด้วย คนที่อยู่รอบๆ ส่วนใหญ่ก็ขึ้นบนตึกกัน "โอเคมั้ยเรน"

"งั้นรบกวนด้วยนะ" เกรงใจเจ้าของห้องแต่ถ้าจะให้ยืนรอด้วยกันก็คงไม่ดี

.

.

.

Let’ s stay inside until the rain lets up.

 

.

 

.

 

เป็นอีกครั้ง อีกครั้ง และนับไม่ถ้วนที่ผมเริ่มมาที่หอไปป์บ่อยขึ้น ก็เพราะเจ้าตัวเองนั้นแหละที่ชวนขึ้นมา ครั้งแรกที่เคยขึ้นไป เจ้าตัวก็ต้มมาม่าแล้วนั่งกินด้วยกันแล้วเผลองีบหลับกันไปเพราะบรรยากาศชวนนอน (กับเจ้าของห้องที่ง่วงอยู่แล้ว)

ไปป์ไม่เคยขอขึ้นห้องผม แต่กลับชวนแล้วชวนอีกให้มานั่งเล่นห้องของตน เพียงเพราะผมเอ่ยปากบอกว่าห้องสวยดี (และมีสมาร์ททีวีที่ห้องผมไม่มีด้วย) แตกต่างกับห้องในหอผมเสียจริง

"ดูเน็ตฟลิกมั้ย เรื่องนั้นเข้าแล้วนะที่กดเฟบไว้อะ"

"เรื่องไหน"

"Alice in wonderland? "

"Borderland สิ"

"นั่นแหละ ดูกัน" ไปป์ว่าแล้วตบที่นั่งข้างๆ ให้ผมนั่งลง เพราะวันนี้เลิกเรียนไวทั้งคู่ หลังจากกินข้าวร้านประจำกันเสร็จต่างคนต่างแยกย้าย พอเหลือเราแค่สองคนไปป์ก็ชวนมา

ขึ้นห้อง ทำไมผมใจง่าย ทำตามคำชวนเขาทุกที ขึ้นปีสามแล้วแต่ก็เจอหน้ากันประจำอยู่ดี

"เอาโค้กเปล่า" ผมส่ายหน้าแล้วดูซีรี่ย์อย่างใจจดใจจ่อ

"เดี๋ยวมานะ" ไปป์ว่าแล้วไปเดินหายไป สักพักก็กลับมาพร้อมถุงขนม น้ำสองขวด และผ้าห่มลายไอร่อนแมนที่ผมซื้อให้เป็นของขวัญ

"ติดผ้าเหรอคุณไปป์" ผมเอ่ยแซวเพราะผ้าผืนนี้มักจะอยู่ติดตัวเจ้าของห้องตลอดเวลาที่แวะมา

"ติดคนให้ต่างหาก" ไปป์ว่าพร้อมหัวเราะก่อนจะเอาผ้ามาคลุมตัวทั้งเขาและผมไว้ ดึงผมให้เอนตัวพิงเบาะและแขนเขาที่ยกขึ้นมาพาดไหล่ผม ก่อนจะนั่งดูหนังด้วยกัน

.

.

.

It’ s raining cats and dogs.

 

.

 

.

 

ดูไปได้สักพักใหญ่ บรรยากาศก็เริ่มเย็นขึ้น ถ้าจำไม่ผิด บรรยากาศแบบนี้ฝนต้องตกแน่ๆ ผมจับไปป์ที่เผลอหลับไปให้นอนพิงโซฟาดีๆ แล้วลุกไปเปิดผ้าม่าน ฝนตกลงมาจริงๆ และดูท่าจะหนักขึ้นเรื่อยๆ ด้วย

ผมปรับแอร์แล้วกลับมานั่งที่เดิม ไปป์ตื่นขึ้นมามองตามผม "ฝนตกอีกแล้วเหรอ" ผมพยักหน้าแล้วดึงอีกคนมานั่งท่าเดิม ไปป์ขำแล้วดันตัวผมเข้าไปหาเอง

"ทำไมเรนถึงชื่อเรนเหรอ" ไปป์ถามผมที่สนใจหน้าจออยู่

"เพราะตอนเด็กชอบร้องไห้ตอนฝนตก สงสัยเพราะกลัว"

"กลัวแต่ก็ได้ชื่อนี้มาอะนะ"

"กลัวฝนเลยให้ชื่อว่าฝนละมั้ง คิดว่านะ" ผมก็ไม่ได้อะไรกับชื่อเล่นตัวเองอยู่แล้ว รู้ว่าพ่อแม่ตั้งให้ ผมก็ได้หมด

"แต่โตมาไม่ร้องแล้วนี่ ตอนนั้นก็ยืนตากฝนอยู่"

"ครั้งแรกที่เจอกันเหรอ"

"ครั้งแรกที่ไหนเล่า เจอกันออกจะบ่อย นายไม่สักเกตเองเถอะ" หือ

"วันนั้นเป็นวันแรกที่ตัดสินใจจะเข้าไปทักต่างหาก ตอนรับน้อง นายโดนรุ่นพี่เรียกไปเพราะคิดว่าเป็นผู้หญิง" ใช่ จำได้เลยว่ารุ่นพี่คนหนึ่งเรียกออกไปจากการสุ่มชื่อเรื่องในใบรายชื่อ ตั้งใจจะสุ่มให้ประกวดดาวเดือนนี่แหละ นั่นคือตอนที่ผมรู้จักจูเนียร์ด้วย

"ฉันว่าหน้านายก็ไปเป็นดาวได้อยู่เหมือนกันนะ โอ้ย" ผมแอบเอาศอกกระแทกตัวอีกคนที่นั่งชิดกันอยู่ "ฉันพูดจริงๆ นะ"

"เดือนต่างหาก"

"ดาวแหละ เหมาะกว่า โอ้ย"

"ไม่เอาหรอก ดูวุ่นวายจะตาย ไม่ง่วงแล้วเหรอ"

"ก็ง่วงแต่อยากคุยกับเรนก่อน" พูดพร้อมกับเอามือมาลูบๆ ที่โดนศอกกระแทกไปหนักๆ สองที

"ว่าไง" ผมกดหยุดเล่นไว้แล้วหันมาคุยกับเจ้าของห้อง

"วันนี้ค้างนี่นะ"

"ก็ได้ อยากดูซีรี่ย์ให้จบด้วยพอดี"

"กินอะไรจะได้โทรสั่ง"

"อยากกินไก่ทอด แต่เดี๋ยวค่อยสั่งตอนฝนหยุดก็ได้"

"ตอนนี้ชอบฤดูฝนมั้ย"

"จู่ๆ ก็ถามเรื่องดินฟ้าอากาศซะงั้น เป็นอะไร"

"ตอบเถอะน่า"

"ก็ชอบ เย็นดี เวลามองแล้วรู้สึกสบายใจ"

"เหมือนตอนฉันมองนายแน่เลย"

"? "

"ก็เวลาอยู่กับนาย เวลามองนายมันรู้สึกสบายใจดี"

"ยังไงครับคุณไปป์"

"ก็ตามนั้นเลย"

"จะสื่อว่าชอบ? "

"แสนรู้นี่ พันธุ์อะไรทำไมน่ารัก"

"จริงจัง? "

"เรื่องนายฉันไม่เคยล้อเล่น จริงจังมาตั้งแต่วันที่ให้เสื้อกันฝนแล้ว เห็นว่าชื่อเรน แปลว่าฝนก็เลยอยากให้พกติดตัวไว้ ส่วน USB ที่ให้นายก็อยากให้เปิด แต่ไม่ยอมเปิดสักที" ไปป์ว่าแล้วหันหน้าหนีไปยอมสบตา เขินเหรอ

"ฉันเปิดแล้ว" ได้เขินกว่าเดิมแน่

"งั้นก็เห็นแล้วดิ" ไปป์พูดขึ้นเสียงสูงแล้วหันมาจ้องหน้ผมตาโต

"อื้อ"

"เอ้า แล้วทำไมไม่บอกวะ" จู่ๆ ไปป์ก็หน้าแดงหูแดง มำหน้าตาตลกชะมัด

USB นั่นผมลองไปเปิดใส่คอมของจักรมันแล้วเมื่อปีก่อน ข้างในเป็นโฟลเดอร์เพลงจีบ และหนึ่งในนั้นมีเพลง Walking in th rain ที่เคยฟังด้วยกัน

โฟลเดอร์รูปถ่ายช่วงรับน้องที่มีผมอยู่ในภาพทุกใบ แม้จะมุมเผลอทุกรูปก็ตาม กับไฟล์เอกสารหนึ่งหน้าถ้วนที่เขียนแนะนำตัว และช่องทางติดต่อเอาไว้ทุกช่องทาง รวมถึงประโยคในบรรทัดสุดท้ายว่า 'ชอบนะครับ อยากจีบ ฝากติดต่อกลับด้วยนะครับถ้าสนใจรับไว้พิจารณา' ผมนึกแล้วก็ขำ ดีที่จักรไปส่งงานอาจารย์อีกตึกไม่งั้นผมคงต้องโดนแซวด้วย อีกอย่าง ผมอยากเก็บไว้ดูคนเดียวด้วยสิ

"อย่าเงียบดิ ชอบรึเปล่า" ไปป์พูดทั้งๆ ที่ยังหน้าแดงอยู่

"ชอบดิ"

"ชอบของที่ให้ หรือชอบคนให้"

"ทั้งสองอย่างเลย"

"เอาดีๆ ดิ แบบจริงจัง"

"ก็จริงจังตลอดอยู่แล้วนะ" ผมตอบด้วยท่าทางสบายๆ ก็พอจะรู้ว่าไปป์ชอบแสดงออกเกินเพื่อนไป ยิ่งได้ดู ได้อ่านใน USB ก็เข้าใจได้ว่าทำไม

"แล้วทำไมไม่บอก"

"ก็รอมึงบอกไง ไหนว่าจริงจัง" ผมไม่ค่อยพูดหยาบ แต่ขอหยาบหน่อยให้มันไม่รู้สึกเขินมากนัก มั้ง

"ก็บอกแล้วนี่ไง"

"บอกแบบที่พิมพ์มาดิ"

"เขินเป็นนะเว้ยครับ" อะไรของมัน

"นะครับเว้ย"

"ก็จะเว้ยครับอะ เป็นแฟนกันนะ ชอบมาก อยากได้" ไปป์ว่าแล้วดึงผมเข้าไปกอดแน่น ยังไม่ทันตกลงเลยนะ

"ถ้าปฏิเสธไม่ให้กินไก่นะ" อย่าเอาของกินมาล้อเล่น

"ขู่น่ากลัวเชียวนะ"

"ตกลงเร็ว บรรยากาศกำลังดี"

"ตอนฉากโดนยิงเนี่ยนะ" ผมพูดถึงซีรี่ย์ที่ดูอยู่ บังเอิญมากที่กดหยุดตอนกำลังหนีตายกันพอดี

"หมายถึงฝนตกต่างหาก ได้ยินเสียงฝนแล้วนึกถึงนายทุกที"

"นึกถึงแล้วคิดถึงหรือเปล่า"

"แกล้งกูเหรอ"

"อยากเล่นตัวบ้าง"

"เดี๋ยวให้เล่นทั้งตัวเลย ตกลงก่อนดิ" ไอ้เชี่ยไปป์

"โอ้ยๆ อย่าหยิกดิครับคุณ ตอบผมก่อนนะ"

"ว่า"

"เป็นแฟนกันมั้ย"

"อื้อ"

"อื้อเป็น หรืออื้อไม่เป็น"

"อื้อก็แปลว่าเป็นดิ ไม่ได้บ---" รู้ว่าอีกฝ่ายแกล้งแต่ก็อดอธิบายกลับไม่ได้ ไม่ทันได้พูดจบก็โดนขโมยปิดปากไปเสียก่อน

"ไม่ได้บอกว่าตกลงสักหน่อย" ทันทีที่ริมฝีปากอีกคนขยับออก ผมก็แย้งขึ้นทันที แต่คนอย่างไปป์น่ะ

"ความหมายเหมือนกัน ถือว่าตกลง" พูดจบก็ประทับริมฝีปากลงมากอีกครั้ง ลงน้ำหนักมากขึ้น ตัวก็เขยิบมาชิดกันมากขึ้น อีกนิดก็นั่งตักอยู่แล้วนะ

"ไว้ค่อยดูใหม่แล้วกัน" ไปป์พึมพำขณะเริ่มจูบไปทั่วไปหน้าและลำคอ

"สั่งไก่มาด้วยนะ" ผมว่าตอนไปป์เริ่มมือซนเล่นเสื้อผ้าผมอยู่

"กินกับไปป์ก่อนค่อยกินไก่นะครับคุณเรน"

.

.

.

We got caught in a downpour stick together and we got soaking wet.

.

.

 

ถึงจะเข้าฤดูหนาวและใกล้จะร้อนเต็มทีแล้ว แต่ก็ฝากฟิคช่วงฤดูฝนเรื่องนี้ด้วยนะคะ ??????????’• ตอนแรกกะจะแต่งเศร้าหน่อย แต่ก็ไม่ถนัดดราม่าจริงๆ ค่ะ

.

.

.

*Walking in the rain - chancellor & younha

ผลงานอื่นๆ ของ jukialol

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น