นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย (OS) | Hansel and Gretel (END)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
B
E
R
L
I
N
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 ธ.ค. 63 / 19:28


.

.

.

.

.

.

.

 

 

 

 

 

ฮันเซล (น้องชาย) และ เกรเทล (พี่ชาย)

 

อย่าเพิ่งโวยวายไป จริงๆ ฮันเซลต้องเป็นพี่ และเกรเทลต้องเป็นน้อง แต่ว่าไรท์จะแต่งแบบนี้เนอะ

 

อ่าว ไม่ได้โวยวายเรื่องใครพี่ใครน้องเหรอ จะโวยวายว่าเป็นพี่ชายกับน้องสาว แต่ว่านะคะ จะเพศไหนก็แล้วแต่รีดจิ้นได้ตามสบายค่ะ

 

.

 

.

 

.

 

ตามเรื่องเล่า จากที่ฟัง จากที่อ่าน และได้ดูผ่านๆ กันมายาวนานหลายปี เนื้อเรื่องคร่าวๆ ของเด็กสองพี่น้องคู่นี้คือการหลง หลงทางเข้าป่าไปเจอกับบ้านขนมหวาน ที่มีแม่มดเป็นเจ้าของ แม่มดชอบขนมหวานด้วย คิดว่าจะกินแต่อะไรแปลกๆ เสียอีกนะ แต่ว่าเรื่องนี้ก็ดีที่เด็กทั้งสองคนฉลาด ตั้งแต่ครั้งแรกที่เกือบโดนปล่อยให้หลงในป่าเพราะครอบครัวที่ยากจนและดูแลไม่ไหว พอเข้าป่ามาก็เอาก้อนหินติดตัวมาบอกใบ้ทางให้ตัวเองกลับบ้านได้ถูก

 

หลายต่อหลายครั้งก็รอดปลอดภัยได้กลับบ้านกัน แต่บังเอิญโชคร้ายที่วันหนึ่ง สิ่งของที่นำมาใช้เป็นสัญลักษณ์สำหรับนำทางกลับบ้าน ดันเป็นขนมปังที่ถูกพวกนกกินระหว่างทางจนไม่เหลือล่องลอยให้หาทางกลับบ้านได้แล้วกลายเป็นว่า หลงป่าของจริง

 

พอเดินหลงเข้าไปก็ไปพบกับบ้านขนมหวาน อ่านไม่ผิดหรอก บ้านที่ทุกอย่างทำมาจากขนมหวานทั้งหลายที่มีในโลก ถ้าอยู่ที่ไทย ก็คงจะมีขนมตระกูลทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เต็มไปหมดเป็นบ้านสีเหลืองอร่ามแน่ๆ

 

แต่เพราะเป็นเทพนิยายไม่ใช่วรรณกรรมไทย เลยมีขนมหวานอย่างอื่นแทน

 

ด้วยความหิวที่เดินหลงทางมาเกือบทั้งวันหรือเพราะความเป็นเด็กที่ชอบกินขนมหวาน ทำให้เผลอกินขนมที่เป็นส่วนประกอบของบ้านไป และทันใดนั้นประตูบ้านก็เปิดออก เด็กๆ ก็เข้าไป พบกับขนมหวานมากมายที่ถูกทำเป็นเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ต่างๆ

 

และขณะที่เพลิดเพลินกับสิ่งของภายในบ้าน แม่มดใจร้ายก็ปรากฎตัวพร้อมกับจัดการจับเด็กขังเอาไว้ คนหนึ่งโดนจับให้มาช่วยทำงานบ้าน ส่วนเด็กชายอีกคนโดนขังและให้กินขนมจนรอวันที่จะอ้วนขึ้นอ้วนขึ้นและอ้วนขึ้น จนมีเนื้อหนังพอให้อิ่มไปหลายวัน แต่โชคร้าย ที่แม่มดสายตาไม่ดี เมื่อลองจับแขนเด็ก เด็กก็นำกระดูกของเด็กที่ตอนก่อนหน้ามายื่นให้แม่มดจับ ทำให้ไม่ว่าจะกินเท่าไหร่ เด็กก็ไม่อ้วนสักที จนกระทั่งแม่มดทนไม่ไหว ให้เด็กอีกคนเตรียมจุดไฟ และจะทำอาหารด้วยเด็กอีกคนทันที

 

เด็กทั้งสองเมื่อรู้ก็รีบจัดการหาทางหนี ขณะเด็กสาวจุดไฟและเด็กชายถูกขังโดนนำตัวมาเตรียมฆ่า เด็กสาวที่เตรียมช่วยพี่ก็หาอาวุธมาแทงแม่มด ส่วนพี่ชายที่จัดการตัดเชือกที่ผูกมือได้ก็ผลักแม่มดให้ลงไปในกองไฟแทน และทั้งสองก็รอดจากแม่มดร้าย บางทีอาจกลับไปบ้าน แต่ถ้าบ้านไม่ต้องการเรา แล้วจะกลับไปทำไม ถ้าเอาของจากบ้านแม่มดไปขายเพื่อหาเลี้ยงต่อชีวิตให้ครอบครัวล่ะ แล้วถ้าเด็กเหล่านั้นหาทางใช้ชีวิตในบ้านของแม่มดต่อไป กินขนมในบ้านจนหมด ก็คงมีชีวิตอยู่ด้วยโรคเบาหวานในบั้นปลายชีวิตแน่ๆ สรุปตอนจบจะยังไง แต่สุดท้ายก็คงจะต้องจบแฮปปี้เอ็นดิ้งมากกว่าแบดเอ็นใช่ไหมละ

 

เอาล่ะ ถ้าตอนจบที่เคยฟังมันไม่ตายตัว งั้นมาลองฟังฉบับอีดิทของเราดู ถือว่าเป็นฉบับปี 2020 แล้วกันนะคะ!

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

ครั้งหนึ่งอาจจะนาน หรือไม่นาน แต่ก็จำความได้ว่ามีเด็กชายสองคนคนน้องชื่อฮันเซล ส่วนคนพี่ชื่อเกรเทล ทั้งสองเป็นลูกชายเจ้าของแบรนด์ขนมชื่อดัง แต่ด้วยความยังเป็นทายาทหนุ่มวัยรุ่นอยากออกมาหาประสบการณ์เองก่อนจะไปดูแลธุรกิจ สองพี่น้องเลยออกมาจากตัวเมือง ออกไปตามนอกเมืองเพื่อลองชิมขนมหวานประจำเมือง

 

จนกระทั่งเกิดหลงเข้ามาในเมืองแห่งหนึ่ง ที่บ้านบอกทางเป็นไม้ และเหมือนจะนำทางสู่ป่าเขาเข้าเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มสองคนหวาดกลัว เพราะชื่นชอบการผจญภัยอยู่แล้วก็ยิ่งเห็นเป็นเรื่องสนุก

 

ขับไปได้สักพักก็เห็นตัวหมู่บ้าน เป็นตึกแถวเรียงต่อกันสองข้างทาง มีแสงประดับเพราะเริ่มเย็น มีผู้ขนเดินและขับรถจักรยานสองข้างทาง ดูเป็นเมืองที่สงบและห่างไกลจากเมืองอยู่มากพอสมควรเลย

 

เขาและน้องชายเริ่มมองหาร้านขนม และที่พักสำหรับค่ำคืนนี้ แต่แล้วก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นขนมหวานที่ลอยออกมาแตะจมูก คนพี่ขับรถไปตามกลิ่นที่โชยออกมา เช่นกันที่คนน้องมองหาแหล่งที่มาของกลิ่นนั้น ขับรถเลี้ยวไปม่ จนพบกับบ้านหลังหนึ่ง ที่ปลีกตัวแยกออกมาจากหลังอื่นๆ ปิดไฟเหมือนไม่มีคนอาศัยอยู่ แล้วก็ไม่ได้มีป้ายแขวนว่าเป็นร้านขนมเลยสักนิด ทั้งสองตัดสินใจลงจากรถ แล้วเคาะประตู หวังว่าคนในบ้านจะมีตัวตนอยู่จริงๆ ไม่ใช่พวกเขาคิดไปเอง

 

เวลาผ่านไปหลายสิบนาที ไฟในบ้านก็เปิดออก กลิ่นหอมเตะจมูกยิ่งเด่นชัด ชายหนุ่มคนหนึ่งเปิดประตูออกมาปรากฎใบหน้ากระต่าย ในชุดเสื้อยืดขาวและเอี๊ยมยีนส์อ่อน ทรงผมกะลาสีน้ำตาล ไอ้เด็กตรงหน้านี่มีกลิ่นขนมติดตัวด้วย...

 

"เอ่อ สวัสดีครับ ผมเดเมียน พี่ซินแคลร์ให้ผมมาเชิญเข้าไปครับ" คนตรงหน้าพูดพร้อมขยับตัว เชิญให้อีกสองคนเข้ามาในบ้านพัก

 

พี่น้องฮันเซลกับเกรเทลมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าของใช้แล้วเดินตามเดเมียนเข้าไป ประตูก็ปิดลง ไม่ว่าด้วยแรงลม หรือเวทมนต์อะไร ภายนอกบ้านหลังนั้นกลับมาเงียบสลบ ไฟดับหาย เหมือนปราศจากผู้คนอาศัยอยู่อีกครั้ง

 

แขกทั้งสองเดินตามทาง จนเข้ามายังห้องโถง น่าแปลกที่พอเข้ามาแล้วตัวบ้านดูใหญ่กว่าที่เห็นภายนอกนัก ชายคนพี่คิดสงสัย แต่ไม่ได้เอ่ยกล่าวอะไรออกไป

 

ที่ห้องโถงมีเตาผิง และชั้นหนังสืออยู่ริมกำแพง โซฟาใหญ่ยาว และโซฟาเดี่ยวสองตัว มีชายหนุ่มผมนั่งไขว้ห้าง จิบน้ำชาอยู่ บนโต๊ะกลางห้องมีผลไม้ ขนม และกาน้ำชา

 

เมื่อแขกมาถึงเสียงเอ่ยเชิญก็ดังตามมา "เข้ามาสิ แขกที่ได้รับเชิญ" ชายที่คาดว่าน่าจะชื่อซินแคลร์ เอ่ยบอก ขณะจิบน้ำชาในมือ

 

เดเมียนเข้าไปนั่งประจำเก้าอี้ตัวหนึ่ง ส่วนแขกทั้งสองก็เดินมานั่งลงตามคำเชิญ

 

ซินแคลร์เงยหน้าขึ้นมองคนมาใหม่ทั้งสอง และชะงักที่ใบหน้าของคนพี่ "เธอคือเกรเทล กับฮันเซลสินะ" ชายหนุ่มเอ่ยด้วยใบหน้าร่าเริง "ฉันชื่อซินแคลร์ มอร์แกนเจ้าของบ้านนี้ เดเมียนเป็นผู้ช่วยของฉัน พวกเธอคือพี่น้องแฟนทอมไฮพ์ ที่มีข่าวบ่อยๆ นี่หน่า" ซินแคลร์หัวเราะ เขาอยู่ในชุดเสื้อผ้าตัวใหญ่ มีเสื้อคลุมปักทับอีกชั้น เหมือนพวกหมอดู จัดการรินน้ำชาให้แขกมาใหม่ทั้งสอง ส่วนเดเมียนก็นั่งลูบหมาพุดเดิ้ลบนตักที่วิ่งมาจากไหนก็ไม่ทราบ

 

"พวกเราคงจะดังมากเลยเนอะพี่เกรเทล" ฮันเซลเอ่ยกระซิบกับคนพี่ ที่มองเจ้าของบ้านน่าสงสัยอยู่

 

"คุณเป็นคนทำขนมกลิ่นหอมๆ นี่ใช่ไหม" ตลอดเวลาที่เข้ามาในบ้าน กลิ่นหอมอบอวลอยู่ทั่วทุกที่ แต่กลับไม่ได้กลิ่นจากตัวของชายตรงหน้าเลย

 

"ใช่และไม่ใช่ จริงๆ มันไม่ใช่ขนม แต่เป็นยาวิเศษ"

 

"ไร้สาระ"

 

"อยากเห็นมั้ย" ซินแคลร์เอ่ยชวน ไม่ได้สนประโยคไร้สาระที่ได้ยินก่อนหน้า ฮันเซลทำหน้าสนใจ ต่างจากคนพี่ที่ทำหน้าขมวดคิ้วไม่พอใจอยู่

 

"แต่วันนี้ดึกมากแล้ว นอนพักกันก่อนดีมั้ย" เดเมียนลุกขึ้นเตรียมจะนำทางแขกขึ้นห้องพักข้างบน

 

"ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย พาฮันเซลขึ้นไปก่อนเลย" เกรเทลบอกแล้วปล่อยให้อีกสองคนเดินออกจนห้องไป เหลือตัวเขากับเจ้าของบ้านพิลึกที่นั่งจิบชาชิวๆ

 

"คุณรู้จักพวกเราได้ยังไง"

 

"บ้านผมมีทีวีนะ โทรศัพท์ผมก็มี จะดูมั้ยละ" คนตัวสูงเอียงคอมาถามคนขี้สงสัย ยิ้มหยอกล้อจนคนฟังไม่พอใจ

 

"คุณทำตัวน่าสงสัย"

 

"อะไรกันคุณเกรเทล ถามผมเหมือนเป็นนักโทษเลยนะ" ซินแคลร์ยังคงยิ้มบางๆ ตอบกลับ ไม่ได้ฉายแววโกรธแต่อย่างใด

 

"คุณทำตัวน่าสงสัยเอง"

 

"คุณเองก็น่าสงสัยนะ...ทำไมถึงมีกลิ่นหอมลอยออกมายั่วผมตลอดเวลาก็ไม่รู้" ชายหนุ่มรูปหล่อเจ้าของบ้านว่าขึ้นมาบ้าง

 

"กลิ่นอะไร" เกรเทลเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร

 

"มีแค่ผมที่ได้กลิ่นของคุณ"

 

"ฉันก็ได้กลิ่นแปลกๆ จนต้องขับรถตามเข้ามาถึงที่นี่ ทั้งๆ ที่ภายในบ้านมีกลิ่นหลงเหลืออยู่ แต่ที่ตัวคุณกลับไม่มีกลิ่นอะไรเลย" เจ้าของบ้านเลิกคิ้วมองอีกคน แต่ไม่ได้เอ่ยตอบอะไรออกไป

 

"ตอบสิคุณมอร์แกน"

 

"เรียกผมว่าซินแคลร์ดีกว่าคุณเกรเทล" คนตัวสูงว่าก่อนจะลุกขึ้น น้ำเสียงมีความไม่พอใจเล็กน้อย

 

"ตามมาสิ ถ้าอยากรู้เรื่องกลิ่น" ร่างสูงเดินนำโดยไม่ได้หันมามอง

 

ทั้งสองเดินเข้าไปในตัวบ้านลงไปในห้องใต้ดินที่ทำเข้าเป็นประตูลับอยู่ใต้บันไดขึ้นชั้นสอง บิดหัวบันไดที่เป็นรู้นกฟีนิก แล้วกลไลลับบันไดลงสู่ห้องใต้ดินก็เปิด เขาเดินตามเจ้าบ้านไปไม่โดยไม่ได้ถามอะไร

 

ไฟแต่ละดวงค่อยๆ ไล่เปิดตามที่คนข้างหน้าเดินนำทางไป จนปรากฏเป็นห้องขนาดใหญ่ คล้ายห้องนั่งเล่นเมื่อครู่ แต่มีหม้อปรุงยา เหมือนที่เห็นตามหนังพวกพ่อมดแม่มด มีโต๊ะยาวริมกำแพงที่วางเครื่องมือปลุกยา ตำราบนตู้ติดผนัง ขวดโหลใส่วัตถุดิบ กล่องไม้ ลังกระดาษที่เหมือนจะเอาไว้ใส่ผลไม้ แป้ง ผง หรือวัตถุดิบต่างๆ แล้วมีลูกแก้วเหมือนที่พวกแม่มดใช้มองเหตุการณ์ต่างๆ เลย

 

"นี่ห้องครัวคุณเหรอ" ถึงสภาพจะดูไม่สะอาดพอจะทำครัวก็เถอะนะ

 

"ห้องปรุงยาต่างหาก คุณเกรเทล" ผมรอบๆ อย่างสนใจ

 

"มาดูนี่สิ คุณเกรเทล" เจ้าของบ้านว่าแล้วเดินนำไปที่ลูกแก้วเวทมนต์? คงเรียกแบบนี้ได้สินะ

 

"เห็นอะไรในลูกแก้วหรือเปล่า"

 

"จะเล่นกลอะไร" คนตัวขาวยืนกอดอกมาตามชายร่างสูงอีกคน

 

"เรียกเวทมนต์ดีกว่านะครับ ดูสิ เห็นน้องชายคุณไหม" ซินแคลร์ว่า ผมก็รีบมองดู และมันปรากฎร่างของน้องชายผมจริงๆ ที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นรูปเดเมียน ที่นั่งเล่นกับหมาพุดเดิ้ลในห้องห้องหนึ่ง

 

"หมาผมชื่อคลาวด์" คนสูงกว่าเอ่ยขึ้น อย่างกับอ่านใจได้เลยนะ

 

"ไม่ใช่ครับ ผมอ่านความคิดคุณได้ต่างหาก" ซินแคลร์ว่าพร้อมหัวเราะเบาๆ พาอีกคนไปที่หม้อปรุงยาที่เหมือนเพิ่งปรุงน้ำยาอะไรสักอย่างเสร็จไป

 

"ยาที่ผมเพิ่งปรุงเป็นยาสเน่ห์ที่เรียกให้เนื้อคู่มาหา"

 

เพ้อเจ้อชะมัด

 

"แต่คุณก็มาตามผลของยานี่นะครับ" "คุณเป็นเนื้อคู่ของผม เช่นเดียวกันเดเมียนก็เป็นเนื้อคู่ของคุณฮันเซล พวกคุณถึงได้กลิ่นแล้วมาที่นี่กัน" ซินแคลร์ว่าแล้วก็ออกตัวเดินนำ จะพาอีกคนกลับไปส่งที่ห้องด้านบน

 

"คุณจะบอกว่าคุณเป็นพ่อมดหรือไง"

 

"ใช่ครับ มันอาจเป็นเรื่องที่เชื่อได้ยากในสมัยนี้ แต่ผมเป็นพ่อมด ส่วนเดเมียน เขาไม่ได้เป็นพ่อมดหรอกนะ เขาเป็นมนุษย์ที่ผมช่วยเหลือไว้ตอนเด็ก และก็กลายเป็นคนรับใช้ คนสนิทของผม"

 

"แล้วเรื่องเนื้อคู่ ทำไปทำไม"

 

"แค่อยากลองเล่นสนุกๆ น่ะครับ" อีกคนตอบพลางยักไหล่เหมือนไม่ได้ใส่ใจ แต่ก็ยังดูน่าสงสัยอยู่ดี

 

"ฉันไม่ได้สนุกด้วยสักนิด"

 

"เสียดาย ผมออกจะสนใจคุณมากแท้ๆ" "ผมเองก็อยากเป็นช่างทำขนมหวานนะครับ ถึงจะไม่อยากดังเหมือนครอบครัวของคุณเพราะมันจะยุ่งยาก แต่ก็มีขนมสูตรเด็ดที่อยากให้คุณได้ลองอยู่นะ"

 

"ขนมอะไร" น้ำเสียงมีความตื่นเต้นเล็กน้อยที่รู้สึกว่าไม่ได้มาเสียเที่ยวซะทีเดียว

 

"พรุ่งนี้ผมจะทำให้คุณทาน ตอนนี้ไปนอนก่อนเถอะครับ คุณเกรเทล" จู่ๆ รู้ตัวอีกทีก็มาโผล่ที่หน้าห้องนอน ที่น่าจะเป็นห้องของเขากับฮ้นเซล ให้ตายสิ หรือว่าจะเป็นพ่อมดจริงๆ นะ

 

"ขอบใจ เจอกันพรุ่งนี้"

 

"ราตรีสวัสดีครับ คุณเกรเทล แฟนทอมไฮฟ์"

 

.

.

.

.

.

.

.

 

ท่ามกลางความมืดในห้องใดห้องหนึ่งของบ้านหลังนี้ บ้านเวทมนต์ที่สร้างขึ้นด้วยมนต์ของพ่อมดซินแคลร์ ชายผู้หลบซ่อนตัวจากผู้คนมาอยู่ในเมืองห่างไกล กับเด็กหนุ่มที่ช่วยไว้จากพวกหมาป่าสมัครที่มีการแย่งชิงอาณาเขตกัน

 

เขาสองคนหนีความวุ่นวายมาอยู่กันสองคน ณ หมู่บ้านแห่งนี้ ความเบื่อหน่ายทำให้คิดอะไรสนุกๆ ทำกันหลังจากดูทีวีเกี่ยวกับข่าวของตระกูลแฟนทอมไฮฟ์ ที่ลูกชายสองคนขอออกมาใช้ชีวิต หาประสบการณ์ด้วยตัวเองก่อนรับสืบทอดธุรกิจ ชายสองคนในข่าวเป็นที่ถูกใจของเขาและเดเมียนเป็นอย่างมาก สำหรับมนุษย์ คงเรียกอาการนี้ว่าตกหลุมรัก แต่สำหรับพ่อมดบางทีอาจจะเป็นของเล่นแกล้งเบื่อได้ดีทีเดียว

 

เขาเริ่มหาเวทมนต์ที่ไม่ได้ใช้มาเนิ่นนาน มนต์ที่คิดว่าไร้สาระกลับมีความสำคัญขึ้นมาทันที มนต์สเน่ห์ ไม่ใช่มนต์เนื้อคู่ตามที่บอกกับอีกคนไป เริ่มต้นด้วยกลิ่นหอมที่จะเชิญชวนให้คนที่เป็นเป้าหมายเข้ามาหา

 

ตามด้วยมนต์สะกดให้ติดกับดับลวงตา แต่ที่น่าแปลก ดูเหมือนเกรเทลจะดื้อ และไม่ค่อยได้ผลกับมนต์นี้เท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะยังไง พิธีก็ยังไม่จบลง

 

หลังจากส่งแขกทั้งสองเข้าห้องนอนเรียบร้อยแล้ว พวกเขานั่งคุยกัน ณ โต๊ะกระดานเกมส์โกะที่มักจะเล่นกันประจำก่อนจะเข้านอน

 

"มันเป็นเรื่องจริงใช่ไหมครับ"

 

"เรื่องจริงสิ แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้ผลจริงๆ นะเนี่ย"

 

"แล้วพรุ่งนี้จะเริ่มขั้นต่อไปเลยไหมครับ"

 

"อื้อ ฝากเตรียมวัตถุดิบด้วยนะ"

 

"ครับคุณซินแคลร์"

 

.

.

.

.

.

.

.

 

เช้าวันรุ่งขึ้น กลิ่นหอมที่ลอยฟุ้งเข้ามาปลุกแขกในบ้านทั้งสองทำให้ตื่นจากการหลับใหล เตรียมตัวลงไปพบกับขนมหวานสูตรพิเศษ

 

ขณะกำลังเดินลงบันได เดเมียนก็เดินสวนขึ้นมา เอ่ยอาสาจะเป็นคนนำทางไปยังห้องอาหาร ห้องอาหารยังคงสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนทั้งสอง ภายในเหมือนเป็นขนมหวาน อุปกรณ์เครื่องมือหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ถูกทำจากขนม ไม่ว่าจะเป็นลูกอม ช็อกโกแลต เมอแรงก์ เอแคลร์ เค้ก ขนมปัง และอื่นๆ อีกมากมาย สีสันช่างสวยงาม ถูกใจฮันเซลและเกรเทลเป็นอย่างมาก แต่ยังไงก็ยังคงสู้กลิ่นหวานๆ ของขนมปังขิงบนจานแก้ว และน้ำชาซีลอนในแก้วบนโต๊ะอาหารยาวเบื้องหน้า

 

"ทานขนมปังขิงก่อนสิ สูตรพิเศษของผมเลยนะครับ" ซินแคลร์บอกพร้อมผายมือไปที่ขนมปังขิงที่วางแต่งไว้บนจาน ขนมปังขิงที่หน้าตาเป็นตัวเป็นคน มีเม็ดช็อกโกแลตติดเป็นตา จมูก และปากเอาไว้ พร้อมกับตกแต่งด้วยไอซิ่ง

 

ฮันเซลและเกรเทลนั่งลงทาน เช่นเดียวกับซินแคลร์และเดเมียนที่นั่งมองคนทั้งสองชิมขนมปังขิงสูตรพิเศษ ที่ตื่นขึ้นมาทำตั้งแต่เช้าไม่สว่าง

 

"เป็นยังไงบ้าง" เจ้าของขนมถามขึ้นน้ำเสียงลุ้นๆ แตาแขกทั้งสองยังคงกินไม่หยุด จากหนึ่งเป็นสอง สองเป็นสาม กินเก่งจริงๆ ทั้งสองคน แต่กินมากไปจะไม่ดีเอานะ

 

"อร่อยมากๆ เลยครับคุณซินแคลร์" ฮันเซลเอ่ยขึ้นมา "ไม่เคยทานของร้านไหนอร่อยเท่านี้มาก่อนเลย ใช่ไหมพี่เกรเทล" คนน้องถามคนพี่ให้เอ่ยชมเสริม

 

"อร่อยดี มีเคล็ดลับอะไร" เกรเทลว่าหลังจิบน้ำชาตามไปด้วย

 

"ถ้าบอกก็ไม่ใช่ความลับสิครับ แต่ว่าขนมปังนี่มีความลับซ่อนอยู่นะ"

 

ความลับอะไรกัน

 

นี่เขาลืมอะไรไปหรือเปล่า

 

พ่อมด ยา เวทมนต์

 

เกรเทลเหมือนลืมไปแล้วว่าคนตรงหน้าเป็นพ่อมด เหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้ทำให้เกรเทลระวังตัวเองมากขึ้นเลย คิดเพียงแต่เป็นเรื่องเหลวไหล และลืมสิ่งที่ได้รับรู้มา แต่ในความเป็นจริง พ่อมด ก็คือพ่อมด ผู้ที่ปรุงยาจนทำให้ทั้งสองคนพี่น้องตามกลิ่นมาติดกับดับ สูตรขนมที่อาจไม่ได้พิเศษอะไรแต่เพราะว่าเป็นมนต์ของพ่อมดตรงหน้าที่ล่อลวงให้มาติดกับ สติต่างๆ เริ่มเลือนลางลง ภาพตรงหน้าเปลี่ยนไป เหมือนไม่เคยมีอยู่จริง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขายังสัมผัสและเห็นมันด้วยสองตาพร้อมกับน้องชาย

 

ขนมต่างๆ ที่เห็นตอนแรกไม่มีอีกต่อไป มีเพียงโต๊ะ ผนัง และเครื่องใช้ธรรมดาๆ ที่มีทั่วไป สิ่งที่จริงมีเพียงชายสี่คนที่อยู่ภายในห้องแห่งนี้ ใบหน้าหล่อเหลาของพ่อมดยังคงยิ้มมุมปากส่งมาให้เกรเทลที่คิดปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมดได้ในเกือบนาทีสุดท้าย

 

เดเมียนเดินเข้ามาอุ้มฮันเซลแล้วพาเดินออกไปทางประตูบานใดบานหนึ่งที่เขาเห็นไม่ชัด ส่วนเขาเองที่กำลังจะล้มลง ก็ถูกคนตัวสูงช้อนตัวรับไว้ได้ทัน

 

"คุณไม่ควรเชื่อคนแปลกหน้านะ คุณเกรเทล โดยเฉพาะคนแปลกหน้าที่เป็นพ่อมดอย่างผม" นี่เป็นประโยคสุดท้ายที่เขาได้ยินและรับรู้ ก่อนสติและทุกสิ่งทุกอย่างจะดับวูบไป

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

HAPPY ENDING หรือไปนะ? 5555555

เหมือนจะหลุดธีมฮันเซลกับเกรเทลไปพอสมควร จบแบบงงๆ หน่อย แต่ก็หวังว่าจะชอบกันนะคะ ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ ??’•


 

ผลงานอื่นๆ ของ jukialol

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น